Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : อีซูซุร่วมกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป เปิดตัว “ของขวัญจากความพอเพียง” ภาพยนตร์เทิดพระเกียรติฯ เพื่อส่งเสริมปรัชญาแห่งความพอเพียง ชุดที่ 18

Thursday, 13 December 2018 17:19

 

 

 

 

 

 

 

 

   “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานให้ประชาชนคนไทย  เป็นแนวทางที่สอนให้รู้จักใช้ความสมดุลเพื่อสร้างความสุขได้ตามกำลังของตนเองโดยต้องไม่ทำอะไรที่เกินพอดีหรือเบียดเบียนผู้อื่น เปรียบเสมือนเสาเข็ม 3เสาที่เกี่ยวโยงกัน  เสาต้นแรก คือคำว่า “พอประมาณ”  เสาต้นที่สองคือ “มีเหตุผล” ส่วนเสาต้นที่สามคือ “มีภูมิคุ้มกัน”   ซึ่งผู้ที่น้อมนำแนวทางนี้มาใช้ในการดำเนินชีวิตย่อมนำพาไปสู่ความสุขที่ยั่งยืน

   กลุ่มตรีเพชร โดย บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดร่วมมือกับ บริษัท เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน)  จัดทำภาพยนตร์เทิดพระเกียรติฯ  สืบสานศาสตร์แห่งพระราชาตามแนวทาง “ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง” ชุดที่ 18 ในชื่อ “ของขวัญจากความพอเพียง”เพื่อเผยแพร่ในโรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ทั่วประเทศ โดยนำเรื่องราวของ “คุณสี่ – วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์”  ผู้ก่อตั้งและผู้บริหาร บริษัท บาธรูมดีไซน์ จำกัด  ผู้ผลิตและจำหน่ายอ่างอาบน้ำและสุขภัณฑ์ระดับพรีเมียมที่มีชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับทั่วโลกที่น้อมนำหลักปรัชญาแห่งความพอเพียงมาใช้ในการบริหารงาน  ด้วยความตั้งใจที่จะเป็นต้นแบบของการสร้าง “องค์กรแห่งความสุข” โดยมีต้นทุนจาก “ความรัก” และ “ความสมดุล” เป็นแรงขับเคลื่อนในทุกกระบวนการ  เพื่อประโยชน์และความสุขแก่ลูกค้า พนักงาน สังคม และสิ่งแวดล้อมอย่างสมดุล เป็นการค้นพบกล่องของขวัญที่จะก่อให้เกิดแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้พบกับความสุขที่ยั่งยืน 

   กลุ่มตรีเพชร โดย คุณปนัดดา เจณณวาสิน  กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า  “อีซูซุมีความเชื่อเสมอมาว่า   ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของในหลวงรัชกาลที่ 9  เป็นของขวัญอันล้ำค่าที่ทุกคนสามารถนำมาปรับใช้ได้ในทุก ๆ ขั้นตอนของการดำเนินชีวิต    จึงได้ร่วมมือกับเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป  จัดทำภาพยนตร์เทิดพระเกียรติฯ เพื่อส่งเสริมปรัชญาแห่งความพอเพียงอย่างต่อเนื่องซึ่งชุดที่ 18   “ของขวัญจากความพอเพียง”   นี้เป็นเรื่องราวของ  คุณสี่ – วัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์ นักธุรกิจที่เคยเผชิญมรสุมใหญ่จากวิกฤตต้มยำกุ้งในปี พ.ศ.2540แต่กลับมองเห็นโอกาสที่จะพลิกสู่หนทางรอดอย่างยั่งยืน โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่พระองค์พระราชทานให้เป็นมรดกแก่สังคมไทย นำมาประยุกต์ใช้ในการบริหารงานจนสามารถนำพาองค์กรก้าวสู่การยอมรับระดับโลก  ด้วยเคล็ดลับเพียง 3คำ ในการขับเคลื่อนธุรกิจตามแนวทางพระราชดำริ นั่นคือ “สมดุล  ความสุข  ความรัก” ทำให้บริษัท บาธรูมดีไซน์ จำกัด เป็นต้นแบบ “องค์กรแห่งความสุข” จากการมองเห็นความสำคัญและความสุขของคนมากกว่าความสำคัญของเงิน ดูแลพนักงานเสมือนเป็นสมาชิกในครอบครัวด้วยการมอบสวัสดิการที่ดีเพื่อให้ทุกคนมีเงินออมเหลือเก็บ  ดูแลลูกค้าเหมือนพ่อแม่ด้วยการส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่ดีที่สุด  รวมทั้งมีโครงการดี ๆ ให้กับพนักงานด้วยการสนับสนุนพื้นที่ให้ปลูกผักเอง กินเอง และเก็บไปขายเป็นรายได้พิเศษ  นอกจากนี้ยังอนุญาตให้ใช้เวลางานไปทำประโยชน์รับใช้และช่วยเหลือสังคม  เพื่อให้พวกเขาได้สัมผัสความสุขจากการให้ไปสู่คนรอบข้าง  ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด “อีซูซุ พลังดี...เปลี่ยนโลก” จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ภาพยนตร์เทิดพระเกียรติฯ ที่สืบสานศาสตร์แห่งพระราชา ชุด “ของขวัญจากความพอเพียง” รวมทั้งชุดก่อนหน้านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้เข้าใจและสามารถนำแนวทางความพอเพียงมาปรับใช้เป็นของขวัญให้กับตนเองเพื่อความสุขที่ยั่งยืนในชีวิต  สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ Facebook : All-New Isuzu D-Max และ Isuzu MU-X และโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ทั่วประเทศ”

   ด้าน คุณนิธิ  พัฒนภักดี รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายสื่อโฆษณา บริษัท เมเจอร์   ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า “ในนาม เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป รู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการจัดสร้างภาพยนตร์เทิดพระเกียรติร่วมกับอีซูซุ ซึ่งถือเป็นกิจกรรมเพื่อสังคมที่เราได้ร่วมกันจัดทำอย่างต่อเนื่องโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสืบสานศาสตร์พระราชาในเรื่อง “เศรษฐกิจพอเพียง” ให้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิตได้อย่างมั่นคง และยั่งยืน สำหรับภาพยนตร์เทิดพระเกียรติ ชุด “ของขวัญจากความพอเพียง” เราได้นำเสนอความพอเพียงผ่านมุมมองของการบริหารธุรกิจ และองค์กรให้มีความเข้มแข็ง มั่นคง ยั่งยืน ซึ่งเราหวังว่าหลังจากทุกท่านได้รับชมภาพยนตร์เทิดพระเกียรติชุดดังกล่าวแล้วจะเข้าใจถึงความหมายของคำว่า “พอเพียง” ได้อย่างแท้จริง จนสามารถนำไปประยุกต์ใช้ให้เกิดผลต่อตนเอง และคนรอบข้าง ไปจนถึงสังคมให้ได้พบกับความสุขที่ยั่งยืน เรียกได้ว่าเป็นของขวัญที่มีคุณค่าต่อผู้ที่ได้รับทุกคน ในส่วนของการเผยแพร่ภาพยนตร์เทิดพระเกียรตินั้น ทางเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป  เป็นผู้เผยแพร่ผ่านโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป  จำนวน 147สาขา 731โรงทั่วประเทศ  โดยมุ่งหวังว่าจะสามารถส่งไปถึงประชาชนไทยทุกคน รวมทั้งคนรุ่นใหม่ให้สามารถเข้าใจแนวทางการใช้ชีวิต  และปฏิบัติตนตามแบบอย่างการใช้ชีวิตแบบพอเพียงได้ สำหรับใครที่กำลังมองหาแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิต อยากให้ทุกท่านได้มารับชมภาพยนตร์เทิดพระเกียรติชุดนี้ผ่านโรงภาพยนตร์ในเครือเมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ ตั้งแต่วันที่ 22พฤศจิกายน นี้เป็นต้นไป แล้วจะเห็นว่าแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงที่ในหลวงรัชกาลที่ 9พระราชทานให้กับพวกเราคนไทยสามารถเป็นเข็มทิศนำทางให้พวกเราไปสู่หนทางแห่งความสุขที่ยั่งยืนครับ”

   คุณวัชรมงคล เบญจธนะฉัตร์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท บาธรูมดีไซน์ จำกัดกล่าวเพิ่มเติมว่า “หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงบอกเราว่า เครื่องยนต์จะแรงอย่างเดียวคงไม่ได้ แต่เบรกต้องดีด้วย นั่นหมายถึง ต้องพึ่งพาตัวเองได้และต้องมีความสมดุลเกิดขึ้น และสุดท้ายพวงมาลัยต้องดี นั่นคือผู้บริหารและบุคลากรในองค์กรต้องมีความรักในองค์กรและงานของตน  สิ่งที่ผมจะตอบแทนคุณแผ่นดินได้ดีที่สุด คือการเป็นต้นแบบในการดำเนินธุรกิจตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดยไม่ได้มองเรื่องกำไรสูงสุดอย่างเดียว แต่จะเน้นสร้างให้คนรอบข้าง ได้แก่ ลูกค้า พนักงาน สังคม และสิ่งแวดล้อม ได้เติบโตและมีความสุขอย่างสมดุลและยั่งยืนไปด้วยกัน  เพราะนี่เป็นแนวทางที่ในหลวงรัชกาลที่ 9ทรงสอนเรามาโดยตลอด เป้าหมายของพระองค์ท่านทรงต้องการให้คนไทยเป็นที่หนึ่งของโลกและเป็นประเทศที่มีแต่คนช่วยเหลือซึ่งกันและกัน ดังนั้นปรัชญาแห่งความพอเพียงของพระองค์ท่านจึงเปรียบดั่งของขวัญสุดวิเศษของคนไทยที่ไม่ได้ใช้แค่กับการบริหารองค์กร แต่สามารถประยุกต์ใช้ได้กับทุกเรื่องในการดำเนินชีวิตด้วย”

   ร่วมสัมผัสความพอเพียงในองค์กรแห่งความสุข   ผ่านภาพยนตร์เทิดพระเกียรติฯ เพื่อส่งเสริมปรัชญาเศรษฐกิจความพอเพียง ชุด   “ของขวัญจากความพอเพียง”ณ  โรงภาพยนตร์เครือเมเจอร์          ซีนีเพล็กซ์ กรุ้ป ทั่วประเทศพร้อมกัน ได้ตั้งแต่วันที่ 22พฤศจิกายน 2561 เป็นต้นไป     ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ http://isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai 

 
 

AUTO NEWS : Porsche Experience Centre เซปัง ประเทศมาเลเซีย เติบโตอย่างแข็งแกร่งสู่ความสำเร็จสูงสุดในปี 2018

Thursday, 13 December 2018 17:01

 

 

 

 

 

 

 

 

   ในปี 2018 Porsche Experience Centre (PEC) เซปัง ประเทศมาเลเซียได้เดินทาง มาถึงช่วงเวลาแห่งความ สำเร็จสูงสุดนับตั้งแต่การก่อตั้ง ด้วยศักยภาพเหนือระดับในการจัดกิจกรรมการขับขี่บน สนามแข่งหรือ track days จำนวน มาก รวมทั้งปริมาณของบรรดาผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์ จากงาน track days ทั้งสิ้น 41 รายการ PEC เซปัง ได้ต้อนรับการมาเยือนผู้สมัครเข้าร่วมหลักสูตรถึง 668 ท่าน และแขกผู้ให้เกียรติเยี่ยมชมศูนย์กิจกรรม อีกมากกว่า 800 คน สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนตัวแทนขององค์กรผู้ผลิต รถสปอร์ตชั้นนำของโลกในการถ่ายทอด ประสบการณ์การขับขี่และสรรสร้างสัมผั แห่งความเร้าใจสไตล์ปอร์เช่ให้ แก่บรรดาผู้หลงใหลยนตรกรรมสปอร์ตสัญชาตเยอรมันในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

   เปิดศักราชอย่างยิ่งใหญ่ด้วยกิจกรรม Porsche World Road Show (PWRS) ตามติดด้วยงาน Cayenne Regional Media Launch สำหรับสื่อมวลชน และหลักสูตรการขับขี่บนสนามแข่งขันเพื่อถ่ายทอด ประสบการณ์ความเร็วที่หาจากที่ ไหนไม่ได้อีกหลายต่อหลายครั้ง รวมไปถึงหลักสูตรฝึกอบรมเพื่อเสริมทักษะการขับขี่รถยนต์สมรรถนะสูง Media Driving Academy ซึ่งปอร์เช่ทุ่มทุนสร้างเพื่อยกระดับขีด ความสามารถในการบังคับควบคุมและเข้าถึงประสิทธิภาพในการ ใช้งานรถสปอร์ตให้แก่สื่อมวลชนสายยานยนต์โดยเฉพาะ ทั้งนี้ กิจกรรมที่เป็นไฮไลท์สำคัญของ PEC เซปัง คือหลักสูตร การฝึกอบรมการขับขี่รถสปอร์ตสายสนาม เคย์แมน จีที4 คลับสปอร์ต เอ็มอาร์ (Cayman GT4 Clubsport MR) และ 911 จีที3 คัพ (911 GT3 Cup) อันเป็นงานที่ได้รับการจัดขึ้นเพื่อวัตถุประสงค์ในการพัฒนาวงการมอเตอร์สปอร์ตในภูมิภาคนี้ และเป็นการรองรับความต้องการฝึกฝนฝีมือสำหรับเตรียมความพร้อมเข้าร่วมลงแข่งขันรายการ 911 GT3 Cup ซึ่งจัดขึ้น เป็นครั้งแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

   สรุปส่งท้ายปีด้วยการเริ่มต้นกิจกรรมยามราตรี E-Performance Nights ซึ่งได้รวบรวมเอาสุดยอดความบันเทิง มาอย่างเพียบพร้อม เพื่อให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งของค่ำคืนแห่งแสงสีของสนามแข่งขันความเร็ว ระดับโลก Sepang International Circuit กิจกรรมนี้ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ของศูนย์ PEC เซปัง จากการรับหน้าที่เป็นผู้จัดงานที่เป็นการสร้างเสริมประสบการณ์และสื่อถึงความยิ่งใหญ่ของยนตรกรรมปอร์เช่เป็นระยะ เวลาต่อเนื่องยาวนานเกือบ 24 ชั่วโมง และภายในกิจกรรมที่เปี่ยมไปด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวนี้ PEC เซปัง ยังได้รวบรวม เอาองค์กรพันธมิตรอย่าง Samsung Electronics เข้ามามีส่วนร่วมเป็นครั้งแรก โดยเป็นการร่วมจัดแสดงศาสตร์ แห่งศิลปะของนวัตกรรมเทคโนโลยีหน้าจอแสดงผล Samsung LED สำหรับการใช้งานในที่พักอาศัย (IF1.2), โทรทัศน์ อัจฉริยะความละเอียดสูงขนาดหน้าจอ 65” UHD Smart Signage และ Curved Monitor ขนาด 49" ที่เหมาะสำหรับการ ใช้งานในแง่ของความบันเทิงและการวิเคราะห์ภาพด้วยความสมจริงสูงสุด

   เหนือสิ่งอื่นใด หัวใจหลักของงานที่ก่อให้เกิดความตื่นเต้นประทับใจไม่รู้ลืม คือกิจกรรม PEC เซปัง car pool ซึ่งเป็นการนำเอารถสปอร์ตคันพิเศษของปอร์เช่หลากหลายรุ่น มานำเสนอให้ผู้เข้าร่วมงานได้สัมผัสใกล้ชิดอย่างที่ไม่เคยมี มาก่อน อาทิ 911 คาร์เรร่า ที (911 Carrera T), 911 จีที3 (911 GT3), 718 บ็อกซเตอร์ จีทีเอส (718 Boxster GTS), คาเยนน์ เทอร์โบ (Cayenne Turbo), พานาเมร่า เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด (Panamera Turbo S E-Hybrid) และ 918 สไปเดอร์ (918 Spyder)

   Marc Beil, ผู้จัดการด้านกิจกรรมการตลาดของปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก ผู้รับหน้าที่ดูแลการปฎิบัติงานประจำวันของศูนย์ PEC เซปังกล่าวว่า: “ถึงแม้ปีนี้จะเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยกิจกรรมอยู่ตลอด แต่พวกเรารู้สึกมีความสุขกับทุกความ ทรงจำที่เกิดขึ้นที่ PEC เซปัง แห่งนี้ โดยเฉพาะกับการที่เราริเริ่มสร้างสรรค์กิจกรรมมอเตอร์สปอร์ตสุดยอดเยี่ยมอย่างหลัก สูตรการฝึกอบรม Cayman GT4 Clubsport MR และ 911 GT3 Cup ซึ่งได้รับการจัดขึ้นเป็นครั้งแรกในภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ผมขอใช้โอกาสนี้กล่าวคำขอบคุณไปยังเหล่าผู้เข้าร่วมกิจกรรม – บรรดาแฟนๆ ที่ให้ความสนใจ, ลูกค้า, สมาชิกสมาคม Porsche Club และสื่อมวลชนที่เกี่ยวข้องทุกท่าน – ที่มีส่วนสำคัญต่อความสำเร็จสูงสุด ที่เกิดขึ้นตลอดปี ผมเฝ้ารอคอยการมาถึงของงานที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมในปี 2019 ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องมาพร้อมกับกิจกรรม การถ่ายทอดสัมผัสแห่งประสบการณ์ของยนตรกรรมสปอร์ตปอร์เช่ที่แสนมหัศจรรย์ ผมขอเรียนเชิญทุกท่านที่ยังไม่มี โอกาสเข้ามาเยี่ยมเยือนเราที่ PEC เซปัง เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของความสนุกสนาน อย่ารอช้าเพราะคุณอาจจะพลาดความ ตื่นเต้นที่รอคอยคุณอยู่”

   เปลี่ยนทุกความปรารถนาให้กลายเป็นจริงที่ PEC เซปัง นอกเหนือการดำเนินงานประจำวัน ศูนย์ PEC เซปัง ยังเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์กิจกรรมตอบแทนสังคม เพื่อเปลี่ยนแปลงความฝันของเหล่าเด็กๆ ผู้ด้อยโอกาส ให้กลายเป็นความจริง ผ่านความร่วมมือกับ Make-A-Wish® องค์กรการกุศลในประเทศมาเลเซีย กิจกรรมนี้เป็นอีกหนึ่งเป้าหมายหลักอันเป็นส่วนสำคัญยิ่งต่อความสำเร็จของผล การดำเนินงานของศูนย์ ซึ่งจะขยายความร่วมมือต่อเนื่องไปยัง Make-A-Wish® ในประเทศสิงคโปร์และประเทศไทย

   Yogan, เด็กชายวัย 11 ปี ผู้โชคร้ายด้วยการเป็นโรคมะเร็งกระดูกและต้องรักษาตัวมาเป็นเวลานาน เขามีความหลงใหล และชื่นชอบรถยนต์ความเร็วสูงเป็นอย่างมาก และมักจะแบ่งปันคอลเลกชันรถแข่งของเล่นของเขากับน้องชายอยู่เสมอ ความฝันสูงสุดของ Yogan คือการได้พบกับ Superman และได้บินไปบนท้องฟ้าเคียงข้างกับซูเปอร์ฮีโร่ในดวงใจของเขา ต่อสู้กับเหล่าอาชญากรตัวร้าย เพื่อผดุงความยุติธรรมให้แก่ผู้คน ถึงแม้ความปรารถนาของเขาจะยังมาไม่ถึงในขณะนี้ เนื่องจากซูเปอร์แมนยังคงติดภารกิจในการช่วยเหลือโลกมนุษย์ แต่ความสนุกสนานตื่นเต้นที่รายล้อมอยู่รอบตัว ท่ามกลางบรรยากาศของสนามแข่งรถความเร็วสูง คือประสบการณ์ล้ำค่าที่ปอร์เช่จัดเตรียมไว้เพื่อสานฝันของ Yogan ให้ใกล้เคียงกับความเป็นจริงมากที่สุด

   หนึ่งในความมหัศจรรย์ของ Superman คือการที่เขาสามารถเคลื่อนที่ได้ด้วยความรวดเร็วยิ่งกว่ากระสุนปืน; เพื่อการนี้ ปอร์เช่ 911 เทอร์โบ เอส (Porsche 911 Turbo S) ที่พกพาพละกำลังระดับมหาศาลถึง 580 แรงม้า และให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 2.9 วินาที จึงเป็นยนตรกรรมสปอร์ตที่เหมาะสมที่สุด สำหรับรับหน้าที่ สร้างสรรค์ความตื่นเต้นเร้าใจอันหาที่เปรียบไม่ได้ ผ่านการโลดแล่นไปรอบสนาม Sepang International Circuit โดย Yogan จะได้รับโอกาสให้เป็นผู้โดยสารกิตติมศักดิ์ เคียงข้างไปกับ Earl Bamber นักแข่งสังกัดทีมโรงงานปอร์เช่ ผู้ประจำการอยู่หลังพวงมาลัย

   Yogan ใช้เวลาอันดีเยี่ยมของเขาตลอดช่วงบ่ายของวัน แบ่งปันเรื่องราวและความหลงใหลที่มีต่อรถยนต์ในฝันให้กับ Earl Bamber, สุภาพบุรุษนักขับมือฉมังผู้ควบคุมพวงมาลัยรถแข่งพลังแรง ปอร์เช่ 919 ไฮบริด (Porsche 919 Hybrid) คว้าชัยชนะในรายการแข่งขันระดับตำนานอย่าง Le Mans เป็นครั้งแรกในฤดูกาล 2015 และพิชิตแชมป์เป็นครั้งที่ 2 ในฤดูกาล 2017 เช่นเดียว Yogan, เด็กน้อยผู้เข้มแข็ง ต่อสู้กับโรคร้ายที่รุมเร้าแม้จะมีโอกาสหายขาดแค่เพียงน้อยนิด ในส่วนของ Earl เขาคือบุคคลผู้ห้าวหาญ ลุกขึ้นปฏิเสธโชคชะตาของตนเองที่ถือกำเนิดด้วยความยากลำบากจากชีวิตใน ฟาร์มชนบทในเขต North Island ของประเทศนิวซีแลนด์

กำหนดเป้าหมายเพื่อการเติบโตในปี 2019

   ในปี 2019 ศูนย์ PEC เซปัง ตั้งเป้าที่จะนำเสนอกิจกรรมที่เหนือระดับยิ่งขึ้นไปอีกขั้น ทั้งนี้รวมไปถึงการส่งมอบ ประสบการณ์ในการขับขี่ที่ไม่ธรรมดา และหลักสูตรฝึกอบรม Porsche Motorsport GT Day ซึ่งเป็นกิจกรรมที่แม้แต่ เงินก็อาจจะหาซื้อไม่ได้ นำเสนอความพิเศษของการได้สัมผัสยนตรกรรมสปอร์ตในรุ่นที่น้อยคนนักจะมีโอกาสพบเจอ บนท้องถนนทั่วไป อาทิ 911 จีที3 คัพ (911 GT3 Cup) และ 911 จีที3 อาร์เอส (911 GT3 RS) ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็นการสนับสนุนและประชาสัมพันธ์การเปิดตัวกองทัพรถสปอร์ตรุ่นใหม่ของปอร์เช่ รวมทั้งยนตกรรม สายสนามระดับตำนานอย่าง 911 จีที3 อาร์เอส (911 GT3 RS) และที่แน่นอนคือ 911 รุ่นล่าสุดซึ่งเพิ่งจะเผยโฉม อย่างเป็นทางการต่อสายตาสาธารณชนทั่วโลก ในงานมหกรรมยานยนต์ Los Angeles Auto Show 2018 ที่ผ่านมา

   อีกหนึ่งบทบาทสำคัญของศูนย์กิจกรรม PEC เซปัง คือการรับหน้าที่เป็น E-Performance competence centre มุ่งเน้นไปยังการรองรับอนาคตของยานพาหนะขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจากปอร์เช่หลากหลายรุ่นที่กำลังจะมาถึง รวมทั้งรถยนต์ปอร์เช่ขุมพลัง plug-in hybrid ซึ่งมีจำหน่ายในตลาดเป็นที่เรียบร้อยแล้วในทุกวันนี้ อาทิ พานาเมร่า เทอร์โบ เอส อี-ไฮบริด (Panamera Turbo S E-Hybrid) รถสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบคันแรกของปอร์เช่อย่าง ไทคานน์ (Taycan) โดยจะเปิดตัวในภูมิภาคนี้ช่วงต้นปี 2020

   สนใจติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือลงทะเบียนเข้าร่วมกิจกรรม ณ. ศูนย์ PEC เซปัง กรุณาเยี่ยมชมที่เว็บไซด์: www.porsche.com/experienceAPAC

 
 

AUTO NEWS : ปิดฉาก “MOTOR EXPO 2018” รถหรู เก๋ง เอสยูวี ขายดี

Thursday, 13 December 2018 15:52

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” ปิดฉากสวยหรู ค่ายรถยิ้ม ยอดขายรถรวมเฉียด 45,000 คัน รถเก๋ง รถเอสยูวี รถหรู คึกคัก จักรยานยนต์เข้าเป้า เม็ดเงินหมุนเวียนกว่า 5.6 หมื่นล้าน

   ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ ประธานจัดงาน"มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” เปิดเผยว่า“งานปีนี้ประสบความสำเร็จเป็นอย่างดี ด้วยการสนับสนุนจาก บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง รวมถึงหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐ และเอกชน ตลอดจนผู้เข้าชมงาน และสื่อมวลชนทุกแขนง”

   สำหรับยอดขายรถยนต์จาก 36 ผู้ผลิต มีจำนวนทั้งสิ้น 44,189 คัน เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 10.9% โดย 5 อันดับสูงสุดได้แก่ อันดับ 1 HONDA 6,842 คัน อันดับ 2 MAZDA 6,509 คัน อันดับ 3 TOYOTA 5,907 คัน อันดับ 4 ISUZU 4,437 คัน และอันดับ 5 MITSUBISHI 3,619 คัน

   รถเก๋งได้รับความสนใจสูงสุด มีสัดส่วนยอดขาย 38.9% ใกล้เคียงปีก่อน (38.7%) แบ่งเป็นเก๋งซีดาน 25.4% และแฮทช์แบค 13.5% โดย 5 อันดับแรก ได้แก่ HONDA CIVIC, HONDA CITY, MAZDA 2, HONDA JAZZ และ MG 3

   ขณะที่รถกิจกรรมกลางแจ้ง (SUV) มีสัดส่วน 34.3% เพิ่มขึ้นจากปีก่อนเล็กน้อย (33.9%) 5 อันดับแรก ได้แก่ MITSUBISHI PAJERO SPORT, MG ZS, HONDA CR-V, HONDA HR-V และ FORD EVEREST

   รถกระบะมีสัดส่วน 17.2% ลดลงจากปีก่อนเล็กน้อย (17.9%) 5 อันดับแรก ได้แก่ FORD RANGER, ISUZU D-MAX, MITSUBISHI TRITON, TOYOTA REVO และ NISSAN NAVARA

   ส่วนรถหรู มียอดขายรวม 4,213 คัน โดย 5 แบรนด์ ที่ได้รับความสนใจสูงสุด ได้แก่ MERCEDES-BENZ, BMW, VOLVO, AUDI และ PORSCHE

   รถจักรยานยนต์จาก 23 ผู้ผลิต ยอดขายรวม 9,169 คัน สูงกว่าเป้าที่ตั้งไว้ อันดับ 1 ได้แก่ HONDA 1,531 คัน อันดับ 2 YAMAHA 1,111 คัน อันดับ 3 LAMBRETTA 1,012 คัน อันดับ 4 KAWASAKI 775 คัน และ อันดับ 5 VESPA 605 คัน

   ราคาเฉลี่ยของรถที่ขายได้ในงานเพิ่มขึ้นเป็น 1,286,898 บาท (ปีก่อน 1,271,837 บาท) เงินหมุนเวียนภายในงานราว 56,000 ล้านบาท ผู้เข้าชมงานจำนวน 1,534,961 คน เพิ่มขึ้น 12.8%

 
 

AUTO NEWS : โตโยต้า เชิญร่วมเปิดประสบการณ์ใหม่ “TOYOTA ALIVE SPACE” พื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ที่จะสร้างแรงบันดาลใจ ให้ออกไปใช้ชีวิต

Thursday, 13 December 2018 15:27

 

 

 

 

 

 

 

 

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่นและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดพร้อมด้วยนายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวเปิดตัว TOYOTA ALIVE SPACE พื้นที่จัดแสดงเทคโนโลยียานยนต์ใหม่ล่าสุดของโตโยต้าที่จะทำให้เกิดการขับเคลื่อน สร้า งแรงบันดาลใจ ให้ออกไปใช้ชีวิตพร้อมตอบรับกับไลฟ์สไตล์อันหลากหลายได้อย่างลงตัว เมื่อวันที่ 11 ธันวาคม2561 ณ ICONSIAM

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดเปิดตัว“TOYOTA ALIVE SPACE ”เพื่อให้เป็นพื้นที่ของทุกคนที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความคิดสร้างสรรค์และสนใจแสวงหาข้อมูลเกี่ยวกับเทคโนโลยีใหม่ๆซึ่งTOYOTA ALIVE SPACEเป็นสถานที่ที่จะเปิดประสบการณ์ และเป็นจุดเริ่มต้นในทุกการขับเคลื่อนสร้างแรงบันดาลใจ ให้ทุกคนพร้อมที่จะออกไปใช้ชีวิตในรูปแบบของตัวเองโดยนำเสนอสาระทางด้านเทคโนโลยีล้ำสมัยล่าสุดของโตโยต้าพร้อมสอดแทรกด้วยข้อมูลข่าวสาร ความเคลื่อนไหวในด้านบันเทิง แฟชั่น ดนตรีกีฬา และศิลปะแขนงต่างๆอีกทั้งยังเป็นสถานที่ที่เปิดโอกาสให้ทุกคนได้แสดงความสามารถและความคิดสร้างสรรค์ได้อย่างอิสระ

     มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวว่า“นี่คือศูนย์รวมแห่งใหม่ของโตโยต้าที่ไม่เพียงแต่นำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆและเทคโนโลยีหลากหลายมาจัดแสดงเท่านั้น แต่เราต้องการทำให้ “TOYOTA ALIVE SPACE” แห่งนี้เป็นจุดศูนย์กลางที่เชื่อมโยงทุกไลฟ์สไตล์อันหลากหลายของผู้คนไว้ด้วยเทคโนโลยีการขับเคลื่อนจากโตโยต้าโดยโตโยต้ายึดมั่นในหลักปรัชญาของการสร้างสรรค์“ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever-better Cars) ตลอดจนการมอบ"การขับเคลื่อนอย่างอิสระสำหรับทุกคน" (Mobility for All) ด้วยเหตุนี้เราตั้งใจจะผลักดันให้ “TOYOTA ALIVE SPACE” เป็นศูนย์รวมของคนทุกเพศทุกวัยด้วยการจัดแสดงทั้งนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์และการบริการตลอดจนใช้สถานที่แห่งนี้เพื่อทำความเข้าใจรูปแบบการใช้ชีวิตของลูกค้าชาวไทยเพื่อมุ่งไปสู่เทคโนโลยีแห่งการขับเคลื่อนในอนาคต”

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า“จากแนวคิดดังกล่าว TOYOTA ALIVE SPACE ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องโดยตัวอย่างหนึ่งที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือ รถ Toyota C-HR ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่างโตโยต้าและอาดิดาส ประเทศญี่ปุ่นเราพยายามเชื่อมโยงอาดิดาสและผู้ที่ชื่นชอบกีฬาให้เข้ากับเทรนด์การออกแบบใหม่ของรถซับคอมแพคเอสยูวีคันนี้และนี่เป็นครั้งแรกที่เราจับมือกับหนึ่งในแบรนด์ดังที่อยู่นอกวงการยานยนต์ยิ่งไปกว่านั้นโตโยต้าจะยังคงมองหาพันธมิตรอื่นที่จะมาร่วมมือกับเราต่อไปในอนาคตตลอดจนรถรุ่นพิเศษอีกหลากหลายรุ่นที่จะมาสร้างความน่าตื่นเต้นให้กับการขับขี่ของทุกท่าน

   ด้วยการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ “TOYOTA ALIVE SPACE” ทำให้เราได้เดินหน้าเข้าไปมีส่วนร่วมกับลูกค้าผ่านรูปแบบไลฟ์สไตล์และแนวทางการใช้ชีวิตที่หลากหลายมากยิ่งขึ้นไม่ว่าจะเป็นในด้านดนตรี กีฬา ความบันเทิง การท่องเที่ยวตลอดจนมอบความเชื่อมั่นและมิตรภาพอันดีผ่านเทคโนโลยีการขับเคลื่อนของโตโยต้านี่จึงเป็นที่มาของการนำเอาแนวคิด “LIVE ALIVE” มาใช้ในการออกแบบสถานที่สุดพิเศษแห่งนี้ซึ่งเป็นพื้นที่เปิดกว้างให้กับคนทุกเพศทุกวัยได้เข้ามาเพื่อหาแรงบันดาลใจและผมจะดีใจมากหากท่านผู้เยี่ยมชมทุกท่านรู้สึกชื่นชอบและเพลิดเพลินไปกับเทคโนโลยีการขับเคลื่อนของโตโยต้าที่จะมาเพิ่มความหลากหลายในไลฟ์สไตล์ของทุกท่านและในขณะเดียวกันหากท่านใดที่เข้ามาเยี่ยมชมแล้วมีข้อเสนอแนะที่ต้องการให้โตโยต้านำไปปรับปรุงเพื่อพัฒนาทางเราก็ยินดีน้อมรับเสมอ”

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวว่า“โตโยต้าตั้งใจสร้างTOYOTA ALIVE SPACE บนชั้น 3 และ 4 ณ ICONSIAM ในพื้นที่กว่า 1,600 ตารางเมตร เพื่อถ่ายทอดแนวคิดและค่านิยมของโตโยต้าผ่านการออกแบบพร้อมส่งผ่านแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆโดยเราตั้งใจให้สถานที่แห่งนี้เป็นที่ส่งต่อเนวคิดในการออกแบบรถที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าที่มีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายพร้อมนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆ รวมไปถึงข้อมูลรถยนต์รุ่นต่างๆเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับลูกค้าที่สนใจให้ได้รับการติดต่อจากผู้แทนจำหน่ายที่สะดวกโดยเร็วที่สุดนอกจากนี้เรายังออกแบบให้พื้นที่แห่งนี้ให้สามารถเป็นCommunity ที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นด้านดนตรี กีฬา ท่องเที่ยวหรือเทคโนโลยี ที่สามารถแบ่งปันเรื่องราวดีๆ ผ่านกิจกรรมต่างๆอย่างต่อเนื่อง ”

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวเพิ่มเติมว่า“โตโยต้าให้คำนิยามกับสถานที่แห่งนี้ว่าTOYOTA ALIVE SPACE ที่ที่ทุกท่านจะได้เปิดประสบการณ์ FIND YOUR DRIVE, INSPIRE YOUR LIFE พบทุกแรงขับเคลื่อน – สร้างแรงบันดาลใจ – ออกไปใช้ชีวิตโดยมี Highlight ดังนี้

     • การเปิดตัว Kinetic Pin Car Sculpture ประติมากรรมยานยนต์รูปทรงอิสระที่แสดงถึงการผสมผสานอย่างลงตัวของศิลปะและศาสตร์แห่งวิศวกรรม
     • Lifestyle Experience LED Wall ที่โอบล้อมพื้นที่เกือบทั้งหมดทำให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้รับประสบการณ์เสมือนจริงของรูปแบบการใช้ชีวิตผ่านการเดินทางไปตามสถานที่ต่างๆ
     • สัมผัส 4 เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของโตโยต้าผ่านอุปกรณ์ Interactive อันล้ำสมัย เริ่มต้นด้วยSimulator Game 360 องศาที่นำมาใช้เป็นแห่งแรกในภูมิภาคSouth East Asia เพื่อให้ทุกท่านได้สนุกสนานไปกับเทคโนโลยีสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ของโตโยต้า(TNGA) และระบบไฮบริด (Hybrid System) พร้อมระบบ4D Virtual Realityที่จำลองสถานการณ์การขับขี่ในชีวิตประจำวันกับเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดผ่านระบบมาตรฐานความปลอดภัยใหม่ระดับโลกของรถโตโยต้า(Toyota Safety Sense) ที่จะช่วยให้ขับขี่ได้อย่างปลอดภัย และLaser Touch Screenที่ควบคุมหน้าจอ LED ขนาดใหญ่เพื่อช่วยอธิบายถึงความหลากหลายของระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว(T-Connect Telematics) ที่พร้อมจะช่วยเหลือคุณในทุกการเดินทาง

     • Brand Ambassador ที่จะให้ข้อมูลและประสานงานกับผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศด้วยระบบออนไลน์เพื่อให้ลูกค้าที่สนใจได้รับการติดต่ออย่างเร็วที่สุด

     • TOYOTA ALIVE CAFÉ’ ที่ร่วมมือกับ The Coffee Club ในพื้นที่ชั้น 4 เพื่อเป็นพื้นที่สำหรับพูดคุยและแลกเปลี่ยนประสบการณ์พร้อมทั้งร่วมกันสร้างสรรค์เมนูอาหารและเครื่องดื่มสูตรพิเศษสำหรับลูกค้าทุกท่านและพิเศษไปกว่านั้นเรายังมีสิทธิพิเศษมากมายที่จะมอบให้ลูกค้าผ่าน Toyota Privilege อีกด้วย

   สำหรับท่านที่ยังไม่ได้มาสัมผัส TOYOTA ALIVE SPACE ในอนาคตเราจะจัดทำVIRTUAL TOUR ผ่านทางเว็บไซต์ของโตโยต้าเพื่อให้ทุกท่านสามารถเข้าถึงประสบการณ์ใหม่ๆ ได้อย่างทั่วถึงพร้อมนำเสนอเทคโนโลยีใหม่ๆและผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และการใช้งานที่หลากหลายอีกมากมายเรายินดีต้อนรับทุกท่านให้มาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ได้ที่ TOYOTA ALIVE SPACE แห่งนี้”

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวปิดท้ายว่า“ก่อนที่เราจะเปิดตัว“TOYOTA ALIVE SPACE” แห่งนี้ เราได้แนะนำ ALIVE SPACE เมื่อช่วงเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา โดยได้ร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายทั้ง 8 แห่งทั่วกรุงเทพฯเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงมาตรฐานใหม่ของโชว์รูมโตโยต้าที่พร้อมนำเสนอรูปแบบการใช้ชีวิตที่ไม่หยุดนิ่งด้วยนวัตกรรมการขับเคลื่อนของโตโยต้าโดยถือเป็นเครือข่ายของ TOYOTA ALIVE SPACE ผมยินดีเป็นอย่างยิ่งหากทุกท่านจะหาโอกาสแวะไปเยี่ยมชมกัน

   และในโอกาสนี้ ผมขอให้ทุกท่านเปิดทุกประสาทสัมผัสให้พร้อมเพื่อดื่มด่ำกับสุดยอดประสบการณ์ที่จะได้รับจาก “TOYOTA ALIVE SPACE” ขอให้ทุกท่านลุกขึ้นมาตามหาแรงบันดาลใจของตนเองและเปิดโอกาสให้โตโยต้าได้นำพาท่านไปใช้ชีวิตอย่างเต็มที่นะครับ”

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้า คว้ายอดจองอันดับ 1 ในงาน มอเตอร์ เอ็กซ์โป 2018 - ยอดจอง รวม 6,842 คัน สะท้อนการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทย - ซีวิค ใหม่ เปิดตัวครั้งแรกในงาน มียอดจองเป็นอันดับ 1 ครองตำแหน่งซีดานขวัญใจมหาชน - ซีอาร์-วี ใหม่ รุ่น 5 ที่นั่ง

Wednesday, 12 December 2018 16:18

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด คว้ายอดจองอันดับ 1ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35หรือ The 35th Thailand International Motor Expo 2018 ด้วยยอดจองรวม 6,842คันโดยรถยนต์ฮอนด้าที่มียอดจองเป็นอันดับ 1 คือ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING) ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในงานนี้ ตามมาด้วยรถยนต์ฮอนด้ารุ่นยอดนิยมตลอดกาล ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ และฮอนด้า แจ๊ซ อีกทั้งรถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ที่สามารถตอบโจทย์การใช้งานและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้าได้อย่างลงตัวทั้ง 2 รุ่น ได้แก่ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่และฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ซึ่งมีการแนะนำรุ่น 5 ที่นั่งและเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆ นี้นั้น ก็ได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้า ทำให้มียอดจองในอันดับ 4 และ 5 ตามลำดับ

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “ทางฮอนด้าต้องขอขอบคุณลูกค้าที่ให้ความเชื่อมั่นผลิตภัณฑ์ของฮอนด้า และทำให้ฮอนด้าสามารถคว้าอันดับ 1 แบรนด์รถยนต์ที่มียอดจองสูงสุดภายในงาน และล่าสุดจากการประกาศผลรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมประจำปี 2561ฮอนด้าได้รับรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านภาพลักษณ์ดีเด่นประเภทธรรมาภิบาล (Good Governance)เป็นครั้งแรกในปีนี้ พร้อมด้วยรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านภาพลักษณ์ดีเด่นประเภทยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ (Trusted Brand) ติดต่อกันเป็นปีที่ 7นับเป็นบทพิสูจน์ที่สะท้อนให้เห็นถึงความไว้วางใจและความเชื่อมั่นของลูกค้าต่อคุณภาพผลิตภัณฑ์ และการบริการที่มุ่งสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า ซึ่งเป็นสิ่งที่ฮอนด้าให้ความสำคัญมาโดยตลอด”

   นอกจากนี้ รถยนต์ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ยังได้รับรางวัลด้านคุณภาพแรกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอเนกประสงค์ (SUV)อีกด้วย

   โดยฮอนด้าจะยังคงเดินหน้ามุ่งมั่นพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรม เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง   เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการใช้ชีวิตของผู้คน ทั้งในด้านของการเดินทางและการใช้ชีวิตในรูปแบบต่างๆให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การทำงานของฮอนด้าปี 2030 และเป็นองค์กรที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้า คว้า 3 รางวัล TAQA Award ในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35 ครองอันดับหนึ่ง แบรนด์รถยนต์ที่คนไทยเชื่อมั่นและไว้วางใจ 7 ปีซ้อน พร้อมรับรางวัลภาพลักษณ์ดีเด่นประเภทธรรมาภิบาลครั้งแรกในปีนี้

Monday, 10 December 2018 21:03

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดนำโดย นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ และนายณัฏฐ์ ปฏิภานธาดา ผู้จัดการทั่วไปส่วนการตลาดและการวางแผนกลยุทธ์ เข้ารับ 3 รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมประจำปี 2561(Thailand Automotive Quality Award: TAQA Award 2018)ในงานมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 35ได้แก่ รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านภาพลักษณ์ดีเด่นประเภทยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ (Trusted Brand) ซึ่งได้รับรางวัลติดต่อกันเป็นปีที่ 7นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2555 – 2561พร้อมด้วยรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านภาพลักษณ์ดีเด่นประเภทธรรมาภิบาล (Good Governance)ซึ่งได้รับเป็นครั้งแรกในปีนี้ และรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ได้รับรางวัลด้านคุณภาพแรกใช้ผลิตภัณฑ์ประเภทรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอเนกประสงค์ (SUV)

   โดยทั้ง 3 รางวัลที่ฮอนด้าได้รับนั้น คือ บทพิสูจน์ความเชื่อมั่นและความพึงพอใจจากลูกค้าผู้ใช้รถตัวจริง  ทั่วประเทศ ตอกย้ำความเป็นผู้นำของฮอนด้าในด้านภาพลักษณ์แบรนด์ คุณภาพผลิตภัณฑ์ อีกทั้งการให้ความสำคัญในการดูแลและการให้บริการแก่ลูกค้าเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดได้เป็นอย่างดี ซึ่งเป็นอีกหนึ่งพลังขับเคลื่อนให้ฮอนด้ามุ่งมั่นพัฒนาสร้างสรรค์นวัตกรรม เทคโนโลยี และผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อย่างไม่หยุดยั้ง   เพื่อเสริมสร้างศักยภาพการใช้ชีวิตของผู้คน ทั้งในด้านของการเดินทางและการใช้ชีวิตในรูปแบบต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์การทำงานของฮอนด้าปี 2030 และเป็นองค์กรที่สังคมต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป

 
 

AUTO NEWS : ทาทา มอเตอร์ส จัดแคมเปญส่งท้ายปี มอบข้อเสนอพิเศษสุด รถกระบะซีนอนตอนเดียวเริ่มต้นเพียง 3.99 แสนบาท

Sunday, 09 December 2018 18:40

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดจัดแคมเปญส่งท้ายปี ด้วยการมอบข้อเสนอพิเศษสุด สำหรับลูกค้ารถกระบะทาทาหลากหลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น กระบะขนาดเล็ก ทาทา ซูเปอร์เอซ มินท์ กระบะทาทา ซีนอน ทั้งแบบตอนเดียวและดับเบิลแค็บ รถบรรทุก 6 ล้อ ทาทา อัลทรา รุ่นฐานล้อยาวและฐานล้อสั้น ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2561

   เริ่มต้นด้วย รถกระบะทาทา ซีนอน ซีเอ็นจีพลัส (TATA Xenon CNG+ HD) แบบตอนเดียว เครื่องยนต์ซีเอ็นจีพลัส พร้อมเพลาบรรทุกแบบเฮฟวี่ดิวตี้ ราคาพิเศษสุดเพียง 399,000 บาท เท่านั้น พร้อมประกันภัยชั้น 1ฟรี 1ปี

   ในขณะที่ กระบะ ทาทา ซีนอน แบบตอนเดียว 150NX-PERT เครื่องยนต์ดีเซล 150 แรงม้า ทุกรุ่นรับข้อเสนอพิเศษ (ส่วนลด+ของสมนาคุณ) มูลค่าสูงสุด 40,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 โดยกระบะทาทา ซีนอน 150NX-PERTแบบตอนเดียวแบบกระบะพื้นเรียบราคา 429,000 บาท แบบกระบะพื้นเรียบพร้อมเพลาบรรทุกเฮฟวี่ดิวตี้ 439,000 บาท และ 150NX-PERT 4x4 กระบะตอนเดียวขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 499,000 บาท 

   ส่วนรถกระบะแบบดับเบิลแค็บ ทาทา ซีนอน 150NX-TREME 4x2 และ ทาทา ซีนอน 150NX-PLORE 4WD ได้รับข้อเสนอพิเศษ(ส่วนลด+ของสมนาคุณ) มูลค่าสูงสุด 40,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เช่นกัน โดยรุ่น 150NX-TREME ขับเคลื่อน 2 ล้อ มีราคาอยู่ที่ 589,000 บาท และรุ่น 150NX-PLORE 4WD ขับเคลื่อน 4 ล้อ ราคา 699,000 บาท

   ทางด้านรถกระบะขนาดเล็ก ทาทา ซูเปอร์เอซ มินท์ (TATA Super ACE Mint) เครื่องยนต์ดีเซล 1.4 ลิตร เทอร์โบ กำลังสูงสุด 70 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตร ราคา 365,000 บาท ได้รับข้อเสนอพิเศษ(ส่วนลด+ของสมนาคุณ) มูลค่าสูงสุด 30,000 บาท พร้อมรับฟรีประกันภัยชั้น 1

   ในส่วนของรถบรรทุก 6 ล้อ ทาทา อัลทรา (TATA Ultra) เครื่องยนต์ 3.0 ลิตร 140 แรงม้า ได้รับข้อเสนอพิเศษส่วนลด (ส่วนลด+ของสมนาคุณ) มูลค่าสูงสุด 40,000 บาท โดยรุ่นฐานล้อสั้น 3.92 เมตร มีราคาอยู่ที่ 894,000 บาท และรุ่นฐานล้อยาว 4.53 เมตร ราคา 899,000 บาท

   ลูกค้ารถกระบะและรถบรรทุก ทาทา มอเตอร์ส สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จาก ผู้จำหน่ายทาทา มอเตอร์ส ทั่วประเทศ 

 
 

AUTO NEWS : อีซูซุชวนคนไทยเชียร์ “สะท้านฟ้า ศิษย์นายกชายสงขลา” ใน THAI FIGHT 2018 รอบชิงชนะเลิศ 22 ธันวาคม ศกนี้

Saturday, 08 December 2018 16:02

 

 

 

 

 

 

 

 

   อีซูซุปลื้ม “สะท้านฟ้า ศิษย์นายกชายสงขลา” นักชกตัวแทนประเทศไทย ดีกรีแชมป์อีซูซุคัพคนล่าสุดและแชมป์อีซูซุคัพซูเปอร์ไฟต์ 2018 คว้าชัยศึก THAI FIGHT 2018รอบรองชนะเลิศเป็นผลสำเร็จ ชวนคนไทยส่งกำลังใจเชียร์สะท้านฟ้าและทีมนักชกไทยใน THAI FIGHT 2018 รอบชิงชนะเลิศ วันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม ศกนี้ ซึ่งแชมป์ “THAI FIGHT 2018”จะได้ครองถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร พร้อมรางวัลรถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์”และรางวัลเงินสดรวม 3ล้านบาท  

   บรรยากาศการแข่งขัน “THAI FIGHT 2018” รอบรองชนะเลิศ บริเวณถนนหน้ามณฑปวัดพระพุทธบาท จังหวัดสระบุรี เนืองแน่นไปด้วยแฟนมวยชาวสระบุรีและจังหวัดใกล้เคียงที่พร้อมใจเดินเท้าเข้าร่วมงาน โดยมี คุณสุวัจน์ ลิปตพัลลภ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการจัดการแข่งขัน THAI FIGHTกล่าวเปิดงาน และ มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด ผู้ร่วมสนับสนุนหลักการแข่งขันฯ นำ “สะท้านฟ้า ศิษย์นายกชายสงขลา” พร้อมด้วยขุนพลทีมนักชกไทยก้าวสู่สังเวียนเกียรติยศ ร่วมปะทะลีลาแม่ไม้มวยไทยกับนักชกจากนานาประเทศ ทั้งในแบบสวมนวมและแบบคาดเชือกรวม 9 คู่ ท่ามกลางแสงเสียงสุดอลังการตามแบบฉบับไทยไฟท์

   ทันทีที่เปิดการแข่งขันฯ ตั้งแต่คู่แรก ซึ่งแต่ละคู่ต่างมีลีลาการออกอาวุธตามคัมภีร์มวยไทย  เรียกเสียงเชียร์จากแฟนมวยโดยรอบสังเวียนดังกระหึ่มตลอดการแข่งขัน โดยเฉพาะคู่เอกที่ทุกคนรอคอยเป็นการพบกันระหว่าง “สะท้านฟ้า ศิษย์นายกชายสงขลา” ฉายาจอมเตะสะท้านฟ้า ซึ่งทำผลงานชนะน็อกนักชกจากประเทศโมร็อกโกในรอบแรก ลงนวมพบกับ “หวัง ถังเย่” (Wang Tengyue) นักชกหน่วยก้านดีจากประเทศจีนฉายามังกรร้ายจากหวงโห ทั้งสองฝ่ายแลกอาวุธกันอย่างดุเดือด ชกสนุกด้วยลีลาที่สูสี สะท้านฟ้าลุยทำแต้มตลอด 3 ยกได้เหนือกว่า ชนะคะแนนไปอย่างสมศักดิ์ศรี ก้าวสู่ THAI FIGHT 2018 รอบชิงชนะเลิศตามคาด

   มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กล่าวว่า “อีซูซุภูมิใจกับผลงานการชกของสะท้านฟ้าในรอบรองชนะเลิศในวันนี้ ซึ่งทำผลงานได้ยอดเยี่ยมมากๆ สะท้านฟ้ามีลีลามวยไทยที่แข็งแกร่ง ชกสนุกตลอดทั้ง 3 ยก ขอให้สะท้านฟ้าฝึกซ้อมให้ดีเพื่อชัยชนะในรอบชิงชนะเลิศที่กำลังจะมาถึง และอีซูซุขอเชิญชวนคนไทยร่วมส่งกำลังใจเชียร์สะท้านฟ้าและทีมนักชกไทย ที่จะขึ้นป้องกันแชมป์ THAI FIGHT 2018 เพื่อครองถ้วยพระราชทานของสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพย-วรางกูร เพื่อคนไทยทั้งประเทศ ในวันเสาร์ที่ 22 ธันวาคม ศกนี้ ณ ศาลากลางจังหวัดนครราชสีมาตั้งแต่เวลา 18.20 น. เป็นต้นไป”

   ผลการแข่งขัน THAI FIGHT 2018 รอบรองชนะเลิศ มีดังนี้

คู่ที่ 1 ราชสิงห์ โรงเรียนกีฬาโคราช (ไทย) ชนะน็อก ซอ ทู ซอ (เมียนมา)

คู่ที่ 2 สะท้านฟ้า ศิษย์นายกชายสงขลา (ไทย) ชนะคะแนน หวัง ถังเย่ (จีน)

คู่ที่ 3 แก้ว รุมจอง (กัมพูชา) แพ้น็อก โอเล็คซานเดอร์ มอยซ่า (ยูเครน)

คู่ที่ 4 ชนะจน พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ชนะน็อก เรซ่า อาหมัดเนซ๊าด (อิหร่าน)

คู่ที่ 5 กิตติ ส.จ.แดนระยอง (ไทย) ชนะน็อก อันทอน ทอล์มิต (รัสเซีย)

คู่ที่ 6 พยัคฆ์สมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม (ไทย) ชนะน็อก มูฮัมหมัด คาลิล (นอร์เวย์)

คู่ที่ 7 เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม (ไทย) ชนะคะแนน มาเทียส ยอนส์สัน (สวีเดน)

คู่ที่ 8 แสนสะท้าน คลองสวนพลูรีสอร์ท (ไทย) ชนะน็อก รุสลาน อตาเยฟ (รัสเซีย)

คู่ที่ 9 แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ชนะน็อก ซิฟ เอล อิซลาม ดีเจไบลี่ (แอลจีเรีย)

 
 

AUTO NEWS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ปรับภาพลักษณ์โชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศ

Saturday, 08 December 2018 16:56

 

 

 

 

 

 

   บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดประสบความสำเร็จในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่นในปี2561 ทั้ง มิตซูบิชิ แอททราจ มิตซูบิชิ มิราจ  มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต รุ่นปรับโฉมใหม่และรุ่นพิเศษ รวมถึงรถครอสโอเวอร์ขวัญใจมหาชนอย่าง  มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ และกระบะพันธุ์แกร่งอย่าง มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่ ที่พึ่งเปิดตัวไปเมื่อเร็วๆนี้ แต่ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาความสำเร็จในด้านอื่นๆ อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านผลิตภัณฑ์ ด้านงานขาย ด้านการให้บริการ ตลอดจนภาพลักษณ์ของโชว์รูมและศูนย์บริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจและส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้า

   ปัจจุบัน มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ดำเนินการปรับภาพลักษณ์ใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการ เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์แบรนด์ระดับโลก Drive your Ambition” เพื่อการยกระดับและสร้างประสบการณ์แก่ลูกค้าผ่านบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมภายในโชว์รูมและศูนย์บริการอีกทั้งยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งของแบรนด์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส

   มร. โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “โดยภาพรวมของการดำเนินการในปีนี้อยู่ในเกณฑ์ที่น่าพอใจ และเรามั่นใจว่าจะสามารถบรรลุเป้าหมายตามที่ได้กำหนดไว้ในปี 2561นี้อย่างแน่นอน แต่อย่างไรก็ตามเรายังคงมุ่งมั่นพัฒนาคุณภาพทั้งด้านผลิตภัณฑ์และการให้บริการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งการสร้างภาพลักษณ์ใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการทั้งภายนอกและภายใน เพื่อเน้นย้ำถึงความเป็น มิตซูบิชิ ทั้งด้านภาพลักษณ์และสัมผัส พร้อมยกระดับคุณภาพด้านบริการของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ”

   สำหรับแผนงานการปรับภาพลักษณ์ใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ในปีงบประมาณ 2561 นี้จะอยู่ที่ 40 แห่งทั่วประเทศ และมีแผนที่จะปรับภาพลักษณ์ใหม่ดังกล่าวให้ครบ 220 แห่งทั่วประเทศภายในระยะเวลา 3 ปี โดยปัจจุบันได้ดำเนินการปรับภาพลักษณ์ใหม่แล้วเสร็จจำนวน 9 แห่ง ได้แก่

1)  บริษัท มิตซู บีเอ็นที จำกัด            (สำนักงานใหญ่ ฉะเชิงเทรา(

2)  บริษัท เอ็น เค ซี มอเตอร์ จำกัด     (สำนักงานใหญ่ ตากสิน)

3)  บริษัท กวงไถ่มอเตอร์เซลส์ จำกัด (สำนักงานใหญ่ บางนา กม13)

4)  บริษัท มิตซูรุ่งเจริญ จำกัด            (สำนักงานใหญ่ เทพารักษ์)

5)  บริษัท มิตซู ออโต้เฮ้าส์ จำกัด     (สำนักงานใหญ่ สมุทรปราการ)

6)  บริษัท มิตซู วิภาวดี จำกัด            (สำนักงานใหญ่ จตุจักร)     

7)  บริษัท มิตซู ออโต้ หาดใหญ่ จำกัด        (สำนักงานใหญ่ หาดใหญ่)

8)  บริษัท มิตซูไทยยนต์กลการ จำกัด         (สำนักงานใหญ่ พัทลุง)

9)  บริษัท มิตซู เอส.พี.กรุ๊ป จำกัด               (1S ซีคอนบางแค)

 
 

AUTO NEWS : มาสด้ายิ้มร่ารับตลาดรถยนต์ไทยโตต่อเนื่อง ส่งท้ายงานมหกรรมยานยนต์ยอดจองพุ่ง 6,500 คัน

Tuesday, 11 December 2018 17:36

 

 

 

 

 

 

 

    งานมหกรรมยานยนต์ส่งท้ายปีคึกคักเป็นพิเศษ บรรดาผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ต่างหลั่งไหลกันเข้าชมงานและเลือกซื้อรถยนต์รุ่นใหม่กันอย่างเนืองแน่น โดยเฉพาะบูธมาสด้าที่นำเอารถต้นแบบ “มาสด้า วิชั่น คูเป้” (MAZDA VISION COUPE) ซึ่งถือเป็นการเริมสื่อสารรถยนต์เจนเนอเรชั่นที่ 7 ที่กำลังจะนำเข้าสู่ตลาดประเทศไทยเร็วๆ นี้ ทำให้ลูกค้าต่างเข้ามาชมและสอบถามเป็นจำนวนมากถึงการมาของเจนเนอเรชั่นใหม่ รวมทั้งตั้งตารอคอยรถยนต์โฉมใหม่ในอนาคตอันใกล้ นอกจากนี้ภายในงานยังได้นำรถยนต์มาสด้ารุ่นล่าสุดมาจัดแสดงเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะน้องเล็กอย่างมาสด้า2 ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดเช่นเดิม ส่งผลให้ยอดจองรถยนต์มาสด้าพุ่งทะลุ 6,500 คัน

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า ผมขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับครอบครัวมาสด้า เราทุกคนต่างภูมิใจที่รถยนต์ของเราได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและแพร่หลายมากขึ้น งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ในครั้งนี้ผมหวังว่าทุกท่านคงได้เพลิดเพลินกับรถยนต์ต้นแบบใหม่ล่าสุดจากมาสด้า หรือ MAZDA VISION COUPE ซึ่งเป็นคันเดียวในโลกที่ส่งตรงจากประเทศญี่ปุ่น ปัจจัยหลักสำคัญที่ส่งผลให้มาสด้าประสบความสำเร็จทั้งยอดขายและยอดจองในครั้งนี้ เนื่องจากมาตรการของภาครัฐที่สนับสนุนด้านการลงทุนและสาธารณูปโภคต่างๆ การพัฒนาทักษะและแรงงานของประชากร การนำเอาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ในงานด้านการผลิตมากขึ้น รวมถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อแบรนด์ ที่สำคัญคือคุณภาพของรถยนต์มาสด้าภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟได้รับการยืนยันจากลูกค้าในประเทศไทยมาแล้วกว่า 200,000 คัน

   นอกจากจะประสบความสำเร็จด้านยอดจองในงานแล้ว ยอดขายรถยนต์มาสด้าประจำเดือนพฤศจิกายน 2561 ยังพุ่งสูงถึง 5,954 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 19% โดยเฉพาะรถเก๋งเล็กอย่างมาสด้า2   กลายเป็นรถเล็กที่ได้รับความนิยมสูงสุดตลอดกาล และเดือนพฤศจิกายนยังคงรั้งเบอร์หนึ่งเก็บยอดขายสูงถึง 4,116 คัน เติบโต 27% ตามมาด้วยรถอเนกประสงค์ ซีเอ็กซ์-5 ยังคงกระแสตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้บริโภค จำนวน 452 คัน ลดลง 22% ตามติดด้วยมาสด้า3 จำนวน 373 คัน เพิ่มขึ้น 5% มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 จำนวน 331 คัน เพิ่มขึ้น 25% ส่วนรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ หลังจากมาสด้าเริ่มหวนกลับมาบูมในตลาดนี้ ก็มาแรงเช่นเดียวกันมียอดขาย 682 คัน เพิ่มขึ้นถึง 18% ส่งผลให้ยอดขายสะสม 11 เดือนของปีนี้พุ่งสูงถึง 63,356 คัน เติบโตเพิ่มขึ้นถึง 40%

   ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป ครั้งนี้ มาสด้าได้นำรถยนต์มาจัดแสดงรถหลากหลายรุ่น หลากหลายสีเพื่อให้ลูกค้าได้สัมผัสด้วยตนเอง โดยเฉพาะรถยนต์นั่งขนาดเล็กนั้นยังคงได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างดี เนื่องจากขนาดกะทัดรัด ราคาเหมาะสม ขับขี่สนุกไม่แพ้รถยนต์ขนาดอื่นและด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยมากขึ้นทำให้รถยนต์ขนาดเล็กสามารถขับขี่ทางไกลได้ดีขึ้นกว่าเดิม และนี่คือเหตุผลที่ทำให้มาสด้า2 นั้นยังคงครองใจผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง

   สรุปยอดจองรถมาสด้าในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป รวมทั้งสิ้น 6,509 คัน แบ่งออกเป็นมาสด้า2 ยอดจองสูงถึง 4,370 คัน ตามมาด้วยมาสด้า CX-5 จำนวน 985 คัน มาสด้า3 จำนวน 568 คัน มาสด้า CX-3 จำนวน 367 คัน และรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร ธันเดอร์ใหม่ จำนวน 213 คัน  และรถสปอร์ตโรดสเตอร์มาสด้า MX-5 จำนวน 6 คัน ที่สำคัญลูกค้าที่จองในงานยังได้รับประกันชั้น 1 ฟรี (Mazda Premium Insurance) พร้อมลำโพงจาก BOSE 

 
 

More Articles...

Page 1 of 47

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )