Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : จีเอ็ม เปิดตัวแพลทฟอร์มรถยนต์ดิจิทัล รองรับการใช้งานเทคโนโลยีแห่งอนาคต เริ่มใช้ในรถคาดิลแลค ซีที5 ที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ และทยอยใช้งานในรถยนต์ส่วนใหญ่ของจีเอ็มทั่วโลกภายในปี 2566

Tuesday, 28 May 2019 18:16

 

 

 

 

 

   มาร์ก รอยส์ ประธานกรรมการ เจนเนอรัล มอเตอร์สประกาศเปิดตัวแพลทฟอร์มอิเลคโทรนิครุ่นใหม่ล่าสุด ซึ่งมีความจำเป็นสำหรับรถยนต์เจนเนอเรชั่นต่อไป รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุระบบอินโฟเทนเมนท์ และการเชื่อมต่อ รวมถึงพัฒนาการของระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ซูเปอร์ ครูส* (Super Cruise) เทคโนโลยีนี้และความก้าวล้ำอื่นๆ คือหัวใจสำคัญ                ในวิสัยทัศน์ของจีเอ็ม ที่มุ่งสู่โลกที่ปราศจากอุบัติเหตุ มลพิษ และความแออัด

   ในขณะที่อุตสาหกรรมยานยนต์และรถยนต์จะมีพัฒนาการอย่างก้าวกระโดด ในอีก 5 – 10 ปีข้างหน้า ความสามารถในการรับ-ส่งข้อมูลทางไฟฟ้า (bandwidth) และการเชื่อมต่อจะมีความจำเป็นมากขึ้นเพื่อสร้างความมั่นใจว่าฟีเจอร์สำคัญอย่างระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ซูเปอร์ ครูส(Super Cruise)และระบบความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุที่ล้ำสมัยจะสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างราบรื่น

   เปิดตัวโดยการใช้งานครั้งแรกในรถซีดาน คาลิคแลค ซีที5 ปี 2020 ที่เพิ่งเผยโฉมล่าสุด          แพลทฟอร์มอิเลคโทรนิครุ่นใหม่จะขึ้นสายการผลิตภายในปีนี้ และจะใช้งานกับรถยนต์ส่วนใหญ่ของจีเอ็ม   ที่จะออกวางจำหน่ายทั่วโลกภายในปี 2566

   เทคโนโลยีนี้ช่วยให้พลังงานระบบอิเลคโทรนิครุ่นใหม่สามารถจัดการประมวลผลข้อมูลได้สูงสุด   4.5 เทราไบต์ต่อชั่วโมง หรือเพิ่มขึ้น 5 เท่าเมื่อเทียบกับโครงสร้างทางไฟฟ้าของจีเอ็มที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน

   ด้วยการขยายศักยภาพการอัพเดทซอฟต์แวร์แบบไร้สาย (OTA)ซึ่งเหมือนกับการอัพเดทซอฟท์แวร์สำหรับสมาร์ทโฟน ระบบนี้จึงรองรับการอัพเกรดการใช้งานได้ตลอดอายุใช้งานของรถยนต์

   โครงสร้างใหม่ยังมอบการสื่อสารที่รวดเร็วฉับไวยิ่งขึ้นทั้งภายในตัวรถยนต์และกับแหล่งรับส่งสัญญาณภายนอก เนื่องจากการเชื่อมต่ออีเธอร์เน็ตที่มีความเร็ว 100 เมกะบิตต่อวินาที 1 กิกะบิตต่อวินาที และ 10 กิกะบิตต่อวินาที

   “การทำงานของซอฟต์แวร์มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อรถยนต์ของเราทั้งในปัจจุบันและในอีกหลายปีข้างหน้า” มาร์ก รอยส์ ประธานกรรมการ จีเอ็ม กล่าว “แพลทฟอร์มรถยนต์ดิจิทัลรุ่นใหม่ของเรา และรุ่นต่อๆ ไปจะเสริมสร้างรากฐานอันแข็งแกร่งให้แก่นวัตกรรมทั้งหมดของเราในอนาคตในทุกความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี ทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติที่มีการขยายตัว”

   การรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์คืออีกหนึ่งเสาหลักสำคัญของโครงสร้างใหม่ ดีเอ็นเอภายในระบบนี้มาพร้อมฟีเจอร์เพื่อการป้องกันเพิ่มเติมในระดับฮาร์ดแวร์และซอฟต์แวร์ที่สะท้อนถึงการคาดการณ์ความปลอดภัยในอนาคตของบริษัท

   จีเอ็ม เป็นหนึ่งในบริษัทรถยนต์รายแรกๆ ที่สร้างหน่วยงานการรักษาความปลอดภัยทางไซเบอร์สำหรับผลิตภัณฑ์ระดับโลกขึ้นโดยเฉพาะ ประกอบด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญภายในบริษัทที่ให้ความสำคัญกับการป้องกันความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นจากการถูกเจาะเข้าสู่ระบบรถยนต์และข้อมูลของลูกค้า

   เมื่อหลายปีที่แล้ว จีเอ็ม ดำเนินโครงการเปิดเผยช่องโหว่ด้านความปลอดภัยเพื่อให้สามารถทำงานกับกลุ่มการวิจัยได้อย่างใกล้ชิดมากขึ้น โครงการนี้เติบโตจนกลายเป็นโครงการค้นหาช่องโหว่               (bug bounty)ที่ทำให้การดำเนินการเพื่อความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ของจีเอ็ม มีความแข็งแกร่งมากขึ้น

   จีเอ็ม ยังเป็นประธานกลุ่มออโต้-ไอเอสเอซี (Automotive Information Sharing & Analysis Center) กลุ่มหุ้นส่วนภาครัฐและเอกชนที่แบ่งปันและวิเคราะห์ข่าวกรองเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ที่กำลังเกิดขึ้นในอุตสาหกรรมยานยนต์

   แพลทฟอร์มอิเลคโทรนิคได้รับการพัฒนาขึ้นที่ศูนย์การดำเนินงานของจีเอ็ม ทั่วโลก โดยทีมวิศวกรทางไฟฟ้า ฮาร์ดแวร์ และซอฟต์แวร์      

   *ขณะใช้งานระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ ซูเปอร์ ครูส ผู้ขับขี่ควรมีสมาธิในการขับขี่รถตลอดเวลาและไม่ใช้โทรศัพท์มือถือ ท่านสามารถเข้าไปศึกษาดูข้อมูลเพิ่มเติมและถนนไฮเวย์ที่รองรับใช้งานได้ที่ Cadillacsupercruise.comต้องมีการเปิดใช้ออนสตาร์ ไวไฟฮ็อตสปอต ระบบไฟฟ้าที่ใช้งานได้ สัญญาณโทรศัพท์ และสัญญาณจีพีเอส

 
 

AUTO NEWS : ปอร์เช่ ประเทศไทย จับมือ ไลก้า จัดกิจกรรม Kick-off แคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations พร้อมดึงตัวช่างภาพระดับโลกร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ถ่ายภาพรถยนต์ปอร์เช่แบบมืออาชีพ

Monday, 27 May 2019 16:10

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัดผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จับมือ ไลก้า (Leica) ตำนานแบรนด์กล้องถ่ายภาพระดับโลกสัญชาติเยอรมัน ชวนเหล่าแฟนพันธุ์แท้ร่วมกิจกรรมเปิดตัวแคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations ภายใต้แนวคิด “Soulful Driving” พร้อมดึงตัวช่างภาพระดับโลก สเตฟาน บ็อกเนอร์ (Stefan Bogner) ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การถ่าย ภาพรถยนต์ปอร์เช่แบบมืออาชีพ

   กิจกรรม Kick-off แคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations เริ่มต้นในช่วงค่ำของวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2562ณ Porsche Studio Bangkok ICONSAIM ที่ถูกเนรมิตขึ้นใหม่ให้เป็นแกลอรี่จัดแสดงภาพถ่ายรถยนต์ปอร์เช่ เพื่อกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ โดย มร. ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทยขึ้นกล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงาน อย่างเป็นทางการก่อนส่งไม้ต่อให้กับ มาร์เซล เมย์ ผู้จัดการฝ่ายขาย ประจำภูมิภาค ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิค ผู้รับผิดชอบแคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations ขึ้นมาแนะนำ ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) รถสปอร์ตเรือธงใน ตำนานที่ได้ถือกำเนิดมาถึงเจเนอเรชันที่ 8 ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมเผยถึงเส้นทาง Road trip ของการถ่ายทำในแคมเปญนี้ ด้วยความร่วมมือกับ Leica

   ไฮไลท์ของงานคือการปรากฎตัวของ สเตฟาน บ็อกเนอร์ ผู้ก่อตั้ง Curves Magazin และช่างภาพอันดับต้นๆ ของโลก ที่มีผลงานถ่ายภาพร่วมกับปอร์เช่มาอย่างยาวนานและยังเป็นเจ้าของผลงานรูปถ่ายที่จัดแสดงใน Porsche Studio พร้อมด้วย คุณสีหบุตร ชุมสาย ณ อยุธยา บรรณาธิการนิตยสาร GTPORSCHE Thailand ผู้กำกับภาพยนตร์ (Film Director) และยังเป็น Leica User ขึ้นมาร่วมพูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์ Soulful Driving ที่มีร่วมกันกับปอร์เช่ผ่าน ทริปถ่ายรูปต่างๆ ที่ผ่านมา ก่อนปิดท้ายกิจกรรมด้วยการแนะนำกล้อง Leica รุ่นเด่นที่ สเตฟาน บ็อกเนอร์ ใช้งานมาให้ ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์กล้องที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบช่างภาพมืออาชีพ อาทิ Leica SL กล้อง Mirrorless Full Frame มาพร้อมกับเลนส์ Leica Vario-Elmarit-SL 24-90mm F2.8-4 ASPH รวมไปถึงกล้อง Full Frame ขนาดกะทัดรัดรุ่นล่าสุดอย่าง Leica Q2 พร้อมการแนะนำเทคนิคดีๆ สำหรับการถ่ายรูป โดย คริสเตียน โดว์ลิง (Kristian Dowling) ช่างภาพชื่อดังชาวออสเตรเลีย และ Instructor จาก Leica Akademie นอกจากนี้ผู้ร่วมงานต่างได้ ถ่ายรูปคู่กับรถยนต์ปอร์เช่ 911 รุ่นใหม่ (The new Porsche 911) รหัสตัวถัง 992 ซึ่งเป็น เจเนอเรชั่นล่าสุดโดยช่าง ภาพจาก Leica กลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

   ปอร์เช่ 911 – 8 Generations ที่ออกเดินทางเพื่อบันทึกภาพด้วยกล้อง Leica คือเรื่องราวอันเชื่อมโยงกันของ 2 ไอคอน ระดับตำนานที่ต่างเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะที่อยู่เหนือกาลเวลา โดดเด่นด้วยความมีเอกลักษณ์ ตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรกจนถึงเจเนอเรชั่นล่าสุด เช่นเดียวกับรถยนต์ปอร์เช่ 911 นับตั้งแต่ รุ่นแรกที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี และยังคงสามารถโลดแล่นอยู่บนท้องถนน กล้อง Leica ก็เป็นไอเทมที่เหล่าแฟนพันธุ์แท้ต่างเก็บรักษาไว้เป็นเป็นเครื่อง บันทึกความทรงจำที่พร้อมส่งทอดเป็นมรดกให้แก่ลูกหลานเจเนอเรชั่นถัดไปเช่นเดียวกัน

 
 

AUTO NEWS : มินิ ประเทศไทย ร่วมกับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย จัดทริปสุดพิเศษ “MINI Wanderluster” ชวนเที่ยวเมืองรองทั่วไทย ฉลองครบรอบ 60 ปีมินิ

Thursday, 23 May 2019 17:59

 

 

 

 

 

 

 

   มินิ ประเทศไทยร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย เตรียมจัดทริปสุดพิเศษ “MINI Wanderluster” ที่รังสรรค์มาสำหรับลูกค้ามินิโดยเฉพาะ ฉลองหกทศวรรษที่มินิได้สะกดสายตาคนทั่วโลก กับการรวมตัวกันของเหล่า MINIsters ลูกค้าแฟนพันธุ์แท้ของมินิ ที่จะตระเวนไปเยี่ยมชมและทำกิจกรรมเพื่อสังคมใน 60 สถานที่ที่น่าสนใจทั่วไทย กับยานยนต์สไตล์บริทิชสุดคลาสสิกที่จะร่วมขับเคลื่อนหัวใจ นักเดินทางตลอดทริป กิจกรรมMINI Wanderluster จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 27 พฤษภาคมจนถึง 9 มิถุนายน พ.ศ. 2562 ครอบคลุม 20 จังหวัดทั้งเมืองหลักและเมืองรอง ครบทุกภาคทั่วไทย รวมระยะทาง 3,160 กิโลเมตร ด้วยแรงสนับสนุนจากพันธมิตรทั้ง เอสโซ่ ประเทศไทย เซ็นทรัลพัฒนาและ SuperDry ผู้จัดหาหนังสือ เสื้อผ้าและรองเท้าเพื่อมอบให้กับเด็กๆ ในชุมชนต่างๆ

ตะลุยเมืองรอง ออนทัวร์บนเส้นทางที่เปี่ยมด้วยแรงบันดาลใจ

   ทริป MINI Wanderluster เป็นกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟสำหรับลูกค้ามินิที่สะท้อนถึงตัวตนและปลุกจิตวิญญาณความเป็นนักเดินทางในแบบฉบับมินิ เพื่อฉลองหกทศวรรษแห่งตำนานยนตรกรรมสุดคลาสสิก การเดินทางครั้งนี้จึงมุ่งท่องไปยัง 60 จุดหมายทั่วไทย เน้นส่งเสริมฃการท่องเที่ยวเมืองรองบนเส้นทางที่ตามรอยประวัติศาสตร์และเยือนแลนด์มาร์คสำคัญ ครอบคลุม 20 จังหวัด ได้แก่ พิษณุโลก* ลำปาง* เชียงใหม่ อุตรดิตถ์* เพชรบุรี ขอนแก่น ร้อยเอ็ด* อุบลราชธานี* สุรินทร์* นครราชสีมา ปราจีนบุรี* ชลบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร* สุราษฏร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ตรัง พังงา และปิดท้ายที่ภูเก็ต รวมระยะทางทั้งหมด 3,160 กิโลเมตรโดยระหว่างทาง ผู้ร่วมทริปจะแชร์ภาพเรื่องราว แรงบันดาลใจ และมิตรภาพใหม่ๆ ผ่านแฮชแท็ก #MINIWANDERLUSTERบนโซเชียลมีเดียทั้งทาง Facebook, Instagramและ Twitter

   คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทยกล่าวว่า“โรดทริปครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อเฉลิมฉลอง 60 ปีของมินิ ภายใต้คอนเซ็ปท์ Wanderluster ซึ่ง wander คือการไปท่องเที่ยว เดินทางไปยังที่ต่างๆ ส่วน luster คือตามใจปรารถนา เลยเกิดเป็นแนวคิดของทริปนี้ที่พาคนรักมินิจากทั่วประเทศมารวมตัวกัน ทั้งกลุ่มมินิคลาสสิก และนิวมินิ เพื่อท่องเที่ยว บุกเบิกสถานที่ เส้นทางใหม่ๆ ร่วมพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนที่หลงใหลในมินิเหมือนกัน เชื่อว่าระหว่างทางในทุกภาคที่เราไป จะพบกับแฟนๆ มินิที่ออกมาทักทายและร่วมขบวน รวมถึงช่วยกันสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับสังคมไปด้วยกัน”

ท่องไปตามใจปรารถนา พร้อมร่วมพัฒนาและส่งต่อสิ่งดี ๆ สู่สังคม

   อีกไฮไลต์หนึ่งของทริป MINI Wanderlusterคือกิจกรรมเพื่อสังคมของเหล่า MINIsters พร้อมด้วย ผู้จำหน่ายมินิอย่างเป็นทางการ ตามสถานที่ต่างๆ ด้วยการร่วมกันมอบเสื้อผ้าและรองเท้าให้กับน้องๆ ที่ศูนย์การศึกษาพิเศษ จังหวัดสุโขทัย ห้องสมุดเด็ก สวนดอกคูณ จังหวัดขอนแก่น และโรงเรียนพิชัยศึกษา จังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งทั้งหมดนี้สนับสนุนโดยพันธมิตรทั้งเซ็นทรัลพัฒนา และSuperDryแบรนด์เสื้อผ้า สัญชาติอังกฤษ และผู้ร่วมทริปยังได้ร่วมเป็นอาสาสมัครช่วยกันเก็บขยะริมชายหาดบางเสร่ จ.ชลบุรี

   เหล่าวันเดอร์ลัสต์ยังได้ส่งต่อความห่วงใยให้แก่ชุมชนในจังหวัดอุบลราชธานี ภายใต้โครงการแคร์ ฟอร์วอเตอร์ (Care4Water) ที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ดำเนินมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558 ด้วยการมอบเครื่องกรองน้ำจำนวน 60 ชุด เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตให้คนในชุมชนมีน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคบริโภค รวมถึงถ่ายทอดความรู้เกี่ยวกับการบริโภคน้ำสะอาดและการบำรุงรักษาระบบกรองน้ำให้แก่ชุมชนในระยะยาว และส่งต่อองค์ความรู้ให้กับคนอื่นๆ ในชุมชนได้อีกด้วย

   “แม้ว่าบนโลกนี้จะมีคนมากมายที่รักการเดินทาง แต่ผมเชื่อว่าการได้สำรวจสถานที่ท่องเที่ยวแปลกใหม่ กับเพื่อนๆ ที่มีความรักและหลงใหลเดียวกันนั้นเป็นโอกาสที่พิเศษ และผมรักการท่องเที่ยวในเมืองไทยอยู่แล้ว จึงตกลงเข้าร่วมทีมกับมินิ ประเทศไทยทันที นอกจากเราจะได้เปิดโลกกว้าง เดินทางไปพบเจอในสิ่งที่เราไม่คุ้นเคย ได้รับความสนุกสนานในการเดินทาง ยังได้ร่วมทำบุญและทำกิจกรรมซีเอสอาร์และพบปะกับพี่น้องมินิในภูมิภาคต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ยาก ถือเป็นครั้งหนึ่งในชีวิตที่ได้เดินทางทั่วประเทศไทย ขับเคลื่อนไปด้วยความรักและหลงใหลอย่างเต็มเปี่ยม นับเป็นการเติมเต็มประสบการณ์ชีวิตให้มีเรื่องราวและสีสันมากขึ้น” คุณปณิธาน กัจฉปานันท์ หนึ่งในผู้ร่วมทริปMINI Wanderlusterกล่าว

   สำหรับรายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติม สามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจมินิ ประเทศไทยที่ https://www.facebook.com/MINI.Thailand/

 
 

AUTO NEWS : นิสสันจับมือเดลต้าแนะนำมาตรฐานเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับที่อยู่อาศัยครั้งแรกในไทย

Wednesday, 22 May 2019 18:11

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสัน ประเทศไทยประกาศแต่งตั้งบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการหลักเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ

   ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยที่ต้องการให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 1.2ล้านคันบนท้องถนนภายในปีพ.ศ. 2579และเพื่อส่งมอบเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับมาตรฐานสากลพร้อมการบริการที่ได้มาตรฐานจากเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ และได้รับการรับรองโดยนิสสันให้แก่เจ้าของรถยนต์นิสสัน ลีฟ (Nissan LEAF) ในประเทศไทย

   “นิสสัน ประเทศไทย ขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มส์ของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและคนไทยทุกคน โดยการร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านยานยนต์ไฟฟ้า และเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจนี้ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้ผลิตโซลูชั่นการจัดการพลังงานสะอาดและระบบจัดการความร้อนชั้นนำของโลก เพื่อร่วมกับนิสสันขับเคลื่อนประเทศไทยให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต” นายราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน ประเทศไทยกล่าว

   “เราเชื่อมั่นว่าอนาคตที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่านี้กำลังรออยู่ข้างหน้า เนื่องด้วยนโยบายการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเช่นเดียวกับความร่วมมือกับเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ที่เกิดขึ้นในวันนี้ รวมถึงความร่วมมือของนิสสันกับการไฟฟ้านครหลวงเมื่อไม่นานมานี้ ที่นำเสนอทางเลือกการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัยเพื่อให้มั่นใจว่าเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมสำหรับลูกค้านิสสัน ลีฟ” นายนาราสิมัน กล่าวเพิ่มเติม

   ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้น มีผลงานการศึกษาของ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน (Frost & Sullivan) สนับสนุน เนื่องจากการศึกษาดังกล่าวพบว่าสำหรับผู้บริโภคชาวไทยแล้วนั้น การมีทางเลือกการชาร์จที่สะดวกและยืดหยุ่นเป็นหนึ่งในสามปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ความร่วมมือนี้จึงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโซลูชั่นสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสะดวกง่ายดาย อีกทั้งยังได้รับบริการด้านการจัดการสถานที่ติดตั้งจากเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เช่นเดียวกับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย

   นอกจากนั้น เอกสิทธิ์ความร่วมมือครั้งนี้มาพร้อมกับนิสสัน ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายที่ดีสุดทั่วโลกด้วยยอดขายกว่า 400,000 คันทั่วโลก และจะเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าชาวไทยภายในเดือนนี้

   “เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ยกระดับความสามารถหลักในด้านการแปลงพลังงานและจัดการพลังงานสะอาดเพื่อพัฒนาและติดตั้งโซลูชั่นส์สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกให้กับผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยในตอนนี้ด้วย นับจากนี้เป็นต้นไปเจ้าของรถยนต์นิสสัน ลีฟ ในประเทศไทยสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ด้วยโซลูชั่นส์การชาร์จที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมทั้งการบริการที่เหมาะสม” นายเซีย เชน เยน ประธานบริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าว

   ข้อตกลงครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อช่วยบุกเบิกการคมนาคมสีเขียวในประเทศไทยโดยตรงด้วยการมอบทางเลือกใหม่ๆ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเปิดรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น สำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านและที่สำนักงานจะเป็นการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบธรรมดากระแสสลับของเดลต้าขนาด 7.36 กิโลวัตต์ ส่วนสถานีบริการชาร์จไฟสาธารณะเป็นเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบเร็วกระแสตรงของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ขนาด 50 กิโลวัตต์ นอกจากนี้นิสสันยังได้ติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบเร็วกระแสตรงและแบบธรรมดากระแสสลับที่โชว์รูมตัวแทนจำหน่ายทั้งหมด 32 แห่งทั่วประเทศ โดยเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จะเป็นผู้ให้บริการสำรวจพื้นที่ ติดตั้ง และบริการหลังการขาย

   “นี่คือก้าวแรกที่สำคัญในประเทศไทยสำหรับนิสสันในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของการใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นิสสันมั่นใจว่าความพยายามร่วมกันครั้งนี้จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการซื้อเครื่องชาร์จไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ และสร้างความมั่นใจ ให้แก่ลูกค้าด้วยการมอบทางเลือกในการชาร์จไฟที่หลากหลาย” นายราเมซ นาราสิมัน อธิบาย

   เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงาน กับนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย และ สนับสนุนการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนไปใช้ยานต์ยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ เราเชื่อมั่นในการสร้างสรรค์ความร่วมมือที่มีประสิทธิผลสูงสุดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนไปพร้อมกับการทำตามคำมั่นสัญญาของเราที่ว่า ‘Smarter. Greener. Together’.” นายเซีย เชน เยน กล่าวเสริม

   นิสสัน ลีฟ ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Thailand International Motor Expo 2561 พร้อมส่งมอบในเดือนพฤษภาคม 2562เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลกโดยมีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลก 25% และเป็นไอคอนของ Nissan Intelligent Mobility ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนวิถีการขับขี่และใช้ชีวิตของผู้คน นอกจากนี้ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะไร้มลพิษ (e-powertrain) รุ่นใหม่ให้กำลังเครื่องยนต์ 110 กิโลวัตต์และแรงบิด 320 นิวตันเมตร ช่วยเพิ่มความเร่งและความเพลิดเพลินในการขับขี่

   เครื่องชาร์จไฟฟ้าของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์มาพร้อมกับการรับประกันนานถึง 3 ปี บริการสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ และ การเปลี่ยนเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าฟรีภายใต้การรับประกัน

 
 

AUTO NEWS : เชฟโรเลต มอบข้อเสนอพิเศษ “แรงสุดขีด คุ้มจัดสุด” ให้คุณเป็นเจ้าของรถยนต์เชฟโรเลตได้ง่ายขึ้น

Tuesday, 14 May 2019 19:17

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลต ประเทศไทย มอบข้อเสนอสุดพิเศษให้ลูกค้าเป็นเจ้าของรถยนต์เชฟโรเลต โคโลราโดและเทรลเบลเซอร์ได้ง่ายขึ้น พร้อมนำเสนอแคมเปญนำรถเก่าแลกรถใหม่โดยรับมูลค่าเพิ่ม 50,000 บาท ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม ถึง 30 มิถุนายนนี้ ที่ผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลต
ทั่วประเทศ

    โปรโมชั่นพิเศษเริ่มต้นด้วยรถอเนกประสงค์สไตล์อเมริกัน เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ ปี 2020 รุ่น 4x2 A/T LT รับข้อเสนอราคาพิเศษ 999,000 บาท จากราคาจำหน่ายปกติ 1,144,000 บาท พร้อมฟรีสติกเกอร์ TRAILBLAZERเพิ่มความสวยงามสะดุดตาบนฝากระโปรงหน้า รวมถึงชุดแต่งซุ้มล้อทั้งหน้าและหลัง มูลค่ารวม 8,300 บาท

   รถกระบะอเมริกันพันธุ์แท้ เชฟโรเลต โคโลราโด มาพร้อมข้อเสนอพิเศษเช่นกัน เมื่อจองและรับรถระหว่าง 1 พฤษภาคม 2562 ถึง 30 มิถุนายน 2562 โดยมีรายละเอียด ดังนี้

▪ โคโลราโด เอ็กซ์-แคป รุ่น 4x2 M/T LT ผ่อนต่อเดือนเพียง 4,999 บาท*

▪ โคโลราโด ซี-แคป รุ่น 4x2 M/T LT ผ่อนเริ่มต้น 5,999 บาท*

▪ โคโลราโด ทอร์นาโด อีดิชั่น รับข้อเสนอราคาพิเศษ 799,000 บาท จากราคาจำหน่ายปกติ
822,000 บาท พร้อมฟรีตราสัญลักษณ์เชฟโรเลตสีดำ ด้านหน้าและหลัง ชุดแต่งซุ้มล้อทั้งหน้าและหลัง สติกเกอร์ด้านข้างสีดำ ตัวอักษร COLORADO ที่ฝากระโปรงหน้าแบบ 3D และกรอบไฟท้าย รวมมูลค่า 13,550 บาท นอกจากนี้ ลูกค้ายังได้รับข้อเสนอผ่อนต่อเดือน เพียง
 6,999 บาท*

ขณะที่แคมเปญ “รถเก่าแลกรถใหม่” เปิดโอกาสให้ลูกค้าลูกค้านำรถยนต์เก่ารุ่นใดก็ได้ทุกยี่ห้อมาแลกซื้อรถกระบะ โคโลราโด รุ่นซี-แคป LTZ เมื่อจองและรับรถระหว่าง 1 พฤษภาคม 2562 ถึง 30 มิถุนายน 2562 โดยมีรายละเอียดดังนี้

▪ โคโลราโด ซี-แคป 4x2 M/T LTZ รถเก่าแลกใหม่ รับมูลค่าเพิ่มสูงสุด 50,000 บาท พร้อมรับข้อเสนอผ่อนต่อเดือน เพียง 7,099 บาท*

▪ โคโลราโด ซี-แคป 4x2 A/T LTZ รถเก่าแลกใหม่ รับมูลค่าเพิ่มสูงสุด 50,000 บาท ผ่อนต่อเดือนเพียง 7,599 บาท*

        ลูกค้าสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการลูกค้าสัมพันธ์ โทร 1734 หรือที่ผู้จัดจำหน่ายเชฟโรเลตทั่วประเทศ

*ข้อกำหนดและเงื่อนไขเป็นไปที่บริษัทฯ กำหนด โดยสามารถดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.chevrolet.co.th

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้า จัดกิจกรรม “Life Crossover Trip” ชวนลูกค้าบีอาร์-วี เอชอาร์-วี และ ซีอาร์-วี ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ ยกขบวนขับรถเที่ยว 3 ประเทศ “ไทย-ลาว-เวียดนาม” เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ – 31 พฤษภาคม 2562

Monday, 13 May 2019 14:26

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดจัดกิจกรรม “Life Crossover Trip”ชวนลูกค้าผู้ใช้รถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ หรือ เอสยูวี ของฮอนด้า ได้แก่ ฮอนด้า บีอาร์-วี ฮอนด้า เอชอาร์-วี และ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ ขับรถออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ชมธรรมชาติที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจตลอดเส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่ประเทศลาวและเวียดนาม ในวันที่ 8 - 14 กรกฎาคม 2562

   กิจกรรม “Life Crossover Trip”จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้ารถยนต์เอสยูวีของฮอนด้าทั่วประเทศที่มีหลากหลายกลุ่ม   ทั้งกลุ่มครอบครัว  กลุ่มเพื่อน และกลุ่มที่ต้องการการใช้งานที่ลงตัว ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ฉีกออกไปจากกรอบเดิมๆ พร้อมพิสูจน์สมรรถนะที่แข็งแกร่งและความอเนกประสงค์ที่เหนือระดับของยนตรกรรมฮอนด้า โดยขบวนกิจกรรมจะออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ก่อนข้ามพรมแดนเข้าเขตประเทศลาวและเวียดนาม โดยคณะกิจกรรมจะเดินทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายที่ไม่ว่าจะเป็น     จังหวัดมุกดาหารและอุบลราชธานีของไทย เมืองดองฮอย ดานัง บานา ฮิลล์ และฮอยอันของเวียดนาม  รวมไปถึงปากเซและปากซองของลาว รวมระยะทางกว่า 2,562 กิโลเมตร ตลอด 7 วันสำหรับความพิเศษของ   “Life Crossover Trip” ในครั้งนี้ นอกเหนือจากการขับขี่อย่างสนุกสุดท้าทายใน 3 ประเทศแล้ว ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์คือ     ผู้ร่วมทริปทุกคนจะได้ใกล้ชิดกับศิลปินชื่อดัง นำโดยศิลปินมากความสามารถอย่าง “เดอะ ทอยส์ (The Toys)”    “แป้งโกะ จินตนัดดา” และ “แสตมป์ อภิวัชร์” ที่จะมาถ่ายทอดบทเพลงเพราะๆ และสร้างรอยยิ้มท่ามกลางบรรยากาศเมืองเทพนิยายบนยอดเขาประเทศเวียดนาม

วิธีการสมัครร่วมกิจกรรม

1.  กรอกรายละเอียดของผู้สมัครที่ www.honda.co.th/lifecrossovertrip

2.   แนบภาพถ่ายของคุณกับรถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน) พร้อมให้เหตุผลว่าทำไมคุณถึงควรได้รับเลือกให้ไปร่วมกิจกรรมในรูปแบบใบลาพักร้อนบนเว็บไซต์ ภาพและข้อความที่โดนใจคณะกรรมการมากที่สุดจะได้รับสิทธิ์ร่วมทริป Life Crossover Trip”

กติกาการรับสมัคร

•      เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 13  - 31 พฤษภาคม 2562

•      ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมต้องเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือ ซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน)    รุ่นใดรุ่นหนึ่ง

•      รับสมัครจำนวนจำกัดเพียง 18คันเท่านั้น โดยให้สิทธิ์การร่วมกิจกรรม 1คัน ต่อ 2ท่าน ต่อ 1 ห้องพัก

•      ประกาศผลผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในวันที่ 5มิถุนายน 2562ทาง www.honda.co.th/lifecrossovertrip หรือที่ Facebook Page: Honda Thailand

รายละเอียดและเงื่อนไขการร่วมกิจกรรม

•      กิจกรรมจะจัดขึ้นวันที่ 8 - 14 กรกฎาคม 2562 (7 วัน 6 คืน) บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – มุกดาหาร – เว้ –       บานา ฮิลล์ – ฮอยอัน – ปากซอง – อุบลราชธานี – กรุงเทพฯ รวม 2,562 กิโลเมตร

•      ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถเลือกจุดเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ หรือมุกดาหาร และจุดสิ้นสุดการเดินทางที่อุบลราชธานี หรือกรุงเทพฯ ได้ตามความสะดวกของผู้ร่วมกิจกรรม

•      ค่าสมัครคันละ 8,999 บาท (รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดและค่าน้ำมันตลอดการเดินทาง)

•      ผู้ร่วมกิจกรรมต้องใช้รถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน) ของตนเองในการเดินทางและรถต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

•      ผู้สมัครและผู้ติดตามต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล (แบบสมาร์ทการ์ด) ที่ยังไม่หมดอายุก่อนวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 และต้องมีหนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 6เดือนขึ้นไป นับตั้งแต่วันเริ่มเดินทางจนถึงวันเดินทางกลับ รวมทั้งต้องมีประสบการณ์ในการขับขี่รถยนต์ทางไกล

•      รถยนต์ที่เข้าร่วมกิจกรรมต้องมีประกันภัยรถยนต์ที่ยังไม่หมดอายุก่อนวันที่ 14 กรกฎาคม 2562

•      กรณีที่ออกรถใหม่ ต้องดำเนินการจดทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31พฤษภาคม 2562

•   สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ร่วมกิจกรรมที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัย

นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสดีๆ ที่ลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี เอชอาร์-วี และ ซีอาร์-วี ไม่ควรพลาด                       สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ทาง www.honda.co.th/lifecrossovertripหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางCall Center โทร 02-341-7777  #ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ #HondaLifeCrossover

หมายเหตุ:

•      ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยินยอมให้บริษัทฯ นำภาพและข้อมูล ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้

•      บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข กติกา กำหนดการ เส้นทางและที่พักโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

•      การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

•  พนักงานในกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ผู้จำหน่ายและพนักงาน รวมถึงพนักงานบริษัทเอเจนซี่ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้

•      หากผู้ได้รับสิทธิ์ ไม่สามารถร่วมกิจกรรมได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าสมัครในทุกกรณี ยกเว้นคณะกรรมการตัดสินเป็นอย่างอื่นตามเหตุผลอันสมควร และจะพิจารณาหาผู้โชคดีในลำดับถัดไปตามความเหมาะสม

 
 

AUTO NEWS : มาสด้าเยี่ยมชมโรงงานผลิตรถยนต์ออโต้อัลลายแอนซ์

Monday, 29 April 2019 16:43

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทยนำคณะผู้บริหารระดับสูงเข้าแสดงความยินดีกับประธานบริหารคนใหม่ล่าสุด พร้อมเยี่ยมชมกระบวนการผลิตรถยนต์โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ หรือดีทรอยด์แห่งเอเชีย ซึ่งเป็นฐานการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ด้วยงบประมาณการลงทุนกว่า 51,000 ล้านบาท ทำการผลิตเพื่อจำหน่ายในประเทศไทยและส่งออกไปขายแล้วทั่วโลกกว่า 3 ล้านคัน

   เมื่อเร็วๆ นี้ คณะผู้บริหารจาก มาสด้า เซลส์ ประเทศไทย เดินทางเข้าเยี่ยมชมกระบวนการผลิตรถยนต์ โดยได้การต้อนรับอย่างอบอุ่นจากประธานบริหารคนใหม่ล่าสุด มร. เคล เคิร์นส พร้อมนายชัยพร ศีลแดนจันทร์ รองประธานอาวุโสฝ่ายการผลิต และนายสถิรยุทธ แสงสุวรรณ รองประธานฝ่ายทรัพยากรบุคคล ได้พาชมเทคโนโลยีและกระบวนการผลิตทั้งหมดตั้งแต่ต้นน้ำยันปลายน้ำก่อนที่จะส่งมอบรถยนต์คุณภาพจากฝีมือคนไทยทุกคันถึงมือลูกค้าทั่วโลก

   โรงงานออโต้อัลลายแอนซ์ ประเทศไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2538เป็นบริษัทร่วมทุนระหว่าง มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และพันธมิตร ด้วยเงินลงทุนมหาศาลกว่า 51,000ล้านบาท บนเนื้อที่กว่า 529ไร่ ตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด ดำเนินธุรกิจผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ รถยนต์นั่งและชิ้นส่วน เพื่อป้อนตลาดภายในประเทศและส่งออกไปยัง 142ประเทศทั่วโลก โรงงานแห่งนี้มีประสิทธิภาพในการผลิตหลายขั้นตอนนับตั้งแต่ การขึ้นรูปตัวถังรถยนต์ การประกอบตัวถังรถยนต์ การพ่นสี การประกอบเครื่องยนต์ ไปจนถึงการประกอบขั้นสุดท้าย การตรวจสอบคุณภาพ การบรรจุภัณฑ์ การขนส่ง โดยทีมบุคลากรที่มีความเชี่ยวชาญสูง

   ปัจจุบันมีกำลังการผลิตประมาณ 275,000 คันต่อปี โดยแบ่งออกเป็น 2ส่วน ประกอบด้วยส่วนของโรงงานผลิตรถเพื่อการพาณิชย์ทำการผลิตรถปิกอัพมาสด้า บีที-50โปร และฟอร์ด ส่วนโรงงานผลิตรถยนต์นั่งทำการผลิตเฉพาะมาสด้า2มาสด้า3และมาสด้า CX-3

 
 

AUTO NEWS : ฮุนไดมอเตอร์กรุ๊ปร่วมมือ “ริแมค” พัฒนารถยนต์พลังงานไฟฟ้าสมรรถนะสูง

Tuesday, 28 May 2019 17:33

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ปและ ริแมค ออโต้โมบิลิ ประกาศความร่วมมือเชิงกลยุทธ์เพื่อสร้างความมุ่งมั่นในการเป็นผู้นำตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสมรรถนะสูงและผลักดันสถานะให้เป็นผู้นำของยานยนต์พลังงานสะอาด

ภายใต้การร่วมมือของพันธมิตรใหม่ บริษัท ฮุนได มอเตอร์ และ บริษัท เกีย มอเตอร์ คอเปอเรชั่น ร่วมลงทุน 64ล้านยูโร และ16ล้านยูโร ตามลำดับ ซึ่งเป็นเงินลงทุนรวมทั้งสิ้น 80ล้านยูโรกับริแมค  โดยทุกบริษัทจะทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิด     เพื่อพัฒนารถยนต์ต้นแบบพลังงานไฟฟ้าภายใต้แนวคิดรถสปอร์ตของฮุนไดแบรนด์ Nรวมถึงรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเซลส์เชื้อเพลิงสมรรถนะสูง ด้วยความมุ่งมั่นที่จะนำมาเปิดตัวสู่ตลาดในเวลาต่อมา

   “ริแมค เป็นบริษัทแห่งนวัตกรรมที่โดดเด่นและเชื่ยวชาญในเรื่องของยานยนต์พลังงานไฟฟ้าสมรรถนะสูง” มร. อึยซอน ชอง รองประธานบริหาร ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป กล่าว “นี่คือการเริ่มต้นประสบการณ์อันยิ่งใหญ่ที่ได้ร่วมมือกับกลุ่มผู้ผลิตรถยนต์รวมถึงเทคโนโลยีที่ยอดเยี่ยม ทำให้ “ริแมค” เป็นพันธมิตรในอุดมคติของเรา เราหวังว่าการร่วมมือกับ ริแมค จะทำให้บนท้องถนนสะอาด ปราศจากมลพิษ”

   “เรามีความประทับใจในวิสัยทัศน์ของฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป กับการริเริ่มที่รวดเร็วและแน่วแน่” เมท ริแมค ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  ริแมค ออโต้โมบิลิ กล่าว “เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือทางเทคโนโลยีนี้จะช่วยสร้างมูลค่าสูงสุดให้กับบริษัทพันธมิตรและลูกค้าของเรา  ริแมคยังเป็นบริษัทใหม่และค่อนข้างเล็ก แต่ก็เป็นบริษัทที่เติบโตอย่างรวดเร็ว เรามองเห็นความแข็งแกร่งของผู้ร่วมลงทุนและเทคโนโลยีของพันธมิตรในกลุ่มของ ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป  เราเชื่อมั่นว่าความร่วมมือนี้จะทำให้เราได้ขึ้นเป็นอันดับ 1ในฐานะผู้ผลิตชิ้นส่วนพลังงานไฟฟ้าในอุตสาหกรรม”

   ริแมค ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2552โดย เมท ริแมค เริ่มโปรเจคจากโรงจอดรถในประเทศโครเอเชีย ด้วยวิสัยทัศน์ที่จะสร้างรถสปอร์ตของศตวรรษที่ 21และมันก็เติบโตอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นโรงไฟฟ้าเทคโนโลยีที่มีความเชี่ยวชาญในด้านระบบส่งกำลังไฟฟ้าประสิทธิภาพสูง ไปจนถึงระบบการควบคุมเทคโนโลยีที่หลากหลาย และระบบแบตเตอรี่

   ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป จะใช้ประโยชน์จากการร่วมมือของพันธมิตรกับศักยภาพของศูนย์วิจัยและพัฒนาที่มีอยู่ ให้สามารถตอบสนองแผนการใช้พลังงานไฟฟ้า ซึ่งรวมถึงการปรับรถยนต์อีก44รุ่นให้เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมภายในปี 2568 ในขณะเดียวกัน ฮุนได มอเตอร์ แบรนด์ N ยังทุ่มเทและให้ความสำคัญกับรถยนต์สมรรถนะสูง อย่างเช่น i30Nและ VelosterNที่เปิดตัวไปเมื่อปี 2558

   “เราต้องการสร้างรถยนต์สมรรถนะสูงที่ไม่เพียงแค่รวดเร็วและมีพละกำลัง  แต่ยังต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีด้วย ให้สมกับที่เป็นรถในฝันของพวกเขา” โทมัส เชเมรา รองประธานบริหารและหัวหน้าฝ่ายผลิตภัณฑ์ฮุนได มอเตอร์ กรุ๊ป กล่าว“เป้าหมายของเราคือ การทำให้รถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นที่นิยมอย่างแพร่หลาย และการสร้างคุณค่าสู่สังคมผ่านเทคโนโลยีชั้นสูง และนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพ”

 
 

AUTO NEWS : ซูบารุประกาศความพร้อม! เดินหน้าแต่งตั้งผู้จำหน่ายทั่วประเทศ พร้อมกันทีเดียว 10 จังหวัด ตั้งเป้า 45 ศูนย์บริการภายในสิ้นปี

Monday, 27 May 2019 17:32

   นายกิตติชัย จรัสโรจน์โภคา ผู้จัดการทั่วไป บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย)จำกัด     ลงนามในบันทึกข้อตกลงเรื่องการแต่งตั้งผู้จำหน่ายรถยนต์ ‘ซูบารุ’ อย่างเป็นทางการในจังหวัดสระบุรี สมุทรสาคร ปทุมธานี อุบลราชธานี สุรินทร์ ลำปาง สุราษฎร์ธานี สงขลา ชลบุรี และระยอง โดยการลงนามครั้งนี้ส่งผลให้ บริษัท ทีซี                ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด จะมีผู้จำหน่ายเพิ่มขึ้นเป็น 35 แห่ง ครอบคลุม 23 จังหวัดทั่วประเทศ

   "การลงนามบันทึกข้อตกลงในครั้งนี้จะนำมาซึ่งความมั่นใจและความสะดวกสบายยิ่งขึ้นแก่ลูกค้าซูบารุทุกท่าน เนื่องจากเครือข่ายการให้บริการของซูบารุจะขยายครอบคลุมทุกจังหวัดสำคัญที่มีศักยภาพทางเศรษฐกิจทั่วประเทศ และเรามุ่งหวังที่จะตั้งศูนย์บริการให้ได้ 45 แห่งภายในปี พ.ศ. 2562 นี้

   เราจะเดินหน้าพัฒนาคุณภาพของบริการ ไม่ว่าจะเป็นทักษะของช่างเทคนิค และการให้คำปรึกษาด้านการขาย โดยจะ   จัดฝึกอบรมเป็นประจำอย่างสม่ำเสมอ และเพื่อให้บรรลุความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า เรายังลงทุนสร้างคลังสินค้า     แห่งใหม่ขึ้นที่นิคมอุตสาหกรรมลาดกระบังสำหรับการจัดเก็บอะไหล่ เพื่อให้มั่นใจว่าเราจะมีอะไหล่พร้อมสำหรับผู้ใช้ซูบารุทุกท่านอยู่ตลอดเวลา”

ผู้สนใจสามารถติดต่อเข้ารับบริการและทดสอบรถได้ที่โชว์รูมซูบารุทั่วประเทศ หรือติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ http://www.subaru.asia/th

 
 

AUTO NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดทัวร์นาเม้นท์ BMW Golf Cup International 2019 รอบคัดเลือก เฟ้นหาตัวแทนนักกอล์ฟสมัครเล่นเข้าชิงแชมป์ระดับประเทศ

Tuesday, 21 May 2019 17:25

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยนำโดย มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการBMW Golf Cup International 2019 รอบคัดเลือก ณ สนามนิกันติ กอล์ฟ คลับ นครปฐม โดยมีนักกอล์ฟสมัครเล่นรวมกว่า 2,736 คนทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันเพื่อเป็นหนึ่งใน 126 คนที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ก่อนจะคัดเลือกเหลือเพียง 3 ท่านเท่านั้นที่จะได้รับเกียรติเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับโลก

   โดยในการแข่งขันรอบดังกล่าว มีนักกอล์ฟสมัครเล่นสร้างสถิติทำโฮล-อิน-วันคนแรกของทัวร์นาเม้นท์ครั้งนี้ ได้แก่ คุณปิยะภัทร มณีเสถียร ผู้หวดวงสวิงทำ โฮล-อิน-วัน ในหลุมที่ 5ระยะทาง 180หลา คว้าสิทธิ์ได้รับรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟบีเอ็มดับเบิลยู 320d GT M SPORT มูลค่า 2,999,000 บาทไปครอบครอง

   นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยูยังคงเดินหน้าเชิญชวนผู้สมัครเข้าร่วมสมทบทุนเพื่อการกุศลอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการแข่งขันBMW Golf Cup International 2019 จะถูกนำไปสมทบทุนให้แก่มูลนิธิแคร์ฟอร์วอเตอร์และมูลนิธิเพื่อการกุศลอื่น ๆ

   และสำหรับการแข่งขัน BMW Golf Cup International 2018 รอบชิงแชมป์โลก ณ สนามคาโบ เดล โซล กอล์ฟ รีสอร์ท บนชายฝั่งทางใต้ของลอส คาโบส ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 18-23 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา คุณพรสวรรค์ ชาญศึก ได้ครองตำแหน่งรองชนะเลิศในประเภทCategory Ladyด้วยคะแนน 106 แต้ม ในขณะที่ทีมประเทศไทย ยังสร้างความภาคภูมิใจให้แก่แฟน ๆ คว้าแชมป์อันดับสามประเภท National Team Category มาครอบครองที่คะแนน 288 แต้ม จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 34 ประเทศในทัวร์นาเมนท์กอล์ฟสมัครเล่นระดับเวิลด์คลาสที่ใหญ่ที่สุดในโลก

   ร่วมเป็นกำลังใจให้นักกอล์ฟมือสมัครเล่นหวดวงสวิงสู่รอบชิงชนะเลิศและรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.bmw.co.th

 
 

More Articles...

Page 1 of 60

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )