Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : ปอร์เช่ ประเทศไทย จับมือ ไลก้า จัดกิจกรรม Kick-off แคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations พร้อมดึงตัวช่างภาพระดับโลกร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ถ่ายภาพรถยนต์ปอร์เช่แบบมืออาชีพ

Monday, 27 May 2019 16:10

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัดผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จับมือ ไลก้า (Leica) ตำนานแบรนด์กล้องถ่ายภาพระดับโลกสัญชาติเยอรมัน ชวนเหล่าแฟนพันธุ์แท้ร่วมกิจกรรมเปิดตัวแคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations ภายใต้แนวคิด “Soulful Driving” พร้อมดึงตัวช่างภาพระดับโลก สเตฟาน บ็อกเนอร์ (Stefan Bogner) ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การถ่าย ภาพรถยนต์ปอร์เช่แบบมืออาชีพ

   กิจกรรม Kick-off แคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations เริ่มต้นในช่วงค่ำของวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2562ณ Porsche Studio Bangkok ICONSAIM ที่ถูกเนรมิตขึ้นใหม่ให้เป็นแกลอรี่จัดแสดงภาพถ่ายรถยนต์ปอร์เช่ เพื่อกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ โดย มร. ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทยขึ้นกล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงาน อย่างเป็นทางการก่อนส่งไม้ต่อให้กับ มาร์เซล เมย์ ผู้จัดการฝ่ายขาย ประจำภูมิภาค ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิค ผู้รับผิดชอบแคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations ขึ้นมาแนะนำ ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) รถสปอร์ตเรือธงใน ตำนานที่ได้ถือกำเนิดมาถึงเจเนอเรชันที่ 8 ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมเผยถึงเส้นทาง Road trip ของการถ่ายทำในแคมเปญนี้ ด้วยความร่วมมือกับ Leica

   ไฮไลท์ของงานคือการปรากฎตัวของ สเตฟาน บ็อกเนอร์ ผู้ก่อตั้ง Curves Magazin และช่างภาพอันดับต้นๆ ของโลก ที่มีผลงานถ่ายภาพร่วมกับปอร์เช่มาอย่างยาวนานและยังเป็นเจ้าของผลงานรูปถ่ายที่จัดแสดงใน Porsche Studio พร้อมด้วย คุณสีหบุตร ชุมสาย ณ อยุธยา บรรณาธิการนิตยสาร GTPORSCHE Thailand ผู้กำกับภาพยนตร์ (Film Director) และยังเป็น Leica User ขึ้นมาร่วมพูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์ Soulful Driving ที่มีร่วมกันกับปอร์เช่ผ่าน ทริปถ่ายรูปต่างๆ ที่ผ่านมา ก่อนปิดท้ายกิจกรรมด้วยการแนะนำกล้อง Leica รุ่นเด่นที่ สเตฟาน บ็อกเนอร์ ใช้งานมาให้ ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์กล้องที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบช่างภาพมืออาชีพ อาทิ Leica SL กล้อง Mirrorless Full Frame มาพร้อมกับเลนส์ Leica Vario-Elmarit-SL 24-90mm F2.8-4 ASPH รวมไปถึงกล้อง Full Frame ขนาดกะทัดรัดรุ่นล่าสุดอย่าง Leica Q2 พร้อมการแนะนำเทคนิคดีๆ สำหรับการถ่ายรูป โดย คริสเตียน โดว์ลิง (Kristian Dowling) ช่างภาพชื่อดังชาวออสเตรเลีย และ Instructor จาก Leica Akademie นอกจากนี้ผู้ร่วมงานต่างได้ ถ่ายรูปคู่กับรถยนต์ปอร์เช่ 911 รุ่นใหม่ (The new Porsche 911) รหัสตัวถัง 992 ซึ่งเป็น เจเนอเรชั่นล่าสุดโดยช่าง ภาพจาก Leica กลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

   ปอร์เช่ 911 – 8 Generations ที่ออกเดินทางเพื่อบันทึกภาพด้วยกล้อง Leica คือเรื่องราวอันเชื่อมโยงกันของ 2 ไอคอน ระดับตำนานที่ต่างเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะที่อยู่เหนือกาลเวลา โดดเด่นด้วยความมีเอกลักษณ์ ตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรกจนถึงเจเนอเรชั่นล่าสุด เช่นเดียวกับรถยนต์ปอร์เช่ 911 นับตั้งแต่ รุ่นแรกที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี และยังคงสามารถโลดแล่นอยู่บนท้องถนน กล้อง Leica ก็เป็นไอเทมที่เหล่าแฟนพันธุ์แท้ต่างเก็บรักษาไว้เป็นเป็นเครื่อง บันทึกความทรงจำที่พร้อมส่งทอดเป็นมรดกให้แก่ลูกหลานเจเนอเรชั่นถัดไปเช่นเดียวกัน

 
 

AUTO NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดทัวร์นาเม้นท์ BMW Golf Cup International 2019 รอบคัดเลือก เฟ้นหาตัวแทนนักกอล์ฟสมัครเล่นเข้าชิงแชมป์ระดับประเทศ

Tuesday, 21 May 2019 17:25

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยนำโดย มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการBMW Golf Cup International 2019 รอบคัดเลือก ณ สนามนิกันติ กอล์ฟ คลับ นครปฐม โดยมีนักกอล์ฟสมัครเล่นรวมกว่า 2,736 คนทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันเพื่อเป็นหนึ่งใน 126 คนที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ก่อนจะคัดเลือกเหลือเพียง 3 ท่านเท่านั้นที่จะได้รับเกียรติเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับโลก

   โดยในการแข่งขันรอบดังกล่าว มีนักกอล์ฟสมัครเล่นสร้างสถิติทำโฮล-อิน-วันคนแรกของทัวร์นาเม้นท์ครั้งนี้ ได้แก่ คุณปิยะภัทร มณีเสถียร ผู้หวดวงสวิงทำ โฮล-อิน-วัน ในหลุมที่ 5ระยะทาง 180หลา คว้าสิทธิ์ได้รับรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟบีเอ็มดับเบิลยู 320d GT M SPORT มูลค่า 2,999,000 บาทไปครอบครอง

   นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยูยังคงเดินหน้าเชิญชวนผู้สมัครเข้าร่วมสมทบทุนเพื่อการกุศลอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการแข่งขันBMW Golf Cup International 2019 จะถูกนำไปสมทบทุนให้แก่มูลนิธิแคร์ฟอร์วอเตอร์และมูลนิธิเพื่อการกุศลอื่น ๆ

   และสำหรับการแข่งขัน BMW Golf Cup International 2018 รอบชิงแชมป์โลก ณ สนามคาโบ เดล โซล กอล์ฟ รีสอร์ท บนชายฝั่งทางใต้ของลอส คาโบส ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 18-23 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา คุณพรสวรรค์ ชาญศึก ได้ครองตำแหน่งรองชนะเลิศในประเภทCategory Ladyด้วยคะแนน 106 แต้ม ในขณะที่ทีมประเทศไทย ยังสร้างความภาคภูมิใจให้แก่แฟน ๆ คว้าแชมป์อันดับสามประเภท National Team Category มาครอบครองที่คะแนน 288 แต้ม จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 34 ประเทศในทัวร์นาเมนท์กอล์ฟสมัครเล่นระดับเวิลด์คลาสที่ใหญ่ที่สุดในโลก

   ร่วมเป็นกำลังใจให้นักกอล์ฟมือสมัครเล่นหวดวงสวิงสู่รอบชิงชนะเลิศและรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.bmw.co.th

 
 

AUTO NEWS : นิสสันจับมือเดลต้าแนะนำมาตรฐานเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับที่อยู่อาศัยครั้งแรกในไทย

Wednesday, 22 May 2019 18:11

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสัน ประเทศไทยประกาศแต่งตั้งบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการหลักเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ

   ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยที่ต้องการให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 1.2ล้านคันบนท้องถนนภายในปีพ.ศ. 2579และเพื่อส่งมอบเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับมาตรฐานสากลพร้อมการบริการที่ได้มาตรฐานจากเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ และได้รับการรับรองโดยนิสสันให้แก่เจ้าของรถยนต์นิสสัน ลีฟ (Nissan LEAF) ในประเทศไทย

   “นิสสัน ประเทศไทย ขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มส์ของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและคนไทยทุกคน โดยการร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านยานยนต์ไฟฟ้า และเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจนี้ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้ผลิตโซลูชั่นการจัดการพลังงานสะอาดและระบบจัดการความร้อนชั้นนำของโลก เพื่อร่วมกับนิสสันขับเคลื่อนประเทศไทยให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต” นายราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน ประเทศไทยกล่าว

   “เราเชื่อมั่นว่าอนาคตที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่านี้กำลังรออยู่ข้างหน้า เนื่องด้วยนโยบายการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเช่นเดียวกับความร่วมมือกับเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ที่เกิดขึ้นในวันนี้ รวมถึงความร่วมมือของนิสสันกับการไฟฟ้านครหลวงเมื่อไม่นานมานี้ ที่นำเสนอทางเลือกการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัยเพื่อให้มั่นใจว่าเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมสำหรับลูกค้านิสสัน ลีฟ” นายนาราสิมัน กล่าวเพิ่มเติม

   ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้น มีผลงานการศึกษาของ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน (Frost & Sullivan) สนับสนุน เนื่องจากการศึกษาดังกล่าวพบว่าสำหรับผู้บริโภคชาวไทยแล้วนั้น การมีทางเลือกการชาร์จที่สะดวกและยืดหยุ่นเป็นหนึ่งในสามปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ความร่วมมือนี้จึงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโซลูชั่นสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสะดวกง่ายดาย อีกทั้งยังได้รับบริการด้านการจัดการสถานที่ติดตั้งจากเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เช่นเดียวกับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย

   นอกจากนั้น เอกสิทธิ์ความร่วมมือครั้งนี้มาพร้อมกับนิสสัน ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายที่ดีสุดทั่วโลกด้วยยอดขายกว่า 400,000 คันทั่วโลก และจะเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าชาวไทยภายในเดือนนี้

   “เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ยกระดับความสามารถหลักในด้านการแปลงพลังงานและจัดการพลังงานสะอาดเพื่อพัฒนาและติดตั้งโซลูชั่นส์สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกให้กับผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยในตอนนี้ด้วย นับจากนี้เป็นต้นไปเจ้าของรถยนต์นิสสัน ลีฟ ในประเทศไทยสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ด้วยโซลูชั่นส์การชาร์จที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมทั้งการบริการที่เหมาะสม” นายเซีย เชน เยน ประธานบริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าว

   ข้อตกลงครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อช่วยบุกเบิกการคมนาคมสีเขียวในประเทศไทยโดยตรงด้วยการมอบทางเลือกใหม่ๆ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเปิดรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น สำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านและที่สำนักงานจะเป็นการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบธรรมดากระแสสลับของเดลต้าขนาด 7.36 กิโลวัตต์ ส่วนสถานีบริการชาร์จไฟสาธารณะเป็นเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบเร็วกระแสตรงของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ขนาด 50 กิโลวัตต์ นอกจากนี้นิสสันยังได้ติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบเร็วกระแสตรงและแบบธรรมดากระแสสลับที่โชว์รูมตัวแทนจำหน่ายทั้งหมด 32 แห่งทั่วประเทศ โดยเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จะเป็นผู้ให้บริการสำรวจพื้นที่ ติดตั้ง และบริการหลังการขาย

   “นี่คือก้าวแรกที่สำคัญในประเทศไทยสำหรับนิสสันในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของการใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นิสสันมั่นใจว่าความพยายามร่วมกันครั้งนี้จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการซื้อเครื่องชาร์จไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ และสร้างความมั่นใจ ให้แก่ลูกค้าด้วยการมอบทางเลือกในการชาร์จไฟที่หลากหลาย” นายราเมซ นาราสิมัน อธิบาย

   เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงาน กับนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย และ สนับสนุนการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนไปใช้ยานต์ยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ เราเชื่อมั่นในการสร้างสรรค์ความร่วมมือที่มีประสิทธิผลสูงสุดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนไปพร้อมกับการทำตามคำมั่นสัญญาของเราที่ว่า ‘Smarter. Greener. Together’.” นายเซีย เชน เยน กล่าวเสริม

   นิสสัน ลีฟ ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Thailand International Motor Expo 2561 พร้อมส่งมอบในเดือนพฤษภาคม 2562เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลกโดยมีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลก 25% และเป็นไอคอนของ Nissan Intelligent Mobility ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนวิถีการขับขี่และใช้ชีวิตของผู้คน นอกจากนี้ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะไร้มลพิษ (e-powertrain) รุ่นใหม่ให้กำลังเครื่องยนต์ 110 กิโลวัตต์และแรงบิด 320 นิวตันเมตร ช่วยเพิ่มความเร่งและความเพลิดเพลินในการขับขี่

   เครื่องชาร์จไฟฟ้าของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์มาพร้อมกับการรับประกันนานถึง 3 ปี บริการสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ และ การเปลี่ยนเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าฟรีภายใต้การรับประกัน

 
 

AUTO NEWS : เครื่องบินรบล่องหนคือแรงบันดาลใจในการออกแบบ เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่

Monday, 13 May 2019 17:49

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลต ประเทศไทยเปิดเผยแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบภายนอกที่สะกดทุกสายตาของรถอเนกประสงค์ เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ ซึ่งเตรียมออกจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 หลังจากที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องและเพิ่งคว้ารางวัล The Most Exciting New Product Award 2019 จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ประจำปีนี้      วันนี้ เชฟโรเลต ประเทศไทย พร้อมเผยที่มาของแรงบันดาลใจในการออกแบบภายนอกของรถอเนกประสงค์รุ่นดังกล่าว

   ลูกค้าเชฟโรเลต แคปติวาชาวไทยจะได้สัมผัสปรัชญาการออกแบบและผลิตรถอเนกประสงค์ของเชฟโรเลต ที่โดดเด่นด้วยความกว้างขวางของห้องโดยสาร สไตล์ที่โฉบเฉี่ยว และมาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะ ซึ่งเชฟโรเลตจะมาเผยเรื่องราวของการออกแบบเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่
ที่เราเห็นกันอยู่ในตอนนี้

   การกลับมาของเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ แสดงให้เห็นถึงทิศทางการออกแบบใหม่ของรถรุ่นนี้ซึ่งสะท้อนสไตล์รถอเนกประสงค์ระดับโลกของเชฟโรเลต ใช้เทคโนโลยีการออกแบบล่าสุด และได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบล่องหน เอฟ-35 (F-35 stealth) ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

   เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดยมีสไตล์ไปในทิศทางเดียวกันกับรถอเนกประสงค์ระดับโลกรุ่นอื่นๆ ของเชฟโรเลต กระจังหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแบบเดียวกับเชฟโรเลต อิควิน็อกซ์ (Chevrolet Equinox)ตำแหน่งไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแบบ LED ซึ่งแยกส่วนกับไฟหน้าโปรเจคเตอร์นั้นทำให้นึกถึงเชฟโรเลต เบลเซอร์ (Chevrolet Blazer) และดีไซน์ที่มีความคล้ายกันนั้นยังรวมถึงการที่ด้านข้างตัวถังของแคปติวา รุ่นใหม่นั้นมีเส้นสันคมยาวตั้งแต่ด้านหน้ารถจรดด้านท้ายเหมือนกับเชฟโรเลต ทราเวิร์ส (Chevrolet Traverse)

   การออกแบบแคปติวา รุ่นใหม่ให้มีความกลมกลืนไปกับกลุ่มรถอเนกประสงค์ระดับโลกของเชฟโรเลตนั้นถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลการวิจัยตลาดระบุชัดเจนว่า ลูกค้าในประเทศไทยนั้นตัดสินซื้อรถอเนกประสงค์โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบเป็นอันดับต้นๆเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ ผสานการออกแบบสไตล์อเมริกันเข้ากับรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต มาพร้อมกับพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและเพิ่มประโยชน์ใช้สอยเพื่อให้เป็นรถอเนกประสงค์ที่มีความลงตัวสำหรับลูกค้า 

   “เส้นสายบนฝากระโปรงหน้าที่สะดุดตาของแคปติวา รุ่นใหม่ นั้นถ่ายทอดพลังและแสดงถึงความโดดเด่นอันเป็นคุณสมบัติที่มีอยู่ในรถอเนกประสงค์ระดับโลกทุกรุ่นของเชฟโรเลต ไฟหน้าทรงเรียวบางยังมอบความรู้สึกสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ที่พบเห็นได้บ่อยขึ้นในรถอเนกประสงค์ยุคใหม่ของเชฟโรเลตในปัจจุบัน รวมถึงโครงสร้างด้านข้างตัวถังที่แข็งแกร่งและปราดเปรียว” นายคอลิน ฟิปป์ส ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ จีเอ็ม แอดวานซ์ ดีไซน์ ในประเทศจีน กล่าว 

   สไตล์ภายนอกของเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ มีการออกแบบด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียวอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  เริ่มต้นด้วยกระจังหน้าที่มีขนาดกว้างและเสริมรายละเอียดที่ดุดันด้วยไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแบบ LED ที่มีขนาดบางมากโดยมีไฟเลี้ยวและไฟฉุกเฉินในตัว ทีมนักออกแบบรังสรรค์ส่วนล่างของด้านหน้ารถที่มีไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED และไฟตัดหมอกให้อยู่ในกรอบรูปทรงตัว C ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบล่องหน เอฟ-35 ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

   นายคอลิน  กล่าวว่า “เป้าหมายหลักของการออกแบบไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวัน คือต้องสร้างความดุดันและมีเสน่ห์ดึงดูดทุกสายตา นอกจากนี้เรายังต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบดีไซน์ที่ดูสง่างามเหนือระดับ เราใช้เอกลักษณ์การดีไซน์เส้นสายที่ดูปราดเปรียวบนด้านข้างตัวถังเพื่อช่วยเสริมความสวยงามของไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวัน”

   การออกแบบที่ดูสง่างามและปราดเปรียวของแคปติวา รุ่นใหม่ นั้นเห็นได้อย่างชัดเจนจากเส้นสันคมยาวตั้งแต่ด้านหน้ารถจรดด้านท้าย เสริมแต่งให้สะดุดตาด้วยดีไซน์หลังคาแบบลอยตัว มิติตัวถังนั้นทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจ พร้อมที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้าบนล้ออลูมิเนียมอัลลอยสีทูโทนขนาด 17 นิ้ว

   จากด้านหน้าจรดด้านท้ายของรถ การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ของแคปติวา รุ่นใหม่ ปรากฎผ่านเสาอากาศครีบฉลามและสปอยเลอร์ในตัวพร้อมไฟเบรกแบบ LED ที่ติดตั้งในตำแหน่งสูงซึ่งทำงานประสานกับไฟท้าย LED รูปทรงเรียวบาง และโคมไฟท้ายฝังอยู่ในกันชน

   ระหว่างการพัฒนางานออกแบบแคปติวา รุ่นใหม่ จากภาพร่างสองมิติสู่โมเดลสามมิติทีมนักออกแบบใช้เทคนิคการดีไซน์ทั้งแบบดิจิทัลและการปั้นโมเดลด้วยมือ ผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับงานศิลปกรรมเพื่อให้เกิดเป็นแบบสุดท้าย กระบวนการนี้ทำให้ทีมออกแบบแคปติวารุ่นใหม่สามารถมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและความต้องการรถอเนกประสงค์ขนาดกลางรุ่นใหม่ในตลาดได้อย่างรวดเร็ว

   “ลูกค้าคือหัวใจหลักของการออกแบบ” คอลิน กล่าว “เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะผสานนวัตกรรมเข้ากับความงดงาม ถึงแม้ เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ จะเป็นรถอเนกประสงค์แต่เราสามารถสร้างรูปลักษณ์ที่มีความสปอร์ตเพื่อตอบสนองความชื่นชอบของกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ของเรา”

   สำหรับตลาดประเทศไทย รถอเนกประสงค์เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ จะพร้อมจำหน่ายใน ช่วงครึ่งหลังของปี 2562

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้า จัดกิจกรรม “Life Crossover Trip” ชวนลูกค้าบีอาร์-วี เอชอาร์-วี และ ซีอาร์-วี ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ ยกขบวนขับรถเที่ยว 3 ประเทศ “ไทย-ลาว-เวียดนาม” เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ – 31 พฤษภาคม 2562

Monday, 13 May 2019 14:26

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดจัดกิจกรรม “Life Crossover Trip”ชวนลูกค้าผู้ใช้รถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ หรือ เอสยูวี ของฮอนด้า ได้แก่ ฮอนด้า บีอาร์-วี ฮอนด้า เอชอาร์-วี และ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ ขับรถออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ชมธรรมชาติที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจตลอดเส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่ประเทศลาวและเวียดนาม ในวันที่ 8 - 14 กรกฎาคม 2562

   กิจกรรม “Life Crossover Trip”จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้ารถยนต์เอสยูวีของฮอนด้าทั่วประเทศที่มีหลากหลายกลุ่ม   ทั้งกลุ่มครอบครัว  กลุ่มเพื่อน และกลุ่มที่ต้องการการใช้งานที่ลงตัว ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ฉีกออกไปจากกรอบเดิมๆ พร้อมพิสูจน์สมรรถนะที่แข็งแกร่งและความอเนกประสงค์ที่เหนือระดับของยนตรกรรมฮอนด้า โดยขบวนกิจกรรมจะออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ก่อนข้ามพรมแดนเข้าเขตประเทศลาวและเวียดนาม โดยคณะกิจกรรมจะเดินทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายที่ไม่ว่าจะเป็น     จังหวัดมุกดาหารและอุบลราชธานีของไทย เมืองดองฮอย ดานัง บานา ฮิลล์ และฮอยอันของเวียดนาม  รวมไปถึงปากเซและปากซองของลาว รวมระยะทางกว่า 2,562 กิโลเมตร ตลอด 7 วันสำหรับความพิเศษของ   “Life Crossover Trip” ในครั้งนี้ นอกเหนือจากการขับขี่อย่างสนุกสุดท้าทายใน 3 ประเทศแล้ว ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์คือ     ผู้ร่วมทริปทุกคนจะได้ใกล้ชิดกับศิลปินชื่อดัง นำโดยศิลปินมากความสามารถอย่าง “เดอะ ทอยส์ (The Toys)”    “แป้งโกะ จินตนัดดา” และ “แสตมป์ อภิวัชร์” ที่จะมาถ่ายทอดบทเพลงเพราะๆ และสร้างรอยยิ้มท่ามกลางบรรยากาศเมืองเทพนิยายบนยอดเขาประเทศเวียดนาม

วิธีการสมัครร่วมกิจกรรม

1.  กรอกรายละเอียดของผู้สมัครที่ www.honda.co.th/lifecrossovertrip

2.   แนบภาพถ่ายของคุณกับรถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน) พร้อมให้เหตุผลว่าทำไมคุณถึงควรได้รับเลือกให้ไปร่วมกิจกรรมในรูปแบบใบลาพักร้อนบนเว็บไซต์ ภาพและข้อความที่โดนใจคณะกรรมการมากที่สุดจะได้รับสิทธิ์ร่วมทริป Life Crossover Trip”

กติกาการรับสมัคร

•      เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 13  - 31 พฤษภาคม 2562

•      ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมต้องเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือ ซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน)    รุ่นใดรุ่นหนึ่ง

•      รับสมัครจำนวนจำกัดเพียง 18คันเท่านั้น โดยให้สิทธิ์การร่วมกิจกรรม 1คัน ต่อ 2ท่าน ต่อ 1 ห้องพัก

•      ประกาศผลผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในวันที่ 5มิถุนายน 2562ทาง www.honda.co.th/lifecrossovertrip หรือที่ Facebook Page: Honda Thailand

รายละเอียดและเงื่อนไขการร่วมกิจกรรม

•      กิจกรรมจะจัดขึ้นวันที่ 8 - 14 กรกฎาคม 2562 (7 วัน 6 คืน) บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – มุกดาหาร – เว้ –       บานา ฮิลล์ – ฮอยอัน – ปากซอง – อุบลราชธานี – กรุงเทพฯ รวม 2,562 กิโลเมตร

•      ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถเลือกจุดเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ หรือมุกดาหาร และจุดสิ้นสุดการเดินทางที่อุบลราชธานี หรือกรุงเทพฯ ได้ตามความสะดวกของผู้ร่วมกิจกรรม

•      ค่าสมัครคันละ 8,999 บาท (รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดและค่าน้ำมันตลอดการเดินทาง)

•      ผู้ร่วมกิจกรรมต้องใช้รถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน) ของตนเองในการเดินทางและรถต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

•      ผู้สมัครและผู้ติดตามต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล (แบบสมาร์ทการ์ด) ที่ยังไม่หมดอายุก่อนวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 และต้องมีหนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 6เดือนขึ้นไป นับตั้งแต่วันเริ่มเดินทางจนถึงวันเดินทางกลับ รวมทั้งต้องมีประสบการณ์ในการขับขี่รถยนต์ทางไกล

•      รถยนต์ที่เข้าร่วมกิจกรรมต้องมีประกันภัยรถยนต์ที่ยังไม่หมดอายุก่อนวันที่ 14 กรกฎาคม 2562

•      กรณีที่ออกรถใหม่ ต้องดำเนินการจดทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31พฤษภาคม 2562

•   สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ร่วมกิจกรรมที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัย

นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสดีๆ ที่ลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี เอชอาร์-วี และ ซีอาร์-วี ไม่ควรพลาด                       สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ทาง www.honda.co.th/lifecrossovertripหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางCall Center โทร 02-341-7777  #ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ #HondaLifeCrossover

หมายเหตุ:

•      ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยินยอมให้บริษัทฯ นำภาพและข้อมูล ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้

•      บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข กติกา กำหนดการ เส้นทางและที่พักโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

•      การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

•  พนักงานในกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ผู้จำหน่ายและพนักงาน รวมถึงพนักงานบริษัทเอเจนซี่ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้

•      หากผู้ได้รับสิทธิ์ ไม่สามารถร่วมกิจกรรมได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าสมัครในทุกกรณี ยกเว้นคณะกรรมการตัดสินเป็นอย่างอื่นตามเหตุผลอันสมควร และจะพิจารณาหาผู้โชคดีในลำดับถัดไปตามความเหมาะสม

 
 

AUTO NEWS : นิสสัน นำเสนอรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนกรุงเทพฯ เดินหน้าสู่เมืองอัจฉริยะ รถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ลีฟ จะเป็นแนวทางนำไปสู่การขับเคลื่อนแบบใหม่ และยั่งยืน

Friday, 29 March 2019 17:39

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสันนำรถยนต์ทุกรุ่นมาแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40ตั้งแต่วันที่ 27มีนาคม ถึง 7เมษายน 2562ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ชูรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และการขับขี่ของทุกคน

   รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ และมุ่งดำเนินการส่งเสริมการขับเคลื่อนอัจฉริยะ ขยายโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะรวมถึงโซลูชันสำหรับการขนส่งอัจฉริยะ ในขณะเดียวกันนิสสัน เดินหน้าสนับสนุนการดำเนินงานด้านนี้ไปพร้อมกัน เช่น การนำเสนอ นิสสัน ลีฟ ใหม่ รถยนต์ไร้มลพิษขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100เปอร์เซ็นต์ และพร้อมจะส่งมอบให้แก่ลูกค้าชาวไทยตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน พ.ศ. 2562นี้ รวมถึงรถเอสยูวี ไฮบริด อย่างนิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริด

   ในฐานะผู้นำรถยนต์ไฟฟ้า นิสสันไม่เพียงแต่นำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ แต่ยังส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดการยอมรับ และการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เช่นเดียวกับที่ได้ดำเนินการแล้วในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

   นิสสัน ยังให้การสนับสนุนกรุงเทพมหานคร โดยมุ่งเน้นที่โครงสร้างพื้นฐานเพื่อก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพ อันจะช่วยลดปัญหาด้านการขนส่ง เพื่อให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะ โดยนิสสัน ได้ทำงานร่วมกับบริษัทวิจัยอย่าง ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน (Frost & Sullivan) ในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทของนิสสัน ในการนำเสนอนวัตกรรมเพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเมืองแห่งอนาคต

   กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองที่มีการสำรวจในครั้งนี้ แม้ผลการสำรวจจะพบว่า กรุงเทพฯ จำเป็นต้องมีการพัฒนาอีกหลายด้านเพื่อก้าวสู่สมาร์ทซิตี้ ภายใต้คำจำกัดความของ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการหลายขั้นตอนเพื่อนำเสนอปัญหาและโอกาสในการพัฒนาประเทศไทยเพื่อที่จะดำเนินการต่อไป ซึ่งรวมถึง:

·       การดำเนินงานเพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีตามวิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย หรือ ประเทศไทย 4.0

·       การพัฒนาระบบการขนส่ง “ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” เพื่อจัดการกับปัญหามลพิษที่เพิ่มขึ้น และความแออัดของการจราจร ซึ่งรัฐบาลมีแผนแม่บทการขนส่งที่ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การพัฒนาเศรษฐกิจไปสู่สังคมเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยจุดเริ่มต้นที่สำคัญในกรุงเทพฯนี้ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งให้เชื่อมโยงระหว่างกันอย่างราบรื่น และส่งเสริมการใช้นวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

·       มีการเริ่มดำเนินการตามแผนงานเพื่อส่งเสริมให้คนไทยใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่จะจำหน่ายในกรุงเทพฯ ซึ่งกรุงเทพฯ กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า ภายในปี พ.ศ. 2579กระทรวงพลังงานได้ตั้งเป้าหมายว่า จะมีสถานีชาร์จในกรุงเทพฯ จำนวน 690แห่ง และมีรถยนต์ไฟฟ้า 1.2ล้านคันทั่วประเทศ

·       การรวบรวมระบบขนส่งสาธารณะกับโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนารถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ให้สามารถใช้บัตรโดยสารร่วมกันได้ เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลาย  อีกทั้งบริการใหม่ต่าง ๆ เช่น การแบ่งปันการขับขี่ (ride sharing) และบริการร่วมเดินทาง (ride hailing) แสดงให้เห็นว่า กรุงเทพฯ มีความสามารถและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโซลูชันการเคลื่อนที่สำหรับยุคต่อไป

·       การเชิญนักลงทุนต่างชาติเข้าร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเดินหน้าแผนงาน 'เมืองอัจฉริยะ' รวมถึงกลยุทธ์ การขนส่งอัจฉริยะ (Smart Transportation) การเคลื่อนที่อัจฉริยะ (Smart Mobility) และการดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living)

   เมื่อเร็วๆ นี้ นิสสัน ยังแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลไทย ในการช่วยยกระดับมาตรฐานการปล่อยมลพิษของรถยนต์ใหม่เป็นมาตรฐานยูโร 5ซึ่งนิสสัน ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจแก่รถยนต์ของนิสสัน ที่จำหน่ายในประเทศไทยจะได้รับมาตรฐานไอเสียยูโร 5ภายในปี พ.ศ. 2565อีกด้วย

   “นิสสัน ภูมิใจในการสนับสนุนรัฐบาลไทยในการช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศในท้องถิ่นและลดมลพิษฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในวิธีที่ยั่งยืน ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยและรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง    นิสสัน ลีฟ และรถยนต์ไฮบริดอย่างเอ็กซ์เทรล” อันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทยกล่าว “และนิสสัน ยังคงมอบทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้าชาวไทยของเรา เรามีความภาคภูมิใจในผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่ให้ความประทับใจและครบครันทุกเซ็กเมนต์มากที่สุดในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 นี้”

   รถยนต์ของนิสสันที่ให้ความตื่นเต้นครบทุกเซ็กเมนต์เหล่านี้ พร้อมจัดแสดงในงาน ตั้งแต่นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ รถเอสยูวีอัจฉริยะ ด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและสปอร์ต เช่นเดียวกับนิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ รุ่นปี 2019รถกระบะที่สมบุกสมบันสำหรับงานหนัก ไปจนถึงนิสสัน ลีฟ ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก ที่เป็นสัญลักษณ์ของแนวคิดการเคลื่อนที่อัจฉริยะของนิสสัน หรือ นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility)

   ผู้สนใจสามารถทดลองขับรถยนต์นิสสัน พร้อมสามารถจองรถยนต์ ได้ที่บูธของนิสสัน ในงานมอเตอร์โชว์นี้

   นิสสัน ขอเชิญผู้เข้าร่วมงานมอเตอร์โชว์ 2019เข้าเยี่ยมชมบูธของนิสสัน พร้อมสัมผัส 'นวัตกรรมที่น่าตื่นเต้น' ในรถยนต์ทุกรุ่นของนิสสัน ตลอดจนข้อเสนอพิเศษและโปรโมชั่นมากมาย ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3เมืองทองธานี

 
 

AUTO NEWS : เอ็มจี เตรียมลุยตลาดรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โชว์รถต้นแบบในงานมอเตอร์โชว์ ก่อนขายจริงภายในปีนี้

Wednesday, 20 March 2019 17:47

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทยเตรียมแนะนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าสู่ตลาดเมืองไทยเพิ่มอีกหนึ่งรุ่นในครึ่งปีหลังของปีนี้ ประเดิมนำรถต้นแบบรถยนต์ SUV ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า  100% (Pure Electric Vehicle)มาร่วมโชว์ความก้าวล้ำทางยนตรกรรมจากเอ็มจี ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2562 นี้

   นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์  รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยถึงการร่วมงานมอเตอร์โชว์ในปีนี้ว่า นอกเหนือจากเปิดตัว “New MG V80”ซึ่งเป็น Passenger Van ขนาด 11  ที่นั่ง แล้ว เอ็มจียังได้เตรียมนำ “รถต้นแบบรุ่น ZS พลังงานไฟฟ้า”ซึ่งเป็นรถต้นแบบของรถยนต์ SUV ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า 100% มาโชว์เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ เพื่อตอกย้ำแนวทางการพัฒนารถยนต์ของเอ็มจีที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การขับขี่และขับเคลื่อนธุรกิจยานยนต์ในอนาคตตาม 4 แนวทางหลักของการพัฒนารถยนต์ของ เอสเอไอซี มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น (SAIC Motor Corporation Limited) ซึ่งประกอบด้วยการพัฒนารถยนต์ให้มีความเป็นอัจฉริยะมากยิ่งขึ้น (Intelligent) การพัฒนาเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตและระบบการเชื่อมต่อภายในรถยนต์ (Connectivity)การพัฒนารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานทางเลือก (New Energy)และระบบการแบ่งปันรถยนต์ในการใช้งานร่วมกัน (Car Sharing)   

   สำหรับ “รถต้นแบบรุ่น ZS พลังงานไฟฟ้า”ถูกเปิดตัวแสดงครั้งแรกในงานกวางโจว ออโต้โชว์ ที่สาธารณรัฐประชาชนจีน เมื่อเดือนพฤศจิกายนปีที่ผ่านมา ในฐานะยนตรกรรมที่ใช้เทคโนโลยีพลังงานทางเลือกใหม่ “NetGreen” ของ SAIC ที่นอกจากจะโดดเด่นด้วยการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์  (150 แรงม้า) และวิ่งได้ไกลถึง 428 กิโลเมตร ต่อการชาร์จเต็ม 1ครั้ง (หรือ 335 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC)  แล้ว ยังมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์ SUV และการติดตั้งระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะในรถยนต์ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์ซึ่งเป็นเทรนด์ของรถยนต์ในอนาคต  ทั้งนี้ รถยนต์ ZS ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าจะถูกแนะนำ             ในประเทศต่าง ๆ ทั้งประเทศอังกฤษ เยอรมัน และอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งเอ็มจีมีแผนจะแนะนำสู่ตลาดเมืองไทยอย่าง             เป็นทางการภายในปีนี้

   สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชม “รถต้นแบบรุ่น ZS พลังงานไฟฟ้า”และทดลองขับรถยนต์รุ่นต่างๆของ เอ็มจี ได้ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40  ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี หรือ ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือเว็บไซต์ www.mgcars.com

 
 

AUTO NEWS : ฮุนไดร่วมสนับสนุนการแข่งขัน WorldSBK 2019

Monday, 18 March 2019 18:12

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัดจัดทริปเชิญสื่อมวลชนร่วมชมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก “World Superbike 2019 (SBK)” ในฐานะที่แบรนด์ “ฮุนได” เป็นท็อปสปอนเซอร์ในการแข่งขันรายการนี้ ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวของการเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มตัว  โดยตลอดปีจะมีการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 13 สนาม 11 ประเทศ และจัดขึ้นที่ประเทศไทย เป็นสนามที่ 2 ในวันที่ 15 – 17 มีนาคม 2562 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต บุรีรัมย์

   นอกจากการร่วมเป็นสปอนเซอร์แล้ว บริษัท ฮุนได มอเตอร์ จำกัด ยังได้สนับสนุนรถยนต์ฮุนได “i30 Fastback N” ซึ่งเป็นรถยนต์ภายใต้แบรนด์ “N” ที่เน้นในเรื่องสมรรถนะสูง และสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน มาใช้เป็นรถเซฟตี้คาร์อย่างเป็นทางการในทุกการแข่งขัน WorldSBK 2019 ตลอด 3ฤดูกาลอีกด้วย และฮุนไดยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะของ i30 Fastback N อย่างใกล้ชิดในสนามแข่ง เพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ตื่นเต้น เร้าใจ ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก ทั้งนี้ฮุนไดต้องการเผยแพร่แบรนด์ “N” ซึ่งเป็นแบรนด์มอเตอร์สปอร์ตของฮุนได ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยเฉพาะในวงการมอเตอร์สปอร์ต และการแข่งขันรายการระดับโลกที่เป็นที่ยอมรับและได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก เพื่อสื่อให้เห็นว่ารถยนต์ที่อยู่ภายใต้แบรนด์ “N” เป็นรถที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสูง ขับสนุก สามารถใช้ได้ทั้งในสนามแข่งและในชีวิตประจำวัน

   ฮุนได i30 Fastback N ที่ใช้เป็นรถเซฟตี้คาร์ในสนามแข่ง ได้รับการดัดแปลงแค่ส่วนที่จำเป็นเท่านั้น อาทิ แผงไฟติดตั้งบริเวณหลังคาด้านหลัง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับรถเซฟตี้คาร์และช่วยเพิ่มทัศนวิสัยที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ขับขี่ที่ขับตามมาด้านหลัง  เบาะที่นั่งโอบกระชับช่วยเพิ่มความมั่นใจและมอบการทรงตัวที่ดีให้กับผู้ขับขี่และทีมแพทย์ ซึ่งในการแข่งขัน WorldSBK แพทย์ส่วนใหญ่จะนั่งในตำแหน่งถัดจากผู้ขับขี่รถเซฟตี้คาร์ เพื่อช่วยปฐมพยาบาลและดูแลความปลอดภัย นอกจากนี้ยังตกแต่งด้วยแถบล้อสีแดงและสีน้ำเงินขนาด 19 นิ้ว และยางที่ได้มาตรฐาน จึงช่วยเพิ่มสมรรถนะที่ดีในการขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น   “i30 Fastback N” เป็นรถเซฟตี้คาร์ที่มีความโดดเด่นและหรูหราที่สุด แต่สามารถปกป้องรถจักรยานยนต์ที่ผลิตมาให้มีความเร็วมากที่สุดในโลกได้เช่นกัน

   นอกจากนี้ ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ยังได้นำฮุนไดรุ่น เอช-วัน ซึ่งเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย ไปจัดแสดงในบริเวณรอบพื้นที่ของการจัดการแข่งขัน SBK 2019ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต บุรีรัมย์ ในระหว่างวันที่ 15 – 17 มีนาคม 2562อีกด้วย

   การร่วมเป็นสปอนเซอร์ของฮุนไดในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของแบรนด์ฮุนได ที่ผลิตรถยนต์คุณภาพและพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำอย่างต่อเนื่อง   จนก้าวเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ต อย่างเต็มตัว และฮุนไดยังคงมุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนาสิ่งใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้สัมผัสยนตรกรรมที่สามารถตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดี

 
 

AUTO NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คว้า 13 รางวัลจากเวที Car & Bike of the Year 2019 ตอกย้ำความสำเร็จแห่งการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์

Monday, 11 March 2019 18:58

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คว้ารางวัล“Car & Bike of the Year 2019”ยอดเยี่ยมแห่งปีสูงสุดถึง13 รางวัล ยืนยันคุณภาพและตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและยนตรกรรมระดับพรีเมียม สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

รางวัลCar of the Year 2019สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู

1.    Best Hatchback under 2,000 CC: บีเอ็มดับเบิลยู 118i M Sport

2.    Best Hybrid Sedan under 2,000 CC: บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport

3.    Best Hybrid Super Car: บีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster

4.    Best Mid-Size Hatchback Diesel: บีเอ็มดับเบิลยู 630d GT M Sport

5.    Best Luxury Car over 3,500 CC: บีเอ็มดับเบิลยู M760Li xDrive

6.    Best Convertible: บีเอ็มดับเบิลยู430i Convertible Luxury

7.    Best Sport Sedan: บีเอ็มดับเบิลยูM5

8.    Best Sport Coupe: บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe

9.    Best Sport SUV Diesel: บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport

รางวัลCar of the Year 2019สำหรับรถยนต์มินิ

10.Best Sport Hatchback 3 Door: มินิ JCW Hatch

11.Best Sport Hatchback 5 Door: มินิ JCW Clubman ALL4

รางวัลBike of the Year 2019สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

12.Best Sport Heavy Weight: บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR

13.Best Adventure Heavy Weight: บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS

   มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จากงาน Car & Bike of the Year 2019 กว่า 13 รางวัล เป็นอีกมาตรวัดความสำเร็จของเรา ซึ่งถือว่าเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จทางธุรกิจ ที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สามารถทุบสถิติยอดขายครบทั้งสามแบรนด์ พร้อมครองอันดับหนึ่งของโลกอีกครั้งด้วยอัตราการเติบโตสูงสุดในเครือข่ายบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลกสองปีซ้อน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภค คุณภาพยนตรกรรมเหนือระดับ และศักยภาพของเราในฐานะผู้นำในตลาดรถยนต์หรูระดับโลก”

   รางวัล Car & Bike of the Year 2019 นับเป็นหนึ่งในรางวัลประจำปีที่ทรงเกียรติที่สุดสำหรับผู้ผลิตยานยนต์ในประเทศไทย จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งและผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในการคัดสรรสุดยอดยนตรกรรมเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า ทั้งในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การออกแบบ และการผลิต โดยมีรถยนต์กว่า 132 คัน และรถมอเตอร์ไซค์ 70 คัน เข้าร่วมการทดสอบและรับการประเมินในปีนี้ ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมผู้สื่อข่าวไทย สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย สถาบันวิจัยชั้นนำของมหาวิทยาลัย และนักทดสอบอิสระ

   สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาCar of the Year 2019 นั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ รายละเอียดต่างๆ ของตัวรถ ตามหัวข้อที่กำหนดไว้ คือ สมรรถนะ ความปลอดภัย เทคโนโลยีพิเศษ กฏเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม ความสวยงาม และความคุ้มค่า และส่วนถัดไปคือการขับขี่จริงในสนามทดสอบ เพื่อทดสอบสมรรถนะด้านต่างๆ อาทิ การบังคับควบคุมพวงมาลัย ระบบช่วงล่าง สมรรถนะของเครื่องยนต์ แรงบิด และอัตราเร่งจาก 0-80 กม./ชม. เป็นต้น

   ส่วนหลักการให้คะแนน Bike of the Year 2019 จะแบ่งรถออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มรถตลาด (มีขนาดความจุไม่เกิน 250 ซี.ซี.) และกลุ่มรถบิ๊กไบค์ (มีขนาดเครื่องยนต์เกิน 300 ซี.ซี.) ซึ่งมีความจุไล่เลี่ยงไปตั้งแต่ รถ Light Weight (มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 499 ซี.ซี.) รถ Middle Weight (มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 799 ซี.ซี.) และรถ Heavy Weight (มีขนาดเครื่องยนต์ตั้งแต่ 800 ซี.ซี. ขึ้นไป) โดยจะรวบรวมคะแนนจากนักทดสอบอิสระ และสื่อมวลชนสายรถจักรยานยนต์ แล้วนำมาทำการหาค่าเฉลี่ย เพื่อจัดอันดับรถที่มีคะแนนสูงสุดในแต่ละประเภทรางวัล

   ในปีนี้ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด คว้ารางวัลรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ยอดเยี่ยมแห่งปี (Car & Bike of the Year) มา 13รุ่น ได้แก่

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้า รณรงค์ความปลอดภัย ต้อนรับเทศกาลสงกรานต์ จัดแคมเปญ “สงกรานต์อุ่นใจ ขับขี่ปลอดภัยกับฮอนด้า” มุ่งลดอุบัติเหตุและสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทาง

Sunday, 10 March 2019 18:25

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก จัดแคมเปญ สงกรานต์อุ่นใจ ขับขี่ปลอดภัยกับฮอนด้าโดยเชิญชวนลูกค้าฮอนด้าเข้ารับบริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25รายการ รวมทั้งมอบข้อเสนอผ่อนชำระค่าใช้จ่ายและส่วนลดพิเศษสำหรับอะไหล่ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม– 30เมษายน 2562ที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศเพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมและสร้างความมั่นใจในทุกการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะมีประชาชนจำนวนมากเดินทางท่องเที่ยวและกลับภูมิลำเนา สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของฮอนด้าปี 2030 ที่จะมุ่งสู่การเป็นสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Collision Free Society)ให้เกิดขึ้น

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “ในช่วงเทศกาลสงกรานต์ของประเทศไทย ถือเป็นช่วงวันหยุดยาวและมีผู้ใช้รถใช้ถนนในการเดินทางเป็นจำนวนมาก ความปลอดภัย นับเป็นสิ่งที่ฮอนด้าตระหนักและให้ความสำคัญมาโดยตลอดฮอนด้าจึงได้จัดแคมเปญ สงกรานต์อุ่นใจ ขับขี่ปลอดภัยกับฮอนด้าโดยลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่นสามารถเข้ารับบริการตรวจสภาพรถยนต์ได้ฟรี 25รายการ รวมทั้งมอบข้อเสนอผ่อนชำระค่าใช้จ่ายและส่วนลดพิเศษสำหรับอะไหล่นับเป็นอีกหนึ่งมาตรการที่จะช่วยสร้างความมั่นใจในการขับขี่ อีกทั้งช่วยป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจากการใช้รถใช้ถนนตลอดช่วงเทศกาลสงกรานต์ที่จะถึงนี้ได้อีกด้วย”

สิทธิประโยชน์สำหรับลูกค้าฮอนด้าในแคมเปญ “สงกรานต์อุ่นใจ ขับขี่ปลอดภัยกับฮอนด้า”

รายการที่ 1        บริการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25รายการ (ตามรายการที่กำหนด)
รายการที่ 2        ส่วนลด 20% โปรแกรมอัลติเมทแคร์ (อัลติเมท 1,2,3)
รายการที่ 3        ส่วนลด 20% แพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟ (แพ็กเกจ 4 ระยะ)
รายการที่ 4        ส่วนลด 15% ผ้าเบรก จานเบรก และอะไหล่กลุ่มระบบปรับอากาศรถยนต์ (ตามรายการที่กำหนด)                        รายการที่ 5        ส่วนลดยางรถยนต์มูลค่าสูงสุด 800 บาท (200 บาท ต่อหนึ่งเส้น)                                                            รายการที่ 6        ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายงานบริการ 0% 4เดือน หรือ 0% 6เดือน (ตามเงื่อนไขที่กำหนด*)

   * เงื่อนไขการผ่อนชำระ ลูกค้าที่มียอดค่าใช้จ่ายงานบริการตั้งแต่ 3,000 บาท ขึ้นไป สามารถเลือกผ่อนชำระค่าใช้จ่าย 0% นาน 6 เดือน สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารกรุงศรีอยุธยาและบัตรในเครือธนาคารกรุงไทย หรือผ่อนชำระค่าใช้จ่าย 0% นาน 4เดือน สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพ ธนาคารไทยพาณิชย์ และธนาคารกสิกรไทย โดยเป็นยอดค่าใช้จ่ายงานบริการ ได้แก่ งานตรวจเช็กตามระยะทาง (PM) งานซ่อมทั่วไป (GR) งานซ่อมตัวถังและสีประเภทลูกค้าเป็นผู้ชำระเงิน (BP) งานติดตั้งอุปกรณ์ตกแต่งรถยนต์ของฮอนด้า (ACC) การซื้อแพ็กเกจเช็กระยะฮอนด้าเพย์เซฟ (2 และ 4 ระยะทาง) การซื้อโปรแกรมอัลติเมทแคร์ (อัลติเมท 1,2,3)

รายการตรวจสภาพรถยนต์ฟรี 25 รายการ

  1. ตรวจวัดค่าแบตเตอรี่ด้วยเครื่องทดสอบโวลท์/ แอมแปร์ และตรวจเติมน้ำกลั่น
  2. ตรวจเติมระดับน้ำในถังสำรองหม้อน้ำและถังเก็บน้ำล้างกระจก
  3. ตรวจการรั่วซึมของท่อยางหม้อน้ำ บน / ล่าง
  4. ตรวจทำความสะอาดไส้กรองอากาศ
  5. ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง
  6. ตรวจระดับน้ำมันเบรก / คลัทช์ (สำหรับรุ่นที่มี)
  7. ตรวจระดับน้ำมัน พวงมาลัยเพาเวอร์ (สำหรับรุ่นที่มี)
  8. ตรวจระดับน้ำมันเกียร์
  9. ตรวจสภาพสายพานขับด้านนอก
  10. ตรวจสภาพยางปัดน้ำฝน
  11. ตรวจระดับหัวฉีดน้ำล้างกระจก
  12. ตรวจสภาพยาง วัดแรงดัน / เติมลมยาง 5 เส้น
  13. ตรวจการทำงานของไฟสัญญาณ / ไฟส่องสว่าง
  14. ตรวจการทำงานของเข็มขัดนิรภัย
  15. ตรวจการทำงานของระยะแป้นเบรก
  16. ตรวจการทำงานของระยะยกคันโยกเบรกมือ
  17. ตรวจการทำงานของแม่ปั๊มเบรก และหม้อลมเบรก
  18. ตรวจการทำงานของระบบปรับอากาศ (ความเย็น / ช่องทางลม)
  19. ตรวจสภาพของท่ออ่อนเบรก 4 ล้อ
  20. ตรวจลูกหมากและยางกันฝุ่นแร็คพวงมาลัย
  21. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านซ้าย
  22. ตรวจยางกันฝุ่นเพลาขับด้านขวา
  23. ตรวจถังน้ำมันเชื้อเพลิง / ท่อ และข้อต่อท่อน้ำมันเชื้อเพลิง
  24. ตรวจการทำงานของเครื่องยนต์ รอบเดินเบา / การรั่วซึม
  25. ตรวจช่วงล่าง ลูกยาง และลูกหมากต่าง ๆ

   สำหรับแคมเปญ สงกรานต์อุ่นใจ ขับขี่ปลอดภัยกับฮอนด้าลูกค้าฮอนด้าสามารถนำรถยนต์เข้าตรวจเช็กสภาพและรับบริการได้ที่ศูนย์บริการฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม – 30 เมษายน 2562  โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 0 2341 7777 หรืออ่านรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.honda.co.th

 
 

More Articles...

Page 1 of 60

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )