Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : นิสสันต้อนรับหน้าฝนด้วยบริการตรวจเช็คสภาพรถฟรีและโปรโมชั่นสุดพิเศษ

Saturday, 16 June 2018 14:47

   บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดร่วมกับผู้จำหน่ายรถยนต์นิสสันทั่วประเทศ นำเสนอแคมเปญบริการหลังการขายเปิดให้บริการตรวจเช็คสภาพรถ  22 รายการแก่ลูกค้านิสสันทุกท่าน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย

   “นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทยมุ่งมั่นสร้างความพึงพอใจและความปลอดภัยให้แก่ลูกค้า เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าจะขับขี่รถได้อย่างปลอดภัยและมั่นใจตลอดหน้าฝนนี้ เราหวังว่าบริการตรวจเช็คสภาพรถนี้จะช่วยให้ลูกค้าและครอบครัวมีความอุ่นใจในการเดินทาง” นายธีระพันธุ์ ละอองศรี รองประธาน สายงานอะไหล่และบริการหลังการขาย บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าว

   การมอบบริการตรวจเช็คสภาพรถนี้ คือคำขอบคุณที่นิสสันมีต่อลูกค้าที่เชื่อมั่น วางใจและสนับสนุนแบรนด์   นิสสันมาตลอดทุกการขับขี่

   นอกจากนี้ ลูกค้ายังจะได้รับโปรโมชั่นสุดพิเศษ ไม่ว่าจะเป็น ฟรี ร่ม Nismo เมื่อซื้อชุดก้านปัดน้ำฝนและน้ำยาเช็ดกระจก ส่วนลด 300 บาท เมื่อเปลี่ยนแบตเตอรี่ทุกรุ่น รวมถึงเคมีภัณฑ์ราคาพิเศษเพียง 399 บาทเท่านั้น*

   ลูกค้านิสสันทุกท่านที่สนใจ สามารถเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพรถและพบกับโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการนิสสันที่มีอยู่เกือบ 200สาขาทั่วประเทศตั้งแต่16 มิถุนายน  – 31 สิงหาคม พ.ศ. 2561

   สำหรับรายละเอียดเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ Call Center หมายเลข 0-2401-9600 หรือ www.nissan.co.th

   *เฉพาะผลิตภัณฑ์เพิ่มประสิทธิภาพเครื่องยนต์ หรือผลิตภัณฑ์ทำความสะอาดระบบหล่อลื่นภายในเครื่องยนต์แท้ของนิสสันเท่านั้น

 
 

AUTO NEWS : เปิดตัว สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อย่างเป็นทางการที่ จ. ปทุมธานี

Thursday, 14 June 2018 16:49

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดได้การเปิด สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อย่างเป็นทางการที่จังหวัด ปทุมธานี นับเป็นอีกหนึ่งความมุ่งมั่นของบริษัทฯ เพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า

   พิธีเปิดสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อย่างเป็นทางการนำโดย มร. โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมได้รับเกียรติจาก นายดรณ์ สมิตะเกษตริน นายอำเภอลำลูกกา และ มร. โอซามุ มาสุโกะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่นพร้อมด้วยแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมในพิธีดังกล่าว

   มร. โอซามุ มาสุโกะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่นกล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส มีความมุ่งมั่นต่อการดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาโดยตลอด และสถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย แห่งนี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นดังกล่าวในช่วงเวลาที่ประเทศไทยกำลังก้าวเข้าสู่เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยพลังแห่งนวัตกรรม”

   ทั้งนี้พิธีเปิด สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย อย่างเป็นทางการได้จัดขึ้นภายหลังจากที่ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้ฉลองการผลิตรถยนต์ครบ 5ล้านคันที่ศูนย์การผลิตแหลมฉบัง

   “สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะมีบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาด้านความรู้และทักษะ เพื่อเตรียมความพร้อมของบุคลากรในการส่งมอบคุณค่าใหม่ๆ ไปยังลูกค้าของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส” มร. มาสุโกะกล่าวเสริม

   สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย ได้เริ่มทำการก่อสร้างในเดือนกันยายน ปีพ.ศ. 2560ด้วยงบประมาณลงทุนเริ่มต้นที่ 120ล้านบาท ทั้งนี้สถาบันฯ ดังกล่าว เป็นอาคาร 2ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่กว่า 8,700ตร.ม. พร้อมพื้นที่ใช้สอยกว่า 17,700ตร.ม. และตั้งอยู่ที่ อ. ลำลูกกา จ. ปทุมธานี

   มร. โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้กล่าวในพิธีเปิดว่า “สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย จะมีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาบุคลากรทั้งในด้านการขายและบริการหลังการขาย”

   ปัจจุบัน สถาบันฯ แห่งใหม่นี้ สามารถรองรับการฝึกอบรมพนักงานของผู้จำหน่ายได้วันละ 100-150 คน ครอบคลุมสายงานด้านที่ปรึกษางานบริการ ช่างเทคนิค พนักงานอะไหล่ ที่ปรึกษาการขาย เจ้าหน้าที่ลูกค้าสัมพันธ์ รวมถึงพนักงานของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย

   “สถาบันการศึกษาและฝึกอบรม มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย แห่งนี้ จะไม่เพียงแต่พัฒนาความรู้ความเชี่ยวชาญในแต่ละสายงานเท่านั้น แต่ยังมุ่งเน้นการปลูกฝังค่านิยมในการสร้างความมุ่งมั่น เพื่อให้บุคลากรของเราสามารถช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ลูกค้าเพื่อมุ่งสู่ทุกความสำเร็จในชีวิต” มร. ชกกิ กล่าวสรุป

 
 

AUTO NEWS : ฝนมาแล้ว เป็นลูกค้า Audi อุ่นใจได้เลย อาวดี้ ประเทศไทย จัดแคมเปญบริการหลังการขาย ตรวจเช็คสภาพฟรี 40 รายการ พร้อมโปรโมชั่นส่วนลดค่าอะไหล่ 10% ตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2561

Wednesday, 13 June 2018 14:00

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นายวัลลภ เฉลิมวงศาเวช รองกรรมการผู้จัดการฝ่ายบริการหลังการขาย อาวดี้ ประเทศไทยกล่าวว่าภายใต้นโยบายสร้างความพึงพอใจอย่างสูงสุดให้กับลูกค้าของเรา ทางบริษัทฯ ให้ความสำคัญกับพัฒนาการบริการหลังการขายอย่างต่อเนื่องเพื่อให้ลูกค้ามีความสบายใจ และมั่นใจในทุกครั้งที่ได้ขับรถยนต์อาวดี้ โดยในช่วงฤดูฝนที่กำลังมาถึงนี้ทางอาวดี้ได้จัดแคมเปญบริการหลังการขายขึ้น เพื่อดูแลรถยนต์ของลูกค้าให้มีความพร้อม เพิ่มความอุ่นใจ และเพิ่มความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนของลูกค้า

 

   โดยตั้งแต่วันนี้ - 31 กรกฎาคม 2561อาวดี้ ประเทศไทย ขอเชิญชวนลูกค้าทุกท่านที่ใช้รถอาวดี้นำรถมาเข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพฟรี 40รายการ คลอบคลุมการตรวจเช็คระบบเครื่องยนต์ระบบเบรก ช่วงล่าง ระบบส่งกำลัง และระบบไฟฟ้าอิเลคโทรนิกส์ต่างๆ

   นอกจากนี้ อาวดี้ ประเทศไทย ยังมอบส่วนลดพิเศษ 10%สำหรับการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ผ้าเบรก จานเบรก น้ำมันเบรก ใบปัดน้ำฝน และสำหรับลูกค้าที่มียอดค่าใช้จ่ายในศูนย์บริการฯ มากกว่า 10,000 บาท ขึ้นไป สามารถนำใบเสร็จมารับร่มอาวดี้ สวยเท่ ฟรี 1คันด้วย (เงื่อนไขเป็นตามที่บริษัทฯ กำหนด) โดยสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดแคมเปญได้ที่โชว์รูมรถยนต์อาวดี้ ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ 020234888(ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์)

 
 

AUTO NEWS : มาสด้าตอบรับแนวคิดรัฐบาลศูนย์กลางการค้าการลงทุนในภูมิภาค สร้างมาตรฐานการผลิตที่ทันสมัยแห่งหนึ่งของโลก

Monday, 11 June 2018 14:10

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   กระแสตอบรับของผู้บริโภคต่อรถยนต์มาสด้ายังคงร้อนแรงอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ยอดขายเดือนพฤษภาคมพุ่งสูงสุดถึง 5,881 คัน เติบโต 48% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา และยอดขายสะสม 5 เดือน พุ่งทะยานแตะ 26,886 คัน เพิ่มขึ้น 36% สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจและจีดีพีของประเทศที่เติบโตอย่างมีเสถียรภาพ

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า ในไตรมาสแรกที่ผ่านมาเศรษฐกิจไทยนั้นถือว่าอยู่ในเกณฑ์ดี จีดีพีเพิ่มขึ้นถึง 4.8% สูงเกินกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ซึ่งเกิดจากปัจจัยบวกหลายด้าน ทั้งด้านการลงทุน อุตสาหกรรม  กำลังการผลิต การส่งออก รวมถึงด้านการท่องเที่ยว นอกจากนี้ในส่วนของอุตสาหกรรมยานยนต์ นักลงทุนจากทั่วโลกต่างให้ความสนใจในโครงการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC) เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ตอบรับการยกระดับพื้นที่เป็นเขตเศรษฐกิจชั้นนำของเอเชีย

   มาสด้าอยู่ในสมรภูมิวงการรถยนต์มาอย่างยาวนาน เจอความท้าทายและอุปสรรคมากมายในหลากหลายรูปแบบ แต่มาสด้ายังคงยืนหยัดในเรื่องของการสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีคุณค่าในการขับขี่ และการเป็นเจ้าของด้วยความภาคภูมิใจ มาสด้าได้คิดออกนอกกรอบจากการผลิตรถยนต์แบบเดิมๆ จนได้มาซึ่งเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย คือเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ที่ทั้งขับสนุก ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากผู้ใช้ทั่วโลก และผู้ใช้ในประเทศไทย ทั้งนี้ทางมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น ได้เล็งเห็นถึงศักยภาพของตลาดในประเทศไทย จึงได้ลงทุนเพื่อสร้างโรงงานที่มีความทันสมัยในประเทศ ทั้งยังเพิ่มเม็ดเงินลงทุนเพื่อเปิดโรงงานแห่งใหม่เพิ่มขึ้น ทำให้เรามีฐานการผลิตรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบและทันสมัยที่สุด ทั้งโรงงานประกอบรถยนต์ (AAT) และโรงงานผลิตเครื่องยนต์สกายแอคทีฟ และเกียร์อัตโนมัติ (MPMT) รวมถึงการถ่ายทอดโนฮาวของการผลิตและการวิจัยและพัฒนา เพื่อพัฒนาบุคลากรและผู้ผลิตชิ้นส่วนในประเทศอย่างครบวงจร ถือเป็นการพัฒนาบุคลากรไทย และเป็นการสร้างงาน สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยอีกทางหนึ่งด้วย

   จากกระแสความนิยมชมชอบรถยนต์มาสด้า ทำให้ยอดขายในเดือนพฤษภาคมเพิ่มขึ้นถึง 48% โดยเฉพาะมาสด้า2 ยังคงรั้งเบอร์หนึ่งรถยนต์นั่งขนาดเล็กและเป็นรถที่ขายดีตลอดกาลของมาสด้า กวาดยอดขายไปอย่างท่วมท้น 3,898 คัน โตขึ้น 57% ตามาด้วยรถอเนกประสงค์เอสยูวี CX-5 จำนวน 763 คัน เพิ่มขึ้น 151% รถยนต์นั่งมาสด้า3 จำนวน 433 คัน ลดลงเล็กน้อย 7% รถยนต์ CX-3  จำนวน 206 คันลดลง 41% รถปิกอัพมาสด้า บีที-50โปร จำนวน 577 คัน เพิ่มขึ้น 65% และมาสด้า MX-5จำนวน 4 คัน ส่งผลให้ยอดขายรถมาสด้าทั้งหมดในเดือนพฤษภาคมปิดตัวเลขอยู่ที่ 5,881คัน

   ส่งผลให้ยอดขายรวม 5 เดือนแรกของปี 2561 (มกราคม – พฤษภาคม) มียอดขายสะสมสูงถึง 26,886 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 36% (เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2560) โดยเฉพาะมาสด้า2 ยังครองแชมป์ยอดขายสูงสุดถึง 16,979 คัน เติบโต 45% ถัดมาเป็นรถอเนกประสงค์เอสยูวีมาสด้า CX-5 จำนวน 3,834 เติบโตสูงสุดถึง 179% ตามมาด้วยรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร จำนวน 2,642 เพิ่มขึ้น 2% รถยนต์นั่งมาสด้า3 จำนวน 2,099 คัน ลดลงเล็กน้อย 7% และมาสด้า CX-3 จำนวน 1,321 ลดลง 24%และรถสปอร์ตเปิดประทุนมาสด้า MX-5 จำนวน 11 คัน

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุขกล่าวเพิ่มเติมว่า มาสด้ามุ่งมั่นและใส่ใจในเรื่องของการผลิตเพื่อให้ได้รถยนต์ที่มีคุณภาพสูง อันเกิดมาจากการค้นคว้าและวิจัยทำให้เกิดเทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นตามลำดับ มาสด้าเริ่มต้นจากสิ่งที่เราคิดไม่เหมือนคนอื่น  เรากล้าที่จะแตกต่าง (Defy Convention)เปลี่ยนความท้าทายให้เป็นแรงบันดาลใจ เพื่อเป้าหมายที่ดีขั้น ใส่ใจในทุกรายละเอียด นอกจากนี้รถต้องสวย ดึงดูดทุกสายตาเนื่องจากรถมาสด้าที่ขายจริงในตลาด  มีดีไซน์ที่ใกล้เคียงรถต้นแบบมากที่สุด ทำให้รถมาสด้าได้รับการยอมรับว่าเป็นแบรนด์ที่โดดเด่นเรื่องของดีไซน์ มาสด้าคิดต่างด้วยแนวคิด Customer Centric ทำความเข้าใจความต้องการและพฤติกรรมของผู้บริโภคอย่างละเอียด การผลิตที่ปรับจากการผลิตเพื่อเน้นในเรื่องปริมาณและการบริหารต้นทุนสู่การผลิตเพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าอย่างแท้จริง การพัฒนาการทำงานที่เชื่อมโยงทั้งระบบ ทั้งการผลิต การจัดส่ง การจัดสรร การสั่งซื้อ การบริหารสต๊อคที่รวดเร็ว  รวมถึงเครือข่ายผู้จำหน่ายเพื่อให้ถึงมือลูกค้าอย่างสมบูรณ์แบบทั้งเรื่องของเวลาและคุณภาพ

   ทางด้านนายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหาร ฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันเรื่องของดิจิตอลนั้นมีความสำคัญในชีวิตประจำวันของมนุษย์ เนื่องจากสามารถเข้าได้ถึงทุกความต้องการ ซึ่งดิจิตอลจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้กลยุทธ์ทางด้านการตลาด และการสื่อสารนั้นแพร่ขยายไปได้ไกลและเชื่อมโยงคนทั่วโลกเข้าไว้ด้วยกัน รวมถึงเรื่องของผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบเพื่อให้มีความสอดคล้องในการใช้งานในแต่ละประเทศ ดังนั้นเราจึงวางกลยุทธ์ Mazda Building Block Strategyโดยเน้นการวางทิศทางการพัฒนาเทคโนโลยีในอนาคตแบบเป็นขั้นตอน  มี 3องค์ประกอบที่สำคัญ  คือ เรื่องกรอบเวลาของการนำเทคโนโลยีมาใช้ได้อย่างเหมาะสม, การพัฒนาโมเดลทางธุรกิจของผู้ผลิตและผู้บริโภค รวมถึงโครงสร้างพื้นฐานที่รองรับและสอดคล้องกัน เพื่อความพร้อมกับการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามา และการเปลี่ยนถ่ายจากเทคโนโลยีปัจจุบันสู่เทคโนโลยีอนาคตที่เหมาะสม เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับสิ่งที่ดีที่สุด

   โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางทางโซเชียลมีเดียเว็บไซต์ www.mazda.co.thและMazdaThailandOfficial Facebook/YouTube/Instagram/LINE

 

 
 

AUTO NEWS : เชฟโรเลตตอกย้ำ “การสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิต” ของรถยนต์เทรลเบลเซอร์และโคโลราโด ที่มีความทนทานเป็นเลิศ สร้างความเชื่อมั่นให้แก่ลูกค้า

Monday, 11 June 2018 06:46

 

 

 

 

 

 

 

 

   จากรายงานพฤติกรรมผู้บริโภคของ Consumer Reports พบว่าอายุการใช้งานรถยนต์ในปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 11 ปี หรือ 200,000 ไมล์ (ประมาณ 321,868.8 กิโลเมตร) นั่นหมายความว่า ในด้านคุณภาพ ความแข็งแรงทนทาน และความน่าเชื่อถือของผลิตภัณฑ์ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะสร้างความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า และมอบประสบการณ์ในการเป็นเจ้าของรถยนต์โดยปราศจากความกังวล

   ด้วยเหตุนี้ รถกระบะสัญชาติอเมริกันอย่าง เชฟโรเลต โคโลราโด และรถอเนกประสงค์ ระดับพรีเมียม  เทรลเบลเซอร์ รถรุ่นล่าสุดจึงผลิตขึ้นที่ศูนย์การผลิตยานยนต์ของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ในจังหวัดระยอง ภายใต้ “หลักการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิต” หรือ Built-In-Quality (BIQ) ซึ่งจีเอ็มทั่วโลกได้นำหลักการดังกล่าวมาใช้ในทุกขั้นตอนของการผลิต

   เมื่อไม่นานมานี้ ศูนย์การผลิตยานยนต์ เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย และศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ เจนเนอรัล มอเตอร์ส เพาเวอร์เทรน ประเทศไทย ได้รับการรับรองมาตรฐานการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิตระดับที่ 4 หรือ Built-in-Quality (BIQ Level 4) ซึ่งเป็นการรับรองมาตรฐานการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิตระดับสูงและถือว่าเป็นเรื่องยากที่ได้รับการรับรองดังกล่าว

   นายอำนาจ แสงจันทร์ รองประธานฝ่ายการผลิต จีเอ็ม ประเทศไทยกล่าวว่า “การได้รับการรับรองมาตรฐานในด้านการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิตนี้ ไม่เพียงแค่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและทุ่มเทของพนักงานที่จะผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นว่าเชฟโรเลตยึดมั่นว่าลูกค้าเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งที่เราทำ”

   อายุการใช้งานของรถยนต์เริ่มนับตั้งแต่วันที่รถยนต์ถูกส่งมอบให้แก่ลูกค้า อายุการใช้งานของรถยนต์จะสั้นหรือยาวขึ้นอยู่กับสภาพภูมิอากาศ สภาพของพื้นถนน ลักษณะการขับขี่ การบำรุงรักษา และปัจจัยอื่นๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่บริษัทผู้ผลิตรถยนต์ไม่สามารถควบคุมได้

   นายอำนาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ สิ่งที่เราสามารถควบคุมได้คือ การสร้างรถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุดโดยการควบคุมกระบวนการผลิต ที่จีเอ็มเราเรียกกระบวนการนั้นว่า หลักการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิต ซึ่งหมายความว่า เราสร้างคุณภาพไว้ในทุกขั้นตอนการผลิต ไม่ใช่เพียงแค่ตรวจสอบคุณภาพในภายหลังเท่านั้น และด้วยการควบคุมกระบวนการผลิตทำให้เราสามารถควบคุมผลิตภัณฑ์และคุณภาพได้”

   จีเอ็มใช้หลักการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิตในทุกขั้นตอนของการผลิต ตั้งแต่การขึ้นรูปตัวถัง (Stamping)ไปจนถึงขั้นตอนสุดท้ายคือการประกอบรถยนต์จนเสร็จสมบูรณ์ (General Assembly) เพื่อให้ได้รถยนต์ที่มีคุณภาพสูงสุดในระดับที่ลูกค้าของเราคู่ควร

   หลักการดังกล่าวทำให้การผลิตรถยนต์ของเชฟโรเลตแตกต่างจากบริษัทผู้ผลิตรถยนต์บางราย ที่ทำการตรวจสอบคุณภาพก่อนที่รถยนต์จะออกจากสายการผลิตหรือโรงงานเท่านั้น วิธีการดังกล่าวเรียกว่า “การตรวจสอบคุณภาพแบบทั่วไป”(Quality Inspected In)ซึ่งพบว่ามีข้อเสียหลายประการ เพราะต้องอาศัยความสามารถของผู้ตรวจสอบคุณภาพในการตรวจพบปัญหาและแก้ไขข้อผิดพลาดโดยการถอดชิ้นส่วนและประกอบรถยนต์ใหม่ ซึ่งเป็นวิธีการที่ใช้เวลานานและมีค่าใช้จ่ายสูง

   “ตลอดระยะเวลากว่า 100ปีที่จีเอ็มได้ผลิตรถกระบะและรถยนต์ที่นั่งส่วนบุคคล เราได้พัฒนาระบบคุณภาพและกระบวนการผลิตต่างๆ มาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลักการสร้างคุณภาพในกระบวนการผลิตจะช่วยให้ทุกกระบวนการผลิตมีคุณภาพ ทำให้มั่นใจได้ว่า ข้อบกพร่องที่อาจจะเกิดขึ้นในกระบวนการผลิตนั้นจะถูกตรวจพบก่อนที่ผลิตภัณฑ์จะเสร็จสมบูรณ์” นายอำนาจกล่าว

ศูนย์การผลิตยานยนต์ที่มีความยืดหยุ่น

   เชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ และโคโลราโด รวมถึงรุ่นต่างๆ ได้แก่ โคโลราโด ไฮคันทรี  เทรลเบลเซอร์ ซี71(Z71)โคโลราโด สตอร์ม โคโลราโด เซนเทนเนียล อิดิชั่น และรถยนต์ที่ผลิตภายใต้แบรนด์โฮลเด้น ล้วนผลิตขึ้นบนสายการผลิตเดียวกัน

   “จากการที่เราผลิตรถกระบะและรถอเนกประสงค์สำหรับตลาดในประเทศและตลาดส่งออก ภายใต้แบรนด์เชฟโรเลตและโฮลเด้น ดังนั้น กระบวนการผลิตของเราจึงต้องมีความยืดหยุ่นในการผลิต แต่ยังคงตามมาตรฐานคุณภาพอย่างเข้มงวด” นายอำนาจกล่าว

   นายอำนาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราผลิตรถยนต์หลายรุ่นทั้งที่เป็นรุ่นหลักและรุ่นต่างๆบนสายการผลิตเดียวกันนี้ที่ศูนย์การผลิต จังหวัดระยอง ซึ่งหมายความว่า เราต้องมั่นใจว่าชิ้นส่วนต่างๆ ของรถยนต์ในแต่ละรุ่นจะได้รับการประกอบเข้าไปในรถยนต์ได้อย่างถูกต้อง เราทำได้สำเร็จเพราะเรามีกระบวนการการผลิตที่เหมาะสมพนักงานทุกคนที่สายการผลิตและแผนกสนับสนุนมีความมุ่งมั่นที่จะผลิตรถยนต์ที่มีคุณภาพสูง โดยเรื่องคุณภาพนั้นไม่ใช่เป็นความรับผิดชอบของทีมงานด้านคุณภาพเพียงอย่างเดียว แต่ถือเป็นความรับผิดชอบของพวกเราทุกคนที่จีเอ็ม ประเทศไทย”

ศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ที่มีความทันสมัย

   ความยืดหยุ่นและคุณภาพเป็นพันธสัญญาของศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ที่ระยองเช่นกัน จีเอ็ม เพาเวอร์เทรน ประเทศไทย ถือเป็นหนึ่งในศูนย์การผลิตเครื่องยนต์ที่ทันสมัยที่สุดของจีเอ็มทั่วโลก  โดยจีเอ็ม เพาเวอร์เทรน ประเทศไทย ผลิตเครื่องยนต์ดูราแมกซ์ 4 สูบ ดีเซลเทอร์โบขนาด 2.5 และ 2.8 ลิตร สำหรับโคโลราโดและเทรลเบลเซอร์

   ศูนย์การผลิตดังกล่าวได้นำระบบคอมพิวเตอร์ที่ทันสมัยและอุปกรณ์เลเซอร์มาใช้เพื่อเพิ่มความแม่นยำและสร้างความเชื่อมั่นในการผลิตที่มีคุณภาพ โรงงานปลอดฝุ่นและมีการควบคุมอุณหภูมิ    ที่เหมาะสม เพื่อจัดการกับความชื้น และช่วยสร้างสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมสำหรับการผลิตเครื่องยนต์ที่มีคุณภาพ

   การผลิตเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์คุณภาพระดับโลก ขนาด 2.8ลิตร เริ่มต้นขึ้นเมื่อเดือนกรกฎาคม 2558 เพื่อส่งออกไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาสำหรับเชฟโรเลต โคโลราโด และรถกระบะ จีเอ็มซี  แคนยอน และเมื่อปี 2560 สำหรับเชฟโรเลต เอ็กซ์เพรส และจีเอ็มซี ซาวานา สิ่งนี้แสดงให้เห็นถึงการเป็นโรงงานที่มีคุณภาพระดับโลก

   นายอำนาจ กล่าวทิ้งท้ายว่า “คุณภาพเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานประจำวันและวัฒนธรรมของเรา โดยเริ่มมาตั้งแต่ผู้บริหารระดับสูง ผู้บริหารของจีเอ็มทุกคนต่างทุ่มเทและสละเวลาเพื่อตรวจสอบกระบวนการผลิตและคุณภาพของรถยนต์ที่เราผลิตขึ้น เมื่อเราตรวจสอบและพบข้อบกพร่อง เราจะดำเนินการแก้ไขทันที และตรวจสอบอีกครั้ง”

 
 

AUTO NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เผยวิสัยทัศน์แห่งยนตรกรรมไฟฟ้า เปิดตัวบริการ BMW ConnectedDrive สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iPerformance

Saturday, 09 June 2018 15:48

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยเดินหน้าต่อยอดวิสัยทัศน์นวัตกรรมยานยนต์แห่งอนาคต เปิดตัวบริการใหม่จาก BMW ConnectedDrive บริการและแอพพลิเคชั่นเพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดระหว่างผู้ขับ ยานยนต์และโลกภายนอก โดยฟีเจอร์ใหม่ล่าสุดนี้จะเข้ามาตอบโจทย์การใช้งานของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู iPerformance โดยในงานแถลงข่าว “BMW i และระบบการเชื่อมต่ออุปกรณ์ไฟฟ้า 360°โดยความร่วมมือกับไมโครซอฟท์” บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้แนะนำเทคโนโลยีแพลตฟอร์ม Open Mobility Cloudของบีเอ็มดับเบิลยู ร่วมกับระบบคลาวด์อัจฉริยะระดับโลก ไมโครซอฟท์ อาซัวร์ ที่ช่วยให้BMW ConnectedDrive สามารถปลดล็อคทุกขีดจำกัดของเทคโนโลยีล้ำยุค และมอบประสบการณ์เหนือระดับจากมิติการเชื่อมต่อแบบครบวงจร เพื่อความสะดวกสบายและความปลอดภัยระดับพรีเมียมอย่างเต็มประสิทธิภาพ

   มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยกล่าวว่า “ปี พ.ศ. 2561 นี้นับเป็นการครบรอบปีที่ 20 ของ BMW ConnectedDrive โดยเรายังคงมุ่งมั่นที่จะก้าวต่อไปในฐานะผู้บุกเบิกการให้บริการดิจิทัลล้ำยุคแห่งโลกยนตรกรรมในระดับสากล บริการของเราล้วนได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างนิยามใหม่ให้แก่ประสบการณ์การขับขี่อย่างไร้ขีดจำกัด โดยคำนึงถึงประโยชน์สูงสุดของผู้ใช้งาน ปัจจุบัน แอพพลิเคชั่น BMW Connectedมีผู้ใช้งานมากกว่า 2.3 ล้านคน และมีรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูกว่า 10 ล้านคันใน 45 ประเทศทั่วโลกที่มีการเชื่อมต่อด้วยฟีเจอร์ของระบบ BMW ConnectedDrive การเปิดตัวฟีเจอร์ใหม่สำหรับ BMW ConnectedDrive ในครั้งนี้ เป็นอีกก้าวหนึ่งในการพลิกโฉมอุตสาหกรรมยานยนต์ด้วยนวัตกรรมล้ำสมัยในประเทศไทย ภายใต้วิสัยทัศน์ NUMBER ONE > NEXTของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ซึ่งมุ่งปูรากฐานอันแข็งแกร่งไปสู่อนาคตแห่งยนตรกรรมใน
โลกดิจิทัล”

   ด้วยบริการ BMW ConnectedDrive สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iPerformance ผู้ใช้งานจะสามารถควบคุมระบบต่างๆ ของรถได้จากระยะไกล อีกทั้งยังสามารถเข้าถึงข้อมูลที่สำคัญเกี่ยวกับรถได้อย่างง่ายดาย ผ่านแอพพลิเคชั่น BMW Connectedบน iPhone โดยบริการใหม่สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูปลั๊กอินไฮบริด ได้แก่

·         การแสดงสถานะรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่ให้ผู้ใช้งานสามารถตรวจสอบสถานะและระดับของแบตเตอรี่ ระยะทางที่คาดว่าจะแล่นได้ด้วยพลังงานไฟฟ้าที่เหลืออยู่ และข้อมูลเกี่ยวกับการบำรุงรักษารถได้จากทุกที่ ทุกเวลา

·         การควบคุมการชาร์จพลังงานไฟฟ้าและระบบปรับอากาศภายในห้องโดยสารจากระยะไกลผู้ใช้งานสามารถเปิด/ปิดเครื่องปรับอากาศในห้องโดยสารได้ผ่านทางสมาร์ทโฟน หรือตั้งเวลาเปิด/ปิดล่วงหน้าให้ตรงกับเวลาที่ต้องการออกเดินทาง และหากรถยนต์เชื่อมต่ออยู่กับสถานีชาร์จ ผู้ใช้งานยังสามารถควบคุมการชาร์จด้วยการตั้งเวลาที่ต้องการได้ เพื่อเลือกให้ชาร์จไฟฟ้าในช่วง off peak หรือในช่วงเวลาที่มีความต้องการในการใช้ไฟฟ้าน้อยและมีอัตราค่าไฟฟ้าต่ำกว่าช่วงเวลาอื่น ๆ

·         ระบบการนำทางที่สามารถค้นหาและนำทางไปยังสถานีอัดประจุไฟฟ้าที่ใกล้ที่สุดได้อีกด้วย

·         การประมวลและแสดงผลข้อมูลการขับขี่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการขับขี่ของแต่ละบุคคล โดยวิเคราะห์รูปแบบการขับขี่และควบคุมรถยนต์บนท้องถนน

   ในโอกาสนี้ ดร. อเล็กซานเดอร์ คอเทช หัวหน้าฝ่ายบริหารผลิตภัณฑ์บีเอ็มดับเบิลยูi ได้ร่วมแสดงวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้แบรนด์ บีเอ็มดับเบิลยูiซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปในการสร้างสรรค์ระบบขับเคลื่อนด้วยไฟฟ้าที่อยู่บนพื้นฐานแนวคิดของความยั่งยืน ซึ่งในขณะที่ความนิยมในยานยนต์ไฟฟ้า ได้เพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดดทั่วโลก และยังคงมีแนวโน้มที่จะเติบโตขึ้นอีกมากในอนาคต บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปจึงมีความมุ่งมั่นที่จะตอบรับความต้องการของผู้บริโภคอย่างมีประสิทธิภาพและฉับไว ด้วยการสร้างสายการประกอบรถยนต์ที่มีความยืดหยุ่นที่สุด โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2564 เป็นต้นไป รถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ระบบไฟฟ้าโดยสมบูรณ์ ระบบปลั๊กอินไฮบริด และเครื่องยนต์สันดาป จะใช้สายการประกอบร่วมกัน เพื่อสร้างความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ว่าบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป จะสามารถรองรับความต้องการในเรื่องของรุ่นรถยนต์และระบบขับเคลื่อนที่แตกต่างของผู้ขับขี่ได้ทุกที่ทุกเวลา

   ภายในปี พ.ศ. 2568 บีเอ็มดับเบิลยูiจะมีรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าทั้งหมด 25 รุ่น ประกอบไปด้วยรถยนต์ไฟฟ้าโดยสมบูรณ์ถึง 12 รุ่น ขณะที่แบรนด์และสายผลิตภัณฑ์อื่นๆ ภายใต้ความดูแลของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ก็ยังมีเป้าหมายที่จะพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้าอย่างต่อเนื่องเพื่อเดินหน้าไปสู่ความสำเร็จต่อไป

   ไมโครซอฟท์ อาซัวร์ ระบบคลาวด์อัจฉริยะที่มาพร้อมความปลอดภัยระดับโลก ช่วยให้ BMW ConnectedDrive สามารถทำการวิเคราะห์และเรียนรู้จากข้อมูลปริมาณมหาศาลที่บันทึกจากการขับขี่รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู โดยระบบ Open Mobility Cloud ของบีเอ็มดับเบิลยูได้เลือกใช้แพลตฟอร์ม ไมโครซอฟท์ อาซัวร์เป็นพื้นฐานสำหรับการพัฒนาบริการอัจฉริยะ เพื่อส่งเสริมให้เกิดประสบการณ์การขับขี่รูปแบบใหม่มากมาย ที่ไม่เพียงเชื่อมโยงตัวรถเข้ากับสมาร์ทโฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงคอนเทนต์และระบบเครือข่ายอีกมากมายจากภายนอก

   นายธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมโครซอฟท์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “กระบวนการปฏิรูปด้วยดิจิทัลกำลังผลักดันให้ทุกอุตสาหกรรมและทุกองค์กรทั่วโลกต่างต้องพลิกรูปแบบการทำธุรกิจเพื่อชิงความได้เปรียบในการแข่งขัน สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์นั้น เป็นที่คาดการณ์กันว่าในปี พ.ศ. 2563 รถยนต์ใหม่ในตลาดโลกกว่า 90% จะมาพร้อมกับคุณสมบัติการเชื่อมต่อกับอุปกรณ์หรือโลกภายนอก ซึ่งทั้ง BMW ConnectedDrive และแพลตฟอร์ม Open Mobility Cloud ล้วนเป็นเทคโนโลยีที่ปูทางไปสู่ประสบการณ์การขับขี่แห่งอนาคต”

   ระบบคลาวด์ ไมโครซอฟท์ อาซัวร์ เป็นแพลตฟอร์มเปิดที่พร้อมรองรับการพัฒนาต่อยอดในทุกระดับ พร้อมมอบศักยภาพให้ผู้ผลิตรถยนต์ได้สร้างสรรค์บริการและคุณสมบัติอัจฉริยะอย่างไร้ขีดจำกัด เพื่อเสริมให้รถยนต์สามารถตอบสนองต่อความต้องการด้านการขับขี่ที่แตกต่างกันไปในแต่ละคนได้อย่างแม่นยำ ทั้งยังเปิดประตูไปสู่ความเป็นไปได้ใหม่ ๆ สำหรับอุตสาหกรรมยานยนต์ในอนาคต คุณสมบัติอันชาญฉลาดสำหรับรถยนต์แห่งอนาคตทั้งหมดนี้ มีรากฐานอยู่บนความปลอดภัยระดับโลก โดยแพลตฟอร์ม ไมโครซอฟท์ อาซัวร์ เป็นระบบคลาวด์ที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด ด้วยการรองรับมาตรฐานระดับโลกและระดับอุตสาหกรรมในด้านความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัวของข้อมูลมากกว่า 70 มาตรฐาน

   “ความร่วมมือของเรากับบีเอ็มดับเบิลยูถือเป็นการสานต่อวิสัยทัศน์ของโลกยุคใหม่ ที่เปี่ยมด้วยศักยภาพอันเหนือชั้นทั้งในระบบคลาวด์ ซึ่งสามารถขับเคลื่อนเราไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิมด้วยความสามารถอันน่าทึ่งในการประมวลผลข้อมูล และในอุปกรณ์ปลายทาง ที่นำนวัตกรรมอย่างปัญญาประดิษฐ์ (AI) และ Internet of Things (IoT) มาเสริมประสิทธิภาพและความคล่องตัวในทุกขณะของชีวิต” นายธนวัฒน์กล่าวเสริม

   บริการใหม่ข้างต้นจาก BMW ConnectedDrive สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู iPerformance จะมาพร้อมกับรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดตั้งแต่เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561 เป็นต้นไป โดยรุ่นที่รองรับประกอบด้วย บีเอ็มดับเบิลยู 330e บีเอ็มดับเบิลยู 530e และบีเอ็มดับเบิลยู 740Le ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.bmw.co.th/th/topics/fascination-bmw/connected-drive/overview.html

บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดศักราช 2561 ชูนวัตกรรมยานยนต์ไฟฟ้า พร้อมสร้างสถิติยอดขายสูงสุดเป็นประวัติการณ์

   เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ได้ประกาศความสำเร็จครั้งประวัติศาสตร์ ด้วยอัตราการเติบโตของรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดที่สูงกว่าปีก่อนหน้ามากถึง 269% และในปีนี้ ตลาดรถยนต์ในเซกเมนต์ปลั๊กอินไฮบริดยังคงมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่งเช่นกัน ด้วยยอดการส่งมอบที่เพิ่มขึ้นถึง 44% ในช่วงเดือนมกราคมถึงเมษายน 2561 ขณะที่บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย ก็ได้สร้างสถิติใหม่ด้วยยอดขายในสี่เดือนแรกของปี ที่สูงเป็นประวัติการณ์กว่า 3,511 คัน หรือเพิ่มขึ้น 20% จากปีที่แล้ว ส่วนบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ประเทศไทย ยังสามารถทุบสถิติยอดการส่งมอบรถมอเตอร์ไซค์ที่ 690 คัน คิดเป็นอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 50% จากช่วงเดียวกันของปี 2560

   ในระดับโลก บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจด้วยอัตราการเติบโตถึง 41.7% จากยอดการส่งมอบรถยนต์ไฟฟ้าและปลั๊กอินไฮบริด 36,692 คันทั่วโลกในเดือนมกราคมถึงเมษายน 2561 โดยเฉพาะในประเทศจีน ที่ประสบความสำเร็จด้วยอัตราการเติบโตแบบปีต่อปีที่สูงเป็นประวัติการณ์ถึง 646.7% ด้วยยอดการส่งมอบรวม 3,181 คันในสี่เดือนแรกของปี

   นอกจากนี้ เพื่อรองรับการเติบโตของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย และตอบรับแผนระยะยาวของสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน ที่ได้ตั้งเป้ายอดการใช้รถยนต์ไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดในประเทศไทยไว้1.2 ล้านคัน ภายในปี 2579  บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมกับพันธมิตรในโครงการ ChargeNow จึงได้เดินหน้าขยายเครือข่ายการให้บริการสถานีอัดประจุไฟฟ้าสาธารณะในโครงการ ChargeNowอย่างต่อเนื่อง หลังจากที่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ทีผ่านมา ซึ่งในปัจจุบันมีสถานีให้บริการทั้งหมด 14 หัวจ่ายทั่วประเทศไทย และเตรียมติดตั้งเพิ่มอีก 36 หัวจ่าย ภายในปี 2561 ด้วยเป้าหมายที่จะติดตั้งให้ครบทั้งหมด 50 หัวจ่ายในโครงการ ChargeNow ภายในปีนี้ โดยวางแผนการติดตั้งสถานีทั้งในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล และสถานีในภูมิภาค โดยเฉพาะในจังหวัดหลักทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อรวมกับสถานีอัดประจุไฟฟ้าอีก50 แห่ง ณ ศูนย์บริการของผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย จะมีสถานีอัดประจุไฟฟ้ารวมทั้งหมดถึง 100 แห่ง ภายในสิ้นปี 2561 นี้

 
 

AUTO NEWS : จองพื้นที่ “MOTOR EXPO 2018” คึกคัก!

Friday, 08 June 2018 17:13

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ผู้ผลิตรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง แห่จองพื้นที่งาน "มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35" เตรียมเปิดตัวรถใหม่ตามแนวคิด “ขับสนุก! ก่อนยุคไร้คนขับ” หวังกวาดยอดขายส่งท้ายปี

   นาย ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ประธานจัดงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35เปิดเผยว่า “บริษัทรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และอุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง ให้ความสนใจจองพื้นที่งานปีนี้มากเป็นพิเศษ เนื่องจากตลาดรถยนต์กำลังเติบโตต่อเนื่อง โดยสี่เดือนแรกของปีนี้มียอดจำหน่ายรถยนต์เพิ่มขึ้นกว่า 15% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา”

   ไฮไลท์ของงานได้แก่ การจัดแสดงรถแนวคิด และรถรุ่นล่าสุด ทั้งที่เปิดตัวครั้งแรกในไทย ในอาเซียน ในเอเชีย และในโลก โดยภาพรวมจะเน้นยานยนต์ที่มีเทคโนโลยีสูง และสามารถมอบประสบการณ์การขับขี่สุดเร้าใจแก่บรรดาคนรักรถ ตามแนวคิด “ขับสนุก! ก่อนยุคไร้คนขับ - Enjoy Driving! Before Driverless Era”

   “ยอดจองรถยนต์ภายในงานตั้งเป้าไว้ที่ 45,000 คัน รถจักรยานยนต์ 8,000 คัน ส่วนจำนวนผู้ชมคาดว่าจะสูงถึง 1.5 ล้านคน สร้างเงินหมุนเวียน 55,000 ล้านบาท”ขวัญชัย กล่าวเพิ่มเติม

   “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35” มีพื้นที่จัดงานรวมทั้งสิ้น 80,000ตารางเมตร แบ่งเป็น ภายในอาคารชาลเลนเจอร์60,000ตารางเมตร สำหรับแสดงรถยนต์ รถจักรยานยนต์ อุปกรณ์เกี่ยวเนื่อง และภายนอกอาคารอีก 20,000ตารางเมตร สำหรับจัดกิจกรรมกลางแจ้งอื่นๆ โดยผังพื้นที่ใกล้เคียงกับงานปีที่ผ่านมา

   พลาดไม่ได้กับงาน “มหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35”ณ อาคารชาลเลนเจอร์ IMPACTเมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29พฤศจิกายน - 10ธันวาคม 2561สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ทาง www.motorexpo.co.thและ www.facebook.com/motorexpo

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้าชวนเยาวชนไทยสร้างสรรค์ไอเดียคิด(ส์) สิ่งประดิษฐ์กระหึ่มโลก ในโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018” ปีที่ 14 ชิงโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

Friday, 08 June 2018 05:07

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัทฮอนด้าออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดเดินหน้าจุดประกายความฝันและจินตนาการ สานต่อโครงการ "ฮอนด้าซูเปอร์ไอเดียคอนเทสต์2018" ปีที่ 14ภายใต้แนวคิดคิด(ส์)กระหึ่มโลกเปิดรับไอเดียสร้างสรรค์ในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและส่วนรวมจากเยาวชนไทยในระดับชั้นประถมศึกษาทั่วประเทศชิงรางวัลโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีพร้อมทุนการศึกษารวมถึงเป็นตัวแทนเยาวชนไทยเดินทางไปเปิดประสบการณ์แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ ณ ประเทศญี่ปุ่น นอกจากนี้ยังมุ่งหวังกระตุ้นให้ครูเกิดแรงบันดาลใจในการช่วยผลักดันกระบวนการเรียนรู้และส่งเสริมจินตนาการสร้างสรรค์ของเยาวชน จึงจัดให้มีรางวัล “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ” ขึ้น จำนวน 2 รางวัล ซึ่งเกณฑ์การพิจารณาจะพิจารณาจากจำนวนการส่งผลงานและผลงานของเยาวชนที่ได้รับการคัดเลือกในแต่ละรอบโดยสามารถส่งผลงานได้ตั้งแต่วันนี้- วันที่1สิงหาคม2561

   นอกจากนี้ โครงการ "ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018"  ได้จัดกิจกรรม School Visitเพื่อสร้างการรับรู้และรับสมัครน้องๆ เข้าร่วมโครงการทั้งโรงเรียนในพื้นที่กรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ตลอดเดือนมิถุนายน -กรกฏาคม 2561นี้

กติกาการเข้าร่วมประกวด ดังนี้

1.   ผู้เข้าประกวดเป็นประเภทเดี่ยวทั้งชายและหญิง อายุไม่เกิน12 ปีและกำลังศึกษาอยู่ในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่1-6

2.   ผู้เข้าประกวด 1 คนสามารถส่งผลงานได้มากกว่า1 ผลงาน

3.   ต้องเป็นผลงานที่ตรงตามหัวข้อ “คิด(ส์) กระหึ่มโลก”คือเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวม และเป็นผลงานที่คิดขึ้นมาใหม่ด้วยตัวเอง ห้ามลอกเลียนแบบ หรือซ้ำกับผลงานที่มีอยู่เดิม

4.   ผู้เข้าประกวดต้องส่งผลงานพร้อมข้อมูลส่วนตัวที่ครบถ้วนและเป็นความจริง

5.   ผู้เข้าประกวดที่ผ่านเข้ารอบ My Dreams Come True จะต้องสามารถนำเสนอผลงานและแนวคิดได้ด้วยตนเองในรอบตัดสิน

   การแข่งขันทั้งหมดแบ่งออกเป็น4 รอบเพื่อให้เยาวชนได้พัฒนากระบวนการเรียนรู้และความคิดสร้างสรรค์ผ่านการคิดแก้ปัญหาในสถานการณ์ต่างๆ พร้อมฝึกฝนวิธีการพูดเพื่อนำเสนอผลงานและกล้าแสดงออกดังนี้

รอบที่1: สร้างสรรค์ผลงานในกระดาษจินตนาการMy Dreams” (ความฝันของฉัน) วาดจินตนาการสิ่งประดิษฐ์ลงบนกระดาษจินตนาการพร้อมทั้งเขียนชื่อผลงาน บรรยายแรงบันดาลใจวิธีการทำงานของสิ่งประดิษฐ์ รวมถึงประโยชน์ของสิ่งประดิษฐ์ภายใต้แนวคิด“คิด(ส์) กระหึ่มโลกโดยสามารถดาวน์โหลดกระดาษจินตนาการได้ที่ www.facebook.com/hondasuperidea หมดเขตรับผลงานวันที่1 สิงหาคม 2561

รอบที่2 : นำเสนอผลงานจากกระดาษจินตนาการในรูปแบบคลิปวีดีโอ ความยาว 3-5 นาที ผู้ที่ผ่านการคัดเลือก100 ผลงานจะต้องถ่ายคลิปการนำเสนอผลงานในกระดาษจินตนาการโดยไม่จำกัดวิธีการนำเสนอความยาว 3-5 นาทีต่อผลงานส่งมาที่E-mail: This e-mail address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it หรือทาง LINE ID: Superidea2018หรือบันทึกลงในแผ่นซีดีหรือยูเอสบีแฟลชไดรฟ์(USB Flash Drive) แล้วจัดส่งทางไปรษณีย์ที่ตู้ปณ. 12 กรุงเทพฯ 10326 พร้อมจ่าหน้าซอง Honda Super Idea Contest 2018คิด(ส์) กระหึ่มโลกหมดเขตส่งคลิปนำเสนอผลงานวันที่5 กันยายน 2561(พิจารณาจากวันที่ประทับตราไปรษณีย์เป็นหลัก) และประกาศผลผู้ที่ได้รับการคัดเลือก30 คนวันที่14 กันยายน 2561

รอบที่3 : เวิร์คชอปจินตนาการMy Dreams Come True” (ความฝันที่เป็นจริงของฉัน)ผู้ผ่านการคัดเลือกทั้ง30 คนร่วมเวิร์คชอป “Super Camp” 2วัน 1คืน ในระหว่างวันที่ 4 - 5ตุลาคม 2561ซึ่งเป็นกิจกรรมสร้างสรรค์เรียนรู้ศิลปะการประดิษฐ์และทักษะการนำเสนอผลงาน พร้อมรับมอบทุนสนับสนุนเพื่อทำแบบจำลองผลงานสิ่งประดิษฐ์

รอบที่4 : นำเสนอผลงานและบันทึกเทปการแข่งขันฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018     คิด(ส์) กระหึ่มโลกรอบตัดสินนำเสนอผลงานของตัวเองผ่านแบบจำลองสิ่งประดิษฐ์ โดยทางคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจะทำการตัดสินคัดเลือกเยาวชนไทย 6คนสุดท้าย โดยสามารถติดตามการนำเสนอผลงานของน้องๆที่เข้ารอบได้ที่www.facebook.com/hondasuperidea (* กำหนดการจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าต่อไป)

   ประกาศผลการประกวด: กรรมการจะตัดสินผลงานหลังจากการบันทึกเทปการแข่งขัน“ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018คิด(ส์) กระหึ่มโลกในรอบตัดสินโดยจะทำการประกาศผลทางwww.facebook.com/hondasuperidea (*การประกาศผลจะขึ้นอยู่กับวันแข่งขันรอบตัดสิน กำหนดการจะแจ้งให้ทราบล่วงหน้าต่อไป)

   น้องๆ ผู้ชนะในโครงการฯทั้ง 6 คนจะได้รับรางวัลจากการประกวดในครั้งนี้ ได้แก่ รางวัลชนะเลิศรับโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีพร้อมทุนการศึกษาและรางวัลเกียรติยศอีก 5รางวัล ทั้งหมดนี้จะได้ร่วมเดินทางไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์กับเยาวชนชาวญี่ปุ่นและเวียดนามณประเทศญี่ปุ่นพร้อมกับครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ2 ท่านในเดือนมีนาคม 2562 อีกด้วย

   สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ประสานงาน โครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018 คิด(ส์) กระหึ่มโลก” เบอร์โทรศัพท์ 095-762-7610โทรสาร 0-2274-0670ทุกวันจันทร์-ศุกร์เวลา09.00-18.00 น. หรือทาง www.facebook.com/hondasuperidea

 
 

AUTO NEWS : ยกระดับการขับขี่ให้ยอดเยี่ยมกับกิจกรรมอบรมและเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่รถยนต์ปอร์เช่สุดเอ็กคลูซีฟที่มีเพียง เอเอเอสฯ เท่านั้นที่มอบให้ท่านได้

Wednesday, 06 June 2018 16:44

 

 

 

 

 

 

   ปอร์เช่ ประเทศไทย โดย บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัด ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่ อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทยจัดกิจกรรมฝึกอบรมและเติมเต็มประสบการณ์การขับขี่ สุดพิเศษสำหรับท่านเจ้าของรถยนต์ปอร์เช่ที่ซื้อรถยนต์กับเอเอเอสฯ ภายใต้งาน PorscheDriver’s Safety Training 2018 เพื่อให้ท่านเจ้าของรถยนต์ปอร์เช่ได้สัมผัสสมรรถนะของรถยนต์ปอร์เช่อย่างแท้จริง พร้อมเรียนรู้เทคนิคการขับขี่ ที่ถูกต้องปลอดภัย โดยมีผู้เชี่ยวชาญการขับขี่รถยนต์ปอร์เช่ที่ได้รับการรับรอง จากโรงงานปอร์เช่ ประเทศเยอรมนี (Certified Porsche Instructor) ดูแลและคอยให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด เมื่อวันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม 2561ณ สนามปทุมธานีสปีดเวย์

เอเอเอสฯจัดกิจกรรม “Porsche Driver’s Safety Training 2018”เพื่อให้สอดคล้องกับนโยบายของบริษัทที่ว่า “เอเอเอสฯ ดูแลทั้งรถและคุณ” โดยจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นประจำทุกปีสำหรับลูกค้า ที่ซื้อรถจากทางบริษัทและนำ รถยนต์ปอร์เช่คู่ใจมาสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อย่างเต็มสมรรถนะ พร้อมเรียนรู้ระบบต่างๆ ของรถรวมถึงวิธีการควบคุม รถได้อย่างปลอดภัยในทุกสถานการณ์และทุกสภาวะของถนน เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถนำไปปรับใช้กับการขับขี่ ในชีวิตประจำวันได้ รวมถึงวิธีการนั่งขับขี่อย่างถูกวิธี (Seating Position) ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการขับขี่ที่ปลอดภัย ซึ่งเอเอเอสฯ ได้จำลองสถานการณ์การขับขี่ 3 สถานี เริ่มต้นด้วยสถานี “Handling” ผู้ขับขี่จะได้สัมผัส ถึงอาการของรถเมื่อมีการเปลี่ยนทิศทาง การเลี้ยวอย่างรวดเร็ว ในสถานีนี้จะแสดงให้เห็นถึงประสิทธิภาพ ของการยึดเกาะถนนและระบบช่วงล่างของรถยนต์ปอร์เช่ได้เป็นอย่างดี สถานีที่ 2 “Braking” ผู้ขับขี่จะได้พบกับระบบเบรกที่มีความปลอดภัยสูงสุดของรถยนต์ปอร์เช่ทั้งระบบรักษาเสถียรภาพและระบบป้องกันการลื่นไถลบนท้องถนน โดยผู้เชี่ยวชาญจะแนะนำวิธีการใช้เบรกในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการเบรกกะทันหัน อย่างถูกต้องและปลอดภัย และสถานีสุดท้าย “Slalom” ผู้ขับขี่จะได้เรียนรู้วิธีการควบคุม รถยนต์โดยใช้พวงมาลัย หักหลบสิ่งกีดขวางบนถนน พบกับการควบคุมทิศทางที่แม่นยำและความคล่องตัวของรถขณะเข้าโค้งทางแคบด้วยความเร็ว รวมถึงศักยภาพการทรงตัวของรถยนต์ปอร์เช่ที่เป็นเลิศ สำหรับสถานีนี้จัดให้มีการแข่งขัน พร้อมมอบโล่ รางวัลสำหรับผู้ที่ทำเวลาได้ดีที่สุดในสถานี และทุกท่านที่ผ่านการฝึกอบรมยังได้รับประกาศนียบัตร ที่รับรองโดยปอร์เช่ ประเทศไทย

   กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟนี้มีเพียง เอเอเอสฯ ผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียว เท่านั้นที่สามารถมอบประสบการณ์อันน่าตื่นเต้นและเร้าใจให้กับท่านเจ้าของรถยนต์ปอร์เช่ได้ นอกจากจะเป็นการสร้าง ความใกล้ชิดระหว่าง เอเอเอสฯ กับลูกค้าให้เพิ่มมากขึ้นแล้ว ยังเน้นย้ำให้เห็นถึงการดูแลที่เหนือระดับตั้งแต่ครั้งแรก ที่ก้าวเข้ามาในโชว์รูมเพื่อเลือกซื้อรถยนต์ปอร์เช่ไปจนถึงการบริการหลังการขายที่เอาใจใส่ทั้งรถและคุณ ซึ่งกิจกรรมนี้ ลูกค้าจะได้รับคำแนะนำ เทคนิคในการขับขี่จากผู้เชี่ยวชาญและได้ใช้รถยนต์ปอร์เช่คู่ใจอย่างเต็มสมรรถนะ รวมไปถึงเข้าใจ ระบบการทำงานส่วนต่างๆ ของรถมากยิ่งขึ้น เพื่อสร้างความมั่นใจในการขับขี่ ที่ปลอดภัยและสามารถแก้ไขสถานการณ์ ฉุกเฉินบนท้องถนนได้ ไม่เพียงเท่านี้ เอเอเอสฯ ยังนำสินค้า Porsche Driver’s Selection และผลิตภัณฑ์ดูแลรักษา เครื่องยนต์ระดับพรีเมี่ยมจากประเทศอังกฤษ Autoglym มาจัดจำหน่ายในราคาพิเศษอีกด้วย

   ความสนุกในการอบรมการขับขี่ครั้งนี้ ยังมีกิจกรรมที่มาช่วยเพิ่มความน่าสนใจอีกมากมาย

- อาหารว่างรสชาติสุดตราตรึงจาก Summer Dog

- เครื่องดื่มดับกระหายจาก est COLA

- ชากาแฟรสละมุนจาก Vittoria Coffee

- ไอศกรีมเย็นชุ่มใจไทยสไตล์จาก Thai Royal ice cream

- เกมส์แข่งรถมันส์ๆจาก Alienware

- ดับร้อนให้ผิวกายด้วยสเปรย์สุดคูลจาก ละอองเย็น

- ผ่อนคลายความเมื่อยล้าด้วยเก้าอี้นวดสุดพิเศษจาก OSIM

   กิจกรรมสุดพิเศษนี้ มีเพียงผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการเท่านั้นที่มอบให้ท่านได้ "AAS Looking After YOU and Your CAR"

   รถยนต์ปอร์เช่ จากเอเอเอสฯ เท่านั้น ที่มีการรับประกันจากโรงงานปอร์เช่เยอรมนีนาน 2+7 ปี พร้อมการบริการระดับ มาตรฐานจากผู้นำเข้าอย่างเป็นทางการ

 
 

AUTO NEWS : ฮุนไดส่งแคมเปญ “Hyundai Celebration FIFA World Cup Russia 2018” ตอกย้ำแบรนด์ผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการ

Wednesday, 06 June 2018 16:14

   บริษัท ฮุนได มอเตอร์ ไทยแลนด์ จำกัดจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายต้อนรับเทศกาลการแข่งขัน FIFA World Cup 2018ที่ได้เริ่มขึ้นในเดือนมิถุนายนนี้ ณ ประเทศรัสเซีย ภายใต้ชื่อแคมเปญ “HYUNDAI Celebration FIFA World Cup Russia 2018” โดยลูกค้าที่จองรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่น ระหว่างวันที่ 1มิ.. 31.. 61จะได้รับกระเป๋าเดินทาง‘Hyundai FIFA Festival Luggage’  ดีไซน์พิเศษลิขสิทธิ์เฉพาะแคมเปญนี้

   กิจกรรมครั้งนี้จัดขึ้นเพื่อตอบรับแนวทางการตลาดของ ฮุนได มอเตอร์ ที่เน้นสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์ฮุนได ในฐานะที่เป็นหนึ่งในผู้สนับสนุนหลักอย่างเป็นทางการของการแข่งขัน FIFA World Cup มาอย่างต่อเนื่อง  ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นแบรนด์รถยนต์ชั้นนำของโลกที่ให้ความสำคัญและมีส่วนร่วมในกิจกรรมการแข่งขันกีฬาระดับโลก

   ท่านที่สนใจสามารถสอบถามเจ้าหน้าที่ปรึกษาการขาย ได้ที่โชว์รูมรถยนต์ฮุนไดทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hyundai.co.th

 
 

More Articles...

Page 1 of 31

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )