Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : ฮุนไดเชิญผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศประชุมแผนนโยบายปี 2562

Monday, 18 February 2019 17:25

   บริษัทฮุนได มอเตอร์  (ไทยแลนด์) จำกัเชิญผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมรับฟังแผนธุรกิจและนโยบายบริษัท ประจำปี 2562 ซึ่งในปีนี้ยังคงมุ่งเน้นนโยบายการพัฒนาคุณภาพทั้งในด้านผลิตภัณฑ์และการให้บริการ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ลูกค้า และมีแผนนำรถยนต์รุ่นใหม่ๆเข้ามาทำตลาด รวมไปถึงการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครอบคลุมในทุกพื้นที่ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภค โดยมีผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดจาก 28 แห่งทั่วประเทศเข้าร่วมประชุม ณ โรงแรมเชอราตันหัวหิน  รีสอร์ทแอนด์สปา

 
 

AUTO NEWS : เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิด ‘คลังอะไหล่แห่งใหม่’ ยกระดับความพึงพอใจ หลังการขาย เพิ่มประสิทธิภาพกระจายอะไหล่ให้กับลูกค้าทั่วประเทศ

Thursday, 14 February 2019 17:50

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด เตรียมพร้อมรองรับแผนการดำเนินธุรกิจและการขยายตัวของปริมาณการจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ในอนาคต ขยายพื้นที่   ส่วนบริการลูกค้า บนถนนบางนา-ตราด กม.19 ด้วยพื้นที่รวมกว่า45,000 ตารางเมตรพร้อม       ทุ่มงบ 500ล้านบาท เพื่อเปิดตัว คลังอะไหล่แห่งใหม่ที่สามารถวิเคราะห์ และจัดเก็บอะไหล่พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ‘I4AP – ไอโฟร์เอพี(Innovation of Asia Pacific)เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และความรวดเร็วในการจัดการ รวมถึงการกระจายอะไหล่ไปยังดีลเลอร์ทั้ง 32 แห่งเพื่อเป้าหมายในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าทั่วประเทศ

   มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า“เมอร์เซเดส-เบนซ์ดำเนินงานโดยให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้าเป็นอันดับแรก ดังนั้นเราจึงมุ่งให้บริการที่ดีเลิศ เพื่อนำไปสู่ความพึงพอใจสูงสุดของลูกค้า จากสถิติที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ สามารถครองตำแหน่งผู้นำอันดับหนึ่งในตลาดรถหรูได้เป็นปีที่ 18ติดต่อกัน จึงเป็นเสมือนสิ่งยืนยันได้ว่าเราได้รับความไว้วางใจจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อเป็นการรองรับการขยายตัวของปริมาณการจำหน่ายรถยนต์ และจำนวนของลูกค้าที่เพิ่มมากขึ้นในอนาคต เราจึงได้วางแผนยกระดับบริการหลังการขาย โดยเฉพาะในด้านการบำรุงรักษาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการดูแลรักษารถยนต์ของลูกค้าให้มากขึ้น”

   “ล่าสุด บริษัทฯ ได้ขยายพื้นที่ส่วนบริการลูกค้า บนถนนบางนา-ตราด กม. 19เพิ่มขึ้นเป็น 45,000ตารางเมตร พร้อมทุ่มงบ 500ล้านบาท เปิดตัว ‘คลังอะไหล่แห่งใหม่’ ขนาดพื้นที่ 13,000 ตารางเมตร โดยคลังอะไหล่แห่งนี้มีศักยภาพในการขยายพื้นที่จัดเก็บอะไหล่ออกไปได้อีกรวมเป็น 15,000ตารางเมตร อีกทั้งบริษัทฯ ยังได้จัดสรรพื้นที่เดิมอีกกว่า 30,000ตารางเมตร เพื่อใช้สร้างเป็นศูนย์ฝึกอบรม และพัฒนาช่างเทคนิคแห่งใหม่”

   “บริษัทฯ มีความมั่นใจในศักยภาพของพื้นที่แถบถนนบางนา-ตราด เพราะเป็นทำเลที่เป็น จุดยุทธศาสตร์ในด้านโลจิสติกส์ทั้งการขนส่งทางเรือ รถ และเครื่องบิน ทำให้สามารถกระจายอะไหล่ให้กับผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 32แห่งทั่วประเทศได้อย่างสะดวก และรวดเร็ว โดยคลังอะไหล่แห่งใหม่นี้ มีหน้าที่วิเคราะห์ และจัดเก็บอะไหล่ที่ใช้ในการบำรุงรักษา และการซ่อมแซมทั่วไปสำหรับรถยนต์ทุกแบรนด์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)นำเสนอแก่ลูกค้า ทั้งเมอร์เซเดส-เบนซ์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี เมอร์เซเดส-มายบัคและอีคิว”มร.โรลันด์ กล่าวเพิ่มเติม

   นายพุทธิ ตุลยธัญ รองประธานบริหารฝ่ายบริการลูกค้า บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า“คลังอะไหล่แห่งใหม่นี้เป็นคลังอะไหล่รถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์แห่งเดียว      ในประเทศไทยโดยได้รับการออกแบบ และก่อสร้างตามมาตรฐานคลังอะไหล่ของ   เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทั่วโลก พร้อมรองรับการติดตั้งเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ‘I4AP’ (Innovation of Asia Pacific)เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและความรวดเร็วในการจัดการอะไหล่และรองรับ   การบริหารจัดการอะไหล่คงคลังของผู้จำหน่าย (Dealer Inventory Management System: DIMS) รวมถึงการเพิ่มพื้นที่ในการบริหารสินค้าขาออก (Outbound logistics)ที่ใช้จัดส่งสินค้าไปยังผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 32แห่งทั่วประเทศ ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดส่งอะไหล่ให้ได้มากถึง 2,000ไลน์ต่อวัน”

   ขั้นตอนการดำเนินงานที่คลังอะไหล่จะเริ่มต้นจาก พื้นที่สินค้าขาเข้า (Inbound logistics)เพื่อใช้รับอะไหล่รถยนต์ที่ส่งตรงมาจากประเทศเยอรมนีและสิงคโปร์ เพื่อนำมาจัดเก็บในคลังสำรองอะไหล่ให้เพียงพอต่อความต้องการของดีลเลอร์ทั่วประเทศ ซึ่งเมื่อมีการสั่งซื้ออะไหล่มาจาก
ดีลเลอร์ เจ้าหน้าที่จะดำเนินการเพื่อนำสินค้ามายังพื้นที่สินค้าขาออก (Outbound logistics)และเตรียมพร้อมจัดส่งอะไหล่ให้ดีลเลอร์ทั้ง 17แห่งที่ตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้ภายในวันเดียวกัน และจัดส่งถึงดีลเลอร์อีก 15แห่งที่ตั้งอยู่ในต่างจังหวัดภายในวันรุ่งขึ้น

   การบริหารคลังอะไหล่ของเมอร์เซเดส-เบนซ์เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ โดยเป็นการผสมผสานระหว่างการแบ่งตามปริมาณการซื้อ เพื่อแยกประเภทเป็นอะไหล่หมุนเวียนเร็ว (Fast Moving)อะไหล่หมุนเวียนปานกลาง (MediumMoving)และอะไหล่หมุนเวียนช้า (SlowMoving)กับการแบ่งประเภทและขนาดของอะไหล่เพื่อเข้าจัดเก็บใน 6โซนหลักได้แก่ 1.โซนอะไหล่ขนาดเล็กและกลาง 2.โซนอะไหล่ขนาดใหญ่และหนัก 3.โซนอะไหล่พิเศษ เช่น แบตเตอรี่ไฮบริด 4.โซนสารเคมีเพื่อจัดเก็บสารเคมีอันตราย 5.โซนควบคุมอุณหภูมิ 6.โซนกุญแจ ซึ่งบริษัทฯ ได้เพิ่มระบบความปลอดภัยในคลังอะไหล่ เพื่อการป้องกันที่รัดกุมยิ่งขึ้น โดยมีการสร้าง และออกแบบห้องพิเศษเพื่อใช้ในการจัดเก็บอะไหล่ ที่สามารถป้องกันเหตุฉุกเฉิน และจำกัดบริเวณความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นได้

   “นอกจากการขยายพื้นที่ และเพิ่มประสิทธิภาพในด้านเทคโนโลยีแล้ว บริษัทฯ ยังให้ความสำคัญในด้านการพัฒนาทักษะบุคลากรโดยเราได้เชิญทีมเจ้าหน้าที่จากเดมเลอร์ เอจี มาทำการฝึกอบรมพนักงาน เพื่อให้สามารถใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ และเรียนรู้ระบบการจัดเก็บอะไหล่ได้                 อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าอีกด้วย” นายพุทธิกล่าวทิ้งท้าย

 
 

AUTO NEWS : นิสสัน ปลื้มคนไทยสนใจในยานยนต์ไฟฟ้าภายใต้กิจกรรม LEAF Education

Sunday, 17 February 2019 18:57

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสัน ประเทศไทยเผยถึงความสนใจของประชาชนเกี่ยวกับเทคโนโลยียานยนต์ไฟฟ้า ภายใต้กิจกรรม “LEAF Education”ซึ่งจัดขึ้นเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า และการใช้งานที่ถูกต้อง โดยมีจัดแสดงเทคโนโลยีของ นิสสัน ลีฟ ใหม่ รถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก พร้อมแนวคิดของการเคลื่อนที่ในอนาคตของนิสสัน หรือ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility)

   “การเปิดตัว นิสสัน ลีฟ ใหม่ อย่างเป็นทางการ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ย้ำถึงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอนาคตของการเคลื่อนที่ ที่นิสสันเชื่อว่า จะนำพาผู้คนให้ไปสู่โลกและสังคมที่ดีกว่าเดิม โดย ลีฟ ใหม่ ถือเป็นหนึ่งในนวัตกรรมที่ตอบแนวคิดนี้ และจะเปลี่ยนรูปแบบการขับขี่และการใช้ชีวิตของทุกคน ซึ่งภายใต้กิจกรรม “LEAF Education” นิสสัน ที่ผ่านมาในเดือนมกราคม มีการให้ความรู้และไขข้อสงสัยของสาธารณะเกี่ยวกับการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าผ่านกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ และยิ่งในขณะนี้ ชาวกรุงเทพฯกำลังเผชิญกับภาวะมลพิษทางอากาศอย่างรุนแรง รถยนต์ไฟฟ้าซึ่งถือเป็นหนึ่งในทางออกที่สำคัญ ยิ่งได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมเป็นอย่างมาก” นางสาว สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองประธาน สายงานการตลาด บริษัท นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทยกล่าว

   สำหรับในกิจกรรม ได้จัดแสดง นิสสัน ลีฟ ใหม่ พร้อมการให้ความรู้และสร้างความเข้าใจในเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ โดยมีการนำเสนอข้อมูลผ่านสื่อรูปแบบอินเตอร์แอคทีฟ พร้อมทีมผู้เชี่ยวชาญด้านยานยนต์ไฟฟ้าของนิสสันหรือ “Leaf Ambassador” ที่พร้อมตอบในทุกข้อสงสัยที่อยู่ในความสนใจของภาคประชาชน อาทิ การทำงานของระบบขับเคลื่อนของรถยนต์ไฟฟ้า ความเข้าใจที่ถูกต้องของการชาร์จไฟฟ้า ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 2แบบ คือ 1.การชาร์จไฟจากที่พักอาศัย ไม่ว่าจะเป็นแบบใช้สายไฟเสียบชาร์จไฟ (Normal Charge) ใช้เวลาชาร์จ 12 ชั่วโมง และแบบผ่านเครื่องชาร์จไฟ (Double Speed Charge) ใช้เวลาชาร์จ 6 ชั่วโมง รวมถึงการเตรียมความพร้อมของที่พักอาศัยของผู้ที่เป็นลูกค้ารถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งนิสสันได้มีความร่วมมือกับการไฟฟ้านครหลวงในการตรวจสอบด้านระบบไฟฟ้า รวมถึงอุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องกับการอัดประจุไฟฟ้า 2.การชาร์จไฟจากสถานีชาร์จไฟจากจุดชาร์จด่วน (Quick Charge) ใช้เวลาชาร์จ 40 นาที

   ทั้งนี้ นิสสัน ลีฟ ใหม่ ถือเป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก โดยนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2553 มียอดจำหน่ายไปแล้วมากกว่า 380,000 คัน โดยรุ่นที่ทำการเปิดตัวในประเทศไทยเมื่อปลายปีที่ผ่านมา ได้รับการปรับปรุงให้มีความสามารถในการขับขี่ที่เพิ่มขึ้นจากรุ่นเดิมถึง 38% โดยให้ระยะทางในการขับขี่ถึง 311 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC มีอัตราเร่งที่เร้าใจ จากเครื่องยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ รวมถึงเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยล้ำสมัยอีกครบครัน ตามแนวคิดของ นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ ที่มีอยู่ใน นิสสัน ลีฟ อย่างเทคโนโลยี e-Pedal ที่ผู้ขับขี่สามารถใช้เพียงแป้นคันเร่งอย่างเดียวในการขับขี่และควบคุมรถ เป็นต้น

สำหรับผู้สนใจในกิจกรรม LEAF Education จะมีขึ้นตามวัน และ สถานที่ดังนี้

-  เซ็นทรัล ปิ่นเกล้า ระหว่างวันที่ 26 กุมภาพันธ์ - 4 มีนาคม 2562

-  เซ็นทรัล ลาดพร้าว ระหว่างวันที่ 11-17 มีนาคม 2562

   และสำหรับผู้ที่สนใจ รถยนต์ไฟฟ้า นิสสีน ลีฟ ใหม่ ยังมาพร้อมข้อเสนอพิเศษในงานอย่าง ฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี พร้อมรับประกันรถยนต์เป็นเวลา 3ปี หรือ 100,000กิโลเมตร รับประกันระบบไฟฟ้ารถยนต์เป็นเวลา 5ปี หรือ 100,000กิโลเมตร และรับประกันการเสื่อมสภาพของแบตเตอรี่เป็นเวลา8 ปีหรือ 160,000กิโลเมตรสามารถขอข้อมูลเพิ่มเติมที่ภายในงานกิจกรรม และศูนย์บริการคอลเซ็นเตอร์ของนิสสัน โทร 02401 9600 หรือไปที่ https://www.nissan.co.th/vehicles/new-vehicles/leaf.html

 
 

AUTO NEWS : มินิ ประเทศไทย ฉลองครบรอบหกทศวรรษ จัดเต็มเซอร์ไพรส์พิเศษสุดให้แฟน ๆ ตลอดปี พร้อมเปิดตัวมินิ Ice Blue Edition รับจองแล้ววันนี้ผ่าน www.mini.co.th

Thursday, 14 February 2019 18:31

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   มินิ ประเทศไทยเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีแห่งตำนานของยนตรกรรมสไตล์บริติชสุดคลาสสิก ขนทัพแคมเปญและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟมามอบให้แก่ลูกค้าชาวไทยอย่างจุใจตลอดทั้งปี 2562 พร้อมเผยโฉมมินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 3 ประตูและ 5 ประตู Ice Blue Editionรุ่นพิเศษ นำสียอดฮิตในดวงใจของแฟน ๆ กลับมาให้ได้เป็นเจ้าของกันอีกครั้ง ผ่านช่องทางการจองและสั่งซื้อออนไลน์ทาง www.mini.co.th จำนวนจำกัดเพียงแค่ 20 คันเท่านั้น ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ให้ได้จับจองกันอย่างง่ายดายเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส

เซอร์ไพรส์เด็ดสำหรับแฟนๆ มินิตลอดทั้งปี

   เพื่อฉลองโอกาสครบรอบ 60 ปีนี้ มินิ ประเทศไทย จึงขอเอาใจลูกค้าชาวไทยด้วยหลากหลายแคมเปญตลอดทั้งปี โดยเริ่มต้นในเดือนแห่งความรักกับข้อเสนอประกันภัยชั้นหนึ่งนานสูงสุดถึง 60 เดือน[1] สำหรับลูกค้าทุกท่านที่ออกรถมินิ แฮทช์ 3 ประตู รุ่นคูเปอร์ และคูเปอร์ ดี มินิ แฮทช์ 5 ประตู รุ่นคูเปอร์ และคูเปอร์ ดี รวมถึงมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ในเดือนกุมภาพันธ์ ศกนี้ โดยลูกค้ายังได้สิทธิ์ร่วมลุ้นตั๋วเครื่องบินไป-กลับ 2 ที่นั่ง ลัดฟ้าไปเยือนถิ่นกำเนิดของมินิถึงประเทศอังกฤษ และร่วมทริปเยือนโรงงานMINI Plant Oxfordเพื่อเยี่ยมชมสายการผลิตรถยนต์มินิอย่างใกล้ชิด จำนวน 10 รางวัล

   อีกไฮไลท์ที่พลาดไม่ได้คือการเปิดตัวมินิ รุ่นพิเศษ 60 Years Edition ในประเทศไทย พร้อมให้ยลโฉมพร้อมกันทั่วประเทศไทยในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน ศกนี้ ณ อิมแพค อารีน่า เมืองทองธานี

   สำหรับผู้สนใจสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ผู้จำหน่ายมินิอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ และสามารถติดตามแคมเปญในเดือนอื่นๆ รวมถึงรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.mini.co.th

ยกทัพเหล่าพันธมิตรมาร่วมฉลองหกทศวรรษอย่างคึกคัก พ่วงด้วยกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ

   แน่นอนว่า มินิ ประเทศไทย ไม่ได้ฉลองปีเกิดอย่างเดียวดาย แต่ได้ขนทัพพันธมิตร แบรนด์ชั้นนำทั้งในประเทศและต่างประเทศมาร่วมเฉลิมฉลองปีเกิดมากมาย อาทิ เซ็นทรัลพัฒนา จัด MINI National Roadshowและ MINI Expo เปิดโอกาสให้ลูกค้าและผู้รักมินิทุกท่านสัมผัสรถยนต์มินิหลากหลายรุ่น ที่มาพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษ โดยงานจะเดินทางไปพบกับแฟนๆ ถึง 9 จังหวัด ณ ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลทั่วประเทศ ส่วนฝั่งแบรนด์ไอศกรีมพรีเมียม Guss Damn Goodก็มาร่วมกับมินิ ประเทศไทย รังสรรค์ไอศกรีมโฮมเมดรสชาติใหม่ในสไตล์มินิ โดยไอศกรีมรสใหม่นี้จะแจกให้ผู้เยี่ยมชมทุกท่านที่เข้าร่วมงาน MINI National Roadshow รวมถึงมีจำหน่ายที่ร้าน Guss Damn Good ทุกสาขาตลอดทั้งปี นอกจากนี้
แบรนด์เสื้อผ้าสัญชาติอังกฤษอย่าง SuperDry ก็จะสร้างสรรค์คอลเล็คชั่นใหม่ อัดแน่นด้วยแรงบันดาลใจจากเอกลักษณ์ของมินิตลอด 60 ปีที่ผ่านมา โดยคอลเล็คชั่นใหม่นี้จะวางจำหน่ายที่ร้าน SuperDry ทุกสาขาทั่วประเทศ แต่ความสนุกยังไม่จบเพียงเท่านี้ เพราะมินิ ประเทศไทยก็จับมือกับ Plan B ผู้นำสื่อโฆษณาภายนอกที่อยู่อาศัย มอบเซอร์ไพรส์ให้ทุกคนเพื่อฉลอง 60 ปีของมินิครั้งนี้แบบทั่วถึงกัน

   ส่วนกิจกรรมเฉลิมฉลองครบรอบ 60 ปีแบบเอ็กซ์คลูซีฟที่ลูกค้ามินิรอคอย และกิจกรรมที่จะกลับมาอีกครั้งในปีนี้ตามเสียงเรียกร้องของแฟนๆ อย่าง MINI UNITED ทางมินิ ประเทศไทยจะแจ้งรายละเอียดให้ทราบเร็วๆ นี้ โดยสามารถติดตามได้ที่เว็บไซต์และแฟนเพจ https://www.facebook.com/MINI.Thailand/

มินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 3 ประตู Ice Blue Edition
- ราคาจำหน่าย 2,880,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)
มินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 5 ประตู Ice Blue Edition
- ราคาจำหน่าย 2,920,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard

 
 

AUTO NEWS : ปอร์เช่ เอเซีย แปซิฟิก รายงานผลการดำเนินงานที่เติบโตอย่างแข็งแกร่ง ตลอดช่วงเวลาแห่งการเฉลิมฉลอง วาระครบรอบก่อตั้งบริษัท 70 ปี

Tuesday, 12 February 2019 12:52

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ด้วยตัวเลขยอดจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่ที่เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนถึง6% เมื่อเปรียบเทียบกับปีก่อนหน้า นับเป็นผลการ ดำเนินงานที่ยอดเยี่ยมของปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก และตอกย้ำศักยภาพของผู้นำเข้า และตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็น ทางการในภูมิภาคทั้ง 13 ประเทศ นำมาเป็นอันดับหนึ่งโดยประเทศสิงคโปร์จากยอดส่งมอบรถยนต์ใหม่รวม567 คัน ภายในช่วงเวลา12 เดือนที่ผ่านมา ตามมาด้วยประเทศไทยจากตัวเลขยอดส่งมอบ499 คัน ทุบสถิติประเทศที่มีอัตรา การเติบโตของยอดขายสูงที่สุดในภูมิภาคได้อย่างน่าประทับใจ โดยคิดเป็นสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง44% เมื่อเปรียบเทียบกับปีที่ ผ่านมา

   การเปิดตัวปอร์เช่ คาเยนน์ รุ่นล่าสุด (The new Porsche Cayenne) ส่งผลต่อยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นถึง86% จากปีก่อน หรือคิดเป็นจำนวนทั้งสิ้น422 คัน แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่านี่คือรถยนต์ปอร์เช่ รุ่นที่มีอัตราการเติบโตสูงสุด เช่นเดียวกับ รุ่นพานาเมร่า (Panamera)ที่ยังคงประสบความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในด้านของยอดขาย ทั้งนี้ในปี2018 พานาเมร่า (Panamera) มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นถึง40% หรือ473 คัน สำหรับปอร์เช่ มาคันน์ (Porsche Macan) แน่นอนว่ายังคงสามารถคว้าตำแหน่งยนตรกรรมสปอร์ตยอดนิยมที่มียอดจำหน่ายสูงสุดเอาไว้ได้อีกปี ด้วยยอดส่งมอบ ทั้งสิ้น591 คัน และจากการมาถึงของ มาคันน์ รุ่นใหม่ (The new Macan) ซึ่งเปิดตัวอย่างเป็นทางการแล้ว ในทุกประเทศของภูมิภาค จึงมั่นใจได้ว่าสปอร์ตSUVคันนี้จะยังครองใจผู้นิยมชมชอบปอร์เช่ไปได้อีกนาน

   ในส่วนของรถสปอร์ต 2 ประตู ความต้องการในตัวปอร์เช่718 บ็อกซเตอร์ (718 Boxster)และ718 เคย์แมน (718 Cayman) ยังคงอยู่ในระดับสูง จากอัตราการเติบโตที่เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 3% หรือคิดเป็นยอดส่งมอบ357 คัน ขณะที่ยนตรกรรมสปอร์ตเรือธง ปอร์เช่911 (Porsche 911)มียอดส่งมอบที่เพิ่มขึ้นในอัตราส่วนสูงถึง51% หรือคิดเป็นตัวเลขยอดส่งมอบรวม304 คัน แม้จะเป็นช่วงเวลาที่อยู่ระหว่างการเปลี่ยนผ่านไปยังรุ่น992 เจเนอเรชั่นล่าสุด (The new 992) รถสปอร์ตอันเป็นสัญลักษณ์ของปอร์เช่ยังคงเป็นที่ปรารถนาของเหล่าผู้รักความแรงทั่วโลกอยู่เสมอ

   “ปี 2018 เป็นช่วงเวลาที่พิเศษสุดสำหรับพวกเราทุกคน” Arthur Willmann, กรรมการผู้จัดการของปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิกกล่าวแสดงความคิดเห็น“ผลงานด้านยอดขายที่ดีเยี่ยมจากทุกรุ่นในทุกประเทศคือเครื่องยืนยันถึงความมุ่งมั่นทุ่มเทที่ผู้แทนจำหน่ายในภูมิภาคนี้มีให้แก่เราปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก และ ปอร์เช่ สำนักงานใหญ่ ได้ร่วมกันเฉลิมฉลองวาระครบรอบก่อตั้งบริษัท70 ปี ในกิจกรรมระดับโลกภายใต้ชื่อSportscar Together Day โดย เปิดโอกาสให้ยนตรกรรมรถสปอร์ตของเราเข้าถึงกลุ่ม ตลาดที่หลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมกับเป็นการส่งสัญญาณให้บรรดาผู้ที่ชื่นชอบปอร์เช่รับรู้ถึงความสำคัญของโครงการE-Performance – ซึ่งเป็นแรงผลักดันในการพัฒนายนตรกรรมสปอร์ตพลังงานไฟฟ้าสมบูรณ์แบบคันแรกของเรา นั่นคือ ปอร์เช่ไทคานน์ ใหม่ (The new Porsche Taycan) ที่กำลังจะมาเสริมทัพรถสปอร์ตของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นในปี2019”

สุดอลังการกับงานเฉลิมฉลองSportscar Together Day ใจกลางกรุงเทพมหานคร ประเทศไทย

   ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก จัดงานเฉลิมฉลองวาระครบรอบ70 ปีการก่อตั้งบริษัทปอร์เช่ โดยใช้ชื่อกิจกรรมในครั้งนี้ว่าSportscar Together Day ซึ่งมีขึ้นที่กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่14 กรกฎาคม2018 ที่ผ่านมา ในวันดังกล่าวประกอบด้วย Das Treffen การรวมตัวของพลพรรคคนรักปอร์เช่ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ตื่นตาตื่นใจไปกับ กองทัพรถสปอร์ตปอร์เช่มากกว่า300คันที่จอดแสดง พร้อมกิจกรรมสาระและความบันเทิงตลอดวันสำหรับ ทุกคนใน ครอบครัว ผู้สนใจยังสามารถเดินทางเข้าร่วมชมการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรายการPorsche Carrera Cup Asia ซึ่ง AAS Motorsport ทีมแข่งมอเตอร์สปอร์ตของผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการร่วมการแข่งขันนี้ด้วย ซึ่งการแข่งขันดังกล่าวจัดขึ้นที่ชายทะเลบางแสนในวันเดียวกันได้อีกด้วย

ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก สยายปีกไปยังประเทศนิวซีแลนด์ตั้งแต่ปี2019 เป็นต้นไป

   ปอร์เช่ เอเซีย แปซิฟิก ยินดีต้อนรับการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งภายใต้ความร่วมมือของตัวแทนจำหน่ายในประเทศนิวซีแลนด์ ซึ่งเป็นที่ทราบกันดีว่าเป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการพัฒนาและเต็มไปด้วยศักยภาพ ถึงพร้อมด้วยฐานลูกค้ารถยนต์ปอร์เช่ ที่แข็งแกร่ง การเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งในครั้งนี้ ส่งผลให้ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิก ให้การสนับสนุนดูแลประเทศในสังกัดทั้งหมด รวม13แห่ง

ศูนย์กิจกรรม Porsche Experience Centre เซปัง ประเทศมาเลเซีย

   ในปี2018 ศูนย์กิจกรรมPorsche Experience Centre (PEC) เซปัง ประเทศมาเลเซีย ได้เดินทางมาถึงช่วงเวลา แห่งความสำเร็จสูงสุดนับตั้งแต่การก่อตั้ง ด้วยศักยภาพเหนือระดับในการจัดกิจกรรมการขับขี่บนสนามแข่งหรือtrack daysจำนวนมาก รวมทั้งปริมาณของบรรดาผู้ให้ความสนใจเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของศูนย์ PEC เซปัง ได้ต้อนรับ การมาเยือนของผู้สมัครเข้าร่วมหลักสูตรถึง650คน และแขกผู้ให้เกียรติเยี่ยมชมศูนย์กิจกรรมอีกมากกว่า800คน  สถานที่แห่งนี้เปรียบเสมือนตัวแทนขององค์กรผู้ผลิตรถสปอร์ตชั้นนำของโลกในการถ่ายทอดประสบการณ์ การขับขี่และ สรรค์สร้างสัมผัสแห่งความเร้าใจสไตล์ปอร์เช่ให้แก่แฟนๆในภูมิภาคเอเซียตะวันออกเฉียงใต้ได้อย่างสมบูรณ์แบบสรุปส่ง ท้ายปีด้วยกิจกรรมยามราตรีสุดพิเศษ E-Performance Nights ซึ่งได้รวบรวมเอาสุดยอดความบันเทิงมาอย่างครบครัน เพื่อให้แขกผู้มีเกียรติทุกท่านได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่ง ผ่านค่ำคืนแห่งแสงสีของสนามแข่งขันความเร็วระดับโลกSepangInternational Circuit กิจกรรมนี้ถือเป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของศูนย์PEC เซปัง จากการรับหน้าที่เป็นผู้ จัดงานเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์และสื่อถึงความยิ่งใหญ่ของยนตกรรมปอร์เช่ เป็นระยะเวลาต่อเนื่องยาวนานเกือบ24 ชั่วโมง

 
 

AUTO NEWS : วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำยนตรกรรมพรีเมียมที่ครองใจคนไทย ทุบสถิติยอดขายรถยนต์ใหม่ปี 2561 มากถึง 1,292 คัน สูงสุดในรอบ 5 ปี

Monday, 11 February 2019 18:00

 

 

 

 

 

 

 

 

   วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ทุบสถิติยอดขายรถยนต์ใหม่ปี 2561  ที่ 1,292 คัน นับเป็นยอดขายสูงสุดในรอบ 5 ปี ด้วยยอดจำหน่ายที่เพิ่มขึ้นถึง 13% คิดเป็นอัตราการเติบโต 32% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560 ที่มีปริมาณรวมในตลาดรถยนต์พรีเมียมที่ 30,797 คัน

   มร. คริส เวลส์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทวอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึง ความสำเร็จของวอลโว่ คาร์ ประเทศไทย ในปีที่ผ่านมาว่า “วอลโว่ยังคงสร้างความแข็งแกร่ง และครองสถานะหนึ่งในแบรนด์ยนตรกรรมพรีเมียมที่มีการเติบโตเร็วที่สุด เห็นได้ชัดจากยอดจัดจำหน่ายและตอบรับของลูกค้าในเชิงบวกต่อการนำเสนอรูปแบบ คุณภาพ และความโดดเด่นของรถยนต์วอลโว่ และยังชื่นชมต่อความพยายามของเราในการผลักดันความสำคัญทั้งเรื่องความปลอดภัยและเทคโนโลยีในการขับขี่อย่างต่อเนื่อง โดยวอลโว่ XC60 พรีเมียมเอสยูวีขนาดกลาง ยังคงครองรุ่นที่มียอดจัดจำหน่ายสูงสุด ตามมาด้วยวอลโว่ XC90 ลักชัวรี่เอสยูวีขนาดใหญ่ และวอลโว่ S90 ยานยนต์ซีดานขนาดใหญ่ ด้วยยอดจำหน่ายรถยนต์วอลโว่ในไทยที่เพิ่มสูงขึ้นส่งผลให้ยอดขายของวอลโว่ทั่วโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยในปี 2561 วอลโว่มียอดขายรวมทั่วโลกที่ 642,253 คัน เพิ่มขึ้น 12.4% เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2560

   ความสำเร็จของวอลโว่ไม่เพียงเห็นได้จากยอดจัดจำหน่ายเท่านั้น หากยังสะท้อนถึงการทำงานหนักและความมุ่งมั่นของทุกคนในองค์กรและเครือข่ายผู้จำหน่ายของเรา โดยวอลโว่จะยังคงทุ่มเทสรรค์สร้างความสำเร็จต่อไปในปี 2562 ทั้งการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ รวมถึงการผลิตเอสยูวี New XC40 เป็นปีแรก”เพื่อตอบแทนความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทย พร้อมเพิ่มความอุ่นใจให้แก่ลูกค้าด้วยการขยายโปรแกรมบำรุงรักษาที่ครอบคลุมระยะเวลายาวนานยิ่งขึ้น

   ดูรายละเอียดรถยนต์รุ่นต่าง ๆ ของวอลโว่ที่เว็บไซต์www.volvocars.co.th

 
 

AUTO NEWS : มาสด้าสร้างความแข็งแกร่งให้วงการบอลไทย ลงนามต่อสัญญาสนับสนุนสวาทแคทอีก 3 ปี

Wednesday, 13 February 2019 18:17

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   มาสด้า เซลส์ ประเทศไทยประกาศหนุนสวาทแคทต่อเนื่องอีก 3 ปี มาสด้าให้ความสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาวงการฟุตบอลไทย ด้วยการเข้ามาสนับสนุนฟุบอลทีมสวาทแคท หรือ นคราชสีมา มาสด้า เอฟซี เมื่อ 8 ปีที่แล้ว จนส่งผลให้วงการฟุตบอลไทยคึกคักทันตาเห็น โดยเฉพาะจำนวนแฟนบอล วันนี้ยังคงครองสถิติอันดับหนึ่งที่มีผู้เข้าชมมากที่สุด

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหารมาสด้า เซลส์ ประเทศไทยกล่าวว่า มาสด้าหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการต่อสัญญากับสโมสรในครั้งนี้ จะมีส่วนช่วยขับเคลื่อนวงการฟุตบอลของประเทศไทยสู่การพัฒนาและการยกระดับคุณภาพอย่างยั่งยืนไม่ใช่เพียงเพื่อให้บรรลุถึงเป้าหมายที่ทางสโมสรมุ่งหวังไว้เท่านั้น แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งในการร่วมสานฝันให้กับแฟนฟุตบอลชาวโคราชและชาวไทยทุกคน ที่ต้องการเห็นความสำเร็จของวงการฟุตบอลไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ทีมฟุตบอลชาติไทยชุดใหญ่ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายของเอเชียนคัพ ถือเป็นการสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนไทยทุกคนผ่านทางกีฬาฟุตบอล

   มาสด้าไม่ได้มุ่งหวังเพียงการเป็นผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้น แต่ต้องการมีส่วนร่วมในการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีให้กับคนไทย เติมเต็มความสุขให้กับชาวเมืองโคราชด้วยการร่วมสนับสนุนทีมสโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซี ร่วมผลักดันวงการลูกหนังไทยให้ก้าวไปสู่ระดับโลกตั้งแต่ระดับเยาวชนไปจนถึงนักฟุตบอลอาชีพ ตลอด 7ปีที่อยู่เคียงข้างกับชาวโคราช เราต่างเห็นวิวัฒนาการของทีมในทิศทางที่ดีขึ้น และปีนี้จะเป็นอีกปีที่มาสด้าจะร่วมเชียร์ไปกับคนโคราช และทีมสวาทแคท เพื่อบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

   นายเทวัญ ลิปตพัลลภ ประธานสโมสร นครราชสีมา มาสด้า เอฟซีกล่าวว่า ฟุตบอลถือเป็นกีฬาที่อยู่ในหัวใจของคนไทยทุกคน และอยากเห็นความก้าวหน้า โดยเฉพาะทีมชาติไทย สิ่งสำคัญอันเป็นพื้นฐานของทีมชาติคือเราต้องสร้างลีกในประเทศให้แข็งแกร่ง การสนับสนุน 7 ปีเต็ม ที่มาสด้าอยู่คู่กับสวาทแคท อยู่เคียงข้างคนโคราช ช่วยกันสร้างทีมฟุตบอลระดับท้องถิ่นจนเกิดความแข็งแกร่ง ไม่ใช่เพียงแค่ฟุตบอลเท่านั้น แต่นี่คือการสร้างความเข้มแข็งให้ธุรกิจท้องถิ่น ลงมาสร้างความแข็งแกร่งในระดับภูมิภาค เพื่อให้ทุกคนมีความเป็นอยู่ที่ดี ทั้งด้านสังคมและเศรษฐกิจ ความร่วมมือกันระหว่างมาสด้าและสโมสรฯ รวมถึงผู้สนับสนุนในครั้งนี้ คือ พันธะสัญญาที่เราจะก้าวเดินไปด้วยกัน สู้ไปด้วยกัน เพื่อความสำเร็จของทีม และเพื่อพัฒนาวงการกีฬาฟุตบอลของเมืองไทยให้ก้าวไปสู่ระดับชั้นนำของเอเชียตามที่ทุกคนตั้งความหวัง

   นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารมาสด้ากล่าวว่า มาสด้ามุ่งมั่นที่จะพัฒนาวงการฟุตบอลไทยก้าวหน้ายิ่งขึ้นไปทั้งภูมิภาค ระดับประเทศ จนถึงระดับนานาชาติ ซึ่งมาสด้าตระหนักดีกว่าการพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้มีความแข็งแกร่งเพื่อนำไปสู่การแข่งขันในเวทีระดับโลกได้นั้น จำเป็นต้องพัฒนาตั้งแต่ระดับพื้นฐานโดยวางรากฐานตั้งแต่เยาวชนไปจนถึงลีกอาชีพทุกระดับปีนี้ทางมาสด้าร่วมกับสโมสรฯ มีนโยบายพัฒนานักเตะเยาวชนในจังหวัดนครราชสีมาอย่างเป็นรูปธรรมมากขึ้นทั้งในรุ่น U13, U15, U17และ U19จัดให้มีการลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่เพื่อเพิ่มขีดความสามารถเพื่อมาทดแทนผู้เล่นชุดใหญ่ในอนาคตต่อไป ซึ่งในวันนี้ได้เผยโฉมน้องๆ ทีมสวาทแคทอคาเดมี่ U19พร้อมกับทีมชุดใหญ่ด้วย เพื่อหลอมรวมความเป็นหนึ่ง สร้างความรัก และสามัคคีของทั้งสองรุ่นเข้าด้วยกัน

   ผลงานฤดูกาล 2018ที่ผ่านมา ทีมสวาทแคท ลงสนาม 34นัด ชนะ 13เสมอ 8แพ้ 13เก็บได้ 47คะแนน ปิดฤดูกาลด้วยอันดับ 7ไต่ขึ้นมาได้ 5อันดับ จากปี 2017ที่อยู่อันดับ 12ซึ่งเป็นอันดับดีที่สุดนับตั้งแต่เลื่อนชั้นขึ้นไทยลีกเมื่อปี 2015นักเตะสามารถปรับตัวเข้ากับยุทธวิธีของโค้ชได้เป็นอย่างดีทั้งนักเตะเก่าที่เป็นตัวหลักอย่างกัปตันทีม เฉลิมพงษ์  เกิดแก้ว, แซมมวล ป.คันนิ่งแฮม, เมธี ทวีกุลกาญจน์, ยายาร์ คูนาธ, ชนัตพล สิกขะมณฑล ที่ยังอยู่กันครบ และเสริมแกร่งให้ทีมด้วยนักเตะใหม่ ประกอบด้วย อองรี เบอร์นาร์ด, อมาดู อ๊อตตาร่า และชิตชนก ไชยเสนสุรินธร ทุกคนต่างขึ้นชื่อว่าฝีเท้าดี และมีประสบการณ์ในลีกใหญ่มากมาย ปีนี้ทางสโมสรฯ ได้ต่อสัญญากับโค้ช มิลอส โจซิค ในการคุมทัพ ตั้งเป้ายืนอันดับหัวตารางในฤดูกาลนี้ สำหรับชุดแข่งฤดูกาล 2019นี้ ได้รับการสนับสนุนจาก “เวอร์ซุส”โดยออกแบบลวดลายตัวเสื้อเป็นลายผ้าไหมอันโด่งดังของอำเภอปักธงชัย เพื่อถ่ายทอดความเป็นหลานย่าโมโดยแท้จริง ยังคงเน้นการใช้สีสันสดใส โดดเด่น สะดุดตา เมื่ออยู่ในสนามแข่งอย่างสีส้ม สีม่วง และสีเหลือง

   นัดเปิดฉากฤดูกาลสวาทแคทจะบุกเยือนทีมน้องใหม่อย่าง “พลังเพลิง”พีทีที ระยอง ณ สนาม พีทีที สเตเดียม ในวันเสาร์ที่ 23กุมภาพันธ์ 2562เวลา 18.00น. หลังจากนั้นแม็ตท์แรกในฐานะเจ้าบ้านจะลงสนามพบกับสิงห์เชียงราย ในวันอาทิตย์ที่ 3 มีนาคม เวลา 18:00 น. เชิญชวนแฟนบอลร่วมชมและเชียร์เจ้าแมวพิฆาต หรือสวาทแคด

 
 

AUTO NEWS : เปิดศักราชใหม่ปีหมูทองยอดขายมาสด้าพุ่งอีก 16% มอบข้อเสนอแทนใจ MAZDA SEASON OF LOVE

Thursday, 07 February 2019 18:54

 

 

 

 

 

 

 

   มาสด้าสุดปลื้มหลังยอดขายรถทุกรุ่นปรับเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง เปิดศักราชใหม่ต้อนรับปีหมูทองยอดขายก็พุ่งทำสถิติใหม่ทันที เดือนแรกทะยานสูงถึง 16% ด้วยตัวเลขยอดขายสูงสุด 5,247 คัน ผลพวงต่อเนื่องมาจากปีที่แล้วที่มาสด้าโหมทำกิจกรรมส่งเสริมการตลาดควบคู่ไปกับการพัฒนาคุณภาพการบริการหลังการขาย แสดงให้เห็นถึงกระแสความนิยมในรถยนต์มาสด้าที่ยังคงร้อนแรงแบบฉุดไม่อยู่ โดยเฉพาะมาสด้า2 ทำยอดขายสูงถึง 3,991 คัน เติบโต 64% ก้าวขึ้นครองบัลลังก์ยึดแชมป์ยอดขายสูงสุดอันดับหนึ่งของตลาดรถเล็ก

   เปิดศักราชใหม่เดือนแรกตลาดรถยนต์เมืองไทยก็เริ่มคึกคักทันที รถยนต์มาสด้ายังคงได้รับกระแสความนิยมเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะน้องเล็กสุดอย่างมาสด้า2 ยังคงได้รับความนิยมสูงสุดด้วยยอดขายจำนวน 3,991คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 64% ตามมาด้วยรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร ที่กลับมาได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง จำนวน 547 คัน รถอเนกประสงค์เอสยูวีมาสด้า CX-5 จำนวน 299 คัน รถยนต์นั่งมาสด้า3 จำนวน 237 คัน รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์ CX-3 จำนวน 170 และรถสปอร์ต MX-5 จำนวน 3 คัน ส่งผลให้ยอดขายรถมาสด้าทั้งหมดในเดือนมกราคมปิดตัวเลขอย่างสวยสดงดงามอยู่ที่ 5,247คัน เติบโตสูงถึง 16% ถือเป็นความสำเร็จในด้านการเป็นผู้ผลิตรถยนต์ที่ตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้อย่างแท้จริง

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า จากการลงพื้นที่เพื่อแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับผู้จำหน่าย รวมทั้งการทำงานร่วมกันอย่างหนักตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา การเติบโตของยอดขายในวันนี้ถือเป็นการเริ่มต้นปีที่ดี และเราจะยังคงทำงานกันอย่างหนักเพื่อให้ผู้จำหน่ายของเราสามารถตอบสนองการบริการที่ดีที่สุดไปยังลูกค้าของเรา โดยเฉพาะเดือนกุมภาพันธ์และเดือนมีนาคม ซึ่งเป็น 2 เดือนสุดท้ายในการที่จะปิดปีงบประมาณ เดิมที่เราวางเป้าไว้คือ 65,000 คัน แต่ตอนนี้มียอดขายไปแล้ว 59,136 คัน คาดว่าจะทะลุเกินเป้าหมายที่วางไว้

   นอกจากนี้มาสด้ายังได้มอบข้อเสนอสุดพิเศษแทนใจในช่วงซีซั่นแห่งความรัก ต้อนรับวาเลนไทน์ ภายใต้แคมเปญ MAZDA SEASON OF LOVE”ระหว่างวันที่ 9 – 17 กุมภาพันธ์ นี้ เพียง 9 วัน เท่านั้น เพื่อตอกย้ำเดือนแห่งความรัก และสร้างความต่อเนื่องของเรื่องราวความรักชายหญิงที่มาพบรักกันที่โชว์รูมมาสด้า ด้วยข้อเสนอพิเศษ ออกรถ CX-5 วันนี้ รับดอกเบี้ย 0% และประกันภัยชั้นหนึ่ง Mazda Premium Insuranceจองรถมาสด้า3, CX-3หรือ CX-5 รับฟรี Apple CarPlay มูลค่า 4,500 บาท จำนวนจำกัดเพียง 800 คัน เท่านั้น

   ทั้งนี้สิ่งสำคัญเร่งด่วนที่มาสด้ากำลังดำเนินการเพื่อรองรับกับปริมาณรถยนต์ที่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คือ การเร่งขยายเครือข่ายและการปรับโชว์รูมรูปลักษณ์ใหม่ให้ครบ 100% ในปีนี้ รวมทั้งกระบวนการทำงานของผู้จำหน่ายให้สามารถรองรับจำนวนลูกค้าต่อวันให้ได้มากขึ้น รวมไปถึงรถยนต์รุ่นใหม่ที่กำลังจะเปิดตัวในปีนี้ด้วย

   โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางทางโซเชียลมีเดียเว็บไซต์ www.mazda.co.thและMazdaThailandOfficial Facebook/YouTube/Instagram/LINE

 

 
 

AUTO NEWS : จีเอ็ม ประเทศไทยคว้ารางวัลโครงการสำนักงานสีเขียว (Green Office) มุ่งพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน

Sunday, 17 February 2019 19:20

   บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส เพาเวอร์เทรน (ประเทศไทย) จำกัดและบริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ได้รับโล่ตราสัญลักษณ์ G - Green ระดับประเทศ ภายใต้โครงการสำนักงานสีเขียว (Green Office) ระดับดี (G ทองแดง) โดยมีนายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ให้เกียรติเป็นประธานมอบรางวัลให้แก่นายวัชรินทร์ สยามรัตนกิจ ผู้จัดการศูนย์การผลิต เจนเนอรัล มอเตอร์ส เพาเวอร์เทรน ประเทศไทย พิธีมอบรางวัลนี้จัดขึ้นโดยกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เมื่อวันที่30 มกราคม 2562 ณ โรงแรมรามาการ์เด้น กรุงเทพฯ

   รางวัล G - Green ประจำปี 2561 จัดขึ้นเพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติหน่วยงานที่ผ่านการรับรองสำนักงานสีเขียวที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม (Green Office) โดยการตระหนักถึงการรักษาสิ่งแวดล้อม การประหยัดพลังงาน รวมถึงการเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์เครื่องใช้สำนักงานอย่างรู้คุณค่า และมีการจัดการของเสียหรือมลพิษอย่างถูกต้อง

   นายวัชรินทร์ สยามรัตนกิจ ผู้จัดการศูนย์การผลิต เจนเนอรัล มอเตอร์ส เพาเวอร์เทรน ประเทศไทยกล่าวว่า “การที่กลุ่มบริษัทจีเอ็ม ในประเทศไทยได้รับรางวัลโครงการสำนักงานสีเขียวนั้นแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจีเอ็มที่ให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากความร่วมมือกันของทุกฝ่ายทั้งในส่วนของผู้บริหารและพนักงานทุกคนในการทำให้จีเอ็มบรรลุเป้าหมายในการสร้างสรรค์ธุรกิจสีเขียว เพื่อพัฒนาธุรกิจอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังมีการแต่งตั้งคณะกรรมการและคณะทำงานเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม มีการสื่อสารและการฝึกอบรมด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อให้พนักงานและผู้ที่เกี่ยวข้องทุกคนมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ”

   ทั้งนี้ ศูนย์การผลิตจีเอ็ม ประเทศไทย ในจังหวัดระยองเป็นศูนย์กลางการผลิตยานยนต์และเครื่องยนต์ในระดับภูมิภาคที่ได้รับรางวัลมากมาย ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม พลังงาน และการจัดการความปลอดภัย ได้แก่

·   ศูนย์การผลิตจีเอ็ม ประเทศไทย จังหวัดระยองได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประจำปี 2561 (The Prime Minister’s Industry Award 2018) ประเภทการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ซึ่งจีเอ็ม ประเทศไทยเป็น 1 ใน 4 สถานประกอบการในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลในประเภทดังกล่าว และเป็นเพียง 1 ใน 2 บริษัทรถยนต์ที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นในปี 2561

·   ศูนย์การผลิตจีเอ็ม ประเทศไทย จังหวัดระยอง เป็นหนึ่งในศูนย์การผลิตและสถานที่ทำงานที่ไม่ใช่ส่วนการผลิตของจีเอ็ม จาก 142 แห่งทั่วโลกที่ปลอดการฝังกลบ

 
 

AUTO NEWS : นิสสัน ริเริ่มซีรีส์การให้ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าผ่านสื่อดิจิตอลเป็นครั้งแรก เพื่อการรับรู้และความเข้าใจที่ถูกต้อง มุ่งสร้างความเข้าใจ 4 ด้านของการใช้รถยนต์ไฟฟ้าในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ถ่ายทอดจากความชำนาญกว่าเจ็ดทศวรรษด้านการข

Tuesday, 12 February 2019 13:32

 

 

 

 

 

 

 

   ในช่วงห้าปีที่ผ่านมา ยอดขายรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทั่วโลกเพิ่มขึ้นถึง 23 เท่า1 โดยปัจจุบันมีผู้บริโภคถึง 37 เปอร์เซ็นต์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่สนใจซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเป็นรถคันต่อไป และเพื่อเรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้นด้านข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า วันนี้นิสสัน ได้ทำการเปิดตัว วิดีโอซีรีส์เพื่อการศึกษาเป็นครั้งแรกเพื่อเสริมสร้างความเข้าใจที่ถูกต้อง และสร้างความตระหนักเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าขึ้น

    “ทั่วภูมิภาค เราได้รับรู้ความชื่นชอบในรถยนต์พลังงานไฟฟ้าของผู้คนอยู่เสมอ แต่หลายๆ คนอาจไม่เข้าใจว่าจริงๆ แล้วรถยนต์พลังงานไฟฟ้าเหมาะสมกับวิถีชีวิต หรือ ไลฟ์สไตล์ รวมถึงพื้นฐานการใช้งานของพวกเขาอย่างไร ในฐานะที่เป็นผู้ผลิตรถยนต์รายแรกที่ผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100 เปอร์เซ็นต์ เพื่อออกจำหน่ายในตลาด กอรปกับความรู้ความชำนาญกว่า 70 ปีเกี่ยวกับเทคโนโลยีรถยนต์ไฟฟ้า เราจึงต้องการช่วยส่งเสริมความเข้าใจที่ถูกต้องในเรื่องเหล่านี้” ยูตากะ ซานาดะ รองประธานอาวุโสของนิสสันเอเชียและโอเชียเนีย กล่าว “เพื่อให้ข้อมูลเชิงลึก นิสสันได้ทำการรวบรวมและพร้อมแบ่งปันความรู้ในวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการระบบขับเคลื่อนให้แก่ลูกค้า จากประสบการณ์ของผู้ที่ได้สัมผัสกับเทคโนโลยีนี้ด้วยตัวเอง”

 

   โดย ชุดวีดีโอซีรีส์นี้ จะแบ่งออกเป็นสี่ส่วน ครอบคลุม การชาร์จ ระยะทาง การขับขี่ และการเป็นเจ้าของรถยนต์ไฟฟ้า จึงเป็นการตีโจทย์และรวบรวมคำถามที่มักจะพบได้บ่อยรวมถึงความเชื่อต่างๆเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า โดยมีทอม จาร์วิส นักสำรวจและนักวิทยาศาสตร์สิ่งแวดล้อมชาวออสเตรเลียจะเป็นผู้นำการพูดคุย พร้อมกับณยา เอียร์ลิคซ์-อาดัม ผู้ก่อตั้งธุรกิจอาหารแบบยั่งยืนภายใต้ชื่อ บรอกโคลี เรฟโวลูชั่นในกรุงเทพฯ ที่จะมาร่วมทีมในการพูดคุยตอบคำถามเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้า จากประสบการณ์และความชอบส่วนตัวของทั้งสองคน

   สำหรับ วีดีโอชิ้นแรกของซีรีส์ เป็นหัวข้อเกี่ยวกับการชาร์จไฟ ซึ่งในปี พ.ศ. 2561 ผลการศึกษาของฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน ที่นิสสันให้การสนับสนุน2แสดงให้เห็นว่าโดยเฉลี่ยแล้ว 59 เปอร์เซ็นต์ของผู้ตอบแบบสอบถามในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวว่าวิธีการชาร์จ (ความสามารถในการชาร์จในที่ทำงาน จุดชาร์จที่บ้าน และตัวเลือกในการชาร์จแบบรวดเร็ว) เป็นปัจจัยหลักในการเลือกซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ความสะดวกสบายในการชาร์จถือเป็นปัจจัยสำคัญลำดับที่สองในการตัดสินใจซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้า รองลงมาจากเรื่องของมาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งในขณะที่ความต้องการรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามีเพิ่มมากขึ้น ความไม่แน่ใจเกี่ยวกับวิธีการชาร์จที่ถูกต้องถือเป็นอุปสรรคสำคัญสำหรับผู้สนใจรถยนต์ไฟฟ้าหลายๆ คน

เคล็ดลับของการชาร์จ

   ในวีดีโอแรกเกี่ยวกับการชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้า นิสสันแบ่งปันข้อมูลและเคล็ดลับว่าเจ้าของรถยนต์พลังงานไฟฟ้าจะสามารถชาร์จรถยนต์ได้อย่างไร โดยมีตัวเลือกการชาร์จสามตัววิธีหลักๆ สำหรับนิสสัน ลีฟ ตัวอย่างเช่น การชาร์จจากไฟบ้านปกติ (standard outlet charging) การชาร์จจากอุปกรณ์ชาร์จติดผนัง หรือ wall box chargingและการชาร์จแบบเร็วหรือที่เรียกว่า Quick Charge

 

·       เช่นเดียวกับการเสียบปลั๊กเพื่อชาร์จสมาร์ทโฟน 80-90 เปอร์เซ็นต์ของเจ้าของรถนิสสัน ลีฟ ส่วนใหญ่เลือกที่จะชาร์จรถยนต์ของเขาที่บ้านโดยใช้เคเบิลอเนกประสงค์ที่มาพร้อมกับรถยนต์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการชาร์จข้ามคืน

·       เจ้าของลีฟ สามารถเลือกติดตั้งกล่องชาร์จหรือ wall box charging ที่บ้าน ที่ทำงาน หรือในที่ๆ อื่นๆที่เหมาะสมได้ ซึ่งจะสามารถชาร์จไฟฟ้าให้เต็มได้ภายในระยะเวลา 5-7 ชั่วโมง ซึ่งใช้เวลาน้อยกว่าการชาร์จแบบแรก

·       สถานีชาร์จแบบรวดเร็วหรือ Quick Charge จะใช้เวลาชาร์จเพียงแค่ 40-60 นาทีเพื่อชาร์จให้แบตเตอรี่กลับมามีความจุที่ 80 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งส่วนใหญ่มักมีติดตั้งในพื้นที่ที่ชาร์จสะดวก เช่น ห้างสรรพสินค้า หรือที่สาธารณะต่างๆ

   นอกจากนี้ เนื่อหาในวีดีโอยังอธิบายเกี่ยวกับความกังวลด้านความปลอดภัย โดยนำเสนอข้อมูลการชาร์จรถยนต์พลังงานไฟฟ้าว่าสามารถทำได้อย่างปลอดภัยแม้กระทั่งตอนฝนตก เป็นสถานการณ์ที่อาจพบบ่อยในช่วงหน้าฝนของภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

 

   “ซีรีส์ชุดแรกจะเปิดตัวในช่วงเวลาที่สังคมมีการพูดคุยเกี่ยวกับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่กำลังเติบโต และผู้กำหนดนโยบายทั่วภูมิภาคต่างเร่งนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้ามาใช้งาน” วินเซนต์ วิจเนน ผู้อำนวยการฝ่ายขายและการตลาดประจำภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย กล่าว “ในขณะที่สาธารณูปโภคกำลังได้รับการพัฒนา เราตั้งเป้าหมายสร้างความกระจ่างให้แก่ผู้ซื้อเกี่ยวกับความจริงของการใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า และรวมถึงเร่งแก้ไขความเข้าใจที่ไม่ถูกต้องเกี่ยวกับการเป็นเจ้าของและการขับขี่รถยนต์ดังกล่าว เช่น นิสสัน ลีฟ และยังรวมถึงเทคโนโลยีใหม่ๆ ทุกรูปแบบ ทั้งนี้สังคมต่างมีความต้องการข้อมูลเกี่ยวกับวิธีการใช้งานที่ถูกต้อง และสิ่งสำคัญคือการแบ่งปันเคล็ดลับในรูปแบบที่ผู้ซื้อสามารถเข้าถึงและเข้าใจได้ โดยมาจากความชำนาญของนิสสันในเรื่องนี้”

   สำหรับผู้สนใจในเทคโนโลยีที่ถูกต้องของรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อความเข้าใจเกี่ยวกับการชาร์จ สามารถดูวีดีโอชุดแรกจากซีรีส์ได้ที่นี่

 
 

More Articles...

Page 1 of 51

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )