Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : ปอร์เช่ ประเทศไทย จับมือ ไลก้า จัดกิจกรรม Kick-off แคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations พร้อมดึงตัวช่างภาพระดับโลกร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ถ่ายภาพรถยนต์ปอร์เช่แบบมืออาชีพ

Monday, 27 May 2019 16:10

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัดผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จับมือ ไลก้า (Leica) ตำนานแบรนด์กล้องถ่ายภาพระดับโลกสัญชาติเยอรมัน ชวนเหล่าแฟนพันธุ์แท้ร่วมกิจกรรมเปิดตัวแคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations ภายใต้แนวคิด “Soulful Driving” พร้อมดึงตัวช่างภาพระดับโลก สเตฟาน บ็อกเนอร์ (Stefan Bogner) ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การถ่าย ภาพรถยนต์ปอร์เช่แบบมืออาชีพ

   กิจกรรม Kick-off แคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations เริ่มต้นในช่วงค่ำของวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2562ณ Porsche Studio Bangkok ICONSAIM ที่ถูกเนรมิตขึ้นใหม่ให้เป็นแกลอรี่จัดแสดงภาพถ่ายรถยนต์ปอร์เช่ เพื่อกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ โดย มร. ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทยขึ้นกล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงาน อย่างเป็นทางการก่อนส่งไม้ต่อให้กับ มาร์เซล เมย์ ผู้จัดการฝ่ายขาย ประจำภูมิภาค ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิค ผู้รับผิดชอบแคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations ขึ้นมาแนะนำ ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) รถสปอร์ตเรือธงใน ตำนานที่ได้ถือกำเนิดมาถึงเจเนอเรชันที่ 8 ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมเผยถึงเส้นทาง Road trip ของการถ่ายทำในแคมเปญนี้ ด้วยความร่วมมือกับ Leica

   ไฮไลท์ของงานคือการปรากฎตัวของ สเตฟาน บ็อกเนอร์ ผู้ก่อตั้ง Curves Magazin และช่างภาพอันดับต้นๆ ของโลก ที่มีผลงานถ่ายภาพร่วมกับปอร์เช่มาอย่างยาวนานและยังเป็นเจ้าของผลงานรูปถ่ายที่จัดแสดงใน Porsche Studio พร้อมด้วย คุณสีหบุตร ชุมสาย ณ อยุธยา บรรณาธิการนิตยสาร GTPORSCHE Thailand ผู้กำกับภาพยนตร์ (Film Director) และยังเป็น Leica User ขึ้นมาร่วมพูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์ Soulful Driving ที่มีร่วมกันกับปอร์เช่ผ่าน ทริปถ่ายรูปต่างๆ ที่ผ่านมา ก่อนปิดท้ายกิจกรรมด้วยการแนะนำกล้อง Leica รุ่นเด่นที่ สเตฟาน บ็อกเนอร์ ใช้งานมาให้ ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์กล้องที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบช่างภาพมืออาชีพ อาทิ Leica SL กล้อง Mirrorless Full Frame มาพร้อมกับเลนส์ Leica Vario-Elmarit-SL 24-90mm F2.8-4 ASPH รวมไปถึงกล้อง Full Frame ขนาดกะทัดรัดรุ่นล่าสุดอย่าง Leica Q2 พร้อมการแนะนำเทคนิคดีๆ สำหรับการถ่ายรูป โดย คริสเตียน โดว์ลิง (Kristian Dowling) ช่างภาพชื่อดังชาวออสเตรเลีย และ Instructor จาก Leica Akademie นอกจากนี้ผู้ร่วมงานต่างได้ ถ่ายรูปคู่กับรถยนต์ปอร์เช่ 911 รุ่นใหม่ (The new Porsche 911) รหัสตัวถัง 992 ซึ่งเป็น เจเนอเรชั่นล่าสุดโดยช่าง ภาพจาก Leica กลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

   ปอร์เช่ 911 – 8 Generations ที่ออกเดินทางเพื่อบันทึกภาพด้วยกล้อง Leica คือเรื่องราวอันเชื่อมโยงกันของ 2 ไอคอน ระดับตำนานที่ต่างเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะที่อยู่เหนือกาลเวลา โดดเด่นด้วยความมีเอกลักษณ์ ตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรกจนถึงเจเนอเรชั่นล่าสุด เช่นเดียวกับรถยนต์ปอร์เช่ 911 นับตั้งแต่ รุ่นแรกที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี และยังคงสามารถโลดแล่นอยู่บนท้องถนน กล้อง Leica ก็เป็นไอเทมที่เหล่าแฟนพันธุ์แท้ต่างเก็บรักษาไว้เป็นเป็นเครื่อง บันทึกความทรงจำที่พร้อมส่งทอดเป็นมรดกให้แก่ลูกหลานเจเนอเรชั่นถัดไปเช่นเดียวกัน

 
 

AUTO NEWS : นิสสันจับมือเดลต้าแนะนำมาตรฐานเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับที่อยู่อาศัยครั้งแรกในไทย

Wednesday, 22 May 2019 18:11

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสัน ประเทศไทยประกาศแต่งตั้งบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการหลักเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ

   ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยที่ต้องการให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 1.2ล้านคันบนท้องถนนภายในปีพ.ศ. 2579และเพื่อส่งมอบเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับมาตรฐานสากลพร้อมการบริการที่ได้มาตรฐานจากเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ และได้รับการรับรองโดยนิสสันให้แก่เจ้าของรถยนต์นิสสัน ลีฟ (Nissan LEAF) ในประเทศไทย

   “นิสสัน ประเทศไทย ขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มส์ของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและคนไทยทุกคน โดยการร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านยานยนต์ไฟฟ้า และเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจนี้ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้ผลิตโซลูชั่นการจัดการพลังงานสะอาดและระบบจัดการความร้อนชั้นนำของโลก เพื่อร่วมกับนิสสันขับเคลื่อนประเทศไทยให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต” นายราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน ประเทศไทยกล่าว

   “เราเชื่อมั่นว่าอนาคตที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่านี้กำลังรออยู่ข้างหน้า เนื่องด้วยนโยบายการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเช่นเดียวกับความร่วมมือกับเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ที่เกิดขึ้นในวันนี้ รวมถึงความร่วมมือของนิสสันกับการไฟฟ้านครหลวงเมื่อไม่นานมานี้ ที่นำเสนอทางเลือกการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัยเพื่อให้มั่นใจว่าเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมสำหรับลูกค้านิสสัน ลีฟ” นายนาราสิมัน กล่าวเพิ่มเติม

   ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้น มีผลงานการศึกษาของ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน (Frost & Sullivan) สนับสนุน เนื่องจากการศึกษาดังกล่าวพบว่าสำหรับผู้บริโภคชาวไทยแล้วนั้น การมีทางเลือกการชาร์จที่สะดวกและยืดหยุ่นเป็นหนึ่งในสามปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ความร่วมมือนี้จึงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโซลูชั่นสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสะดวกง่ายดาย อีกทั้งยังได้รับบริการด้านการจัดการสถานที่ติดตั้งจากเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เช่นเดียวกับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย

   นอกจากนั้น เอกสิทธิ์ความร่วมมือครั้งนี้มาพร้อมกับนิสสัน ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายที่ดีสุดทั่วโลกด้วยยอดขายกว่า 400,000 คันทั่วโลก และจะเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าชาวไทยภายในเดือนนี้

   “เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ยกระดับความสามารถหลักในด้านการแปลงพลังงานและจัดการพลังงานสะอาดเพื่อพัฒนาและติดตั้งโซลูชั่นส์สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกให้กับผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยในตอนนี้ด้วย นับจากนี้เป็นต้นไปเจ้าของรถยนต์นิสสัน ลีฟ ในประเทศไทยสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ด้วยโซลูชั่นส์การชาร์จที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมทั้งการบริการที่เหมาะสม” นายเซีย เชน เยน ประธานบริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าว

   ข้อตกลงครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อช่วยบุกเบิกการคมนาคมสีเขียวในประเทศไทยโดยตรงด้วยการมอบทางเลือกใหม่ๆ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเปิดรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น สำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านและที่สำนักงานจะเป็นการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบธรรมดากระแสสลับของเดลต้าขนาด 7.36 กิโลวัตต์ ส่วนสถานีบริการชาร์จไฟสาธารณะเป็นเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบเร็วกระแสตรงของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ขนาด 50 กิโลวัตต์ นอกจากนี้นิสสันยังได้ติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบเร็วกระแสตรงและแบบธรรมดากระแสสลับที่โชว์รูมตัวแทนจำหน่ายทั้งหมด 32 แห่งทั่วประเทศ โดยเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จะเป็นผู้ให้บริการสำรวจพื้นที่ ติดตั้ง และบริการหลังการขาย

   “นี่คือก้าวแรกที่สำคัญในประเทศไทยสำหรับนิสสันในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของการใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นิสสันมั่นใจว่าความพยายามร่วมกันครั้งนี้จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการซื้อเครื่องชาร์จไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ และสร้างความมั่นใจ ให้แก่ลูกค้าด้วยการมอบทางเลือกในการชาร์จไฟที่หลากหลาย” นายราเมซ นาราสิมัน อธิบาย

   เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงาน กับนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย และ สนับสนุนการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนไปใช้ยานต์ยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ เราเชื่อมั่นในการสร้างสรรค์ความร่วมมือที่มีประสิทธิผลสูงสุดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนไปพร้อมกับการทำตามคำมั่นสัญญาของเราที่ว่า ‘Smarter. Greener. Together’.” นายเซีย เชน เยน กล่าวเสริม

   นิสสัน ลีฟ ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Thailand International Motor Expo 2561 พร้อมส่งมอบในเดือนพฤษภาคม 2562เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลกโดยมีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลก 25% และเป็นไอคอนของ Nissan Intelligent Mobility ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนวิถีการขับขี่และใช้ชีวิตของผู้คน นอกจากนี้ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะไร้มลพิษ (e-powertrain) รุ่นใหม่ให้กำลังเครื่องยนต์ 110 กิโลวัตต์และแรงบิด 320 นิวตันเมตร ช่วยเพิ่มความเร่งและความเพลิดเพลินในการขับขี่

   เครื่องชาร์จไฟฟ้าของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์มาพร้อมกับการรับประกันนานถึง 3 ปี บริการสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ และ การเปลี่ยนเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าฟรีภายใต้การรับประกัน

 
 

AUTO NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดทัวร์นาเม้นท์ BMW Golf Cup International 2019 รอบคัดเลือก เฟ้นหาตัวแทนนักกอล์ฟสมัครเล่นเข้าชิงแชมป์ระดับประเทศ

Tuesday, 21 May 2019 17:25

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยนำโดย มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการBMW Golf Cup International 2019 รอบคัดเลือก ณ สนามนิกันติ กอล์ฟ คลับ นครปฐม โดยมีนักกอล์ฟสมัครเล่นรวมกว่า 2,736 คนทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันเพื่อเป็นหนึ่งใน 126 คนที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ก่อนจะคัดเลือกเหลือเพียง 3 ท่านเท่านั้นที่จะได้รับเกียรติเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับโลก

   โดยในการแข่งขันรอบดังกล่าว มีนักกอล์ฟสมัครเล่นสร้างสถิติทำโฮล-อิน-วันคนแรกของทัวร์นาเม้นท์ครั้งนี้ ได้แก่ คุณปิยะภัทร มณีเสถียร ผู้หวดวงสวิงทำ โฮล-อิน-วัน ในหลุมที่ 5ระยะทาง 180หลา คว้าสิทธิ์ได้รับรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟบีเอ็มดับเบิลยู 320d GT M SPORT มูลค่า 2,999,000 บาทไปครอบครอง

   นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยูยังคงเดินหน้าเชิญชวนผู้สมัครเข้าร่วมสมทบทุนเพื่อการกุศลอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการแข่งขันBMW Golf Cup International 2019 จะถูกนำไปสมทบทุนให้แก่มูลนิธิแคร์ฟอร์วอเตอร์และมูลนิธิเพื่อการกุศลอื่น ๆ

   และสำหรับการแข่งขัน BMW Golf Cup International 2018 รอบชิงแชมป์โลก ณ สนามคาโบ เดล โซล กอล์ฟ รีสอร์ท บนชายฝั่งทางใต้ของลอส คาโบส ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 18-23 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา คุณพรสวรรค์ ชาญศึก ได้ครองตำแหน่งรองชนะเลิศในประเภทCategory Ladyด้วยคะแนน 106 แต้ม ในขณะที่ทีมประเทศไทย ยังสร้างความภาคภูมิใจให้แก่แฟน ๆ คว้าแชมป์อันดับสามประเภท National Team Category มาครอบครองที่คะแนน 288 แต้ม จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 34 ประเทศในทัวร์นาเมนท์กอล์ฟสมัครเล่นระดับเวิลด์คลาสที่ใหญ่ที่สุดในโลก

   ร่วมเป็นกำลังใจให้นักกอล์ฟมือสมัครเล่นหวดวงสวิงสู่รอบชิงชนะเลิศและรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.bmw.co.th

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้า จัดกิจกรรม “Life Crossover Trip” ชวนลูกค้าบีอาร์-วี เอชอาร์-วี และ ซีอาร์-วี ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ ยกขบวนขับรถเที่ยว 3 ประเทศ “ไทย-ลาว-เวียดนาม” เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ – 31 พฤษภาคม 2562

Monday, 13 May 2019 14:26

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดจัดกิจกรรม “Life Crossover Trip”ชวนลูกค้าผู้ใช้รถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ หรือ เอสยูวี ของฮอนด้า ได้แก่ ฮอนด้า บีอาร์-วี ฮอนด้า เอชอาร์-วี และ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ ขับรถออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ชมธรรมชาติที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจตลอดเส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่ประเทศลาวและเวียดนาม ในวันที่ 8 - 14 กรกฎาคม 2562

   กิจกรรม “Life Crossover Trip”จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้ารถยนต์เอสยูวีของฮอนด้าทั่วประเทศที่มีหลากหลายกลุ่ม   ทั้งกลุ่มครอบครัว  กลุ่มเพื่อน และกลุ่มที่ต้องการการใช้งานที่ลงตัว ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ฉีกออกไปจากกรอบเดิมๆ พร้อมพิสูจน์สมรรถนะที่แข็งแกร่งและความอเนกประสงค์ที่เหนือระดับของยนตรกรรมฮอนด้า โดยขบวนกิจกรรมจะออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ก่อนข้ามพรมแดนเข้าเขตประเทศลาวและเวียดนาม โดยคณะกิจกรรมจะเดินทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายที่ไม่ว่าจะเป็น     จังหวัดมุกดาหารและอุบลราชธานีของไทย เมืองดองฮอย ดานัง บานา ฮิลล์ และฮอยอันของเวียดนาม  รวมไปถึงปากเซและปากซองของลาว รวมระยะทางกว่า 2,562 กิโลเมตร ตลอด 7 วันสำหรับความพิเศษของ   “Life Crossover Trip” ในครั้งนี้ นอกเหนือจากการขับขี่อย่างสนุกสุดท้าทายใน 3 ประเทศแล้ว ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์คือ     ผู้ร่วมทริปทุกคนจะได้ใกล้ชิดกับศิลปินชื่อดัง นำโดยศิลปินมากความสามารถอย่าง “เดอะ ทอยส์ (The Toys)”    “แป้งโกะ จินตนัดดา” และ “แสตมป์ อภิวัชร์” ที่จะมาถ่ายทอดบทเพลงเพราะๆ และสร้างรอยยิ้มท่ามกลางบรรยากาศเมืองเทพนิยายบนยอดเขาประเทศเวียดนาม

วิธีการสมัครร่วมกิจกรรม

1.  กรอกรายละเอียดของผู้สมัครที่ www.honda.co.th/lifecrossovertrip

2.   แนบภาพถ่ายของคุณกับรถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน) พร้อมให้เหตุผลว่าทำไมคุณถึงควรได้รับเลือกให้ไปร่วมกิจกรรมในรูปแบบใบลาพักร้อนบนเว็บไซต์ ภาพและข้อความที่โดนใจคณะกรรมการมากที่สุดจะได้รับสิทธิ์ร่วมทริป Life Crossover Trip”

กติกาการรับสมัคร

•      เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 13  - 31 พฤษภาคม 2562

•      ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมต้องเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือ ซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน)    รุ่นใดรุ่นหนึ่ง

•      รับสมัครจำนวนจำกัดเพียง 18คันเท่านั้น โดยให้สิทธิ์การร่วมกิจกรรม 1คัน ต่อ 2ท่าน ต่อ 1 ห้องพัก

•      ประกาศผลผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในวันที่ 5มิถุนายน 2562ทาง www.honda.co.th/lifecrossovertrip หรือที่ Facebook Page: Honda Thailand

รายละเอียดและเงื่อนไขการร่วมกิจกรรม

•      กิจกรรมจะจัดขึ้นวันที่ 8 - 14 กรกฎาคม 2562 (7 วัน 6 คืน) บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – มุกดาหาร – เว้ –       บานา ฮิลล์ – ฮอยอัน – ปากซอง – อุบลราชธานี – กรุงเทพฯ รวม 2,562 กิโลเมตร

•      ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถเลือกจุดเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ หรือมุกดาหาร และจุดสิ้นสุดการเดินทางที่อุบลราชธานี หรือกรุงเทพฯ ได้ตามความสะดวกของผู้ร่วมกิจกรรม

•      ค่าสมัครคันละ 8,999 บาท (รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดและค่าน้ำมันตลอดการเดินทาง)

•      ผู้ร่วมกิจกรรมต้องใช้รถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน) ของตนเองในการเดินทางและรถต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

•      ผู้สมัครและผู้ติดตามต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล (แบบสมาร์ทการ์ด) ที่ยังไม่หมดอายุก่อนวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 และต้องมีหนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 6เดือนขึ้นไป นับตั้งแต่วันเริ่มเดินทางจนถึงวันเดินทางกลับ รวมทั้งต้องมีประสบการณ์ในการขับขี่รถยนต์ทางไกล

•      รถยนต์ที่เข้าร่วมกิจกรรมต้องมีประกันภัยรถยนต์ที่ยังไม่หมดอายุก่อนวันที่ 14 กรกฎาคม 2562

•      กรณีที่ออกรถใหม่ ต้องดำเนินการจดทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31พฤษภาคม 2562

•   สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ร่วมกิจกรรมที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัย

นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสดีๆ ที่ลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี เอชอาร์-วี และ ซีอาร์-วี ไม่ควรพลาด                       สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ทาง www.honda.co.th/lifecrossovertripหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางCall Center โทร 02-341-7777  #ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ #HondaLifeCrossover

หมายเหตุ:

•      ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยินยอมให้บริษัทฯ นำภาพและข้อมูล ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้

•      บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข กติกา กำหนดการ เส้นทางและที่พักโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

•      การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

•  พนักงานในกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ผู้จำหน่ายและพนักงาน รวมถึงพนักงานบริษัทเอเจนซี่ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้

•      หากผู้ได้รับสิทธิ์ ไม่สามารถร่วมกิจกรรมได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าสมัครในทุกกรณี ยกเว้นคณะกรรมการตัดสินเป็นอย่างอื่นตามเหตุผลอันสมควร และจะพิจารณาหาผู้โชคดีในลำดับถัดไปตามความเหมาะสม

 
 

AUTO NEWS : เครื่องบินรบล่องหนคือแรงบันดาลใจในการออกแบบ เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่

Monday, 13 May 2019 17:49

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลต ประเทศไทยเปิดเผยแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบภายนอกที่สะกดทุกสายตาของรถอเนกประสงค์ เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ ซึ่งเตรียมออกจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 หลังจากที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องและเพิ่งคว้ารางวัล The Most Exciting New Product Award 2019 จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ประจำปีนี้      วันนี้ เชฟโรเลต ประเทศไทย พร้อมเผยที่มาของแรงบันดาลใจในการออกแบบภายนอกของรถอเนกประสงค์รุ่นดังกล่าว

   ลูกค้าเชฟโรเลต แคปติวาชาวไทยจะได้สัมผัสปรัชญาการออกแบบและผลิตรถอเนกประสงค์ของเชฟโรเลต ที่โดดเด่นด้วยความกว้างขวางของห้องโดยสาร สไตล์ที่โฉบเฉี่ยว และมาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะ ซึ่งเชฟโรเลตจะมาเผยเรื่องราวของการออกแบบเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่
ที่เราเห็นกันอยู่ในตอนนี้

   การกลับมาของเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ แสดงให้เห็นถึงทิศทางการออกแบบใหม่ของรถรุ่นนี้ซึ่งสะท้อนสไตล์รถอเนกประสงค์ระดับโลกของเชฟโรเลต ใช้เทคโนโลยีการออกแบบล่าสุด และได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบล่องหน เอฟ-35 (F-35 stealth) ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

   เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดยมีสไตล์ไปในทิศทางเดียวกันกับรถอเนกประสงค์ระดับโลกรุ่นอื่นๆ ของเชฟโรเลต กระจังหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแบบเดียวกับเชฟโรเลต อิควิน็อกซ์ (Chevrolet Equinox)ตำแหน่งไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแบบ LED ซึ่งแยกส่วนกับไฟหน้าโปรเจคเตอร์นั้นทำให้นึกถึงเชฟโรเลต เบลเซอร์ (Chevrolet Blazer) และดีไซน์ที่มีความคล้ายกันนั้นยังรวมถึงการที่ด้านข้างตัวถังของแคปติวา รุ่นใหม่นั้นมีเส้นสันคมยาวตั้งแต่ด้านหน้ารถจรดด้านท้ายเหมือนกับเชฟโรเลต ทราเวิร์ส (Chevrolet Traverse)

   การออกแบบแคปติวา รุ่นใหม่ให้มีความกลมกลืนไปกับกลุ่มรถอเนกประสงค์ระดับโลกของเชฟโรเลตนั้นถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลการวิจัยตลาดระบุชัดเจนว่า ลูกค้าในประเทศไทยนั้นตัดสินซื้อรถอเนกประสงค์โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบเป็นอันดับต้นๆเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ ผสานการออกแบบสไตล์อเมริกันเข้ากับรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต มาพร้อมกับพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและเพิ่มประโยชน์ใช้สอยเพื่อให้เป็นรถอเนกประสงค์ที่มีความลงตัวสำหรับลูกค้า 

   “เส้นสายบนฝากระโปรงหน้าที่สะดุดตาของแคปติวา รุ่นใหม่ นั้นถ่ายทอดพลังและแสดงถึงความโดดเด่นอันเป็นคุณสมบัติที่มีอยู่ในรถอเนกประสงค์ระดับโลกทุกรุ่นของเชฟโรเลต ไฟหน้าทรงเรียวบางยังมอบความรู้สึกสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ที่พบเห็นได้บ่อยขึ้นในรถอเนกประสงค์ยุคใหม่ของเชฟโรเลตในปัจจุบัน รวมถึงโครงสร้างด้านข้างตัวถังที่แข็งแกร่งและปราดเปรียว” นายคอลิน ฟิปป์ส ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ จีเอ็ม แอดวานซ์ ดีไซน์ ในประเทศจีน กล่าว 

   สไตล์ภายนอกของเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ มีการออกแบบด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียวอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  เริ่มต้นด้วยกระจังหน้าที่มีขนาดกว้างและเสริมรายละเอียดที่ดุดันด้วยไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแบบ LED ที่มีขนาดบางมากโดยมีไฟเลี้ยวและไฟฉุกเฉินในตัว ทีมนักออกแบบรังสรรค์ส่วนล่างของด้านหน้ารถที่มีไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED และไฟตัดหมอกให้อยู่ในกรอบรูปทรงตัว C ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบล่องหน เอฟ-35 ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

   นายคอลิน  กล่าวว่า “เป้าหมายหลักของการออกแบบไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวัน คือต้องสร้างความดุดันและมีเสน่ห์ดึงดูดทุกสายตา นอกจากนี้เรายังต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบดีไซน์ที่ดูสง่างามเหนือระดับ เราใช้เอกลักษณ์การดีไซน์เส้นสายที่ดูปราดเปรียวบนด้านข้างตัวถังเพื่อช่วยเสริมความสวยงามของไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวัน”

   การออกแบบที่ดูสง่างามและปราดเปรียวของแคปติวา รุ่นใหม่ นั้นเห็นได้อย่างชัดเจนจากเส้นสันคมยาวตั้งแต่ด้านหน้ารถจรดด้านท้าย เสริมแต่งให้สะดุดตาด้วยดีไซน์หลังคาแบบลอยตัว มิติตัวถังนั้นทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจ พร้อมที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้าบนล้ออลูมิเนียมอัลลอยสีทูโทนขนาด 17 นิ้ว

   จากด้านหน้าจรดด้านท้ายของรถ การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ของแคปติวา รุ่นใหม่ ปรากฎผ่านเสาอากาศครีบฉลามและสปอยเลอร์ในตัวพร้อมไฟเบรกแบบ LED ที่ติดตั้งในตำแหน่งสูงซึ่งทำงานประสานกับไฟท้าย LED รูปทรงเรียวบาง และโคมไฟท้ายฝังอยู่ในกันชน

   ระหว่างการพัฒนางานออกแบบแคปติวา รุ่นใหม่ จากภาพร่างสองมิติสู่โมเดลสามมิติทีมนักออกแบบใช้เทคนิคการดีไซน์ทั้งแบบดิจิทัลและการปั้นโมเดลด้วยมือ ผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับงานศิลปกรรมเพื่อให้เกิดเป็นแบบสุดท้าย กระบวนการนี้ทำให้ทีมออกแบบแคปติวารุ่นใหม่สามารถมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและความต้องการรถอเนกประสงค์ขนาดกลางรุ่นใหม่ในตลาดได้อย่างรวดเร็ว

   “ลูกค้าคือหัวใจหลักของการออกแบบ” คอลิน กล่าว “เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะผสานนวัตกรรมเข้ากับความงดงาม ถึงแม้ เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ จะเป็นรถอเนกประสงค์แต่เราสามารถสร้างรูปลักษณ์ที่มีความสปอร์ตเพื่อตอบสนองความชื่นชอบของกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ของเรา”

   สำหรับตลาดประเทศไทย รถอเนกประสงค์เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ จะพร้อมจำหน่ายใน ช่วงครึ่งหลังของปี 2562

 
 

AUTO NEWS : โตโยต้าปลุกพลังให้ออกไปใช้ชีวิต LIVE ALIVE… Adrenaline Challenge ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40

Tuesday, 02 April 2019 18:50

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวเปิดบูทโตโยต้า ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์  ครั้งที่ 40 (The 40th Bangkok International Motor Show) นำเสนอรถยนต์รุ่นล่าสุด และรถยนต์รุ่นพิเศษหลากหลายรุ่น พร้อมแนะนำเทคโนโลยีล่าสุด เพื่อกระตุ้นแรงบันดาลใจให้ออกไปใช้ชีวิต ระหว่างวันที่ 27มีนาคม – 7 เมษายน 2562ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดเข้าร่วมจัดแสดงยนตรกรรมหลากหลายรุ่น ภายใต้แนวคิด “LIVE ALIVE…Adrenaline Challenge”กระตุ้นแรงบันดาลใจ และปลุกพลังให้ออกไปใช้ชีวิต พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกเร้าใจ (Fun To Drive) ผ่าน“ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better Cars)โดยในครั้งนี้ได้จัดแสดงนวัตกรรมที่ล้ำสมัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เพื่อมีส่วนร่วมในการสร้าง“โลกที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better World) “ชีวิตที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better Life)และตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้าง"สมรรถนะที่ดียิ่งกว่า" (Ever-Better Performance) เพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ได้อย่างลงตัว พร้อมกันนี้ทุกท่านจะได้สัมผัสถึงความสุข ความสนุก กับกิจกรรมสุดพิเศษอีกมากมาย ที่โตโยต้าตั้งใจมอบให้ตลอดทั้งงาน

รถยนต์โตโยต้าที่จัดแสดงภายในงาน

“Toyota GR Supra…Pushing the limits for better”

   Toyota GR Supra รถสปอร์ตในตำนานที่ทุกคนรอคอย ซึ่งมาพร้อมกับความสมบูรณ์แบบของสมรรถนะ และดีไซน์สปอร์ตในทุกมิติ ตอกย้ำความมุ่งมั่นในการสร้าง“ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า”(Ever-Better Cars)ซึ่ง GR Supraได้ถูกพัฒนาภายใต้แบรนด์ “Toyota Gazoo Racing” โดยใช้ความเชี่ยวชาญในการออกแบบรถยนต์ ภายใต้แนวคิดของการพัฒนารถยนต์จากสนามแข่งสู่ท้องถนน (From Circuit To Road) ซึ่งประสบความสำเร็จจากรายการแข่งขันที่สำคัญของโลก อาทิเช่น FIA World Rally Championship (WRC) ในปี 2018 และการแข่งขัน Le Mans 24 ชม.

   GR Supraมาพร้อมกับเครื่องยนต์ 3.0L 6 สูบแถวเรียง เทอร์โบชาร์จ ให้กำลัง 340แรงม้า และอัตราเร่ง  0-100กม./ชม. ในเวลา 4.3 วินาที ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมด้วยเทคโนโลยีจากสนามแข่ง สะท้อนถึงจิตวิญญาณของรถแข่งได้อย่างแท้จริง

“The All-New CAMRY ที่สุดของยนตรกรรมแห่งความเหนือระดับ”

   โตโยต้า คัมรี รถยนต์ซีดานขนาดกลางสุดหรู ที่มาพร้อมกับดีไซน์สปอร์ต ภายในกว้างขวาง ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมเหนือใคร จากสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGAระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4 รวมทั้งเครื่องยนต์ Dynamic Force รุ่นล่าสุด และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมด้วยระบบ Toyota T-Connect Telematics ที่สามารถเชื่อมกับผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียวกันได้ อีกทั้งระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก Toyota Safety Senseที่ให้ความมั่นใจในทุกการขับขี่  โดยคัมรีได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5ดาว จากการทดสอบการชนรถใหม่ในอาเซียน หรืออาเซียน เอ็นแคป (ASEAN NCAP)*และพิเศษสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความสปอร์ตเร้าใจกว่าที่เคย ในงานนี้ท่านจะได้พบกับ Camry TRD Sportivoที่ตกแต่งพิเศษในสไตล์สปอร์ตในทุกมิติ สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ของผู้ที่ชอบความสปอร์ต หรูหรา และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว

เลือกเป็นเจ้าของ The All-New CAMRY

ราคาเริ่มต้น 1,445,000 – 1,799,000 บาท*

*ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

“TOYOTA C-HR…This Is New Belief มากกว่าทุกอย่างที่เคยเชื่อ”

   TOYOTA C-HR รถยนต์ซับคอมแพคเอสยูวียอดนิยม ซึ่งผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5ดาว จากอาเซียน เอ็นแคป (ASEAN NCAP)*และได้รับการโหวตให้เป็น “รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2561” จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย โดยครั้งนี้ TOYOTA C-HRมาพร้อมกับดีไซน์สปอร์ตรอบคัน เสริมด้วยล้ออัลลอยสีทูโทนดีไซน์ใหม่เพียบพร้อมไปด้วย 4เทคโนโลยี ที่เป็นมาตรฐานของรถโตโยต้า ได้แก่ ระบบไฮบริดเจเนอเรชั่นที่ 4สถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่ TNGA ระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก Toyota Safety Sense และ Toyota T-Connect Telematics

   *รางวัลการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ5 ดาวจากการทดสอบการชนรถใหม่ในอาเซียน หรืออาเซียน เอ็นแคป ตามหลักเกณฑ์การประเมินแบบใหม่

   สำหรับ พ.ศ. 2560 – 2563 จัดขึ้นที่ประเทศมาเลเซีย เมื่อวันที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2560

   นอกจากนี้ ภายในงานทุกท่านจะได้พบกับรถยนต์ต้นแบบ TOYOTA C-HR นูร์เบอร์กริงซึ่งพร้อมจะพิสูจน์สมรรถนะการขับขี่ ภายใต้การแข่งขันที่เข้มข้นในรายการการแข่งขันระดับโลกอย่าง ADAC 24hrs. Nürburgring ที่เมืองนูร์เบอร์กริง ประเทศเยอรมันนี

เลือกเป็นเจ้าของ “TOYOTA C-HR”

ราคาเริ่มต้นเพียง 979,000 บาท – 1,159,000 บาท

*ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

“The All-New Toyota Commuter…ที่สุดแห่งความปลอดภัย และความสบายในการเดินทาง”

ครั้งแรกในประเทศไทย ณ งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40          

   เปิดตัวThe All-New Toyota Commuterครั้งแรกในประเทศไทยรถตู้โดยสารเอนกประสงค์ ที่จะสร้างมาตรฐานใหม่แห่งการเดินทางที่ยอดเยี่ยมให้กับผู้ขับขี่ และผู้โดยสาร ด้วยโครงสร้างใหม่ แบบ SemiBonnet เครื่องยนต์วางหน้า ให้การเดินทางเป็นไปอย่างสะดวกสบาย พร้อมกับระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก ให้ความมั่นใจตลอดทุกการเดินทาง

   นอกจากนี้ยังได้เปลี่ยนเครื่องยนต์ใหม่เป็น GD 2.8ลิตร และ เกียร์ 6สปีด ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม แต่ยังคงไว้ซึ่งความประหยัดน้ำมัน เตรียมพร้อมกับการเปิดประสบการณ์ใหม่อย่างเป็นทางการในกลางปีนี้

เร้าใจไปกับรถกระบะสายพันธุ์แกร่ง “ไฮลักซ์ รีโว่ Z Edition” เท่ เร้าใจ ใครก็มอง”

   ไฮลักซ์ รีโว่ Z Edition มีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา6 จังหวะกับเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2 ล้อทั้งในรุ่นสมาร์ทแค็บและดับเบิ้ลแค็บ ซึ่งมาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโดดเด่น   เร้าใจด้วยกันชน และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเพิ่มทัศนวิสัย และความปลอดภัย ในการขับขี่ด้วยไฟตัดหมอกหน้า แต่ยังคงไว้ซึ่งความแรงและ ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม ให้ความคุ้มค่าในทุกรูปแบบของการใช้งาน

   ภายในงานทุกท่านจะได้พบกับรุ่นพิเศษ       ไฮลักซ์ รีโว่ Z Editionรุ่น BLACK MAMBA ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการออกแบบจาก “งูแบล็คแมมบ้า”ซึ่งเป็นงูที่สง่างาม และเคลื่อนไหวว่องไวมากที่สุดในโลก พร้อมสะกดทุกสายตาด้วยสีดำ และสีแดงสลับกับลายคาร์บอน ตกแต่งรอบคันทั้งภายนอก และภายในด้วยชุดแต่งคาร์บอนเคฟล่า โดดเด่นด้วยล้อแม็กซ์สีแดง 18 นิ้วที่สอดรับกับซุ้มล้อ หน้า-หลัง ของ ไฮลักซ์ รีโว่ Z Edition ได้เป็นอย่างดี สามารถสะท้อนภาพลักษณ์สปอร์ตภายใต้ความแกร่งเกินนิยามได้อย่างสมบูรณ์แบบ

เลือกเป็นเจ้าของ“ไฮลักซ์ รีโว่ Z Edition”

ราคาเริ่มต้นเพียง 599,000 บาท – 784,000 บาท

*ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

สัมผัสประสบการณ์พิเศษไปกับบูทโตโยต้า

   เพื่อยกระดับประสบการณ์การเยี่ยมชมบูทโตโยต้าไปอีกขั้น พร้อมสัมผัสนวัตกรรมที่ล้ำสมัยผ่าน “ยนตรกรรมที่ดียิ่งกว่า” (Ever-Better Cars) สร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้ “ออกไปใช้ชีวิต” ผ่านกิจกรรมพิเศษต่างๆอีกมากมาย ได้แก่

Technology Zone

- ร่วมสัมผัสประสบการณ์ และเรียนรู้เทคโนโลยีสถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่(TNGA) ผ่านการจำลองการขับขี่แบบ Motion Simulator

- ทำความรู้จักกับ ระบบ Smart Device Link (SDL)เทคโนโลยีอัจฉริยะใหม่จากโตโยต้าที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเพลิดเพลินไปกับสมาร์ทโฟน ทั้งในระบบ iOS และ Androidขอเชิญสัมผัสประสบการณ์การใช้งาน SDL บนหน้าจอวิทยุรุ่นทดสอบของโตโยต้า พร้อมเรียนรู้เทคโนโลยี SDL ผ่านดิจิทัลคอนเทนต์ด้วยการฉายภาพจอทัชสกรีนจากโปรเจคเตอร์ที่คุณสามารถสัมผัสได้ด้วยตนเอง ขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมสัมผัสประสบการณ์การเดินทางที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความสะดวกสบาย และความปลอดภัยที่บูทโตโยต้า

Motorsports Zone

- สำหรับผู้ที่หลงรักในกีฬา Motor Sport เชิญพบกับความสนุกสนานผ่าน Simulator จำลองการแข่งขันเกมส์ Gran Turismo Sport จาก Sony PlayStation4 ที่จะทำให้คุณได้สัมผัสถึงความตื่นเต้นเร้าใจครั้งใหม่ไปกับ GR Supra Racing Concept รถแข่งสายพันธุ์สปอร์ตในตำนานจาก TOYOTA GAZOO Racing ที่จะทำให้หัวใจคุณเต้นแรงกว่าทุกครั้ง

Start Your Impossible Zone

- พบกับเรื่องราวของบุคคลต้นแบบ ที่กล้าทลายกำแพงที่จำกัดตัวเอง เริ่มทำในสิ่งที่คิดว่าเป็นไปไม่ได้...ให้เป็นไปได้ ภายใต้แนวคิด “Start Your Impossible”อย่าง “ประวัติ วะโฮรัมย์” แชมป์เหรียญทองพาราลิมปิคคนแรกของประเทศไทย และ “หนึ่ง จักรวาร เสาธงยุติธรรม” นักดนตรีและโปรดิวเซอร์ระดับแนวหน้าของเมืองไทย โดยทั้งสองต้องผ่านความยากลำบาก และต่อสู้กับอุปสรรคต่างๆมากมาย แต่สามารถประสบความสำเร็จและมาถึงจุดสูงสุดของชีวิต

พบข้อเสนอสุดพิเศษ ในการเป็นเจ้าของรถยนต์ โตโยต้า

ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าแลกเปลี่ยนรถใหม่ “โตโยต้า ชัวร์”

   สำหรับลูกค้าที่มีรถเก่ายี่ห้อใดก็ได้ที่ต้องการเปลี่ยนเป็นรถโตโยต้าป้ายแดง โตโยต้า ชัวร์ได้จัดเตรียมเคาน์เตอร์เพื่ออำนวยความสะดวกในการประเมินราคา และแลกเปลี่ยนรถภายในบูทโตโยต้า พร้อมข้อเสนอพิเศษเฉพาะภายในงาน ดังนี้

·       รับบัตรกำนัล Tesco Lotus มูลค่า 200บาท เมื่อทำการประเมินราคารถ

(ไม่มีค่าใช้จ่ายในการประเมินราคารถ)

·       รับสิทธ์เพิ่มมูลค่ารถคันเก่าสูงสุดอีก 50,000บาท สำหรับรถทุกยี่ห้อ เมื่อทำการแลกเปลี่ยนรถ พร้อมข้อเสนอพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย

 

   สัมผัสประสบการณ์การขับขี่รถยนต์โตโยต้า หลากหลายรุ่น พร้อมกิจกรรมพิเศษอีกมากมาย ได้ในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์”ครั้งที่ 40 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายน 2562 ที่ ศูนย์แสดงสินค้า และการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี

“โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข”

 
 

AUTO NEWS : เอ็มจีแนะนำ “NEW MG V80” รถยนต์ Passenger van 11 ที่นั่ง พร้อมราคาพิเศษช่วงเปิดตัว

Sunday, 31 March 2019 19:29

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ยึดเวทีงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2019 เปิดตัว NEW MG V80รถ passenger van 11 ที่นั่ง เติมเต็มเซ็กเมนท์ (segment)ของรถยนต์ภายใต้แบรนด์เอ็มจี รองรับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการรถยนต์ขนาดใหญ่เพื่อการเดินทางกับครอบครัวหรือหมู่คณะกับราคาพิเศษ  ช่วงเปิดตัว พร้อมโชว์สุดยอดยนตรกรรม รถต้นแบบ MG ZS EV” รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของเอ็มจี   ที่สะท้อนแนวทางการพัฒนารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานทางเลือก (New Energy) ตามวิสัยทัศน์หลักขององค์กรพร้อมนำเสนอโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษ ณ บูธเอ็มจี หมายเลข A 11 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค  เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม - 7 เมษายน 2562 นี้

   นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “ปีนี้ ถือเป็นปีที่ 5 ที่เอ็มจีเข้ามาแนะนำแบรนด์และทำตลาดในประเทศไทย ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้นำเสนอยนตรกรรม  ที่มาพร้อมคุณภาพและโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนให้กับวงการยานยนต์ไทย โดยที่ผ่านมาเราได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม ประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมายด้วยยอดขายรวมในประเทศกว่า 50,000 คัน ในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี และพร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์และนำเสนอรถยนต์คุณภาพเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง  

   “จากการศึกษาภาพรวมของตลาดรถยนต์นั่งแบบ Passenger Vanเราพบว่ายังมีกลุ่มลูกค้าที่มองหารถ Passenger Van ที่มีห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบาย และมีความปลอดภัยสูง ตลอดจนมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเดินทาง           ของสมาชิกในครอบครัวหรือหมู่คณะ และสามารถรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางท่องเที่ยว           ซึ่งปัจจุบันรถในกลุ่มดังกล่าวยังมีตัวเลือกไม่มากนัก ในขณะเดียวกันรถยนต์ขนาด 11 ที่นั่งทั่วไปยังไม่สามารถ         ตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความโอ่โถงของห้องโดยสารได้  เราจึงแนะนำ New MG V80 มาเป็นหนึ่งทางเลือกเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการรถ Passenger Van ขนาด 11 ที่นั่ง ดังกล่าว” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

“NEW MG V80” LET’S MOVE: ไปด้วยกันได้มากกว่า ความรู้สึกดีๆ ก็มากขึ้น

   “NEW MG V80”รถยนต์ Passenger van ขนาด 11 ที่นั่ง ที่มีความโดดเด่นด้านความกว้างขวาง โอ่โถง สะดวกสบาย ด้วยการวางเครื่องยนต์ด้านหน้าสไตล์รถยุโรป อีกทั้งมีมิติตัวถังที่กว้างและสูง ประกอบกับใช้ระบบขับเคลื่อนแบบล้อหน้าจึงทำให้พื้นที่ห้องโดยสารเป็นแบบแบนราบ (Flat floor) และมีความโอ่โถง สามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้ภายในห้องโดยสาร (Walk Through) สะดวกสบายด้วยประตูสไลด์ข้าง 2 บาน พร้อมบันไดไฟฟ้า          แบบอัตโนมัติช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขึ้น-ลงนอกจากนี้ยังมีประตูท้ายบานคู่แบบ 50 : 50 ที่เปิดได้กว้าง 180 องศา ช่วยให้การขนสัมภาระสะดวกสบายยิ่งขึ้น

   “NEW MG V80”มาพร้อมขุมพลังจากเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดที่ 136 แรงม้า แรงบิดที่ 330 นิวตัน-เมตร พร้อมช่วงล่างที่ให้เสถียรภาพในการขับขี่ที่มั่นคงในแบบฉบับของรถยุโรปและมีระบบ ความปลอดภัยครบครันทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัย (BFI – Body Frameless Integrated) ดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ                   และ 7 ระบบความปลอดภัยใน ESP (Electronic Stability Program)ซึ่งทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียวจึงช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

   “NEW MG V80”มีให้เลือก 2 รุ่น คือ 2.5L SELEMATIC และ รุ่น 2.5L MT พร้อมสีตัวถัง 3 สี ได้แก่ สีดำ (Exotic Black) สีขาว (Radiant White) และ สีเทา (Anchor Grey) โดยจะเปิดรับจองอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนนี้

“รถต้นแบบ MGZS EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้า”

   นอกจากการเปิดตัว “NEW MG V80”แล้ว เอ็มจียังได้นำ “รถต้นแบบรุ่น MG ZS EV”ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของเอ็มจี มาเผยโฉมในประเทศไทย ก่อนที่จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการภายในปีนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ของเอ็มจีที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การขับขี่และขับเคลื่อนธุรกิจยานยนต์ในอนาคตด้วยรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ของ SAIC Motorซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเอ็มจี

   โดยรถต้นแบบรุ่น MG ZS EVเป็นยนตรกรรมที่ใช้เทคโนโลยีพลังงานทางเลือกใหม่ “NetGreen”ของ SAIC  โดดเด่นด้วยการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์  (150 แรงม้า) และสามารถวิ่งด้วยความเร็วคงที่ได้ไกลสูงสุดถึง 428 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง หรือ 335 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ของยุโรป นอกจากนี้ MG ZS EVยังมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์ SUV และการติดตั้งระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะในรถยนต์ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์ซึ่งเป็นเทรนด์ของรถยนต์ในอนาคต  ซึ่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นนี้มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่สาธารณรัฐประชาชนจีน   ในเร็วๆ นี้ ก่อนที่จะทยอยแนะนำสู่ประเทศชั้นนำต่างๆ ทั้ง อังกฤษ เยอรมัน และอีกหลายประเทศทั่วโลก

“ข้อเสนอพิเศษในงาน Bangkok International Motor Show”

- ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์เอ็มจีภายในงาน Motor Show 2019 และที่โชว์รูมรถยนต์เอ็มจี         ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายนนี้ และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน นี้เท่านั้น

-      New MG 3          : เลือกรับดาวน์เริ่มต้น 5% เพียง 25,950 บาท*  หรือ

                          รับฟรีชุดแต่ง Body Kit รอบคัน

-      MG ZS  : ผ่อนเพียง 6,790 บาท ต่อเดือน*

-      MG 5                 :ดอกเบี้ย0% นาน 5 ปี*

-      MG GS 1.5T       :ดอกเบี้ย0% นาน 5 ปี*

- สำหรับ MG 3, MG ZS, MG 5 และ MGGSรับฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี                        และการรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*

* ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจอง “NEW MG V80” และชม “รถต้นแบบ MG ZS EVพร้อมรถยนต์รุ่นต่างๆของ เอ็มจี    ได้ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2562 ณ อาคาร             ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี หรือ ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์  MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือเว็บไซต์ www.mgcars.com

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้า โชว์ไฮไลท์ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชันที่ 10 พร้อมด้วยยนตรกรรมฮอนด้า 12 รุ่น และข้อเสนอสุดพิเศษที่งานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40

Tuesday, 26 March 2019 20:34

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ชูไฮไลท์ ฮอนด้าแอคคอร์ด ใหม่ พร้อมด้วยยนตรกรรมฮอนด้ารวม 12 รุ่น จัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40(Bangkok International Motor Show 2019) ตอกย้ำความมุ่งมั่นของฮอนด้าในการพัฒนาเทคโนโลยียนตรกรรม ที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของฮอนด้าปี 2030ซึ่งมุ่งเน้น 2 ทิศทางหลัก คือ เทคโนโลยีเพื่อการขับเคลื่อนและเทคโนโลยีความปลอดภัย  ณ บูทฮอนด้า A9 อาคาร ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27มีนาคม - 7เมษายน 2562

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า  “ในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 นี้ ไฮไลท์สำคัญของบูทฮอนด้า คือ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ที่ได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ซึ่ง ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ นับเป็นโมเดลที่สำคัญของตลาดรถยนต์ในการนำเทคโนโลยียนตรกรรมใหม่ๆ เข้าสู่ตลาดเพื่อต่อยอดการพัฒนายนตรกรรมมาโดยตลอด ครั้งนี้ ฮอนด้าแอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชันที่ 10 ได้พัฒนาให้ก้าวล้ำไปอีกขั้น โดยในงานนี้จะเป็นงานแรกที่ลูกค้าทั่วไปจะได้สัมผัส ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ทั้งรุ่นเทอร์โบและไฮบริดอย่างใกล้ชิด ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถสำรองสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของก่อนใครได้ภายในงานหรือที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ก่อนการประกาศราคาอย่างเป็นทางการพร้อมการวางจำหน่าย ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ในเดือนพฤษภาคมนี้ ทางฮอนด้า เชื่อว่า จะช่วยสร้างความคึกคักให้แก่บูทฮอนด้าและงานมอเตอรโชว์ครั้งนี้อย่างแน่นอน”

ครั้งนี้ ยนตรกรรมไฮไลท์ในบูทฮอนด้า นำโดย ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชันที่ 10อีกขั้นแห่งยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน ที่พาคุณก้าวข้ามข้อจำกัด ด้วยการท้าทายความเชื่อและขอบเขตเดิมๆ สู่โลกบทใหม่แห่งยนตรกรรม มาพร้อม2 ขุมพลังขับเคลื่อน ได้แก่ เครื่องยนต์ 1.5ลิตร Di VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 190 แรงม้าประสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังมากกว่าเครื่องยนต์ 2.4ลิตร และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ 16.4กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งมากกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0ลิตรในรุ่นเดิม โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับน้ำมัน E85ได้อีกด้วย และ ระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD) ระบบ Full Hybrid ที่ทำงานด้วยเครื่องยนต์ขนาด 2.0ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4สูบ 16วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215แรงม้าซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะ เพื่อตอบสนองทุกการขับขี่ ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 24.4กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 97 กรัม/กิโลเมตร และมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง(Honda SENSING)ประกอบด้วย

- ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก(Collision Mitigation Braking System: CMBS)

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

- ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure MitigationSystem with Lane Departure Warning : RDM with LDW)

- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

 

   อีกทั้งเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียม อาทิ ระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM)ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) และระบบช่วยจอดอัจฉริยะ พร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System) มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในที่ผสมผสานเอกลักษณ์ความหรูหราและความสปอร์ตไว้ได้อย่างลงตัว มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่สีใหม่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) มาพร้อมสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ สีไอวอรี่เบจ สีดำ และสีน้ำตาล โดยมีให้เลือก 3รุ่น ได้แก่ รุ่น HYBRID TECH ราคาไม่เกิน 1,800,000 บาท รุ่น HYBRIDราคาไม่เกิน 1,650,000 บาท และรุ่น TURBO EL ราคาไม่เกิน 1,500,000 บาทซึ่งทางฮอนด้า จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการพร้อมการวางจำหน่าย ฮอนด้าแอคคอร์ด ใหม่ ในเดือนพฤษภาคม 2562 โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ก่อนใครได้ภายในงานหรือที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศหรือ www.honda.co.th/accord

หมายเหตุ: สีภายในแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสีภายนอก /  สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 12,000บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 8,000บาท

   อีกหนึ่งรุ่นไฮไลท์ คือ ฮอนด้า ซีวิค ใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ภายนอกใหม่ที่จะทำให้คุณรู้สึกถึงความสปอร์ตมากกว่าที่เคย มาพร้อมขุมพลังแห่งนวัตกรรมทั้งเครื่องยนต์ขนาด 1.5ลิตร DOHC VTEC TURBO พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีมและเครื่องยนต์ขนาด 1.8ลิตร SOHC i-VTEC พร้อมด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้การขับขี่ที่เร้าใจแต่ยังคงไว้ซึ่งอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง (Honda SENSING)และมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัยเพื่อความมั่นใจในทุกการเดินทาง ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย เบาะที่นั่งตกแต่งด้วยด้ายสีแดง ผสานความสปอร์ตในทุกรายละเอียด มาพร้อมความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นที่เหนือระดับ อาทิ ระบบปรับอุณหภูมิอัตโนมัติแบบปรับอุณหภูมิแยกอิสระซ้าย-ขวา ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7นิ้ว แบบ Advanced Touch รองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlay และระบบสั่งการด้วยเสียงSIRI เป็นต้น พร้อมสะท้อนตัวตนของคุณให้ชัดเจนยิ่งขึ้นด้วยสีใหม่ สีน้ำเงินบริลเลียนท์ สปอร์ตตี้ (Brilliant Sporty Blue)

นอกจากนี้ ภายในบูทฮอนด้า ยังได้จัดแสดงยนตรกรรมรวม 12 รุ่น ซึ่งมาพร้อมแคมเปญสุดพิเศษและข้อเสนอที่แตกต่างกัน* เพื่อให้ลูกค้าสามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าได้ง่ายยิ่งขึ้น ได้แก่

- แคมเปญ “Double Smile” โดยลูกค้าสามารถเลือกดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนสบาย พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1

- แคมเปญ “ฮอนด้าช่วยผ่อน”โดยฮอนด้าช่วยผ่อนเริ่มต้นเดือนละ 1,000 บาท และสูงสุดเดือนละ 10,000 บาท นาน 12 เดือน 

- รับบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาทเมื่อจองรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้ ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม 2562  –
9 เมษายน 2562 และรับรถยนต์ตั้งแต่ 1 มีนาคม 2562 – 30 เมษายน 2562 ผ่านทางผู้จำหน่ายฮอนด้าที่ได้รับการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ

- รับบัตรกำนัลสตาร์บัคส์ มูลค่า 1,000 บาทเมื่อจองรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้และใช้บริการสินเชื่อ ฮอนด้า ลีสซิ่ง ภายในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ตั้งแต่วันที่ 25 มีนาคม 2562– 7 เมษายน 2562 เท่านั้น
โดยเกิดสัญญาเช่าซื้อและรับรถยนต์ตั้งแต่ 25 มีนาคม 2562– 31 พฤษภาคม 2562

- แคมเปญ Honda Connect Get Good Deal (สินเชื่อรถติดกล่อง) รับบัตรเติมน้ำมัน 2,000 บาท และค่าบริการสัญญาณเครือข่ายโทรศัพท์เพื่อการส่งข้อมูลฟรี 2 ปี เมื่อดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Honda Connect Thai พร้อมติดตั้งอุปกรณ์รับส่งข้อมูลทางไกล (TCU) และใช้บริการสินเชื่อ ฮอนด้า
ลีสซิ่ง ภายใน 30 เมษายน 2562 โดยเกิดสัญญาเช่าซื้อตั้งแต่ 23 พฤศจิกายน 2561– 31 พฤษภาคม 2562 พิเศษ สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้ารุ่นใดก็ได้และใช้บริการสินเชื่อ ฮอนด้า ลีสซิ่ง ภายในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 และใช้งาน Honda Connect ที่ติดตั้งอุปกรณ์รับส่งข้อมูลทางไกล (TCU) และทำการลงทะเบียนเสร็จสมบูรณ์ รับเพิ่มบัตรชมภาพยนตร์ 2 ที่นั่ง

- ดอกเบี้ยพิเศษสำหรับเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น (Honda Loyalty) รับดอกเบี้ยพิเศษลดลง 0.15% จากลูกค้าทั่วไป

ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ และรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น พร้อมทดลองขับรถยนต์ ฮอนด้า รุ่นที่สนใจได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40  ระหว่างวันที่ 27มีนาคม –7เมษายน 2562ณ บูท A9อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่www.honda.co.th

หมายเหตุ

*เงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 
 

AUTO NEWS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จัดแสดงกระบะ ไทรทัน รุ่นตกแต่งพิเศษ อีกขั้นของความ ‘แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค’

Thursday, 21 March 2019 18:49

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประกาศความพร้อมในการเปิดตัว มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นตกแต่งพิเศษ โชว์โมเดล ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40

   ทั้งนี้ มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นตกแต่งพิเศษ โชว์โมเดลนี้ได้รับการออกแบบให้ถ่ายทอดเอกลักษณ์และความโดดเด่นของ มิตซูบิชิ ไทรทัน สู่อีกขั้นของความ ‘แกร่งลุยทุกอุปสรรค

 
 

AUTO NEWS : ฮุนไดจัดแคมเปญตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรีเตรียมความพร้อมก่อนเทศกาลสงกรานต์

Wednesday, 03 April 2019 19:43

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด มอบแคมเปญตรวจเช็คสภาพรถยนต์ฟรีช่วงเทศกาลสงกรานต์ โดยลูกค้าสามารถนำรถยนต์เข้ารับบริการตรวจเช็คสภาพฟรี 40 รายการ พร้อมรับส่วนลดพิเศษสำหรับค่าอะไหล่สูงสุด 15% ที่ศูนย์บริการฮุนไดทั่วประเทศ ระหว่างวันที่ 1 เมษายน –17 พฤษภาคม 2562 นี้   นอกจากนี้ลูกค้ายังได้รับสิทธิ์ผ่อนชำระค่าใช้จ่ายดอกเบี้ย 0% นานสูงสุด 6 เดือนสำหรับค่าอะไหล่และค่าบริการเมื่อมียอดค่าใช้จ่ายขั้นต่ำ 8,000 บาท ตามเงื่อนไขธนาคาร  แคมเปญนี้จัดขึ้นเพื่อให้ลูกค้าเตรียมความพร้อมของรถยนต์ให้อยู่ในสภาพสมบูรณ์พร้อมใช้งานก่อนเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์

 โดยฮุนไดตระหนักและให้ความสำคัญเรื่องของความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ช่วยลดอุบัติเหตุและเพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้ามากยิ่งขึ้น ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฮุนได คอลเซ็นเตอร์ โทร 02- 305 8494 หรือ www.hyundai.co.th

 
 

More Articles...

Page 1 of 60

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )