Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : ปอร์เช่ ประเทศไทย จับมือ ไลก้า จัดกิจกรรม Kick-off แคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations พร้อมดึงตัวช่างภาพระดับโลกร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์ถ่ายภาพรถยนต์ปอร์เช่แบบมืออาชีพ

Monday, 27 May 2019 16:10

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัดผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย จับมือ ไลก้า (Leica) ตำนานแบรนด์กล้องถ่ายภาพระดับโลกสัญชาติเยอรมัน ชวนเหล่าแฟนพันธุ์แท้ร่วมกิจกรรมเปิดตัวแคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations ภายใต้แนวคิด “Soulful Driving” พร้อมดึงตัวช่างภาพระดับโลก สเตฟาน บ็อกเนอร์ (Stefan Bogner) ร่วมพูดคุยแลกเปลี่ยนประสบการณ์การถ่าย ภาพรถยนต์ปอร์เช่แบบมืออาชีพ

   กิจกรรม Kick-off แคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations เริ่มต้นในช่วงค่ำของวันพุธที่ 22 พฤษภาคม 2562ณ Porsche Studio Bangkok ICONSAIM ที่ถูกเนรมิตขึ้นใหม่ให้เป็นแกลอรี่จัดแสดงภาพถ่ายรถยนต์ปอร์เช่ เพื่อกิจกรรมนี้โดยเฉพาะ โดย มร. ปีเตอร์ โรห์เวอร์ กรรมการผู้จัดการ ปอร์เช่ ประเทศไทยขึ้นกล่าวต้อนรับผู้มาร่วมงาน อย่างเป็นทางการก่อนส่งไม้ต่อให้กับ มาร์เซล เมย์ ผู้จัดการฝ่ายขาย ประจำภูมิภาค ปอร์เช่ เอเชีย แปซิฟิค ผู้รับผิดชอบแคมเปญ Porsche 911 - 8 Generations ขึ้นมาแนะนำ ปอร์เช่ 911 (Porsche 911) รถสปอร์ตเรือธงใน ตำนานที่ได้ถือกำเนิดมาถึงเจเนอเรชันที่ 8 ให้ดียิ่งขึ้น พร้อมเผยถึงเส้นทาง Road trip ของการถ่ายทำในแคมเปญนี้ ด้วยความร่วมมือกับ Leica

   ไฮไลท์ของงานคือการปรากฎตัวของ สเตฟาน บ็อกเนอร์ ผู้ก่อตั้ง Curves Magazin และช่างภาพอันดับต้นๆ ของโลก ที่มีผลงานถ่ายภาพร่วมกับปอร์เช่มาอย่างยาวนานและยังเป็นเจ้าของผลงานรูปถ่ายที่จัดแสดงใน Porsche Studio พร้อมด้วย คุณสีหบุตร ชุมสาย ณ อยุธยา บรรณาธิการนิตยสาร GTPORSCHE Thailand ผู้กำกับภาพยนตร์ (Film Director) และยังเป็น Leica User ขึ้นมาร่วมพูดคุยและแบ่งปันประสบการณ์ Soulful Driving ที่มีร่วมกันกับปอร์เช่ผ่าน ทริปถ่ายรูปต่างๆ ที่ผ่านมา ก่อนปิดท้ายกิจกรรมด้วยการแนะนำกล้อง Leica รุ่นเด่นที่ สเตฟาน บ็อกเนอร์ ใช้งานมาให้ ผู้ร่วมงานได้สัมผัสประสบการณ์กล้องที่ตอบโจทย์การใช้งานแบบช่างภาพมืออาชีพ อาทิ Leica SL กล้อง Mirrorless Full Frame มาพร้อมกับเลนส์ Leica Vario-Elmarit-SL 24-90mm F2.8-4 ASPH รวมไปถึงกล้อง Full Frame ขนาดกะทัดรัดรุ่นล่าสุดอย่าง Leica Q2 พร้อมการแนะนำเทคนิคดีๆ สำหรับการถ่ายรูป โดย คริสเตียน โดว์ลิง (Kristian Dowling) ช่างภาพชื่อดังชาวออสเตรเลีย และ Instructor จาก Leica Akademie นอกจากนี้ผู้ร่วมงานต่างได้ ถ่ายรูปคู่กับรถยนต์ปอร์เช่ 911 รุ่นใหม่ (The new Porsche 911) รหัสตัวถัง 992 ซึ่งเป็น เจเนอเรชั่นล่าสุดโดยช่าง ภาพจาก Leica กลับไปเป็นที่ระลึกอีกด้วย

   ปอร์เช่ 911 – 8 Generations ที่ออกเดินทางเพื่อบันทึกภาพด้วยกล้อง Leica คือเรื่องราวอันเชื่อมโยงกันของ 2 ไอคอน ระดับตำนานที่ต่างเป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นอมตะที่อยู่เหนือกาลเวลา โดดเด่นด้วยความมีเอกลักษณ์ ตั้งแต่เจเนอเรชั่นแรกจนถึงเจเนอเรชั่นล่าสุด เช่นเดียวกับรถยนต์ปอร์เช่ 911 นับตั้งแต่ รุ่นแรกที่ถูกเก็บรักษาไว้อย่างดี และยังคงสามารถโลดแล่นอยู่บนท้องถนน กล้อง Leica ก็เป็นไอเทมที่เหล่าแฟนพันธุ์แท้ต่างเก็บรักษาไว้เป็นเป็นเครื่อง บันทึกความทรงจำที่พร้อมส่งทอดเป็นมรดกให้แก่ลูกหลานเจเนอเรชั่นถัดไปเช่นเดียวกัน

 
 

AUTO NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย เปิดทัวร์นาเม้นท์ BMW Golf Cup International 2019 รอบคัดเลือก เฟ้นหาตัวแทนนักกอล์ฟสมัครเล่นเข้าชิงแชมป์ระดับประเทศ

Tuesday, 21 May 2019 17:25

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยนำโดย มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน จัดการแข่งขันกอล์ฟรายการBMW Golf Cup International 2019 รอบคัดเลือก ณ สนามนิกันติ กอล์ฟ คลับ นครปฐม โดยมีนักกอล์ฟสมัครเล่นรวมกว่า 2,736 คนทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขันเพื่อเป็นหนึ่งใน 126 คนที่จะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศระดับประเทศ ก่อนจะคัดเลือกเหลือเพียง 3 ท่านเท่านั้นที่จะได้รับเกียรติเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศระดับโลก

   โดยในการแข่งขันรอบดังกล่าว มีนักกอล์ฟสมัครเล่นสร้างสถิติทำโฮล-อิน-วันคนแรกของทัวร์นาเม้นท์ครั้งนี้ ได้แก่ คุณปิยะภัทร มณีเสถียร ผู้หวดวงสวิงทำ โฮล-อิน-วัน ในหลุมที่ 5ระยะทาง 180หลา คว้าสิทธิ์ได้รับรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟบีเอ็มดับเบิลยู 320d GT M SPORT มูลค่า 2,999,000 บาทไปครอบครอง

   นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยูยังคงเดินหน้าเชิญชวนผู้สมัครเข้าร่วมสมทบทุนเพื่อการกุศลอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่สาม โดยรายได้ส่วนหนึ่งจากการแข่งขันBMW Golf Cup International 2019 จะถูกนำไปสมทบทุนให้แก่มูลนิธิแคร์ฟอร์วอเตอร์และมูลนิธิเพื่อการกุศลอื่น ๆ

   และสำหรับการแข่งขัน BMW Golf Cup International 2018 รอบชิงแชมป์โลก ณ สนามคาโบ เดล โซล กอล์ฟ รีสอร์ท บนชายฝั่งทางใต้ของลอส คาโบส ประเทศเม็กซิโก เมื่อวันที่ 18-23 มีนาคม 2562 ที่ผ่านมา คุณพรสวรรค์ ชาญศึก ได้ครองตำแหน่งรองชนะเลิศในประเภทCategory Ladyด้วยคะแนน 106 แต้ม ในขณะที่ทีมประเทศไทย ยังสร้างความภาคภูมิใจให้แก่แฟน ๆ คว้าแชมป์อันดับสามประเภท National Team Category มาครอบครองที่คะแนน 288 แต้ม จากผู้เข้าแข่งขันทั้งหมด 34 ประเทศในทัวร์นาเมนท์กอล์ฟสมัครเล่นระดับเวิลด์คลาสที่ใหญ่ที่สุดในโลก

   ร่วมเป็นกำลังใจให้นักกอล์ฟมือสมัครเล่นหวดวงสวิงสู่รอบชิงชนะเลิศและรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.bmw.co.th

 
 

AUTO NEWS : นิสสันจับมือเดลต้าแนะนำมาตรฐานเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า สำหรับที่อยู่อาศัยครั้งแรกในไทย

Wednesday, 22 May 2019 18:11

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสัน ประเทศไทยประกาศแต่งตั้งบริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะผู้ให้บริการหลักเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าอย่างเป็นทางการ

   ความร่วมมือดังกล่าวมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนเป้าหมายการพัฒนาการใช้พลังงานไฟฟ้าของประเทศไทยที่ต้องการให้เกิดการใช้ยานยนต์ไฟฟ้าจำนวน 1.2ล้านคันบนท้องถนนภายในปีพ.ศ. 2579และเพื่อส่งมอบเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าที่ได้รับมาตรฐานสากลพร้อมการบริการที่ได้มาตรฐานจากเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ และได้รับการรับรองโดยนิสสันให้แก่เจ้าของรถยนต์นิสสัน ลีฟ (Nissan LEAF) ในประเทศไทย

   “นิสสัน ประเทศไทย ขับเคลื่อนอีโคซิสเต็มส์ของยานยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทยเพื่อประโยชน์ของผู้ใช้รถยนต์ไฟฟ้าและคนไทยทุกคน โดยการร่วมสร้างสรรค์อนาคตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมผ่านยานยนต์ไฟฟ้า และเพื่อเป็นการตอกย้ำถึงความตั้งใจนี้ เรายินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับ เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) หนึ่งในผู้ผลิตโซลูชั่นการจัดการพลังงานสะอาดและระบบจัดการความร้อนชั้นนำของโลก เพื่อร่วมกับนิสสันขับเคลื่อนประเทศไทยให้เกิดการเปลี่ยนไปใช้ยานยนต์ไฟฟ้าในอนาคต” นายราเมช นาราสิมัน ประธาน นิสสัน ประเทศไทยกล่าว

   “เราเชื่อมั่นว่าอนาคตที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่านี้กำลังรออยู่ข้างหน้า เนื่องด้วยนโยบายการเปลี่ยนมาใช้พลังงานไฟฟ้าในประเทศไทย ซึ่งได้เริ่มต้นขึ้นแล้วเช่นเดียวกับความร่วมมือกับเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) ที่เกิดขึ้นในวันนี้ รวมถึงความร่วมมือของนิสสันกับการไฟฟ้านครหลวงเมื่อไม่นานมานี้ ที่นำเสนอทางเลือกการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าสำหรับที่อยู่อาศัยเพื่อให้มั่นใจว่าเรามีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสมสำหรับลูกค้านิสสัน ลีฟ” นายนาราสิมัน กล่าวเพิ่มเติม

   ความร่วมมือดังกล่าวเกิดขึ้น มีผลงานการศึกษาของ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน (Frost & Sullivan) สนับสนุน เนื่องจากการศึกษาดังกล่าวพบว่าสำหรับผู้บริโภคชาวไทยแล้วนั้น การมีทางเลือกการชาร์จที่สะดวกและยืดหยุ่นเป็นหนึ่งในสามปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นให้เกิดการซื้อรถยนต์ไฟฟ้าในประเทศไทย ความร่วมมือนี้จึงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงโซลูชั่นสถานีชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าได้อย่างสะดวกง่ายดาย อีกทั้งยังได้รับบริการด้านการจัดการสถานที่ติดตั้งจากเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) เช่นเดียวกับผู้ขับขี่รถยนต์ไฟฟ้าทั้งในสหรัฐอเมริกา ยุโรป เอเชีย และออสเตรเลีย

   นอกจากนั้น เอกสิทธิ์ความร่วมมือครั้งนี้มาพร้อมกับนิสสัน ลีฟ รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายที่ดีสุดทั่วโลกด้วยยอดขายกว่า 400,000 คันทั่วโลก และจะเริ่มส่งมอบให้กับลูกค้าชาวไทยภายในเดือนนี้

   “เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ ยกระดับความสามารถหลักในด้านการแปลงพลังงานและจัดการพลังงานสะอาดเพื่อพัฒนาและติดตั้งโซลูชั่นส์สถานีชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าระดับโลกให้กับผู้ใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยในตอนนี้ด้วย นับจากนี้เป็นต้นไปเจ้าของรถยนต์นิสสัน ลีฟ ในประเทศไทยสามารถขับขี่ได้อย่างมั่นใจ ด้วยโซลูชั่นส์การชาร์จที่มีประสิทธิภาพและปลอดภัย รวมทั้งการบริการที่เหมาะสม” นายเซีย เชน เยน ประธานบริหาร บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) กล่าว

   ข้อตกลงครั้งนี้เกิดขึ้นเพื่อช่วยบุกเบิกการคมนาคมสีเขียวในประเทศไทยโดยตรงด้วยการมอบทางเลือกใหม่ๆ ที่ช่วยให้ผู้บริโภคเปิดรับการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าได้ง่ายขึ้น สำหรับการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าที่บ้านและที่สำนักงานจะเป็นการติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบธรรมดากระแสสลับของเดลต้าขนาด 7.36 กิโลวัตต์ ส่วนสถานีบริการชาร์จไฟสาธารณะเป็นเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าแบบเร็วกระแสตรงของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ขนาด 50 กิโลวัตต์ นอกจากนี้นิสสันยังได้ติดตั้งเครื่องชาร์จรถยนต์ไฟฟ้าทั้งแบบเร็วกระแสตรงและแบบธรรมดากระแสสลับที่โชว์รูมตัวแทนจำหน่ายทั้งหมด 32 แห่งทั่วประเทศ โดยเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จะเป็นผู้ให้บริการสำรวจพื้นที่ ติดตั้ง และบริการหลังการขาย

   “นี่คือก้าวแรกที่สำคัญในประเทศไทยสำหรับนิสสันในการสร้างโครงสร้างพื้นฐานของการใช้พลังงานไฟฟ้าเพื่อสนับสนุนการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก นิสสันมั่นใจว่าความพยายามร่วมกันครั้งนี้จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการซื้อเครื่องชาร์จไฟฟ้าแบบเต็มรูปแบบ และสร้างความมั่นใจ ให้แก่ลูกค้าด้วยการมอบทางเลือกในการชาร์จไฟที่หลากหลาย” นายราเมซ นาราสิมัน อธิบาย

   เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) รู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงาน กับนิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย และ สนับสนุนการใช้งานยานยนต์ไฟฟ้าซึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนไปใช้ยานต์ยนต์ไฟฟ้าภายในประเทศ เราเชื่อมั่นในการสร้างสรรค์ความร่วมมือที่มีประสิทธิผลสูงสุดเพื่ออนาคตที่ยั่งยืนและเป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนไปพร้อมกับการทำตามคำมั่นสัญญาของเราที่ว่า ‘Smarter. Greener. Together’.” นายเซีย เชน เยน กล่าวเสริม

   นิสสัน ลีฟ ใหม่ที่เพิ่งเปิดตัวในงาน Thailand International Motor Expo 2561 พร้อมส่งมอบในเดือนพฤษภาคม 2562เป็นรถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลกโดยมีส่วนแบ่งการตลาดทั่วโลก 25% และเป็นไอคอนของ Nissan Intelligent Mobility ซึ่งเป็นวิสัยทัศน์ของบริษัทที่มีจุดประสงค์เพื่อเปลี่ยนวิถีการขับขี่และใช้ชีวิตของผู้คน นอกจากนี้ระบบขับเคลื่อนอัจฉริยะไร้มลพิษ (e-powertrain) รุ่นใหม่ให้กำลังเครื่องยนต์ 110 กิโลวัตต์และแรงบิด 320 นิวตันเมตร ช่วยเพิ่มความเร่งและความเพลิดเพลินในการขับขี่

   เครื่องชาร์จไฟฟ้าของเดลต้า อีเลคโทรนิคส์มาพร้อมกับการรับประกันนานถึง 3 ปี บริการสนับสนุนด้านเทคนิคทั่วประเทศ และ การเปลี่ยนเครื่องชาร์จยานยนต์ไฟฟ้าฟรีภายใต้การรับประกัน

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้า จัดกิจกรรม “Life Crossover Trip” ชวนลูกค้าบีอาร์-วี เอชอาร์-วี และ ซีอาร์-วี ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ ยกขบวนขับรถเที่ยว 3 ประเทศ “ไทย-ลาว-เวียดนาม” เปิดรับสมัครแล้ววันนี้ – 31 พฤษภาคม 2562

Monday, 13 May 2019 14:26

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดจัดกิจกรรม “Life Crossover Trip”ชวนลูกค้าผู้ใช้รถยนต์สปอร์ตอเนกประสงค์ หรือ เอสยูวี ของฮอนด้า ได้แก่ ฮอนด้า บีอาร์-วี ฮอนด้า เอชอาร์-วี และ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ ขับรถออกไปสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ชมธรรมชาติที่สวยงามและสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจตลอดเส้นทางจากกรุงเทพฯ สู่ประเทศลาวและเวียดนาม ในวันที่ 8 - 14 กรกฎาคม 2562

   กิจกรรม “Life Crossover Trip”จัดขึ้นเพื่อขอบคุณลูกค้ารถยนต์เอสยูวีของฮอนด้าทั่วประเทศที่มีหลากหลายกลุ่ม   ทั้งกลุ่มครอบครัว  กลุ่มเพื่อน และกลุ่มที่ต้องการการใช้งานที่ลงตัว ได้ร่วมเปิดประสบการณ์ท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ฉีกออกไปจากกรอบเดิมๆ พร้อมพิสูจน์สมรรถนะที่แข็งแกร่งและความอเนกประสงค์ที่เหนือระดับของยนตรกรรมฮอนด้า โดยขบวนกิจกรรมจะออกเดินทางจากกรุงเทพฯ มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือของไทย ก่อนข้ามพรมแดนเข้าเขตประเทศลาวและเวียดนาม โดยคณะกิจกรรมจะเดินทางผ่านสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจหลายที่ไม่ว่าจะเป็น     จังหวัดมุกดาหารและอุบลราชธานีของไทย เมืองดองฮอย ดานัง บานา ฮิลล์ และฮอยอันของเวียดนาม  รวมไปถึงปากเซและปากซองของลาว รวมระยะทางกว่า 2,562 กิโลเมตร ตลอด 7 วันสำหรับความพิเศษของ   “Life Crossover Trip” ในครั้งนี้ นอกเหนือจากการขับขี่อย่างสนุกสุดท้าทายใน 3 ประเทศแล้ว ยังมีอีกหนึ่งไฮไลท์คือ     ผู้ร่วมทริปทุกคนจะได้ใกล้ชิดกับศิลปินชื่อดัง นำโดยศิลปินมากความสามารถอย่าง “เดอะ ทอยส์ (The Toys)”    “แป้งโกะ จินตนัดดา” และ “แสตมป์ อภิวัชร์” ที่จะมาถ่ายทอดบทเพลงเพราะๆ และสร้างรอยยิ้มท่ามกลางบรรยากาศเมืองเทพนิยายบนยอดเขาประเทศเวียดนาม

วิธีการสมัครร่วมกิจกรรม

1.  กรอกรายละเอียดของผู้สมัครที่ www.honda.co.th/lifecrossovertrip

2.   แนบภาพถ่ายของคุณกับรถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน) พร้อมให้เหตุผลว่าทำไมคุณถึงควรได้รับเลือกให้ไปร่วมกิจกรรมในรูปแบบใบลาพักร้อนบนเว็บไซต์ ภาพและข้อความที่โดนใจคณะกรรมการมากที่สุดจะได้รับสิทธิ์ร่วมทริป Life Crossover Trip”

กติกาการรับสมัคร

•      เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 13  - 31 พฤษภาคม 2562

•      ผู้สมัครเข้าร่วมกิจกรรมต้องเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือ ซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน)    รุ่นใดรุ่นหนึ่ง

•      รับสมัครจำนวนจำกัดเพียง 18คันเท่านั้น โดยให้สิทธิ์การร่วมกิจกรรม 1คัน ต่อ 2ท่าน ต่อ 1 ห้องพัก

•      ประกาศผลผู้ที่ผ่านการคัดเลือกในวันที่ 5มิถุนายน 2562ทาง www.honda.co.th/lifecrossovertrip หรือที่ Facebook Page: Honda Thailand

รายละเอียดและเงื่อนไขการร่วมกิจกรรม

•      กิจกรรมจะจัดขึ้นวันที่ 8 - 14 กรกฎาคม 2562 (7 วัน 6 คืน) บนเส้นทาง กรุงเทพฯ – มุกดาหาร – เว้ –       บานา ฮิลล์ – ฮอยอัน – ปากซอง – อุบลราชธานี – กรุงเทพฯ รวม 2,562 กิโลเมตร

•      ผู้ร่วมกิจกรรมสามารถเลือกจุดเริ่มต้นที่กรุงเทพฯ หรือมุกดาหาร และจุดสิ้นสุดการเดินทางที่อุบลราชธานี หรือกรุงเทพฯ ได้ตามความสะดวกของผู้ร่วมกิจกรรม

•      ค่าสมัครคันละ 8,999 บาท (รวมค่าใช้จ่ายทั้งหมดและค่าน้ำมันตลอดการเดินทาง)

•      ผู้ร่วมกิจกรรมต้องใช้รถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี หรือ เอชอาร์-วี หรือซีอาร์-วี (รุ่นปัจจุบัน) ของตนเองในการเดินทางและรถต้องอยู่ในสภาพที่สมบูรณ์

•      ผู้สมัครและผู้ติดตามต้องมีใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ส่วนบุคคล (แบบสมาร์ทการ์ด) ที่ยังไม่หมดอายุก่อนวันที่ 14 กรกฎาคม 2562 และต้องมีหนังสือเดินทาง (Passport) ที่มีอายุไม่น้อยกว่า 6เดือนขึ้นไป นับตั้งแต่วันเริ่มเดินทางจนถึงวันเดินทางกลับ รวมทั้งต้องมีประสบการณ์ในการขับขี่รถยนต์ทางไกล

•      รถยนต์ที่เข้าร่วมกิจกรรมต้องมีประกันภัยรถยนต์ที่ยังไม่หมดอายุก่อนวันที่ 14 กรกฎาคม 2562

•      กรณีที่ออกรถใหม่ ต้องดำเนินการจดทะเบียนให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 31พฤษภาคม 2562

•   สงวนสิทธิ์เฉพาะผู้ร่วมกิจกรรมที่มีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง ไม่มีโรคประจำตัวที่ต้องดูแลอย่างใกล้ชิด และไม่อยู่ระหว่างตั้งครรภ์ เพื่อความปลอดภัย

นับเป็นอีกหนึ่งโอกาสดีๆ ที่ลูกค้าผู้ใช้รถยนต์ฮอนด้า บีอาร์-วี เอชอาร์-วี และ ซีอาร์-วี ไม่ควรพลาด                       สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสมัครเข้าร่วมกิจกรรมได้ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2562 ทาง www.honda.co.th/lifecrossovertripหรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางCall Center โทร 02-341-7777  #ก้าวข้ามชีวิตเดิมๆ #HondaLifeCrossover

หมายเหตุ:

•      ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยินยอมให้บริษัทฯ นำภาพและข้อมูล ของผู้เข้าร่วมกิจกรรมไปใช้ในการโฆษณาประชาสัมพันธ์ได้

•      บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไข กติกา กำหนดการ เส้นทางและที่พักโดยมิต้องแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

•      การตัดสินของคณะกรรมการถือเป็นที่สิ้นสุด

•  พนักงานในกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ผู้จำหน่ายและพนักงาน รวมถึงพนักงานบริษัทเอเจนซี่ที่เกี่ยวข้องไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมนี้ได้

•      หากผู้ได้รับสิทธิ์ ไม่สามารถร่วมกิจกรรมได้ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการไม่คืนเงินค่าสมัครในทุกกรณี ยกเว้นคณะกรรมการตัดสินเป็นอย่างอื่นตามเหตุผลอันสมควร และจะพิจารณาหาผู้โชคดีในลำดับถัดไปตามความเหมาะสม

 
 

AUTO NEWS : เครื่องบินรบล่องหนคือแรงบันดาลใจในการออกแบบ เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่

Monday, 13 May 2019 17:49

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลต ประเทศไทยเปิดเผยแนวคิดเบื้องหลังการออกแบบภายนอกที่สะกดทุกสายตาของรถอเนกประสงค์ เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ ซึ่งเตรียมออกจำหน่ายในช่วงครึ่งหลังของปี 2562 หลังจากที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องและเพิ่งคว้ารางวัล The Most Exciting New Product Award 2019 จากงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ประจำปีนี้      วันนี้ เชฟโรเลต ประเทศไทย พร้อมเผยที่มาของแรงบันดาลใจในการออกแบบภายนอกของรถอเนกประสงค์รุ่นดังกล่าว

   ลูกค้าเชฟโรเลต แคปติวาชาวไทยจะได้สัมผัสปรัชญาการออกแบบและผลิตรถอเนกประสงค์ของเชฟโรเลต ที่โดดเด่นด้วยความกว้างขวางของห้องโดยสาร สไตล์ที่โฉบเฉี่ยว และมาพร้อมกับเทคโนโลยีอัจฉริยะ ซึ่งเชฟโรเลตจะมาเผยเรื่องราวของการออกแบบเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่
ที่เราเห็นกันอยู่ในตอนนี้

   การกลับมาของเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ แสดงให้เห็นถึงทิศทางการออกแบบใหม่ของรถรุ่นนี้ซึ่งสะท้อนสไตล์รถอเนกประสงค์ระดับโลกของเชฟโรเลต ใช้เทคโนโลยีการออกแบบล่าสุด และได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบล่องหน เอฟ-35 (F-35 stealth) ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

   เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่นี้ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมดโดยมีสไตล์ไปในทิศทางเดียวกันกับรถอเนกประสงค์ระดับโลกรุ่นอื่นๆ ของเชฟโรเลต กระจังหน้ารูปทรงสี่เหลี่ยมคางหมูแบบเดียวกับเชฟโรเลต อิควิน็อกซ์ (Chevrolet Equinox)ตำแหน่งไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแบบ LED ซึ่งแยกส่วนกับไฟหน้าโปรเจคเตอร์นั้นทำให้นึกถึงเชฟโรเลต เบลเซอร์ (Chevrolet Blazer) และดีไซน์ที่มีความคล้ายกันนั้นยังรวมถึงการที่ด้านข้างตัวถังของแคปติวา รุ่นใหม่นั้นมีเส้นสันคมยาวตั้งแต่ด้านหน้ารถจรดด้านท้ายเหมือนกับเชฟโรเลต ทราเวิร์ส (Chevrolet Traverse)

   การออกแบบแคปติวา รุ่นใหม่ให้มีความกลมกลืนไปกับกลุ่มรถอเนกประสงค์ระดับโลกของเชฟโรเลตนั้นถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างมาก เนื่องจากผลการวิจัยตลาดระบุชัดเจนว่า ลูกค้าในประเทศไทยนั้นตัดสินซื้อรถอเนกประสงค์โดยให้ความสำคัญกับการออกแบบเป็นอันดับต้นๆเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ ผสานการออกแบบสไตล์อเมริกันเข้ากับรูปลักษณ์ที่ดูสปอร์ต มาพร้อมกับพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางและเพิ่มประโยชน์ใช้สอยเพื่อให้เป็นรถอเนกประสงค์ที่มีความลงตัวสำหรับลูกค้า 

   “เส้นสายบนฝากระโปรงหน้าที่สะดุดตาของแคปติวา รุ่นใหม่ นั้นถ่ายทอดพลังและแสดงถึงความโดดเด่นอันเป็นคุณสมบัติที่มีอยู่ในรถอเนกประสงค์ระดับโลกทุกรุ่นของเชฟโรเลต ไฟหน้าทรงเรียวบางยังมอบความรู้สึกสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ที่พบเห็นได้บ่อยขึ้นในรถอเนกประสงค์ยุคใหม่ของเชฟโรเลตในปัจจุบัน รวมถึงโครงสร้างด้านข้างตัวถังที่แข็งแกร่งและปราดเปรียว” นายคอลิน ฟิปป์ส ผู้อำนวยการฝ่ายออกแบบ จีเอ็ม แอดวานซ์ ดีไซน์ ในประเทศจีน กล่าว 

   สไตล์ภายนอกของเชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ มีการออกแบบด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียวอันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว  เริ่มต้นด้วยกระจังหน้าที่มีขนาดกว้างและเสริมรายละเอียดที่ดุดันด้วยไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแบบ LED ที่มีขนาดบางมากโดยมีไฟเลี้ยวและไฟฉุกเฉินในตัว ทีมนักออกแบบรังสรรค์ส่วนล่างของด้านหน้ารถที่มีไฟหน้าโปรเจคเตอร์ LED และไฟตัดหมอกให้อยู่ในกรอบรูปทรงตัว C ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบล่องหน เอฟ-35 ของกองทัพอากาศสหรัฐอเมริกา

   นายคอลิน  กล่าวว่า “เป้าหมายหลักของการออกแบบไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวัน คือต้องสร้างความดุดันและมีเสน่ห์ดึงดูดทุกสายตา นอกจากนี้เรายังต้องตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบดีไซน์ที่ดูสง่างามเหนือระดับ เราใช้เอกลักษณ์การดีไซน์เส้นสายที่ดูปราดเปรียวบนด้านข้างตัวถังเพื่อช่วยเสริมความสวยงามของไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวัน”

   การออกแบบที่ดูสง่างามและปราดเปรียวของแคปติวา รุ่นใหม่ นั้นเห็นได้อย่างชัดเจนจากเส้นสันคมยาวตั้งแต่ด้านหน้ารถจรดด้านท้าย เสริมแต่งให้สะดุดตาด้วยดีไซน์หลังคาแบบลอยตัว มิติตัวถังนั้นทำให้ผู้ขับขี่มั่นใจ พร้อมที่จะพุ่งทะยานไปข้างหน้าบนล้ออลูมิเนียมอัลลอยสีทูโทนขนาด 17 นิ้ว

   จากด้านหน้าจรดด้านท้ายของรถ การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ของแคปติวา รุ่นใหม่ ปรากฎผ่านเสาอากาศครีบฉลามและสปอยเลอร์ในตัวพร้อมไฟเบรกแบบ LED ที่ติดตั้งในตำแหน่งสูงซึ่งทำงานประสานกับไฟท้าย LED รูปทรงเรียวบาง และโคมไฟท้ายฝังอยู่ในกันชน

   ระหว่างการพัฒนางานออกแบบแคปติวา รุ่นใหม่ จากภาพร่างสองมิติสู่โมเดลสามมิติทีมนักออกแบบใช้เทคนิคการดีไซน์ทั้งแบบดิจิทัลและการปั้นโมเดลด้วยมือ ผสมผสานเทคโนโลยีขั้นสูงเข้ากับงานศิลปกรรมเพื่อให้เกิดเป็นแบบสุดท้าย กระบวนการนี้ทำให้ทีมออกแบบแคปติวารุ่นใหม่สามารถมอบผลิตภัณฑ์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าและความต้องการรถอเนกประสงค์ขนาดกลางรุ่นใหม่ในตลาดได้อย่างรวดเร็ว

   “ลูกค้าคือหัวใจหลักของการออกแบบ” คอลิน กล่าว “เรามีความมุ่งมั่นตั้งใจที่จะผสานนวัตกรรมเข้ากับความงดงาม ถึงแม้ เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ จะเป็นรถอเนกประสงค์แต่เราสามารถสร้างรูปลักษณ์ที่มีความสปอร์ตเพื่อตอบสนองความชื่นชอบของกลุ่มลูกค้ารุ่นใหม่ของเรา”

   สำหรับตลาดประเทศไทย รถอเนกประสงค์เชฟโรเลต แคปติวา รุ่นใหม่ จะพร้อมจำหน่ายใน ช่วงครึ่งหลังของปี 2562

 
 

AUTO NEWS : ฮุนไดร่วมสนับสนุนการแข่งขัน WorldSBK 2019

Monday, 18 March 2019 18:12

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัดจัดทริปเชิญสื่อมวลชนร่วมชมการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก “World Superbike 2019 (SBK)” ในฐานะที่แบรนด์ “ฮุนได” เป็นท็อปสปอนเซอร์ในการแข่งขันรายการนี้ ซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งก้าวของการเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ตอย่างเต็มตัว  โดยตลอดปีจะมีการแข่งขันรวมทั้งสิ้น 13 สนาม 11 ประเทศ และจัดขึ้นที่ประเทศไทย เป็นสนามที่ 2 ในวันที่ 15 – 17 มีนาคม 2562 ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต บุรีรัมย์

   นอกจากการร่วมเป็นสปอนเซอร์แล้ว บริษัท ฮุนได มอเตอร์ จำกัด ยังได้สนับสนุนรถยนต์ฮุนได “i30 Fastback N” ซึ่งเป็นรถยนต์ภายใต้แบรนด์ “N” ที่เน้นในเรื่องสมรรถนะสูง และสามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน มาใช้เป็นรถเซฟตี้คาร์อย่างเป็นทางการในทุกการแข่งขัน WorldSBK 2019 ตลอด 3ฤดูกาลอีกด้วย และฮุนไดยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าได้สัมผัสสมรรถนะของ i30 Fastback N อย่างใกล้ชิดในสนามแข่ง เพื่อเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่ที่ตื่นเต้น เร้าใจ ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ระดับโลก ทั้งนี้ฮุนไดต้องการเผยแพร่แบรนด์ “N” ซึ่งเป็นแบรนด์มอเตอร์สปอร์ตของฮุนได ให้เป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางทั่วโลก โดยเฉพาะในวงการมอเตอร์สปอร์ต และการแข่งขันรายการระดับโลกที่เป็นที่ยอมรับและได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก เพื่อสื่อให้เห็นว่ารถยนต์ที่อยู่ภายใต้แบรนด์ “N” เป็นรถที่ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะสูง ขับสนุก สามารถใช้ได้ทั้งในสนามแข่งและในชีวิตประจำวัน

   ฮุนได i30 Fastback N ที่ใช้เป็นรถเซฟตี้คาร์ในสนามแข่ง ได้รับการดัดแปลงแค่ส่วนที่จำเป็นเท่านั้น อาทิ แผงไฟติดตั้งบริเวณหลังคาด้านหลัง เพื่อเพิ่มความปลอดภัยให้กับรถเซฟตี้คาร์และช่วยเพิ่มทัศนวิสัยที่ดียิ่งขึ้นให้กับผู้ขับขี่ที่ขับตามมาด้านหลัง  เบาะที่นั่งโอบกระชับช่วยเพิ่มความมั่นใจและมอบการทรงตัวที่ดีให้กับผู้ขับขี่และทีมแพทย์ ซึ่งในการแข่งขัน WorldSBK แพทย์ส่วนใหญ่จะนั่งในตำแหน่งถัดจากผู้ขับขี่รถเซฟตี้คาร์ เพื่อช่วยปฐมพยาบาลและดูแลความปลอดภัย นอกจากนี้ยังตกแต่งด้วยแถบล้อสีแดงและสีน้ำเงินขนาด 19 นิ้ว และยางที่ได้มาตรฐาน จึงช่วยเพิ่มสมรรถนะที่ดีในการขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารสามารถใช้งานได้อย่างปลอดภัยมากยิ่งขึ้น   “i30 Fastback N” เป็นรถเซฟตี้คาร์ที่มีความโดดเด่นและหรูหราที่สุด แต่สามารถปกป้องรถจักรยานยนต์ที่ผลิตมาให้มีความเร็วมากที่สุดในโลกได้เช่นกัน

   นอกจากนี้ ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ยังได้นำฮุนไดรุ่น เอช-วัน ซึ่งเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในประเทศไทย ไปจัดแสดงในบริเวณรอบพื้นที่ของการจัดการแข่งขัน SBK 2019ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนลเซอร์กิต บุรีรัมย์ ในระหว่างวันที่ 15 – 17 มีนาคม 2562อีกด้วย

   การร่วมเป็นสปอนเซอร์ของฮุนไดในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของแบรนด์ฮุนได ที่ผลิตรถยนต์คุณภาพและพัฒนาเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำอย่างต่อเนื่อง   จนก้าวเข้าสู่วงการมอเตอร์สปอร์ต อย่างเต็มตัว และฮุนไดยังคงมุ่งมั่นคิดค้นและพัฒนาสิ่งใหม่ๆเพื่อตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคให้ได้สัมผัสยนตรกรรมที่สามารถตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์ได้เป็นอย่างดี

 
 

AUTO NEWS : รัฐ-เอกชน ขับเคลื่อน “อีวี-ยูโร5” แก้ปัญหามลพิษ-เพิ่มโอกาสการตลาด

Thursday, 11 April 2019 16:45

 

 

 

 

 

 

 

  

 

   สมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย จัดเสวนาวิชาการ ยูโร 5 / EV แก้ปมมลพิษ หรือจุดเปลี่ยนอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยเพื่อระดมความคิดเห็นจากทั้งภาครัฐและเอกชน เพื่อร่วมกันหาทางแก้ไขปัญหามลภาวะทางอากาศที่รุนแรงมากขึ้นทุกขณะ ซึ่งที่ผ่านมาภาครัฐก็พยายามหามาตรการแก้ไข รวมถึงการส่งเสริมส่งเสริมการลงทุนรถที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้า (EV) และการเตรียมปรับใช้มาตรฐานใหม่ของเครื่องยนต์สันดาปภายใน

   คุณ ณัฐพล รังสิตพลผู้อำนวยการสำนักเศรษฐกิจอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม มองว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่ไทยจำเป็นจะต้องวางกลยุทธ์ให้สอดคล้องกับทิศทางอุตสาหกรรมยานยนต์โลก ที่ตลาดมีความต้องการ รถยนต์ที่มีเทคโนโลยี และพลังงานที่สะอาด ซึ่งการที่รัฐมีนโยบาย ทั้งการส่งเสริมให้เกิดเทคโนโลยีใหม่ และการเพิ่มความเข้มข้นของมาตรฐานไอเสียมากขึ้นก็เป็นการเดินมาถูกทาง เพราะนอกจากจะก้าวตามโลกแล้ว ยังเป็นแนวทางที่ช่วยแก้ปัญหามลภาวะที่เกิดขึ้นในประเทศ รวมถึงปัญหาใหญ่ในขณะนี้ คือ ฝุ่นละอองขนาดเล็ก ที่รุนแรงขึ้น

   รัฐมีแนวคิดปรับมาตรฐานไอเสียสำหรับเครื่องยนต์สันดาปภายในให้เร็วขึ้น เป็นยูโร 5 ในปี 2564 และยูโร 6 ในปี 2565 พร้อมกับการผลักดันให้โรงกลั่น ผลิตน้ำมันมาตรฐานยูโร 5 ออกมาป้อนตลาด ก่อนการบังคับใช้มาตรฐานใหม่สำหรับรถยนต์ เพราะเห็นว่าน้ำมันยูโร 5 จะช่วยลดมลพิษ และฝุ่นละอองได้ทันที แม้ว่าเครื่องยนต์จะยังคงเป็นมาตรฐานเดิมก็ตาม โดยเครื่องยนต์ยูโร 4 เมื่อเติมน้ำมันยูโร 5 จะลดฝุ่นละอองได้ 25%  และในอนาคตเมื่อเครื่องยนต์ได้มาตรฐานยูโร 5 เมื่อเติมน้ำมันยูโร 5 จะลดลงถึง  5 เท่า ทั้งนี้ ทางกระทรวงพลังงานแจ้งว่าปี 2564 จะมีน้ำมันยูโร 5 รองรับ 500 ล้านลิตร และครอบคลุมทั่วประเทศปี 2567 และจะพยายามส่งเสริมให้คนหันมาใช้ โดยแนวทางหนึ่งคือ การพยายามทำราคาให้น่าสนใจ ซึ่งอาจะเป็นไปได้ว่าอาจจะถูกว่าน้ำมันทั่วไป

   ทางด้านอีวี ก็เป็นสิ่งที่จะต้องเอาจริงเช่นกัน  เพราะหากไม่เร่งดำเนินการ อาจทำให้อุตสาหกรรมของไทยล้าหลังประเทศอื่นๆ “บางอุตสาหกรรม เช่นกล้อง ที่ถึงจุดเปลี่ยนแปลง ทำให้ค่ายที่ไม่ปรับตัว เช่น โกดัก ฟูจิ อยู่ไม่ได้ ส่วนนิคอน แคนนอน ปรับตัวทันก็อยู่ได้ และขณะเดียวกันก็มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามา เช่น โซนี่ ซึ่งก็ต้องมาดูว่ารถยนต์จะเป็นแบบนั้นด้วยหรือไม่ เพราะมีทั้งผู้ที่ยังไม่ปรับตัว ผู้ปรับตัว และหน้าใหม่ที่ไม่เคยอยู่ในอุตสาหกรรมนี้มาก่อน”

   คุณ องอาจ พงษ์กิจวรสินนายกสมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย มองในมุมที่แตกต่างกันในบางส่วน โดยเฉพาะเรื่องของการกำหนดมาตรฐานไอเสียสำหรับเครื่องยนต์เป็นยูโร 6 ว่าเป็นการแก้ไขปัญหาที่ไม่ตรงจุดนัก เพราะหากเป้าหมายคือความต้องการแก้เรื่องฝุ่นละอองขนาดเล็ก การกำหนดมาตรฐานไอเสียยูโร 6 ตามหลังยูโร 5 ในเวลา 1 ปี เป็นเรื่องที่ไม่สมเหตุสมผล เพราะผลที่ได้รับ เช่น ในเครื่องยนต์ดีเซล ค่ามาตรฐานฝุ่นละอองขนาดเล็กของยูโร 5 กับยูโร 6 ไม่ต่างกัน แต่ต่างกันที่ค่าไฮโดรคาร์บอน และคาร์บอนมอนอกไซด์ แต่ในเวลาเดียวกัน การเปลี่ยนมาตรฐานดังกล่าว จะใช้เงินลงทุนพอสมควร เฉลี่ย 2.5-5 หมื่นบาท/คัน ขณะที่ต้นทุนจากยูโร 4 เป็นยูโร 5 ก็อยู่ในระดับเท่าๆ กัน

   ทั้งนี้ มองว่าหากรัฐต้องการแก้ปัญหาจริงๆ ควรมองให้รอบด้าน โดยเฉพาะปัญหาทีเกิดจากรถเก่า ซึ่งมีส่วนอย่างมาก หากไม่ได้รับการซ่อมบำรุงที่ถูกต้อง และหากเป็นรถที่มีอายุการใช้งานยาวนานมาก การซ่อมบำรุงจะช่วยอะไรไม่ได้ ต้องโอเวอร์ฮอลล์เท่านั้น “ปัจจุบันมีรถเก่าวิ่งอยู่ในท้องถนนจำนวนมาก ซึ่งจำเป็นจะต้องได้รับการแก้ไข ทั้งการบำรุงรักษาและการตรวจสอบที่เข้มข้นมากกว่าปัจจุบัน”

   อย่างไรก็ตามเห็นด้วยกับแนวทางการพัฒนาน้ำมันเป็นยูโร 5 เพราะจะเกิดประโยชน์ในวงกว้าง ไม่เฉพาะแค่รถใหม่เท่านั้น เพราะรถทั้งหมดที่อยู่บนท้องถนน 20 ล้านคันขณะนี้สามารถใช้ได้ และก็จะทำให้ทุกคันมีส่วนช่วยในการลดปัญหามลพิษ

   คุณ ยศพงษ์ ลออนวล นายกสมาคมยานยนต์ไฟฟ้าไทย กล่าวว่า อีวี ยังอยู่ในช่วงการเริ่มต้น แต่มั่นใจว่าในอนาคตจะเพิ่มบทบาทขึ้นอย่างมาก ซึ่งในปัจจุบันจะเห็นได้ว่าแม้จะยังไม่ได้รับแรงหนุนจากภาครัฐมากนัก แต่กลับมีผู้ประกอบการสนใจทำตลาดอีวีแล้วหลายค่าย หลายรุ่น ไม่ว่าจะเป็น นิสสัน อาวดี้ฮุนไดที่มี 2 รุ่น จากัวร์ ไมน์ ฟอมม์ เกีย บีวายดี เป็นต้น และในอนาคต เชื่อว่าจะมีมากกว่านี้ รวมถึงผู้ผลิตไทยอย่างสามมิตร มอเตอร์ ที่มีแผนทำตลาดรถบรรทุกไฟฟ้า

   ทั้งนี้ เป็นเรื่องจำเป็นที่ไทยจะต้องปรับตัวตามยุคที่ปรับตัว และไม่เฉพาะผู้ผลิตรถยนต์เท่านั้น แต่รวมถึงกลุ่มอุตสาหกรรมชิ้นส่วนด้วย ที่จะต้องมองหาช่องทางธุรกิจใหม่ เทคโนโลยีใหม่ โดยที่ภาครัฐควรให้การสนับสนุนธุรกิจไทยให้มีโอกาสพัฒนา เพราะช่วงนี้มีหลายบริษัทที่หันมาสู่การผลิตยานยนต์ไฟฟ้า แต่ประสบปัญหาหลายอย่าง เช่น ผู้ผลิตตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า จักรยานยนต์ไฟฟ้า ไม่สามารถจดทะเบียนได้

   ด้าน คุณ สุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ รองประธานและโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า สถานการณ์อุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในปัจจุบัน ประเมินว่าปีนี้จะมียอดการผลิตทั้งสิ้น 2.15 ล้านคัน ลดลงเล็กน้อยจากปีที่แล้วที่ทำได้ 2.16 ล้านคัน เป็นผลมาจากการส่งออกที่ชะลอตัวลงมาระยะหนึ่ง โดยช่วงปี 2558-2560 ติดลบประมาณ 2% และปีนี้ตั้งเป้าว่าจะส่งออก 1.1 ล้านคัน ลดลงเล็กน้อยจากปีที่แล้วที่ทำได้ 1.14 ล้านคัน

   อย่างไรก็ตาม ตลาดในประเทศที่ขยายตัวขึ้น ก็ช่วยให้สถานการณ์ของอุตสาหกรรมยานยนต์ยังอยู่ในเกณฑ์ที่ดี และปีนี้กลุ่มฯ ตั้งเป้าการขายในประเทศเพิ่มขึ้นเล็กน้อยจาก 1.041 ล้านคันในปีที่แล้วเป็น 1.05 ล้านคัน

   ขณะที่กลุ่มรถจักรยานยนต์ก็ได้รับผลกระทบจากการส่งออกเช่นกัน เนื่องจากประเทศคู่ค้าหันมาผลิตรถเอง ไทยจึงต้องปรับตัวด้วยการส่งออกชิ้นส่วนประกอบแทนการส่งออกรถสำเร็จรูป (CBU) มากขึ้น

   สุรพงษ์ กล่าวว่า แต่สิ่งหนึ่งที่น่าสนใจก็คือ การประสบความสำเร็จของรถอีโค่ คาร์ ที่ทำได้ดีทั้งตลาดในประเทศและส่งออก โดยตั้งแต่เริ่มโครงการถึงปัจจุบัน ไทยผลิตอีโค คาร์ แล้ว 2.5 ล้านคัน และการที่อีโค คาร์ มีมาตรฐานไอเสียเทียบเท่ายูโร 5 ทำให้เป็นรถที่มีบทบาทในการช่วยลดมลพิษทางอากาศได้เป็นอย่างดี

   ส่วนภาพรวมรถในกลุ่ม อีวี ปัจจุบัน ยังมีไม่มากนัก โดยข้อมูลถึงวันที่ 28 ก.พ. ปีนี้ มี 1,522 คัน แต่ในจำนวนนี้ส่วนใหญ่เป็นรถจักรยานยนต์ 1,155 คัน ส่วนรถยนต์นั่งมี 148 คัน อย่างไรก็ตามกลุ่มรถจักรยานยนต์ไฟฟ้ามีแนวโน้มชะลอตัว เนื่องจากผู้ขับขี่ซึ่งใช้ในการประกอบอาชีพรับส่ง ให้เหตุผลว่า เสียเวลาในการหาเงินจากการชาร์จไฟ

 
 

AUTO NEWS : มาสด้าแรงยอดขายพุ่งทะลุ 70,000 คัน ทำสถิติเติบโตสูงสุดระดับโลกสองปีติดต่อกัน

Wednesday, 10 April 2019 16:03

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยความสำเร็จผลการดำเนินธุรกิจประจำปีงบประมาณ 2561ยอดขายพุ่งกระฉูดสร้างสถิติใหม่ทะลุเกิน 70,000 คัน เพิ่มขึ้น 25% เติบโตสูงสุดอันดับหนึ่งของมาสด้าทั่วโลกสองปีติดต่อกัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 6.6% รั้งอันดับสองของโลก ปริมาณยอดขายสร้างสถิติใหม่ขยับขึ้นครองอันดับ 6 ประเทศที่มียอดขายมากที่สุด ประกาศชัดปีนี้เตรียมเสริมทัพความแข็งแกร่งด้วยการส่งรถยนต์รุ่นใหม่ลงทำตลาดมากถึง 6 รุ่น พร้อมตั้งเป้ายอดขาย 75,000 คัน

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร มาสด้า เซลส์ ประเทศไทยกล่าวแสดงความคิดเห็นว่า จากความสำเร็จด้านการดำเนินธุรกิจของมาสด้าในปีนี้ ระหว่างปีปฏิทินหรือ Calendar Year และปีงบประมาณหรือ Fiscal Year มียอดขายใกล้เคียงกันมาก สำหรับปีงบประมาณ FY2018 มียอดขายสูงถึง 70,468 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 25%จากปีงบประมาณ FY2017 อยู่ที่ 56,379 คัน ครองส่วนแบ่งการตลาด 6.6% สูงสุดเป็นอันดับสองรองจากออสเตรเลีย วันนี้ มาสด้า ประเทศไทย ถูกจับตามองจากตลาดทั่วโลกเนื่องจากอัตราการเติบโตสูงที่สุดในโลกสองปีติดต่อกัน ที่สำคัญปริมาณยอดขายที่ทะลุเกิน 70,000 คัน นั้น ยังส่งผลให้ มาสด้า ประเทศไทย ขยับขึ้นมารั้งอันดับ 6 ของมาสด้าทั่วโลก ส่วนปีนี้ FY2019 มาสด้าตั้งเป้าไว้ที่ 75,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 5-10%

   ในขณะที่รถยนต์นั่งมาสด้า2 ยังคงเป็นพระเอกในการขับเคลื่อนหลัก และได้รับความนิยมจากลูกค้ามากที่สุด มียอดขายสูงถึง 48,119 คัน เพิ่มขึ้น 36% ขึ้นครองเบอร์หนึ่งในตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก 11 เดือน ติดต่อกัน ในขณะที่รถปิกอัพ มาสด้า บีที-50 โปร เริ่มกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งหลังจากที่ปล่อยรุ่นพิเศษ มาสด้า บีที-50โปร ธันเดอร์ ออกสู่ตลาด ด้วยยอดขายสูงถึง 7,500 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 29% รวมทั้งรถอเนกประสงค์เอสยูวีมาสด้า CX-5มียอดขายสะสมสูงถึง 6,834 คัน เพิ่มขึ้น 7% ตามมาด้วยรถเก๋งคอมแพคคาร์มาสด้า3 ก็ร้อนแรงไม่แพ้กันมียอดขายสูงถึง 4,852 คัน ส่วนฟรีสไตล์ครอสโอเวอร์ มาสด้า CX-3 ที่แม้จะเจอกับคู่แข่งรอบด้านแต่ก็สามารถทำยอดขายได้สูงถึง 3,132 คัน และสุดท้ายคือรถสปอร์ตเปิดประทุนหลังคาไฟฟ้าที่เปิด-ปิดเร็วที่สุดในโลก ที่ได้รับยกย่องให้เป็นรถสปอร์ตที่ขับสนุกที่สุด และเป็นแบรนด์ไอคอนระดับตำนาน มาสด้า MX-5 มียอดขายถึง 31 คัน

สรุปยอดจำหน่ายรถยนต์มาสด้าประจำปีงบประมาณ 2561เทียบกับปีงบประมาณ 2560

   สำหรับยอดขายมาสด้าไตรมาสแรกของปีนี้ (มกราคม – มีนาคม 2562) มียอดจำหน่ายรวม 16,579 คัน ยังคงรักษาระดับยอดขายใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา ครองส่วนแบ่งการตลาดประมาณ 6.3%โดยแบ่งออกเป็นรถยนต์นั่งมาสด้า2 มีจำนวนมากที่สุด 12,460 คัน ตามมาด้วยรถปิกอัพ มาสด้า บีที-50 โปร จำนวน 1,652คัน รถอเนกประสงค์เอสยูวี มาสด้า CX-5 จำนวน 1,021 คัน รถยนต์นั่งมาสด้า3 จำนวน 887 คัน รถอเนกประสงค์ครอสโอเวอร์มาสด้า CX-3 จำนวน 509 คัน และรถสปอร์ตเปิดประทุนมาสด้า MX-5 จำนวน 5 คัน

   “ปัจจัยหลักสำคัญที่จะกระตุ้นให้ตลาดรถยนต์ในปี 2562 เกิดความคึกคักเนื่องมาจากระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยเริ่มมีการขยายตัวและปรับตัวดีขึ้นตั้งแต่ต้นปีผมย้ำอยู่เสมอว่าทุกคนต้องช่วยกันผลักดันให้คนในประเทศเกิดความเชื่อมั่นให้ได้ว่า เราทุกคนต้องเดินหน้าไปด้วยกัน แม้จะเห็นผลช้า แต่ทุกคนต้องช่วยกันวันนี้เริ่มจะเห็นแล้วว่าเศรษฐกิจเริ่มดีขึ้น ตลาดหุ้นกลับมาคึกคัก แนวโน้มการส่งออกเริ่มฟื้นตัว ธุรกิจด้านการท่องเที่ยวนักท่องเที่ยวเริ่มกลับมา เพราะประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจมากที่สุดในโลกของนักเดินทาง ราคาพืชผลทางการเกษตรดีขึ้น กำลังซื้อมีมากขึ้น ธุรกิจหลายอย่างเริ่มขยับตัวมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ทั้งรถไฟความเร็วสูง และรถไฟรางคู่กำลังใกล้บรรลุผลสำเร็จ หรือแม้แต่การเปิดระเบียงเศรษฐกิจใหม่ เพื่อให้เราก้าวไปสู่ศูนย์กลางทางด้านเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการเชื่อมโยงการขนส่งระดับภูมิภาค” นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติม

   จากการประเมินสถานการณ์อุตสาหกรรมรถยนต์ของประเทศไทย ตลาดรถยนต์ปีนี้น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่ง เพราะหลายๆ ค่ายเริ่มออกตัวล้อฟรีกันตั้งแต่ต้นปี โดยเฉพาะมาสด้านั้นย้ำชัดเจนว่าปีนี้เป็นปีที่จะทำการเปิดตัวรถรุ่นใหม่มากที่สุด นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ รองประธานบริหารฝ่ายการตลาดและรัฐกิจสัมพันธ์ ออกมาการันตีว่า “ปีนี้ถือเป็นปีที่มาสด้ากำลังก้าวไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญ มาสด้าเริ่มวางแผนการสื่อสารไปยังลูกค้าเกี่ยวกับรถยนต์ในเจนเนอเรชั่นที่ 7 หรือ G7 ซึ่งจะทำการเปิดตัวในครึ่งปีหลัง พร้อมๆ กับรุ่นอื่นที่จะทยอยเปิดตัวในปีนี้ รวมแล้วทั้งหมด 6 รุ่น ครอบคลุมในทุกเซกเม้นต์ โดยเฉพาะเทคโนโลยีใหม่ๆ”

   การเติบโตของค่ายมาสด้าเป็นที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง หลังจากที่เดินหน้าปรับเปลี่ยนทั้งการขายและการบริการ ได้สร้างความเชื่อมั่นให้กับลูกค้า จนส่งผลให้ยอดขายเติบโตอย่างต่อเนื่อง แม้ว่าสองสามปีที่ผ่านมาแทบจะไม่มีรถยนต์รุ่นใหม่ส่งเข้าตลาด แต่จากการสร้างประสบการณ์ที่ดีจากการใช้งานของลูกค้า จนเกิดการบอกต่อสู่คนรอบข้าง ทำให้รถมาสด้าทุกรุ่นเดินหน้ากอบโกยยอดขายไปได้อย่างสวยงาม แน่นอนว่าปีนี้ถือเป็นปีทองที่มาสด้าจะเก็บเกี่ยวยอดขายให้บรรลุตามเป้าที่ตั้งไว้ 75,000 คัน หลายคนอาจมองว่าน้อยเกินไปเมื่อเทียบกับจำนวนรุ่นที่จะส่งลงตลาด นับจากนี้เป็นต้นไปมาสด้าจะเดินหน้าอย่างเต็มกำลัง เพื่อก้าวไปสู่เป้าหมายแห่งความสำเร็จ และขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยให้มั่นคงแข็งแกร่งต่อไป

 
 

AUTO NEWS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จัดแสดงกระบะ ไทรทัน รุ่นตกแต่งพิเศษ อีกขั้นของความ ‘แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค’

Thursday, 21 March 2019 18:49

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประกาศความพร้อมในการเปิดตัว มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นตกแต่งพิเศษ โชว์โมเดล ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40

   ทั้งนี้ มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นตกแต่งพิเศษ โชว์โมเดลนี้ได้รับการออกแบบให้ถ่ายทอดเอกลักษณ์และความโดดเด่นของ มิตซูบิชิ ไทรทัน สู่อีกขั้นของความ ‘แกร่งลุยทุกอุปสรรค

 
 

AUTO NEWS : อีซูซุแสดงความยินดีกับ “เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” คว้าแชมป์ ISUZU CUP SUPER FIGHT 2019 ได้ไปต่อบนเวที THAI FIGHT 2019 ปลายปีนี้

Tuesday, 07 May 2019 17:11

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดร่วมกับ ไทยไฟท์ และสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย จัดการแข่งขันมวยไทยระดับโลก THAI FIGHT เกาะสมุย”กิจกรรมสปอร์ตทัวริซึ่ม ริมหาดพรุเฉวง ผสานแสงเสียงสปอร์ตเอ็นเตอร์เทนเม้นสุดอลังการ ดึงดูดใจแฟนมวยทั้งชาวสมุยและจังหวัดใกล้เคียง รวมทั้งนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่ให้ความสนใจเดินทางเข้าชมนับหมื่นคน โดยมีคุณสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย กล่าวต้อนรับและเปิดการแข่งขันฯ อย่างเป็นทางการ ณ พรุเฉวง อำเภอเกาะสมุย จังหวัดสุราษฎร์ธานี

   คู่เด็ดของรายการเป็นการแข่งขันศึกยอดมวยไทยแห่งสยามประเทศ  ISUZU CUP SUPER FIGHT 2019 ในแบบสวมนวม พิกัด 62 กิโลกรัม นับเป็นนัดล้างตาของ 2 นักชก ระหว่าง“เพชรมหาชน จิตรเมืองนนท์” ดีกรีแชมป์มวยอีซูซุคัพคนล่าสุด พบกับ “เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม” ฉายาเพชฆาตเมืองน้ำดำ ทั้งสองฝ่ายพกพาสายเลือดนักสู้ ตะลุยแลกอาวุธสุดสนุกครบ 3 ยก เพชรสมุยอาศัยความฟิตเอาชนะคะแนนไปอย่างขาดลอย รับรางวัลเงินสด 300,000 บาทไปครอง พร้อมรับตำแหน่งตัวแทนนักชกไทยเตรียมพร้อมฟิตนวมสู่เวทีเกียรติยศ THAI FIGHT 2019 ปลายปีนี้ ส่วนเพชรมหาชนได้รับรางวัลเงินสด 200,000 บาทนอกจากนี้อีซูซุยังเติมเต็มความสุขอย่างต่อเนื่องด้วยการแข่งขันของนักชกไทย นำโดย 4 อวตารไทยไฟท์ กับนักชกจากนานาชาติ รวมอีก 8 คู่ ทั้งแบบสวมนวมและแบบคาดเชือก ให้แฟนมวยได้ชมและเชียร์อย่างใกล้ชิดติดขอบเวที

ผลการแข่งขัน “THAI FIGHTเกาะสมุย” และ “ISUZU CUP SUPER FIGHT 2019”มีดังนี้

คู่ที่ 1 สมิงเดช เดชไฟฟ้า (ไทย) ชนะคะแนน มาติน คามห์ซารี่ (อิหร่าน)

คู่ที่ 2 เพชรสมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม (ไทย) ชนะคะแนน เพชรมหาชน จิตร์เมืองนนท์ (ไทย)

คู่ที่ 3 ชนะจน พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ชนะคะแนน แพททริค โบโรว์สกี้-เบสซ์ต้า (โปแลนด์)

คู่ที่ 4 ปีเตอร์ เดนแมน (ไทย) เสมอ ดาเนียล ดอร์เรอร์ (เยอรมัน)

คู่ที่ 5 พยัคฆ์สมุย ลูกเจ้าพ่อโรงต้ม (ไทย) ชนะน็อก เออเม็ค คูมาเชฟ (คีกิสถาน)

คู่ที่ 6 กิตติ ส.จ.แดนระยอง (ไทย) ชนะน็อก นิกิตา เจราซิโมวิช (รัสเซีย)

คู่ที่ 7 ป.ต.ท. ว.รุจิรวงศ์ (ไทย) ชนะน็อก จาอีร์ ดอส ซานโตส จูเนียร์ (บราซิล)

คู่ที่ 8 เต็งหนึ่ง ศิษย์เจ๊สายรุ้ง (ไทย) ชนะน็อก ไซมอน มาเอียท (ออสเตรเลีย)

คู่ที่ 9 แสนชัย พี.เค.แสนชัยมวยไทยยิม (ไทย) ชนะคะแนน มาคซิม มานาซอฟ (รัสเซีย)

 
 

More Articles...

Page 1 of 60

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )