Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : ปอร์เช่ ส่งมอบความปรารถนาดีในเทศกาลปีใหม่ไทยด้วยชุดของขวัญ AAS Special Gift Set

Sunday, 21 April 2019 17:54

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอเอเอส ออโต้ เซอร์วิส จำกัดผู้นำเข้าและตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ปอร์เช่อย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ร่วมสืบสานประเพณีไทย จัดงาน “สงกรานต์เอเอเอส ประจำปี 2562” โดยมีกิจกรรมสรงน้ำพระพุทธรูปประจำบริษัท และการรดน้ำดำหัวผู้บริหารเพื่อความเป็นสิริมงคลในโอกาสเริ่มต้นปีใหม่ไทยแก่พนักงานทุกคน พร้อมร่วมรับชมการแสดง “ประเพณีสงกรานต์” จากนักเรียนสถาบันการจัดการ ปัญญาภิวัฒน์ ที่มาร่วมสร้างสีสันและความสนุกสนานในงาน  เพื่อเป็นการสนับสนุนเยาวชนในการสืบทอดศิลปะวัฒนธรรมไทย เมื่อวันที่ 11 เมษายน 2562 ที่ผ่านมา ณ Porsche Centre Bangkok

   นอกจากนี้เอเอเอสฯ ยังร่วมส่งมอบความปรารถนาดีในเทศกาลสงกรานต์ ด้วยชุดของขวัญ AAS Special Gift Set ที่จัดทำขึ้นเป็นพิเศษ โดยมอบให้แก่ลูกค้าปอร์เช่ที่มาเข้ารับบริการ ณ ศูนย์บริการและโชว์รูมรถยนต์ปอร์เช่ ในช่วงเดือนเมษายนนี้อีกด้วย

 
 

AUTO NEWS : 6 นวัตกรรุ่นจิ๋ว บินลัดฟ้าโชว์ไอเดียสิ่งประดิษฐ์ พร้อมแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเยาวชนญี่ปุ่น ณ ประเทศญี่ปุ่น ในโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์”

Friday, 19 April 2019 17:52

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฮอนด้าเดินหน้าจุดประกายความฝันและจินตนาการให้กับเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 14นำน้องๆ นวัตกรรุ่นจิ๋วผู้ชนะในโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018”     ทั้ง 6คน พร้อมทั้ง 2คุณครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ บินลัดฟ้าไปนำเสนอไอเดียสิ่งประดิษฐ์ พร้อมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ กับเยาวชนญี่ปุ่น ณ ประเทศญี่ปุ่น

   สำหรับ 6ตัวแทนเยาวชนไทยจากโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018”ที่เดินทางไปร่วมกิจกรรมที่ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ ได้แก่ ด.ช.นภัสกร เอี่ยมรักษา หรือน้องซูกัส นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่5จากโรงเรียนรุจิเสรีวิทยากรุงเทพฯ ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศด้วยผลงาน “แคปซูลหุ่นยนต์”และเยาวชนเจ้าของรางวัลรองชนะเลิศทั้ง 5 คน ได้แก่ด.ช.เอกรัฐ จินพละ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6โรงเรียนเซนต์เทเรซา กรุงเทพฯ ผลงาน “ภาชนะทานได้”ด.ช.ฤทธากร ธนบูรณ์กิตติกุล นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4โรงเรียนศิรินุสรณ์วิทยา จ.สมุทรสาคร ผลงาน “สายรัดข้อมืออัจฉริยะ”ด.ญ.กุลณภาภัค กาละพวก นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1โรงเรียนเชียงคำคริสเตียน จ.พะเยา ผลงาน “หน้ากากเพิ่มความมั่นใจ” ด.ญ.แอมมิลี่    อาแลซ สต๊าบ เจอาร์นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 5โรงเรียนพระหฤทัยพัฒนเวศม์ กรุงเทพฯ ผลงาน  “ปรอทช่วยชีวิตเพื่อนโลกและด.ช.ปีมงคล จงสำราญ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย กรุงเทพฯ ผลงาน “Drone: Protector” พร้อมด้วยคุณครูผู้สร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย     ในการแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ได้แก่ ว่าที่ร้อยตรีปณิธาน แสวงศิลปชัย จากโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย กรุงเทพฯ และ นางบุญมี ศรีประเสริฐ จากโรงเรียนศิลปะพิมพ์ศิลป์ จ.พะเยา

   ในค่ายเยาวชน ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ที่ประเทศญี่ปุ่น ตัวแทนเยาวชนไทยทั้ง 6 คนพร้อมด้วยตัวแทนเยาวชนชาวญี่ปุ่น ได้นำเสนอสุดยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศ พร้อมทั้งแบ่งปันแนวคิดและแรงบันดาลใจในการประดิษฐ์ชิ้นงาน นอกจากนี้ยังได้ร่วมทำกิจกรรมเวิร์คช็อป "Dream Sketch"ในหัวข้อรถยนต์ในฝัน โดยเป็นการออกแบบและถ่ายทอดไอเดียสร้างสรรค์ออกมาเป็นภาพวาด พร้อมนำเสนอผลงานในรูปแบบโมเดลสามมิติ พร้อมทั้งทำกิจกรรมแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยน้องๆ ทั้ง 6คน ได้แสดงศิลปะการ   รำไหว้ครูแม่ไม้มวยไทย ในขณะที่เยาวชนชาวญี่ปุ่นได้ถ่ายทอดวิธีการพับกระดาษโอริกามิ ซึ่งสร้างความประทับใจให้กับน้องๆ ในค่ายเยาวชนครั้งนี้เป็นอย่างมาก

   นอกเหนือจากกิจกรรมในค่ายเยาวชนแล้ว น้องๆ เยาวชนไทยทั้ง 6 คน ยังได้มีโอกาสสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ณ ประเทศญี่ปุ่น ไม่ว่าจะเป็นการนั่งรถไฟชินคันเซนเพื่อไปยัง ฮอนด้า ทวินริง โมเตกิ ซึ่งเป็นสนามแข่งขันรถยนต์ระดับโลกและสนามทดสอบ เพื่อใช้ในการพัฒนายนตรกรรมของฮอนด้า โดยน้องๆ ได้เรียนรู้เกี่ยวกับชิ้นส่วนต่างๆ ของรถยนต์ รวมถึงได้ทดลองขับรถยนต์จำลอง ณ Pit Studio นอกจากนี้ยังได้เดินทางไปยัง ฮอนด้า คอลเลคชั่น ฮอลล์ สถานที่จัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์ของฮอนด้าที่มีประวัติความเป็นมายาวนานกว่า 50 ปี เพื่อร่วมชมโชว์แบบเอ็กซ์คลูซีฟจากหุ่นยนต์อาซิโม (ASIMO)หุ่นยนต์อัจฉริยะ ที่สามารถเลียนแบบท่าทางต่างๆ ได้ใกล้เคียงมนุษย์ รวมถึงได้ขึ้นบอลลูนเพื่อชมทิวทัศน์ของจังหวัดโตชิกิแบบ 360 องศา และการศึกษาธรรมชาติและความสมบูรณ์ของป่าที่ เฮลโล วูดส์ ซึ่งเป็นป่าต้นสนและโอ๊ค ที่ได้รับการดูแลโดยเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ป่าของฮอนด้าอีกด้วย

   นอกจากนี้ ฮอนด้าได้นำน้องๆ ทั้ง 6มุ่งหน้าสู่กรุงโตเกียว เพื่อทัศนศึกษาและท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆอาทิ โตเกียว ดิสนีย์แลนด์ ซึ่งน้องๆ ได้สนุกสนานไปกับเครื่องเล่นนานาชนิด  พิพิธภัณฑ์ศิลปะดิจิทัล (TeamLab Borderless) สถานที่ที่น้องๆ ได้เพลิดเพลินไปกับงานศิลปะอาคารฟูจิ ทีวีซึ่งเป็นที่ตั้งของสถานีโทรทัศน์อันดับหนึ่งของญี่ปุ่นและปิดท้ายทริปด้วยการชมวิวอันสวยงามของสะพานสายรุ้ง Rainbow Bridgeที่เชื่อมต่อระหว่างเมืองโตเกียวและเมืองโอไดบะ

   ด.ช.นภัสกร เอี่ยมรักษา หรือน้องซูกัส เจ้าของรางวัลชนะเลิศ โครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018”ด้วยผลงาน “แคปซูลหุ่นยนต์”กล่าวว่า “ตื่นเต้นและดีใจมากครับ ที่ได้เดินทางมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ ร่วมกับฮอนด้าที่ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ กิจกรรมต่างๆ มีความน่าสนใจ ได้ความรู้ และเปิดโลกแห่งจินตนาการให้กับพวกเราทุกคน การได้ร่วมประดิษฐ์รถยนต์ร่วมกับเพื่อนๆ ชาวญี่ปุ่น มีโอกาสพบกับหุ่นยนต์อาซิโม ได้ลองขับรถจำลองในสนามฮอนด้า ทวินริง โมเตกิ รวมถึงไปท่องเที่ยวในสถานที่ต่างๆ ถือเป็นประสบการณ์ที่ประทับใจและจะไม่มีวันลืมเลยครับ ขอขอบคุณฮอนด้าที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมาครับ”

   ว่าที่ร้อยตรีปณิธาน แสวงศิลปชัย หรือ ครูต้น จากโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย กรุงเทพฯ หนึ่งในครูผู้สร้างแรงบันดาลใจที่ร่วมเดินทางไปประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ กล่าวว่า “กิจกรรมเวิร์คช็อปที่จัดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นเป็นประโยชน์กับเด็กๆ มาก เพราะมีส่วนช่วยกระตุ้นให้พวกเขาเกิดความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบ และส่งเสริมให้รู้จักการทำงานเป็นทีม ทั้งยังช่วยปลูกฝังความรู้เกี่ยวกับวิศวกรรมยานยนต์ให้แก่เด็กๆ อีกด้วย จากการสังเกตของครูพบว่า เด็กไทยมีจินตนาการและไอเดียที่สามารถนำมาประดิษฐ์ได้จริงเป็นหลัก ในขณะที่เด็กญี่ปุ่นจะโดดเด่นในเรื่องจินตนาการที่กว้างไกล โดยที่คุณครูชาวญี่ปุ่นจะปล่อยให้เด็กๆ แสดงไอเดียออกมาอย่างเต็มที่ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เด็กมีแรงบันดาลใจและจินตนาการ ในประเทศไทยยังมีเวทีที่เปิดโอกาสแบบนี้อยู่น้อย จึงอยากให้ทางฮอนด้าเดินหน้าจัด โครงการ ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ อย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นพื้นที่ให้เด็กๆ ได้ถ่ายทอดความคิดสร้างสรรค์และความสามารถต่อไป เพราะไอเดียของเยาวชนในวันนี้อาจนำไปต่อยอดให้กลายเป็นจริงและก่อให้เกิดประโยชน์แก่สังคมของเราได้ในวันข้างหน้า”

   นับเป็นอีกหนึ่งโครงการที่ฮอนด้าได้จัดขึ้น เพื่อขับเคลื่อนความฝัน จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย เราเชื่อเสมอว่าประสบการณ์ที่ดี จะสามารถช่วยต่อยอดให้เด็กๆ ได้แสดงพลังแห่งความฝัน (The Power of Dreams)และมุ่งมั่นในการทำความฝันนั้นให้กลายเป็นจริงเพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวหน้าต่อไป

 
 

AUTO NEWS : ความเงียบจากรถยนต์ไฟฟ้ามีส่วนช่วยสุขภาพของหัวใจ และลดมลพิษทางเสียง

Wednesday, 17 April 2019 18:52

 

 

 

 

 

 

 

 

   มลภาวะทางเสียงจากการจราจรกลายเป็นภัยคุกคามอันดับสองต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน นิสสัน เอเชีย และโอเชียเนีย ได้เผยแพร่ผลศึกษามลภาวะทางเสียงที่กำลังเพิ่มสูงขึ้น เพื่อสร้างความตระหนักถึง ซึ่งการใช้รถยนต์ไฟฟ้า 100%สามารถจัดการกับความเสี่ยงที่กำลังเพิ่มขึ้นนี้

   จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก (WHO) การได้รับมลภาวะทางเสียงในระยะยาว จากการจราจรที่สูงกว่า 53 เดซิเบล (dB) อาจส่งผลให้เกิดผลเสียต่อสุขภาพ เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคหลอดเลือดหัวใจ การสูญเสียการได้ยิน หรือแม้กระทั่งภาวะหัวใจวาย ซึ่งระดับเสียงรบกวนที่เกิดขึ้น ทั่วทั้งเอเชียและเมืองใหญ่ของโอเชียเนียอย่าง กรุงเทพ, โฮจิมินห์ซิตี้, จาการ์ตา, ฮ่องกง, มะนิลา, เมลเบิร์น, สิงคโปร์,และ โซล โดยเฉลี่ยอยู่ที่ 76เดซิเบล หรือเกือบ 4 เท่าของระดับเสียงที่เหมาะสม โดยเสียงรบกวนเหล่านี้ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่า ส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้อยู่อาศัยในเมือง เมื่อเวลาผ่านไปและเทียบเท่ากับเสียงรบกวนจากนาฬิกาปลุกเสียงเรียกเข้า (ประมาณ 80 เดซิเบล) ในทางกลับกันระดับมลภาวะทางเสียงที่ลดลงจะสามารถลดความรู้สึกหงุดหงิดบนท้องถนน เพิ่มประสิทธิภาพด้านการรับรู้ และให้ผลดีหลายด้านเพิ่มมากขึ้น

   และเพื่อให้ความรู้เกี่ยวกับปัญหาสุขภาพที่จะเพิ่มมากขึ้น นิสสันได้ทำการวัด และเปรียบเทียบระดับเสียงของถนนในเมืองทั่วไป กับถนนที่มีระดับเสียงจากรถยนต์ไฟฟ้า 100%โดยใช้เครื่องวัดระดับเสียง ผลลัพธ์แสดงระดับเสียงรบกวนบนท้องถนนทั่วไปสูงสุดที่ 90เดซิเบลเมื่อเทียบกับเสียงที่เกิดจากรถยนต์ไฟฟ้า อย่าง    นิสสัน ลีฟ เกิดเสียงดังเพียง 21เดซิเบลหรือมีความเงียบกว่าห้องสมุด (ประมาณ 30 เดซิเบล) และเมื่อเปรียบเทียบกับค่าเฉลี่ยของเสียงที่มาจากเครื่องยนต์ที่ใช้น้ำมันเบนซินหรือดีเซล ที่ประมาณ 76 เดซิเบลรถยนต์ไฟฟ้าจะเป็นตัวเลือกที่ช่วยลดมลพิษทางเสียงจากการจราจร ประโยชน์ที่ได้รับในระดับสังคมอาจรวมถึงมูลค่าทรัพย์สินที่จะเพิ่มมากขึ้น และเพิ่มจำนวนกิจกรรมต่างๆจากผู้ที่ใช้สัญจรไปมารวมถึงการปฏิสัมพันธ์ของสังคมที่เพิ่มมากขึ้น

   “อัตราการขยายตัวของเมืองในเอเชียนั้นเพิ่มขึ้น ทำให้มลภาวะทางเสียงกลายเป็นปัญหาที่สำคัญ ซึ่งเราสามารถรวมตัวกันเพื่อลดปัญหานี้ และจากการทดสอบนี้ บ่งชี้ว่ารถยนต์ไฟฟ้า 100% อย่าง นิสสัน ลีฟ ซึ่งมีระบบขับเคลื่อนที่เงียบ และไร้มลพิษ จะมีศักยภาพในการลดปัญหามลพิษจากสิ่งแวดล้อมได้เป็นอย่างสูงโดยเฉพาะในกลุ่มประเทศเอเชียและโอเชียเนีย” ยูตากะ ซานาดะ รองประธานอาวุโสประจำภูมิภาคของเอเชีย และโอเชียเนียกล่าว “ในขณะที่เราก้าวไปสู่อนาคต นิสสันมุ่งมั่นการเปลี่ยนวิธีการขับเคลื่อน การใช้พลังงาน และการเชื่อมต่ออย่างต่อเนื่องโดยมีเป้าหมายในการเพิ่มคุณค่า เพื่อสร้างแรงบันดาลใจกับเมืองให้มีความน่าอยู่และมีความสุขมากขึ้นในอนาคต”

 
 

AUTO NEWS : นิสสัน นำเสนอรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมสนับสนุนกรุงเทพฯ เดินหน้าสู่เมืองอัจฉริยะ รถยนต์ไฟฟ้า นิสสัน ลีฟ จะเป็นแนวทางนำไปสู่การขับเคลื่อนแบบใหม่ และยั่งยืน

Friday, 29 March 2019 17:39

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสันนำรถยนต์ทุกรุ่นมาแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40ตั้งแต่วันที่ 27มีนาคม ถึง 7เมษายน 2562ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี ชูรถยนต์ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมเพื่อเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต และการขับขี่ของทุกคน

   รัฐบาลไทยให้ความสำคัญ และมุ่งดำเนินการส่งเสริมการขับเคลื่อนอัจฉริยะ ขยายโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะรวมถึงโซลูชันสำหรับการขนส่งอัจฉริยะ ในขณะเดียวกันนิสสัน เดินหน้าสนับสนุนการดำเนินงานด้านนี้ไปพร้อมกัน เช่น การนำเสนอ นิสสัน ลีฟ ใหม่ รถยนต์ไร้มลพิษขับเคลื่อนด้วยระบบไฟฟ้า 100เปอร์เซ็นต์ และพร้อมจะส่งมอบให้แก่ลูกค้าชาวไทยตั้งแต่ปลายเดือนเมษายน พ.ศ. 2562นี้ รวมถึงรถเอสยูวี ไฮบริด อย่างนิสสัน เอ็กซ์เทรล ไฮบริด

   ในฐานะผู้นำรถยนต์ไฟฟ้า นิสสันไม่เพียงแต่นำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ แต่ยังส่งเสริม และสนับสนุนให้เกิดการยอมรับ และการขยายตัวของโครงสร้างพื้นฐานเพื่อยานยนต์พลังงานไฟฟ้า เช่นเดียวกับที่ได้ดำเนินการแล้วในประเทศอื่นๆ ทั่วโลก

   นิสสัน ยังให้การสนับสนุนกรุงเทพมหานคร โดยมุ่งเน้นที่โครงสร้างพื้นฐานเพื่อก่อให้เกิดสภาพแวดล้อมที่มีคุณภาพ อันจะช่วยลดปัญหาด้านการขนส่ง เพื่อให้กลายเป็นเมืองอัจฉริยะ โดยนิสสัน ได้ทำงานร่วมกับบริษัทวิจัยอย่าง ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน (Frost & Sullivan) ในการศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบทบาทของนิสสัน ในการนำเสนอนวัตกรรมเพื่อก้าวไปสู่ความเป็นเมืองแห่งอนาคต

   กรุงเทพฯ เป็นหนึ่งในเมืองที่มีการสำรวจในครั้งนี้ แม้ผลการสำรวจจะพบว่า กรุงเทพฯ จำเป็นต้องมีการพัฒนาอีกหลายด้านเพื่อก้าวสู่สมาร์ทซิตี้ ภายใต้คำจำกัดความของ ฟรอสต์ แอนด์ ซัลลิแวน รัฐบาลไทยกำลังดำเนินการหลายขั้นตอนเพื่อนำเสนอปัญหาและโอกาสในการพัฒนาประเทศไทยเพื่อที่จะดำเนินการต่อไป ซึ่งรวมถึง:

·       การดำเนินงานเพื่อเปลี่ยนกรุงเทพฯ ให้กลายเป็นศูนย์กลางเทคโนโลยีตามวิสัยทัศน์เชิงนโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศไทย หรือ ประเทศไทย 4.0

·       การพัฒนาระบบการขนส่ง “ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม” เพื่อจัดการกับปัญหามลพิษที่เพิ่มขึ้น และความแออัดของการจราจร ซึ่งรัฐบาลมีแผนแม่บทการขนส่งที่ยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม และเป็นส่วนหนึ่งในกลยุทธ์การพัฒนาเศรษฐกิจไปสู่สังคมเมืองที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม โดยจุดเริ่มต้นที่สำคัญในกรุงเทพฯนี้ รวมถึงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานการขนส่งให้เชื่อมโยงระหว่างกันอย่างราบรื่น และส่งเสริมการใช้นวัตกรรมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

·       มีการเริ่มดำเนินการตามแผนงานเพื่อส่งเสริมให้คนไทยใช้รถยนต์ไฟฟ้า ซึ่งส่วนใหญ่จะจำหน่ายในกรุงเทพฯ ซึ่งกรุงเทพฯ กำลังก้าวเข้าสู่ยุคของรถยนต์ไฟฟ้า ภายในปี พ.ศ. 2579กระทรวงพลังงานได้ตั้งเป้าหมายว่า จะมีสถานีชาร์จในกรุงเทพฯ จำนวน 690แห่ง และมีรถยนต์ไฟฟ้า 1.2ล้านคันทั่วประเทศ

·       การรวบรวมระบบขนส่งสาธารณะกับโครงสร้างพื้นฐานของการพัฒนารถไฟฟ้าขนส่งมวลชน ให้สามารถใช้บัตรโดยสารร่วมกันได้ เพื่อให้เกิดการใช้งานอย่างแพร่หลาย  อีกทั้งบริการใหม่ต่าง ๆ เช่น การแบ่งปันการขับขี่ (ride sharing) และบริการร่วมเดินทาง (ride hailing) แสดงให้เห็นว่า กรุงเทพฯ มีความสามารถและโครงสร้างพื้นฐานเพื่อรองรับโซลูชันการเคลื่อนที่สำหรับยุคต่อไป

·       การเชิญนักลงทุนต่างชาติเข้าร่วมลงทุนระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน เพื่อเดินหน้าแผนงาน 'เมืองอัจฉริยะ' รวมถึงกลยุทธ์ การขนส่งอัจฉริยะ (Smart Transportation) การเคลื่อนที่อัจฉริยะ (Smart Mobility) และการดำรงชีวิตอัจฉริยะ (Smart Living)

   เมื่อเร็วๆ นี้ นิสสัน ยังแสดงความพร้อมที่จะสนับสนุนรัฐบาลไทย ในการช่วยยกระดับมาตรฐานการปล่อยมลพิษของรถยนต์ใหม่เป็นมาตรฐานยูโร 5ซึ่งนิสสัน ยังคงมุ่งมั่นที่จะสร้างความมั่นใจแก่รถยนต์ของนิสสัน ที่จำหน่ายในประเทศไทยจะได้รับมาตรฐานไอเสียยูโร 5ภายในปี พ.ศ. 2565อีกด้วย

   “นิสสัน ภูมิใจในการสนับสนุนรัฐบาลไทยในการช่วยปรับปรุงคุณภาพอากาศในท้องถิ่นและลดมลพิษฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ในวิธีที่ยั่งยืน ผ่านเทคโนโลยีที่ทันสมัยและรถยนต์ไฟฟ้าอย่าง    นิสสัน ลีฟ และรถยนต์ไฮบริดอย่างเอ็กซ์เทรล” อันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทยกล่าว “และนิสสัน ยังคงมอบทางเลือกที่หลากหลายให้กับลูกค้าชาวไทยของเรา เรามีความภาคภูมิใจในผลิตภัณฑ์ยานยนต์ที่ให้ความประทับใจและครบครันทุกเซ็กเมนต์มากที่สุดในงานมอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 นี้”

   รถยนต์ของนิสสันที่ให้ความตื่นเต้นครบทุกเซ็กเมนต์เหล่านี้ พร้อมจัดแสดงในงาน ตั้งแต่นิสสัน เอ็กซ์เทรล ใหม่ รถเอสยูวีอัจฉริยะ ด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยวและสปอร์ต เช่นเดียวกับนิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ รุ่นปี 2019รถกระบะที่สมบุกสมบันสำหรับงานหนัก ไปจนถึงนิสสัน ลีฟ ใหม่ รถยนต์ไฟฟ้าที่ขายดีที่สุดในโลก ที่เป็นสัญลักษณ์ของแนวคิดการเคลื่อนที่อัจฉริยะของนิสสัน หรือ นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility)

   ผู้สนใจสามารถทดลองขับรถยนต์นิสสัน พร้อมสามารถจองรถยนต์ ได้ที่บูธของนิสสัน ในงานมอเตอร์โชว์นี้

   นิสสัน ขอเชิญผู้เข้าร่วมงานมอเตอร์โชว์ 2019เข้าเยี่ยมชมบูธของนิสสัน พร้อมสัมผัส 'นวัตกรรมที่น่าตื่นเต้น' ในรถยนต์ทุกรุ่นของนิสสัน ตลอดจนข้อเสนอพิเศษและโปรโมชั่นมากมาย ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 1-3เมืองทองธานี

 
 

AUTO NEWS : MG เผยลูกค้าคนไทยให้การต้อนรับ NEW MG V80 สูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้เท่านั้น

Friday, 12 April 2019 16:35

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทยเผยความสำเร็จจากการเปิดตัว NEW MG V80ในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40ด้วยยอดจองสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ สะท้อนให้เห็นถึงการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุด พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่สนใจถึงสิ้นเดือนมิถุนายนนี้เท่านั้น

   นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่า “งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ถือเป็นหนึ่งในงานแสดงรถยนต์ที่ใหญ่สุดของภูมิภาคนี้ที่ได้รับความไว้วางใจจากผู้ผลิตรถยนต์ที่ได้นำรถรุ่นต่างๆ มาจัดแสดงและเปิดตัวหลากหลายรุ่นซึ่งได้รับความสนใจจากลูกค้าเข้าร่วมชมงานเป็นจำนวนมาก  สำหรับเอ็มจี เราก็ถือโอกาสดังกล่าวเปิดตัว NEW MG V80ซึ่งเป็นรถ Passenger van 11 ที่นั่ง เพื่อเติมเต็มเซ็กเมนท์ (segment)ของรถยนต์ภายใต้แบรนด์เอ็มจี และตอบสนองความตัองการของกลุ่มลูกค้าที่มองหารถยนต์ที่มีห้องโดยสารที่กว้างขวางนั่งสะดวกสบายสำหรับการเดินทางของครอบครัวและหมู่คณะ ซึ่งจากคุณสมบัติเด่นของNEW MG V80ที่มีการออกแบบด้วยการวางเครื่องยนต์ด้านหน้าสไตล์รถยุโรปประกอบกับใช้ระบบขับเคลื่อนแบบล้อหน้าที่ทำให้พื้นที่ห้องโดยสารเป็นแบบแบนราบและมีความโอ่โถง สามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้ภายในห้องโดยสาร พร้อมประตูสไลด์ข้าง 2 บาน และบันไดไฟฟ้าแบบอัตโนมัติ อีกทั้งยังมีประตูท้ายบานคู่ที่เปิดได้กว้าง 180 องศา ตลอดจนมีสมรรถนะที่เพียงพอกับความต้องการด้วยเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดที่ 136 แรงม้า และระบบความปลอดภัยที่ครบครัน ทำให้รถรุ่นดังกล่าวได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า ด้วยยอดจองภายในงานกว่า 120 คัน ซึ่งถือว่าสูงกว่าเป้าหมายที่วางไว้ อีกทั้งยังทำให้ยอดจองรถยนต์รวมของเอ็มจีภายในงานมอเตอร์โชว์ปีนี้สูงถึง 2,225 คัน เติบโตขึ้น 11.5%เมื่อเทียบกับงานมอเตอร์โชว์ในปีที่ผ่านมา”

   อย่างไรก็ตามลูกค้าที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์NEW MG V80ในช่วงนี้จะยังคงได้รับข้อเสนอพิเศษเป็นส่วนลด หรือวงเงินที่ใช้เพื่อการตกแต่งมูลค่า “65,000 บาท”ไปจนถึงวันที่ 30 มิถุนายน 2562ดังนี้

  • NEW MG V80รุ่น 2.5L MT                 ราคา 923,000 บาท จากราคาปกติ 988,000 บาท
  • NEW MG V80 รุ่น 2.5L SELEMATIC  ราคา 973,000 บาท จากราคาปกติ 1,038,000 บาท

   สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจอง “NEW MG V80” และรถยนต์รุ่นต่างๆของ เอ็มจี   ได้ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์   MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือเว็บไซต์ www.mgcars.com

 
 

AUTO NEWS : โตโยต้ามอบรางวัลแก่ผู้โชคดี จากกิจกรรมลุ้นรับรถโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ชนะการแข่งขัน Toyota Executive Charity Race

Sunday, 31 March 2019 19:55

 

 

 

 

 

 

 

 

    มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดส่งมอบรถโตโยต้า   ไฮลักซ์ รีโว่ ให้กับ คุณสุทธิรักษ์ รักษาพล ผู้โชคดีจากกิจกรรมลุ้นรับรถโตโยต้า ไฮลักซ์ รีโว่ ที่ชนะจากการแข่งขันพิเศษ Toyota Executive Charity Race 2018ซึ่งจัดขึ้นเมื่อ 28ตุลาคม ปีที่ผ่านมา ณ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์

   ทั้งนี้ การแข่งขันพิเศษToyota Executive Charity Race 2018เป็นการนำรถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่ ดับเบิ้ลแค็บ 4x2 จำนวน 6 คัน ทำการแข่งขันโดยผู้บริหารโตโยต้า และประธานชมรมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า เพื่อนำเงินรางวัลจากการแข่งขันมอบให้กับมูลนิธิ และโรงพยาบาลในจังหวัดบุรีรัมย์รวม 6 แห่ง ได้แก่ มูลนิธิ ซี.ซี.เอฟ. เพื่อเด็กและเยาวชน ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ  สยามบรมราชกุมารี มูลนิธิบ้านแห่งความหวังบุรีรัมย์ บ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดบุรีรัมย์  สถานพินิจและคุ้มครองเด็กและเยาวชนจังหวัดบุรีรัมย์ มูลนิธิสว่างจรรยาธรรมและโรงพยาบาลบุรีรัมย์

โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข

 
 

AUTO NEWS : เอ็มจีแนะนำ “NEW MG V80” รถยนต์ Passenger van 11 ที่นั่ง พร้อมราคาพิเศษช่วงเปิดตัว

Sunday, 31 March 2019 19:29

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย ยึดเวทีงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2019 เปิดตัว NEW MG V80รถ passenger van 11 ที่นั่ง เติมเต็มเซ็กเมนท์ (segment)ของรถยนต์ภายใต้แบรนด์เอ็มจี รองรับกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการรถยนต์ขนาดใหญ่เพื่อการเดินทางกับครอบครัวหรือหมู่คณะกับราคาพิเศษ  ช่วงเปิดตัว พร้อมโชว์สุดยอดยนตรกรรม รถต้นแบบ MG ZS EV” รถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของเอ็มจี   ที่สะท้อนแนวทางการพัฒนารถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานทางเลือก (New Energy) ตามวิสัยทัศน์หลักขององค์กรพร้อมนำเสนอโปรโมชั่นและข้อเสนอสุดพิเศษ ณ บูธเอ็มจี หมายเลข A 11 อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค  เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม - 7 เมษายน 2562 นี้

   นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “ปีนี้ ถือเป็นปีที่ 5 ที่เอ็มจีเข้ามาแนะนำแบรนด์และทำตลาดในประเทศไทย ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้นำเสนอยนตรกรรม  ที่มาพร้อมคุณภาพและโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย เพื่อสร้างจุดเปลี่ยนให้กับวงการยานยนต์ไทย โดยที่ผ่านมาเราได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยม ประสบความสำเร็จเหนือความคาดหมายด้วยยอดขายรวมในประเทศกว่า 50,000 คัน ในระยะเวลาไม่ถึง 5 ปี และพร้อมเดินหน้าสร้างสรรค์และนำเสนอรถยนต์คุณภาพเพื่อเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคอย่างต่อเนื่อง  

   “จากการศึกษาภาพรวมของตลาดรถยนต์นั่งแบบ Passenger Vanเราพบว่ายังมีกลุ่มลูกค้าที่มองหารถ Passenger Van ที่มีห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบาย และมีความปลอดภัยสูง ตลอดจนมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเดินทาง           ของสมาชิกในครอบครัวหรือหมู่คณะ และสามารถรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวันและการเดินทางท่องเที่ยว           ซึ่งปัจจุบันรถในกลุ่มดังกล่าวยังมีตัวเลือกไม่มากนัก ในขณะเดียวกันรถยนต์ขนาด 11 ที่นั่งทั่วไปยังไม่สามารถ         ตอบโจทย์ด้านความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความโอ่โถงของห้องโดยสารได้  เราจึงแนะนำ New MG V80 มาเป็นหนึ่งทางเลือกเพื่อตอบโจทย์ลูกค้าที่ต้องการรถ Passenger Van ขนาด 11 ที่นั่ง ดังกล่าว” นายพงษ์ศักดิ์กล่าว

“NEW MG V80” LET’S MOVE: ไปด้วยกันได้มากกว่า ความรู้สึกดีๆ ก็มากขึ้น

   “NEW MG V80”รถยนต์ Passenger van ขนาด 11 ที่นั่ง ที่มีความโดดเด่นด้านความกว้างขวาง โอ่โถง สะดวกสบาย ด้วยการวางเครื่องยนต์ด้านหน้าสไตล์รถยุโรป อีกทั้งมีมิติตัวถังที่กว้างและสูง ประกอบกับใช้ระบบขับเคลื่อนแบบล้อหน้าจึงทำให้พื้นที่ห้องโดยสารเป็นแบบแบนราบ (Flat floor) และมีความโอ่โถง สามารถเดินเชื่อมต่อถึงกันได้ภายในห้องโดยสาร (Walk Through) สะดวกสบายด้วยประตูสไลด์ข้าง 2 บาน พร้อมบันไดไฟฟ้า          แบบอัตโนมัติช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขึ้น-ลงนอกจากนี้ยังมีประตูท้ายบานคู่แบบ 50 : 50 ที่เปิดได้กว้าง 180 องศา ช่วยให้การขนสัมภาระสะดวกสบายยิ่งขึ้น

   “NEW MG V80”มาพร้อมขุมพลังจากเครื่องยนต์ดีเซล เทอร์โบ ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุดที่ 136 แรงม้า แรงบิดที่ 330 นิวตัน-เมตร พร้อมช่วงล่างที่ให้เสถียรภาพในการขับขี่ที่มั่นคงในแบบฉบับของรถยุโรปและมีระบบ ความปลอดภัยครบครันทั้งโครงสร้างตัวถังนิรภัย (BFI – Body Frameless Integrated) ดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ                   และ 7 ระบบความปลอดภัยใน ESP (Electronic Stability Program)ซึ่งทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียวจึงช่วยเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่

   “NEW MG V80”มีให้เลือก 2 รุ่น คือ 2.5L SELEMATIC และ รุ่น 2.5L MT พร้อมสีตัวถัง 3 สี ได้แก่ สีดำ (Exotic Black) สีขาว (Radiant White) และ สีเทา (Anchor Grey) โดยจะเปิดรับจองอย่างเป็นทางการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และพร้อมส่งมอบให้กับลูกค้าตั้งแต่ปลายเดือนเมษายนนี้

“รถต้นแบบ MGZS EV รถยนต์พลังงานไฟฟ้า”

   นอกจากการเปิดตัว “NEW MG V80”แล้ว เอ็มจียังได้นำ “รถต้นแบบรุ่น MG ZS EV”ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นแรกของเอ็มจี มาเผยโฉมในประเทศไทย ก่อนที่จะวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการภายในปีนี้ เพื่อแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนารถยนต์ของเอ็มจีที่ต้องการยกระดับประสบการณ์การขับขี่และขับเคลื่อนธุรกิจยานยนต์ในอนาคตด้วยรถยนต์ที่ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าซึ่งเป็นหนึ่งในวิสัยทัศน์ของ SAIC Motorซึ่งเป็นบริษัทแม่ของเอ็มจี

   โดยรถต้นแบบรุ่น MG ZS EVเป็นยนตรกรรมที่ใช้เทคโนโลยีพลังงานทางเลือกใหม่ “NetGreen”ของ SAIC  โดดเด่นด้วยการเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100% ที่ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์  (150 แรงม้า) และสามารถวิ่งด้วยความเร็วคงที่ได้ไกลสูงสุดถึง 428 กิโลเมตรต่อการชาร์จเต็ม 1 ครั้ง หรือ 335 กิโลเมตร ตามมาตรฐาน NEDC ของยุโรป นอกจากนี้ MG ZS EVยังมีรูปลักษณ์ที่โดดเด่นในแบบฉบับรถยนต์ SUV และการติดตั้งระบบการเชื่อมต่ออัจฉริยะในรถยนต์ที่พร้อมตอบสนองความต้องการของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการรถยนต์ไฟฟ้าบริสุทธิ์ซึ่งเป็นเทรนด์ของรถยนต์ในอนาคต  ซึ่งรถยนต์พลังงานไฟฟ้ารุ่นนี้มีกำหนดเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่สาธารณรัฐประชาชนจีน   ในเร็วๆ นี้ ก่อนที่จะทยอยแนะนำสู่ประเทศชั้นนำต่างๆ ทั้ง อังกฤษ เยอรมัน และอีกหลายประเทศทั่วโลก

“ข้อเสนอพิเศษในงาน Bangkok International Motor Show”

- ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์เอ็มจีภายในงาน Motor Show 2019 และที่โชว์รูมรถยนต์เอ็มจี         ทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายนนี้ และรับรถภายในวันที่ 30 เมษายน นี้เท่านั้น

-      New MG 3          : เลือกรับดาวน์เริ่มต้น 5% เพียง 25,950 บาท*  หรือ

                          รับฟรีชุดแต่ง Body Kit รอบคัน

-      MG ZS  : ผ่อนเพียง 6,790 บาท ต่อเดือน*

-      MG 5                 :ดอกเบี้ย0% นาน 5 ปี*

-      MG GS 1.5T       :ดอกเบี้ย0% นาน 5 ปี*

- สำหรับ MG 3, MG ZS, MG 5 และ MGGSรับฟรีประกันภัยชั้น 1 พร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี                        และการรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร*

* ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสถาบันการเงินที่ร่วมรายการ

สำหรับผู้ที่สนใจสามารถจอง “NEW MG V80” และชม “รถต้นแบบ MG ZS EVพร้อมรถยนต์รุ่นต่างๆของ เอ็มจี    ได้ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2562 ณ อาคาร             ชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี หรือ ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์  MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือเว็บไซต์ www.mgcars.com

 
 

AUTO NEWS : ฮุนไดเปิดตัวโคน่า อิเล็คทริค และ เอช-วัน ลิมิเต็ด ทรี ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งที่ 40

Thursday, 28 March 2019 19:40

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัทฮุนได มอเตอร์  (ไทยแลนด์) จำกัดนำรถยนต์พลังงานไฟฟ้าครอสโอเวอร์รุ่นล่าสุด “โคน่า  อิเล็คทริค” และรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่ขายดีที่สุดรุ่นพิเศษ “เอช-วัน ลิมิเต็ด ทรี” มาเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40”

   ปีนี้เป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปีของการจัดงานมอเตอร์โชว์ คอนเซ็ปต์งานในครั้งนี้คือ “สุนทรียภาพทางอารมณ์” ซึ่งสื่อถึงการที่ยานยนต์ได้เข้ามามีบทบาทในปัจจุบันมากขึ้น ยานยนต์มิได้เป็นเพียงแค่สิ่งจำเป็นสำหรับผู้คนจำนวนมากเท่านั้น แต่ยังเข้ามาอำนวยความสะดวกในหลายๆด้าน เป็นทั้งยานพาหนะในการเดินทาง และยังใช้สำหรับขนส่งสินค้าไปยังที่ต่างๆด้วย เห็นได้ว่ายานยนต์ได้กลายเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในชีวิตประจำวันของพวกเรา

   มร.โตชิฮิเดะ อาโนะ ประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัดกล่าวว่า “ในปีที่ผ่านมา อุตสาหกรรมยานยนต์มีอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นจากปี 2560 ถึง 20เปอร์เซ็นต์ โดยมียอดจำหน่ายเกินกว่า 1 ล้านคัน และเราหวังว่าลูกค้าจะยังอยู่ในอารมณ์อยากใช้จ่ายต่อไปในปีนี้”

   “เราเชื่อว่าปัจจัยหลักที่ช่วยกระตุ้นการเติบโตของตลาดคือ นวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ใหม่  ผู้บริโภคปัจจุบันกำลังมองหารถยนต์ที่เป็นได้มากกว่ายานพาหนะ เห็นได้ชัดเจนว่าพวกเขาคำนึงถึงเรื่องค่าใช้จ่ายและผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมด้วย”

   “ดังนั้นเราจึงนำ ฮุนได โคน่า อิเล็กทริค ซึ่งเป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม มาเปิดตัวในงานนี้”

   “โคน่า อิเล็กทริค เพิ่งเปิดตัวครั้งแรกในโลกที่ยุโรปเมื่อไม่นานมานี้ และผมสามารถพูดได้อย่างภาคภูมิใจว่าประเทศไทยคือหนึ่งในไม่กี่ประเทศที่ได้นำรถรุ่นนี้เข้ามาทำตลาด เพราะนอกจากรถรุ่นนี้จะช่วยเรื่องประหยัดค่าใช้จ่ายแล้ว ยังส่งผลดีต่อสิ่งแวดล้อมด้วย” มร.อาโนะ กล่าวเสริม

   โคน่า อิเล็คทริค มีรูปลักษณ์ที่ทรงพลัง ผสมผสานความแข็งแกร่งของรถเอสยูวี และความแรงของระบบส่งกำลัง    โคน่า อิเล็คทริคได้รับการพัฒนาแนวคิดด้านการออกแบบเดียวกันกับรถยนต์ โคน่า ที่เน้นความเป็นยานยนต์ที่จะพาคุณไปได้ทุกที่ โดดเด่นและแตกต่างที่กระจังหน้าแบบปิด เน้นความเรียบง่ายมีสไตล์ การออกแบบภายนอกมีเอกลักษณ์ด้วยไฟคอมโพสิทช่วยให้ความสว่างได้มากยิ่งขึ้น ไฟส่องสว่างเวลากลางวันอยู่ตำแหน่งด้านบนของไฟหน้าแอลอีดี ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานของรถยนต์รุ่นนี้  สีภายนอกเป็นแบบทูโทน มีให้เลือกทั้งสีขาว ชอล์ก ไวท์ และสีดำ ดาร์ค ไนท์  มาพร้อมหลังคาสีดำ แฟนทอม แบล็ค ซึ่งจะเป็นสีมาตรฐานของทุกรุ่น นอกจากนี้ยังมีอีก 5 สีให้ลูกค้าเลือกสั่งได้ตามต้องการ ได้แก่ สีส้ม แทงเจอรีน คอมเม็ท, เหลือง เอซิด เยลโล,แดง พัลส์ เรด, ฟ้า เซรามิค บลู และสีเทา กาแล็คทิค เกรย์

   ภายในตกแต่งด้วยเบาะหนังสีดำ คอนโซลกลางแบบบริดจ์สไตล์ พร้อมปุ่มควบคุมระบบเกียร์ Shift-by-wire    ใช้งานง่ายเพียงพลายนิ้วสัมผัส

   ฮุนได โคน่า อิเล็คทริก มีให้เลือกสองรุ่นด้วยกัน แตกต่างกันที่ระยะการขับขี่  รุ่น SEL ให้พลังงานยาว 64กิโลวัตต์ชั่วโมง ขับได้ระยะไกลถึง 482 กิโลเมตร (จากการทดสอบ WLTP)ให้กำลังสูงสุด 204 แรงม้า แรงบิดสูงถึง 395 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตรใช้เวลาเพียง 7.6 วินาที  ผู้ทดลองขับและลูกค้าต่างยืนยันได้ว่ารถรุ่นนี้ขับสนุกได้เพียงใด

   รุ่น SE ใช้แบตเตอรี่ระยะสั้นแบบให้พลังงาน 39.2กิโลวัตต์ชั่วโมง สามารถขับได้ระยะทาง 312 กิโลเมตร (จากการทดสอบ WLTP) ให้กำลังสูงสุด 136 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 395 นิวตันเมตร อัตราเร่ง 0-100 กิโลเมตร  ใช้เวลาเพียง 9.7 วินาที เหมาะสำหรับการขับขี่ในเมือง

   ทั้งสองรุ่นมาพร้อมราคาที่เร้าใจและสามารถแข่งขันได้  โดยรุ่นSEL มีราคาเริ่มต้นที่ 2,259,000 บาท และ ในรุ่น SE ราคา 1,849,000 บาท

   โคน่า อิเล็คทริค ได้รับการการตอบรับอย่างดีจากสื่อมวลชนสายยานยนต์และลูกค้า จนเป็นที่ยอมรับและได้รับรางวัลมากมาย อาทิ รางวัลNorth American Utility Vehicle of the Year จากสหรัฐอเมริกา, รางวัล 2019 Edmunds Editor’s choice, รางวัล Next Green Car จากอังกฤษ และรางวัล Best Car of the Yearจากสเปน” มร.อาโนะ กล่าว

   สำหรับลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์ซีดาน พลังงานไฟฟ้า  ฮุนได ไอออนิค อิเล็คทริค เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่กำลังได้รับความนิยมในกลุ่มรถยนต์ปราศจากมลพิษ หลังจากที่ฮุนไดนำ ไอออนิค อิเล็คทริค เข้ามาทำตลาดในปีที่ผ่านมา ก็ได้รับการยอมรับให้เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่คุ้มค่าที่สุดในประเทศไทย โดยลูกค้าที่ซื้อรถยนต์พลังงานไฟฟ้าทุกรุ่นจากฮุนได ไม่ว่าจะเป็น โคน่า อิเล็คทริค หรือ ไอออนิค อิเล็คทริค จะได้รับประกันคุณภาพนาน 3 ปี และรับประกันแบตเตอรี่นาน 8 ปี

   นอกจากนี้เรายังได้เปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ รุ่นใหม่ “เอช-วัน ลิมิเต็ด ทรี” ในงานนี้  โดยฮุนไดประเทศไทยต้องการที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์รุ่นพิเศษ ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ดังนั้นเราจึงนำเสนอรุ่นพิเศษที่โดดเด่นด้วยสีภายนอกสีใหม่และออฟชั่นที่เพิ่มมากขึ้น” มร.อาโนะ กล่าว

   “เอช-วัน ลิมิเต็ด ทรี มาพร้อมรูปลักษณ์โฉมใหม่ล่าสุดปี 2018 ภายนอกเป็นสีขาวครีมมี่ หลังคาไฟฟ้าคู่ มูนรูฟ ระบบควบคุมไฟหน้าอัตโนมัติและล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 17 นิ้ว ส่วนภายในได้รับการออกแบบใหม่ด้วยเบาะหนังสีเทา พวงมาลัยหุ้มหนัง และลายไม้สีเทาแบบใหม่” มร.อาโนะ กล่าว

   เอช-วัน ลิมิเต็ด ทรี มีจำหน่ายในประเทศไทยเพียง 300 คันเท่านั้น เปิดตัวด้วยราคาพิเศษเพียง 1,679,000 บาท เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยและระบบบันเทิงต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ, กล้องมองหลัง, กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, ไฟภายในห้องโดยสารแบบ LED และจอแบบสัมผัสขนาด 10.1นิ้วที่หลังหัวหมอนคู่หน้า

   ลูกค้าที่สนใจสามารถเยี่ยมชมและทดลองขับรถยนต์พลังงานไฟฟ้าและรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ได้ที่บู้ธ รถยนต์ฮุนได ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40ตั้งแต่วันที่ 27 มีนาคม - 7เมษายนนี้  ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี  โดยฮุนไดมอบโปรโมชั่นพิเศษสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮุนไดทุกรุ่น รับฟรี ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี และพิเศษสำหรับผู้จองรถยนต์เอช-วัน รุ่นอีลิทและทัวร์ริ่ง รับเพิ่ม ฟรีค่าบำรุงรักษา 30,000กิโลเมตร รายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.hyundai.co.th

 
 

AUTO NEWS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส จัดแสดงกระบะ ไทรทัน รุ่นตกแต่งพิเศษ อีกขั้นของความ ‘แกร่ง ลุยทุกอุปสรรค’

Thursday, 21 March 2019 18:49

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่น ประกาศความพร้อมในการเปิดตัว มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นตกแต่งพิเศษ โชว์โมเดล ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40

   ทั้งนี้ มิตซูบิชิ ไทรทัน รุ่นตกแต่งพิเศษ โชว์โมเดลนี้ได้รับการออกแบบให้ถ่ายทอดเอกลักษณ์และความโดดเด่นของ มิตซูบิชิ ไทรทัน สู่อีกขั้นของความ ‘แกร่งลุยทุกอุปสรรค

 
 

AUTO NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คว้า 13 รางวัลจากเวที Car & Bike of the Year 2019 ตอกย้ำความสำเร็จแห่งการเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมยานยนต์

Monday, 11 March 2019 18:58

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย คว้ารางวัล“Car & Bike of the Year 2019”ยอดเยี่ยมแห่งปีสูงสุดถึง13 รางวัล ยืนยันคุณภาพและตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและยนตรกรรมระดับพรีเมียม สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

รางวัลCar of the Year 2019สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู

1.    Best Hatchback under 2,000 CC: บีเอ็มดับเบิลยู 118i M Sport

2.    Best Hybrid Sedan under 2,000 CC: บีเอ็มดับเบิลยู 330e M Sport

3.    Best Hybrid Super Car: บีเอ็มดับเบิลยู i8 Roadster

4.    Best Mid-Size Hatchback Diesel: บีเอ็มดับเบิลยู 630d GT M Sport

5.    Best Luxury Car over 3,500 CC: บีเอ็มดับเบิลยู M760Li xDrive

6.    Best Convertible: บีเอ็มดับเบิลยู430i Convertible Luxury

7.    Best Sport Sedan: บีเอ็มดับเบิลยูM5

8.    Best Sport Coupe: บีเอ็มดับเบิลยู M4 Coupe

9.    Best Sport SUV Diesel: บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport

รางวัลCar of the Year 2019สำหรับรถยนต์มินิ

10.Best Sport Hatchback 3 Door: มินิ JCW Hatch

11.Best Sport Hatchback 5 Door: มินิ JCW Clubman ALL4

รางวัลBike of the Year 2019สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด

12.Best Sport Heavy Weight: บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 RR

13.Best Adventure Heavy Weight: บีเอ็มดับเบิลยู F 850 GS

   มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่า “ความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย จากงาน Car & Bike of the Year 2019 กว่า 13 รางวัล เป็นอีกมาตรวัดความสำเร็จของเรา ซึ่งถือว่าเป็นการต่อยอดจากความสำเร็จทางธุรกิจ ที่บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สามารถทุบสถิติยอดขายครบทั้งสามแบรนด์ พร้อมครองอันดับหนึ่งของโลกอีกครั้งด้วยอัตราการเติบโตสูงสุดในเครือข่ายบีเอ็มดับเบิลยูทั่วโลกสองปีซ้อน สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของผู้บริโภค คุณภาพยนตรกรรมเหนือระดับ และศักยภาพของเราในฐานะผู้นำในตลาดรถยนต์หรูระดับโลก”

   รางวัล Car & Bike of the Year 2019 นับเป็นหนึ่งในรางวัลประจำปีที่ทรงเกียรติที่สุดสำหรับผู้ผลิตยานยนต์ในประเทศไทย จัดโดย บริษัท กรังด์ปรีซ์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) ผู้ก่อตั้งและผู้จัดงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในการคัดสรรสุดยอดยนตรกรรมเพื่อผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยให้มีความเจริญก้าวหน้า ทั้งในด้านเทคโนโลยี นวัตกรรม การออกแบบ และการผลิต โดยมีรถยนต์กว่า 132 คัน และรถมอเตอร์ไซค์ 70 คัน เข้าร่วมการทดสอบและรับการประเมินในปีนี้ ตัดสินโดยคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิจากสมาคมผู้สื่อข่าวไทย สมาคมวิศวกรรมยานยนต์ไทย สถาบันวิจัยชั้นนำของมหาวิทยาลัย และนักทดสอบอิสระ

   สำหรับหลักเกณฑ์การพิจารณาCar of the Year 2019 นั้นแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ รายละเอียดต่างๆ ของตัวรถ ตามหัวข้อที่กำหนดไว้ คือ สมรรถนะ ความปลอดภัย เทคโนโลยีพิเศษ กฏเกณฑ์ด้านสิ่งแวดล้อม ความสวยงาม และความคุ้มค่า และส่วนถัดไปคือการขับขี่จริงในสนามทดสอบ เพื่อทดสอบสมรรถนะด้านต่างๆ อาทิ การบังคับควบคุมพวงมาลัย ระบบช่วงล่าง สมรรถนะของเครื่องยนต์ แรงบิด และอัตราเร่งจาก 0-80 กม./ชม. เป็นต้น

   ส่วนหลักการให้คะแนน Bike of the Year 2019 จะแบ่งรถออกเป็น 2 กลุ่มใหญ่ ได้แก่ กลุ่มรถตลาด (มีขนาดความจุไม่เกิน 250 ซี.ซี.) และกลุ่มรถบิ๊กไบค์ (มีขนาดเครื่องยนต์เกิน 300 ซี.ซี.) ซึ่งมีความจุไล่เลี่ยงไปตั้งแต่ รถ Light Weight (มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 499 ซี.ซี.) รถ Middle Weight (มีขนาดเครื่องยนต์ไม่เกิน 799 ซี.ซี.) และรถ Heavy Weight (มีขนาดเครื่องยนต์ตั้งแต่ 800 ซี.ซี. ขึ้นไป) โดยจะรวบรวมคะแนนจากนักทดสอบอิสระ และสื่อมวลชนสายรถจักรยานยนต์ แล้วนำมาทำการหาค่าเฉลี่ย เพื่อจัดอันดับรถที่มีคะแนนสูงสุดในแต่ละประเภทรางวัล

   ในปีนี้ บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด คว้ารางวัลรถยนต์และรถมอเตอร์ไซค์ยอดเยี่ยมแห่งปี (Car & Bike of the Year) มา 13รุ่น ได้แก่

 
 

More Articles...

Page 1 of 57

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )