Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : อีซูซุเปิดสมรภูมิการแข่งขันขับประหยัดในต่างแดนครั้งแรก!! ค้นหา “แชมป์ออฟเดอะ แชมป์ประหยัดน้ำมันอัจฉริยะอีซูซุ” นำ 6 ทีมขับเคี่ยวสุดมันบนเส้นทางปีนัง–มะละกา

Monday, 13 August 2018 17:50

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดจัดแข่งขัน “แชมป์ประหยัดน้ำมันอัจฉริยะ Isuzu Insight Fuel Economy Contest”รอบชิงชนะเลิศบนเส้นทางสุดท้าทายในต่างแดนเป็นครั้งแรก!นำโดยแชมป์รอบคัดเลือก พิสูจน์ความเป็นสุดยอดนักขับอัจฉริยะระดับประเทศบนเส้นทางปีนัง-มะละกา ระยะทาง 520.20 กม. ในเวลา 8 ชั่วโมง โดยเปิดแอร์ตลอดเส้นทาง ภายใต้การคุมเข้มของคณะกรรมการการแข่งขันจากคณะวิศวกรรมศาสตร์ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือและสื่อมวลชนที่ร่วมเป็นสักขีพยาน ตอกย้ำสมรรถนะความประหยัดน้ำมันของรถอีซูซุดีแมคซ์ 1.9ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ขีดสุดแห่งนวัตกรรมเปลี่ยนโลก

   กลุ่มตรีเพชร โดย มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดกล่าวว่า “การแข่งขัน “แชมป์ประหยัดน้ำมันอัจฉริยะ Isuzu Insight Fuel Economy Contest” รอบชิงชนะเลิศ   ถือเป็นครั้งแรกที่อีซูซุได้จัดแข่งขันขับประหยัดน้ำมันในเส้นทางนอกประเทศไทย โดยใช้เส้นทางจากปีนัง–     มะละกา ประเทศมาเลเซีย ระยะทาง 520.20 กม. โดยผู้เข้าแข่งขันทั้ง 6 ทีมซึ่งเป็นแชมป์ในแต่ละเส้นทางของรอบคัดเลือกนั้น จะต้องจับฉลากว่าจะได้ขับรถรุ่นไหน อีกทั้งเส้นทางที่ใช้นั้นไม่ใช่เส้นทางที่เคยขับ     มาก่อน ก็จะยิ่งเพิ่มความยากและความท้าทายในการชิงตำแหน่ง “แชมป์ออฟเดอะแชมป์” เรื่องการขับประหยัดน้ำมันซึ่งเป้าหมายของการจัดกิจกรรมนี้ อีซูซุไม่เพียงต้องการเน้นให้เห็นถึงความโดดเด่นของเครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ และอีซูซุอินไซท์ เทคโนโลยีอัจฉริยะหนึ่งเดียวของอีซูซุที่ช่วยพัฒนาการขับขี่ให้ดีขึ้น ปลอดภัยยิ่งขึ้น และประหยัดน้ำมันมากขึ้นเท่านั้น ยังต้องการให้ผู้ใช้รถชาวไทยเล็งเห็นถึงความสำคัญของการใช้ “น้ำมัน” ทุกหยดอย่างคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพสูงสุดซึ่งผลการแข่งขันและอัตราประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีที่สุดของรถทั้ง 6 คันอยู่ที่ 25.04 กม./ลิตร และทุกคันยังได้คะแนนอีซูซุอินไซท์ 100 คะแนนเต็ม ซึ่งถือว่าสุดยอดมาก การแข่งขันครั้งนี้เป็นการพิสูจน์ความโดดเด่นเรื่องความประหยัดน้ำมันของรถอีซูซุได้อย่างชัดเจน  ซึ่งทักษะการขับประหยัดน้ำมันนั้น ทุก ๆ คนสามารถนำมาใช้ได้จริงในชีวิตประจำวันได้อีกด้วย”

   การแข่งขัน “แชมป์ประหยัดน้ำมันอัจฉริยะอีซูซุ” รอบชิงชนะเลิศนี้ ผู้ร่วมแข่งขันจะต้องขับจากจุดเริ่มต้นถึงจุดสิ้นสุดตามเส้นทาง ระยะทาง และระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งเกณฑ์การตัดสินจะพิจารณาจากผลอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยจาก “รายงานการขับขี่อีซูซุอินไซท์” และในกรณีที่อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเฉลี่ยเท่ากัน จะใช้คะแนนรวมสูงสุดของผลคะแนนการขับขี่จาก “รายงานการขับขี่อีซูซุ  อินไซท์”  มาร่วมในการพิจารณาด้วย  โดยตลอดเส้นทางการแข่งขัน เหล่านักขับจะมีเวลาเพียง 8 ชั่วโมงเศษ ในการขับผ่านเส้นทางต่าง ๆ ที่ไม่คุ้นเคยในสภาพการจราจรปกติของประเทศมาเลเซียที่ค่อนข้างคับคั่งในบางจุด  สะพานข้ามเมืองที่ลาดชัน  และทางขึ้นเขาสุดท้าทาย  ผ่านทางแยกตัดสลับกับเส้นทางถนนปกติเป็นระยะ ในอุณหภูมิกว่า 31 องศาเซลเซียส ซึ่งผู้ที่ทำสถิติประหยัดน้ำมันสูงสุดในแต่ละรุ่นได้รับรางวัล     เงินสด จำนวน 200,000 บาท และรองชนะเลิศได้รับรางวัลเงินสด จำนวน 100,000 บาท พร้อมโล่เกียรติยศ

โดยมีผลการแข่งขันปรากฎดังนี้

- รางวัลชนะเลิศ : รุ่นสเปซแค็บ เกียร์ธรรมดา รถหมายเลข 06: คุณธรรมนูญ ประเสริฐวัฒนากร และ คุณสิตาพร แซ่ตั้ง (อาชีพธุรกิจส่วนตัว)  / สถิติ 25.04 กม./ลิตร

   “สำหรับผม การแข่งขันครั้งนี้เป็นอะไรที่โหดมากครับ เพราะต้องขับระยะทางมากถึง 520.20 กม. ในวันเดียว ภายใน 8 ชั่วโมง ยิ่งต้องมาเจอเส้นทางต่างประเทศที่ไม่ชิน และทางขึ้นภูเขามาก ๆ ประมาณ 80% ของเส้นทางโดยรวมทั้งหมด ยิ่งเพิ่มความยากเข้าไปอีก แต่ก็ได้รับประสบการณ์ที่ดี ใช้น้ำมันได้คุ้มค่ามากครับ เทคโนโลยีอินไซท์ของอีซูซุช่วยพัฒนาทักษะการขับขี่ได้จริง คู่เราเน้นการประสานกันของนักขับและผู้นำทางช่วยดูเส้นทาง คำนวณระยะทางและความเร็วว่า ต้องวิ่ง 70-80 ต่ำสุด หรือไม่ให้เกิน 90-100 กม./ชม. เพราะการขับขี่ในชีวิตจริงให้ประหยัดน้ำมันนั้น ความเร็วควรอยู่ที่ 70-90 กม./ชม.พอแข่งเสร็จเลยมั่นใจมากครับ อยากให้ผู้ใช้รถอีซูซุเข้าร่วมกิจกรรมขับประหยัดน้ำมันกับอีซูซุ เป็นกิจกรรมที่ท้าทายได้ทดสอบสมรรถนะรถ แล้วยังพัฒนาทักษะของตัวเองได้อีกด้วย”  

- รางวัลชนะเลิศ : รุ่นไฮแลนเดอร์ 2 ประตู เกียร์ธรรมดา รถหมายเลข 03: คุณสุเทพ เอี่ยมสำอางค์ และ คุณสมพร ยอดวัน  (อาชีพธุรกิจส่วนตัว) / สถิติ 22.52 กม./ลิตร

   “ประทับใจในการแข่งขันครั้งนี้มากครับ  ได้รู้เทคนิคในการขับประหยัดน้ำมันเพิ่มมากขึ้น ต่อไปก็จะนำไปใช้ต่อในชีวิตจริง  ตลอดการแข่งขันนี้ส่วนที่ยากคือ เส้นทางเพราะเราไม่คุ้น มีขึ้นเขาเยอะด้วย มีง่วงบ้าง ต้องให้คนนำทางช่วยคุยถาม-ตอบกันเรื่องเส้นทางให้สดชื่นขึ้น ตอนแข่งเสร็จก็ยังลุ้น ๆ อยู่ว่าผล       จะออกมาอย่างไร แต่ก็ทำเต็มที่ครับ ซึ่งก็มั่นใจในสมรรถนะของรถอีซูซุ ชอบที่การออกตัวดี เครื่องยนต์วิ่งนิ่มครับ ดีใจครับที่สามารถคว้าแชมป์ในรุ่นไฮแลนเดอร์ 2 ประตู เกียร์ธรรมดามาได้ครับ”

- รางวัลชนะเลิศ : รุ่นไฮแลนเดอร์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ 4 ประตู เกียร์อัตโนมัติรถหมายเลข 02: คุณวุฒินันท์ แก้วนอกเขา และ คุณยุวดี จันทร์เนย (อาชีพธุรกิจส่วนตัว)  /  สถิติ 20.89 กม./ลิตร

   “อุปสรรคในการแข่งครั้งนี้น่าจะเป็นเส้นทางช่วงขึ้นเขา มีทางลาดชันเยอะ ต้องขับด้วยความระมัดระวัง และพยายามเลี้ยงรอบเครื่องยนต์ให้คงที่  เรื่องเวลาก็มีส่วนกดดัน ยิ่งเป็นเส้นทางที่ไม่เคยมาก็กลัวหลง แถมเป็นน้องใหม่ยังไม่เคยแข่งมาก่อน แต่พอผ่านมาได้ก็ลุ้นอยู่ว่าผลจะดีมั้ย สถิติที่ทำได้คือ 20.89 กม./ลิตร ผมมองว่าอีซูซุอินไซท์เป็นสิ่งที่ดีมาก ๆ ช่วยให้เราขับได้ประหยัดขึ้น ขับเก่งขึ้น รู้ข้อผิดพลาดในการขับขี่ของตัวเอง แล้วเอามาปรับเรื่อย ๆ ในชีวิตประจำวัน ครั้งนี้ถือว่าโชคดีเพราะจับฉลากได้รุ่นเดียวกับที่ใช้ในปัจจุบัน ก็ทำเต็มที่ครับ มาขับไกล ๆ แบบนี้ไม่ต้องห่วงเลยเพราะเชื่อมั่นเรื่องสมรรถนะของรถอีซูซุ ชอบที่ช่วงล่างหนึบ ความปลอดภัยสูง”

   และเมื่อเสร็จสิ้นภารกิจพิชิตความเป็นเจ้าแห่ง “แชมป์ประหยัดน้ำมันอัจฉริยะอีซูซุ” เรียบร้อยแล้ว อีซูซุได้นำเหล่าผู้เข้าแข่งขันทั้ง 12 ท่าน ท่องเที่ยวเมืองมะละกา เมืองแห่งประวัติศาสตร์ที่สำคัญของประเทศมาเลเซีย ล่องเรือมะละกา ริเวอร์ ครูซ ชมทัศนียภาพสุดงามของสตรีทอาร์ตตลอด 2 ฝั่งลำน้ำ และเดินทางต่อสู่เมืองปูตราจายา เมืองใหม่ทางตอนใต้ของกัวลาลัมเปอร์ ที่ถือกำเนิดขึ้นจากแนวคิดของ ดร.มหาเธร์     โมฮัมหมัด นายกรัฐมนตรีของประเทศมาเลเซีย ปัจจุบันใช้เป็นศูนย์กลางทางราชการของประเทศ เพียบพร้อมไปด้วยระบบสาธารณูปโภคอย่างเป็นระบบ มีสถาปัตยกรรมโดดเด่นเป็นแลนด์มาร์คหลายแห่ง เช่น มัสยิดปูตรา (มัสยิดสีชมพู) และทะเลสาบปูตราจายา ก่อนเดินทางกลับสู่ประเทศไทยโดยสวัสดิภาพ

 
 

AUTU NEWS : รายงานถึงกระทรวงขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานและที่ดินของญี่ปุ่น เรื่องมาตรการการประหยัดน้ำมันและการปล่อยไอเสีย

Saturday, 11 August 2018 17:21

   มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่นได้นำส่งรายงานไปยังกระทรวงขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานและที่ดินของญี่ปุ่น (MLIT) เนื่องจากได้มีการตรวจสอบในเรื่องการทดสอบด้านการประหยัดน้ำมันและการปล่อยไอเสียระหว่างตรวจสอบในเรื่องยานยนต์ในขั้นตอนสุดท้าย การตรวจสอบนี้ได้รับคำร้องจากกระทรวงขนส่ง โครงสร้างพื้นฐานและที่ดินของญี่ปุ่น (หมายเลข 674) ที่ออกหนังสือไปยังผู้ผลิตรถยนต์ในวันที่ 9 กรกฎาคมหลังจากพบว่ามีการปลอมแปลงผลการทดสอบในบริษัทอื่น

ข้อมูลหลักในรายงาน

   การตรวจสอบได้ครอบคลุมเรื่องการทดสอบการประหยัดน้ำมัน และการปล่อยไอเสียตามมาตรฐาน JC08 ของประเทศญี่ปุ่น และตามมาตรฐานสากล หรือ WLTC ซึ่งได้รับการยืนยัน ดังนี้

1.      ไม่มีการเปลี่ยนแปลง หรือ แก้ไขข้อมูลในโหมดการทดสอบทั้งสอง คือ การทดสอบตามมาตรฐาน JC08และ WLTC

2.      ผลการทดสอบรวมถึงความผิดพลาดในเรื่องการทดสอบบนช่วงความเร็วที่กำหนด (Speed TraceDeviation) ที่ทำการทดสอบทั้งหมด 1,472 คัน และพบข้อผิดพลาด 72 คัน ในโหมดการทดสอบ JC08 ทั้งนี้ผลการทดสอบทั้งหมดได้รับการทบทวนผลทดสอบอีกครั้ง ปรากฏว่าไม่มีผลกระทบต่อตัวเลขในเรื่องของการประหยัดน้ำมันและการปล่อยไอเสีย และไม่พบข้อผิดพลาดในการทดสอบโหมด WLTC เช่นกัน

   สาเหตุที่ก่อให้เกิดตาม 2 ข้อดังกล่าวข้างต้น ประการแรก คือ ไม่มีการติดตั้งระบบอัตโนมัติ เมื่อพบข้อผิดพลาดของการทดสอบบนช่วงความเร็วที่กำหนด ประการที่สอง คือ กระบวนการทดสอบนั้นไม่มีการกำหนดในส่วนของข้อผิดพลาดการทดสอบบนช่วงความเร็ว แต่ขึ้นอยู่กับแต่ละผู้ทดสอบแต่ละท่าน

มาตรการเพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว โดยทางมาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น จะดำเนินการ ดังนี้

·       อัพเดทระบบอัตโนมัติเพื่อลดข้อผิดพลาดการทดสอบบนช่วงความเร็วที่กำหนด

·       เพิ่มบุคลากรเพื่อตรวจสอบข้อมูลต่างๆ รวมถึงข้อผิดพลาดการทดสอบ

   มาสด้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งสำหรับเหตุการณ์นี้ที่ทำให้ลูกค้าและผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องได้รับผลกระทบ ทางมาสด้าตระหนักและแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจังและจะป้องกันในทุกวิถีทางเพื่อไม่เกิดปัญหาในลักษณะนี้ในอนาคต

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้า มอบข้อเสนอสุดพิเศษ “Double Smile” ดาวน์ 0 บาท ประกัน 0 บาท สำหรับ ซิตี้ แจ๊ซ ซีอาร์-วี บริโอ้ และบริโอ้ อเมซ ภายใน 31 ส.ค. นี้

Friday, 10 August 2018 15:51

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด มอบข้อเสนอสุดพิเศษ “Double Smile” ดาวน์ 0 บาท ประกัน 0 บาท* ให้แก่ลูกค้าที่จองและซื้อรถยนต์ฮอนด้า รุ่นฮอนด้า ซิตี้ แจ๊ซ ซีอาร์-วี บริโอ้ และบริโอ้ อเมซ ตั้งแต่วันที่ 1 – 31 สิงหาคม 2561 และรับรถภายในวันที่ 31 สิงหาคม 2561 ณ โชว์รูมฮอนด้าที่ร่วมรายการ โดยลูกค้าสามารถเลือกดาวน์ 0 บาท หรือเลือกผ่อนสบาย พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1

 โดยข้อเสนอพิเศษ “Double Smile” มีรายละเอียด ดังนี้

  • ฮอนด้า ซิตี้ ดาวน์เพียง 0 บาท ผ่อนเริ่มต้นที่ 9,000 บาท เป็นเวลา 48 เดือน ดอกเบี้ย 4.90% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 19,688 – 24,636 บาท หรือเลือกดาวน์ 15% ผ่อนเริ่มต้นที่ 7,000 บาท เป็นเวลา 48 เดือน ดอกเบี้ย 4.90% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 19,688 – 24,636 บาท
  • ฮอนด้า แจ๊ซ ดาวน์เพียง 0 บาท ผ่อนเริ่มต้นที่ 9,000 บาท เป็นเวลา 48 เดือน ดอกเบี้ย 4.90% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 19,928 – 24,636 บาท หรือเลือกดาวน์ 15% ผ่อนเริ่มต้นที่ 7,000 บาท
    เป็นเวลา 48 เดือน ดอกเบี้ย 4.90%  พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 19,928 – 24,636 บาท
  • ฮอนด้า ซีอาร์-วี ดาวน์เพียง 0 บาท ผ่อนเริ่มต้นที่ 21,000 บาท (หักค่าฮอนด้าช่วยผ่อน เดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน รวมมูลค่า 36,000 บาท) ดอกเบี้ย 4.90% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 27,634 – 39,990 บาท หรือเลือกดาวน์ 15% ผ่อนเริ่มต้นที่ 15,000 บาท (หักค่าฮอนด้าช่วยผ่อน
    เดือนละ 3,000 บาท เป็นเวลา 12 เดือน รวมมูลค่า 36,000 บาท) ดอกเบี้ย 4.90%  พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 27,634 – 39,990 บาท
  • ฮอนด้า บริโอ้ และบริโอ้ อเมซ ดาวน์เพียง 0 บาท ผ่อนเริ่มต้นที่ 6,000 บาท (หักค่าฮอนด้าช่วยผ่อน
    เดือนละ 2,500 บาท เป็นเวลา 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท) ดอกเบี้ย 4.90% พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 18,730 – 22,081 บาท หรือเลือกดาวน์ 15% ผ่อนเริ่มต้นที่ 4,000 บาท (หักค่าฮอนด้า
    ช่วยผ่อน เดือนละ 2,500 บาท เป็นเวลา 12 เดือน รวมมูลค่า 30,000 บาท) ดอกเบี้ย 4.90%  พร้อมฟรีประกันภัยชั้น 1 เป็นเวลา 1 ปี มูลค่า 18,730 – 22,081 บาท

   ลูกค้าท่านใดที่สนใจ สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าที่ร่วมรายการ หรือศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24 ชั่วโมง (Honda Call Center) โทร. 02-341-7777 ต่างจังหวัดโทรฟรีที่เบอร์ 1 800 239 833 หรือ

อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th

*เฉพาะโชว์รูมฮอนด้าที่ร่วมรายการ และเงื่อนไขเป็นไปตามที่บริษัทฯ กำหนด

 
 

AUTO NEWS : โตโยต้า ฉลองความสำเร็จ Yaris ATIV ยอดขายสูงสุดในตลาดรถอีโคคาร์ซีดาน พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ใหม่ “BNK 48”

Saturday, 11 August 2018 17:03

 

 

 

 

 

 

 

 

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท  โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท  โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงข่าวฉลองความสำเร็จ ยอดขายสูงสุดในตลาดรถอีโคคาร์ซีดาน พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ “BNK 48”สะท้อนภาพลักษณ์คนรุ่นใหม่ ที่มีความสนุกสนานและมีเอกลักษณ์เป็นของตัวเองเมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2561  ณ แฟชั่นฮอลล์ ชั้น 1 สยามพารากอน

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดได้แนะนำรถยนต์อีโคคาร์ซีดาน "Yaris ATIVLIFE ACTIVATED” ภายใต้แนวคิด “ผู้ริเริ่มคุณค่าใหม่” เป็นครั้งแรกของโลก เมื่อเดือนสิงหาคม2560โดยมุ่งเน้นพัฒนาเพื่อให้เป็นรถยนต์ที่มีความคุ้มค่าเหนือราคา ด้วยการออกแบบรูปลักษณ์ดีไซน์ใหม่ล้ำสมัยทั้งภายนอกและภายใน ห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม และโดดเด่นเรื่องประหยัดน้ำมันตลอดจนระบบความปลอดภัยมาตรฐานเหนือรถระดับเดียวกัน ซึ่งได้ผ่านการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ   5 ดาว จากอาเซียน เอ็นแคป(ASEAN NCAP)*สามารถตอบโจทย์ทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าคนรุ่นใหม่ที่มีความทันสมัย อีกทั้งยังสร้างความภาคภูมิใจในการเป็นเจ้าของ

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ กล่าวว่า“โตโยต้าได้แนะนำ Yaris ATIV ซึ่งเป็นรถอีโคคาร์ซีดานรุ่นแรกของโตโยต้า เมื่อเดือนสิงหาคมปีที่แล้ว ในวันนี้เรามีความภูมิใจที่จะกล่าวถึงความสำเร็จของ Yaris ATIVที่ได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า โดยยอดขายสะสมตลอด 1ปีที่ผ่านมา มากกว่า 31,000คัน ซึ่งเป็นยอดขายสูงสุดของรถอีโคคาร์ ซีดานในตลาดรถยนต์นั่ง และเพื่อเป็นการฉลองความสำเร็จของ Yaris ATIV ครบรอบ 1ปี ดังนั้นเราจึงขอแนะนำ  พรีเซ็นเตอร์ใหม่ที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว นั่นคือ กลุ่มศิลปินหญิง “BNK 48” ซึ่งจะช่วยสะท้อนถึงความสนุกสนานและความตื่นเต้นเร้าใจของ Yaris ATIV ให้ชัดเจนมากขึ้น ยิ่งไปกว่านั้นผมมีความรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้เห็นศิลปินหญิงกลุ่มนี้ชื่นชอบรถ ATIV ของเรา ทั้งด้านการออกแบบที่ทันสมัย ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง ไร้เสียงรบกวนตลอดจนระบบความปลอดภัยที่ดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน รวมถึงประสบการณ์ความสนุกสนานในการขับขี่ ที่มาพร้อมกับคุณภาพและความทนทานที่โดดเด่น”

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวปิดท้ายว่า “ถือเป็นโอกาสดีที่บริษัทฯ ได้รับเกียรติจากกลุ่มศิลปินหญิง ชื่อดังระดับประเทศ “BNK 48” มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับ Yaris ATIVโดยโตโยต้าได้เห็นถึงความสามารถ ความมุ่งมั่น ไลฟ์สไตล์ที่สนุกสนาน และความเป็นตัวของตัวเองที่โดดเด่นในทุกๆด้าน ซึ่งตรงกับแนวทางการสื่อสารของ “Yaris ATIV…LIFE ACTIVATED” ที่จะช่วยส่งเสริมภาพลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น และเพื่อเป็นการตอบแทนลูกค้า Yaris ATIVทุกท่าน โตโยต้ามอบกิจกรรมร่วมลุ้นรางวัล ทริปท่องเที่ยวสุดพิเศษ ณ ประเทศญี่ปุ่น พร้อมกับกลุ่มศิลปินหญิง “BNK 48” เพื่อเปิดประสบการณ์ในแบบที่ไม่เหมือนใคร จำนวน 20รางวัลๆ ละ 2ที่นั่ง โดยสามารถลงทะเบียนเพื่อลุ้นรางวัลสุดพิเศษนี้ ผ่านทางเว็บไซต์โตโยต้าได้ตั้งแต่วันนี้ จนถึง 15กันยายนนี้”

   สอบถามรายละเอียดได้ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 472แห่งทั่วประเทศ ติดตามข้อมูลข่าวสาร ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.toyota.co.th/yarisativ FacebookToyota Motor Thailand LINE ID: @ToyotaThailand

 
 

AUTO NEWS : ครบรอบ 30 ปี โตโยต้า ถนนสีขาว ก้าวสู่การสร้าง “สังคมคนขับรถดี” เปิด “ศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า

Friday, 10 August 2018 18:30

 

 

 

 

 

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วยนายวิทยา ยาม่วง ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการขนส่งทางน้ำ กระทรวงคมนาคม นายวัลลภ งามสอน ผู้อำนวยการสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก นายแพทย์วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ รองประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด ผู้บริหารเครือข่ายความปลอดภัยทางถนน นายคาร์ล ออพเพนบอร์น ประธานชมรมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า และผู้บริหารผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ร่วมงานครบรอบ 30 ปี โตโยต้า ถนนสีขาว พร้อมก้าวเข้าสู่สังคมคนขับรถดี และพิธีเปิดศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า ในวันที่ 8 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์ขับทดสอบรถยนต์โตโยต้า Toyota Driving Experience Park ถนนบางนา - ตราด กิโลเมตรที่ 3 กรุงเทพมหานคร

ตลอดระยะเวลากว่า 29 ปีที่ผ่านมา โตโยต้าได้ดำเนินโครงการถนนสีขาว มีวัตถุประสงค์ เพื่อรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย ปลูกฝังวินัยจราจรและน้ำใจของการขับขี่รถที่ดีให้กับสังคมไทย โดยเริ่มตั้งแต่เด็ก เยาวชน จนถึงประชาชน เพื่อก่อให้เกิด “วัฒนธรรมความปลอดภัย”แก่สังคมไทย โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ยุค ดังนี้

     • ยุคสร้างการเรียนรู้ (พ.ศ.2531-2540) ยุคแห่งการเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับความปลอดภัยบนท้องถนนเริ่มการก่อตั้งโครงการ โตโยต้า ถนนสีขาว ด้วยการผลิตคู่มือการเรียนรู้เกี่ยวกับการขับขี่ปลอดภัย “ถนนสีขาว” เล่มที่ 1 รวมถึงการมอบเฮลิคอปเตอร์ โตโยต้า 99 และรถตู้พยาบาลให้โครงการหมออาสาของ จส.100 เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยบนท้องถนนยามฉุกเฉิน พร้อมทั้งได้จัดอบรมขับขี่ปลอดภัยให้แก่ตำรวจจราจรในโครงการพระราชดำริ นอกจากนั้นยังได้เปิดตัวมาสคอส หนูน้อยมิลค์กี้ เวย์ (Milky Way) เพื่อเป็นสื่อกลางการรณรงค์เสริมสร้างการเรียนรู้ด้านน้ำใจและวินัยจราจรบนท้องถนนแก่เด็กและเยาวชน พร้อมจัดทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์รณรงค์ขับขี่ปลอดภัยในช่วงเทศกาลต่าง ๆ

     • ยุคแห่งการสร้างจิตสำนึก (พ.ศ.2541-2550) ยุคแห่งการปลูกฝังวินัยและน้ำใจในการขับขี่จัดทำสื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ในช่วงเทศกาลปีใหม่และสงกรานต์อย่างต่อเนื่อง เพื่อรณรงค์ให้เดินทางกลับบ้านอย่างปลอดภัย และจัดทำคู่มือขับขี่ปลอดภัย “ถนนสีขาว” เล่มที่ 2ในปี 2547 ได้เปิดเมืองจราจรจำลองแห่งแรก ณ สวนวชิรเบญทัศ (สวนรถไฟ) เพื่อถ่ายทอดความรู้ สร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัยแก่เด็กและเยาวชน และได้ทำการขยายไปยังโรงเรียนในพื้นที่ต่างจังหวัดผ่านกิจกรรม “หนูน้อยมิลค์กี้เวย์สัญจร” นอกจากนั้นยังได้ติดตั้งป้ายเตือนโค้งอันตราย 162 จุดทั่วประเทศ ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงและเกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง

     • ยุคของทศวรรษแห่งการลงมือทำ (พ.ศ.2551-2560) ยุคแห่งการมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเพื่อนำไปสู่การลดจำนวนอุบัติเหตุอย่างเป็นรูปธรรมโตโยต้าจึงได้สนับสนุนการปรับปรุงอาคารสนามฝึกหัดขับรถยนต์ หลักสูตรการขับขี่ปลอดภัย และมอบอุปกรณ์การเรียนการสอนแก่ศูนย์สอนขับรถและพัฒนาศักยภาพผู้ขับรถยนต์ (อาคาร 8) กรมการขนส่ง เพื่อพัฒนาทักษะการขับรถอย่างปลอดภัยและถูกต้อง และในปี 2554 ภาครัฐได้ประกาศนโยบายให้ปี 2554-2563 เป็นทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน โดยบูรณาการการดำเนินงานจากทุกภาคส่วนในการลดความสูญเสียที่เกิดจากอุบัติเหตุจราจร และเพื่อเป็นการสอดรับทศวรรษแห่งความปลอดภัยทางถนน โตโยต้าจึงได้ร่วมกับภาคีเครือข่ายความปลอดภัยบนท้องถนน จัดคาราวานเมืองจราจรปลอดภัย โตโยต้า ถนนสีขาว เพื่อสร้างจิตสำนึกในการใช้รถใช้ถนน ลดการเกิดอุบัติเหตุ ก่อให้เกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยให้แก่เด็ก เยาวชน ลูกค้า รวมถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในชุมชน และในปี 2555 ได้ริเริ่มโครงการ ถนนแห่งรอยยิ้ม (Smiling Road) ใน 4 ภูมิภาค เพื่อเป็นถนนต้นแบบที่มีความปลอดภัยผสานด้วยสภาพแวดล้อมที่เป็นมิตรกับชุมชน พร้อมขยายเมืองจราจรจำลองอีก 3 แห่ง ได้แก่ จ.นครราชสีมา จ.พิษณุโลก และจ.นครศรีธรรมราช ให้ครอบคลุมทั้ง 4 ภูมิภาคเช่นกัน การจัดกิจกรรม Hero on the road เพื่อเฟ้นหาและเชิดชูผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย มีน้ำใจช่วยเหลือเพื่อนร่วมทาง เคารพกฎและรักษาวินัยจราจร ไปสู่การสร้างแรงบันดาลใจให้แก่ผู้ขับขี่และผู้ใช้ถนน ลดจำนวนอุบัติเหตุอย่างเป็นรูปธรรม นอกจากนั้นยังได้จัดกิจกรรม Campus Challenge โดยโตโยต้าถนนสีขาว เพื่อเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้จัดทำแผนและลงมือรณรงค์ความปลอดภัยในรั้วมหาวิทยา ลัยด้วยตัวเอง และยังได้จัดทำคู่มือหลักสูตรขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม (Toyota Safe Eco Driving) และได้ขยายองค์ความรู้ไปยังพนักงานขับรถโรงเรียน และรถตู้โดยสารสาธารณะ เพื่อให้เกิดทักษะการขับรถที่ดีและปลอดภัยแก่ผู้โดยสาร เป็นต้น

จากการดำเนินโครงการโตโยต้า ถนนสีขาว มาอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้โตโยต้าได้รับรางวัล Prime Minister Road Safety Award ติดต่อกัน 4 ปีซ้อนจนทำให้ในปี 2560 โตโยต้า ถนนสีขาวได้รับรางวัลดีเด่นด้านความปลอดภัยทางถนน ประเภทองค์กรเกียรติยศ ซึ่งถือเป็นรางวัลสูงสุดของ Prime Minister Road Safety Award

   

ในโอกาส ครบรอบ 30 ปี โตโยต้า ถนนสีขาวบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นเป็นส่วนหนึ่งในการดำเนินงานด้านความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน เพื่อนำไปสู่การสร้าง “สังคมคนขับรถดี”ผ่านความร่วมมือกับภาคีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนน ไม่ว่าจะเป็นคณะทำงานความปลอดภัยทางถนนภายใต้ประชารัฐ กรมการขนส่งทางบก สนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจร (สอจร) ศูนย์วิจัยเพื่อความปลอดภัยทางถนน (ศวปถ) ศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (TARC) มูลนิธิไทยโรดส์ เป็นต้น เพื่อทำให้เกิดความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนอย่างยั่งยืนต่อไป

และเพื่อเป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่มุ่งมั่นกับการก้าวสู่การสร้างสังคมคนขับรถดี โดยให้ความ สำคัญกับผู้ใช้รถใช้ถนน เพื่อช่วยลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างแท้จริง โตโยต้าได้กำหนดนโยบายร่วมกับผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ สอดรับกับแผนงานของ สอจร. ในการดำเนินงานมาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนนจากภายในสู่ชุมชน ผ่าน


     1) นโยบายการขับขี่ยานพาหนะอย่างปลอดภัยสำหรับพนักงานภายในองค์กร
     2) กิจกรรมการจัดการอบรม “ขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม”ให้แก่ลูกค้า โตโยต้าและประชาชนทั่วไป
     3) กิจกรรมรณรงค์ความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนในช่วงเทศกาลสำคัญ โดยผู้แทนจำหน่ายฯในแต่ละจังหวัด ร่วมกับกรมทางหลวง กรมขนส่งทางบกในพื้นที่ สถานีตำรวจในพื้นที่ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์อำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยสนับสนุนเจ้าหน้าที่ตรวจเช็คสภาพรถยนต์เบื้องต้น
     4) การจัดทำป้ายเตือนการใช้รถใช้ถนนในจุดเสี่ยง เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุในพื้นที่

     นอกจากนี้ โตโยต้ายังได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก เปิดศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า เพื่อพัฒนาและเพิ่มทักษะการขับขี่รถยนต์อย่างปลอดภัย ผ่านหลักสูตรการอบรมความรู้ด้านการขับขี่ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ ซึ่งประกอบด้วย 3 หลักสูตร คือ

     1.หลักสูตรการสอนขับรถยนต์ สำหรับมือใหม่หัดขับเป็นการจัดอบรมขับขี่ปลอดภัยสำหรับผู้ที่ไม่มีพื้นฐานการขับรถยนต์และมีความต้องการเรียนรู้ทักษะการขับรถที่ถูกต้อง โดยจะนำความรู้และทักษะการขับรถเพื่อขอสอบใบขับขี่รถยนต์ ซึ่งหลักสูตรประกอบด้วยภาค ทฤษฎีและปฏิบัติ รวมจำนวนการอบรมทั้งสิ้น 21 ชั่วโมง
     2.หลักสูตรการต่ออายุใบขับขี่รถยนต์เป็นการเปิดสอนสำหรับผู้ขับขี่รถยนต์ที่มีความต้องการต่ออายุใบขับขี่รถยนต์ ที่หมดอายุไม่เกิน 1 ปี โดยเนื้อหาในการอบรมประกอบด้วยภาคทฤษฏี และเพิ่มเนื้อหาในภาคปฏิบัติด้วยการทบทวนการขับรถอย่างปลอดภัยและถูกต้อง รวมถึงเรียนรู้เทคโนโลยีใหม่ในรถยนต์โตโยต้า รวมเวลาการอบรมทั้งสิ้น 3 ชั่วโมง
     3.หลักสูตรขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม (Safe Eco Driving) เปิดสอนสำหรับบุคคลทั่วไปที่มีใบขับขี่รถยนต์และมีความประสงค์ต้องการเพิ่มทักษะการขับรถอย่างปลอดภัย และประหยัดพลังงานช่วยรักษาสิ่งแวดล้อม โดยใช้เวลาในการอบรมทั้งสิ้น 8 ชั่วโมง

     โดยผู้ที่เข้าร่วมอบรมในหลักสูตร 1 และ 2 และได้ผ่านการทดสอบตามหลักการของกรมการขนส่งทางบก จะได้รับหนังสือรับรองการขอรับใบขับขี่รถยนต์ ซึ่งสามารถนำหนังสือรับรองฯ ไปยื่นพร้อมเอกสารประกอบตามข้อกำหนดของกรมขนส่งทางบก เพื่อขอออกใบขับขี่ฉบับจริงได้ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ


 

และได้จัดตั้งศูนย์การเรียนรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยแห่งแรกของโตโยต้า โดยนำเสนอโซนพฤติกรรมเสี่ยงและการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ผ่าน VR Simulator ในสถานการณ์การขับรถเร็ว การขับตัดหน้ากระชั้นชิด และเมาแล้วขับ และโซนแนะนำเทคโนโลยีความปลอดภัยในรถยนต์โตโยต้า ที่สนามทดสอบรถยนต์ Toyota Driving Experience Park นอกจากนี้ ยังได้ร่วมกันพัฒนาหลักสูตร “ขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม”หรือ Toyota Safe Eco Driving และเพื่อเป็นการเผยแพร่องค์ความรู้นี้ให้ครอบคลุมทั่วประเทศ โตโยต้าจึงได้ร่วมกับกรมการขนส่งทางบก ส่งครูฝึกขับขี่ปลอดภัยของเราร่วมเป็นวิทยากร ผ่านช่องทาง “ระบบถ่ายทอดสดกรมการขนส่งทางบก” และร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายทั่วประเทศ จัดอบรม “ขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม” แก่ลูกค้าและประชาชนทั่วไป ตลอดจนร่วมมือกับภาครัฐและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ในการจัดตั้งจุดบริการประชาชนในช่วงเทศกาลสำคัญอีกด้วย

ยิ่งไปกว่านั้น เพื่อยกระดับความปลอดภัยทางถนนให้เป็นรูปธรรมมากยิ่งขึ้น ได้ทำการปรับปรุงจุดเสี่ยงและสภาพแวดล้อมทางถนน โดยโตโยต้าได้ร่วมมือกับกรมทางหลวง แขวงการทางฉะเชิงเทรา และศูนย์วิจัยอุบัติเหตุแห่งประเทศไทย (TARC) ปรับปรุงและติดตั้งอุปกรณ์เทคโนโลยีความปลอดภัย เพื่อยกระดับความปลอดภัยบนถนนทางหลวงหมายเลข 314 ตั้งอยู่ด้านหน้าโรงงานโตโยต้า บ้านโพธิ์ และบริเวณนิคมอุตสาหกรรมเกตุเวย์ เพื่อเป็นถนนต้นแบบด้านความปลอดภัย และมุ่งหวังว่า จะก่อให้เกิดการนำไปปรับปรุงจุดเสี่ยงทางถนนบริเวณหน้าบ้านของพวกเราทุกคน ให้เกิดความปลอดภัยในการสัญจร

   

 นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวว่า “ผมขอขอบคุณทุกภาคส่วนที่ได้ร่วมมือกับโตโยต้าภายใต้โครงการถนนสีขาวอย่างต่อเนื่อง ผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าความร่วมมือเพื่อรณรงค์ความปลอด ภัยบนท้องถนนระหว่างหน่วยงานภาครัฐ และภาคีเครือข่ายความปลอดภัยในครั้งนี้ จะนำไปสู่การขยายกิจกรรมความปลอดภัยทางถนนจากระดับชุมชน สู่ระดับจังหวัด และต่อยอดความร่วมมือในระดับภูมิภาคสู่ระดับประเทศต่อไป โดยโตโยต้ามุ่งมั่นที่จะร่วมขับเคลื่อนสังคมไทยให้เป็น “สังคมคนขับรถดี” เพื่อสร้างถนนทุกสายในประเทศไทยให้ปลอดภัยเป็น “ถนนสีขาว” อย่างแท้จริง”

 

โครงการ30 ปี โตโยต้า ถนนสีขาว

     บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดให้ความสำคัญด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคม จึงได้ริเริ่มดำเนิน โครงการโตโยต้า ถนนสีขาว ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2531 เพื่อส่งเสริมและปลูกฝังจิตสำนึกด้านการขับขี่ปลอดภัยมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะเวลา 29 ปี และเนื่องในโอกาสครบรอบ 30 ปีทางบริษัทฯ มีแนวคิดในการสร้าง “สังคมคนขับรถดี” ให้กับสังคมไทย จึงได้ร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก และภาคีเครือข่ายความปลอดภัยทางถนน ในการเสริมทักษะด้านการขับขี่ปลอดภัยให้กับผู้ขับขี่ผ่านกิจกรรมต่างๆ ดังนี้

• โครงการร่วมกับกรมการขนส่งทางบก เปิด “ศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า” (Toyota Driving Skill Development Center)

     เพื่อเป็นศูนย์ถ่ายทอดความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยให้กับผู้ที่ต้องการหัดขับรถ และผู้ที่สนใจเพิ่มเติมทักษะการขับขี่ปลอดภัย ตั้งอยู่ที่สนามทดสอบรถยนต์โตโยต้า (Toyota Driving Experience Park) โดยศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้าประกอบไปด้วย 2 กิจกรรมหลักดังนี้

กิจกรรมที่ 1. ศูนย์การเรียนรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยแห่งแรกของโตโยต้า (Road Safety Showcase)
     โซนจำลองพฤติกรรมเสี่ยงและการป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ ผ่าน VR Simulator ในสถานการณ์การขับรถเร็ว การขับตัดหน้ากระชั้นชิด และเมาแล้วขับ พร้อมโซนแนะนำเทคโนโลยีความปลอดภัยในรถยนต์โตโยต้า Toyota Safety Sense

กิจกรรมที่ 2 การจัดอบรมขับขี่ปลอดภัยเพื่อเพิ่มศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์และขอรับใบขับขี่
     เป็นกิจกรรมจัดอบรมทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ รวมถึงการสอบเพื่อขอหนังสือรับรองในการขอรับใบอนุญาตขับรถยนต์จากกรมการขนส่งทางบก โดยหลักสูตรที่ใช้ในการอบรมเป็นหลักสูตรที่ทางบริษัทฯ ได้พัฒนาร่วมกับกรมการขนส่งทางบก โดยแบ่งการเรียนออกเป็น 3 หลักสูตร ดังนี้

1. หลักสูตรการสอนขับรถยนต์เพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์ (21 ชั่วโมง)
     สำหรับผู้ที่ยังไม่มีพื้นฐานการขับรถยนต์ ต้องการเข้ารับการอบรมและสอบ เพื่อขอรับใบขับขี่ชนิดชั่วคราวอายุ 1 ปี โดยหลักสูตรการอบรมจะเป็นไปตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก และเพิ่มเติมทักษะด้านการขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งผู้เข้ารับการอบรมที่ผ่านการทดสอบทั้งภาคทฤษฎี และปฏิบัติ จะได้รับหนังสือรับรองฯ เพื่อนำไปยื่นขอรับใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดได้ทั่วประเทศ
 รายละเอียดของหลักสูตรหลักสูตรการสอนขับรถยนต์เพื่อขอรับใบอนุญาตขับขี่รถยนต์


คุณสมบัติของผู้เข้ารับการอบรม
     1) บุคคลทั่วไปที่อายุครบ 18 ปีบริบูรณ์ และไม่เคยได้รับใบขับขี่รถยนต์มาก่อน
     2) ผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกายเบื้องต้น ตามที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

เอกสารที่ใช้ในการสมัคร
     1) บัตรประชาชน (ตัวจริง)
     2) ใบรับรองแพทย์ตามข้อกำหนดของทางกรมการขนส่งทางบก

ช่องทางการรับสมัคร
     ติดต่อได้ที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า หมายเลขโทรศัพท์ 02-396-0888

2. หลักสูตรการต่ออายุใบขับขี่รถยนต์
     สำหรับผู้ที่ต้องการต่ออายุใบขับขี่ชั่วคราว เป็นใบอนุญาตขับรถส่วนบุคคล (5 ปี) จะต้องเข้ารับการอบรม และผ่านการทดสอบสมรรถภาพร่างกาย จึงจะได้รับหนังสือรับรอง เพื่อขอรับใบขับขี่ที่สำนักงานขนส่งจังหวัดทั่วประเทศ

 


เอกสารที่ใช้ในการสมัคร
     1) บัตรประชาชนตัวจริง และสำเนา
     2) ใบขับขี่เดิมที่หมดอายุ

ช่องทางการรับสมัคร
     ติดต่อได้ที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า หมายเลขโทรศัพท์ 02-396-0888

3. หลักสูตรขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม (Safe Eco Driving) (8 ชั่วโมง)
     เปิดสอนสำหรับบุคคลทั่วไปที่สามารถขับรถได้ และมีใบอนุญาตขับรถยนต์ แต่ต้องการเพิ่มทักษะการขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม ในหลักสูตรประกอบด้วยการเรียนทั้งภาคทฤษฎีและปฏิบัติ

 


อุปกรณ์และสื่อการเรียนการสอนของศูนย์พัฒนาศักยภาพผู้ขับขี่รถยนต์โตโยต้า
ส่วนที่ 1 ห้องอบรม และห้องสอบภาคทฤษฎี ตั้งอยู่บริเวณชั้น 3

      1. ห้องอบรมขนาด 53 ตารางเมตร รองรับผู้เข้าอบรมได้ 30 คน
      2. ห้องทดสอบภาคทฤษฎี (E-Exam) รองรับผู้เข้าสอบได้ 10 คน
      3. ห้องทดสอบสมรรถภาพร่างกาย

ส่วนที่ 2 สนามฝึกหัดขับรถ และทดสอบ
     1. สนามฝึกหัดขับ 13 ท่ามาตรฐาน

ส่วนที่ 3 รถยนต์สำหรับฝึกหัดขับ
     เป็นรถยนต์ที่ได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เสริมตามมาตรฐานของกรมการขนส่งทางบก ได้แก่ กระจกมองหลังสำหรับผู้ฝึกสอน มีกระจกมองข้างสำหรับผู้ฝึกสอน มีแป้นเบรกสำหรับผู้ฝึกสอน มีแผ่นป้าย “ฝึกหัดขับ”

กิจกรรมที่ 3การร่วมมือในการให้ความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยแก่ประชาชน ผ่านระบบถ่ายทอดสดกรมการขนส่งทางบก ช่อง LTSB Live (Land Transport Safety Bureau Live)
     โครงการความร่วมมือกับกรมการขนส่งทางบก ในการถ่ายทอดความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัย การบำรุงรักษารถยนต์ และเทคโนโลยีของโตโยต้า โดยการสนับสนุนครูฝึก เพื่อร่วมเป็นวิทยากรในการบรรยาย ตลอดจนสื่อประชาสัมพันธ์รณรงค์การขับขี่ปลอดภัย ผ่านระบบการถ่ายทอดสด LTSB Live (Land Transport Safety Bureau Live) ของสำนักสวัสดิภาพการขนส่งทางบก กรมการขนส่งทางบก

• การร่วมมือกับคณะกรรมการแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด (สอจร)
     สนับสนุนการสร้างมาตรการองค์กรเพื่อความปลอดภัยทางถนนจากภายในสู่ภายนอก เพื่อสอดรับกับนโยบายภาครัฐ โดยการยกระดับด้านความปลอดภัยบนท้องถนน ด้วยการสร้าง “สังคมคนขับรถดี”ซึ่งจะนำไปสู่การช่วยลดจำนวนอุบัติเหตุบนท้องถนนอย่างแท้จริง ผ่านความร่วมมือกับคณะกรรมการแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด(สอจร.) และผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ดำเนินกิจกรรมส่งเสริมมาตรการความปลอดภัยภายในองค์กร โดยผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ สู่ชุมชนภายนอก เพื่อเสริมสร้างความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ผ่านโครงการต่างๆ ดังนี้

1. กำหนดนโยบายการขับขี่ยานพาหนะอย่างปลอดภัยภายในองค์กร
     ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ได้ให้ความสำคัญสูงสุดกับความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับพนักงาน ซึ่งถือเป็นการส่งเสริมมาตรการความปลอดภัยจากภายใน จึงส่งเสริมให้ทางผู้แทนจำหน่ายฯได้มีการกำหนดนโยบายการขับขี่ยานพาหนะอย่างปลอดภัย เพื่อให้พนักงานยึดถือและปฏิบัติสำหรับการขับขี่ยานพาหนะไว้อย่างเคร่งครัดทั้งในและนอกเวลาทำงาน ดังนี้
     1. ปฏิบัติตามและเคารพกฎหมายจราจร, สัญญาณไฟจราจร, เครื่องหมายจราจร อย่างเคร่งครัด
     2. ขับขี่ยานพาหนะด้วยความระมัดระวัง รวมถึงการใช้ความเร็วตามที่กฎหมายกำหนด
     3. ไม่ขับขี่ยานพาหนะ เมื่อดื่มแอลกอฮอล์ เพื่อป้องกันมิให้เกิดความสูญเสียต่อชีวิต
     4. คาดเข็มขัดนิรภัยในตำแหน่งผู้ขับขี่และทุกที่นั่งที่มีผู้โดยสาร
     5. งดใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับขี่ เว้นแต่มีการใช้อุปกรณ์เสริมสำหรับการสนทนา
     6. สวมหมวกนิรภัยขณะขับขี่และโดยสารรถจักรยานยนต์
     7. ติดตั้งป้ายเตือนการคาดเข็มขัดนิรภัย / สวมหมวกกันน็อคทุกครั้ง ในบริเวณทางเข้า – ออกโชว์รูม

2. จัดอบรม “ ขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม”(Toyota Safe Eco Driving)
      ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ พร้อมถ่ายทอดองค์ความรู้ในการขับขี่อย่างปลอดภัย ภายใต้หลักสูตร “ขับขี่ปลอดภัย ประหยัดพลังงาน และรักษาสิ่งแวดล้อม”(Toyota Safe Eco Driving) ให้แก่ชุมชนและประชาชนทั่วประเทศ เพื่อร่วมสร้างวินัยและน้ำใจในการใช้รถใช้ถนน และเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดอุบัติเหตุพร้อมนำไปสู่การเกิด “สังคมคนขับรถดี” ต่อไป

3. รณรงค์ความปลอดภัยในเทศกาลสำคัญ
     ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ร่วมกับหน่วยงานของกรมทางหลวงและกรมขนส่งทางบกในพื้นที่ สถานีตำรวจในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดตั้งศูนย์อำนวยการโครงการฯ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่เดินทางในช่วงเทศกาลปีใหม่และช่วงสงกรานต์ โดยจะสนับสนุนเจ้าหน้าที่ของผู้แทนจำหน่ายตรวจเช็คสภาพรถยนต์เบื้องต้น ให้ความรู้เรื่องการขับขี่ปลอดภัย พร้อมทั้งมีมุมสำหรับพักผ่อนชั่วคราวให้แก่ประชาชนในช่วงเทศกาลสำคัญ

4. ทำป้ายเตือนการใช้รถใช้ถนน เพื่อช่วยลดการเกิดอุบัติเหตุ
     ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ ร่วมกับหน่วยงานพื้นที่ของกรมทางหลวงและกรมขนส่งทางบก และสถานีตำรวจในพื้นที่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ติดตั้งป้ายเตือนการใช้รถใช้ถนน ในพื้นที่ที่เกิดอุบัติเหตุบ่อยครั้ง เพื่อรณรงค์ประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังขณะขับขี่ในบริเวณจุดเสี่ยงทั่วประเทศ และให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมากขึ้น

“โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข”

 
 

AUTO NEWS : ครั้งแรกกับมหกรรม MINI Expo 2018 ยกทัพมินิมาครบครันทั้งตระกูล พร้อมเปิดตัวมินิ คันทรีแมน รุ่นล่าสุดในสเปคใหม่ พร้อมราคาใหม่ที่ เย้ายวนใจยิ่งกว่าเดิม

Tuesday, 07 August 2018 16:02

 

 

 

 

 

 

 

   มินิ ประเทศไทย นำโดย คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้จัดการทั่วไป และ มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยแถลงข่าวการจัดงาน MINI Expo 2018ซึ่งจะมีขึ้นในวันที่ 16-19 สิงหาคม 2561 ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยมี คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และ คุณเยาวพาณี เพชรเพ็ง ผู้จัดการฝ่ายวางแผนการขายและผลิตภัณฑ์ มินิ ประเทศไทย ร่วมแถลงข่าวครั้งนี้ณ ร้าน Quaint Bangkok สุขุมวิท 61

   มินิ ประเทศไทยพร้อมสร้างความตื่นตาตื่นใจด้วยส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างสมรรถนะสไตล์สปอร์ตที่พร้อมมอบความสนุกบนทุกเส้นทาง และดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์แบบอังกฤษพันธุ์แท้ ในงาน MINI Expo 2018ซึ่งจะจัดขึ้นใน พร้อมเตรียมเผยโฉมที่สุดแห่งเทคโนโลยียานยนต์ในเซกเมนต์พรีเมียม คอมแพ็ค นำโดยไฮไลท์อย่างมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน รุ่นล่าสุดในสเปคใหม่ ปรับราคาใหม่ลงสูงสุดถึง 460,000 บาทพร้อมด้วยทัพรถยนต์ในตระกูลมินิมาจัดแสดงอย่างครบครัน

   ภายในงาน MINI Expo 2018ทุกท่านจะได้พบกับยนตรกรรมระดับพรีเมียมจากมินิอย่างเต็มรูปแบบกว่า 17 รุ่น อาทิ มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน รุ่นล่าสุดพร้อมสเปคใหม่, มินิ แฮทช์,มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล,มินิ คลับแมน และ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ รุ่นปรับโฉมใหม่ พร้อมด้วยกิจกรรมอีกมากมายที่คนรักมินิต้องไม่พลาด นอกจากนี้ มินิ ประเทศไทย ยังเตรียมเปิด ‘MINI THE BLACK MARKET’รวมพลเจ้าของรถยนต์มินิจากทั่วประเทศไทย มาร่วมกันเปิดท้ายขายของ ในวันอาทิตย์ที่ 19 สิงหาคมนี้ 2561 นี้เวลา 15.00 – 21.00 น. ณ ลานหน้าเซ็นทรัลเวิลด์

   คุณปรีชา นินาทเกียรติกุล ผู้จัดการทั่วไป มินิ ประเทศไทยกล่าวว่า “MINI Expo ในปีนี้ถือเป็นงานปีแรกสำหรับมินิ ประเทศไทย นับเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าถึงทั้งลูกค้าปัจจุบันและผู้สนใจในรถยนต์มินิโดยนอกจากจะได้พบกับขบวนมินิแบบครบทุกรุ่นแล้ว ทุกท่านที่แวะเวียนมายังจะได้สัมผัสกับ มินิ คันทรีแมน ที่มาพร้อมกับสเปคใหม่ล่าสุดอีกด้วย งาน MINI Expo ในครั้งนี้ ถือเป็นการตอกย้ำความมุ่งมั่นของเราในการสร้างนวัตกรรมยานยนต์สำหรับผู้ที่รักในเสน่ห์เฉพาะตัวของมินิ ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่หลงใหลในความคลาสสิก เน้นขับขี่สนุก หรือผู้ที่ชอบความเร็วและสมรรถนะที่ร้อนแรงในสนามแข่ง เราเชื่อว่างานนี้จะตอบโจทย์คนรักมินิทุกเจเนอเรชั่นอย่างแน่นอน”

มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน

- ราคาจำหน่าย 2,299,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

   ด้วยรูปลักษณ์อันแข็งแกร่งและทรวดทรงที่โฉบเฉี่ยวสะอาดตา มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ผสมผสานดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์เข้ากับความคลาสสิกแบบมินิในทุกองค์ประกอบของตัวรถ อย่างเช่นไฟหน้าที่มาพร้อมกับ LED daytime driving light ให้แสงสว่างที่นวลตาอย่างทั่วถึงทั้งในเวลากลางวันและกลางคืน พร้อม LED Fog light ตัดหมอกทั้งไฟหน้าและไฟหลัง เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่และระบบ Parking Assistant ที่ทำให้การจอดรถเป็นเรื่องง่ายดายและสะดวกสบายมากขึ้น

   มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์MINI TwinPower Turbo ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่และการตอบสนองที่ดีขึ้น ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุดอยู่ที่ 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 280นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 15.9 กิโลเมตรต่อลิตร ระดับการปล่อย CO2 เพียง 142 กรัมต่อกิโลเมตร และทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ พร้อมพวงมาลัยหนังแท้แบบมัลติฟังก์ชั่นระบบ Servotronic ที่ตอบสนองทุกโจทย์การขับขี่ได้อย่างแม่นยำ ส่วนล้ออัลลอยเป็นดีไซน์ Pair Spoke สีเงินขนาด 18นิ้ว

   ภายในห้องโดยสารมีขนาดกว้างขวาง มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ประกอบด้วย 5 ที่นั่งแบบเต็มตัว ส่วนเบาะที่นั่งหลังสามารถพับได้ โดยแบ่งแยกกันที่สัดส่วน 40:20:40 เพื่อความสะดวกสบายและการใช้งานต่างๆ การตกแต่งภายในห้องโดยสารเป็นสีดำในสไตล์ Piano Black พร้อมเบาะหนังแท้สีดำ Leather Cross Punch Carbon Blackสไตล์สปอร์ต เพิ่มความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชัน Automatic tailgateให้สามารถควบคุมการเปิดปิดฝากระโปรงรถเพียงใช้เท้าจ่อบริเวณใต้กันชนท้ายเมื่อมีกุญแจรถอยู่กับตัวเท่านั้น

   มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ยังมาพร้อมหน้าจอระบบสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว บริเวณกลางแผงคอนโซล ซึ่งทำหน้าที่เป็นจอแสดงผลข้อมูลต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แผนที่นำทาง ข้อมูลของตัวรถ ความบันเทิง และ MINI Connected ที่เป็นเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวในยามเดินทาง แสดงพิกัดของรถ และข้อมูลต่างๆ ผ่านการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน เสริมความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ในทุกเส้นทาง

มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม
- ราคาจำหน่าย 2,499,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

   มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม ใหม่ ยังคงมีรูปลักษณ์ปราดเปรียวและคลาสสิกในสไตล์คันทรีแมน ภายนอกและภายในห้องโดยสารตกแต่งด้วย Chrome Line ตัดขอบด้วยเส้นสายโครเมียมสีเงิน เพิ่มความหรูหรา ภายในรถมาพร้อมกล้องมองหลังและระบบ Parking Assistantช่วยให้จอดรถได้ง่ายดาย และกระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่

   มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริมขับเคลื่อนด้วยเบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร พร้อมเทคโนโลยีMINI TwinPower Turbo ที่มอบกำลังสูงสุดถึง 141 กิโลวัตต์/192 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที เช่นเดียวกับในรุ่นมินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน และทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic8จังหวะแบบสปอร์ตพร้อม Paddle Shiftพวงมาลัยหนังแท้สไตล์ MINI Yours แบบสปอร์ตพร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น และล้ออัลลอยสีเงินลาย Edged Spoke ขนาด 19 นิ้ว ขับขี่ได้สนุกทันใจแบบมีสไตล์

   ห้องโดยสารตกแต่งในสไตล์ MINI Yours Piano Black Illuminatedสีดำมันวาว มาพร้อมไฟสีที่แต่งแต้มห้องโดยสารเพื่อเสริมสร้างบรรยากาศยามค่ำคืน พร้อมด้วยเครื่องเสียงชั้นเลิศจาก Harman Kardon ที่พร้อมมอบความเพลิดเพลินให้กับทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เพื่อการเดินทางที่สุนทรีย์ยิ่งขึ้น

   ด้วยระบบแสดงผล MINI Head-Up Displayที่ได้รับแรงบรรดาลใจจากเทคโนโลยีในห้องโดยสารเครื่องบินเจ็ท ผู้ขับขี่มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม จะสามารถมองเห็นข้อมูลการขับขี่ เช่น ความเร็วของรถยนต์ โดยที่ไม่ได้บดบังทัศนวิสัยบนท้องถนนส่วนหน้าจอระบบสัมผัสดีไซน์ใหม่ขนาด 8.8 นิ้วจะอยู่บริเวณกลางแผงคอนโซล พร้อมระบบ MINI Connected ที่เป็นเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวในยามเดินทาง แสดงพิกัดของรถ และข้อมูลต่างๆ ผ่านการเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟน

มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Yours Editionราคาจำหน่าย 2,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

   มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Yours Edition พร้อมมอบความสนุกในสไตล์มินิแบบพิเศษกว่าใคร ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นล้ออัลลอยลาย MINI Yours Masterpiece สีดำมันวาว ขนาด 18 นิ้ว หรือระบบ MINI Logo Projection ที่สร้างเอกลักษณ์สะดุดตาด้วยการฉายโลโก้มินิลงบนพื้นนอกตัวรถบริเวณฝั่งคนขับเมื่อเปิดหรือปิดประตูรถ รวมไปถึงการตกแต่งด้วยดีไซน์ธงยูเนียน แจ็ค สีดำ 3 จุดที่บริเวณกรอบไฟเลี้ยวด้านข้าง กระจกมองข้างและปุ่มล็อคประตูภายในรถยนต์ ตอกย้ำคาแรคเตอร์ที่เด่นชัดในสไตล์อังกฤษอย่างแท้จริง

   มินิ คูเปอร์ เอส คลับแมน Yours Edition ให้สมรรถนะแบบสปอร์ตด้วยขุมพลังเบนซิน 4สูบ 2.0ลิตร เทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 141 กิโลวัตต์ / 192 แรงม้า โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 280 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 7.1 วินาที รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะ สไตล์สปอร์ต ทำให้การขับขี่สนุกและเร้าใจในแบบมินิเต็มตัว

   ส่วนภายในห้องโดยสารตกแต่งในสไตล์ MINI Yours พวงมาลัยหนังแท้ทรงสปอร์ตสีดำตัดกับสีเงินที่มาพร้อมกับระบบมัลติฟังก์ชั่น เรียบหรูด้วยเบาะหนังแท้สีดำตัดเย็บพิเศษ เสริมแต่งด้วยหมุดลายยูเนียน แจ็ค พร้อมเบาะรองศีรษะในลายธงยูเนียน แจ็คเช่นกัน พิเศษสุดกับการตกแต่งพิเศษ MINI Yours Interior Style Piano Black พื้นผิวห้องโดยสารจะเป็นสีดำมันวาว พร้อมติดตั้งระบบแสงไฟสร้างบรรยากาศที่บริเวณมือจับประตู โดยสีจะเปลี่ยนไปตาม ambient lightซึ่งผู้ขับเลือกได้ 12 สี สามารถปรับได้ดั่งใจตามอารมณ์หรือบรรยากาศรอบตัว

   นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับระบบแสดงผลด้วยจอระบบสัมผัสขนาด 6.5 นิ้วที่อยู่บริเวณกลางแผงคอนโซลรถ พร้อมระบบนำทางเชื่อมต่อกับกล้องมองหลัง ทำให้การจอดเป็นเรื่องง่ายและปลอดภัยขึ้น และยังรองรับเทคโนโลยี MINI Connected ที่จะเชื่อมต่อฟังก์ชั่นต่างๆ บนรถยนต์กับสมาร์ทโฟนได้

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คอนเวิร์ตทิเบิล ใหม่
- ราคาจำหน่าย 3,468,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และแพ็คเกจ MSI Standard)

   มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คอนเวิร์ตทิเบิล ใหม่ เสริมความแรงอย่างต่อเนื่อง โดยผสานเครื่องยนต์ทรงพลังและระบบช่วงล่างที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเทียบชั้นกับรถแข่ง เข้ากันอย่างลงตัวกับดีไซน์สปอร์ตและชุดแต่งที่โดดเด่นสะกดทุกสายตา สร้างเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่เหนือระดับกว่ารุ่นอื่น ๆ ในเซกเมนต์ด้วยสมรรถนะปราดเปรียวและรูปลักษณ์สุดคลาสสิกของมินิ

    ด้วยเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดของมินิอย่างเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ที่ทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะแบบสปอร์ต รถยนต์รุ่นนี้สามารถขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบขนาด2.0 ลิตร ให้พละกำลังที่ 170 กิโลวัตต์ / 231 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 6.5 วินาที ที่ความเร็วสูงสุด 240 กิโลเมตรต่อชั่วโมงเสริมสมรรถนะการขับเคลื่อนด้วยระบบท่อไอเสียแบบสปอร์ต ที่มอบพลังเสียงเร้าใจยิ่งขึ้นเมื่อขับขี่แบบเปิดประทุน

   อีกหนึ่งไฮไลท์อันโดดเด่นของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คอนเวิร์ตทิเบิล ใหม่คือหลังคาผ้าแบบอัตโนมัติ ที่สามารถเปิด-ปิดได้อย่างไร้เสียงด้วยระบบไฟฟ้า และยังได้รับการปรับปรุงให้สามารถลดเสียงรบกวนจากภายนอกได้มากขึ้นอีกด้วย โดยการเปิด-ปิดหลังคาสามารถทำงานด้วยการกดปุ่มเพียงปุ่มเดียว และใช้เวลาในการเปิด-ปิดเพียงแค่ 18 วินาที ขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงสุด 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ทั้งยังมาพร้อมฟังก์ชั่นสำหรับเลื่อนเปิดหลังคาเฉพาะส่วนหน้าได้มากสุดถึง 40 เซนติเมตร โดยไม่จำกัดความเร็วขณะขับขี่

   มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คอนเวิร์ตทิเบิล ใหม่ ยังพกขีดสุดแห่งความคล่องตัวและความแม่นยำในการเข้าโค้ง ด้วยการติดตั้งระบบช่วงล่างที่สามารถปรับสภาพตามรูปแบบการขับขี่ (Adaptive Suspension) และชุดเบรกแบบสปอร์ตมาเป็นอุปกรณ์พื้นฐาน รวมทั้งโครงสร้างตัวถังที่เสริมความแข็งแกร่งเป็นพิเศษเฉพาะสำหรับรุ่นคอนเวิร์ตทิเบิล พร้อมชุดแต่งaerodynamicsจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ เต็มรูปแบบ และล้ออัลลอยลายJohn Cooper Works Cup Spoke 2-toneขนาด 18 นิ้ว ที่เสริมลุคสปอร์ตอันทรงพลังให้แก่มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คอนเวิร์ตทิเบิล เจเนอเรชั่นใหม่นี้

   นอกจากนี้ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คอนเวิร์ตทิเบิล ใหม่ ยังได้มีการปรับโฉมใหม่เช่นเดียวกับรถยนต์มินิรุ่นอื่น ๆ เพื่อยกระดับคาแรคเตอร์และเสน่ห์ของรถยนต์สัญชาติอังกฤษที่เด่นชัดยิ่งขึ้น โฉบเฉี่ยวด้วยรูปทรงและเส้นไฟ LED ลายธงยูเนียน แจ็คแห่งสหราชอาณาจักร โดยไฟเบรกจะใช้เส้นแนวตั้ง ส่วนไฟเลี้ยวจะเป็นเส้นแนวนอนกึ่งกลาง และไฟท้ายจะเปิดเป็นเส้นแนวทะแยง ส่วนไฟหน้าล่าสุดมาพร้อมกับเทคโนโลยี Adaptive LED ที่ทำงานร่วมกับ Matrix light ยกระดับทัศนวิสัยในการขับขี่ด้วยการใช้ระบบกล้องหน้ารถตรวจจับหารถยนต์คันอื่นที่ขับสวนมา เพื่อหลีกเลี่ยงการยิงไฟสูงใส่ผู้ใช้รถใช้ถนนคนอื่นๆ ในขณะที่ยังคงส่องสว่างส่วนอื่น ๆ ของท้องถนน เพิ่มความปลอดภัยสำหรับทั้งผู้ขับขี่และเพื่อนร่วมทาง และอีกหนึ่งตัวช่วยที่อำนวยความสะดวกและทำให้การจอดรถของคุณง่ายขึ้นด้วยกล้องมองหลังผ่านจอแสดงผลด้านหน้า

   สำหรับภายในตัวรถ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คอนเวิร์ตทิเบิล ใหม่ยังคงมอบความรู้สึกสปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นหนังแท้ แป้นเบรก คันเร่ง และที่พักเท้าสแตนเลส สตีล มือจับประตูและที่หุ้มเกียร์ รวมทั้งเพดานห้องโดยสารสีดำ anthraciteในสไตล์จอห์นคูเปอร์ เวิร์คส์ และยังให้ความสนุกสนานในทุกการขับขี่ด้วยพลังเสียงจากลำโพงHarman Kardon HiFiถึง 12 ตัว พร้อมจอระบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้ว และเทคโนโลยีเชื่อมต่อ MINI Connectedเพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัดกับสมาร์ทโฟน นอกจากนี้ยังนำเทคโนโลยีอย่างแท่นชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย (Wireless Charging)มาติดตั้งไว้ยังบริเวณช่องในที่วางแขนกึ่งกลางตัวรถ โดยสามารถวางโทรศัพท์รุ่นที่รองรับระบบการชาร์จไร้สายบนแท่นเพื่อชาร์จได้เลย นอกจากนี้ยังมีพอร์ต USB เพิ่มเติมอีก 2 ช่องที่คอนโซลหน้ารถอีกด้วย

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ 3 ประตู รุ่นปรับโฉมใหม่
- ราคาจำหน่าย
: 3,418,000บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

   สัมผัสสมรรถนะเร้าใจในสไตล์รถแข่งโกคาร์ทแบบฉบับของมินิ กับมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ ที่สืบทอดประสิทธิภาพจากสนามแข่งของจอห์น คูเปอร์มาได้อย่างสมบูรณ์แบบ โลดแล่นด้วยเครื่องยนต์ทรงพลัง ระบบช่วงล่าง ชุดแต่ง จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ 3 ประตู ยังคงขับเคลื่อนด้วยขุมพลังเบนซินขนาด 2.0 ลิตร ส่งพละกำลังสูงสุดที่ 170 กิโลวัตต์ / 231 แรงม้า จากเทคโนโลยี MINITwinPower Turboทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 8 จังหวะแบบสปอร์ตส่งความเร็วจาก 0-100 กิโลเมตรภายใน 6.1 วินาที

   ความสปอร์ตของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ ยังโดดเด่นด้วยล้ออัลลอยแบบ John Cooper Works Cup Spoke two-tone ขนาด 18 นิ้ว ตัดกับจานเบรกสีแดง เสริมลุคด้วยท่อไอเสียจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แบบคู่ที่อยู่กึ่งกลางของท้ายรถ พร้อมให้ความรู้สึกเร้าใจด้วยเบาะหนังหรือผ้า Dinamicaสีดำตัดกับแดง มอบความรู้สึกทรงพลังด้วยความคลาสสิกสไตล์มินิอย่างแท้จริง

- มินิ แฮทช์ 3 ประตู และ 5 ประตู รุ่นปรับโฉมใหม่
- มินิ แฮทช์ 3 ประตู ราคาจำหน่ายเริ่มต้น
: 2,180,000บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)
- มินิ แฮทช์ 5 ประตู ราคาจำหน่ายเริ่มต้น: 2,220,000บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard

   ด้วยคาแรคเตอร์ที่เด่นชัดและเสน่ห์ของรถยนต์สัญชาติอังกฤษ รถยนต์มินิ แฮทช์ 3 ประตู และมินิ แฮทช์ 5 ประตู มาพร้อมโฉมใหม่รอบคัน เด่นสะดุดตาไปกับโคมไฟหน้าแบบฮาโลเจนในรุ่นคูเปอร์ และคูเปอร์ดี ที่เน้นรายละเอียดด้วยพาเนลสีดำด้านในโคมไฟ และการปรับโฉมไฟหน้าแบบวงแหวนเต็มวงในดีไซน์ใหม่ ในรุ่นคูเปอร์ เอส ที่ให้ความสว่างมากขึ้นทั้งในโหมดไฟต่ำและไฟสูงด้วยไฟหน้า LED พร้อมด้วย ไฟ LED Daytime Running Light และฟังก์ชันไฟเลี้ยวภายในวงแหวนเดียวกัน โดยไฟจะเปลี่ยนสีจากสีขาวเป็นสีส้มขณะที่ทำการเปิดไฟเลี้ยว นอกจากนี้ ยังมีล้ออัลลอยทั้งหมด 3 แบบที่ต่างกันไปในแต่ละรุ่น คือ ลาย Victory Spoke Black ขนาด 16 นิ้ว ลาย Roulette Spoke 2-tone ขนาด 17 นิ้ว และลาย Rail Spoke 2-tone ขนาด 17 นิ้ว

   ไฟท้ายของรถใหม่ให้มีความโดดเด่นด้วยรูปทรงและเส้นไฟ LED ลายธงยูเนียน แจ็คแห่งสหราชอาณาจักร ในรุ่นคูเปอร์ เอส และจอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ แฮทช์ โดยไฟเบรกจะใช้เส้นแนวตั้ง ส่วนไฟเลี้ยวจะเป็นเส้นแนวนอนกึ่งกลาง และไฟท้ายจะเปิดเป็นเส้นแนวทะแยง เมื่อไฟหน้าเปิดอยู่ ทำให้ภาพรวมของท้ายรถรุ่นปรับโฉมใหม่นี้มีความสวยงาม โดดเด่นจากการผสมผสานเส้นไฟเข้ากับรายละเอียดของลายธง ตอกย้ำความเป็นแบรนด์สัญชาติอังกฤษ

   มินิ แฮทช์ มาพร้อมกับขุมพลังเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo โดยมีให้เลือกสรรทั้งเครื่องยนต์เบนซินและดีเซล 3สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ในรุ่นคูเปอร์ และ คูเปอร์ ดี และเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ขนาด 2 ลิตร ส่วนระบบส่งกำลัง ได้รับการพัฒนาเพิ่มเติมด้วยคันเกียร์ใหม่ในระบบไฟฟ้า โดยในรุ่นคูเปอร์และคูเปอร์ เอส จะมาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic7 สปีด คลัตช์คู่ (Double Clutch Transmission) ที่มอบจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและไหลลื่นยิ่งขึ้น เร่งความเร็วได้ทันใจ รวมถึงมีอัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่มากขึ้นกว่าเดิม ทำให้ขับขี่ได้คล่องตัวและพร้อมตอบสนองความท้าทายทุกโจทย์บนท้องถนน

   มินิ คูเปอร์ แฮทช์ 3 ประตู ให้กำลังสูงสุดที่ 136 แรงม้า โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 220 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 7.8 วินาที ส่วนมินิ คูเปอร์ เอส แฮทช์ 5 ประตู สามารถให้กำลังได้สูงสุด 192 แรงม้า โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 280 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 6.7 วินาที

   มินิ คูเปอร์ แฮทช์ รุ่นปรับโฉมใหม่ ยังมาพร้อมกับหน้าจอดิจิทัลพร้อมระบบสัมผัสขนาด 6.5 นิ้ว หรือ 8.8 นิ้ว สำหรับ มินิ คูเปอร์ เอส ไฮทริม ที่มีเทคโนโลยีไร้สายแบบ Bluetooth ติดตั้งในตัวเพื่อเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือได้ รวมถึงเทคโนโลยี MINI Connected ที่จะเชื่อมต่อฟังก์ชั่นต่างๆ บนรถยนต์กับสมาร์ทโฟนได้

มินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตทิเบิล รุ่นปรับโฉมใหม่
- ราคาจำหน่าย
: 3,030,000บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม และโปรแกรมบำรุงรักษา MSI Standard)

   เพื่อตอกย้ำความเป็นมินิในสไตล์อังกฤษ หลังคาของรถมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตทิเบิล รุ่นปรับโฉมใหม่ ประทับลายธงยูเนียนแจ็คในสไตล์ MINI Yours อันโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ และเพื่อเพิ่มทางเลือกให้กับผู้ขับขี่ มีการเพิ่มตัวเลือกของสีเบาะที่นั่งและห้องโดยสารทั้งหมด 3 แบบ ได้แก่ Leather Chester, Leather Malt Brown, Leather Cross Punch Carbon Black และล่าสุดกับ Leather Lounge Satellite Grey ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบความไม่เหมือนใคร และเติมความโดดเด่นบนท้องถนนให้กับมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตทิเบิลขณะขับขี่แบบเปิดหลังคา

   รถมินิ คูเปอร์ เอส คอนเวิร์ตทิเบิล มาพร้อมกับเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ และขุมพลังเทคโนโลยี MINI TwinPower Turbo ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 192 แรงม้าโดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 280 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 7.1 วินาที มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic 7 สปีด คลัตช์คู่ (Double Clutch Transmission) ที่มอบจังหวะการเปลี่ยนเกียร์ที่รวดเร็วและไหลลื่นยิ่งขึ้น เร่งความเร็วได้ทันใจ ส่วนล้อเป็นลายพิเศษ MINI Yours Vanity Spoke 2-tone ขนาด 18 นิ้ว ที่มากับฝาครอบล้อลาย MINI Yours

   สำหรับพวงมาลัยในรถรุ่นปรับโฉมใหม่ทั้งมินิ คูเปอร์ แฮทช์ 3 ประตู 5 ประตูและคอนเวิร์ตทิเบิล จะเป็นแบบมัลติฟังก์ชั่นสามก้าน โดยที่มีฟังก์ชันการใช้งานแตกต่างกันไปในมินิแต่ละรุ่น ทางด้านซ้ายจะมีปุ่มควบคุม Speed Limit ที่กำหนดความเร็วสูงสุดของรถได้ ส่วนชุดควบคุมด้านขวาจะเกี่ยวข้องกับระบบความบันเทิงและเครื่องเสียง นอกจากนี้ มินิ คอนเวิร์ตทิเบิล ยังมาพร้อมกับหน้าจอดิจิทัลพร้อมระบบสัมผัสขนาด 8.8 นิ้วที่มีเทคโนโลยีไร้สายแบบ Bluetooth ติดตั้งในตัวเพื่อเชื่อมต่อกับโทรศัพท์มือถือได้ รวมถึงเทคโนโลยี MINI Connected ที่จะเชื่อมต่อฟังก์ชั่นต่างๆ บนรถยนต์กับสมาร์ทโฟนได้

ข้อเสนอพิเศษในงาน MINIExpo 2018


   สำหรับทุกการจองในงาน MINI Expo 2018 ระหว่างวันที่ 16-19 สิงหาคม พ.ศ. 2561 ลูกค้ามินิจะได้รับหมอนลายกุญแจรถยนต์มินิสุดเอ็กซ์คลูซีฟเป็นของขวัญ
 

   สำหรับลูกค้ามินิที่ทำการจองรถยนต์ภายในงาน และรับส่งมอบรถยนต์ภายในวันที่ 30 กันยายน
พ.ศ. 2561 จะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้

การจองรถมินิทุกรุ่น

·         รับทันที ลำโพง MINI x Harman Kardon(จนกว่าสินค้าจะหมด)

·         รับสิทธิ์ชิงรางวัลพิเศษ* แพคเกจทัวร์เกาหลี รวม 5 รางวัล

-  ทุกการจอง ลูกค้าจะได้รับ 1 สิทธิ์เพื่อลุ้นรับรางวัลแพคเกจทัวร์เกาหลีใต้ 4 วัน 2 คืน สำหรับ
2 ท่าน พร้อมร่วมสัมผัสกับประสบการณ์พิเศษจาก MINI Driving Centre ณ ประเทศเกาหลีใต้

-  พิเศษยิ่งขึ้นสำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ผ่านทาง มินิ ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ผ่านโปรแกรม Freedom Choice จะได้รับสิทธิ์ชิงโชคถึง 3 สิทธิ์ด้วยกัน


* รางวัลไม่สามารถโอนสิทธิ์หรือเปลี่ยนแปลงเป็นเงินสดได้

สำหรับรถยนต์มินิ คลับแมน ทุกรุ่น (ยกเว้นมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์คส์ คลับแมน)

·         ได้สิทธิ์ผ่อนชำระด้วยอัตราดอกเบี้ย 0% เป็นระยะเวลาถึง 5 ปี

ข้อเสนอเทรด-อินสำหรับรถยนต์มินิ คันทรีแมน

·         เจ้าของรถยนต์มินิ คันทรีแมน รุ่นแรก (R60) จะได้สิทธิ์นำรถมาแลกรับข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์ มินิ คันทรีแมน รุ่นใหม่ (F60)ตามเงื่อนไขที่กำหนด

 
 

AUTO NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย แต่งตั้ง มร. แบรน์ฮาร์ท เทอรีท ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงิน คนใหม่

Saturday, 04 August 2018 15:41

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยประกาศแต่งตั้ง มร. แบรน์ฮาร์ท เทอรีท ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงินคนล่าสุด มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป โดยมร. เทอรีท เข้ารับตำแหน่งต่อจาก มร. ริวดิเก้ รัดเช็ค ซึ่งย้ายไปรับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงิน ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป รัสเซีย

   มร. แบรน์ฮาร์ท เทอรีทจบการศึกษาด้านบริหารธุรกิจ จาก University of Bayreuth ประเทศเยอรมนีและได้เริ่มต้นร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในปี 2545 โดยรับผิดชอบในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการจัดการและควบคุมด้านการเงิน ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป มิวนิค ในหน่วยงานต่าง ๆ รวมเป็นระยะเวลากว่า 16 ปี ก่อนจะย้ายมารับตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงิน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เพื่อบริหารงานด้านการเงินและบัญชีสำหรับการดำเนินงานโดยรวม และการรับผิดชอบดูแลด้านการปฏิบัติงาน การบริหารฝ่ายทรัพยากรบุคลากร และการบริหารงานทั่วไปของบริษัทฯ

   มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปประเทศไทย กล่าวว่า “ในโอกาสนี้ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ต้อนรับมร. แบรน์ฮาร์ท เทอรีท มาร่วมงานกับเราในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงิน โดยความเชี่ยวชาญด้านการเงินของมร. เทอรีท ประกอบกับประสบการณ์อันยาวนานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปจะมาเป็นกำลังสำคัญในการหล่อเลี้ยงและขับเคลื่อนการดำเนินงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ให้สามารถพัฒนาประสิทธิภาพและความแข็งแกร่งในฐานะผู้นำแห่งยนตรกรรมพรีเมียมในประเทศไทย”

   “และผมต้องขอแสดงความยินดีแก่ มร. ริวดิเก้ รัดเช็ค อดีตประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงินของ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ที่มีโอกาสได้ร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป รัสเซีย ในฐานะประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายบริหารการเงิน มร. รัดเช็คได้แสดงถึงความสามารถและความทุ่มเทตลอดระยะเวลาที่ได้ร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย และผมขอเป็นตัวแทนของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการแสดงความขอบคุณแก่ มร. รัดเช็ค สำหรับความมุ่งมั่นในการสร้างความสำเร็จและผลงานที่น่าภาคภูมิใจให้แก่บีเอ็มดับเบิลยูในประเทศไทย”

 
 

AUTO NEWS : มิตซูบิชิ มอเตอร์ส เผยดีไซน์ใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการ เตรียมพลิกโฉมทุกสาขาทั่วโลก

Sunday, 05 August 2018 16:17

 

 

 

 

 

 

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส คอร์ปอเรชั่นเปิดตัวดีไซน์ใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการรถยนต์มิตซูบิชิ ที่ตกแต่งใหม่ทั้งภายนอกและภายใน พร้อมปรับโฉมกว่า 5,000 แห่งทั่วโลก เพื่อให้สอดคล้องกับกลยุทธ์การสร้างแบรนด์ในระดับโลก “Drive your Ambition” ที่ได้ประกาศไปในปีที่ผ่านมา โดยการพัฒนาดังกล่าว จะช่วยยกระดับประสบการณ์ลูกค้าผ่านบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมภายในโชว์รูมและศูนย์บริการฯ ทั้งยังเป็นการส่งเสริมภาพลักษณ์อันแข็งแกร่งของแบรนด์ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ต่อไป

   ดีไซน์ใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการฯ โดดเด่นด้วยโทนสีดำ สีขาว และสีเทา พร้อมเส้นสายสีแดงที่โฉบเฉี่ยว ดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์นี้ จะช่วยเชื่อมโยงประสบการณ์ของลูกค้าผ่านทุกจุดที่ได้สัมผัสกับแบรนด์ ตั้งแต่ภายในบูธจัดแสดงยานยนต์ เว็บไซต์ และโบร์ชัวร์ ต่อเนื่องมายังโชว์รูมและศูนย์บริการฯ

   ทั้งนี้ภาพลักษณ์ใหม่ของโชว์รูมและศูนย์บริการฯ ได้รับการออกแบบให้สะท้อนถึงอัตลักษณ์ใหม่ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ด้วย “ไดนามิก สโลป” (Dynamic Slope) องค์ประกอบอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของภายนอกโชว์รูมและศูนย์บริการฯ พร้อมการจัดแสดงรถยนต์มิตซูบิชิให้มีความโดดเด่นมากยิ่งขึ้น บ่งบอกถึงพลังและการขับเคลื่อน ขณะที่ภายในโชว์รูมก็ได้รับการตกแต่งเพื่อส่งมอบประสบการณ์เหนือระดับให้แก่ลูกค้า

   มร. กียอม คาร์เทียร์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหารอาวุโส ด้านการตลาดและการขายระดับโลก ของ มิตซูบิชิ มอเตอร์สกล่าวว่า “มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ได้ยกระดับขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นได้จากการนำเอกลักษณ์การออกแบบมาใช้ในทุกจุดเพื่อสร้างประสบการณ์ให้กับลูกค้า เราจึงได้นำเอกลักษณ์ใหม่ดังกล่าวมาสู่เครือข่ายผู้จำหน่าย เพื่อเน้นย้ำถึงความเป็น มิตซูบิชิ ทั้งรูปลักษณ์และสัมผัส พร้อมคุณภาพด้านการบริการของ มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วโลก”

 
 

AUTO NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แต่งตั้งมิสริตู แชนดี้ ดำรงตำแหน่งประธานคนใหม่ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

Thursday, 02 August 2018 16:29

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประกาศแต่งตั้งมิสริตู แชนดี้ ในฐานะประธานคนใหม่ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก มีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2561 เป็นต้นไป โดยจะประจำอยู่ ณ ประเทศสิงคโปร์ เพื่อดูแลการบริหารการดำเนินงานของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ไฟแนนเชียล เซอร์วิสใน 7 ประเทศทั่วภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก ได้แก่ ออสเตรเลีย นิวซีแลนด์ อินเดีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย เกาหลีใต้ และประเทศไทย รวมถึงการดูแลรับผิดชอบพันธมิตรทางธุรกิจในประเทศอินเดีย สิงคโปร์ และเวียดนาม ทั้งนี้ มิสแชนดี้ เข้ารับตำแหน่งดังกล่าวต่อจากมร. เซิร์จ นาดีน ซึงย้ายไปรับตำแหน่งประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประเทศจีน

   มิสแชนดี้ จบการศึกษาในระดับปริญญาโท สาขาบริหารธุรกิจสำหรับผู้บริหารจาก Booth School of Business มหาวิทยาลัยชิคาโก ก่อนจะเข้าร่วมงานกับบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ปเมื่อปี 2544 ในประเทศออสเตรเลีย โดยตลอดระยะเวลากว่า 17 ปีที่ผ่านมา มิสแชนดี้ได้ปฏิบัติงานในหลากหลายตำแหน่งทั่วทั้งภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกและทวีปอเมริกาเหนือ

   ก่อนที่จะเข้ารับตำแหน่งประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ประจำภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิกในโอกาสนี้ มิสแชนดี้เคยดำรงตำแหน่งประธานและรองประธานฝ่ายการเงิน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ทวีปอเมริกาเหนือ ตั้งแต่ปี 2557-2561 โดยได้รับผิดชอบดูแลบริหารการเงินและการพัฒนาธุรกิจของไฟแนนเชียล เซอร์วิสในภูมิภาคอเมริกา

   ในปี 2553-2557 มิสแชนดี้ ได้ประจำอยู่ ณ ประเทศสิงคโปร์ ในตำแหน่งหัวหน้าฝ่ายการเงิน ภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก เพื่อดูแลการปฏิบัติงานของทีมงานในประเทศสิงคโปร์และกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน ในด้านการแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ การบริหารความเสี่ยงจากอัตราดอกเบี้ย และการระดมเงินทุนจากเงินกู้ สำหรับการดำเนินธุรกิจของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในภูมิภาคเอเชีย แปซิฟิก

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ไฟแนนเชียล เซอร์วิส ดูแลการดำเนินงานของบริษัทย่อยในเครือ และความร่วมมือกับผู้ให้บริการด้านการเงินและผู้นำเข้ารถยนต์ในกว่า 58 ตลาดบนทุกทวีปทั่วโลก ด้วยพนักงานกว่า 8,600 คน และเป็นหนึ่งในผู้นำระดับโลกด้านบริการทางการเงินในอุตสาหกรรมยานยนต์

 
 

AUTO NEWS : กลุ่มตรีเพชรอีซูซุ มอบเงิน 100,000 บาท เพื่อผู้ประสบภัยน้ำท่วมที่แขวงอัตตะปือ สปป.ลาว

Saturday, 04 August 2018 15:52

   กลุ่มตรีเพชรอีซูซุ โดย มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยคุณปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ มอบเงินจำนวน 100,000 บาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจากกรณีสันเขื่อนแตกที่แขวงอัตตะปือ โดยมีท่านอุคำ แสงแก้วมีไชย์ อัครรัฐทูตลาว และท่านพันทะวง บุดทะสะวง เลขานุการเอก เป็นผู้แทนรับมอบ ณ สถานทูตลาวประจำประเทศไทย ถนนประชาอุทิศ

 
 

More Articles...

Page 1 of 35

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )