Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : ทาทา มอเตอร์ส ประชุมผู้จำหน่าย ประจำปี 2560 ชี้ภาพลักษณ์แบรนด์ดีขึ้น พร้อมหนุนดีลเลอร์เต็มกำลัง เติมผลิตภัณฑ์ สร้างแบรนด์ให้แข็งแกร่ง

Sunday, 23 July 2017 03:01

 

 

 

 

 

 

 

 

    บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จัดประชุมใหญ่ ผู้จำหน่ายรถยนต์ ทาทา มอเตอร์ส ทั่วประเทศ ประจำปี 2560 พร้อมแถลงผลการดำเนินงานในปีงบประมาณที่ผ่านมา และทิศทางการตลาดในปีนี้ รวมทั้งสร้างความเชื่อมั่นให้กับกลุ่มผู้จำหน่าย ในขณะที่ภาพลักษณ์ของแบรนด์ ทาทา มอเตอร์ส ดีขึ้นมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา

   ในปีที่ผ่านมาอุตสาหกรรมรถยนต์เติบโตขึ้นประมาณ 1-2%โดยกลุ่มรถบรรทุกโตมากที่สุด 6% ส่วนรถกระบะประมาณ 3% ซึ่งในไตรมาสแรกของปีนี้ อุตสาหกรรมรถยนต์ดีขึ้นในเกือบทุกเซกเมนต์ โดยเฉพาะกลุ่มรถกระบะ และกลุ่มรถบรรทุก ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดีกับอุตสาหกรรมรถยนต์

   ส่วน ทาทา มอเตอร์ส ประเทศไทย ในปีงบประมาณที่ผ่านมา เติบโตขึ้น 20% และในกลุ่มของรถกระบะขนาด 1 ตันโตขึ้นประมาณ 40% โดยไม่รวมกระบะขนาดเล็ก ทาทา ซูเปอร์เอซ มินท์ (Super Ace Mint)

   ทางด้าน นายซานเจย์ มิชรา กรรมการผู้จัดการบริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นอกเหนือจากยอดจำหน่ายและการเติบโตขึ้นในตลาดของ ทาทา มอเตอร์ส ในปีงบประมาณที่ผ่านมาแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่แสดงให้เห็นว่า แบรนด์ของเราได้รับการยอมรับ ได้รับความเชื่อมั่นจากลูกค้ามากขึ้น คือ ผลจากการสำรวจความเชื่อมั่นในแบรนด์รถกระบะของคนไทย แบรนด์ทาทา มอเตอร์ส ถูกจัดอยู่ในอันดับ 7 ซึ่งมีแนวโน้มในทิศทางที่ดีขึ้น จากเดิมที่อยู่ในอันดับ 8 จากทั้งหมด 10 แบรนด์ที่จำหน่ายรถกระบะในตลาด”

   “แน่นอนว่า เราจะไม่หยุดพัฒนา และพร้อมเสริมศักยภาพในทุกๆ ด้าน เพื่อสร้างแบรนด์ของเราให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ลงตลาด ที่จะทำให้ผู้จำหน่ายมีสินค้าใหม่มานำเสนอให้กับลูกค้าได้มากขึ้น ในช่วงต้นปีเราเพิ่งเปิดตัว รถบรรทุก 6 ล้อ ทาทา อัลทรา (Ultra) และภายในปีนี้เราจะนำ อัลทรา รุ่นย่อยมาเพิ่มเติมอีก ประเทศไทยเป็นตลาดรถเพื่อการพาณิชย์ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ซึ่ง ทาทา มอเตอร์ส ประเทศไทย ก็พร้อมที่จะเสริมผลิตภัณฑ์รถเพื่อการพาณิชย์เพื่อตอบสนองการใช้งานของลูกค้าในทุกรูปแบบ ซึ่งเป็นนโยบายที่สอดคล้องกับเป้าหมายหลักของ ทาทา มอเตอร์ส (อินเดีย) บริษัทแม่ที่ต้องการผลักดันให้ทาทา มอเตอร์ส เป็นผู้ผลิตอันดับ 3 ของโลก ในกลุ่มรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ ในปัจจุบันเราอยู่ในอันดับที่ 4 และ 5 ในส่วนของรถบัสและรถบรรทุก” นายซานเจย์กล่าวเสริม 

   ทางด้านกลยุทธ์การตลาด ทาทา มอเตอร์ส ประเทศไทย มีการปรับกลยุทธ์ให้แข็งแกร่งขึ้นในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะในส่วนของผลิตภัณฑ์ที่วางเป้าหมายจะให้มีสินค้าครบในทุกเซ็กเมนท์ การปรับกลยุทธ์ด้านราคาและโปรโมชั่นที่ทำให้ผู้จำหน่ายสามารถแข่งขันในตลาดได้ รวมทั้งตอบสนองลูกค้าให้สามารถเป็นเจ้าของรถทาทา ในราคาที่คุ้มค่าคุ้มราคา ประหยัดต้นทุนได้มากที่สุด ในส่วนของโครงสร้างอะไหล่ชิ้นส่วนต่างๆ  ค่ามาตรฐานของการมีอะไหล่พอเพียงในอุตสาหกรรมรถยนต์อยู่ที่ 92% ในขณะที่ค่ามาตรฐานของ ทาทา มอเตอร์ส ประเทศไทย อยู่ที่ 95% ซึ่งแสดงให้เห็นว่า บริษัทฯ มีความพร้อมที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ทันที และเป็นอีกหนึ่งปัจจัยหลักในการสร้างความแข็งแกร่งด้านบริการหลังการขาย หลังจากที่ก่อนหน้านี้ บริษัทฯ ก็เพิ่งพัฒนารถโมบายเซอร์วิสรุ่นใหม่ออกมา เพื่อให้บริการลูกค้านอกสถานที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

   ส่วนแผนการย้ายสถานที่ประกอบรถยนต์ทาทา ปัจจุบันยังอยู่ระหว่างการขนย้ายเครื่องจักรเพื่อไปติดตั้ง ณ โรงงานแห่งใหม่ และบริษัทฯ ก็ใช้โอกาสนี้ในการปรับปรุง ยกระดับคุณภาพ และความสามารถในการประกอบรถยนต์ ทาทา ซีนอน รวมทั้งจะประกอบรถ ทาทา ซูเปอร์เอซ มินท์ ในประเทศไทยเป็นครั้งแรก  และจะเป็นโรงงานประกอบที่สามารถรองรับการผลิตที่จะขยายมากขึ้นในอนาคต

 
 

AUTO NEWS : โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์ครึ่งปีแรก พร้อมปรับประมาณการตลาดรถยนต์ในประเทศปี 2560

Friday, 21 July 2017 16:43

 

 

 

 

 

   มร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แถลงสถิติการจำหน่ายรถยนต์    ครึ่งแรกของปี 2560 พร้อมปรับประมาณการตลาดรถยนต์ไทยปี 2560 เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2560 ณ ห้องบอลรูม โรงแรมคอนราด กรุงเทพฯ   

   มร.ซึงาตะ กล่าวว่า “ต้องขอขอบคุณภาครัฐที่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและการลงทุนภายในประเทศ รวมถึงอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทย จนทำให้ตลาดรถยนต์ในครึ่งปีแรกเริ่มฟื้นตัวและเติบโตขึ้นจากปีที่แล้ว โดยตลาดรถยนต์ในครึ่งปีแรกของปี พ.ศ.2560 มียอดขายรวมอยู่ที่ 409,980 คัน เพิ่มขึ้น 11.2%”

   โดยโตโยต้ามียอดขาย 112,488 คัน เพิ่มขึ้น 3.1% แบ่งเป็นรถยนต์นั่ง 45,167 คัน เพิ่มขึ้น 26.5% รถเพื่อการพาณิชย์ 67,321 คัน ลดลง 8.3% และรถกระบะ 1 ตัน (รวมรถกระบะดัดแปลง) ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยอดขายรถเพื่อการพาณิชย์ 63,105 คัน ลดลง 9.4%

   สำหรับการส่งออกในครึ่งปีแรก โตโยต้าได้ส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปจำนวน 135,332 คัน ลดลง 19% จากปีที่แล้ว คิดเป็นมูลค่าการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูป 72,750 ล้านบาท และมีการส่งออกชิ้นส่วน มูลค่า 33,823 ล้านบาท รวมเป็นมูลค่าการส่งออกที่ 106,573 ล้านบาท”
   สำหรับแนวโน้มตลาดรถยนต์ของปี 2560 มร.ซึงาตะ คาดการณ์ว่า “สำหรับตลาดรถยนต์ในช่วงครึ่งปีหลัง มีปัจจัยบวกต่างๆ ทั้งการเติบโตของ GDP มาตรการกระตุ้นการลงทุนอย่างต่อเนื่องจากภาครัฐเพื่อดึงดูดการลงทุนจากภาคเอกชน ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่สูงขึ้น รวมถึงการแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่ที่หลากหลายจากค่ายรถยนต์ ทำให้เรามองว่าตลาดรถยนต์ในประเทศจะมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดรถยนต์รวมในครึ่งปีแรกเติบโตมากกว่าที่คาดไว้อยู่ที่ 11.2% ทำให้เราคาดการณ์ว่า ตลาดรถยนต์โดยรวมในประเทศ ปี พ.ศ.2560 จะอยู่ในระดับ 830,000 คัน เพิ่มขึ้น 8% จากปีที่แล้ว”

   มร.ซึงาตะ กล่าวว่า “อย่างไรก็ตาม ยอดขายโตโยต้าในช่วงครึ่งปีแรกเพิ่มขึ้น 3% นั้น ยังถือว่าต่ำกว่าอัตราการเติบโตของตลาดรถยนต์รวม ทั้งนี้มีปัจจัยหลักมาจากการที่ค่ายรถยนต์อื่นๆ ต่างทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่หลากหลายรุ่นเข้าสู่ตลาดในช่วงครึ่งปีแรก แต่เรายังคงยืนยันที่จะยึดเป้าหมายการขายสำหรับตลาดในประเทศในปีนี้ไว้ที่ 265,000คัน เพิ่มขึ้น 8% จากปีที่แล้ว โดยโตโยต้าจะแนะนำผลิตภัณฑ์ใหม่มากขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง เพื่อให้สามารถรองรับกับตลาดที่เติบโตขึ้น”
   “ในส่วนของเป้าหมายการส่งออกนั้น เราคาดการณ์ว่าปริมาณการส่งออกของโตโยต้าจะอยู่ที่ 291,000 คัน ลดลง 9% จากปีที่แล้ว โดยเป็นผลกระทบจากตลาดในกลุ่มประเทศตะวันออกกลาง รวมถึงตลาดในกลุ่มประเทศอเมริกากลาง และอเมริกาใต้”

   มร.ซึงาตะ กล่าวเพิ่มเติมว่า “โตโยต้าขอแสดงความขอบคุณจากใจจริงต่อรัฐบาลไทย สำหรับการให้ความสนับสนุนต่ออุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยเป็นอย่างดี และเพื่อให้สอดคล้องกับแผนงานของรัฐบาล เรายังคงมุ่งมั่นในการมีส่วนช่วยส่งเสริมและตอบสนองต่อนโยบายไทยแลนด์ 4.0 และการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจภาคตะวันออก (EEC) ของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านแผนการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งโตโยต้ายังคงมุ่งเน้นการเพิ่มศักยภาพและพัฒนาขีดความสามารถของวิศกรไทยในด้านการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ผ่านพันธกิจของบริษัท โตโยต้า ไดฮัทสุ เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด (TDEM) ในแผนการดำเนินการและสนับสนุนการพัฒนารถยนต์นั่งส่วนบุคคลขนาดเล็กในตลาดที่มีแนวโน้มการเติบโตสูง พร้อมทั้งขยายโครงการความร่วมมือด้านการถ่ายทอดความรู้แก่ภาคอุตสาหกรรมอีกด้วย นอกจากนี้ เราขอยืนยันในความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความสุขให้กับสังคมไทย ด้วยการนำเสนอผลิตภัณฑ์และบริการที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย”

   “และปีนี้ถือเป็นการก้าวเข้าสู่ปีที่ 55 ของโตโยต้าที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทย เรามีความภูมิใจและขอยืนยันในความมุ่งมั่นที่จะสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดียิ่งขึ้นให้กับคนไทย ภายใต้ปรัชญาการดำเนินธุรกิจของโตโยต้าที่ว่า “เราจะเติบโตคู่ไปกับสังคม” ดังนั้นโตโยต้าจึงมุ่งมั่นที่จะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงที่หลากหลายรอบตัวเรา โดยผสมผสานการพัฒนานวัตกรรมยานยนต์ที่ใช้พลังงานเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกับเทคโนโลยียานยนต์ระดับสูง ให้สอดคล้องกับแนวโน้มแห่งอนาคตเพื่อเชื่อมโยงระหว่างมนุษย์และเทคโนโลยี ผมจึงอยากขอเชิญชวนทุกท่านไปพบกับงาน “Toyota Expo” ที่เรากำลังจะจัดขึ้นในกรุงเทพฯ ระหว่างวันที่ 3 – 13 สิงหาคม นี้ และจะมีการขยายการจัดงานสู่ต่างจังหวัดต่อไป ซึ่งภายในงานนี้ทุกท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์แห่งความสุขจากโตโยต้า ที่เรามีความมุ่งมั่นที่จะมอบให้แก่ลูกค้าทุกคน” มร.ซึงาตะกล่าวในที่สุด       

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้าเปิดสนามทดสอบในประเทศไทย เพิ่มศักยภาพการวิจัยและพัฒนาในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

Thursday, 20 July 2017 14:47

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด (หรือ HRAP)จัดพิธีเปิดสนามทดสอบ ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค ปราจีนบุรี อย่างเป็นทางการ ณ สวนอุตสาหกรรมโรจนะ จังหวัดปราจีนบุรี โดยได้รับเกียรติจาก รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ดร. อรรชกา สีบุญเรือง ร่วมด้วย มร. ชิโร ซะโดะชิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย มร. ชินจิ อาโอยามะ ประธานเจ้าหน้าที่ส่วนปฏิบัติการภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัดมร. โยชิฮารุ  อิตาอิ กรรมการผู้จัดการและผู้แทนกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด มร. ฮิเดโอะ  โคมูระ ประธานบริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด และพนักงานกลุ่มบริษัทฮอนด้า ร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีเปิด

   สนามทดสอบ ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค ปราจีนบุรี เป็นสนามทดสอบแบบครบวงจรที่มีเอกลักษณ์ และได้รับการออกแบบมาสำหรับภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียโดยเฉพาะ ด้วยเงินลงทุน 1,700 ล้านบาท สำหรับการก่อสร้างสนามทดสอบ ที่ประกอบด้วย 8 สนาม บนพื้นที่กว่า 500 ไร่ (หรือประมาณ 800,000 ตร.ม.) โดยประเทศไทยเป็นประเทศที่ 3 ที่มีสนามทดสอบของฮอนด้า ต่อจากประเทศญี่ปุ่น และประเทศสหรัฐอเมริกา

   สนามทดสอบแห่งใหม่นี้ ใช้สำหรับการทดสอบรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ โดยจะมีการทดสอบในหลายรูปแบบ เช่น การควบคุมรถ การทรงตัว และสมรรถนะโดยรวม เพื่อนำผลทดสอบไปพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่จะจำหน่ายในภูมิภาคนี้ สนามทดสอบแห่งใหม่นี้ จึงมีส่วนสำคัญในการยกระดับศักยภาพการแข่งขันของผลิตภัณฑ์ฮอนด้าในประเทศไทย และในตลาดเอเชียและโอเชียเนีย ในอนาคต ทางฮอนด้ายังมีแผนที่จะนำยานยนต์จากภูมิภาคอื่นมาทดสอบที่นี่ด้วยเช่นกัน

   ดร. อรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กล่าวว่า “อุตสาหกรรมยานยนต์เป็นหนึ่งใน 10 อุตสาหกรรมเป้าหมาย ที่รัฐบาลไทยให้การส่งเสริมเพื่อเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย การลงทุนสร้างสนามทดสอบ ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค ปราจีนบุรีแห่งนี้ จึงเป็นส่วนหนึ่งในการสนองตอบต่อทิศทางและนโยบายของรัฐบาลในการสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศไทย ด้วยการพัฒนาศักยภาพการแข่งขันให้กับอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย”

   มร. ชินจิ อาโอยามะ ประธานเจ้าหน้าที่ส่วนปฏิบัติการภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด (ประเทศญี่ปุ่น) และประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด  กล่าวว่า “ประเทศไทยเป็นศูนย์กลางการผลิตและส่งออกของฮอนด้าในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนียมาโดยตลอด และยังเป็นฐานสำคัญในการดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนาด้วย ซึ่งสนามทดสอบปราจีนบุรีแห่งนี้ จะช่วยสร้างความแข็งแกร่งให้กับผลิตภัณฑ์ฮอนด้า ด้วยการเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และการพัฒนายานยนต์ที่มีดีไซน์ที่โดดเด่น เกินความคาดหวังของลูกค้าทั้ง
ในประเทศไทย และในภูมิภาคนี้”

   มร. โยชิฮารุ  อิตาอิ กรรมการผู้จัดการและผู้แทนกรรมการบริหาร บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี จำกัด กล่าวว่า “ถนนในสนามทดสอบของฮอนด้า ได้รับการออกแบบขึ้นโดยการจำลองสภาพถนนในรูปแบบต่างๆ เราเชื่อว่า ข้อมูลที่ได้จากการทดสอบผลิตภัณฑ์ ณ สนามทดสอบ ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค ปราจีนบุรี แห่งนี้ จะมีส่วนช่วยให้เราพัฒนาผลิตภัณฑ์ฮอนด้า ที่สามารถส่งมอบความสุขให้กับลูกค้าได้ ทั้งยังทำให้ลูกค้ารู้สึกถึงความสนุกในทุกการขับขี่อย่างแท้จริง”

   สนามทดสอบ ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค ปราจีนบุรี แห่งนี้ ประกอบด้วยสนามทดสอบที่จำลองสภาพถนนและลักษณะภูมิประเทศในรูปแบบต่างๆ 8 สนาม โดยความยาวรวมประมาณ 8 กิโลเมตร ซึ่งแบ่งเป็นสนามทดสอบรูปแบบต่างๆ ดังนี้

1) สนามทดสอบรูปวงรี (Oval Course):

สนามทดสอบรูปวงรีความยาว 2.18 กิโลเมตร ใช้ทดสอบสมรรถนะของรถยนต์ในขณะขับด้วยความเร็วสูง รวมถึงการทดสอบอื่นๆ เช่น ระดับเสียงของลมที่เข้ามาในห้องผู้โดยสาร และการควบคุมพวงมาลัย

2) สนามทดสอบทางโค้ง (Winding Course):

   สนามทดสอบทางโค้งความยาว 1.38 กิโลเมตร ใช้ทดสอบสมรรถนะโดยทั่วไป รวมถึง การทดสอบประสิทธิภาพของระบบเบรก และการควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง สนามทดสอบทางโค้งนี้มีการจำลองถนนที่มีการขึ้น-ลง และถนนที่มีมุมอับสายตา รวมมีทางโค้งทั้งหมด 17 โค้ง

3) สนามทดสอบไดนามิกส์ (Vehicle Dynamics Area):

   สนามทดสอบที่เชื่อมต่อกับสนามทดสอบรูปวงรี ใช้ทดสอบการควบคุมการทรงตัวของรถ ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง และทดสอบประสิทธิภาพของการเบรก ขณะเข้าทางโค้งแบบหักศอก

4) สนามทดสอบที่มีน้ำท่วมขัง (Wet Course):

   สนามทดสอบที่จำลองสภาพถนนที่เปียกและลื่น ใช้ทดสอบผลกระทบของน้ำท่วมขังที่มีต่อสมรรถนะของรถยนต์ ประกอบด้วย Pool Road, Splash Road, Wet Brake Road โดยสนามนี้สามารถปรับระดับความลึกของน้ำได้ตั้งแต่ 0-1,000 มิลลิเมตร เพื่อจำลองสถานการณ์น้ำท่วม ที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยในทวีปเอเชีย โดยเป็นการทดสอบการกันน้ำและผลกระทบต่อห้องเครื่องยนต์

5) สนามทดสอบสภาพพื้นผิวถนนในรูปแบบต่างๆ (Ride Road Course):

   สนามทดสอบนี้จำลองสภาพพื้นผิวถนนของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย ใช้ทดสอบสมรรถนะทั่วไปบนพื้นผิวถนนที่แตกต่างกัน โดยมีถนนลักษณะต่างๆ ถึง 8 รูปแบบด้วยกัน อาทิ ถนนคอนกรีต (Concrete Highway) ถนนยางมะตอยที่มีพื้นผิวชำรุด (Noise Road) และถนนลาดเอียง (Camber Road)

6) สนามทดสอบที่มีพื้นผิวพิเศษ (Special Surface Courses):

   สนามทดสอบนี้ได้รับการออกแบบและสร้างด้วยเทคโนโลยี 3 มิติ เพื่อจำลองพื้นผิวถนนที่ขรุขระ ใช้ทดสอบความทนทานของช่วงล่างรถยนต์ โดยมีพื้นผิวถนนลักษณะต่างๆ ถึง 8 รูปแบบด้วยกัน อาทิ ถนนที่จำลองลูกระนาด (Speed Breaker) และถนนคอนกรีตที่มีพื้นผิวขรุขระ (Concrete Rough Road)

7) สนามทดสอบทางลาดชัน (Slope Course):

   สนามทดสอบทางลาดชัน ใช้ทดสอบความแข็งแกร่งของเครื่องยนต์ และประสิทธิภาพของระบบเบรก

8) สนามทดสอบทางตรง (Straight Course):

   สนามทดสอบทางตรงความยาว 1.2 กิโลเมตร ใช้ทดสอบอัตราการประหยัดน้ำมัน และอัตราการเร่งความเร็วหลังจากออกตัว

   สนามทดสอบแห่งนี้ยังมีพื้นที่สนามหญ้า ซึ่งในอนาคตมีแผนที่จะใช้ทดสอบผลิตภัณฑ์ดูแลสนามหญ้าของฮอนด้าอีกด้วย

   สนามทดสอบปราจีนบุรีแห่งนี้ จะมีส่วนช่วยยกระดับคุณภาพผลิตภัณฑ์ฮอนด้า เพื่อการพัฒนาผลิตภัณฑ์ ที่เพิ่มศักยภาพในการแข่งขันในอนาคต

เกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาของฮอนด้า และบริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด

   ฮอนด้าเป็นผู้ผลิตยานยนต์รายแรกที่เปิดหน่วยงานวิจัยและพัฒนาขึ้นในประเทศไทย โดยเริ่มต้นจากการก่อตั้งหน่วยงานวิจัยและพัฒนารถจักรยานยนต์ ขึ้นในปี พ.ศ. 2531 ต่อมาจึงได้ก่อตั้งหน่วยงานวิจัยด้านรถยนต์ในประเทศไทยขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2537 เพื่อพัฒนาและจัดหาชิ้นส่วนภายในประเทศและสนับสนุนการดำเนินงานด้านการผลิตรถยนต์อีกด้วย ต่อมาได้ขยายบทบาทเพิ่มขึ้นทั้งด้านการวางแผนผลิตภัณฑ์และการควบคุมคุณภาพ

   ในปี พ.ศ. 2548 หน่วยงานวิจัยด้านรถยนต์ของฮอนด้าได้จดทะเบียนนิติบุคคลในชื่อ บริษัท ฮอนด้า อาร์แอนด์ดี เอเชีย แปซิฟิค จำกัด (HRAP) โดยปัจจุบันรับผิดชอบดำเนินงานด้านการวิจัยและพัฒนารถยนต์ที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าทั่วทั้งภูมิภาคเอเชียและโอเชียเนีย

 
 

AUTO NEWS : มาสด้าแรงไม่หยุดครึ่งปีแรกโกยยอดขายกว่า 24,000 คัน เทคโนโลยีใหม่ตอบโจทย์ตลาดคาดปีนี้ทะลุเกิน 51,000 คัน

Wednesday, 19 July 2017 14:10

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยผลประกอบการครึ่งปีแรกของปี 2560 ร้อนแรงเกินความคาดหมาย หลังจากเปิดเกมรุกส่งเทคโนโลยีใหม่เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น ลุยปล่อยรถรุ่นใหม่ลงตลาดถึง 4 รุ่น ท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือด โกยยอดขายรวมทุกรุ่นกว่า 24,000 คัน ยอดขายโต 13% ย้ำชัดลูกค้าเชื่อมั่นในเทคโนโลยีใหม่ SKYACTIV-Vehicle Dynamics ประกาศเดินหน้าปรับปรุงโชว์รูมและศูนย์บริการทั่วประเทศ พร้อมก้าวขึ้นสู่พรีเมียมแบรนด์อย่างเต็มตัว เตรียมอุดช่องว่าง เสริมจุดแข็งด้วยการบริการหลังการขาย MAZDA ACTIV SERVICE รองรับการขยายตัวทางธุรกิจอย่างรวดเร็ว พร้อมปรับเป้าการขายเพิ่มขึ้น คาดปีนี้เติบโตอีก 20% ด้วยยอดขายทะลุ 51,000 คัน

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวถึงภาพรวมของตลาดรถยนต์ว่า  ในช่วงครึ่งปีแรกของปีนี้ ตลาดรถยนต์กลับคึกคักมากกว่าหลายปีที่ผ่านมา หลายๆ ค่ายต่างขยับขับเคลื่อนทั้งเปิดตัวรถรุ่นใหม่ จัดโปรโมชั่นเพื่อกระตุ้นความต้องการ และเพื่อให้ลูกค้าได้จับจองเป็นเจ้าของรถได้ง่ายไม่ว่าจะเป็น ดาวน์น้อย ดอกเบี้ยต่ำ บำรุงรักษาให้ฟรี เพิ่มทางเลือกและโอกาสในการเป็นเจ้าของรถที่ชอบให้กับลูกค้ามากขึ้นจนเกิดการแข่งขันที่ดุเดือด เข้มข้น ส่งผลให้ตลาดรถยนต์คึกคักต่อเนื่องมาตั้งแต่ปลายปีที่ผ่านมาจนถึงไตรมาสที่สองของปีนี้ อีกทั้งยังมองเห็นแนวโน้มของการขยับขึ้นอย่างค่อยเป็นค่อยไป โดยเฉพาะตลาดรถยนต์มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมกราคม คาดว่ายอดขายรวมของตลาดจะเพิ่มขึ้นถึง 820,000 คัน สำหรับมาสด้าได้มีการปรับเป้าการขายเพิ่มอีก 1,000 คัน จาก 50,000 คัน เพิ่มเป็น 51,000 คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นจาก 18% เป็น 20%

   จากกระแสตอบรับรถยนต์มาสด้าในเจนเนอเรชั่นใหม่ที่กำลังฮ็อตฮิตติดลมบน หลังจากผ่าน 6 เดือนแรก ส่งรถใหม่ลงตลาดถึง 4 รุ่น เพิ่มความร้อนระอุให้ตลาดรถยนต์ของไทย ส่งผลให้ยอดขายครึ่งปีแรกแรงไม่หยุดทะลุถึง 23,893 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 13% นำโดยรถยนต์นั่งซิตี้คาร์ขวัญใจคนรุ่นใหม่ มาสด้า2 ที่ขับเคลื่อนยอดขายสูงสุดถึง 14,284 คัน ตามมาด้วยรถปิกอัพมาสด้า บีที-50 โปร จำนวน 3,099 คัน, มาสด้า3 จำนวน 2,677 คัน, มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 จำนวน 2,219 คัน, มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 จำนวน 1,604 คัน และสปอร์ตโรดสเตอร์มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 จำนวน 10 คัน ยึดบัลลังก์อันดับ 3 ตลาดรถยนต์นั่งไว้อย่างเหนียวแน่น เชื่อมั่นเศรษฐกิจไทยผ่านช่วงที่ยากลำบากมาแล้ว ตอนนี้เครื่องยนต์ทุกตัวเริ่มติดแล้วและกำลังพุ่งทะยานไปข้างหน้า คาดการณ์ปีนี้ยอดรวมของตลาดรถยนต์ไทยทะลุเกิน 820,000 คัน

   นายชาญชัย แสดงความคิดเห็นเพิ่มเติมว่า จากสถานการณ์เศรษฐกิจของประเทศไทยที่เริ่มปรับตัวไปในทิศทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ แน่นอนว่ามาจากหลากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นการส่งออกของประเทศไทยไปยังภูมิภาคต่างๆ ที่มีทิศทางที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการส่งออกข้าว และสินค้าทางการเกษตรอื่นๆ การเติบโตของธุรกิจการท่องเที่ยวและการบริการมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่อง ราคาสินค้าการเกษตรที่ปรับตัวดีขึ้น มาตรการของภาครัฐที่ช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยและเกษตรกร อาทิ การส่งเสริมให้ใช้นวัตกรรมแปรรูปเพื่อเพิ่มมูลค่าสินค้า มาตรการส่งเสริมธุรกิจขนาดย่อม หรือ SME การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของภาครัฐที่เริ่มชัดเจนมากยิ่งขึ้น ผนวกกับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนต่างชาติ อีกทั้งประชาชนภายในประเทศยังคงมีความต้องการสินค้าอุปโภค - บริโภค โดยเฉพาะรถยนต์ที่กลายเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญต่อการดำเนินชีวิตไปแล้ว โดย 6 เดือนแรกของปีนี้ ภาพรวมของตลาดรถยนต์เป็นไปตามที่คาดการณ์อยู่ที่ประมาณ 410,00 คัน ปรับตัวเพิ่มขึ้นประมาณ 11% เมื่อเทียบกับตัวเลขยอดรวมเมื่อปีที่ผ่านมา 368,630 คัน

   มาสด้าประสบความสำเร็จอย่างงดงามในครึ่งปีแรกเกินกว่าที่คาดการณ์ไว้ โดยมียอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 23,893 คัน เติบโตเพิ่มขึ้น 13% และครองส่วนแบ่งทางการตลาดประมาณ 6% มียอดจำหน่ายของแต่ละรุ่น ดังนี้

  • มาสด้า2            จำนวน 14,284  คัน        เติบโต 26% ครองอันดับ 3 ของตลาดรถยนต์นั่งขนาดเล็ก
  • มาสด้า3            จำนวน 2,677    คัน        เติบโต 24% ครองอันดับ 3 ของตลาดรถยนต์นั่งขนาดกลาง
  • มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 จำนวน 2,219  คัน         ลดลง 23% แต่หลังการเปิดตัวรุ่นปรับโฉมยอดเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง
  • มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 จำนวน 1,604  คัน         รักษาการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
  • มาสด้า บีที-50 โปร จำนวน 3,099 คัน       รักษาการเติบโตใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมา
  • มาสด้า เอ็มเอ็กซ์-5 จำนวน 10  คัน

ยอดการจำหน่ายรถยนต์มาสด้า 6 เดือนแรกของปี 2560 (มกราคม – มิถุนายน) เปรียบเทียบกับ ปี 2559

   นอกจากยอดขายที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องแล้ว มาสด้ายังมุ่งมั่นในการปรับภาพลักษณ์และการขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการมาตรฐาน เพื่อรองรับการขยายตัวทางธุรกิจ ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ของมาสด้า นั่นคือ Mazda Corporate Identity เพื่อยกระดับแบรนด์และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้าเมื่อได้สัมผัสความเป็นมาสด้า จากทั้งหมด 147 แห่ง จะถูกปรับปรุงให้แล้วเสร็จภายในปี 2562 และเตรียมขยายเพิ่มอีก 20 แห่ง ทั่วประเทศ เตรียมพบกับมาตรฐานใหม่ของการให้บริการทั้งก่อนและหลัง ที่มาสด้าเน้นสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าทั้งด้านการขายและการบริการ ติดตามผลการประเมินความพึงพอใจอย่างใกล้ชิด พัฒนาคุณภาพฝีมือช่างซ่อมให้ก้าวทันเทคโนโลยีใหม่ ซึ่งมาสด้าได้มีการจัดแข่งขันทักษะช่างเทคนิคและการบริการ เพื่อพัฒนามาตรฐานคุณภาพของบริการหลังการขาย

   นายชาญชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า มาสด้าเชื่อมั่นว่าเศรษฐกิจของประเทศไทย มีแนวโน้มและทิศทางที่สดใสมากกว่าปีที่ผ่านมา และคาดว่ายอดขายของตลาดรถยนต์จะเติบโตมากกว่าปีที่ผ่านมา ปีนี้คงจะได้เห็นยอดจำหน่ายมากกว่า 820,000 คัน หรือเพิ่มขึ้นประมาณ 7-10% ในส่วนของมาสด้าเราตั้งเป้ายอดขายปีนี้ เติบโตสูงสุด 20% หรือประมาณ 51,000 คัน (จากปี 2559 = 42,537) และครองส่วนแบ่งทางการตลาดมากกว่า 6% (จากปี 2559 = 5.5%) โดยมาสด้าได้มีการปรับเป้ายอดขายเพิ่มขึ้นจากเดิมที่ได้ประกาศไว้ ทั้งในส่วนของตลาดรวมและในส่วนของมาสด้า

   นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด แสดงความเห็นเกี่ยวกับสถานการณ์ของครึ่งปีหลังว่า ด้วยการส่งออกที่มีการขยายตัวตั้งแต่ช่วงปลายปี 2559 ต่อเนื่องมาจนถึงปี 2560 เช่นเดียวกับการลงทุนของทั้งภาครัฐ และเอกชนที่เริ่มฟื้นตัวตามสภาวะการส่งออก ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรขยับขึ้น ผู้บริโภคจึงมีรายได้ในการจับจ่ายใช้สอยในครัวเรือนมากขึ้น มีส่วนผลักดันให้เศรษฐกิจไทยตลอดปี 2560 ขยายตัวได้ประมาณ 3.5% ซึ่งจะสูงที่สุดในรอบ 5 ปี โดยตลาดรถยนต์คือหนึ่งในปัจจัยหลักสำคัญชี้วัดตัวเลขทางเศรษฐกิจได้เป็นอย่างดี รวมทั้งกลยุทธ์หลักสำคัญที่จะนำพามาสด้าก้าวสู่ความสำเร็จในช่วงครึ่งปีหลังของปี 2560 นี้

   กลยุทธ์หลักสำคัญที่จะผลักดันให้มาสด้าก้าวสู่ความสำเร็จ สามารถบรรลุเป้าหมายในช่วงครึ่งปีหลัง 2560 ประกอบด้วย

  1. การนำเสนอรถรุ่นใหม่เพิ่มอีก 2 รุ่น ในช่วงปลายปีนี้ หลังจากที่ครึ่งปีแรกเปิดตัวไปแล้ว 4 รุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า เพิ่มทางเลือกและความหลากหลายให้กับลูกค้า
  2. อีกหนึ่งแผนพัฒนาธุรกิจที่มาสด้าได้ประกาศไว้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับการขยายเครือข่ายโชว์รูม และศูนย์บริการ เพื่อให้มาสด้าเป็นแบรนด์ที่ลูกค้านึกถึงอยู่เสมอ โดยเริ่มตั้งหน้าบ้าน นั่นคือ การปรับโชว์รูมใหม่ของมาสด้า ออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Mazda Corporate Identity ทั้งภายในและภายนอก ซึ่งตั้งอยู่บนแนวคิดหลัก 3 ประการ คือ สะท้อนภาพลักษณ์ของแบรนด์ สร้างคุณค่าทางอารมณ์ให้แก่รถยนต์มาสด้า และสร้างสายสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์และลูกค้าตั้งแต่ก้าวแรก การเปลี่ยนแปลงที่ลูกค้าสัมผัสได้ รวมไปถึงการวางระบบบริการหลังการขายอย่างมีประสิทธิภาพกับ MAZDA ACTIV SERVICE
  • การสร้างความพึงพอใจสูงสุดด้วยความสะดวกสบาย (Convenience) ได้แก่ ศูนย์ซ่อมสี และตัวถังแบบครบวงจร ห้องรับรองลูกค้าที่อบอุ่น หรูหรา และช่องพิเศษในการให้บริการแบบเร่งด่วนไม่เกิน 2 ชั่วโมง
  • สัมผัสกับความรวดเร็ว (Fast) กับช่องซ่อมแบบเร่งด่วน จัดเตรียมสำรองอะไหล่ที่จำเป็น การอนุมัติงานซ่อมแบบเร่งด่วนกรณีเกิดอุบัติเหตุ การจัดส่งอะไหล่ที่รวดเร็ว และตลอด 24 ชั่วโมง
  • สร้างมาตรฐานและประสิทธิภาพเดียวกันทุกโชว์รูม (Standardize & Efficiency)
  • ราคาที่สบายกระเป๋า โปร่งใส (Price) ทั้งราคาอะไหล่แต่ละชิ้นต้องมีการประกาศให้ลูกค้ารับทราบ ราคาค่าแรงในการให้บริการ ราคาค่าบำรุงรักษาตามระยะทาง ราคาที่สามารถเปรียบเทียบกับตลาด
  1. หลังจากการปรับภาพลักษณ์ใหม่ ยกระดับมาตรฐานใหม่ของการให้บริการ สิ่งที่มาสด้าเดินหน้าเต็มกำลังต่อจากนี้ คือ การสื่อสารทางการตลาด สร้างการรับรู้ เพื่อให้เกิดความเชื่อมั่นในแบรนด์ พร้อมแสดงศักยภาพในด้านการบริการหลังการขาย นำเสนอการบริการที่ดีที่สุดเกินความคาดหมาย ทั้งด้านคุณภาพและประสิทธิภาพ
  2. เพิ่มช่องทางการสื่อสารกับลูกค้าให้มากขึ้นด้วยโปรแกรม Customer Care Menu ผ่านทางเว็บไซต์ www.mazda.co.th เพื่อเชื่อมต่อข้อมูลกับลูกค้าในทุกเรื่องราวที่เป็นประโยชน์สูงสุดต่อลูกค้า
  3. อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่มาสด้านำเสนอให้กับลูกค้าเพื่อเพิ่มโอกาสในการเป็นเจ้าของรถได้ง่ายยิ่งขึ้น นั่นคือ การจัดแคมเปญโปรโมชั่น และในเดือนกรกฎาคมนี้มาสด้าจัดแคมเปญขอบคุณลูกค้าที่เชื่อมั่นในเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ และเลือกใช้รถมาสด้ามากกว่า 100,000 คัน ทั่วประเทศ และด้วยกระแสตอบรับที่ดีของผู้ใช้จริงจนครบ 100,000 คัน อย่างรวดเร็ว จึงมอบโปรโมชั่นสุดพิเศษ “Mazda SKYACTIV Celebration 100,000+” ด้วยดอกเบี้ย 0% ในรุ่นมาสด้า ซีเอ็กซ์-5 สำหรับมาสด้า2, มาสด้า3 และมาสด้า ซีเอ็กซ์-3 รับดอกเบี้ยพิเศษ 2.22% พร้อมกับ Mazda Care 3 ปี กระบะสายพันธุ์แกร่งมาสด้า บีที-50 โปร ดาวน์เริ่มต้นเพียง 35,000 บาท และมอบความอุ่นใจตลอดการเดินทางด้วย Mazda Care ฟรี 5 ปี  และบัตรเติมน้ำมันมูลค่า 3,000 บาท ที่สำคัญเมื่อจองรถมาสด้าทุกรุ่น รับ Mazda Premium Insurance ปกป้องคุ้มครองคนที่เรารักด้วยประกันภัยชั้น 1 จากมาสด้า นอกจากนี้ รับสิทธิ์ลุ้นเป็นผู้โชคดี รับบัตรกำนัลมูลค่า 100,000 บาท ทุกวันตลอดแคมเปญ รวม 20 รางวัล 20 วันเท่านั้น ระหว่างวันที่ 8 – 27 กรกฎาคม นี้
  4. พิเศษที่สุดสำหรับลูกค้ามาสด้าผู้ใช้รถมาสด้าทุกรุ่น มาสด้าขอมอบความปลอดภัยในการขับขี่แด่คุณและคนที่คุณรัก เข้ารับบริการตรวจเช็ครถฟรี 20 รายการ และตรวจเช็คสุขภาพรถด้วยระบบคอมพิวเตอร์ Mazda Modular Diagnostic System (M-MDS) ที่ละเอียดแม่นยำ พร้อมรับส่วนลดค่าอะไหล่ ผ้าเบรก โช๊คอัพ ยางหุ้มเพลาขับ สายพานขับ สูงสุด 40% เปลี่ยนยางราคาเริ่มต้นเพียง 2,300 บาท ต่อเส้น แถมฟรี ยางปัดน้ำฝน 1 คู่ แบตเตอรี่ราคาเริ่มต้น 1,700 บาท ระยะเวลานานถึง 3 เดือน เริ่มตั้งแต่วันนี้ – 30 กันยายน 2560 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่โชว์รูมมาสด้า หรือมาสด้าสปีดไลน์ 0-2030-5666
  5. ปัจจุบันการตลาดแบบ Words of Mouth หรือการบอกต่อปากต่อปากโดยผู้มีประสบการณ์จริง มีส่วนสำคัญอย่างยิ่งในยุคของการสื่อสารในปัจจุบัน ถ่ายทอดเรื่องราว ความรู้สึก ผ่านการเขียนรีวิว หรือแชร์ประสบการณ์จริงที่เกิดขึ้นกับตัวเอง เพราะโลกการสื่อสารของผู้คนในสังคมเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาโดยผ่านช่องทางการสื่อสารที่หลากหลาย ดังนั้นมาสด้าเตรียมจัดทำภาพยนตร์โฆษณาชุดพิเศษ ที่จะถ่ายทอดและแบ่งปันเรื่องราวความประทับใจ และประการณ์จริงจากลูกค้าที่ใช้งานจริง
  6. อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่จะช่วยให้ลูกค้าได้สัมผัสกับตัวตนของแบรนด์มาสด้าคือการออกบูธจัดแสดงรถยนต์ในพื้นที่ต่างๆ หรือ Road Show เสมือนการเดินเข้าไปหาลูกค้าถึงหน้าบ้าน เจาะกลุ่มลูกค้าแต่ละพื้นที่ ซึ่งจะมีความแตกต่างด้วยวิถีชีวิต รวมไปถึงการใช้ชีวิตประจำวัน เพื่อนำเสนอทางเลือกที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า มาสด้าจะเดินหน้าจัดกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง โดยจะมีรูปแบบของกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไปตามความเหมาะสม

   มาสด้าพร้อมที่จะเดินหน้าเต็มกำลังด้วยกลยุทธ์รอบด้านบนเส้นทางการดำเนินธุรกิจที่แตกต่าง เพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับแบรนด์ มอบคุณค่าและเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้า ตอบสนองต่อความต้องการให้ครบทุกข้อ ดูแลและสานสัมพันธ์ให้แนบแน่นและยืนยาว เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน เพื่อให้มาสด้ากลายเป็นแบรนด์หนึ่งเดียวที่ลูกค้ารักและจะรักตลอดไป

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้า ยังคงครองอันดับหนึ่งยอดขายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลครึ่งปีแรก 2560 ด้วยกระแสตอบรับที่ดีจากการเปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่ถึง 5 รุ่น

Tuesday, 18 July 2017 13:37

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยยอดจำหน่ายสะสมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลครึ่งแรกของปี 2560 โดยฮอนด้ายังคงครองอันดับหนึ่ง ด้วยยอดจำหน่ายสะสมรวมทั้งสิ้น 61,428 คัน เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 14% ทำให้ฮอนด้าครองส่วนแบ่งทางการตลาด 33% เป็นผลมาจากความเชื่อมั่นและเป็นแบรนด์ที่ผู้บริโภคไว้วางใจ รวมทั้งการเปิดตัวรถรุ่นใหม่ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคอย่างต่อเนื่องถึง 5 รุ่นในช่วงต้นปี 2560

   ช่วงครึ่งปีแรกที่ผ่านมา ฮอนด้าได้ทยอยเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ถึง 5 รุ่น ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ฮอนด้า ซีอาร์-วี ฮอนด้า โมบิลิโอ และฮอนด้า แจ๊ซ ซึ่งล้วนได้รับกระแสการตอบรับที่ดีอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดตัว อาทิ  ฮอนด้า ซิตี้ ยนตรกรรมซับคอมแพคท์ยอดนิยมที่มียอดขายสูงสุดในเซกเมนต์  มียอดจองรวมกว่า 22,000 คัน อีกหนึ่งรุ่นที่สำคัญ คือ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ยนตรกรรมเอสยูวีระดับพรีเมียม ที่นำเสนอทั้งเครื่องยนต์ i-DTEC ดีเซล เทอร์โบ 1.6 ลิตร และเบนซินขนาด 2.4 ลิตร  ก็ได้รับกระแสตอบรับที่ดี ตอกย้ำความเป็นเอสยูวียอดนิยมด้วยยอดจองกว่า 6,500 คัน หลังเปิดตัว ไม่ถึง 4 เดือน จากกระแสความนิยมในรถยนต์รุ่นต่างๆ เหล่านี้ ส่งผลให้ฮอนด้ามียอดขายเป็นอันดับหนึ่งตลอดทุกหกเดือนที่ผ่านมา โดยรุ่นที่มียอดจำหน่ายรวมสูงสุด 3 อันดับแรก ได้แก่ ฮอนด้า ซิตี้ 17,511 คัน ฮอนด้าซีวิคและซีวิค แฮทช์แบ็ก 13,692 คัน และฮอนด้า แจ๊ซ 10,285 คัน

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้าขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจและเชื่อมั่นในยนตรกรรมฮอนด้าอย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ที่ทำให้ฮอนด้าครองอันดับหนึ่งยอดขายสะสมรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา และต่อเนื่องถึงครึ่งปีแรกของปีนี้ด้วย ทั้งนี้เป็นผลมาจากความมุ่งมั่นสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าในทุกไลฟ์สไตล์อยู่เสมอ”

   *ยอดจำหน่ายรถยนต์นั่งส่วนบุคคลในตลาดระหว่างเดือนมกราคม – มิถุนายน 2560 มีจำนวนรวมประมาณ 186,000 คัน เติบโต 19% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 (154,703 คัน) ในขณะที่ยอดจำหน่ายรถยนต์ในตลาดรวมมีจำนวนรวมประมาณ 410,000 คัน เติบโต 11% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2559 (368,630 คัน) (รวมการคาดการณ์ยอดจำหน่ายเดือนมิถุนายนของบางบริษัทรถยนต์)

 
 

AUTO NEWS : เมอร์เซเดส-เบนซ์ จัดแคมเปญสุดยิ่งใหญ่แห่งปี ซื้อ S-Class ภายในสิ้นเดือนนี้ เลือกรับทันทีโปรแกรมรักษารถยนต์ เมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิสพลัส

Friday, 14 July 2017 16:33

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สร้างสีสันครั้งใหม่รับครึ่งปีหลัง จัดแคมเปญสุดยิ่งใหญ่แห่งปี สำหรับลูกค้าดาวสามแฉกโดยเฉพาะ ด้วยการมอบโปรแกรมดูแลรักษารถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เซอร์วิสพลัส (Mercedes-Benz Service Plus) แบบ Excellent 4 ปี ครอบคลุมเรื่องการบำรุงรักษาตามระยะทาง การเปลี่ยนอะไหล่สึกหรอตามการใช้งานโดยไม่จำกัดระยะทาง ให้แก่ลูกค้าที่ซื้อและรับมอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ S-Class ทุกรุ่น (S 500 e Executive, S 500 e Exclusive และ S 500 e AMG Premium) ตั้งแต่วันนี้ – 31 กรกฎาคม 2560 นี้เท่านั้น

   นอกจากนี้ ทางบริษัทฯ ยังเอาใจผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ด้วยข้อเสนอพิเศษ สำหรับรถยนต์หลากหลายรุ่น ครบครันในทุกเซ็กเมนต์ ผู้ที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ

 
 

AUTO NEWS : “เบนซ์สตาร์แฟลก” จัดแคมเปญพิเศษ “JULY BEST DEAL” สำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ทุกรุ่น!!

Saturday, 15 July 2017 19:41

   เบนซ์สตาร์แฟลก เดินหน้าอย่างต่อเนื่อง จัดแคมเปญพิเศษเพิ่มเติมสำหรับเดือนกรกฎาคมนี้ ภายใต้ชื่อ “เบนซ์สตาร์แฟลก July Best Deal” โดยมอบให้กับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์หลากหลายรุ่น ได้แก่ GLA 200 Urban, C 350 e และ S 500 e เริ่มแล้ววันนี้ถึง 31 ก.ค. นี้

   นายชยุส ยังพิชิต กรรมการผู้จัดการ บริษัท สตาร์แฟลก จำกัด ในนาม เบนซ์สตาร์แฟลก ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการ พร้อมศูนย์บริการครบวงจรสมบูรณ์แบบในเมืองไทย เปิดเผยว่า “เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทางบริษัทฯ ได้ปล่อยแคมเปญ Benz Star Flag x asava เพื่อให้ลูกค้าผู้โชคดีจำนวน 10 ท่าน ไปช๊อปปิ้งแบบ Exclusive กับคุณหมู (พลพัฒน์ อัศวะประภา) เจ้าของและดีไซน์เนอร์ของแบรนด์ asava มูลค่ารวม 1 ล้านบาท ถือได้ว่ากระแสตอบรับออกมาค่อนข้างดีมาก สำหรับในเดือนกรกฎาคมนี้ ทางบริษัทฯ ก็ยังคงเดินหน้าอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดแคมเปญเพิ่มเติมเพื่อให้มีความพิเศษเพิ่มมากยิ่งขึ้นไปอีก ภายใต้ชื่อ “เบนซ์สตาร์แฟลก July Best Deal” ที่เน้นยอดผ่อนชำระค่างวดต่อเดือนที่น้อย อัตราดอกเบี้ย O% และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง โดยคาดหวังให้ลูกค้าที่ยังลังเลอยู่ จะตัดสินใจซื้อได้ง่ายขึ้น”

   นายชยุส เพิ่มเติมว่า “สำหรับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ถูกคัดเลือดมาจัดแคมเปญนี้ เริ่มตั้งแต่รถยนต์ ในกลุ่ม NGCC (Next Generation Compact Car) ได้แก่ Mercedes-Benz GLA 200 Urban เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ โดยมาพร้อมกับข้อเสนอ ชำระค่างวดต่อเดือนเพียง 17,500 บาท และฟรี! ประกันภัยชั้นหนึ่งนาน 1 ปี ต่อด้วย Mercedes-Benz C 350 e รถยนต์ซีดานแบบปลั๊กอินไฮบริดขนาดเล็กสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ซึ่งมีให้เลือก 2 รุ่นย่อย คือ 1) Mercedes-Benz C 350 e รุ่น Exclusive กับข้อเสนอชำระค่างวดต่อเดือน 25,000 บาท และ 2) Mercedes-Benz C 350 e รุ่น AMG Dynamic กับข้อเสนอชำระค่างวดต่อเดือน 27,500 บาท ปิดท้ายด้วย Mercedes-Benz S 500 e รถยนต์ซีดานระดับพรีเมี่ยมแบบปลั๊กอินไฮบริดขนาดใหญ่สุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์ในตอนนี้ มีข้อเสนอที่ดีที่สุดในรุ่น Executive และ Exclusive ด้วยอัตราดอกเบี้ย O% ที่ให้ผ่อนชำระได้นานถึง 5 ปี และฟรี! ค่าบำรุงรักษา MBSP ที่นานถึง 5 ปีเช่นกัน เรียกได้ว่า ทุกโปรโมชั่นในแคมเปญนี้มีความเป็น Best Deal และครบทุกความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบรถยนต์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์  แม้ว่าแคมเปญดังกล่าวจะมีไปจนถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2560 แต่เนื่องจากจำนวนรถในตอนนี้มีจำนวนค่อนข้างจำกัด อาจต้องรบกวนให้ผู้ที่สนใจรีบติดต่อเข้ามา”

   เชิญลูกค้าทุกท่านสัมผัสและทดลองขับรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ที่ท่านให้ความสนใจอยู่ ได้ที่โชว์รูม “เบนซ์สตาร์แฟลก” บนถนนวิภาวดีรังสิต โดยเปิดบริการวันจันทร์-วันเสาร์เวลา 08.00-20.00 น. และวันอาทิตย์ เวลา 08.30-17.00 น. หรือ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายขาย โทร.02-248-6699 ตามวันและเวลาทำการเดียวกัน

 
 

AUTO NEWS : อีซูซุฉลอง 60 ปี สร้างปรากฏการณ์ใหม่ทางดนตรี “เธอทำให้ได้รู้” ดึง 3 สุดยอดศิลปินพบกันครั้งแรก

Wednesday, 12 July 2017 14:26

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ตรีเพชรอีซูซุดีเดย์ วันที่ 11 กรกฎาคม ปล่อยภาพยนตร์สั้นประกอบเพลง “เธอทำให้ได้รู้” เวอร์ชั่นพิเศษ ผลงานสร้างสรรค์ทางดนตรีร่วมกันครั้งแรกระหว่างวงโปเตโต้ และซูเปอร์พรีเซ็นเตอร์อีซูซุ “ก้อง-สหรัถ สังคปรีชา” โดยมี “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” ร่วมแสดงเป็นพิเศษ เพื่อให้เป็นเพลงสำหรับวาระฉลองครบรอบ 60 ปี ของการดำเนินธุรกิจอีซูซุในประเทศไทย ส่งต่อความรักความผูกพันร่วมกันของแบรนด์ “อีซูซุ”

   กลุ่มตรีเพชร โดยนางปนัดดา เจณณวาสิน กรรมการรองผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า  “เนื่องจากปีนี้เป็นวาระพิเศษฉลองครบ 60 ปีของการดำเนินธุรกิจอีซูซุใน ประเทศไทย อีซูซุได้ร่วมกับวงโปเตโต้นำเพลง “เธอทำให้ได้รู้” ปล่อยซิงเกิ้ลนี้ออกมาเมื่อ            วันที่ 6 มิถุนายน ซึ่งได้รับความนิยมและติดหูอย่างรวดเร็ว โดยมียอดผู้เข้าชมใน YouTube มากกว่า 13 ล้านวิว ภายในระยะเวลาเพียง 1 เดือน โดยช่วงท้ายของมิวสิควิดีโอ มีคุณก้อง-สหรัถ ไปปรากฎตัวเป็นตัวละครปริศนาเพื่อเป็นการส่งไม้ต่อให้กับเพลง “เธอทำให้ได้รู้” เวอร์ชั่นพิเศษ ฟีเจอริ่งกับคุณก้อง-สหรัถ ฉลอง 60 ปีของอีซูซุ ซึ่งจะปล่อยในวันที่ 25 กรกฎาคม แต่จะนำร่องด้วยภาพยนตร์สั้นที่จะเริ่มเผยแพร่ในวันที่ 11 กรกฎาคมนี้ เวลา 20.00 น. ซึ่งถือเป็นการสร้างปรากฏการณ์ใหม่ทางดนตรีที่ได้นำสุดยอดศิลปินมาร่วมร้องและแสดงนำ ทั้งการพบกันครั้งแรกของวงโปเตโต้ ศิลปินเพลงคุณภาพ “ของแท้” วงหนึ่งของวงการเพลงไทย  คุณก้อง-สหรัถ สังคปรีชา ซูเปอร์พรีเซ็นเตอร์ “อีซูซุมิว-เอ็กซ์”  ที่ร่วมร้องเพลงและเล่นดนตรีด้วยกันในเพลงเวอร์ชั่นพิเศษนี้ พร้อมยังได้รับเกียรติจากคุณบอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ซูเปอร์พรีเซ็นเตอร์ “อีซูซุดีแมคซ์ วี-ครอส” มาร่วมแสดงในภาพยนตร์สั้นด้วย ซึ่งทั้งเนื้อหาเพลงและภาพยนตร์สั้นจะนำเสนอเรื่องราวประสบการณ์ความรัก ความผูกพันที่หลากหลายไว้อย่างน่าสนใจ

   เหตุผลที่อีซูซุเลือกเพลง “เธอทำให้ได้รู้” เพื่อใช้ในวาระพิเศษนี้ เพราะอีซูซุอยู่คู่สังคมไทยมานาน 60 ปี ผ่านร้อนผ่านหนาวในสถานการณ์ทุกรูปแบบ แต่เราก็ยืนหยัดอยู่เคียงข้างผู้ใช้รถเสมอ ทั้งยามทุกข์และยามสุข ซึ่งตรงกับเนื้อหาของเพลงที่ได้ถ่ายทอดประสบการณ์ความรักในหลากหลายสถานการณ์ แต่ในที่สุดรักแท้สามารถเอาชนะทุกสิ่งได้ เช่นเดียวกับอีซูซุที่เติบโตอย่างมั่นคงในวงการรถยนต์เมืองไทยมายาวนานได้จนถึงปัจจุบัน เพราะความรักที่ผู้ใช้รถชาวไทยมีต่อแบรนด์อีซูซุ

   นอกจากนี้อีซูซุยังจัดให้มีการแข่งขันประกวดร้องเพลง “เธอทำให้ได้รู้” ผ่านทางออนไลน์  ซึ่งผู้ที่ผ่านรอบคัดเลือกจะต้องมาแข่งขันในรอบชิงชนะเลิศในงานอีซูซุวันเดอร์ฟูลเดย์ ในวันเสาร์ที่ 19 สิงหาคม ณ ศูนย์การค้าแฟชั่นไอส์แลนด์ เพื่อชิงเงินรางวัล 50,000 บาท 30,000 บาท และ 20,000 บาท ตามลำดับ  รวมทั้งยังมีกิจกรรมพิเศษอื่น ๆ ต่อเนื่องอีกหลายกิจกรรม ซึ่งต้องติดตามกันต่อไป”   

               

   ติดตามชมภาพยนตร์สั้นชุดเต็ม “เธอทำให้ได้รู้” เวอร์ชั่นพิเศษ ได้ที่ YouTube,  Official Line : Isuzu Thailand หรือ Facebook Fanpage : All-New Isuzu D-Max, Isuzu Mu-X, Isuzu Trucks Thailand official และ www.isuzu-tis.com ได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 
 

AUTO NEWS : มิชลิน นำทีมเจ้าของรถซูเปอร์คาร์ร่วมทดสอบยางสมรรถนะสูงพิเศษ รุ่นล่าสุด ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต4 เอส’ ในงาน #MichelinPassionDay พร้อมยกขบวนชมการแข่งรถทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ‘ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์'

Tuesday, 11 July 2017 15:08

 

 

 

 

 

   มิชลินได้เชิญเจ้าของรถซูเปอร์คาร์ชั้นนำหลากหลายค่าย ไม่ว่าจะเป็น เฟอร์รารี่ (Ferrari), ลัมโบร์กีนี (Lamborghini), ปอร์เช่ (Porshe), แม็คลาเรน (McLaren) หรือ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี (Mercedes-AMG) เข้าร่วมงาน #MichelinPassionDay เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อย่างเร้าใจและสมรรถนะที่เหนือกว่าไปกับการทดสอบยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต4 เอส(MICHELIN Pilot Sport4 S) ที่ได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษสำหรับรถสปอร์ตและรถยนต์สมรรถนะสูงภายใต้แนวคิด Genuine Passion. Exceptional Drive. บนสนามแข่งพีระเซอร์กิต จังหวัดชลบุรี ก่อนจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทยกลางเดือนกรกฎาคมศกนี้ พร้อมนำชมบูธมิชลินที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์ยางตระกูล ‘ไพลอต สปอร์ต’ รุ่นต่างๆ ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในอาเซียน ‘ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์’ (Thailand Super Series) ณ บางแสน สตรีท เซอร์กิต

   คณะเจ้าของรถซูเปอร์คาร์นำทีมโดย ดีเจภูมิ – ภูมิใจ ตั้งสง่า และ บีม – ศรัณยู ประชากริช ต่างนำรถสุดหรูของตนมารวมพลที่สนามพีระแต่เช้าเพื่อรับการอบรมเรื่องการขับขี่อย่างปลอดภัยซึ่งเป็นเรื่องที่มิชลินให้ความสำคัญเป็นพิเศษ ก่อนจะลงสนามทดสอบสุดยอดสมรรถนะของยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต4 เอส’ ที่ติดตั้งมากับรถขุมพลังแรงสูงอย่างเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี  หลังจากได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ด้วยตนเองแล้ว บรรดาเจ้าของรถซูเปอร์คาร์ต่างยกนิ้วให้กับสมรรถนะที่น่าทึ่งและโดดเด่นเหนือกว่าอย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการควบคุมรถได้แม่นยำดั่งใจ และระยะเบรกที่สั้นลงซึ่งทำให้ขับขี่ได้อย่างมั่นใจยิ่งขึ้น  ดีเจภูมิซึ่งเป็นแฟนพันธุ์แท้ยางมิชลินตระกูล ไพลอต สปอร์ต ถึงกับชื่นชมว่ายางรุ่นก่อนที่ใช้อยู่ก็ดีเยี่ยมอยู่แล้ว แต่รุ่นใหม่นี่ยิ่งสมบูรณ์แบบขึ้นไปอีก

   หลังจากเต็มอิ่มกับประสบการณ์การขับขี่ที่สนามพีระเซอร์กิตในช่วงเช้าแล้ว ตกบ่ายมิชลินได้นำขบวนรถซูเปอร์คาร์เดินทางไปชมบูธมิชลิน ณ บางแสน สตรีท เซอร์กิต ซึ่งเป็นสถานที่จัดการแข่งรถ ‘ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์’ สุดยิ่งใหญ่ โดยบูธดังกล่าวไม่เพียงจัดแสดงยางตระกูล ‘ไพลอต สปอร์ต’ รุ่นต่างๆ  แต่ยังฉายวิดีโอภาพยนตร์โฆษณาเปิดตัวยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต4 เอส’ ที่มีความพิเศษอย่างยิ่งเพราะได้แบรนด์ดังระดับโลกซึ่งได้รับการยกย่องในด้านฝีมือการรังสรรค์ผลิตภัณฑ์อันประณีต อาทิ นาฬิกาหรู IWC, รถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี, แบรนด์เครื่องหนัง Chapal และแบรนด์แว่นตากันแดดระดับตำนาน Vuarnet มาร่วมถ่ายทอดเรื่องราวแห่งความเป็นที่สุดของความสมบูรณ์แบบในทุกรายละเอียด ซึ่งเป็นแนวคิดที่สอดคล้องกับการผลิตยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต4 เอส’

   ก่อนขึ้นอัฒจันทร์ชมการแข่งรถรายการ ‘ไทยแลนด์ ซูเปอร์ ซีรีส์’ ที่ทุกคนรอคอย ทุกท่านที่ร่วมคณะแขกวีไอพีทีมนี้ยังได้รับมอบของที่ระลึกจากมิชลิน พร้อมไอศกรีมแท่งที่ออกแบบพิเศษเป็นรูปยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต4 เอส’ ให้ได้ทานคลายร้อน  นับเป็นอีกหนึ่งวันที่เต็มไปด้วยประสบการณ์เร้าใจและสมบูรณ์แบบ...ซึ่งจะกลายเป็นความทรงจำประทับใจของแขกพิเศษทุกท่านที่เข้าร่วมงาน #MichelinPassionDay ติดตามรายละเอียดและข่าวคราวความเคลื่อนไหวล่าสุดเพื่อเป็นเจ้าของยาง ‘มิชลิน ไพลอต สปอร์ต4 เอส’ ก่อนใครได้ที่ http://www.michelin.co.th

 
 

AUTO NEWS : อีซูซุจุดประกายฝัน ส่งเจ้าหนูเบสบอลยุวชนทีมชาติไทย สู้ศึกใหญ่แดนกิมจิ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 14

Saturday, 08 July 2017 14:54

 

 

 

 

 

 

 

   กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยเดินหน้าสนับสนุนการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาเบสบอลต่อเนื่องเป็นปีที่ 14  อัดฉีดเงิน 500,000 บาท พร้อมชุดเครื่องแบบประจำทีมแก่สมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทย  เพื่อนำนักกีฬาเบสบอลยุวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุ 11-13 ปี  เข้าร่วมการแข่งขัน  เบสบอล ระดับนานาชาติ รายการ Asia-Pacific Little League Tournament” ณ ประเทศเกาหลีใต้   โดยก่อนการแข่งขันเหล่าเจ้าหนูนักหวดจะไปเก็บตัวฝึกซ้อม ณ เมืองฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น    ระหว่างวันที่ 26-30 มิถุนายน จากนั้นจะเดินทางต่อไปยังเกาหลีใต้เพื่อเข้าร่วมแข่งขันชิงชัยในศึกเบสบอลนานาชาติ ระหว่างวันที่ 1-7 กรกฎาคม ศกนี้     

   กลุ่มตรีเพชร  โดย มร. โทชิอากิ  มาเอคาวะ   กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า   “กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยให้การสนับสนุนนักกีฬาเบสบอลยุวชนทีมชาติไทยต่อเนื่องเป็นปีที่ 14  นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2547 ด้วยต้องการส่งเสริมความก้าวหน้าของวงการเบสบอลในระดับเยาวชน  ซึ่งเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศญี่ปุ่น เนื่องจากเป็นกีฬาที่ทำให้ผู้ฝึกฝนได้เรียนรู้ถึงความหมายของทีมเวิร์ค  ความสามัคคี  การวางแผนอย่างเป็นระบบทั้งเกมรุกและเกมรับ  ซึ่งจะเป็นรากฐานสำคัญต่อการดำเนินชีวิตในอนาคต  โดยเฉพาะทีมเบสบอลยุวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุ 11-13 ปีนี้มีความพิเศษ คือ เป็นการรวมตัวของเยาวชนจากหลายวัฒนธรรม เพราะนอกจากเยาวชนไทยและเยาวชนญี่ปุ่นแล้ว ยังมีเยาวชนจากประเทศอื่นๆ สนใจเข้าร่วมฝึกฝนด้วยใจรักมากขึ้นในแต่ละปี  การได้มีโอกาสเข้าร่วมการแข่งขันเบสบอลระดับนานาชาติและต่อกรกับคู่แข่งจากประเทศต่างๆ ได้แก่ เกาหลีใต้ ไต้หวัน ฮ่องกง ซาอุดิอาระเบีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์  กวม และไทย  ในรายการ “Asia-Pacific Little League Tournament”   จะช่วยเพิ่มพูนประสบการณ์การแข่งขันและนำมาพัฒนาศักยภาพการเล่นที่ดีขึ้นของทีม เพื่อไปคว้าอันดับที่ดียิ่งๆ ขึ้น พร้อมต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬาเบสบอลทีมชาติหรือมืออาชีพต่อไปได้อย่างแน่นอน”

   นอกจากนี้  กลุ่มผู้ใหญ่ใจดียังได้ลงสนามอุ่นเครื่องท้าเหล่าเจ้าหนูนักหวดประลองฝีมือในเกมการแข่งขันนัดกระชับมิตรระหว่าง “ทีมเบสบอลยุวชนทีมชาติไทยและทีมผู้บริหารกลุ่มอีซูซุ” เพื่อสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เหล่าเจ้าหนูนักหวด ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าฯพระบรมราชินีนาถ 60 พรรษา คลอง 6 จังหวัดปทุมธานี ซึ่งสมาคมกีฬาเบสบอลแห่งประเทศไทยใช้เป็นศูนย์กลางในการพัฒนาศักยภาพด้านกีฬาเบสบอลแก่เยาวชนในประเทศไทย  และมีสนามเบสบอลขนาดมาตรฐานแห่งแรกในประเทศไทย   ที่ทำการเปิดอบรมการเล่นเบสบอลให้กับเยาวชน อายุ 9-15 ปี รวมถึงบุคคลทั่วไปที่สนใจได้เข้าร่วมฝึกซ้อม ทำให้ปัจจุบันจึงมีเยาวชนไทย ญี่ปุ่น และอื่นๆ เข้าร่วมโครงการมากกว่า 100 คน ภายใต้การดูแลของ นายสมศักดิ์  พรผุดผ่อง นายกสมาคมเบสบอลแห่งประเทศไทย และทีมผู้ฝึกสอนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ

   ด้านหัวหน้าทีมผู้ฝึกสอน อิซาโอะ อาโอยาม่า เผยว่า “ทีมนักกีฬาชุดนี้ผ่านการฝึกซ้อมอย่างเข้มข้นมาตลอดระยะเวลากว่า 2 เดือนที่ผ่านมา ทำให้มั่นใจเต็ม 100 เปอร์เซ็นว่าจะสามารถรักษาตำแหน่งอันดับ 3 จากปีที่แล้วไว้ได้ หรืออาจได้ลำดับที่ดีขึ้นในปีนี้ ต้องร่วมลุ้นกันอีกที  สำหรับความพร้อมของเด็กชุดนี้ถือว่าพร้อมมากทั้งร่างกายและจิตใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในปีนี้อีซูซุได้สนับสนุนให้ไปร่วมติวเข้มโค้งสุดท้ายที่ประเทศญี่ปุ่นก่อนอีกด้วย ก็จะยิ่งช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมนักกีฬาของเราให้มีมากขึ้นแน่นนอน  ก็ต้องขอให้คนไทยร่วมส่งกำลังใจช่วยเชียร์ทีมนักกีฬาเบสบอลยุวชนในการเดินทางไปสร้างชื่อเสรียงให้กับประเทศด้วยครับ”

   ส่วนตัวแทนนักกีฬาเบสบอลยุวชน ด.ช. คิน คิดเวล หนุ่มน้อยลูกครึ่งไทย-อเมริกัน ผู้ชื่นชอบเบสบอลตั้งแต่ 3 ขวบ บอกว่า “ผมได้รับแรงบันดาลใจจากคุณพ่อครับ ได้มีโอกาสตามไปชมคุณพ่อลงแข่งขันเกือบทุกครั้ง จนทุกวันนี้ผมหลงใหลในกีฬาเบสบอลมากและมีความสุขทุกครั้งที่ได้เล่น ที่สำคัญกีฬาเบสบอลเป็นกีฬาที่ไม่มีเงื่อนไข ผมสามารถฝึกฝนทักษะได้ด้วยตัวเอง และพัฒนาให้สามารถเล่นเบสบอลได้กับทุกคนทุกวัยครับ ผมมีความหวัง ผมอยากเอาชนะทีมเกาหลี เพื่อให้ได้ไปแข่งที่เพนซิลวาเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกาครับ”

 
 

More Articles...

Page 1 of 12

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )