Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO NEWS

AUTO NEWS : คาร์ดินอลเปิดตัวฟิล์ม เซเว่น แอล ( Cardinal Seven L ) ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านฟิล์มกรองแสงที่ดีที่สุด

Saturday, 27 May 2017 13:32

        

 

 

 

 

 

 

 

                                                                        

    คาร์ดินอลเปิดตัวฟิล์ม  เซเว่น แอล ( Cardinal Seven L ) ฟิล์มเซรามิคที่ดีที่สุดด้วยนวัตกรรมการพัฒนาเพื่อป้องกันแสงแดดได้เต็มที่ ด้วยความคมชัดจากด้านในไม่ว่าจะมืดแค่ไหนก็ทำให้คุณขับขี่ได้อย่างมั่นใจ

   บริษัท อินนิแฟตโต้ จำกัด  ผู้นำเข้าและจำหน่ายฟิล์มกรองแสงรถยนต์ภายใต้แบรนด์ “คาร์ดินอล” จากประเทศสหรัฐอเมริกาได้เปิดตัวฟิล์มกรองแสงรุ่นล่าสุด “คาร์ดินอล เซเว่น แอล ( Cardinal Seven L )”  ฟิล์มที่มีความเข้มที่  50% สามารถปกป้องแสงแดดจากภายนอกแต่ให้ความเป็นส่วนตัว คาร์ดินอล เซเว่น แอล ( Cardinal Seven L ) ฟิล์มเซรามิคคาร์บอนผลิตโดยใช้เทคโนโลยี Solar Selective Organic Coating ใหม่ล่าสุดลิขสิทธิ์เฉพาะของฟิล์มคาร์ดินอล ซึ่งจะให้เฉพาะแสงที่จำเป็นในการขับขี่ผ่านตัวฟิล์มและกันรังสีความร้อนอันตราย  ไม่มีส่วนผสมของปรอท ทำให้ดำสนิทจากด้านนอก ทัศนวิสัย คมชัดจากด้านใน ขับขี่สบายตาทั้งกลางวันและกลางคืน และ     ไม่กวนสัญญาน GPS และ Easy Pass ช่วยปรับภายในรถให้เย็นสบายโดยสามารถกันความร้อนสูงถึง 64%  กันรังสี UV ได้ 99.99% และกันรังสีความร้อน IR 99% ทนทานต่อการกัดกร่อน (Corrosion ) โดยเป็นฟิล์มรุ่นเดียวในตลาด ที่กล้ารับประกันตลอดอายุการใช้งาน  ( Life-time Warranty) นอกจากนี้ คาร์ดินอล เซเว่น แอล (Cardinal Seven L) เป็นฟิล์มกึ่งนิรภัยหนาถึง  50 micron มากกว่าฟิล์มทั่วไป 2 เท่า  

   ฟิล์มคาร์ดินอล เซเว่น เป็นฟิล์มเซรามิคผสมคาร์บอนที่มีประสิทธิภาพกันความร้อนและทัศนวิสัยสูงสุดและทำยอดขายได้เป็นที่น่าพอใจมีการเติบโตสูง โดยทางคาร์ดินอลเองได้เล็งเห็นถึงความต้องการของกลุ่มลูกค้ารถหรูที่ต้องการฟิล์มที่มีความเข้มไม่เหมือนใคร จึงได้เปิดตัวฟิล์ม คาร์ดินอล เซเว่น แอล (CARDINAL SEVEN L ) ฟิล์มเข้ม 50% สำหรับกลุ่มลูกค้าที่ต้องการความเป็นส่วนตัวแบบกลางๆแต่ยังกันความร้อนได้ดีไม่แพ้ฟิล์ม 60% ทั่วไป โดยแผนการตลาดครึ่งหลังของ   คาร์ดินอลจะเพิ่มสัดส่วนฟิล์มสำหรับตลาดบนมากขึ้นเนื่องจากมองว่ากลุ่มลูกค้าส่วนนี้ยังมีกำลังซื้อสูง ส่วนตลาดล่างและระดับกลางเรายังคงทำตลอดต่อเนื่องแต่จะเป็นในเชิงรักษาส่วนแบ่งตลาดมากกว่า

   นายเธนไชย เอี่ยมธงทอง กรรมการผู้จัดการบริษัท บริษัท อินนิแฟตโต้ จำกัด  กล่าวเพิ่มเติม  “สำหรับการเลือกรถ Tesla ในการทดสอบฟิล์มครั้งนี้ มองว่าเป็นรถนวัตกรรมไฟฟ้า ล้ำสมัยซึ่งเข้ากับตัว Concept ของ SEVEN L ที่เป็นฟิล์มที่มีความเข้มแปลกใหม่ไม่เหมือนใครและยังใช้เทคโนโลยี Solar Selective Organic Coating ซึ่งจะใช้เซรามิคกับคาร์บอนในการกันความร้อนโดยไม่มีปรอท ไม่กวนการทำงานของระบบไฟฟ้าในรถซึ่งสำคัญต่อการทำงานของรถในอนาคต ซึ่งเรามองว่าตลาดของฟิล์มที่มีปรอทจะหมดไปเพราะในยุค 4.0 สินค้าทุกชนิดต้องสามารถรองรับการใช้งานของอุปกรณ์สื่อสารต่างๆไม่เว้นแม้แต่รถ ดังนั้นเราจึงเชื่อว่าและเชื่อมาโดยตลอดว่าฟิล์มเซรามิคจะเป็นคำตอบของผู้ใช้รถในอนาคตและในส่วนของยอดผลการจองหลังงานมอเตอร์โชว์ที่ผ่านมาก็ทำยอดขายเทียบเท่าปีที่แล้วกว่า 300 คัน โดยยังคงขายฟิล์มรุ่น คาร์ดินอล ทักซิโด้ (CARDINAL TUXEDO) เป็นส่วนใหญ่เนื่องจากเป็นฟิล์มเกรดพรีเมี่ยมที่ราคาไม่แพงมากเมื่อ  

   เทียบกับคุณภาพและยังเป็นฟิล์มเซรามิคที่มีคุณสมบัติตัดแสงทั้งตอนกลางวันและกลางคืนจึงเป็นข้อแตกต่างสำคัญของฟิล์มคาร์ดินอล”  หากท่านใดที่สนใจสอบถามข้อมูลติดตั้งคาร์ดินอลฟิล์ม  ได้ที่  โชว์รูม ศูนย์ติดตั้งสาขาเลียบทางด่วนรามอินทรา (สำนักงานใหญ่) ติดต่อ  02-038-5123  หรือ  061 419 4961 เข้าชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่  www.cardinalfilm.com  หรือ https://www.facebook.com/cardinalfilmthailand เปิดทำการใน วันจันทร์ – อาทิตย์ เวลา 8.00 - 18.00 น.

 
 

AUTO NEWS : เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตหรูอัจฉริยะรุ่นล่าสุด The new E-Class Coupé พร้อมแนะนำแบรนด์ EQ ยนตรกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม ในงานมอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 38

Wednesday, 29 March 2017 04:45

 

 

 

 

 

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อความเป็นผู้นำแห่งวงการอุตสาหกรรมยานยนต์หรู เปิดตัวสุดยอดยนตรกรรมหรูในกลุ่มดรีมคาร์ (Dream Car) รุ่นล่าสุด ที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอรถยนต์ตระกูล E-Class ให้ครบครัน อย่าง The new E-Class Coupé สปอร์ตคูเป้ 2 ประตู 4 ที่นั่ง ที่มอบความกว้างขวางและสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้โดยสาร โดยรถยนต์รุ่นนี้มาพร้อมกับรูปลักษณ์สวยหรูที่มีขนาดใหญ่ขึ้นในทุกมิติ เทคโนโลยีใหม่ที่ช่วยให้การขับขี่สนุกสนานและง่ายดายยิ่งขึ้น ผสานกับเครื่องยนต์อันทรงพลังสไตล์สปอร์ต และระบบกันสะเทือนที่ช่วยให้การขับขี่ราบรื่น พร้อมตอกย้ำความเป็นที่หนึ่งด้านนวัตกรรมยานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการเปิดตัวแบรนด์ใหม่ “EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz” หลังจากการเปิดตัวในงาน Paris Motor Show 2016 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา ที่จะมาเติมเต็มทุกแนวคิดเกี่ยวกับการเดินทางแห่งอนาคต และการใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่าง ครบวงจร รวมทั้งจัดทัพนำขบวนยนตรกรรมหรูกว่า 32 คัน ครบครันในทุกเซ็กเมนต์มาจัดแสดงภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 38” ระหว่างวันที่   29 มีนาคม ถึง 9 เมษายน 2560 นี้ ณ ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

   มร. ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทฯ ดำเนินงานภายใต้ความมุ่งมั่นที่จะนำเสนอ สิ่งที่ดีที่สุด ให้กับลูกค้าในวันนี้และ วันข้างหน้า ซึ่งหลังจากที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เปิดตัว The E-Class รถยนต์อัจฉริยะในกลุ่ม Contemporary Luxury Sedan และได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีด้วยยอดขายจากทั่วโลกมากกว่า 250,000 คัน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศไทย รถยนต์ The E-Class รุ่นประกอบในประเทศที่เปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนมกราคมที่ผ่านมา ก็ได้รับการตอบรับจากกลุ่มลูกค้าเป็นอย่างดีด้วยเช่นกัน ดังนั้นในปีนี้ ทางบริษัทฯ มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะนำเสนอรถยนต์รุ่นล่าสุดในตระกูล The E-Class อย่าง The new E-Class Coupé สุดยอดยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ ที่ได้เปิดตัวไปในงาน “North American International Auto Show 2017” ที่จัดขึ้นที่เมืองดีทรอยต์ ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 8-22 มกราคมที่ผ่านมาโดยรถยนต์รุ่นนี้ มาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ดีไซน์อันงดงามและโดดเด่นไม่เหมือนใคร ซึ่งตอบโจทย์กลุ่มเป้าหมายที่เป็นผู้นำเทรนด์ใหม่ๆเข้ามาในสังคม มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ชื่นชอบการขับขี่แบบสปอร์ต และหากต้องเลือกรถคู่ใจสักคัน พวกเขาก็จะเลือกรถที่มีความทันสมัย มีดีไซน์อันโฉบเฉี่ยว ตอบโจทย์ความต้องการทั้งในด้านสมรรถนะ และสุนทรียะในการขับขี่ได้เป็นอย่างดี”

   มร.ไมเคิล กล่าวเพิ่มเติมว่า “เมอร์เซเดส-เบนซ์ถือเป็นผู้นำอันดับหนึ่งด้านยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าที่ครบครันมากที่สุด ทางบริษัทฯ จึงมีความภาคภูมิใจที่จะนำแบรนด์ “EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz” (อีคิว – อีเลคทริค อินเทลลิเจนซ์ บาย  เมอร์เซเดส-เบนซ์) แบรนด์เทคโนโลยีใหม่ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์เข้ามาเปิดตัวในประเทศไทย หลังจากการเปิดตัวครั้งแรกในงาน Paris Motor Show 2016 เมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยแบรนด์ “EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz” ได้รับการพัฒนามาจากแนวคิดของการเติมเต็มทั้งทางด้านสุนทรียะในการขับขี่ผสานกับความชาญฉลาดของยานพาหนะ (Emotion and Intelligence) ของแบรนด์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ทางบริษัทฯ มีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันให้แบรนด์ดังกล่าวมาทำหน้าที่เติมเต็มทุกแนวคิดเกี่ยวกับการเดินทางแห่งอนาคตและการใช้ชีวิตอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างครบวงจร ซึ่งเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้วางรากฐานไว้เพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงานอย่างต่อเนื่องไปจนถึงปี 2025 ซึ่งรถยนต์ที่อยู่ภายใต้แบรนด์  “EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz” นี้ครอบคลุมไปถึงรถยนต์ที่ใช้พลังงานไฟฟ้าและรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดทุกคันสำหรับในประเทศไทยเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้นำเสนอรถยนต์เทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริดหลากหลายรุ่นทั้งในกลุ่ม Contemporary Luxury Sedan และ SUV กว่า 9 รุ่น ได้แก่ C 350 e Avantgarde,  C 350 e Exclusive, C 350 e AMG Dynamic, C 350 e Estate, S 500 e Executive, S 500 e Exclusive, S 500 e AMG Dynamic, GLE 500 e 4MATIC Exclusive และ GLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic พร้อมทั้งมีแผนที่จะติดตั้งอุปกรณ์ชาร์จไฟภายในครัวเรือน (Wallbox) ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการทั้ง 32 แห่งทั่วประเทศ ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ และโรงแรมระดับ 5 ดาวในประเทศไทย เพื่อมอบความสะดวกสบายให้แก่ลูกค้าทุกท่าน”

   มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า สำหรับงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 38 นี้ ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ ได้จัดวางพื้นที่ในการแสดงยนตรกรรมกว่า 2,160 ตารางเมตร โดยมี ไฮไลท์มากมาย อาทิ การจัดแสดงยนตรกรรมรุ่นใหม่ ที่เข้ามาเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอรถยนต์ตระกูล E-Class ให้ครบครันมากยิ่งขึ้น โดยปัจจุบันรถยนต์ตระกูล E-Class มีให้เลือกทั้งในรูปแบบซาลูนที่ประกอบในประเทศไทยในรุ่น E 220 d Avantgarde, E 220 d Exclusive  และ E 220 d AMG Dynamic ซึ่งเปิดตัวไปเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และรูปแบบเอสเตทอย่าง E 220 d Estate AMG Dynamic รวมถึงรุ่นล่าสุด The new E-Class Coupé  รุ่น E 300 Coupé AMG Dynamic ยนตรกรรมสปอร์ตคูเป้ที่เปิดตัวภายในงาน ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความโฉบเฉี่ยวของดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ ความปราดเปรียวของรถยนต์สปอร์ตคูเป้สมรรถนะสูง และเทคโนโลยีอันล้ำสมัยที่ได้รับการส่งต่อมาจากซีดานในตระกูล E-Class ที่โดดเด่นด้วยเครื่องยนต์อันทรงพลังและดีไซน์เรียบหรูที่ดึงเสน่ห์ของความเป็นเมอร์เซเดส-เบนซ์ออกมาได้อย่างเต็มที่ ทุกองค์ประกอบของรถยนต์สอดรับกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบตามหลัก Sensual Purity นับเป็นก้าวใหม่ที่สำคัญสำหรับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีการพัฒนาในด้านการออกแบบอยู่เสมอ

   ส่วนที่ 2 คือการจัดแสดงยนตรกรรมภายใต้แบรนด์ “EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz” เมอร์เซเดส-เบนซ์กำลังก้าวเข้าสู่การเป็นแบรนด์รถยนต์ที่ไม่ปล่อยไอเสียเลย และ “EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz”จะทำให้เราก้าวไปไกลกว่านั้น         เนื่องด้วยการนำเสนอทั้งผลิตภัณฑ์ บริการ เทคโนโลยี และนวัตกรรม ซึ่งผลิตภัณฑ์ภายใต้ แบรนด์ “EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz” จะมีความหลากหลาย ทั้งรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้รับการผลิตขึ้นเพื่อตอบทุกโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคโดยเฉพาะ อุปกรณ์ชาร์จไฟภายในครัวเรือน (Wallbox) และบริการชาร์จไฟฟ้า (Charging service)  เป็นต้น โดยในปีนี้ทางเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้นำรถยนต์ที่อยู่ภายใต้แบรนด์ “EQ – Electric Intelligence by  Mercedes-Benz” มาจัดแสดงภายในงาน ได้แก่ C 350 e Estate,C 350 e Exclusive, C 350 e AMG Dynamic, S 500 e Exclusive,  S 500 e AMG Dynamic และ GLE 500 e AMG Dynamic

   นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เตรียมขนขบวนสุดยอดยนตรกรรมรวมทั้งสิ้นกว่า 32 คัน   ครบครันในทุกเซ็กเมนต์ ไม่ว่าจะเป็น Compact Cars, Contemporary Luxury Sedans, Dream Cars, และ SUVs อาทิ E 220 d Avantgarde, E 220 d Exclusive,  E 220 d AMG Dynamic ที่ได้เปิดตัวไปเมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา และ The CLA-Class Shooting Brake, The SLC-Class, The GLC-Class Coupé, Mercedes-Maybach, The S-Class Cabriolet, The CLS-Class, The GLS-Class, The G-Class, The SL-Class,  The GLE-Class Coupé และ The GLA-Class พร้อมจุดบริการลูกค้า และบริการหลังการขายเพื่อรองรับทุกความต้องการของลูกค้าที่เข้ามาเยี่ยมชมบูธของเมอร์เซเดส-เบนซ์

The new E-Class Coupé

   สำหรับ ดีไซน์ภายนอก ของ The new E-Class Coupé มีพื้นฐานมาจากซีดานของตระกูล  E-Class ที่ได้รับการปรับโฉมรูปลักษณ์ให้ดูเร้าใจมากยิ่งขึ้น ด้านหน้าโดดเด่นด้วยกระจังหน้าแบบสปอร์ตที่ลาดต่ำลง สัญลักษณ์ดาวสามแฉกตรงกลาง และกระจกไร้ขอบทั้ง 4 บาน  ซึ่ง 2 บานด้านหลังถูกปรับแต่งให้ยาวเรียวมากขึ้น ฝากระโปรงได้รับการออกแบบให้ดูยาว  และเสริมความแข็งแกร่งด้วย power dome ในขณะที่ช่วงท่อนหลังยกตัวขึ้นอย่างทรงพลัง นอกจากนี้ The new E-Class Coupé มาพร้อมขนาดตัวถังที่ใหญ่ขึ้น โดยมีฐานล้อที่กว้างถึง 113.1 นิ้ว ขนาดความยาวตัวถัง 190 นิ้ว ความกว้าง 73.2 นิ้ว (ไม่รวมกระจกมองข้าง) และความสูง 56.3 นิ้ว ซึ่งเพิ่มขึ้นกว่ารุ่นก่อนหน้า ทั้งในด้านความยาวฐานล้อที่เพิ่มขึ้น 4.4 นิ้ว  ความยาวตัวถังที่เพิ่มขึ้น 4.8 นิ้ว ความกว้าง 2.9 นิ้ว และความสูง 1.3 นิ้ว ซึ่งทำให้  The new E-Class Coupé มีพื้นที่วางขาด้านหลัง หมอนรองศีรษะด้านหลัง และความกว้างของเบาะทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่เพิ่มมากขึ้น เพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทางให้แก่ผู้โดยสารได้มากกว่าเดิม

ดีไซน์ภายใน เป็นการผสมผสานระหว่างความโฉบเฉี่ยวของรถสปอร์ต และความเรียบหรูในแบบของเมอร์เซเดส-เบนซ์ The new E-Class Coupé โดดเด่นด้วยเบาะหนังแบบเดี่ยวที่เป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์คูเป้จำนวน 4 ที่นั่ง ที่มอบความกว้างขวางและสะดวกสบายสูงสุดแก่ผู้โดยสาร มาพร้อมกับชุดหน้าจอความละเอียดสูง COMAND® ขนาด 12.3 นิ้ว ที่สามารถเลือกหน้าจอได้ 3 แบบตามชอบคือ Classic, Sport และ Progressive นอกจากนี้ยังสามารถเพิ่มสุนทรียภาพของการเดินทางด้วยระบบไฟในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี

ด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยี สำหรับ The new E-Class Coupé นั้นประกอบด้วยระบบรักษาความปลอดภัยและเทคโนโลยีมากมายที่ช่วยให้การขับขี่สะดวกสบายขึ้น อาทิ ระบบ DYNAMIC SELECT ที่มีโหมดการขับขี่ให้เลือกถึง 5 แบบ คือ ECO, Comfort, Sport, Sport+ และ Individual, ระบบ PRE-SAFE® Sound, ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ  (Parking Pilot including Active Parking Assist), ระบบแผนที่นำทาง (COMAND® Navigation), แผงควบคุมระบบสัมผัสบนพวงมาลัย (Touch Control Button)  ที่ใช้ง่าย และมีลักษณะคล้ายกับหน้าจอสมาร์ทโฟน มาพร้อมกับหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว

   The new E 300 Coupé มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 4 สูบ แถวเรียง 1,991 ซีซี เทอร์โบคู่ และ  ระบบเกียร์อัตโนมัติชุดใหม่ 9G-TRONIC ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมแรงเหวี่ยงจากการทำงานของเครื่องยนต์ให้ต่ำลง ช่วยให้สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวลและ มีประสิทธิภาพมากขึ้น

   *อัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน และ อัตราการปล่อย CO2 อ้างอิงจากการทดสอบตามมาตรฐานของสหภาพยุโรปเพื่อจุดประสงค์ในการเปรียบเทียบความแตกต่างของรถยนต์ในแต่ละประเภทเท่านั้น ไม่สามารถนำไปอ้างอิงกับรถยนต์คันใดคันหนึ่งโดยเฉพาะและไม่สามารถนำไปใช้เป็นข้อผูกมัดในการเสนอขายสินค้าได้

  • E 300 Coupé AMG Dynamic ราคา 4,540,000 บาท

ข้อเสนอพิเศษสำหรับลูกค้า

   นอกเหนือจากขบวนรถยนต์มากมายที่นำมาจัดแสดงในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังเตรียมข้อเสนอพิเศษสุดเพื่อเป็นการขอบคุณแก่ลูกค้า ดังนี้

แคมเปญ MercedesCard

  • สมัครบัตรเครดิตเมอร์เซเดสการ์ดใบใหม่วันนี้ รับ Cash back สูงสุด 6,000 บาท* (ตรวจสอบเงื่อนไข ณ จุดขาย)
  • สำหรับผู้ถือบัตรเมอร์เซเดสการ์ด เมื่อจองรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายในงานผ่านบัตรเมอร์เซเดสการ์ด 100,000 บาทขึ้นไป รับ Cash Back สูงสุดมูลค่า 2,800 บาท

ข้อเสนอสุดพิเศษจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง

   สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่น S 500 e Executive, S 500 e Exclusive, SLC 300 AMG Dynamic และ C 300 Cabriolet AMG Dynamic มีข้อเสนอสุดพิเศษ   2 โปรแกรม โดยสามารถเลือกได้อย่างใดอย่างหนึ่งเท่านั้น คือ

  • โปรแกรมเช่าซื้อ (Hire Purchase) ลูกค้าจะได้รับอัตราดอกเบี้ยพิเศษที่ 0.99% สำหรับระยะเวลา 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัย 1 ปี
  • โปรแกรม mySTAR หรือ Finance Lease ลูกค้าจะได้รับฟรีประกันภัย 3 ปี หรือ   2 ปี (ตามรุ่นรถยนต์)

พบกับข้อเสนอสุดพิเศษจากเมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่งได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 30 เมษายน 2560

   เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขอเชิญท่านพบกับขบวนสุดยอดยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดและยนตรกรรมหลากหลายรุ่น ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยียานยนต์เพื่อสิ่งแวดล้อม ในงาน “บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม ถึง 9 เมษายน 2560 ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี

 
 

AUTO NEWS : เอ็มจี ชวนลูกค้าสัมผัสสุนทรียภาพแห่งการขับขี่และความคุ้มค่า ที่งานบางกอก มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38

Wednesday, 29 March 2017 02:27

 

 

 

 

 

   บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เชิญชวนลูกค้าทดลองขับรถยนต์ เอ็มจี ทุกรุ่นพร้อมรับข้อเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษอีกมากมายภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ชูจุดเด่นด้านสุนทรียภาพและความสะดวกสบายในการขับขี่ ควบคู่กับความคุ้มค่า ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อย่างซันรูฟ และระบบความปลอดภัยต่างๆ  รวมทั้งระบบการสื่อสารและการเชื่อมต่อ อินคาเน็ต (inkaNet) ที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถยนต์ เอ็มจี ครบทุกรุ่น พร้อมเดินหน้าสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนด้วยการเปิดโรงงานผลิตแห่งใหม่ในช่วงปลายปีนี้ และมุ่งมั่นปฏิบัติตามแผนงานระดับโลกของ บริษัท เซี่ยงไฮ้ ออโต้โมทีฟ อินดัสทรี คอร์ปอเรชั่น จำกัด หรือ เอสเอไอซี มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ เอ็มจี ในประเทศไทย

   ภายในบูธ เอ็มจี ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 ลูกค้าทุกท่านจะได้พบกับรถยนต์ครบทุกรุ่นของ เอ็มจี ที่พร้อมตอบสนองทุกความต้องการและรองรับการใช้งานอย่างครอบคลุม ทั้ง MG3 รถซับคอมแพ็กต์สำหรับคนรุ่นใหม่ MG5 รถซีดานระดับคอมแพค MG6 รถยนต์ขนาดกลางระดับพรีเมียม และ MG GS สปอร์ตเอสยูวี ทั้งเครื่องยนต์ 2.0 และ 1.5 รุ่นล่าสุด

   นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลา 3 ปีที่ผ่านมา เอ็มจี ได้นำเสนอรถยนต์ เอ็มจี ทั้งหมด 4 รุ่น เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างครบครันทั้ง MG3  MG5 MG6 และ MG GS ผลิตภัณฑ์เหล่านี้คือรากฐานที่แข็งแกร่งที่ เอ็มจี จะใช้ขับเคลื่อนสู่ความสำเร็จต่อไปในอนาคต ทั้งนี้ เอ็มจี มีความมั่นใจในศักยภาพของผลิตภัณฑ์ทุกรุ่นในปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะรถยนต์รุ่น MG3 ที่โดดเด่นในด้านสมรรถนะ และดีไซน์ ที่มอบความคุ้มค่า และความแตกต่างในรถ B-Segment ที่มีซันรูฟ ถือเป็นเจ้าเดียวในประเทศไทย และได้ผลตอบรับที่ดีเกินคาด เช่นเดียวกับรถยนต์รุ่นล่าสุดอย่าง MG GS เครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ สปอร์ตเอสยูวี ที่แรง ประหยัด และคุ้มค่า ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 890,000 บาท ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากลูกค้าเช่นกัน ด้วยยอดจองมากกว่า 300 คัน ในระยะเวลาเพียง 1 เดือน หลังจากการเปิดตัว”

   เอ็มจี พร้อมมอบโปรโมชั่นและข้อเสนอพิเศษมากมายให้แก่ลูกค้าที่สนใจจองรถยนต์ เอ็มจี ภายในงานมอเตอร์โชว์ โดยรถยนต์ เอ็มจี ทุกรุ่นมาพร้อมประกันภัยชั้นหนึ่ง และพ.ร.บ. ฟรีนาน 1 ปี และมอบแคมเปญพิเศษ เมื่อจองรถในงานดังกล่าวหรือที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศระหว่างวันที่ 27 มีนาคมถึง 9 เมษายน รับฟรีกล้องบันทึกการขับขี่แท้จาก เอ็มจี มูลค่า 3,300 บาท สำหรับโปรโมชั่นของรถยนต์ เอ็มจี แต่ละรุ่นมีดังนี้

  • MG3 – ดาวน์เริ่มต้น 47,900 บาท หรือผ่อนชำระเดือนละ 5,220 บาท พร้อมรับฟรีชุดเครื่องเล่นดีวีดี-เนวิเกเตอร์ และกล้องมองหลังแท้จากเอ็มจี
  • MG5 – ดาวน์เริ่มต้น 64,900 บาท หรือผ่อนชำระเดือนละ 7,072 บาท พร้อมฟรีค่าน้ำมัน 1 ปีเต็ม
  • MG6 รุ่นอี85 – ดอกเบี้ย 0% นาน 5 ปีหรือผ่อนเพียงเดือนละ 9,786 บาท
  • MG GS รุ่นเทอร์โบ 2.0 ลิตร – ดาวน์เริ่มต้น 121,000 บาท หรือผ่อนเดือนละ 13,186 บาท 

   นายพงษ์ศักดิ์ ยังเปิดเผยถึงความคืบหน้าในการก่อสร้างโรงงานผลิตรถยนต์แห่งใหม่ที่จังหวัดชลบุรีว่า เมื่อการก่อสร้างแล้วเสร็จในอีก 2 ปีนับจากนี้ โรงงานใหม่แห่งนี้จะกลายเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ เอ็มจี พวงมาลัยขวาของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยโรงงานแห่งใหม่แห่งนี้จะเป็นโรงงานที่มีเทคโนโลยี และการผลิตรถยนต์ที่ได้มาตรฐานโลกด้วยฝีมือคนไทย

   ขณะที่แผนงานในระดับโลก ทาง เอสเอไอซี มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ เอ็มจี ในประเทศไทย และยังเป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ได้เล็งเห็นถึงทิศทางในอนาคตของอุตสาหกรรมยานยนต์ทั่วโลก จึงได้ประเมินแนวคิดไว้ 4 ประการ ดังต่อไปนี้

(1) การพัฒนาแหล่งพลังงานทางเลือกใหม่ (New Energy) นอกเหนือจากเชื้อเพลิงประเภทน้ำมัน อาทิเช่น พลังงานลม พลังงานน้ำ หรือกระแสไฟฟ้า รถยนต์ไฟฟ้าจึงถือเป็นอีกหนึ่งวิวัฒนาการในอนาคตเพื่อการตอบโจทย์ทั้งในด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและความประหยัดให้แก่ลูกค้า

(2) การพัฒนารถยนต์ ให้มีความเป็นอัจฉริยะ (Intelligent) ที่เพียบพร้อมพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีขั้นสูง อาทิเช่น การสั่งงานรถยนต์ผ่านเสียง ระบบช่วยจอด รถยนต์ไร้คนขับ ฯลฯ

(3) การพัฒนาเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตและระบบการเชื่อมต่อภายในรถยนต์ ได้ถูกออกแบบเพื่อให้รองรับความต้องการของไลฟ์สไตล์ผู้บริโภครุ่นใหม่ และยังช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการทำธุรกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน

(4) ปัจจุบันผู้ผลิตรถยนต์หลายรายกำลังศึกษาระบบการแบ่งปันรถยนต์ในการใช้งาน หรือ Car Sharing ซึ่งเห็นได้จากประเทศที่พัฒนาแล้ว อาทิ เช่น เยอรมัน สหรัฐอเมริกา หรือในทวีปเอเชีย เช่น สิงคโปร์

   สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับรถยนต์รุ่นต่างๆ ของ เอ็มจี ได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 ระหว่างวันที่ 29 มีนาคมถึง 9 เมษายน 2560 ที่บูธ A13 ระหว่างวันที่ 29 มีนาคมถึง 9 เมษายน 2560 ณ อาคารชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี หรือ ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ หรือ สามารถติดต่อ MG CALL CENTREโทร. 1-800-999-988 (สำหรับโทรศัพท์บ้านพื้นฐาน) และ 1-401-999-988 (สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่) หรือ ติดตามข้อมูลเพิ่มเติมที่ http://www.mgcars.com

 
 

AUTO NEWS : ฟอร์ดมอบข้อเสนอสุดพิเศษแก่ลูกค้า พร้อมขนทัพรถยนต์ทุกรุ่น จัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38

Wednesday, 29 March 2017 02:10

   ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดฉาก งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 ยกทัพยานยนต์และเทคโนโลยีอัจฉริยะระดับโลกมาจัดแสดงอย่างครบครัน พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษ ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 9 เมษายน 2560 ณ อิมแพค เมืองทองธานี

   ฟอร์ดจัดแสดงผลิตภัณฑ์เรือธงหลัก ทั้งหมด 3 รุ่น ที่จะตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกันอย่างครบครัน ซึ่งได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ รถกระบะเกิดมาแกร่ง ซึ่งก้าวขึ้นมาเป็นรถกระบะที่ขายดีที่สุดในประเทศไทยเป็นอันดับสามในตลาดรถกระบะประเทศไทยที่มีการแข่งขันกันอย่างสูง ฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถเอสยูวีขนาดกลาง ที่สร้างมาเพื่อเป็นที่หนึ่ง และ ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต รถเอสยูวีขนาดเล็ก ที่มอบความกะทัดรัด และคล่องตัว

   ฟอร์ดยังเผยโฉม ฟอร์ด โฟกัส เทรนด์ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร แบบ 4 ลูกสูบ ให้กำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 6,000 รอบต่อนาที และ แรงบิด 240 นิวตันเมตร โดยฟอร์ดมอบราคาสุดคุ้มค่าเพียง 919,000 บาท พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง แก่ลูกค้าภายในงาน

   “ในปี 2560 นี้ เราคาดการณ์ว่าตลาดรถยนต์จะเริ่มฟื้นตัวและกลับมาเติบโตอย่างต่อเนื่องตลอดปีอีกครั้ง” นายณรงค์ สีตลายน รองกรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว “ฟอร์ดเตรียมข้อเสนอที่ดีที่สุดแห่งปีและสิทธิประโยชน์ต่างๆ มากมายไว้ให้แก่ลูกค้าภายในงานมอเตอร์โชว์ เพื่อตอบรับกับสถานการณ์ตลาดยานยนต์ที่เริ่มฟื้นตัวอีกครั้ง นับว่าเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการซื้อรถฟอร์ด”

ทัพรถยนต์ระดับโลกครบครันทุกรุ่น  

ฟอร์ด จัดแสดงรถยนต์รุ่นต่างๆ ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 ดังนี้

ฟอร์ด เรนเจอร์: รถกระบะสายพันธุ์ “เกิดมาแกร่ง” ทั้งฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค และ XLT รวมถึง อีก 6 รุ่นใหม่ ได้แก่ ฟอร์ด เรนเจอร์ FX4 ใหม่ จำนวน 2 รุ่น ที่มาพร้อมรูปลักษณ์แกร่งดุดัน ตกแต่งด้วยอุปกรณ์ระดับพรีเมี่ยม และ ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นย่อยใหม่ ในกลุ่ม XL และ XLS จำนวน 4  รุ่น ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการอันหลากหลายในการใช้งานรูปแบบต่างๆ ได้อย่างลงตัว

ฟอร์ด เอเวอเรสต์: รถเอสยูวีขนาดกลางแบบ 7 ที่นั่ง ที่ได้รับการสร้างสรรค์มาเพื่อเป็นที่หนึ่ง และได้สร้างนิยามใหม่ให้กับรถเอสยูวีขนาดกลางในประเทศไทย ด้วยรูปลักษณ์ภายนอกที่บึกบึน พร้อมสมรรถนะในการขับขี่ทั้งบนทางเรียบและทางออฟโรดอันเหนือชั้น ครบครันด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่ล้ำสมัยมากมาย อาทิ ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ระบบช่วยควบคุมรถให้ขับขี่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control) และระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)

ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต: รถเอสยูวีขนาดเล็ก ที่มาพร้อมรูปลักษณ์ที่กะทัดรัด คล่องตัว และห้องโดยสารอันกว้างขวาง มอบความสะดวกสบาย เพื่อประโยชน์ใช้สอยสูงสุด เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในปัจจุบัน ให้ทั้งความคุ้มค่าและคุ้มราคา รวมทั้งรองรับพลังงานทางเลือกน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85

ฟอร์ด โฟกัส: มาพร้อมรูปลักษณ์ทันสมัย ดีไซน์โฉบเฉี่ยว สมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัว อัดแน่นไปด้วยเทคโนโลยีอัจฉริยะ และเครื่องยนต์ขุมพลัง เพื่อมอบประสบการณ์ความสนุกสนานในการขับขี่

ฟอร์ด เฟียสต้า: รุ่นแบล็กลิมิเต็ด กับดีไซน์สปอร์ตล้ำสมัย และรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85

ข้อเสนอสุดพิเศษ

   ฟอร์ด มอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับลูกค้า ณ งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ และที่ตัวแทนจำหน่ายฟอร์ดทั่วประเทศ ดังนี้

  • ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทุกรุ่น และ ฟอร์ด เรนเจอร์ ไวลด์แทรค - อัตราดอกเบี้ยพิเศษ 0% ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab และ Double Cab XLT รวมถึงรุ่น FX4  - อัตราดอกเบี้ยพิเศษ  0.99% ดาวน์ 25% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab XL+ - ดาวน์เพียง 29,000 บาท หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 7,999 บาท      ต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต - ราคาพิเศษ  699,000 บาท ผ่อนเริ่มต้นเพียง 5,999 บาท ต่อเดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง
  • ฟอร์ด โฟกัส สปอร์ต - ราคาพิเศษ  999,000 บาท  พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง  
  • ฟอร์ด โฟกัส เทรนด์ - ราคาพิเศษ  919,000 บาท  พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง  

มอบประสบการณ์การเป็นเจ้าของรถยนต์ระดับโลก

   ฟอร์ดยังคงมุ่งมั่นเดินหน้ายกระดับการมอบประสบการณ์การบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าฟอร์ด พร้อมรุกขยายเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการให้ครอบคลุมเขตพื้นที่หลักอย่างต่อเนื่อง รวมทั้ง การเพิ่มช่องทางการเข้าถึงเครือข่ายโชว์รูมและศูนย์บริการ การมอบความสะดวกสบายในการรับบริการ การสร้างความน่าเชื่อถือในคุณภาพการบริการ และการมอบความคุ้มค่าของการเป็นเจ้าของรถยนต์ระดับโลก

   ภายในงานมอเตอร์โชว์ ฟอร์ดยังได้เน้นถึงบริการใหม่ล่าสุด “60 Minutes Express Service Guaranteed Online Booking” ที่จะมอบความสะดวกสบายสูงสุดให้แก่ลูกค้า โดยรับประกันเวลาการเข้ารับบริการตรวจเช็คตามระยะภายในเวลา 60 นาที สำหรับลูกค้าที่มีการจองเข้ารับการบริการเช็คระยะ ผ่านระบบออนไลน์ของฟอร์ด กรณีที่ฟอร์ดไม่สามารถให้บริการภายในเวลา 60 นาทีได้ ฟอร์ดจะไม่คิดค่าบริการใดๆ ทั้งสิ้นในการเช็คระยะในครั้งนั้น โดยลูกค้าสามารถเข้ารับบริการดังกล่าว ได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการ 30 แห่ง ในกรุงเทพมหานครและเขตปริมณฑล ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ปทุมธานี และสมุทรปราการ

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้าจัดแสดง ซีอาร์-วี ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 5 เป็นไฮไลท์ ในงานมอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 38 พบกับยนตรกรรมฮอนด้ามากถึง 12 รุ่น ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน พร้อมรับข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย

Tuesday, 28 March 2017 06:01

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดแสดงฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 5 เพื่อให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจทั่วไปได้สัมผัสในงานมอเตอร์ โชว์ ครั้งที่ 38 พร้อมด้วย ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก 5 ประตู ใหม่ ที่เพิ่งเปิดตัวไปล่าสุด ตอกย้ำการกระตุ้นตลาดรถยนต์ในประเทศไทยให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ด้วยยนตรกรรมฮอนด้าทั้ง 12 รุ่น ที่นำมาจัดแสดงภายในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ในปีนี้ ณ บูธฮอนด้า A9 อาคาร ชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 29 มีนาคม - 9 เมษายน 2560

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ฮอนด้าให้ความสำคัญกับความต้องการของลูกค้ามาโดยตลอด เราจึงมุ่งมั่นพัฒนาและนำเสนอยนตรกรรมคุณภาพ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีเทคโนโลยีอันล้ำสมัย ทั้งนี้ เพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า เพื่อให้รถยนต์ของเราตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ และเติมเต็มทุกความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าให้ได้มากที่สุด จนถึงวันนี้ รถยนต์ฮอนด้าได้รับการตอบรับที่ดีจากลูกค้าชาวไทย จนทำให้ฮอนด้ามียอดขายเป็นอันดับ 1 ในตลาดรถยนต์นั่งส่วนบุคคลถึง 2 ปีซ้อน (2558-2559) และมีหลายรุ่นที่เป็นรถยอดนิยม สำหรับงานมอเตอร์โชว์ในปีนี้ ฮอนด้าได้จัดแสดงรถยนต์ยอดนิยมรวมทั้งสิ้น 12 รุ่น รวมถึง 3 รุ่นใหม่ล่าสุดที่เพิ่งเปิดตัวไป ได้แก่ ซิตี้ ซีวิค แฮทช์แบ็ก และซีอาร์-วี พร้อมด้วยข้อเสนอสุดพิเศษอีกมากมาย และภายในปีนี้ ฮอนด้าจะยังคงสร้างกระแสความแรงในตลาดรถยนต์ประเทศไทยอย่างต่อเนื่องอีกแน่นอน”

   สำหรับรถยนต์รุ่นไฮไลท์ที่ฮอนด้านำมาจัดแสดงในปีนี้ ได้แก่ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 5 ยนตรกรรมเอสยูวีระดับพรีเมียมที่พร้อมนำคุณไปได้ไกลอย่างที่คุณจินตนาการ ด้วยดีไซน์ภายนอกที่ผสานความหรูหราและความแข็งแกร่งในทุกมิติ ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ด้วยเบาะนั่ง 3 แถว 7 ที่นั่ง มาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อน ทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO ที่มาพร้อมระบบเกียร์อัตโนมัติ 9 สปีด เป็นระบบเกียร์ไฟฟ้าที่ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ด้วยสวิตช์ (Shift by Wire) และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC พร้อมเกียร์ CVT ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก อาทิ ฝากระโปรงท้ายเปิด-ปิดอัตโนมัติแบบไฟฟ้าด้วยระบบแฮนด์ฟรี (Hands-free Power Tailgate) และมาตรฐานความปลอดภัยอันล้ำสมัย สร้างมาตรฐานเอสยูวีให้เหนือระดับไปอีกขั้น

   กระแสการตอบรับที่ดีเยี่ยม ด้วยยอดจองกว่า 35,000 คัน ภายใน 1 ปีหลังจากการเปิดตัว โดย ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใหม่ สะท้อนเอกลักษณ์แห่งความสปอร์ตพรีเมียม พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจด้วยขุมพลังเครื่องยนต์ 1.5 ลิตร VTEC TURBO ให้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมันดีเยี่ยมมาพร้อมรูปลักษณ์ที่สปอร์ต โฉบเฉี่ยว และดุดันยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้า-หลังดีไซน์รังผึ้ง โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยรูปลักษณ์ด้านท้ายในสไตล์แฮทช์แบ็ก 5 ประตู ที่ดูโฉบเฉี่ยวจนยากที่จะละสายตา ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบาย ตอบรับทุกความต้องการที่หลากหลายด้วยพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ และยังติดตั้งม่านปิดสัมภาระที่สามารถเลือกปิดเก็บได้ทั้งซ้ายและขวา พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ครบครัน และมาตรฐานความปลอดภัยที่ล้ำสมัย

   และฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งรุ่นยอดนิยมสำหรับลูกค้าชาวไทย ด้วยยอดจองสูงกว่า 10,000 คัน ภายใน 3 เดือน หลังจากการเปิดตัว เมื่อช่วงต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา ฮอนด้า ซิตี้ ใหม่ มาพร้อมความเป็นที่สุดในทุกด้าน ครั้งแรกของยนตรกรรมซับคอมแพคท์ที่มีการติดตั้งไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED ในทุกรุ่น โฉบเฉี่ยวและสปอร์ตยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าแบบโครเมียมดีไซน์ใหม่พร้อมกันชนหน้า-หลัง ดีไซน์ใหม่ ภายในห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย มาพร้อมการออกแบบที่สปอร์ตและหรูหรายิ่งขึ้น ด้วยแผงคอนโซลสีกันเมทัลลิก (Gun Metallic) เบาะนั่งลายใหม่สไตล์สปอร์ต พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่ครบครันเหนือระดับ รองรับพลังงานทางเลือก E85 เพื่อการขับขี่อย่างประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

   ในโอกาสนี้ ฮอนด้าขอมอบข้อเสนอพิเศษให้กับผู้ที่สนใจเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น ในแคมเปญ “Honda Extra Special”  (สำหรับลูกค้าที่จองรถภายในวันที่ 9 เมษายน และรับรถยนต์ใหม่ภายใน วันที่ 20 เมษายน 2560) ดังรายละเอียด ต่อไปนี้

  • สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น รับจักรยานพับโมดูโล่ มูลค่า 6,500 บาท ฟรี
  • ฮอนด้า บริโอ้ และบริโอ้ อเมซ ช่วยผ่อนเดือนละ 2,500 บาท นาน 12 เดือน
  • ฮอนด้า ซิตี้ ดอกเบี้ย 1.99% หรือฟรีประกันภัย พร้อมรับ ฮอนด้า อัลติเมท แคร์ ขยายการรับประกันรถยนต์ใหม่เพิ่มขึ้นเป็น 5 ปี หรือ 140,000 กิโลเมตร (อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน)
    และสิทธิพิเศษบริการช่วยเหลือฉุกเฉินบนท้องถนน 24 ชั่วโมง เพิ่มขึ้นเป็น 5 ปี
  • ฮอนด้า แจ๊ซ ดอกเบี้ย 1.29% พร้อมฟรีประกันภัย + ช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน
  • ฮอนด้า ซีวิค ดอกเบี้ย 1.99%
  • ฮอนด้า โมบิลิโอ ดอกเบี้ย 0.99% พร้อมฟรีประกันภัย + ช่วยผ่อนเดือนละ 2,500 บาท
    นาน 12 เดือน
  • ฮอนด้า แอคคอร์ด และแอคคอร์ด ไฮบริด เลือกรับระหว่าง ดอกเบี้ย 2.79% พร้อมฟรีประกันภัย หรือดอกเบี้ย 1.99% พร้อมบัตรของขวัญฮอนด้ามูลค่า 10,000 บาท พิเศษสำหรับ แอคคอร์ด ไฮบริด รับเพิ่มบัตรเติมน้ำมัน มูลค่า 5,000 บาท พร้อม Privilege Package
    เพื่อความอุ่นใจตลอดการเดินทาง
  • ฮอนด้า บีอาร์-วี เลือกรับระหว่าง ดอกเบี้ย 2.09% พร้อมฟรีประกันภัย + ช่วยผ่อนเดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน หรือช่วยผ่อนเดือนละ 2,000 บาท นาน 12 เดือน
  • ฮอนด้า เอชอาร์-วี เลือกรับระหว่าง ดอกเบี้ย 2.09% พร้อมฟรีประกันภัย หรือช่วยผ่อน
    เดือนละ 1,000 บาท นาน 12 เดือน
  • ลูกค้าโครงการรถคันแรก หรือรถเก่า รับบัตรของขวัญฮอนด้า สำหรับลูกค้าที่นำรถคันเก่ายี่ห้ออื่น มาเปลี่ยนเป็นรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่ รับบัตรของขวัญฮอนด้า มูลค่า 5,000 บาท และลูกค้าฮอนด้าปัจจุบันนำรถรุ่นเก่ามาเปลี่ยนเป็นรถยนต์ฮอนด้าคันใหม่ รับบัตรของขวัญฮอนด้ามูลค่า 8,000 บาท
  • กิจกรรมอัพเดตข้อมูล ไม่พลาดทุกการรับข่าวสารจากฮอนด้า สำหรับลูกค้าที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล เมื่ออัพเดตเรียบร้อยแล้ว รับบัตรของขวัญเทสโก้ โลตัส มูลค่า 100 บาท

   ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมบูธจัดแสดงยนตรกรรมล้ำสมัยของฮอนด้า พร้อมพบกับข้อเสนอสุดพิเศษได้ที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 ณ บูธฮอนด้า A9 อาคารชาเลนเจอร์ 2 อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 29 มีนาคม - 9 เมษายน 2560 และพบกับข้อเสนอเดียวกันนี้ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.honda.co.th

 
 

AUTO NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ขนทัพนวัตกรรมยานยนต์ล่าสุด ชูเทคโนโลยี iPerformance และ M Performance มุ่งสู่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38

Tuesday, 28 March 2017 08:37

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมระดับพรีเมียม พร้อมฉลองการคว้ารางวัล “Car & Bike of the Year 2017 ยอดเยี่ยมแห่งปี สูงสุดถึง 15 รางวัล สำหรับแบรนด์บีเอ็มดับเบิลยู มินิ และบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด ด้วยการยกทัพรถยนต์รุ่นล่าสุดพร้อมข้อเสนอสุดพิเศษจากบีเอ็มดับเบิลยู และมินิ มุ่งหน้าสู่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 29 มีนาคม ถึง 9 เมษายน 2560 ที่ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ อิมแพค เมืองทองธานี นำโดย บีเอ็มดับเบิลยู i8 Protonic Dark Silver Edition บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence พร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด บีเอ็มดับเบิลยู M760Li xDrive Model V12 Excellence บีเอ็มดับเบิลยู 530i M Sport โฉมใหม่ บีเอ็มดับเบิลยู 520d Luxury โฉมใหม่ บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Performance รุ่นประกอบในประเทศ บีเอ็มดับเบิลยู 320d GT Sport บีเอ็มดับเบิลยู 320d GT มินิ คันทรีแมน โฉมใหม่ และมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ คลับแมน ใหม่

   มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย กล่าวว่างานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด พุ่งทะยานสู่โลกแห่งเทคโนโลยียานยนต์ โดยมุ่งผลักดันอุตสาหกรรมยานยนต์เดินหน้าสู่มิติใหม่ด้วยนวัตกรรมต่างๆ ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของบีเอ็มดับเบิลยูที่มุ่งมั่นสร้างสรรค์พัฒนาเทคโนโลยีระดับพรีเมียมที่จะเชื่อมต่อทุกมิติของการใช้ชีวิตอย่างไม่หยุดยั้ง ในปีนี้ แนวคิดรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติได้กลายเป็นนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจริงแล้ว เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่จะผสานเทคโนโลยีดังกล่าวเข้ากับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู M Performance ซึ่งก็คือ บีเอ็มดับเบิลยู M760Li xDrive Model V12 Excellence นอกจากนี้ เรายังพร้อมนำเสนอบีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence ซึ่งเป็นรถยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอินไฮบริด รุ่นที่ 4 รวมถึงรถยนต์รุ่นหลักอย่างบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 7 พร้อมด้วยบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 โฉมใหม่  บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 แกรนทัวริสโม โฉมใหม่และรถยนต์ในตระกูล M Performance อีกหลากหลายรุ่นนี้จะช่วยเสริมความแข็งแกร่งให้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์พรีเมียมของบีเอ็มดับเบิลยู

   “นอกจากแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมยานยนต์สุดล้ำแล้ว เรายังพร้อมที่จะนำเสนอทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จากบีเอ็มดับเบิลยู (BMW Product Genius) เพื่อตอบสนองทุกความต้องการของลูกค้าด้วยประสบการณ์และความรู้ด้านผลิตภัณฑ์ยานยนต์ โดยทีมดังกล่าวจะนำเสนอข้อมูลเกี่ยวกับนวัตกรรมและเทคโนโลยีล่าสุดของเราให้แก่ลูกค้าในทุกขั้นตอน ไม่ว่าจะเป็นการทดสอบ หรือการส่งมอบรถยนต์ และยังสามารถให้บริการตอบคำถามต่างๆ และให้ความช่วยเหลือทางโทรศัพท์ในข้อซักถามต่างๆ เกี่ยวกับผลิตภัณฑ์บีเอ็มดับเบิลยู รวมถึงการให้ข้อมูลล่าสุดทางด้านบริการอีกด้วย นอกจากนี้ ทีมผู้เชี่ยวชาญด้านผลิตภัณฑ์จากบีเอ็มดับเบิลยูยังเข้าใจในการใช้เทคโนโลยี

   เป็นอย่างดี จึงพร้อมไปด้วยเครื่องมือสื่อสารที่ทันสมัย เช่น แอพพลิเคชันบน iPad เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถมอบบริการที่ดีที่สุดให้แก่ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูทุกท่าน โดยผู้เชี่ยวชาญเหล่านี้จะแต่งกายในเครื่องแบบของ BMW Product Genius และพร้อมมอบประสบการณ์และความประทับใจให้แก่ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูทุกท่าน”

   ในปีนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังตอกย้ำความสำเร็จในฐานะผู้นำยนตรกรรมและเทคโนโลยีระดับพรีเมียม ด้วยการรับรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี (Car of the Year)  สำหรับรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู มินิและบีเอ็มดับเบิลยู มอเตอร์ราด สูงสุดถึง 15 รุ่น ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 218i Active Tourer M Sport บีเอ็มดับเบิลยู 320d GT Sport  บีเอ็มดับเบิลยู 330e บีเอ็มดับเบิลยู i8 บีเอ็มดับเบิลยู X5 xDrive40e M Sport บีเอ็มดับเบิลยู 740Li บีเอ็มดับเบิลยู 730Ld M Sport บีเอ็มดับเบิลยู 420i Gran Coupe Sport บีเอ็มดับเบิลยู X4 xDrive20d M Sport  มินิคูเปอร์ เอส คอนเวอร์ทิเบิล  มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ มินิ คูเปอร์ เอสดี 5 ประตู Seven Edition บีเอ็มดับเบิลยู   S 1000 RR บีเอ็มดับเบิลยู S 1000 XR และ บีเอ็มดับเบิลยู R nineT ทั้งนี้ ความสำเร็จอย่างต่อเนื่องในประเทศไทยสะท้อนให้เห็นถึงความต้องการและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคที่มีต่อผลิตภัณฑ์ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป อันเป็นผลมาจากนวัตกรรมที่ล้ำสมัยและดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์

บีเอ็มดับเบิลยู i8 Protonic Dark Silver Edition

ราคา 11,899,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู i8 Protonic Dark Silver Edition เป็นรถยนต์สปอร์ต 4 ที่นั่ง (2+2) รุ่นพิเศษที่ผลิตในช่วงเวลาที่จำกัด โดดเด่นด้วยโครงสร้างห้องโดยสารที่ทำจากวัสดุ CFRP (carbon-fibre-reinforced plastic) และระบบส่งกำลังไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู eDrive มาพร้อมดีไซน์เรียบหรูดุดันด้วยตัวถังสีเงิน Dark Silver พร้อมเสริมความโฉบเฉี่ยวด้วยล้ออัลลอยน้ำหนักเบาแบบ W-spoke 470 สีเทา Orbit Grey metallic ขนาดต่างกันในล้อหน้าและล้อหลัง     ส่วนดีไซน์ภายในสวยงามไม่แพ้กันด้วยวัสดุที่ทำจากคาร์บอนไฟเบอร์คุณภาพสูงและเซรามิก ให้ความรู้สึกสมกับเป็น รถสปอร์ตอย่างแท้จริง

   ระบบส่งกำลังแห่งอนาคต บีเอ็มดับเบิลยู eDrive ของบีเอ็มดับเบิลยู i8 ประกอบไปด้วยเครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ เทคโนโลยีบีเอ็มดับเบิลยู TwinPower Turbo ที่ส่งกำลัง 170 กิโลวัตต์ / 231 แรงม้า พร้อมแรงบิด 320 นิวตันเมตร และมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีพละกำลัง 96 กิโลวัตต์ / 131 แรงม้า พร้อมแรงบิด 250 นิวตันเมตร นอกจากนี้ ระบบส่งกำลัง บีเอ็มดับเบิลยู eDrive ยังใช้แบตเตอรี่ลิเธียมไอออนกำลังไฟสูงและระบบบริหารจัดการพลังงานอัจฉริยะ เพื่อส่งกำลังรวม 266 กิโลวัตต์ / 362 แรงม้าได้อย่างเต็มสมรรถนะและประหยัดพลังงานสูงสุด

   เมื่อใช้โหมดการขับขี่โดยใช้ไฟฟ้าโดยไม่มีการปล่อยไอเสียเลย  บีเอ็มดับเบิลยู i8 สามารถขับขี่ด้วยความเร็วสูงสุด 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง เป็นระยะทางถึง 37 กิโลเมตร และสามารถชาร์จแบตเตอรี่ให้เต็มได้ในเวลาเพียง 2-3 ชั่วโมง โดยสามารถเลือกชาร์จได้กับปลั๊กไฟบ้านทั่วไป หรืออุปกรณ์ บีเอ็มดับเบิลยู ไอ วอลล์บ็อกซ์ เพียว (BMW i Wallbox Pure) นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู i8 ผสานพลังเพื่อสร้างประสบการณ์การขับขี่ที่โดดเด่นเหนือใคร พร้อมตอบสนองความต้องการในทุกเส้นทาง สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 4.4 วินาทีเมื่อขับขี่ในโหมดสปอร์ต ทั้งยังมีอัตราการสิ้นเปลืองพลังงานและการปล่อยไอเสียที่เหนือชั้นกว่ารถสปอร์ตทุกรุ่นในตลาด ด้วยอัตราการสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยที่ 47.6 กิโลเมตรต่อลิตรและอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 เพียง 49 กรัมต่อกิโลเมตร

   บีเอ็มดับเบิลยู i8 เป็นรถที่โดดเด่นเหนือใครด้านประสิทธิภาพ ความประหยัดและสมรรถนะบนท้องถนน และได้รับรางวัลในหลากหลายสาขา ไม่ว่าจะเป็นรางวัล International Engine of the Year สำหรับเครื่องยนต์ TwinPower Turbo 3 สูบ และระบบส่งกำลังไฮบริด ทั้งยังได้รับการโหวตให้คว้ารางวัลยอดเยี่ยม World Green Car of the Year และ Green Luxury Car พร้อมด้วยรางวัล Paul Pietsch Award จาก “auto motor und sport” นิตยสารยานยนต์ของประเทศเยอรมนีในฐานะรถยนต์ที่มีนวัตกรรมยานยนต์โดดเด่นที่สุด

บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence พร้อมเทคโนโลยีปลั๊กอิน ไฮบริด

ราคา 6,699,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   โดดเด่นด้วยนวัตกรรมด้านเทคโนโลยี BMW eDrive ในบีเอ็มดับเบิลยูตระกูล i นำมาสู่บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence พร้อมโครงสร้าง Carbon Core และแบตเตอรี่ไฟฟ้าแรงดันสูง ผสานด้วยเทคโนโลยีเฉพาะ BMW TwinPower Turbo ขับขี่ด้วยพลังงานไฟฟ้า ให้สุนทรียะแห่งการขับขี่เหนือระดับ และความหรูหราสะดวกสบาย

   ในการขับขี่ระยะไกล นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence ใหม่ ยังสามารถนำเทคโนโลยี Efficient Dynamics มารวมเข้ากับยนตรกรรมได้อย่างยอดเยี่ยมที่สุดในบรรดารถยนต์ภายใต้แบรนด์บีเอ็มดับเบิลยูด้วยกัน

   บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence ให้กำลังสูงสุดที่ 190 กิโลวัตต์/258 แรงม้า ด้วยเทคโนโลยี BMW TwinPower นับเป็นขุมพลัง 4 สูบที่ทรงพลังที่สุด ระบบการขับขี่ไฟฟ้ามอบกำลังเพิ่มเติมสูงสุดอีก 83 กิโลวัตต์/113 แรงม้า พร้อมตอบสนองในเสี้ยววินาที โดยเมื่อใช้งานร่วมกัน เครื่องยนต์และมอเตอร์ไฟฟ้าชุดนี้จะมอบกำลังสูงถึง 240 กิโลวัตต์/326 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 500 นิวตันเมตร

   ยิ่งไปกว่านั้น มอเตอร์ไฟฟ้ายังรับหน้าที่ส่งพลังด้วยการสำรองพลังงานขณะแตะเบรก หรือด้วยการเพิ่มค่าภาระเครื่องยนต์ตามระบบไฮบริดที่เลือกใช้ จากนั้นจึงดึงพลังเข้าสู่แบตเตอรี่แรงดันสูง และเมื่อขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้า บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence จะสามารถขับในระยะทางสูงสุดได้ถึง 41 กิโลเมตร มอเตอร์ไฟฟ้าถูกนำมารวมเข้ากับระบบเกียร์ 8 สปีด Steptronic อย่างสมบูรณ์ เพื่อตอกย้ำประสิทธิภาพขั้นสูงสุดของการขับขี่ด้วยระบบไฟฟ้าที่สร้างความปราดเปรียวขณะขับขี่ และการนำพลังงานส่วนเกินกลับมาใช้จากระบบเบรก

   ด้วยการจ่ายพลังงานระหว่างล้อหน้าและล้อหลังที่สมบูรณ์แบบ บีเอ็มดับเบิลยู 740Le xDrive Pure Excellence สามารถเร่งเครื่องได้อย่างทรงพลัง ให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรภายใน 5.3 วินาที โดยมีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงอยู่ที่ 45.5 กิโลเมตรต่อลิตร อัตราการปล่อย CO2 ที่ 49 กรัมต่อกิโลเมตร ในขณะที่อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าทั้งหมดอยู่ที่ระหว่าง 13.9 - 13.2 กิโลวัตต์ ต่อ 100 กิโลเมตร

บีเอ็มดับเบิลยู M760Li xDrive Model V12 Excellence

ราคา 12,499,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   บีเอ็มดับเบิลยู M760Li xDrive Model V12 Excellence เปิดตัวขุมพลังใหม่ล่าสุด M Performance TwinPower Turbo พร้อมเครื่องยนต์ 12 สูบ เครื่องยนต์ V12 ภายใต้ตราประทับ M Performance มีปริมาตรกระบอกสูบขนาด 6.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 448 กิโลวัตต์ / 610 แรงม้า  ที่ 5,500 ถึง 6,500 รอบต่อนาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 800 นิวตันเมตรที่ 1,550 ถึง 5,000 รอบต่อนาที (อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงรวมอยู่ที่ 8.2 กิโลเมตรต่อลิตร และอัตราการปล่อย CO2 รวมที่ 291 กรัมต่อกิโลเมตร)

   ด้วยเทคโนโลยี M Performance TwinPower Turbo อันเหนือชั้น บีเอ็มดับเบิลยู M760Li xDrive Model V12 Excellence สามารถให้อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรภายในเวลาเพียง 3.7 วินาที พร้อมให้ความเร็วสูงสุดจากพลังงานไฟฟ้าที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ถ่ายโอนพลังงานผ่านระบบเกียร์ 8 สปีด Steptronic Sport ซึ่งถูกปรับแต่งตามคุณลักษณะของเครื่องยนต์ V12 โดยเฉพาะ

   ระบบกันสะเทือนนวัตกรรม Executive Drive Pro คือบัตรผ่านของความปราดเปรียวอันเฉียบคมและความสะดวกสบายในการขับขี่ที่เหนือกว่า ระบบการรักษาเสถียรภาพรถแบบ Active roll ช่วยลดการสะเทือนของตัวรถให้น้อยที่สุด ผสมผสานกับสมรรถนะจากยางรถยนต์ด้วยล้ออัลลอยพิเศษน้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้ว เพื่อสร้างความคล่องแคล่วในการขับขี่ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในคลาสรถยนต์เดียวกันให้กับบีเอ็มดับเบิลยู M760Li xDrive Model V12 Excellence โดยไม่ส่งผลกระทบต่อความสะดวกสบายและประสิทธิภาพในการขับขี่แม้แต่น้อย ภายในห้องโดยสารตกแต่งอย่างหรูหราด้วยไม้บริเวณพวงมาลัย และตัวอักษร V12 ที่จะปรากฎขึ้นบนหน้าปัดรถเมื่อผู้ขับขี่สตาร์ทเครื่องยนต์ ขอบประตูรถตกแต่งด้วยโลโก้ V12 เรืองแสง สร้างความตื่นตาตื่นใจพร้อมความรื่นรมย์ในการขับขี่ที่จะเกิดขึ้น โดยโลโก้ V12 ยังอวดโฉมอยู่บนคอนโซลและหน้าจอ Touch Command Panel บริเวณที่วางแขนของห้องผู้โดยสารด้านหลัง

บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ซีดาน โฉมใหม่: บีเอ็มดับเบิลยู 530i และบีเอ็มดับเบิลยู 520d

ราคา บีเอ็มดับเบิลยู 530i M Sport 4,399,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ราคา บีเอ็มดับเบิลยู 520d Luxury 3,899,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   นอกจากน้ำหนักที่เบากว่ารุ่นก่อนถึง 100 กิโลกรัมแล้ว ตัวถังของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ซีดาน โฉมใหม่ ยังมีจุดศูนย์ถ่วงที่ต่ำ กระจายน้ำหนักอย่างสมดุลและมีแรงเสียดทานอากาศต่ำที่สุดในรถระดับเดียวกัน จึงทำให้ผสมผสานการขับขี่ที่คล่องตัวเข้ากับความนุ่มสบายสำหรับผู้โดยสารได้อย่างลงตัว

   บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ซีดาน โฉมใหม่ มาพร้อมกับปุ่มควบคุมฟังก์ชั่นอัจฉริยะพร้อมระบบสัมผัส iDrive โทรศัพท์ ระบบความบันเทิง และระบบการทำงานของรถผ่านจอแสดงผลความละเอียดสูง โดยรองรับการควบคุมผ่านทาง iDrive Controller สั่งงานด้วยเสียงหรือท่าทาง หรือสัมผัสที่หน้าจอโดยตรง

   ดีไซน์ภายนอก โดดเด่นด้วยไฟหน้า LED ที่เป็นเอกลักษณ์และได้รับการออกแบบมาเพื่อบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 ซีดาน โฉมใหม่ โดยเฉพาะ โดยมีระบบปรับการกระจายแสงให้เหมาะสมกับเส้นทางที่ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นการเพิ่มแสงสว่างในมุมอับขณะเข้าโค้ง หรือระบบปรับการทำงานไฟสูงอัตโนมัติในระยะไกลสุด 500 เมตร

   ภายในห้องโดยสาร มีการเพิ่มพื้นที่เก็บของและพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสาร นอกจากนี้ เทคโนโลยี SYNTAK (Special Synergy Thermoacoustic Capsule) ยังช่วยเสริมการเก็บเสียงของห้องโดยสารเพื่อความ ผ่อนคลายสูงสุดของผู้โดยสาร

   ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน บีเอ็มดับเบิลยู 530i ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร พร้อมมอบกำลังสูงสุด 185 กิโลวัตต์/252 แรงม้า พร้อมแรงบิด 350 นิวตันเมตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 17.5 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 129 กรัมต่อกิโลเมตร ลดลงจากรุ่นก่อน 11 เปอร์เซ็นต์ สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ในเวลาเพียง 6.2 วินาที เร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

   ส่วนรุ่นดีเซลอย่าง บีเอ็มดับเบิลยู 520d ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ 4 สูบขนาด 2.0 ลิตร ส่งกำลังสูงสุด 140 กิโลวัตต์/ 190 แรงม้า พร้อมแรงบิด 400 นิวตันเมตร มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงที่ 20 กิโลเมตรต่อลิตร และมีอัตราการปล่อย CO2 ที่ 132 กรัมต่อกิโลเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 7.5 วินาที และเร่งความเร็วสูงสุดได้ถึง 235 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Performance รุ่นประกอบในประเทศ

ราคา 2,499,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Performance มาพร้อมกับขุมพลังระดับ 190 แรงม้าที่ 4,000 รอบต่อนาที ที่ประหยัดน้ำมันสูงสุดถึง 27 กิโลเมตรต่อลิตร พร้อมอัตราการปล่อย CO2 เพียง 99 กรัมต่อกิโลเมตร ระบบเกียร์ 8 สปีด Steptronic ใหม่ มีส่วนช่วยลดอัตราการปล่อยก๊าซ CO2 ด้วยประสิทธิภาพอัตราการทดเกียร์ที่กว้างขึ้น และตัวแปลงแรงบิดที่สูญเสียกำลังน้อยลงในขณะเปลี่ยนเกียร์ ช่วยลดการปล่อยก๊าซ CO2 ลงได้ราว 3 เปอร์เซ็นต์ พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ Steptronic Sport 8 สปีด และก้านเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย

   บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Performance รุ่นประกอบในประเทศ โดดเด่นและเฉียบคมยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่ง M กับ front splitter สีดำด้าน กันชนหน้าและหลังติดสติ๊กเกอร์ Giugiaro สร้างความเร้าใจให้กับผู้ขับขี่ด้วยรูปลักษณ์แบบสปอร์ต ยังมาพร้อมกับกระจังหน้าไตสีดำเงาและฝาครอบรอบกระจกข้างแบบคาร์บอน ช่องระบายอากาศด้านหลังและสปอยเลอร์หลังมาในสีดำด้าน พร้อมกรอบประตูสีดำด้านที่ติดตราประทับ 'M Performance' ขณะที่ฉายแสง LED ด้วยโลโก้บีเอ็มดับเบิลยูบริเวณประตู สร้างประสบการณ์อันเหนือชั้นให้แก่ผู้ขับขี่ก่อนเข้าสู่ตัวรถ

   ด้วยชุดกันชนหน้าที่มีช่องระบายอากาศดีไซน์ใหม่ เน้นย้ำถึงความกว้างของตัวรถ เช่นเดียวกับชุดกันชนหลังและ ไฟท้าย LED ที่ช่วยเสริมมาดความสปอร์ตของตัวรถ พร้อมไฟหน้าและไฟตัดหมอก LED เพื่อทัศนวิสัยในการขับขี่ ที่ดียิ่งขึ้น

   กุญแจอันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยูมาในระบบ comfort access system ที่สามารถสั่งการอย่างง่ายดายได้ด้วยสัญญาณทางไกล พร้อมเซ็นเซอร์น้ำฝนที่สร้างทัศนวิสัยอันปลอดโปร่งในทุกเวลา บีเอ็มดับเบิลยู 320d M Performance ยังมีระบบ cruise control ช่วยให้ผู้ขับขี่กำหนดความเร็วสูงสุดและสร้างความสะดวกสบายสำหรับการเดินทางไกลได้อย่างไร้กังวล ขณะที่กระจกมองหลังด้านในและกระจกข้างฝั่งคนขับยังช่วยป้องกันดวงตาของผู้ขับขี่ไม่ให้พร่ามัวด้วยฟังก์ชันป้องกันแสงจากไฟรถ

บีเอ็มดับเบิลยู  320d GT Sport และ บีเอ็มดับเบิลยู  320d GT Luxury โฉมใหม่

ราคา 2,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 แกรนทัวริสโม โฉมใหม่ ผสมผสานยนตรกรรมหรูหราแบบซีดานเข้ากับความโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ตอย่างแท้จริง และยังคงประสิทธิภาพเอนกประสงค์ของรถยนต์ในแนวทัวริ่งไว้อย่างครบถ้วน โดยมาพร้อมประสิทธิภาพและสมรรถนะการขับขี่สูงสุดจาก BMW EfficientDynamics เครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบ TwinPower Turbo นอกจากนี้ ยังมีเกียร์อัตโนมัติ ระบบดับเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อจอด ระบบชาร์จไฟอัตโนมัติขณะเบรก และการขับขี่ในโหมด ECO PRO ทำให้มีกำลังแรงมากขึ้นและมีการสูญเสียพลังงานขณะเปลี่ยนเกียร์น้อยลง ส่งผลให้อัตราสิ้นเปลืองพลังงานและอัตราการปล่อย CO2 ลดลงถึง 3 เปอร์เซ็นต์ สร้างมาตรฐานใหม่เรื่องความประหยัดและอัตราการปล่อยของเสีย

   บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 แกรนทัวริสโม มีขนาดความยาว 4,824 มิลลิเมตร ยาวกว่ารถยนต์ตระกูลซีรีส์ 3 รุ่นอื่นๆ ถึง 200 มิลลิเมตร และยังมาพร้อมการออกแบบภายนอกที่ดูโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น ด้วยไฟหน้า LED ที่เน้นความสปอร์ตและมาพร้อมระบบปรับการทำงานไฟสูงไฟตัดหมอก LED ส่วนท้ายรถ ประกอบด้วยไฟท้าย และเส้นลายดีไซน์ที่มีความเฉียบคม ช่วยเพิ่มรูปลักษณ์ความสปอร์ตที่ทรงพลังมากยิ่งขึ้น

   ห้องโดยสารภายในได้รับการดีไซน์ให้มีความหรูหรามากยิ่งขึ้น ด้วยรายละเอียดและวัสดุตกแต่งต่างๆ เช่น การใช้สี การตกแต่งด้วยลายไม้ และหนัง พื้นที่ในห้องโดยสารได้รับการออกแบบตามหลักการยศาสตร์ให้เหมาะสมกับทุกรูปแบบการเดินทาง เพื่อมอบความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เบาะที่นั่งทุกตำแหน่งถูกออกแบบให้อยู่ในตำแหน่งสูงขึ้น 59 มิลลิเมตร ช่วยเพิ่มวิสัยทัศน์ให้ดูกว้างขวางขึ้น นอกจากนี้ พื้นที่ที่กว้างขวางยังเป็นหัวใจสำคัญของ บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 แกรนทัวริสโม ด้วยฐานล้อที่ยาวขึ้น 110 มิลลิเมตรเป็น 2,920 มิลลิเมตร ทำให้ ที่นั่งด้านหลังกว้างขวางสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารสามท่าน ส่วนกระโปรงรถด้านหลัง มีพื้นที่เก็บสัมภาระ   520 – 1,600 ลิตร สามารถรองรับทุกการใช้งาน

   บีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 3 แกรนทัวริสโม มีให้เลือกสองรุ่นสองสไตล์ด้วยกัน ได้แก่ บีเอ็มดับเบิลยู 320d GT Sport และ บีเอ็มดับเบิลยู  320d GT Luxury โดยมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ได้แก่ ระบบควบคุมสภาพอากาศ ระบบสตาร์ทรถยนต์โดยไม่ใช้กุญแจ พวงมาลัยระบบเซอร์โวโทรนิก ถุงลมนิรภัย หน้าจอความละเอียดสูง พร้อมระบบ iDrive ใหม่ล่าสุดที่อำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ควบคุมฟังก์ชันต่างๆ ของรถได้โดยไม่เสียสมาธิจากการขับขี่บนถนน รวมถึงช่องเสียบ USB และรองรับการเชื่อมต่อ Bluetooth และพวงมาลัยหนังแบบมัลติฟังก์ชัน

เปิดตัว มินิ คันทรีแมน รุ่นใหม่ล่าสุด ครั้งแรกในประเทศไทย

ราคา มินิ คูเปอร์ คันทรีแมน 2,339,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ราคา มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน 2,699,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

ราคา มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม 2,999,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   มินิ คันทรีแมน เจเนอเรชั่นที่สอง ได้รับการพัฒนาในด้านดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นรอบคันและมิติรถยนต์ ที่มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิม ตอบสนองการใช้งานพื้นที่ภายในห้องโดยสาร ในรูปแบบรถยนต์เอนกประสงค์ พรีเมียม คอมแพ็ค ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังของเครื่องยนต์ใหม่ล่าสุด มินิ TwinPower Turbo ที่ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่และการตอบสนองที่ดีขึ้น

   มินิ คูเปอร์ คันทรีแมน  เครื่องยนต์เบนซิน 3 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังขับเคลื่อนสูงสุดอยู่ที่ 100 กิโลวัตต์ต่อ136 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 220 นิวตันเมตร ที่ 1,400-4,300 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 16 กิโลเมตรต่อลิตร ระดับการปล่อย CO2 เพียง 148 กรัมต่อกิโลเมตร และทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ พวงมาลัยหนังแท้แบบมัลติฟังก์ชั่น ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ที่มากับตัวรถ

   มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน และ มินิ คูเปอร์ เอส คันทรีแมน ไฮทริม ขับเคลื่อนด้วยเบนซิน 4 สูบ ขนาด 2.0 ลิตร ที่มอบกำลังสูงสุดถึง 141 กิโลวัตต์/192 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุด 280 นิวตันเมตร ที่ 1,350-4,600 รอบต่อนาที อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยอยู่ที่ 16 กิโลเมตรต่อลิตร ระดับการปล่อย CO2 อยู่ที่ 143 กรัมต่อกิโลเมตร และทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะแบบสปอร์ต พวงมาลัยหนังแท้แบบสปอร์พร้อมมัลติ-ฟังก์ชั่นลาย MINI Yours  ล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว เพื่อให้ขับขี่ได้สนุกทันใจ ซึ่งทำให้ทั้งสองรุ่นนี้มีสมรรถนะยอดเยี่ยมเทียบเท่ากลุ่มรถยนต์ระดับเดียวกัน

   ด้วยขนาดความยาวที่มากขึ้นกว่ารุ่นเดิมถึง 20 เซนติเมตร ความกว้างที่เพิ่มขึ้นอีก 3 เซนติเมตร และฐานล้อที่ยาวขึ้น 7.5 เซนติเมตร ทำให้มินิ คันทรีแมน โฉมใหม่ มีขนาดที่ใหญ่ขึ้น ประกอบด้วย 5 ที่นั่งแบบเต็มตัว และช่องเก็บสัมภาระที่มีความจุเพิ่มขึ้น เพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้นของผู้โดยสาร บริเวณช่องเก็บสัมภาระด้านหลังยังมี MINI Picnic Bench ซึ่งสามารถกางออกเป็นที่นั่งปิกนิกบริเวณท้ายรถได้ ส่วนฝากระโปรงท้ายควบคุมการปิดเปิดด้วยระบบไฟฟ้าเพียงใช้เท้าไปจ่อที่บริเวณใต้กันชนท้ายเมื่อมีกุญแจรถอยู่กับตัวเท่านั้น หรือเปิดจากรีโมตคอนโทรลและปิดด้วยปุ่มที่ฝากระโปรงท้าย

   นอกจากนี้ หน้าจอขนาด 8.8 นิ้ว ที่อยู่บริเวณกลางแผงคอนโซลรถมาพร้อมระบบสัมผัส (ทัชสกรีน) เป็นครั้งแรก พร้อมฟังก์ชั่นต่างๆ ที่อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น MINI Country Timer ที่ช่วยตรวจจับการขับขี่บนพื้นถนนที่ท้าทาย MINI Connected ที่เป็นเสมือนผู้ช่วยส่วนตัวในยามเดินทาง ไม่ว่าจะเป็นแผนที่นำทาง แสดงพิกัดของรถ ดูการจราจร ซึ่งเชื่อมต่อกับระบบคอมพิวเตอร์ในรถยนต์ และสมาร์ทโฟน

มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ คลับแมน ใหม่

ราคา 3,588,000 บาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)

   มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ คลับแมน ใหม่ ผสมผสานความเร้าใจจากสนามแข่งกับความหรูหราเต็มเปี่ยมของมินิรุ่นล่าสุด ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่นแต่ยังคงเอกลักษณ์สุดคลาสสิกไว้อย่างครบครัน ต่อยอดจากรถยนต์ต้นแบบเพื่อมอบสมรรถนะการขับขี่ในระดับรถแข่งพันธุ์แท้

   มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ คลับแมน ใหม่ สมรรถนะแบบสปอร์ตจากมินิ กับเครื่องยนต์ 2.0 ลิตร ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนสี่ล้อหรือ ALL4 เจเนอเรชั่นล่าสุด ขุมพลังเบนซิน 4 สูบ ทำงานด้วยเทคโนโลยี มินิ TwinPower Turbo ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 170 กิโลวัตต์ / 231 แรงม้า โดยมีแรงบิดสูงสุดที่ 350 นิวตันเมตร สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายในเวลาเพียง 6.3 วินาที รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ Steptronic Sport Automatic 8 สปีด ให้คุณขับขี่ได้คล่องตัว ตอบสนองฉับไวทุกโจทย์การขับขี่ พร้อมท้าทายบนท้องถนน ขุมพลังใหม่ของมินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ ถือเป็นเครื่องยนต์ที่ทรงพลังที่สุดที่มินิเคยทำออกมาทำตลาด

   นอกจากนี้ มินิ จอห์น คูเปอร์ เวิร์กส์ คลับแมน ใหม่ ยังมีเอกลักษณ์รูปแบบเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็น ชุด aerodynamics ล้ออัลลอยแบบ John Cooper Works Course Spoke two-tone ขนาด 19 นิ้ว พร้อมดีไซน์และแต่งในสไตล์ John Cooper Works ทั้งภายนอกภายใน พวงมาลัยหนังแท้พร้อมระบบมัลติฟังก์ชั่น รวมถึงเบาะสปอร์ตพิเศษ John Cooper Works ระบบแสดงผล Head-Up Display และจอขนาด 8.8 นิ้วที่อยู่บริเวณกลางแผงคอนโซลรถมาพร้อมระบบสัมผัส (ทัชสกรีน) ใหม่ล่าสุด

   ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากับโปรแกรมบำรุงรักษารถยนต์  BMW Services Inclusive (BSI) และ MINI Service Inclusive (MSI) ซึ่งขยายขอบเขตการคุ้มครองเป็นตลอดระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทาง

   นอกเหนือจากสมรรถนะและดีไซน์ที่โดดเด่นของผลิตภัณฑ์ หัวใจสำคัญในการสร้างความพึงพอใจสูงสุดคือความสบายใจของลูกค้า ดังนั้น รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูและมินิจึงมาพร้อมกับโปรแกรมบริการหลังการขาย BSI (BMW Services Inclusive) และ MSI (MINI Service Inclusive) ซึ่งมอบบริการบำรุงรักษารถยนต์สำหรับบีเอ็มดับเบิลยู และมินิ ระยะเวลา 5 ปี ระยะทาง 100,000 กิโลเมตร นอกจากนี้ บีเอ็มดับเบิลยูและมินิยังมีโปรแกรมการรับประกันที่ขยายขอบเขตการคุ้มครองเป็นตลอดระยะเวลา 5 ปี ไม่จำกัดระยะทางด้วย

ข้อเสนอพิเศษในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 38

ลูกค้าบีเอ็มดับเบิลยูที่ทำการจองรถยนต์ภายในงาน และรับส่งมอบรถยนต์ภายในเดือนเมษายน 2560 จะได้รับสิทธิประโยชน์ ดังนี้

  •     โปรแกรม ‘Loyalty Campaign’ เพิ่มมูลค่ารถเก่าให้แก่ลูกค้ารายเดิมของบีเอ็มดับเบิลยูที่ต้องการเปลี่ยนรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูคันใหม่
  •     ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง สำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในตระกูล X Series ได้แก่ X1 X3 X4 และ X5
  •     ฟรีลำโพง Bowers & Wilkins เมื่อซื้อรถยนต์ในตระกูลซีรีส์ 7 ตระกูล M บีเอ็มดับเบิลยู i8 และรุ่นพรีเมียมอื่นๆ อีกมากมาย
  •   ฟรี ขยายโปรแกรมบำรุงรักษา โปรแกรมการรับประกัน และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินสำหรับลูกค้าที่ซื้อรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในตระกูล Plug-in Hybrid
    • BMW Service Inclusive (BSI) จาก 5 ปี / 100,000 กิโลเมตร เป็น 6 ปี / 120,000 กิโลเมตร
    • โปรแกรมการรับประกันระยะเวลา 5 ปี เป็น 6 ปี ไม่จำกัดระยะทาง
    • บริการช่วยเหลือฉุกเฉินจาก 5 ปี เป็น 6 ปี
  •     สำหรับลูกค้าที่จองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูภายในงานทุกหนึ่งคัน จะมีส่วนร่วมในการมอบเครื่องกรองน้ำจำนวนหนึ่งเครื่อง สำหรับชุมชนที่ขาดแคลนภายใต้ โครงการ แคร์ ฟอร์ วอเตอร์ (Care4Water)

   สำหรับลูกค้ามินิที่ทำการจองรถยนต์ภายในงาน และรับส่งมอบรถยนต์ภายในเดือนมิถุนายน 2560 จะได้รับฟรีลำโพง Harman Kardon Esquire Mini

   ผู้สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแคมเปญดังกล่าวหรือผลิตภัณฑ์การเงินอื่นๆ จาก BMW Financial Services และ MINI Financial Services ได้ทาง BMW Contact Center โทร. 1-800-269-269 (หรือโทร. 1-401-269-269 ถ้าโทรออกจากโทรศัพท์มือถือ) หรือติดต่อได้ที่ผู้จำหน่ายของบีเอ็มดับเบิลยูและมินิอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 
 

AUTO NEWS : บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย (จำกัด) ประกาศแต่งตั้งนาย คริส เวลส์ เป็นกรรมการผู้จัดการ ประจำ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทยคนใหม่

Tuesday, 23 May 2017 13:36

   บริษัท วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย (จำกัด) ประกาศแต่งตั้งนาย คริส เวลส์ เป็นกรรมการผู้จัดการ ประจำ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทยคนใหม่ รับตำแหน่งต่อจากนางสาวแอนแนท แอนเดอร์สัน ที่เพิ่งได้รับการเลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็น ผู้อำนวยการกลุ่มธุรกิจและเครือข่ายภาคพื้นเอเชียแปซิฟิก โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2560 เป็นต้นไป ซึ่งงานแถลงข่าวจะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในเร็วๆ นี้

   นายคริส เวลส์ ร่วมงานกับ วอลโว่ คาร์ มานานกว่า 28 ปี โดยเริ่มงานในฐานะตัวแทนขายในดีลเลอร์    วอลโว่ ที่ประเทศอังกฤษเมื่อปี พ.ศ. 2532 และได้ขึ้นรับตำแหน่งใหญ่ในดีลเลอร์อย่างรวดเร็ว จนกระทั่งปี ปี พ.ศ.2544-2550 คริสได้ร่วมงานกับ วอลโว่ คาร์ ประเทศอังกฤษ ในฐานะผู้จัดการด้านปฏิบัติการของ     ดีลเลอร์ส่วนภูมิภาค (Regional Dealer Performance Manager) ซึ่งรับผิดชอบดูแลการบริหารและการปฏิบัติงานของดีลเลอร์ 20 แห่งในขณะนั้น

- ปี พ.ศ. 2551-2555 คริสได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นผู้จัดการฝ่ายผลิตภัณฑ์และราคา (Product and Pricing Manager) ในภูมิภาคยุโรปและสหราชอาณาจักร รับผิดชอบครอบคลุมทั้งในด้านผลิตภัณฑ์รวมถึงข้อเสนอทางการตลาดของรถในทุกเซกเมนต์ เพื่อเพิ่มช่องทางการจัดจำหน่ายและยอดขาย ส่งผลให้ในช่วงนั้น  วอลโว่ทำยอดขายเพิ่มขึ้นถึง 78% ภายในปีเดียว

- ปี พ.ศ. 2555 คริสได้รับตำแหน่งผู้จัดการภาคพื้น (Market Manager) และยังเป็นผู้มีบทบาทสำคัญในการเปิดตัวรถยนต์วอลโว่ปลั๊กอิน ไฮบริดเครื่องยนต์ดีเซลคันแรกของโลก โดยผสานความร่วมมือจากตลาดยุโรปอื่นๆ ช่วยกันกำหนดทิศทางการทำการตลาดของผลิตภัณฑ์ให้น่าสนใจ รับผิดชอบเรื่องการอบรมทั้งทางเทคนิคและการขาย จนทำให้รถรุ่นนี้มียอดจองเข้ามาเป็นจำนวนมากก่อนที่รถคันแรกจะเริ่มผลิตออกสู่ตลาด

- ปีพ.ศ. 2556 เขาได้ย้ายไปรับตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายวางแผนผลิตภัณฑ์และกลยุทธ์สินค้า (Global Product and Carline Performance Director) ที่วอลโว่ คาร์ ณ เมืองโกเทนเบิร์ก ประเทศสวีเดน รับผิดชอบเรื่องผลิตภัณฑ์ทั้งในระดับประเทศและระดับโลก ตั้งแต่การบริหารจัดการรถที่เพิ่งเปิดตัวใหม่ ไปจนถึงการจัดจำหน่ายในรูปแบบต่างๆ

- และล่าสุด ปี พ.ศ. 2558 เขาได้ดำรงตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (Market Area Director) ประจำ ณ นครเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน รับผิดชอบฝ่ายปฏิบัติการพาณิชย์ภูมิภาค และริเริ่มธุรกิจใหม่ในเวียดนาม เมียนมาร์ อินโดนีเซีย และศรีลังกา โดยภายใน 2 ปี สามารถสร้างการเติบโตในระดับปฏิบัติการในตลาดดังกล่าวได้สูงกว่า 20 % ต่อปี

   จากประสบการณ์ในการดำรงตำแหน่งล่าสุด ในฐานะผู้อำนวยการตลาดภูมิภาคเอเชียแปซิฟิค (Market Area Director)  ทำให้คริสต้องรับผิดชอบดูแลธุรกิจในหลายตลาด ซึ่งส่วนนี้เองที่ทำให้เป็นประโยชน์อย่างมากต่อการเข้ารับตำแหน่งกรรมการผู้จัดการ ประจำประเทศไทย

   ทั้งนี้ นายคริส เวลส์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “ผมได้มีโอกาสมาทำงานที่ประเทศไทยหลายครั้ง ทำให้มีความคุ้นเคยและเข้าใจตลาดรถยนต์ในเมืองไทยค่อนข้างดี ผมมีความยินดีและถือว่าตำแหน่งใหม่ครั้งนี้เป็นความท้าทายที่น่าตื่นเต้นในการที่จะสานต่อในการสร้างแบรนด์วอลโว่ให้เติบโตและแข็งแรงยิ่งขึ้น และผมมองเห็นว่าแบรนด์วอลโว่มีศักยภาพอย่างมากที่จะกลายเป็นแบรนด์ในใจของคนไทยอีกครั้งหนึ่ง ด้วยผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่มาพร้อมความโดนเด่นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบอันเป็นเอกลักษณ์สไตล์สแกนดิเนเวียนและนวัตกรรมความปลอดภัยล้ำสมัยระดับโลกที่เราพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และด้วยจุดแข็งที่วอลโว่มีและการทำงานอย่างหนักที่คุณแอนเนทและทีมได้สร้างไว้ ผมมองเห็นโอกาสที่จะเพิ่มยอดขาย  วอลโว่ได้ดีตามที่ตั้งเป้าไว้ได้อย่างแน่นอน”

 
 

AUTO NEWS : โตโยต้า ส่งเสริมวงการลูกหวายไทย จัดการแข่งขันเซปักตะกร้อ “รีโว่ คัพ” 2017 ชิงรถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่ พร้อมเงินรางวัล รวมมูลค่ากว่า 2.9 ล้านบาท

Tuesday, 23 May 2017 06:30

 

 

 

 

 

 

 

 

   พันโทรุจ แสงอุดม รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย ฝ่ายกีฬาอาชีพและ สิทธิประโยชน์ ร่วมกับ นายบุญชัย หล่อพิพัฒน์ อุปนายกและเหรัญญิกสมาคมกีฬาตะกร้อแห่งประเทศไทย และ นายชัยชาญ ช่วยโพธิ์กลาง ผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมกิจการการศึกษากระทรวงศึกษาธิการ และ นายสุรศักดิ์ สุทองวัน ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท  โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแถลงข่าว จัดการแข่งขันเซปักตะกร้อชิงแชมป์ประเทศไทย “รีโว่ คัพ 2017” เมื่อวันที่ 22 พฤษภาคม 2560 ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ  7 รอบ พระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย กรุงเทพมหานคร

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด   มีนโยบายในการส่งเสริมและสนับสนุนการกีฬาของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกีฬาเซปักตะกร้อหนึ่งในกีฬาเอกลักษณ์ของประเทศไทย ด้วยการร่วมมือกับ การกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย และกระทรวงศึกษาธิการ จัดการแข่งขัน  เซปักตะกร้อชิงแชมป์ประเทศไทยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550 เพื่อเผยแพร่กีฬาตะกร้อไทยและสร้างโอกาสให้นักกีฬาทุกระดับได้พัฒนาทักษะและสร้างประสบการณ์ในการแข่งขันเพื่อพัฒนาศักยภาพนักกีฬาให้พร้อมสู่การแข่งขันในระดับสากล

   นายสุรศักดิ์ กล่าวว่า “โตโยต้า ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและส่งเสริมการกีฬาของประเทศอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะกีฬาเซปักตะกร้อนั้นถือเป็นกีฬาที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติไทย อันมีนักกีฬาที่เปี่ยมศักยภาพและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ในการแข่งขันระดับนานาชาติมาโดยตลอด

   ปีนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ในฐานะผู้ให้การสนับสนุนหลักการแข่งขันเซปักตะกร้อชิงแชมป์ประเทศไทย ภายใต้ความร่วมมือกับ สมาคมตะกร้อแห่งประเทศไทย การกีฬาแห่งประเทศไทย และกระทรวงศึกษาธิการ จึงได้จัดการแข่งขันเซปักตะกร้อ “รีโว่ คัพ 2017” ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเผยแพร่และพัฒนากีฬาตะกร้อของไทย และยกระดับมาตรฐานการแข่งขันสู่ระดับอาชีพ พร้อมเปิดโอกาสในการเฟ้นหานักกีฬารุ่นใหม่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมชาติตลอดจนเปิดโอกาสให้เยาวชนได้แสดงความสามารถเชิงกีฬาอย่างสร้างสรรค์ และใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์”

การแข่งขันเซปักตะกร้อ ชิงแชมป์ประเทศไทย “รีโว่ คัพ 2017”

การแข่งขันเซปักตะกร้อ “รีโว่คัพ 2017” เพื่อให้เยาวชนได้มีโอกาสเข้าร่วมแข่งขันมากขึ้น จึงได้แบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่

-  ประเภทนักเรียนชายอายุไม่เกิน 16 ปี

-  ประเภทนักเรียนชายอายุไม่เกิน 12 ปี

-  ประเภทนักเรียนหญิงอายุไม่เกิน 12 ปี

   ทั้งนี้การแข่งขันเซปักตะกร้อ “รีโว่คัพ 2017” จะเริ่มขึ้นโดยการคัดเลือกตัวแทนจังหวัดภายใต้การคัดเลือกของการกีฬาแห่งประเทศไทยประจำจังหวัด เพื่อส่งทีมเข้าสู่การแข่งขันในระดับภูมิภาค

การแข่งขันในรอบคัดเลือกระดับภูมิภาค แบ่งเป็น 4 ภาค ได้แก่

-  ภาคกลาง พร้อมกรุงเทพฯและปริมณฑล

-  ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ

-  ภาคเหนือ

-  ภาคใต้

   สำหรับการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย เป็นการนำทีมตัวแทนระดับภูมิภาคในแต่ละประเภท จำนวนภาคละ 9 ทีม รวมทั้งสิ้น 36 ทีม เข้าไปทำการแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ระหว่างวันที่ 24 – 27 สิงหาคม ศกนี้ ที่กรุงเทพมหานคร สำหรับแชมป์ประเภทนักเรียนชายอายุไม่เกิน 16 ปีจะได้รับถ้วยเกียรติยศประจำปีพร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท พร้อมรถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นสมาร์ทแคบ 2.4J เกียร์ธรรมดา มูลค่า 599,000 บาท จำนวน 1 คัน สำหรับแชมป์ประเภทนักเรียนชายอายุไม่เกิน 12 ปี และประเภทนักเรียนหญิงอายุไม่เกิน 12 ปี จะได้รับถ้วยเกียรติยศประจำปีพร้อมเงินรางวัล 100,000 บาท รวมมูลค่ารางวัลการแข่งขันทั้งสิ้นกว่า 2.9 ล้านบาท นับว่าเป็นการจัดการแข่งขันตะกร้อรายการใหญ่ที่สุดรายการหนึ่งของประเทศ

กำหนดการแข่งขัน

- รอบคัดเลือกระดับจังหวัด ( 77 จังหวัด )

  • ระหว่าง วันที่ 1-25 มิถุนายน 2560

- รอบคัดเลือกระดับภูมิภาค

  • ภาคเหนือ 6-9 กรกฎาคม          พิษณุโลก
  • ภาคกลาง 13-16 กรกฎาคม        ชลบุรี
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 20-23 กรกฎาคม        ขอนแก่น
  • ภาคใต้ 27-30 กรกฎาคม        สุราษฎร์ธานี

- นัดชิงชนะเลิศ

  • ชิงแชมป์ประเทศไทย 24 – 27 สิงหาคม       กรุงเทพมหานคร

   “ผมมั่นใจว่า การแข่งขันเซปักตะกร้อ “รีโว่ คัพ 2017” จะเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาวงการกีฬาตะกร้อไทย ส่งเสริมให้กีฬาตะกร้อได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย และสามารถสร้างนักกีฬาตะกร้อรุ่นใหม่เข้าสู่วงการอย่างต่อเนื่องเพื่อร่วมสืบสานตำนานตะกร้อไทยให้ครองความเป็นหนึ่งตลอดไป” นายสุรศักดิ์ กล่าวในที่สุด

“โตโยต้า ร่วมสืบสานตำนานตะกร้อไทย”

 
 

AUTO NEWS : FAST AUTO SHOW THAILAND 2017 ชูจุดขายศูนย์กลางพบปะแบบครบวงจร ด้วยแนวคิด ‘เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่’

Tuesday, 23 May 2017 14:21

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัทคิง ออฟ ออโต้ โปรดักท์ จำกัด ประกาศเดินหน้าจัดงาน มหกรรมแสดงและจำหน่ายรถยนต์ใหม่และรถยนต์ใช้แล้ว  FAST Auto Show Thailand 2017 ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 บนพื้นที่การจัดงาน 16,000 ตารางเมตร รองรับผู้ประกอบการรถยนต์ใหม่ 12 ราย พร้อมด้วยผู้ประกอบการรถยนต์มือสอง 15 ราย ภายใต้แนวคิด ‘เลือกคันที่ชอบ ถอยคันที่ใช่’ ตั้งแต่วันที่ 28 มิถุนายน - 2 กรกฎาคม 2560 ที่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ฮอลล์ 106 และ ฮอลล์ 105

   นายพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ประธานจัดงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2017 เปิดเผยว่าทางบริษัทจัดงานมาเป็นปีที่ 6 นี้ ซึ่งต่อเนื่องจากความสำเร็จในการจัดงานใน 5 ปีแรก โดยครั้งล่าสุด พบว่ามีผู้เข้าชมงานกว่า 252,216 คน และมียอดจองรถยนต์ในงานถึง 2,729 คัน แบ่งออกเป็นรถยนต์ใหม่ 1,526 คันและรถยนต์ใช้แล้ว 1,203 คัน

   สำหรับการจัดงานในปีนี้ มีการใช้พื้นที่จัดงานทั้งสิ้น 16,000 ตารางเมตร มุ่งเป้าเป็นศูนย์รวมของผู้บริโภคในการเลือกซื้อรถยนต์ทั้งรถยนต์ป้ายแดงและรถใช้แล้วรับประกันคุณภาพ ที่ผู้ประกอบการต่าง  คัดสรรมาอย่างดีตามมาตรฐาน ตบเท้าเข้าร่วมงานมากมาย ซึ่งในปีนี้ ทางผู้จัดงานคาดว่าจะได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง โดยตั้งเป้าหมายจำนวนผู้เข้าชมงาน 250,000 คน และคาดว่าจะมียอดจองรถยนต์ในงานถึง 3,000 คัน แบ่งออกเป็นรถยนต์ใหม่ 2,000 คัน และรถยนต์มือสอง 1,000 คัน

   “ต้องยอมรับว่าภาพรวมของเศรษฐกิจในประเทศไทยมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีอย่างต่อเนื่อง ดูได้จากจีดีพีที่เติบโตอยู่ที่ระดับ 3% ขณะที่ยอดจำหน่ายรถยนต์โดยรวมก็มีการเติบโตไปในทิศทางที่ดี ทั้งนี้ เชื่อว่าผู้ประกอบการเองมีความพร้อมในการเดินหน้าผลักดันตลาดเพื่อสร้างยอดขายอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ผู้บริโภคเองก็มีกำลังซื้อ เพียงแต่อาจจะต้องการแคมเปญหรือโปรโมชั่นที่เหมาะสมและ โดนใจ งาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ จึงน่าจะมีส่วนช่วยผลักดันยอดขายให้กับผู้ประกอบการได้อย่างแน่นอน”

   ทั้งนี้ ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2017  คืองานแสดงรถยนต์รายแรกของประเทศไทยที่รวบรวมผู้ประกอบการรถยนต์ป้ายแดงและรถยนต์มือสอง มาจัดงานร่วมกันมากที่สุด และยังเป็นงานแสดงรถยนต์งานแรกที่รับประกันการซื้อคืนรถยนต์มือสองได้ 100 % หากผิดเงื่อนไข ดังนี้ 1.ไม่ไฟไหม้ 2.ไม่จมน้ำ 3.ไม่มีการตัดต่อ 4.โอนทะเบียนได้ถูกกฎหมาย และ 5.ไม่มีการชนหนัก ซึ่งจะมีทีมงานตรวจสอบรถยนต์ที่เข้ามาจำหน่าย โดยช่วง 5 ปีแรกของการจัดงานยังไม่มีการซื้อคืนแต่อย่างใด

   นายชลัทชัย ปภัสร์พงษ์ รองประธานจัดงาน ฝ่ายรถใหม่ กล่าวว่ายอดจำหน่ายรถยนต์ใหม่ในช่วง 4 เดือนแรกมีการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นผลมาจากการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่หลายรุ่น การกระตุ้นยอดจำหน่ายของผู้ประกอบการรถยนต์ใหม่อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศไทยก็ถือว่ามีปัจจัยบวกหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของราคาสินค้าการเกษตร การลงทุนของภาครัฐที่เพิ่มขึ้น รวมถึงภาคธุรกิจขนาดใหญ่ก็มีการเติบโต อาทิ ธุรกิจท่องเที่ยวที่มีจำนวนนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น ทั้งนี้ เชื่อว่าอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศไทยจะเติบโตอย่างต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี  เป็นผลมาจากการเปิดตัวสินค้าใหม่ของผู้ประกอบการ ที่ตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคยุคใหม่ได้มากขึ้น การกระตุ้นตลาดของผู้ประกอบการ ร่วมกับการสนับสนุนของสถาบันการเงินที่น่าจะผ่อนปรนความตึงเครียดในการพิจารณาสินเชื่อลงในปีนี้ ขณะเดียวกัน ภาครัฐก็มีนโยบายชัดเจนในการกระตุ้น  การใช้งบประมาณต่างๆ เพื่อให้เศรษฐกิจขยายตัว

   “สำหรับการจัดงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2017  เราได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการรถยนต์ใหม่เข้ามาจัดงานกันอย่างคับคั่ง ซึ่งนอกจากการแสดงสินค้ารุ่นใหม่ๆ เข้าร่วมงานอย่างมากมาย ผู้ประกอบการยังได้เตรียมแคมเปญพิเศษสำหรับงานนี้ เมื่อรวมกับแคมเปญของผู้สนับสนุนอย่างกรุงศรี ออโต้ ที่สนับสนุนเราเป็นปีที่ 2 ก็เชื่อว่าจะสามารถกระตุ้นการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภคที่เข้ามาชมงานได้อย่างแน่นอน”

   งาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2017  ได้รับการตอบรับจากค่ายรถชั้นนำในประเทศไทย ในการนำสินค้ามาจัดแสดงพร้อมด้วยโปรโมชั่นและแคมเปญพิเศษมากถึง 12 ราย ประกอบไปด้วย 1. ฮอนด้า (Honda) 2. ฮุนได (Hyundai) 3. อีซูซุ (Isuzu) 4. มาสด้า (Mazda) 5. เอ็มจี (MG)6. มิตซูบิชิ (Mitsubishi) 7. นิสสัน (Nissan) 8. ซูซูกิ (Suzuki) 9. โตโยต้า(Toyota) 10. ออดี้(Audi) 11. ซูบารุ (Subaru) 12. “Approved” Certified Used Car by MG รถใช้แล้วที่ได้รับการรับประกันคุณภาพจากเอ็มจี

   นอกจากการเข้าชมงานฟรีแล้ว ยังมอบสิทธิพิเศษกับโปรโมชั่นจัดหนักจัดเต็มรับโชค 2 ชั้น สำหรับผู้จองรถและซื้อรถยนต์ภายในงาน เริ่มด้วยโชคชั้นที่ 1 เมื่อซื้อรถในงาน มีสิทธิ์ลุ้นรับรถยนต์ MITSUBISHI MIRAGE 1.2 GL 5M/T มูลค่า 388,000 บาท จำนวน 1 รางวัล โชคชั้นที่ 2 จองรถในงานมีสิทธิ์ลุ้นรับสร้อยคอทองคำหนัก 1 สลึง (3.8 กรัม) มูลค่า 5,600 บาท วันละ 5 รางวัล รวม 25 รางวัล โดยสามารถติดตามการถ่ายทอดสดผ่านทางสถานีโทรทัศน์เนชั่น ทีวี พร้อมด้วยกิจกรรมและโปรโมชั่นสุดพิเศษจากเวทีกลางต่อเนื่องตลอดการจัดงาน

   ด้าน นายอัษฎาวุธ อาสาสรรพกิจ รองประธานจัดงาน ฝ่ายรถยนต์ใช้แล้ว เปิดเผยว่า การจัดงานในส่วนของรถยนต์มือสองในปีนี้ ได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการรายใหญ่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจได้ว่าจะได้รับรถยนต์มือสองคุณภาพเยี่ยม โดยในปีนี้ มีผู้ประกอบการเข้าร่วมมากถึง 15 ราย ประกอบด้วย วิสาร ออโต้คาร์, DDS คาร์เซ็นเตอร์, โย รัชดา, ศูนย์รถยนต์ 54 นิวัฒน์, The One ศรีนครินทร์, Big Auto, บีบี สมาร์ทคาร์, CarDeeSureOK, อมรรัชดา, Perfect, รถบ้านคุณเอ็กซ์ By AUTO MASTER, 999 รถบ้านสุวิทย์ ถูกและดี, เบสท์ เซอร์วิส, เก่ง พระราม9 และเจ มอเตอร์เทรด ทั้งนี้ ผู้ประกอบการรถยนต์มือสองแต่ละรายมีประสบการณ์ และความชำนาญในการประกอบธุรกิจรถยนต์มือสองมาอย่างยาวนาน และทางผู้จัดงานยังคงรับรองการซื้อคืน 100% หากมีปัญหาภายใต้เงื่อนไข 5 ข้อดังกล่าว ซึ่งรถยนต์ทุกคันจะได้รับการตรวจสอบคุณภาพและผ่านการคัดเลือกโดย อาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ที่มีความชำนาญและเชี่ยวชาญเกี่ยวกับรถยนต์มือสอง

   “ตลาดรถยนต์มือสองในช่วงที่ผ่านมายังมีการเติบโตอย่างต่อเนื่อง และคาดว่าจะเติบโตอีกในปีนี้ หลังจากที่รถยนต์ในโครงการคืนภาษีรถยนต์คันแรกครบอายุการถือครอง จะทำให้มีรถยนต์มือสองไหลกลับเข้ามาในตลาดจำนวนมาก ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้บริโภคที่ต้องการรถยนต์ใช้แล้ว ด้วยการเพิ่มทางเลือกในตลาด ประกอบกับโปรโมชั่นต่างๆ ในงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2017 จะทำให้ผู้ที่สนใจซื้อรถยนต์มือสองสามารถเลือกซื้อรถยนต์ได้อย่างสบายใจแน่นอน”

   ภายในงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2017 นอกจากรถยนต์ใช้แล้วที่เข้ามาจัดแสดงอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการแต่ละรายและผู้สนับสนุนยังมีการจัดแคมเปญเพื่อช่วยผลักดันยอดจำหน่ายภายในงานเช่นกัน ซึ่งมั่นใจว่าผู้ที่เข้ามาชมงานจะพบกับสินค้ามากมาย พร้อมให้เลือกสรรกันอย่างจุใจ ไม่ต้องเสียเวลาไปตามเต็นท์ต่างๆ ก็มีสินค้าให้เปรียบเทียบอย่างหลากหลายแน่นอน

   นางสาวกุสุมาลย์ โลว์ศลารักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด ธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) ในฐานะตัวแทนผู้สนับสนุนหลักของงาน กล่าวว่า  “ตลาดรถยนต์ในอีก 7 เดือนข้างหน้านี้ มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง เพราะมีแรงหนุนจากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นสภาวะเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น การบริโภคภาคเอกชนที่เพิ่มสูงขึ้น ตลอดจนการออกรถยนต์รุ่นใหม่ และปริมาณรถมือสองที่เข้ามาในตลาด ในขณะที่ตลาดสินเชื่อรถยนต์เองก็มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่องเช่นกัน โดยกรุงศรี ออโต้ เชื่อมั่นว่างานมหกรรม FAST Auto Show Thailand 2017 นี้จะเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ผลักดันให้ตลาดคึกคักยิ่งขึ้น”

   “กรุงศรี ออโต้ รู้สึกยินดีอย่างยิ่งที่ได้เป็นผู้สนับสนุนหลักของงานมหกรรม FAST Auto Show Thailand อีกครั้งในปีนี้ ซึ่งถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากการให้บริการสินเชื่อในงานมหกรรมยานยนต์ 5 งาน  ทั่วประเทศในไตรมาสแรกที่ผ่านมา และเพื่อเจาะกลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการซื้อรถยนต์โดยตรง เราจึงได้คัดสรรโปรโมชั่น และแคมเปญที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าเพื่องานในปีนี้โดยเฉพาะ โดย “กรุงศรี นิว คาร์” มอบดอกเบี้ยพิเศษ หรือผ่อนนานสูงสุดถึง 84 เดือน พร้อมสิทธิ์จับฉลากลุ้นรับไอโฟน 7 และรางวัลพิเศษอื่น ๆ “ไม่มีฟลุก ได้ทุกคัน” ด้าน “กรุงศรี ยูสด์ คาร์” เพิ่มความมั่นใจให้กับลูกค้าด้วยโปรโมชั่น โปรแกรมรับประกันอะไหล่รถยนต์ หรือ Extended Warranty แบบ Gold Package ในราคาเพียง 17,000 บาท พร้อมข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ หรือผ่อนนานสูงสุด 84 เดือน” นางสาวกุสุมาลย์ กล่าว

   นายพัฒนเดช กล่าวสรุปว่า การจัดงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2017 ในปีนี้ มีความตั้งใจที่จะให้งานนี้เป็นเหมือนเวทีกลางในการพบปะกันระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์ใหม่หรือรถยนต์ใช้แล้ว ที่ต้องการซื้อหรือขายก็สามารถเดินชมงานได้ทั้งสิ้น โดยมีผู้สนับสนุนที่ช่วยให้บรรลุเป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว พึงพอใจทุกฝ่าย พร้อมการจัดแคมเปญพิเศษมากมายตลอดการจัดงาน ทั้งจากผู้ประกอบการ สถาบันการเงิน และที่พิเศษสุดสำหรับผู้ที่ซื้อภายในงาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2017 ครั้งนี้ ยังมีสิทธิ์ลุ้นรับรถฟรี ซึ่งมีโอกาสมากกว่างานอื่นอย่างแน่นอน จากปัจจัยต่างๆ ที่สนับสนุนการจัดงานในครั้งนี้ เรามั่นใจว่าจะส่งผลดีต่อภาพรวมของอุตสาหกรรมยานยนต์ของประเทศทั้งในช่วงกลางปี และต่อเนื่องตลอดทั้งปี และยังมีส่วนผลักดัน ให้เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเติบโตได้อีกด้วย

 
 

AUTO NEWS : ฮอนด้าแอร์คราฟท์ฯ ประกาศทำตลาดเครื่องบินฮอนด้าเจ็ทในอาเซียน

Monday, 22 May 2017 14:52

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า แอร์คราฟท์ คัมปะนี จำกัด สำนักงานใหญ่ของธุรกิจฮอนด้าเจ็ท เครื่องบินไอพ่นน้ำหนักเบาที่ทันสมัยที่สุดในโลกของฮอนด้า ประกาศขยายธุรกิจฮอนด้าเจ็ท มายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยแต่งตั้งตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทย ซึ่งการประกาศมีขึ้นระหว่างงานแถลงข่าว ณ การประชุมและนิทรรศการธุรกิจการบินยุโรป (European Business Aviation Convention and Exhibition – EBACE) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 22 ถึง 24 พฤษภาคมนี้ ที่เมืองเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์

   มร. มิชิมาสะ ฟูจิโนะ ประธานกรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัท ฮอนด้า แอร์คราฟท์ คัมปะนี จำกัด กล่าว ว่า “เมื่อเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้จัดแสดงเครื่องบินฮอนด้าเจ็ท ณ การประชุมและนิทรรศการธุรกิจการบินเอเชียประจำปี 2560 (Asian Business Aviation Convention and Exhibition – ABACE 2017) ที่เมืองเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน และได้รับความสนใจจากผู้ร่วมงานอย่างยิ่ง โดยต่างสอบถามถึงรายละเอียดการเป็นเจ้าของฮอนด้าเจ็ท ซึ่งบริษัทฯ ได้เห็นถึงศักยภาพทางการตลาดของธุรกิจเครื่องบินเจ็ทในภูมิภาคอาเซียนซึ่งเป็นหนึ่งในภูมิภาคที่กำลังเติบโตทางเศรษฐกิจ”

   ฮอนด้า แอร์คราฟท์ คัมปะนี จึงตัดสินใจขยายธุรกิจมายังภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยได้แต่งตั้งบริษัท ไทย แอร์โรสเปซ เซอร์วิส จำกัด (TAS) ซึ่งเป็นบริษัทการบินชั้นนำในประเทศไทยที่มีประสบการณ์ในธุรกิจการบินมากว่า 40 ปี และมีสำนักงานใหญ่ในกรุงเทพมหานคร ให้เป็นตัวแทนจำหน่ายฮอนด้าเจ็ท รับผิดชอบดูแลการจัดจำหน่าย และการให้บริการ ให้แก่ลูกค้าในภูมิภาคนี้ ครอบคลุมประเทศไทย กัมพูชา ลาว มาเลเซีย พม่า สิงคโปร์ และเวียดนาม โดยทั้งสองบริษัทจะร่วมกันจัดตั้งหน่วยงานภายใต้ชื่อ “ฮอนด้า เจ็ท เซาท์อีสต์เอเชีย” เพื่อรับผิดชอบการดำเนินงานดังกล่าว

   “ไทย แอร์โรสเปซฯ มีความยินดีที่ได้รับเลือกให้เป็นตัวแทนจำหน่ายและให้บริการแก่ลูกค้าฮอนด้าเจ็ทในภูมิภาคอาเซียนนี้ ซึ่งด้วยปัจจัยทางภูมิศาสตร์ของกรุงเทพฯ ซึ่งตั้งอยู่ในศูนย์กลางของภูมิภาคและใกล้กับศูนย์การบินนานาชาติในหลายประเทศ เช่น ฮ่องกง เรามั่นใจว่าธุรกิจและการบริการของฮอนด้าเจ็ทจะครอบคลุมและเข้าถึงลูกค้าฮอนด้าเจ็ทในทุกพื้นที่ของภูมิภาคนี้” นายกษพล บวรศรีการ กรรมการบริหารและซีอีโอ บริษัทไทย แอร์โรสเปซ เซอร์วิส จำกัด กล่าว

   ทั้งนี้ สิ้นสุดไตรมาสแรกของปี 2560 ฮอนด้า แอร์คราฟท์ คัมปะนี สามารถส่งมอบเครื่องบินฮอนด้าเจ็ทให้กับลูกค้าแล้ว 15 ลำ นับเป็นยอดการส่งมอบสูงสุดของอากาศยานประเภทเครื่องบินเจ็ทน้ำหนักเบาโดยโรงงานประกอบเครื่องบินของบริษัทฯ ณ สำนักงานใหญ่ เมืองกรีนส์โบโร มลรัฐนอร์ท แคโรไลนา ประเทศสหรัฐอเมริกา กำลังเร่งการผลิตให้ทันกับความต้องการของลูกค้าฮอนด้าเจ็ทในขณะนี้

   ผู้สนใจสามารถค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับฮอนด้าเจ็ทได้ที่ www.HondaJet.com

ข้อมูลด้านเทคนิคของฮอนด้าเจ็ท:

เกี่ยวกับฮอนด้าเจ็ท

    ฮอนด้า เจ็ท คือเครื่องบินไอพ่นน้ำหนักเบาที่สามารถบินได้เร็วที่สุด บินในระดับสูงที่สุด และเครื่องยนต์เงียบที่สุด และประหยัดเชื้อเพลิงที่สุดในเครื่องบินระดับเดียวกัน นับเป็นเครื่องบินที่มีสมรรถนะสูงสุด เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ สะดวกสบาย และมีประสิทธิภาพสูงสุด ฮอนด้า เจ็ท มีนวัตกรรมอากาศยานอันล้ำสมัยมากมาย อาทิ เครื่องยนต์ที่ติดตั้งเหนือปีกเครื่องบิน (Over-The-Wing Engine Mount: OTWEM) ที่ช่วยลดแรงต้านได้ดียิ่งขึ้นขณะบิน ช่วยลดเสียงในห้องโดยสาร ลดเสียงรบกวนจากภายนอก พร้อมห้องโดยสารกว้างขวางสะดวกสบาย และห้องบรรทุกสัมภาระขนาดใหญ่ที่สุดในเครื่องบินระดับเดียวกัน และห้องน้ำส่วนตัวพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ส่วนในห้องนักบินที่ได้รับการติดตั้งระบบเครื่องวัดประกอบการบินแบบอิเลคโทรนิคส์ พร้อมระบบนำทางการบิน G3000 ดังนั้น ฮอนด้า เจ็ท จึงเป็นเครื่องบินเพื่อการพาณิชย์ลำแรกของฮอนด้า ที่นำเสนอสมรรถนะที่เหนือกว่า เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ มีประสิทธิภาพสูงสุด และคุ้มค่า

บริษัท ฮอนด้า แอร์คราฟท์ คัมปะนี จำกัด

   บริษัท ฮอนด้า แอร์คราฟท์ คัมปะนี จำกัด เป็นบริษัทในเครือของบริษัท อเมริกัน ฮอนด้า มอเตอร์ อิงค์  มีสำนักงานใหญ่ในมลรัฐนอร์ท แคโรไรน่า ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นต้นกำเนิดของการบิน  บริษัทได้รับการก่อตั้งในปี 2549 เพื่อดำเนินธุรกิจเครื่องบินฮอนด้าเจ็ท ครอบคลุมการพัฒนา การผลิต การจัดจำหน่าย การให้บริการหลังการขาย  โดยฮอนด้าเจ็ท นับเป็นอีกหนึ่งความฝันของฮอนด้าที่จะเดินหน้าขับเคลื่อนการเดินทางสู่ท้องฟ้า ด้วยจิตวิญญาณแห่งความท้าทายเช่นเดียวกับ มร. โซอิจิโร ฮอนด้า เมื่อครั้งก่อตั้ง บริษัท ฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด และยังคงดำรงอยู่มาจนถึงปัจจุบัน

 
 

More Articles...

Page 1 of 10

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )