Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO TRAVEL

AUTO TRAVEL : นิสสันชวนลูกค้าเทอร์ร่าร่วมคาราวานทดสอบขับขี่ พิสูจน์ความสามารถของรถยนต์ที่ไปได้ทุกที่ พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ หรือ “Life Lives Outside” กับการเดินทางสู่จังหวัดกาญจนบุรี

Tuesday, 16 April 2019 17:47

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทยจัดกิจกรรมสร้างความตื่นเต้นกับกลุ่มลูกค้าของนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่โดยเดินทางจากกรุงเทพฯ สู่จังหวัดกาญจนบุรี เพื่อพิสูจน์สมรรถนะ นิสสัน  เทอร์ร่า ใหม่ ทั้งบนถนนแบบทั่วไปและแบบออฟโรด

   เทอร์ร่า ใหม่ เอสยูวีอัจฉริยะแบบตัวถังบนแชสซีส์ ผสมผสานสมรรถนะเครื่องยนต์ใหม่ที่ดีที่สุดในรถระดับเดียวกัน มีพื้นที่ภายในใช้สอยที่กว้างขวางแบบ 7 ที่นั่ง มาพร้อมเทคโนโลยีจาก นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ (Nissan Intelligent Mobility) ที่ทันสมัย ทำให้ลูกค้าสามรถเดินทางไปได้ทุกที่ด้วยความมั่นใจ

   “ลูกค้าถือเป็นหัวใจสำคัญของทุกสิ่งที่เราทำที่นิสสัน และเราต้องการแบ่งปันความรู้สึกที่มีเต็มไปด้วยพลังของลูกค้า นิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ รวมทั้งแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยีจาก นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ ที่จะเปลี่ยนวิถีการใช้ชีวิตและการขับขี่ ช่วยให้ลูกค้าของเราเดินทางไปได้ทุกที่” สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี  รองประธาน สายงานการตลาดของนิสสัน ประเทศไทยกล่าว

   “เทอร์ร่า ใหม่ เป็นรถยนต์ที่สมบูรณ์แบบสำหรับครอบครัวสมัยใหม่ที่กำลังมองหาประสบการณ์การเดินทางใหม่ๆ ที่น่าตื่นเต้น ที่สามารถเดินทางไปด้วยกันได้ทุกที่ เราอยากให้กิจกรรมนี้แสดงให้ลูกค้าเห็นว่า พวกเขาสามารถสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ โดยใช้เทคโนโลยีที่มีอยู่อย่างมากมายของเอสยูวีพรีเมี่ยมใหม่คันนี้”    สุรีทิพย์ กล่าวเสริม

   การเดินทางของ “เทอร์ร่า คาราวาน” ในกิจกรรมนี้มีระยะทางไปกลับ กว่า 600 กิโลเมตร จากกรุงเทพไปยัง  อ.ทองผาภูมิ พร้อมเส้นทางพิเศษที่พิสูจน์สมรรถนะในการขับขี่ออฟโรดผ่านพื้นที่อุทยานแห่งชาติต่างๆ และทุกครอบครัวที่เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ขับรถเข้าชมอุโมงค์สามมิติที่มีชื่อเสียง โดยอุโมงค์แห่งนี้ห่าง อ. เมืองกาญจนบุรี 147 กิโลเมตร

   “เทอร์ร่า ใหม่ มอบอิสระในการขับขี่บนทุกสภาวะเส้นทางรวมถึงทุกสภาพภูมิอากาศ เป็นรถที่มีความแข็งแกร่ง ทนทาน และถูกออกแบบสำหรับทุก ความการขับขี่ที่ท้าทาย มีรูปลักษณ์ที่ทันสมัยและให้ความสะดวกสบายรวมถึงเทคโนโลยีขั้นสูงที่ดึงดูดทุกความสนใจ”สุรีทิพย์ กล่าว

   เทอร์ร่า ใหม่ พัฒนาด้วยประสบการณ์กว่า 60ปี ด้วยดีเอ็นเอที่สืบทอดจากเอสยูวีในตำนานของนิสสัน ในประเทศไทย เทอร์ร่า ใหม่ มาพร้อมพละกำลังจากเครื่องยนต์ดีเซล YS23DDTTขนาด 2.3 ลิตร ทวินเทอร์โบ มาพร้อมระบบส่งกำลังแบบอัตโนมัติ 7 สปีด ให้อัตราเร่งที่ดีที่สุดในระดับเดียวกัน ทำให้มั่นใจได้ถึงการขับขี่ที่นุ่มนวล แต่ยังทรงพลังด้วยกำลังสูงสุดที่ 190 แรงม้า และมีแรงบิดมหาศาลที่ 450 นิวตัน-เมตร

   ในเส้นทางคาราวานนี้ ยังแสดงให้ผู้เข้าร่วมได้ เห็นถึงเทคโนโลยีนิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี้ หลายรูปแบบ อาทิ เทคโนโลยีกระจกมองหลังอัจฉริยะ (Smart Rear View Mirror) และเทคโนโลยีเตือนจุดอับสายตา หรือ Blind Spot Warning (BSW) เอสยูวีอัจฉริยะแบบตัวถังบนแชสซีส์นี้ ยังมีเทคโนโลยีขั้นสูงเพื่อการขับขี่ที่ปลอดภัยและมั่นใจมากขึ้น ด้วยกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง (Intelligent Around View Monitor – IAVM) พร้อมเทคโนโลยีตรวจจับและส่งสัญญาณเตือนวัตถุ และบุคคลที่เคลื่อนไหวจากกล้องรอบคัน (Moving Object Detection – MOD) ที่ให้ผู้ขับขี่มองเห็นสิ่งกีดขวางจากกล้องที่ติดตั้งด้านหลัง และมอบความมั่นใจในความสะดวกสบายและความปลอดภัยสูงสุดให้กับผู้ขับขี่ทุกคน

   สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนิสสัน เทอร์ร่า ใหม่ สามารถเยี่ยมชมหนึ่งในโชว์รูมของนิสสันกว่า 180 แห่งใน 77 จังหวัดทั่วประเทศ หรือติดต่อสอบถามที่ นิสสัน Call Center หมายเลข 02 401 9600หรือที่เว็บไซต์ของนิสสัน www.nissan.co.th

 
 

AUTO TRAVEL : ตะลุย 5 ดินแดนลึกลับบนเส้นทางชายฝั่งอันดามัน กับ “ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์”

Monday, 25 February 2019 17:11

 

 

 

 

 

 

 

 

   ประเทศไทยได้เข้าสู่ฤดูร้อนอย่างเป็นทางการเป็นที่เรียบร้อยแล้วเมื่อกลางเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา เป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวจำนาวนไม่น้อยกำลังเริ่มมองหาสถานที่ท่องเที่ยวชายทะเลรับพลังความสดชื่นริมหาด และคงปฏิเสธไม่ได้ว่าทะเลชายฝั่งอันดามันเป็นหนึ่งในสถานที่ยอมนิยมตลอดกาล อย่างเกาะหลีเป๊ะ หมู่เกาะพีพี และหมู่เกาะสิมิลัน แต่หลายคนอาจยังไม่ทราบว่ายังมีอีก 5 สถานที่ท่องเที่ยวสุดท้าทาย เต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ แฝงไปด้วยดินแดนลึกลับกับธรรมชาติอันสวยงามบนเส้นทางชายฝั่งอันดามันในจังหวัดพังงาอีกมากมายซ่อนตัวอยู่

1. เขาหน้ายักษ์ อุทยานแห่งชาติหาดท้ายเหมือง-เขาลำปีอำเภอท้ายเหมือง จังหวัดพังงา เป็นแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลที่สวยงามเงียบสงบ มีหาดทรายขาวละเอียด น้ำทะเลสีฟ้าใสตลอดชายหาดยาวกว่า 13 กิโลเมตร ทั้งยังมีโขดหินขนาดใหญ่ที่ถูกทับถมสะสมมาเป็นเวลานับล้านปี ปรากฏร่องรอยลวดลายสวยงามแปลกตา ด้วยรูปร่างของภูเขามีหน้าผาคล้ายใบหน้ายักษ์ จึงกลายเป็นที่มาของชื่อเรียกแหล่งท่องเที่ยวแห่งนี้ ทั้งนี้ การเดินทางมาสัมผัสความงามของเขาหน้ายักษ์ต้องใช้เรือนำเที่ยวของชาวบ้าน หรือรถยนต์ขับเคลื่อน 4 ล้อเท่านั้น เนื่องจากเส้นทางจากทางเข้าอุทยานแห่งชาติหาดท้ายเหมืองไปยังบริเวณหาดเขาหน้ายักษ์ส่วนใหญ่เป็นถนนทราย ดังนั้น รถประเภทอื่นจึงไม่สามารถผ่านไปได้  โดยระหว่างทางเข้าไปยังเขาหน้ายักษ์ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับธรรมชาติอันน่าตื่นตาตื่นใจ ไม่ว่าจะเป็นป่าเสม็ด และทุ่งหญ้ากว้างลักษณะคล้ายทุ่งหญ้าสะวันนาในแอฟริกา

2. ภูตาจอ เป็นยอดเขาที่สูงที่สุดของจังหวัดพังงา ตั้งอยู่บนพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าโตนปริวรรต ถึงแม้จะเส้นทางไปยังจุดชมวิวจะเต็มไปด้วยความท้าทาย เนื่องจากตั้งอยู่บนภูเขาที่มีระดับความสูงกว่าน้ำทะเลเกือบ 1,300 เมตร  แต่ภูตาจอก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวอันงดงามที่ให้ผู้เยี่ยมชมสามารถมองเห็นวิวทะเลอันดามันได้รอบ 360 องศา และแนวทิวเขาเรียงตัวสลับซับซ้อน พร้อมสัมผัสทะเลหมอกยามเช้าสวยไม่แพ้ป่าดอยเมืองเหนือ นอกจากนี้ พื้นที่ด้านบนยอดภูนั้นมีลานกว้างเนื่องจากเป็นขุมเหมืองแร่เก่า เหมาะแก่การท่องเที่ยวแบบแคมปิ้งและผจญภัย โดยระหว่างทางขึ้นลงภูตาจอง นักท่องเที่ยวสามารถแวะเที่ยวน้ำตกโตนต้นหมากท่ามกลางผืนป่าดิบชื้น และอาจได้พบ “ดอกบัวผุด” ดอกไม้ขนาดยักษ์หายาก มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 60 - 80 เซนติเมตร และจะบานประมาณสัปดาห์เดียวเท่านั้น ทั้งนี้ สภาพเส้นทางเป็นทางลูกรังที่มีความหลากหลายทั้งเป็นหินกรวด ดินปนทราย ทางสูงชันและมีความลื่นในบางช่วงที่ทางน้ำผ่าน  

3. เกาะคอเขา อำเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา เป็นเกาะตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลอันดามัน นักท่องเที่ยวสามารถนำรถยนต์ส่วนตัวข้ามไปได้ที่ท่าเรือบ้านน้ำเค็มได้ เกาะคอเขาเป็นแหล่งทรัพยากรธรรมชาติที่สมบูรณ์ โดยมีป่าชายเลนผืนใหญ่ที่ทอดตัวทางทิศตะวันออกและหาดทรายขาวทางทิศตะวันตก ทำให้นักท่องเที่ยวได้ชมทัศนียภาพอันแปลกตาของพื้นที่ พร้อมทั้งต้นไม้ที่หายาก เช่น ดอกบัวบา ดอกบัวที่มีขนาดเล็กที่สุดและต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิงที่ขึ้นอยู่จำนวนมาก

   นอกจากจะได้สัมผัสกับธรรมชาติแล้ว เกาะคอเขายังมีแหล่งโบราณคดีและร่องรอยความเจริญของวัฒนธรรมในอดีตให้นักท่องเที่ยวได้ศึกษาเรียนรู้อีกด้วย จากการสันนิษฐานของนักโบราณคดี เดิมที่นี่เป็นอาจจะเป็นศูนย์กลางในการค้าขายของศรีวิชัย เส้นทางการค้าข้ามคาบสมุทรของชาวอินเดีย จีน อาหรับ และมลายู เนื่องจากเป็นเมืองท่าค้าขายและที่จอดเรือหลบมรสุม บ่งบอกประวัติศาสตร์ของเกาะแห่งนี้ที่มีมานานนับพันปี โดยมี “เมืองโบราณคดีบ้านทุ่งตึก” เป็นแหล่งโบราณคดีและพันธุ์ไม้หายากบนเกาะคอเขา ภายในบริเวณเมืองโบราณคดีบ้านทุ่งตึกมีซากอาคารโบราณสถานอยู่ถึง 3 แห่ง นอกจากนี้ยังได้พบฐานเทวรูป สัญลักษณ์รูปเคารพในศาสนาพราหมณ์ เหรียญเงินอินเดีย เศษภาชนะดินเผาที่ผลิตในสมัยราชวงศ์ถังของจีน และเครื่องแก้วของชาวเปอร์เซีย

4. หัวแหลมหาดบริสุทธิ์บนแหลมปลายเกาะคอเขา ที่มีน้ำใสสีฟ้าคราม พร้อมความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ ทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวทางทะเลที่มีนักท่องเที่ยวน้อย ไม่พลุกพล่าน และเงียบสงบ เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสงบ รักความเป็นส่วนตัว ต้องการหนีความวุ่นวายจากชีวิตในเมือง และนักท่องเที่ยวที่กำลังมองหาสถานที่สุดโรแมนติกริมชายหาดทรายขาวเพื่อดื่มด่ำกับธรรมชาติยามพลบค่ำ เนื่องจากเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย

5. กะปง แกรนด์ แคนยอน ประติมากรรมธรรมชาติที่มีลักษณะเป็นภูเขาสูงต่ำไม่เท่ากัน มีทางเดินขนาดเล็กลัดเลาะขึ้นไปบนสันเขาทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินขึ้นไปสำรวจบนยอดเขาได้ และเมื่อมองลงมา นักท่องเที่ยวจะได้พบกับวิวน้ำตกขนาดเล็กที่ไหลลงสู่ลำธารขนาดใหญ่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา โดยปรากฏการณ์นี้เกิดจากการทำเหมืองแร่ในสมัยก่อนที่มีการขุดหาแร่ดีบุก ด้วยระบบเหมืองฉีด จึงทำให้มีกองทรายอยู่จำนวนมหาศาล ต่อมาถูกน้ำกัดเซาะจนพังทลายเป็นพื้นที่รูปร่างแปลกตากว่า 50 ไร่  เป็นที่น่าประทับใจของนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือน ในดินแดนหินผาที่ดูคล้ายสถานที่ท่องเที่ยวเลื่องลือในสหรัฐอเมริกา นอกจากนี้ นักท่องเที่ยวจะได้สัมผัสกับทรัพยากรธรรมชาติอันสมบูรณ์เขียวชอุ่ม เต็มไปด้วยต้นไม้ขนาดเล็กใหญ่ เฟิร์นป่า และต้นหม้อข้าวหม้อแกงลิง พืชกินสัตว์หายาก

   การเดินทางไปยังสถานที่ท่องเที่ยวอันท้าทายและเต็มไปด้วยเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ตลอดเส้นทางบนชายฝั่งทะเลอันดามันนี้ ควรเลือกใช้รถที่พร้อมลุยทุกสภาพเส้นทางหฤโหด ไม่ว่าจะเป็นโคลน ทราย หญ้า และกรวดหิน นอกจากนี้ รถที่เลือกใช้ควรเป็นรถที่มีเทคโนโลยีสุดล้ำเพื่อช่วยให้การขับขี่ทางวิบากเป็นเรื่องง่าย เพลิดเพลิน และปลอดภัย อย่าง ฟอร์ด เรนเจอร์ แร็พเตอร์ รถกระบะออฟโรดสมรรถนะสูงที่ทำลายทุกข้อจำกัด ทำให้การขับรถออฟโรดสนุกสนาน เร้าใจ ด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ Terrain Management System (TMS) รวมถึงระบบกันสะเทือนที่มาพร้อมโช๊คFOX Shock ที่ช่วยซับแรงกระแทก ช่วยให้การเดินทางถึงสถานที่ที่เข้าถึงยากกลายเป็นเรื่องง่ายดาย พร้อมตะลุยออกเดินทางและเพื่อสัมผัสประสบการณ์แปลกใหม่มากยิ่งขึ้น

 
 

AUTO TRAVEL : ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ พาท่องเที่ยวนวัตวิถีจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ พร้อมร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม

Tuesday, 18 December 2018 15:26

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทยร่วมกับ ฟอร์ด จ.เจริญ ประจวบคีรีขันธ์ นำสื่อมวลชนและผู้นำชุมชนในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ออกเดินทางไปท่องเที่ยวท่องเที่ยวนวัตวิถี ส่งเสริมการท่องเที่ยวในจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปกับ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ รถกระบะนิยาม ‘เกิดมาแกร่ง’ ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ขุมพลังใหม่ ผสานเกียร์อัตโนมัติ 10 สปีด พร้อมเทคโนโลยีที่เหนือชั้น เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ปลอดภัยล้ำสมัย ในเส้นทางหัวหิน-ประจวบคีรีขันธ์ พร้อมร่วมกิจกรรมเพื่อสังคม และทำกิจกรรมเพื่อสังคมร่วมกับชุมชนที่บ้านรวมไทย กุยบุรีและจัดกิจกรรมปลูกฝังจิตสำนึกด้านการขับขี่อย่างปลอดภัย Ford Driving Skills for Life

   การเดินทางครั้งนี้ ฟอร์ดได้นำคณะผู้เข้าร่วมกิจกรรมออกเดินทางจากโชว์รูมฟอร์ด จ.เจริญ หัวหิน ไปศึกษาธรรมชาติระบบนิเวศและวิถีชุมชนบริเวณป่าชายเลน ปากน้ำปราณ ณ ศูนย์ศึกษาเรียนรู้ระบบนิเวศป่าชายเลนสิรินาถราชินี ซึ่งเดิมเป็นพื้นที่นากุ้งร้าง ด้วยน้ำพระราชหฤทัยของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์พระบรมราชินีนาถ เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินมาที่ปราณบุรี ได้มีพระราชดำริให้รวมพื้นที่แห่งนี้เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาป่าไม้ปากน้ำปราณบุรีอันเนื่องมาจากพระราชดำริ พร้อมเร่งฟื้นฟูป่าชายเลนและกำหนดให้เป็นพื้นที่เป้าหมายในการปลูกป่าและพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้ของชุมชน

   ในระหว่างการเดินทาง คณะสื่อมวลชนได้ทดสอบอัตราเร่งและสมรรถนะทรงพลังและเปี่ยมประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ใหม่ ของ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ที่มาพร้อมเกียร์อัตโนมัติ 10สปีด ทั้งเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร ไบเทอร์โบให้พละกำลังสูงถึง 213 แรงม้ามอบแรงบิดที่สูงถึง 500 นิวตันเมตร และเครื่องยนต์ดีเซล 2.0 ลิตร เทอร์โบ กำลัง 180 แรงม้าและแรงบิด 420 นิวตันเมตร เพื่อรองรับการขับขี่ที่หลากหลาย ช่วยให้การเดินทางสะดวกสบาย เพิ่มความมั่นใจตลอดเส้นทาง

   จากนั้น คณะเดินทางมาถึงยังจุดหมาย ชุมชนท่องเที่ยวโอทอปนวัตวิถีบ้านรวมไทย กุยบุรีหมู่บ้านท่องเที่ยว โอทอปนวัตวิถีระดับประเทศที่อยู่ท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม ซึ่งคณะเดินทางได้มาร่วมกันทำสิ่งดีๆ ให้กับสังคม ด้วยการมอบข้าวสารและสิ่งของเครื่องอุปโภคบริโภคให้แก่ผู้สูงอายุในชุมชน พร้อมทั้งมาร่วมศึกษาการพัฒนาแปรรูปสินค้าในชุมชน และได้ศึกษากรรมวิธีการทำ สบู่จากสับปะรด ซึ่งเป็นการนำผลิตภัณฑ์ในท้องถิ่นมาแปรรูปเพิ่มมูลค่า

   คณะได้เดินทางสัมผัสไฮไลท์การท่องเที่ยวชมธรรมชาติของทุ่งหญ้า 1,500 ไร่อุทยานแห่งชาติกุยบุรี ซึ่งจะมองเห็นทิวทัศน์อันงดงามของเทือกเขาตะนาวศรี ระหว่างทางต้องผ่านเส้นทางที่ท้าทาย แต่ ฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ ก็ได้นำสื่อมวลชนผ่านทุกอุปสรรคการเดินทางอย่างง่ายดายและปลอดภัยด้วยขุมพลังใหม่ที่เปี่ยมสมรรถนะ ผนวกกับเทคโนโลยีอันชาญฉลาดที่ตอบสนองต่อการขับขี่ทั้งแบบออนโรดและแบบออฟโรด ได้อย่างดีเยี่ยมครบครัน ซึ่งคณะเดินทางได้ทดสอบเทคโนโลยีอันชาญฉลาดที่ตอบสนองต่อการขับขี่แบบออฟโรด ของฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ อย่างครบครัน

   นอกจากนี้ คณะเดินทาง ยังได้ใช้เทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะมากมายที่ติดตั้งมากับรถฟอร์ด เรนเจอร์ ใหม่ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ ระบบการเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง และระบบแจ้งเตือนการขับขี่ ซึ่งได้รับการคิดค้นและพัฒนาขึ้น เพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุดและความอุ่นใจในทุกเส้นทางการเดินทาง และยังได้ทดลองใช้ระบบซิงค์ 3พร้อมบลูทูธ จอทัชสกรีน ฟูลคัลเลอร์ ขนาด 8.0 นิ้ว ซึ่งสามารถสั่งงานเสียงด้วยภาษาไทยได้ ช่วยโทรออก ฟังเพลง หรือเรียกใช้เมนูอื่นๆ ได้ โดยไม่ต้องละสายตาจากถนน

   ในวันที่ 2 คณะสื่อมวลชนได้เข้าร่วมอบรม Ford Driving Skills for Life(DSFL)หรือ “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” ณ สนามกีฬากลางจังหวัดประจวบคีรีขันธ์  โดยโครงการนี้ เป็นโครงการเพื่อสังคมของฟอร์ด ทั่วโลก ในประเทศไทย ฟอร์ด ได้จัดกิจกรรม Ford Driving Skills for Life มาต่อเนื่องเป็นเวลา 11 ปี เพื่อรณรงค์สร้างการรับรู้และจิตสำนึกด้านการขับขี่ปลอดภัย

 
 

AUTO TRAVEL : อีซูซุคาราวานสัญจร 2018 ปิดทริปความสุข สนุกสุด...ฉุดไม่อยู่ ทริปสุดท้ายแห่งปี พาแอ่วเหนือจากเชียงคำสู่เชียงแสน

Saturday, 22 September 2018 16:39

 

 

 

 

 

 

   อีซูซุนำสมาชิกประชาคมอีซูซุ 31 คัน พร้อมด้วยสื่อมวลชนรวมทั้งสิ้นกว่า 130 ท่าน ร่วมกิจกรรมอีซูซุคาราวานสัญจรประจำปี 2018 ความสุข สนุกสุด... ฉุดไม่อยู่ เส้นทางที่ 4 ทริปสุดท้ายของปีนี้ พะเยา – เชียงราย ขึ้นเหนือสุดแดนสยามริมฝั่งโขง สัมผัสวิถีชาวบ้าน ชาวเชียงคำ เชียงของ และเชียงแสนในอดีต โดยได้รับเกียรติจากว่าที่ร้อยตรีสมัย คำชมภู ปลัดจังหวัดพะเยา พร้อมด้วย มร. ฮิโรกิ คาโต้ ผู้จัดการฝ่ายขายดีลเลอร์–บี บริษัท    ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และคุณพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการจัดคาราวาน ร่วมตีธงปล่อยขบวนคาราวานออกจากบริษัท อีซูซุลำปาง จำกัด สาขาพะเยา อ.เมือง จ.พะเยา

   ขบวนคาราวานออกเดินทางท่ามกลางสายฝนอันชุ่มฉ่ำ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคใด ๆ ต่อการขับขี่ รถทุกคันทั้งคนขับและผู้นำทางต่างมั่นใจในสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถอีซูซุ พร้อมใจกันออกเดินทางตามกำหนดการ มุ่งหน้าสู่สถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกของคาราวาน “วัดนันตาราม” (วัดจองเหนือ) เป็นวัดที่สร้างด้วยศิลปะแบบไทยใหญ่ ตั้งอยู่ที่อำเภอเชียงคำ จ.พะเยา ตัววัดสร้างจากไม้สักทั้งหลัง โดยมีการตกแต่งลวดลาย         ในส่วนต่าง ๆ อย่างสวยงาม หลังคาของวัดนันตารามถือเป็นจุดเด่นอย่างหนึ่ง เพราะจะมีลักษณะเป็นหลังคาหลายๆ ชั้น ซ้อนกัน โดยแต่ละชั้น จะลดหลั่นกัน และด้วยสีของกระเบื้องมุงหลังคา และสีของไม้ภายในตัวโบสถ์ ที่เป็นสีเข้ม ทำให้วัด   นันตารามดูขลังและศักดิ์สิทธิ์มากยิ่งขึ้น ภายในโบสถ์ องค์พระประธานจะเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัย แกะสลักจากไม้สักทองลงรักปิดทอง ทรงเครื่องแบบไทยใหญ่ ประดิษฐานบนฐานไม้ หรือ “ธรรมาสน์” ที่ฉลุลวดลายอย่างอ่อนช้อยสวยงาม จำลองแบบมาจากราชบัลลังก์ของพม่า โดยข้างองค์พระประธาน มีพระพุทธรูปหินขาว และพระพุทธปฏิมาประธานไม้สักทอง ที่ต่างเป็นพระพุทธรูปปางมารวิชัยทรงเครื่องแบบไทยใหญ่อย่างสมส่วนสวยงามประดิษฐานอยู่ ภายในวัดนันตารามมีพิพิธภัณฑ์สะสมของเก่าหาชมได้ยากอยู่มากมายอีกด้วย

   หลังจากท่องเที่ยวชมจุดต่าง ๆ ในวัดแล้ว คณะคาราวานก็เดินทางต่อเพื่อรับประทานอาหารกลางวัน ณ โรงแรมน้ำโขงริเวอร์ไซด์ อ.เชียงของ จ.เชียงราย  อิ่มอร่อยกับอาหารท่ามกลางบรรยากาศริมฝั่งโขง แบบชิลล์ๆ  พร้อมเดินชมบรรยากาศรอบ ๆ ที่สวยงาม พร้อมทั้งเลือกซื้อผลิตภัณฑ์พื้นบ้านบริเวณร้านค้าใกล้ ๆ อีกด้วย

   หลังจากนั้นขบวนคาราวานตั้งขบวนใหม่เพื่อเดินทางต่อไปยังจุดหมายถัดไปคือ วัดพระธาตุผาเงาตั้งอยู่บนฝั่งแม่น้ำโขงทางด้านทิศตะวันตก ตรงข้ามกับประเทศลาว อยู่ในอำเภอเชียงแสน ห่างจากสามเหลี่ยมทองคำประมาณ 15 กิโลเมตร ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นเนินเขาเล็ก ๆ แต่ก่อนชาวบ้านเรียกดอยลูกนี้ว่า “ดอยคำ” แต่ต่อมาเปลี่ยนเป็น “ดอยจัน”ในอดีตช่วงสมัยของอาณาจักรโยนก วัดแห่งนี้เจริญรุ่งเรืองมาก สันนิษฐานว่าอาจจะเป็นวัดที่สำคัญและถือเป็นวัดประจำกรุงเก่าก็เป็นได้ จะเห็นได้ว่าพระพุทธรูปหลวงพ่อผาเงาที่ขุดค้นพบแห่งนี้ถูกสร้างและฝังอยู่ใต้พระพุทธรูปองค์ใหญ่ (พระประธาน) ถูกปิดบังซ่อนเร้นเพราะเกรงว่าจะถูกโจรกรรมจากพวกนิยมสะสมของเก่า แต่เดิมที่แห่งนี้เคยเป็นถ้ำ เรียกว่า “ถ้ำผาเงา” ปากถ้ำถูกปิดไว้นาน ทำให้บริเวณแห่งนี้เป็นป่ารก เต็มไปด้วยซากโบราณวัตถุกระจัดกระจาย  พระพุทธรูปหลวงพ่อผาเงาองค์นี้มีอายุระหว่าง 700-1,300ปี

   ภายในบริเวณวัดพระธาตุผาเงา มี “หอพระไตรปิฎกเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา”สร้างขึ้นเพื่อรวบรวมพระไตรปิฎกนานาชาติ 9 ประเทศ 9 ภาษา ได้แก่ อินเดีย ศรีลังกา พม่า จีน ญี่ปุ่น ลาว อังกฤษ กัมพูชา และไทย ได้รับพระราชทานชื่อเมื่อวันที่ 9 พฤษภาคม พ.ศ. 2550 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเจริญพระชนมายุครบ 80 พรรษา สร้างลักษณะศิลปะล้านนา กลางสระน้ำ ฐานรองรับสร้างด้วยคอนกรีต มีเสา 80 ต้น อาคารหอพระไตรปิฏกฯ สร้างด้วยไม้สักทองทั้งหลัง พื้นและราวระเบียงตกแต่งด้วยหินทราย

   ปิดทริปเที่ยวจุดสุดท้ายของครั้งนี้ คือการเข้าเยี่ยมชม “พิพิธภัณฑ์หอฝิ่นณ อุทยานสามเหลี่ยมทองคำ” เป็นเสมือนประตูเปิดสู่โลกอันลึกลับของฝิ่น ผ่านเรื่องราวและมุมต่าง ๆ ภายในพิพิธภัณฑ์จากความมืดมนน่าหวาดกลัว สู่ความแจ่มจรัสและรู้แจ้ง บอกเล่าเรื่องราวของฝิ่น โดยเริ่มจากธรรมชาติวิทยาของฝิ่น การสืบประวัติการใช้ฝิ่นในยุคโบราณ กลับไป 5,000 ปี ประวัติการแพร่กระจายของฝิ่นจากการค้าในสมัยจักรวรรดินิยม เหตุการณ์พลิกประวัติศาสตร์ที่สร้างความอดสูแก่ผู้ชนะและผู้แพ้ในสงครามฝิ่นอันนำไปสู่การล่มสลายของราชวงศ์แมนจู ความชาญฉลาดของประเทศสยามในการเผชิญกับมหาอำนาจตะวันตกและการควบคุมปัญหาฝิ่น หอฝิ่นได้จัดแสดงอุปกรณ์การสูบฝิ่น การขายฝิ่น ชมภาพถ่าย ภาพยนตร์ และวิดีทัศน์เรื่องราวเกี่ยวกับฝิ่นและยาเสพติดจากหลากหลายประเทศทั่วโลก

   จากนั้นคาราวานสัญจรของครอบครัวอีซูซุ เข้าพัก ณ อิมพีเรียล โกลเด้น ไทรแองเกิ้ล รีสอร์ท บริเวณสามเหลี่ยมทองคำ จ.เชียงราย  พร้อมงานเลี้ยงรับรองภาคค่ำอย่างอบอุ่นตามแบบฉบับของอีซูซุ ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและเสียงหัวเราะ พร้อมกิจกรรมก่อนเริ่มงานเลี้ยงด้วยการประดิษฐ์จานรองแก้วสีสันสวยงาม สนุกสนานกับเกมหลากหลายรับของรางวัลมากมาย ปิดท้ายความบันเทิงจากนักแสดงหนุ่ม ปั้นจั่น – ปรมะ     อิ่มอโนทัย หรือท่านหมื่นเรืองจากละครบุพเพสันนิวาส ที่มาร้องเพลง พร้อมร่วมสนุกบนเวที และถ่ายภาพคู่กับสมาชิกคาราวานอย่างเป็นกันเอง  ปิดทริปอีซูซุคาราวานสัญจร 2018 ดั่งสโลแกน ความสุข สนุกสุด... ฉุดไม่อยู่ จริงๆ

   ว่าที่ร้อยตรี ชัยยุทธ บัวมั่น รถหมายเลข 22 มาพร้อมภรรยาและเพื่อน ๆ รวม 5 ท่าน เล่าว่า “ผมเป็นลูกค้าอีซูซุมาโดยตลอด ใช้รถอีซูซุมาแล้ว 5 คัน การมาร่วมกิจกรรมคาราวานครั้งนี้นับเป็นครั้งแรกที่ได้มาเที่ยวกับทางอีซูซุ เคยได้ยินจากเพื่อน ๆ เสมอว่ามากับอีซูซุสนุกมาก เลยอยากมาร่วมกิจกรรมบ้าง สมัครมาร่วมทริปทั้งหมด 3 คัน แต่ได้เข้าร่วมเพียง 1 คัน เพราะสมาชิกครอบครัวอีซูซุสนใจสมัครเป็นจำนวนมาก ทำให้เต็มอย่างรวดเร็ว สำหรับการมาร่วมกิจกรรมครั้งแรกก็รู้สึกประทับใจมาก ทั้งสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงาม และการต้อนรับอย่างดียิ่งจากทีมงาน พร้อมทั้งความสนุกสนานเป็นกันเอง รวมถึงมิตรภาพดี ๆ ของเพื่อน ๆ ผู้ร่วมทริปทุกคันด้วยครับ”

 
 

AUTO TRAVEL : อีซูซุพาท่องเว้-ดานัง เช็คอิน “บาน่า ฮิลล์” ที่ท่องเที่ยวสุดอินเทรนด์ของเวียดนาม

Friday, 24 August 2018 07:04

 

 

 

 

 

 

+เติมเต็ม “ความสุข สนุกสุด...ฉุดไม่อยู่” อีกครั้งกับ “อีซูซุ คาราวานสัญจร 2018”คาราวานท่องเที่ยวเส้นทางที่ 3 : ไทย (มุกดาหาร) – เวียดนาม (บาน่า ฮิลล์) นำสมาชิกประชาคมอีซูซุ 29 คันจากทั่วประเทศ และคณะสื่อมวลชนรวมกว่า 100 ชีวิต เดินทางสัมผัสประสบการณ์ในแบบคาราวานท่องเที่ยวทางรถยนต์สู่เวียดนามตอนกลาง เว้-ดานัง  ระยะทางไป-กลับกว่า 1,000 กม. ชมวิถีชีวิตและโบราณสถานเก่าแก่ที่ห้ามพลาดของเมืองเว้ ก่อนไปตะลุยเมืองตากอากาศแสนสวย “บาน่า ฮิลล์” เดินชม “สะพานสีทองบนมือยักษ์” แลนด์มาร์กแห่งใหม่ล่าสุดในเมืองดานัง

   เริ่มต้นการเดินทาง สมาชิกคาราวานได้มารวมตัว ณ บริษัท ตังปักอำนาจเจริญ จำกัด (สาขามุกดาหาร) โดยมี คุณปานทอง สระคูพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดมุกดาหาร คุณสุริยัน โสรินทร์ รองผู้อำนวยการ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานนครพนม มร.อาร์ ซากาโนะ ผู้จัดการอาวุโส ในฝ่ายขายดีลเลอร์บี บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยอาจารย์พัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการจัดคาราวาน ร่วมให้การต้อนรับและตีธงปล่อยขบวนรถอีซูซุ คาราวานสัญจรทั้ง 29 คันาเดินทางข้ามสะพานมิตรภาพไทย-ลาวแห่งที่ 2 ซึ่งเชื่อมระหว่างจังหวัดมุกดาหารของประเทศไทยกับแขวงสะหวันนะเขตของ สปป.ลาว วิ่งไปบนถนนหมายเลข 9 ซึ่งอยู่ภายใต้โครงการพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวตะวันออกและตะวันตก (East-West Economic Corridor) เป็นถนนสายเศรษฐกิจในภูมิภาคอินโดจีนระหว่างประเทศไทย ประเทศลาว และประเทศเวียดนาม (เมืองดานัง) ก่อนข้ามด่านแดนสวรรค์-ลาวบาวเพื่อเข้าสู่ที่พักคืนแรกในเมืองเว้ ประเทศเวียดนาม ในช่วงบ่าย  พอมีเวลาได้เดินชมเมืองเว้ก่อนร่วมงานเลี้ยงแสนอบอุ่นในสไตล์อีซูซุในมื้อค่ำ

   เช้าวันที่สอง สมาชิกคาราวานอีซูซุได้ท่องเที่ยวใน “เมืองเว้” เมืองมรดกโลกที่ยังมีร่องรอยของประวัติศาสตร์ และความเก่าแก่แบบคลาสสิก โดยไม่พลาด “พระราชวังต้องห้าม”  (Imperial Enclosure)ซึ่งได้ตกทอดความยิ่งใหญ่และสวยงามของราชวงศ์เหวียน  พระราชวังแห่งนี้สร้างขึ้นตามแบบแผนความเชื่อของจีน ซึ่งในสมัยก่อนพื้นที่นี้ถูกสงวนไว้เฉพาะจักรพรรดิและเชื้อพระวงศ์ ด้วยเป็นสถานที่ประทับของกษัตริย์ราชวงศ์เหวียนแห่งเว้ทั้ง 13 พระองค์ ระหว่างปี พ.ศ. 2345-2488  โดย "จักรพรรดิยาลอง" เป็นปฐมกษัตริย์แห่งเมืองเว้ เป็นผู้สถาปนานครแห่งนี้ขึ้น ส่วน

   กษัตริย์องค์สุดท้ายคือ "พระเจ้าบ๋าวได๋" ซึ่งทรงสละราชบัลลังก์ ก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองเป็นเวียดนามในปัจจุบันต่อด้วย"วัดเทียนหมุ" (Thien Mu) ที่ตั้งอยู่ริมแม่น้ำหอม เป็นหนึ่งในความคลาสสิก ทั้งจากศิลปะอันวิจิตรตรงประตูทางเข้า รวมถึงความสูงหลายสิบเมตรของเจดีย์ทรง 8 เหลี่ยม 7 ชั้น สูง 21 เมตร นับเป็นศูนย์กลางแห่งศรัทธาทางพุทธศาสนานิกายเซน ที่ถูกสร้างขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1601 หรือ 417ปีมาแล้วปิดท้ายเมืองเว้ที่  "สุสานจักรพรรดิไคดิงห์"(Tomb of Khai Dinh)ที่ได้ชื่อว่ามีความยิ่งใหญ่สวยงามเหนือบรรดาสุสานจักรพรรดิทั้งหมด และเป็นเพียงสุสานเดียวที่มีการผสมผสานระหว่างสถาปัตยกรรมตะวันออก-ตะวันตกได้อย่างลงตัว ตั้งอยู่บนเนินเขาสูง มีบันไดทางขึ้นถึง 127 ขั้นเป็นบันไดมังกรพาขึ้นไปสู่ลานชั้นหนึ่ง ส่วนลานชั้นสองเรียงรายด้วยรูปปั้นหินของช้าง ม้า ข้าราชการทหารและพลเรือน กลางลานมีแผ่นจารึกเขียนด้วยอักษรจีน ด้านบนสุดเป็นที่ตั้งของสุสาน มีรูปปั้นสำริดเท่าองค์จริงของพระเจ้าไคดิ่งเป็นศูนย์กลาง ภายในสุสานชั้นในมีการตกแต่งผนังด้วยกระเบื้องเคลือบสีซึ่งรับอิทธิพลมาจากจีน หลายจุดทำเป็นรูปมังกร หนึ่งในชิ้นงานโดดเด่น คือ งานเขียนสีรูปมังกรในม่านเมฆขนาดใหญ่บนเพดานห้องโถงที่ศิลปินใช้เท้าในการเขียนภาพ   

   หลังจากจบมื้อกลางวัน สมาชิกคาราวานอีซูซุได้เดินทางต่อจากเมืองเว้ไปยังเมืองดานัง เพื่อไปยังจุดหมายสำคัญของการเดินทางครั้งนี้ นั่นคือ “บาน่า ฮิลล์”(Bana Hills)อดีตเมืองตากอากาศที่โดนทิ้งร้างหลังจากชาวฝรั่งเศสพ่ายแพ้สงครามกลับประเทศไปในช่วงปี ค.ศ.1945 ที่ได้รับการบูรณะใหม่ให้เป็นเมืองท่องเที่ยวที่สวยสดงดงาม และมีชีวิตชีวาอีกครั้งในปี ค.ศ. 2009  การไปเยือนต้องนั่งกระเช้าลอยฟ้าที่ได้รับการบันทึกสถิติโลกโดยกินเนสส์เวิลด์เรคคอร์ดส์ว่า เป็นกระเช้าที่มีระยะทางยาวและสูงที่สุดในโลก คือ ยาวมากถึง 5,801 เมตร และสูงถึง 1,368 เมตร      ซึ่งทุกคนได้ชื่นชมกับสุดยอดวิวทิวทัศน์ของเมืองดานังในแบบพาโนรามาระหว่างทางนั่งกระเช้า เมื่อใกล้จุดหมายปลายทางจะมองเห็นยอดปราสาทอยู่ลิบ ๆ เหมือนเมืองในเทพนิยาย โดยโรงแรมที่พัก Mercure Danang French Village Bana Hillsก็เป็นหนึ่งในหมู่ตึกสวยของหมู่บ้านฝรั่งเศสล้อมรอบด้วยร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก และที่ทุกคนไม่ยอมพลาดคือ  “Golden Bridge” สะพานสีทองบนมือยักษ์ตั้งอยู่ริมหน้าผาสวยอลังการ แลนด์มาร์กใหม่ของเมืองดานังที่เพิ่งเปิดให้ชมเมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา และได้กลายเป็นที่สนใจบนโลกออนไลน์อย่างมาก  นอกจากนี้ยังมีจุดท่องเที่ยวกระจายโดยรอบ อาทิ พระพุทธรูปใหญ่สีขาวบนยอดเขา  สวนสนุก Fantasy Park  ที่มีเกมและเครื่องเล่นสำหรับทุกวัยให้เลือกสนุกกัน และสวนดอกไม้ เป็นต้น

   สาย ๆ ของวันถัดมาถึงเวลาของการอำลาหมู่บ้านแสนสวยบนบาน่า ฮิลล์ สมาชิกคาราวานอีซูซุ ได้เยี่ยมชมและสักการะ วัดเจ้าแม่กวนอิมลิ่งอึ้ง (Chua Linh Ung)โดยมีเจ้าแม่กวนอิมองค์สีขาวในท่ายืนถือแจกันโปรยน้ำทิพย์ประทานพร ประดิษฐานด้านหน้าวัดที่หันออกสู่ทะเล  มีความสูง  67เมตรหรือเท่าอาคาร 30 ชั้น ถือได้ว่าเป็นองค์เจ้าแม่กวนอิมที่ใหญ่ที่สุดของเวียดนาม ขึ้นชื่อมากในการขอพรเรื่องสุขภาพ การทำมาค้าขาย ความปลอดภัย         และเรื่องการมีบุตร ถือเป็นการจบทริปการท่องเที่ยวในประเทศเพื่อนบ้านที่สามารถขับรถไปเที่ยวได้แบบสบาย ๆ อย่างสวยงาม

   คุณธนภูมิ  เชื้อวณิชย์ เจ้าของธุรกิจโรงน้ำแข็งวารีเทพ รถหมายเลข 01 ซึ่งปัจจุบันมีรถอีซูซุที่ใช้ในธุรกิจกว่า 400 คัน  เผยความประทับใจว่า“ครอบครัวเรามากัน 6 คน นั่งรถอีซูซุมิว-เอ็กซ์มาคันเดียว และเป็นครั้งแรกที่มาคาราวานแบบนี้ ตื่นตาตื่นใจมากครับ เป็นการท่องเที่ยวที่คุ้มค่ามาก และคิดว่าครั้งต่อไปก็อยากจะมาร่วม เพราะได้ประสบการณ์เยอะเลย ได้เจอเพื่อนที่เป็นประชาคมอีซูซุหลากหลายอาชีพ และการขับรถทำให้ได้เห็นวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นได้มากกว่าการนั่งเครื่องบินหรือรถโดยสารไปเที่ยว ผมว่าเป็นเสน่ห์ของคาราวานครับ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ดีของครอบครัวมากครับ”

   ด้านคุณนาฎญา สุขจันทร์ตระกูล  รถหมายเลข 26 เผยว่า “สำหรับดิฉันเป็นการเดินทางครั้งแรกกับอีซูซุ แถมยังเป็นทริปต่างประเทศด้วย ทำให้ได้ประสบการณ์มากมายระหว่างการเดินทางตั้งแต่มุกดาหาร ลาว และเวียดนาม ประทับใจกับทีมงานอีซูซุทั้งการดูแลและการจัดสรรที่พัก  เพื่อนร่วมทริปก็ดี  เดินทางไกล ๆ แบบนี้ด้วยอีซูซุมิว-เอ็กซ์ก็สะดวกสบายมาก ซื้อแล้วไม่มีคำว่าผิดหวังเลยค่ะ”

   ติดตามกิจกรรม “อีซูซุคาราวานสัญจร 2018”ความสุข สนุกสุด...ฉุดไม่อยู่ ได้ทางเว็บไซต์ www.isuzu-tis.com

 
 

AUTO TRAVEL : ฮอนด้า จัดกิจกรรม “Do It with My Jazz ตอน คู่ซี้สุด FUN มันส์ได้อีก” ชวนลูกค้า แจ๊ซ ควงคู่ซี้ ร่วมแรลลี่ บนเส้นทางกรุงเทพฯ - หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์

Saturday, 01 September 2018 17:27

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดจัดกิจกรรมแรลลี่ “Do It with My Jazz ตอน คู่ซี้สุด FUN มันส์ได้อีก” ชวนลูกค้ารถยนต์ฮอนด้า แจ๊ซ ควงคู่ซี้ร่วมแรลลี่ ไปกับภารกิจสุดมันส์ ตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ มุ่งสู่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยคาราวานฮอนด้า แจ๊ซ รวมกว่า 30คัน พร้อมสนุกสนานกับกิจกรรมหลากหลายและพักผ่อนในบรรยากาศสบายๆ ณ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน ตลอด 2วัน 1คืน

   ขบวนแรลลี่พร้อมเริ่มต้นจุดปล่อยตัวที่โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการ ฮอนด้า ยูไนเต็ด ออโตโมบิล ก่อนจะออกเดินทาง    ผู้ร่วมแข่งขัน ได้ร่วมสนุกกับภารกิจแรก ด้วยการเลือกห่วงยางขนาดต่างๆ มาใส่ในรถยนต์ ฮอนด้า แจ๊ซ ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนเบาะได้ถึง 4 โหมด ได้แก่ Utility Mode, Long Mode, Tall Mode และ Refresh Modeสามารถตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลายได้อย่างลงตัว 

   ในระหว่างการเดินทาง  ผู้ร่วมแข่งขันจะต้องเล่นเกมส์เพื่อเก็บคะแนน ในสถานที่ต่างๆ ตลอดเส้นทาง เริ่มที่ Secret Space  คาเฟ่ในสวนเขาวงกต ที่จะมีข้อความจุดเด่นของฮอนด้า แจ๊ซ ซ่อนอยู่ ซึ่งผู้เข้าแข่งขันจะต้องค้นหาให้เจอ เช่น  SOHC i-VTEC ระบบเครื่องยนต์วาล์วแปรผัน Vehicle Stability Assist ระบบช่วยควบคุมการทรงตัว      ขณะเข้าโค้ง เพิ่มการยึดเกาะถนน  Hill Start Assist ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน  เป็นต้น  จากนั้นเพลิดเพลินไปกับการเข้าร่วมกิจกรรมเวิร์คช็อป การจัดกระถางต้นแคดตัสสุดสร้างสรรค์ ก่อนมุ่งหน้าสู่พระรามราชนิเวศน์หรือพระราชวังบ้านปืน โดยผู้ร่วมแข่งขันได้เล่นเกมส์ถ่ายรูปในมุมโปรดกับพระราชวัง เพื่อลุ้นรับ   ของรางวัลต่างๆจากนั้นเดินทางต่อไปยังสวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์  งานนี้ได้สนุกสนาน   แบบชุ่มฉ่ำไปกับสไลเดอร์และเครื่องเล่นนานาชนิด  ก่อนจะเข้าพักในบรรยากาศสบายๆ ที่ โรงแรม ฮอลิเดย์ อินน์ วานา นาวา หัวหิน

   ในงานนี้นอกจากผู้ร่วมแข่งขันจะได้สนุกสนานกับกิจกรรมตลอดเส้นทาง  ในงานเลี้ยงช่วงเย็นยังได้ร่วมเล่นเกมส์ต่างๆ รวมถึงการตอบคำถามบนเวที และการจับสลากลุ้นรางวัลพิเศษจากฮอนด้า ก่อนจะประกาศผลทีมคู่ซี้ที่ชนะการแข่งขัน และปิดท้ายด้วยมินิคอนเสิร์ตสุดมันส์จากวงสยาม  ที่มามอบความสุขตลอดค่ำคืน

   คุณวสุธีร์ ผู้วุฒิชัย(ซ้าย)พนักงานบริษัทเอกชน ผู้เข้าร่วมกิจกรรมครั้งนี้ กล่าวว่า “รู้สึกประทับใจ ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีเพราะไม่เคยเข้าร่วมกิจกรรมแรลลี่มาก่อน กิจกรรมจัดได้เหมาะสมและมีความสนุกสนาน    ส่วนฮอนด้า แจ๊ซที่ใช้ในวันนี้ เป็นรถของตนเอง ชอบตรงที่มี   ความคล่องตัว ตอบโจทย์การใช้งานที่หลากหลาย ทั้งยังมีพื้นที่ห้องโดยสารกว้างขวาง และอัตราเร่งที่ดีอีกด้วย อยากขอบคุณฮอนด้า       และอยากให้มีกิจกรรมแบบนี้เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง เป็นเหมือนคอมมูนิตี้ที่รวมตัวคนใช้ฮอนด้า แจ๊ซ ให้ได้มาสนุกร่วมกัน”

   คุณธาราพร กัลยาณวิจัยพนักงานบริษัทเอกชน กล่าวว่า “ครอบครัวใช้ ฮอนด้า ซิตี้ และส่วนตัวชอบรถยนต์ 5ประตูอยู่แล้ว จึงตัดสินใจเลือกซื้อ ฮอนด้า แจ๊ซ ชอบที่รูปลักษณ์สวยงาม สามารถบรรจุสัมภาระได้มาก    และที่สำคัญคือ มีความประหยัดน้ำมัน อย่างกิจกรรมแรลลี่ในครั้งนี้       ใช้น้ำมันเพียงแค่ 1ถัง ในการเดินทางไปและกลับ กรุงเทพฯ-หัวหิน  สำหรับกิจกรรมแรลลี่ ชอบที่ได้ไปสวนน้ำ วานา นาวา หัวหิน เพราะนอกจากจะได้เล่นเกมส์แล้ว ยังได้เล่นเครื่องเล่นต่างๆอีกด้วยต้องขอบคุณทางฮอนด้ามาก สำหรับกิจกรรมดีๆ และหวังว่าจะได้เข้าร่วมกิจกรรมอีก”

   นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ดีๆ ที่ทางฮอนด้าได้จัดขึ้นเพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้า ที่ให้ความไว้วางใจในการเลือกใช้ ฮอนด้า แจ๊ซ ทุกท่าน สามารถติดตามความสนุกกับกิจกรรมครั้งต่อไปได้ที่ www.honda.co.th  หรือFacebook Fanpage Enjoy Honda Thailand

 
 

AUTO TRAVEL : อีซูซุคาราวานสัญจร 2018 พาล่องใต้ 4 จังหวัด...สัมผัสอันซีนไทย

Thursday, 26 July 2018 17:09

 

 

 

 

 

 

 

   อีซูซุนำสมาชิกประชาคมอีซูซุ 27 คัน ร่วมอีซูซุคาราวานสัญจรประจำปี 2018 ความสุข สนุกสุด... ฉุดไม่อยู่ เส้นทางที่ 2 สุราษฎร์ธานี – ภูเก็ต ล่องใต้เยือนอันซีนใหม่แปลกตาตลอดเส้นทางถึง 4 จังหวัด ทั้ง    สุราษฎร์ธานี – กระบี่ – พังงา – ภูเก็ต โดยได้รับเกียรติจากคุณธีระ อนันตเสรีวิทยา รองผู้ว่าราชการจังหวัด   สุราษฎร์ธานี และคุณจินตนา สุวรรณรัตน์ ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย สำนักงานสุราษฎร์-ธานี พร้อมด้วย มร.ยูตะ ทานากะ ผู้ช่วยผู้จัดการทั่วไป บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และคุณพัฒนเดช อาสาสรรพกิจ ผู้อำนวยการจัดคาราวาน ร่วมตีธงปล่อยขบวนคาราวานออกจากบริษัท อีซูซุสุราษฎร์ธานี จำกัด สำนักงานใหญ่ โดยพร้อมเพรียง

   ตื่นตากับสถานที่ท่องเที่ยวแห่งแรกของคาราวาน กับ “สะพานแขวนเขาพัง” หรือ สะพานแขวนเขาเทพพิทักษ์ อันซีนล่าสุดของจังหวัดสุราษฎร์ธานี ซึ่งเป็นสะพานลวดสลิงขนาดใหญ่ระยะทางยาว 120 เมตร สร้างขึ้นเพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรไปมาให้กับชาวบ้านทั้งสองฝั่งคลองในการข้ามลำน้ำคลองแสง บรรยากาศโดยรอบโอบล้อมด้วยป่าไม้ที่ยังคงความเป็นธรรมชาติที่เขียวขจี สมาชิกต่างถือกล้องส่องเลนส์ช่วงกลางสะพาน โพสต์ท่าเพื่อให้ได้มุมสวยๆ มีพื้นหลังเป็นเขาเทพพิทักษ์รูปหัวใจที่สวยงามแปลกตา เดินต่ออีกนิดข้ามไปจนสุดสะพาน มีผลิตผลจากชาวบ้าน นำธงด้วยทุเรียนคลองแสง ทุเรียนเนื้อสีทองสวย รสชาติหอมหวาน ราคาไม่แพง พร้อมด้วยมังคุด เงาะ กระท้อนลูกโต เรียงรายให้ช้อปและชิมอย่างเต็มอิ่ม

    เดินทางต่อไปไม่ถึง 1 ชั่วโมง สมาชิกต่างประทับใจกับภาพตรงหน้า เจดีย์สูงตระหง่านของ “วัดมหาธาตุวชิรมงคล” หรือวัดบางโทง นับเป็นพระมหาธาตุเจดีย์ที่สูงที่สุดในภาคใต้ มีความสูงถึง 45 เมตร  ภายในเจดีย์ประดิษฐานองค์พระพุทธรูปปางแสดงปฐมเทศนา ขนาดหน้าตักกว้าง 3 เมตร ตกแต่งโดยรอบด้วยภาพเขียนผนัง และภาพเขียนผ้าที่งดงาม ด้านนอกเจดีย์ประดิษฐานรูปเหมือนหลวงปู่ทวดขนาดใหญ่ หน้าตักกว้าง 3 เมตร 9 นิ้ว สมาชิกต่างร่วมกันทำบุญและอธิษฐานขอพรกันถ้วนหน้า

    ใกล้เที่ยงแล้ว ได้เวลาอิ่มท้องแบบอันซีนด้วยการลงเรือข้ามคลองสามช่องสู่ “ร้านพิงกันฮาลาลฟู้ด” ณ หมู่บ้านสามช่องเหนือ จังหวัดพังงา มีลมพัดโชยอ่อนๆ ช่วยเพิ่มความสุขในการลิ้มรสชาติอาหารทะเลสดๆ ริมน้ำ จากนั้นเดินย่อยอาหารซึบซับวิถีชีวิตของชุมชนที่อยู่กันอย่างเรียบง่าย ชวนกันทำกิจกรรมผ้ามัดย้อม    และช้อปผลิตภัณฑ์พื้นบ้าน ทั้งเสื้อมัดย้อมสีสวยสดใส ปลาแห้ง และกะปิเคยแท้ๆ ปิดท้ายด้วยการลงเรือร่วมทำบุญด้วยการปล่อยปูและหอยลงสู่ทะเล ก่อนกลับขึ้นฝั่ง   

   ปิดจ๊อบคาราวานสัญจรในแบบฉบับของอีซูซุ ณ โรงแรมฮอลิเดย์ อินน์ รีสอร์ท หาดไม้ขาว จังหวัดภูเก็ต กับงานเลี้ยงรับรองภาคค่ำที่สนุกสุด...ฉุดไม่อยู่ ทั้งกิจกรรมลุ้นของรางวัล อาหารทะเลและบาร์บีคิวรสเลิศ เสียงเพลงไพเราะจากนักแสดงหนุ่ม “เกรท-วรินทร ปัญหกาญจน์” พร้อมเล่นเกมร่วมกับสมาชิกบนเวที แจกทั้งกอด ทั้งเสื้อและลายเซ็น ถ่ายภาพคู่กันอย่างสนุกสนาน พาสมาชิกฟินและฝันดีไปตามๆ กัน

   คุณวุฒินันท์ แก้วนอกเขา รถหมายเลข 4 มาพร้อมภรรยาและลูกชายตัวน้อยรวม 4 คน บอกว่า “เป็นครั้งแรกที่ครอบครัวเรามาเที่ยวสุราษฎร์ธานีและภูเก็ตครับ และเป็นครั้งแรกที่พาลูกๆ มาเที่ยวแบบคาราวานด้วย เป็นกิจกรรมสำหรับครอบครัวอย่างแท้จริง สนุกกันทุกคน และได้รับมิตรภาพที่ดีจากเพื่อนๆ ในคาราวานด้วยครับ”

   ครอบครัวของรถหมายเลข 19 ที่มีผู้อาวุโสที่สุดในขบวน แต่อายุมิได้เป็นอุปสรรคใดๆ ซึ่งคุณไพรัตน์ สุขขาว เผยว่า “การเที่ยวกับครอบครัวแบบนี้ เป็นการสร้างความสุข เรามาเที่ยวกันบ่อย มากับคาราวานอีซูซุหลายครั้ง ไม่เคยผิดหวังเลย ทริปนี้ประทับใจสะพานแขวนเขาเทพพิทักษ์ แปลกตาดี ได้ทำบุญที่วัดมหาธาตุ วชิรมงคลด้วย มีความสุขมากครับ”

   ติดตาม กิจกรรม “อีซูซุคาราวานสัญจร 2018” ความสุข สนุกสุด...ฉุดไม่อยู่ อีก 2 เส้นทาง ได้ทางเว็บไซต์ www.isuzu-tis.com

 
 

AUTO TRAVEL : Ford Everest Family Trip ครั้งที่ 2 สานต่อความสุขในครอบครัว ส่งต่อความสุขสู่สังคม

Monday, 28 May 2018 15:03

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทยร่วมกับ EVEREST CLUB THAILANDและฟอร์ด เอ็มดับบลิว นครอินทร์-ราชพฤกษ์ สานต่อกิจกรรม “Ford Everest Family Trip ครั้งที่ 2” คาราวานฟอร์ด เอเวอเรสต์ กว่า 40 ครอบครัว ผู้ร่วมเดินทางกว่า 100 คน เพื่อกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างกลุ่มลูกค้า พร้อมสัมผัสประสบการณ์การขับขี่อย่างเหนือระดับกับฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถยนต์เอนกประสงค์ที่เปี่ยมไปด้วยสมรรถนะเพื่อการขับขี่ที่สามารถลุยไปได้ทุกเส้นทาง ณ จังหวัดกาญจนบุรี

   กลุ่มลูกค้าครอบครัว ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ออกเดินทางจากศูนย์ฟอร์ด เอ็มดับบลิว นครอินทร์ – ราชพฤกษ์ มุ่งหน้าสู่จังหวัดกาญจนบุรีบนเส้นทางออนโรด เข้าสู่เส้นทางขรุขระ ผ่านทางฝุ่นสลับลำธาร และเนินชันไปยัง  เขาน้ำพุ เขตรักษาพันธ์สัตว์ป่าสลักพระ จังหวัดกาญจนบุรีเพื่อร่วมบริจาคสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็น รวมถึงอาหารแห้งแก่เจ้าหน้าที่ เพื่อเป็นการส่งต่อความสุขคืนสู่สังคม

   นอกจากนี้ ฟอร์ดยังได้พากลุ่มลูกค้าไปสัมผัสสมรรถนะของฟอร์ด เอเวอเรสต์ รถเอสยูวีที่สร้างมาเพื่อเป็นที่หนึ่ง ในขตพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ ทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์การผจญภัยแบบที่ไม่เคยได้สัมผัสในชีวิตประจำวันโดยทั่วไป แต่ด้วยเทคโนโลยีช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ Advanced-Driving Assist Technologyของฟอร์ด เอเวอเรสต์ ทำให้การขับขี่เป็นเรื่องง่าย ปลอดภัย และสะดวกสบายตลอดเส้นทาง นอกจากนี้ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ อัจฉริยะ Terrain Management Systemมอบประสบการณ์การขับขี่อันเหนือชั้น ทำให้สามารถลุยไปได้ทุกสภาพพื้นผิวสถนน ไม่ว่าจะเป็นทางเรียบ หรือทางสมบุกสมบัน สามารถพาทุกคนผ่านทุกเส้นทางไปอย่างง่ายดาย

   “ฟอร์ดขอขอบคุณ EVEREST CLUB THAILAND และสมาชิกทุกท่านที่ให้เราได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรม เพื่อส่งเสริมความสุขและสร้างความสัมพันธ์อันอบอุ่นในครอบครัวฟอร์ด และมอบความไว้วางใจให้ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ได้ดูแลครอบครัวอันเป็นที่รักของทุกท่าน รวมถึงร่วมเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนพลังความสุขในครอบครัว” น.ส.ศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

 
 

AUTO TRAVEL : ฮอนด้า จัดทริป “GET Away Out by Honda HR-V” ชวนหนีกรุงมุ่งสู่หัวหินไปพบความสุขในแบบที่คุณเป็น กับ “ฮอนด้า เอชอาร์-วี”

Tuesday, 08 May 2018 16:32

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดร่วมกับคลื่นวิทยุเก็ตเรดิโอ (GET 102.5) จัดกิจกรรม “GET Away Out by Honda HR-V”  ทริปสุดเอ็กซ์คลูซีฟพาลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี ออกไปเปิดประสบการณ์ในวันหยุดพักผ่อน เพื่อพบกับความสุขในแบบที่คุณเป็น พร้อมสนุกกับกิจกรรมพิเศษตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ - หัวหิน 2 วัน 1 คืน ตอกย้ำความเป็นรถยนต์สปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียมของฮอนด้า เอชอาร์-วี ที่ตอบโจทย์ทุกความต้องการใช้งาน ด้วยพื้นที่ภายในกว้างขวาง สะดวกสบายเหนือระดับผสานมาตรฐานความปลอดภัยที่ล้ำสมัยและครบครัน  การันตีด้วยความนิยมและความไว้วางใจจากลูกค้าชาวไทยเป็นอย่างสูงด้วยยอดขายกว่า 62,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2557

   โดยทริป “GET Away Out by Honda HR-V”จัดขึ้นเพื่อสร้างความสนุกสนานและความประทับใจให้กับเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วี ตลอดเส้นทางกรุงเทพฯ - หัวหิน ซึ่งได้ร่วมกิจกรรมเวิร์กช็อปมากมาย  ไม่ว่าจะเป็น การถ่ายภาพด้วยโทรศัพท์มือถือเพื่อลงโซเซียลมีเดียแบบชิคๆ จากคุณทวีพงษ์ ประทุมวงษ์   กูรูด้านการถ่ายภาพสตรีท (Street Photography) อันดับต้นๆ ของประเทศ  เวิร์กช็อปวิธีทำกาแฟลาเต้อาร์ต และยังได้คลายร้อนด้วยการชงเครื่องดื่ม Summer Mocktail ด้วยตัวเอง ในบรรยากาศคาเฟ่แนวอินดัสเทรียล ณ ร้าน Air Space  จากนั้น จึงเดินทางต่อ เพื่อไปเช็คอิน ณ ที่พักสุดหรู อวานี หัวหิน รีสอร์ท แอนด์ วิลล่าส์ พร้อมร่วมกิจกรรมการเล่นโยคะสุดอินเทรนด์บนอุปกรณ์เหนือน้ำที่เรียกว่า Sup-Yogaปิดท้ายด้วยปาร์ตี้ริมชายหาด ในบรรยากาศสุดชิล กับเมนูสุดพิเศษและของรางวัลมากมาย เพื่อแทนคำขอบคุณลูกค้าที่ให้ความไว้วางใจในผลิตภัณฑ์ของฮอนด้ามาโดยตลอด

   กิจกรรมนี้ มีผู้สนใจเข้าร่วมเป็นจำนวนมากจากหลากหลายวงการ อาทิ นักธุรกิจ พนักงานบริษัทเอกชน เจ้าของธุรกิจส่วนตัว ซึ่งต่างก็ประทับใจในกิจกรรมครั้งนี้เป็นอย่างมาก

   น.ส. เจนจิรา จ.จิตต์เจริญชัย พนักงานบริษัทเอกชนหนึ่งในลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า เอชอาร์-วีที่เข้าร่วมกิจกรรม กล่าวว่า “ปัจจุบันใช้รถฮอนด้า เอชอาร์-วี มาประมาณ 3 ปีแล้ว โดยได้มีโอกาสขับทั้งในเมืองและไปต่างจังหวัด  ประทับใจภายในห้องโดยสารกว้างขวาง นั่งสบาย รวมถึงเบาะนั่งที่สามารถปรับพับได้หลายรูปแบบ ทำให้ใส่ของได้เยอะมาก สำหรับกิจกรรมในครั้งนี้สนุกมากๆ ทั้งการทำเวิร์กช้อป และการเล่นโยคะบนบอร์ด อยากขอบคุณฮอนด้าที่จัดกิจกรรมดีๆ แบบนี้ขึ้นมาค่ะ”

   ด.ช. ภัทร ภิรมย์ไชย (น้องข้าวปั้น) ผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่อายุน้อยที่สุดเพียง 8 ปีเท่านั้น กล่าวถึงความประทับใจในครั้งนี้ว่า “กิจกรรมสนุกมากครับ โดยเฉพาะกิจกรรม sup-yoga ที่ชอบมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นกิจกรรมแปลกใหม่ที่ไม่เคยลองมาก่อน นอกจากนี้ ยังประทับใจกิจกรรมลาเต้อาร์ต ที่ได้ทำเป็นลายโลโก้ เอชอาร์-วี อยากให้ฮอนด้าจัดกิจกรรมสนุกๆ แบบนี้อีกครับ” ส่วนคุณแม่ นางพุทธรักษ์ ภิรมย์ไชย กล่าวถึงความรู้สึกที่มีต่อรถเอชอาร์-วี ว่า“ฮอนด้า เอชอาร์-วี ตอบโจทย์การใช้งานของครอบครัวเป็นอย่างมาก ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง จุของได้มาก ขับสนุก คล่องตัว ทั้งในเมือง และต่างจังหวัด ส่วนฟังก์ชั่นที่ลูกชายชอบที่สุด คือ หลังคาซันรูฟไฟฟ้าแบบพาโนรามา (Panoramic Sunroof) ที่สามารถเปิดให้ดูดาวตอนกลางคืนได้ด้วย”

   ฮอนด้า เอชอาร์-วี รถสปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียมของฮอนด้า ที่ลงตัวทุกการใช้งานในชีวิตประจำวัน  ด้วยดีไซน์ภายนอกสไตล์สปอร์ต ผสานกับพื้นที่ภายในกว้างขวาง พื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ และเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่สามารถปรับพับได้หลายรูปแบบ จึงสามารถจุของขนาดใหญ่ได้หลายชิ้น ที่พร้อมพาคุณออกเดินทางไปท่องเที่ยวสถานที่ใหม่ๆ ในวันหยุดพักผ่อน เพื่อพบกับความสุขในแบบที่คุณเป็น เติมเต็มความต้องการและตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

 
 

AUTO TRAVEL : ฮอนด้า พาลูกค้าและสื่อมวลชน สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ของ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ บนเส้นทางสู่อารยธรรมแห่งลุ่มน้ำโขง “ไทย-กัมพูชา-ลาว” ในกิจกรรม “CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ”

Wednesday, 07 February 2018 17:48

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรมท่องเที่ยวสุดพิเศษตอบแทนความไว้วางใจของลูกค้าเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ CR-V Reach Out ก้าวออกไป…ให้ไกลกว่าจินตนาการ”
พาลูกค้าและสื่อมวลชน ร่วมสัมผัสประสบการณ์ขับขี่ของ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ และเสน่ห์ของอารยธรรม
ลุ่มแม่น้ำโขง ผ่านเส้นทางของ 3 ประเทศ ได้แก่ ไทย กัมพูชา และสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวรวมระยะทางกว่า 1,200 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 24- 28 มกราคม ที่ผ่านมา

   การเดินทางในครั้งนี้ เริ่มต้นที่กรุงเทพฯ สู่จุดหมายแรกที่จังหวัดสระแก้ว ก่อนที่จะข้ามพรมแดนไทยสู่ประเทศกัมพูชา เพื่อชมความงามของวัฒนธรรมขอมโบราณ ซึ่งเป็นมรดกโลกที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ ได้แก่ ปราสาทนครวัด ปราสาทนครธม และพีระมิดขอมเกาะแกร์ จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยังสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อชมธรรมชาติที่สวยงาม ได้แก่ น้ำตกคอนพะเพ็ง ปราสาทหินวัดพู ไร่กาแฟปากซองไฮแลนด์ น้ำตกตาดเยือง และน้ำตกตาดฟาน ก่อนเดินทางกลับประเทศไทย ผ่านทางด่านชายแดนสปป.ลาว-ไทย
ช่องเม็ก จังหวัดอุบลราชธานี

   นอกจากความสนุกสนานที่ลูกค้าและสื่อมวลชนได้รับจากกิจกรรมนี้ ฮอนด้า ซีอาร์-วี ใหม่ ยังพิสูจน์ให้เห็นถึงสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมของทั้งรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 1.6 ลิตร i-DTEC DIESEL TURBO และเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC ทั้งยังพร้อมตอบสนองการใช้งานอเนกประสงค์อย่างแท้จริง นับเป็นอีกหนึ่งประสบการณ์ใหม่ที่ช่วยยืนยันได้ว่าความสวยงามของธรรมชาติและอารยธรรมของลุ่มแม่น้ำโขงนั้นมีมากมายเกินกว่าที่จินตนาการของเราจะสามารถอธิบายได้ เพียงแค่กล้าที่จะก้าวออกไปสัมผัสด้วยตัวคุณเอง

 
 

Page 1 of 2

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )