Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

AUTO TRAVEL : MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN เส้นทาง EAST – WEST ECONOMIC CORIDOR จากเวีนดนาม-ลาว-ไทย-พม่า เชื่อมโยงอารยธรรม เชื่อมโยงเศรษฐกิจ รวมระยะทางกว่า 2,900 KM.

 

 

 

 

 

   การเดินทางครั้งล่าสุดภายใต้เส้นทาง EAST – WEST ECONOMIC CORIDOR จากเวีนดนาม-ลาว-ไทย-พม่า  ค่ายมาสด้าเชิญสื่อมวลชนไทยเปิดประสบการณ์หน้าใหม่แห่งการเดินทางด้วยรถยนต์กับเรื่องราวที่ประทับลอยล้อในรูปแบบคาราวานครั้งใหม่ เกิดขึ้นจากวิสัยทัศน์ของมาสด้า ที่มุ่งเน้นการเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่ได้มองเพียงการเติบโตของมาสด้าประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับสมาชิกในกลุ่มประเทศอาเซียนซึ่งเป็นภูมิภาคที่สำคัญต่อการลงทุน ด้วยประชากรประมาณ 600 ล้านคน จากตัวเลขการเติบโตทางด้านเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมรถยนต์ ถือเป็นอุตสาหกรรมที่สร้างเม็ดเงินเข้าประเทศอย่างมหาศาล ซึ่งมาสด้า ประเทศไทย นับเป็นศูนย์กลางการผลิตรถยนต์ที่ทันสมัยที่สุดแห่งหนึ่งของโลก รวมทั้งเป็นศูนย์กลางในการกระจายสินค้าที่สำคัญไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั้งทั้งอาเซียน และต่างประเทศทั่วโลก

   ทางด้านโลกยานยนต์ทุกวันนี้ก็เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ดังนั้นความท้าทายของผู้ผลิตรถยนต์ คงหนี้ไม่พ้นเรื่องของการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ โดยเฉพาะเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมล้ำสมัย ที่ทุกค่ายรถยนต์ทั่วโลกต่างมุ่งมั่นคิดค้นด้วยแนวคิดที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของตัวเอง และเปิดเผยต่อสาธารณะอย่างไม่หยุดยั้ง ผู้บริโภคจึงถูกดึงอยู่ในโลกแห่งเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ ซึ่งประโยชน์ที่ผู้บริโภคได้รับโดยตรงนั่นคือ ชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีและง่ายขึ้นด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกที่มีคุณสมบัติครบครัน ตอบโจทย์ความต้องการใช้งานได้มากที่สุด เส้นแบ่งระหว่างโลกในจินตนาการและโลกความจริงเริ่มบางลงเรื่อยๆ เฉกเช่นดั่งที่รถค่ายมาสด้าในเจนเนอเรชั่นปัจุบัน ที่หลอมรวมด้วยองค์ประกอบที่ถูกพัฒนาจากแนวคิดและต่อยอดด้วยการผสมผสานเทคโนโลยีใหม่อย่างลงตัว เสมือนดีเอ็นเอของสิ่งมีชีวิตที่มีการถ่ายทอดพันธุกรรมจากรุ่นก่อนสู่รุ่นใหม่อย่างไม่มีวันจบสิ้น

   ค่ายมาสด้าได้มุ่งมั่นทุ่มเทพัฒนาจนประสบความสำเร็จ จนวันนี้ได้นำเสนอเทคโนโลยีอันล้ำสมัยและมีประสิทธิภาพสูงสุด จนได้รับการยอมรับมาแล้วทั่วโลก ซึ่งถือเป็นความก้าวล้ำทางด้านเทคโนโลยีและความท้าทายใหม่ของอุตสาหกรรมยานยนต์ ผนวกด้วย 4 หัวใจหลักของรถยนต์ ประกอบด้วยเครื่องยนต์ทั้งเบนซิน เครื่องยนต์ดีเซล ระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ โครงสร้างตัวถัง และแชสซีส์ ที่พร้อมส่งมอบการขับขี่แบบ ซูม-ซูม สไตล์สปอร์ตของมาสด้า ทั้งยังเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและให้ความปลอดภัยสูงสุด โดยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดทั้งหมดนี้จะอยู่ในรถในอนาคตของมาสด้าทุกรุ่นจนกลายเป็น MAZDA DNA SKYACTIV ที่นำพาสื่อมวลชนได้สัมผัสกับคาราวานครั้งล่าสุดบนเส้นทางสายเศรษฐกิจที่สำคัญ EAST – WEST ECONOMIC CORIDOR จากเวีนดนาม-ลาว-ไทย-พม่า รวมระยะทางกว่า2,900 กม.

   ด้วยเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ถูกนำมาใส่ในมาสด้าในยุคปัจจุบันกับ SKYACTIV Vehicle Dynamics ที่มาพร้อมกับระบบควบคุมสมรรถนะการขับขี่อัจฉริยะ (G-Vectoring Control : GVC) ซึ่งเป็นการต่อยอดจากเทคโนโลยีสกายแอคทีฟ ที่ช่วยผสานการทำงานของรถยนต์ทั้งคัน ทั้งเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ โครงสร้างตัวถัง รวมไปจนถึงระบบช่วงล่าง ที่สอดประสานการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผู้ขับขี่สามารถรีดสมรรถนะอันทรงพลังได้เต็มขั้น

   หากเจาะลึกถึงองค์ประกอบดีเอ็นเอของมาสด้า ภายใต้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ – วิฮีเคิล ไดนามิกส์ กับเครื่องยนต์ทั้งสกายแอคทีฟคลีนดีเซล (SKYACTIV-D) คือเครื่องยนต์ดีเซลที่เผาไหม้สะอาดเจนเนอเรชั่นใหม่ล่าสุดที่สามารถผ่านข้อกำหนดมาตรฐานไอเสียโลก โดยไม่จำเป็นต้องใช้สารเร่งปฏิกิริยาที่มีราคาสูงเพื่อลดไอเสีย ที่ให้แรงบิดสูง ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และสกายแอคทีฟเบนซิน (SKYACTIV-G) คือเครื่องยนต์เบนซินแบบไดเร็คอินเจ็คชั่น ที่ให้ประสิทธิภาพสูง เจนเนอเรชั่นใหม่ที่เป็นนวัตกรรมชิ้นเอกของวงการยานยนต์โลก นับว่าเป็นเครื่องยนต์ที่มีอัตราแรงอัดอากาศในการเผาไหม้สูงที่สุดของโลก คืออัตรา 14:1 โดยที่เครื่องยนต์ไม่เกิดอาการน๊อค เผาไหม้สมบูรณ์ ให้แรงม้าและแรงบิดสูง พร้อมประหยัดน้ำมันยิ่งขึ้น 

   SKYACTIV-Drive คือระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 Speed คือ ระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติเจนเนอเรชั่นใหม่ที่ส่งถ่ายแรงบิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควบคุมแบบอิเล็กทรอนิกส์ แม่นยำ ราบรื่น ต่อเนื่อง และประหยัดน้ำมันในทุกรอบความเร็ว ซึ่งทั้งสองเครื่องยนต์ช่วยรักษามลพิษและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วย รวมจุดแข็งของเกียร์อัตโนมัติได้ครบทุกประการ ในส่วนของโครงสร้างตัวถัง

   SKYACTIV-Body ถูกพัฒนาเพื่อลดน้ำหนักที่ไม่จำเป็นลง เป็นโครงสร้างที่คงความแข็งแกร่ง เสถียร และให้ความปลอดภัยสูงสุดจากแรงปะทะรอบทิศทาง ผลิตจากเหล็กกล้าที่ทนแรงดึงสูง เหนียว แข็งแกร่ง มีน้ำหนักเบา อีกทั้งยังช่วยลดแรงกระเทือนจากพื้นถนนควบคู่ไปกับการกระจายแรงปะทะที่จะเข้าสู่ห้องโดยสารในกรณีเกิดอุบัติเหตุ

   SKYACTIV-Chassis คือ แชสซีส์เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่ให้ประสิทธิภาพสูง มีน้ำหนักเบา แต่ให้สมดุลที่สมบูรณ์แบบของทั้งการควบคุมการขับขี่ที่สะดวกสบายและปลอดภัยสูงสุด ที่คล่องตัวด้วยระบบช่วงล่างที่เกาะถนนมั่นคง พร้อมระบบบังคับเลี้ยวที่เป็นตัวช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ ซึ่งส่งผลโดยตรงในเรื่องของความปลอดภัย

   เมื่อทั้ง 4 หัวใจหลักของมาสด้าเริ่มสอดผสานการทำงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เกิดสมรรถนะการขับขี่อันทรงพลัง ให้สัมผัสการขับขี่อย่างมีเอกลักษณ์ของมาสด้า นั่นคือ อารมณ์สปอร์ตที่ให้ความสนุก เร้าใจ สนุกทุกการขับขี่ และดีเอ็นเอ สกายแอคทีฟสายพันธ์ล่าสุดนี้ ได้ถูกฝังในหัวใจของรถมาสด้ารุ่นปัจจุบันของปี 2017 ซึ่งได้แก่ มาสด้า2, มาสด้า3, มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 เรียบร้อยแล้ว และกำลังจะถูกส่งต่อในรุ่น มาสด้า ซีเอ็กซ์-5 ที่กำลังจะมาเติมเต็มความสมบูรณ์แบบอีกระดับให้กับตลาดรถครอสโอเวอร์อีกครั้งในไม่ช้านี้ด้วย และด้วยผลลัพธ์อันทรงคุณค่าที่มาสด้าได้เพียรพยายามจนประสบความสำเร็จในครั้งนี้ จึงเป็นเหตุผลของการหาเส้นทางที่จะใช้พิสูจน์สมรรถนะดีเอ็นเอสกายแอคทีฟทุกรุ่น

   การเดินทางครั้งนี้ สื่อมวลชนร่วมเดินทางกับฝูงสกายแอคทีฟนับ 10 คัน มีทั้ง มาสด้า2, มาสด้า3, มาสด้า ซีเอ็กซ์-3 และซีเอ็กซ์-5 รุ่นล่าสุด ซึ่งทุกคันขับเคลื่อนด้วยขุมพลังพลังเบนซิน SKYACTIV-G แบ่งการเดินทางออกเป็น 3 กลุ่ม สลับผลัดเปลี่ยนกันขับตลอดระยะทางกว่า 2,900 กม. เพื่อร่วมสร้างเส้นทางแห่งประวัติศาสตร์ เชื่อมโยงอารยธรรม บนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ เชื่อมโยงวัฒนธรรม ไปกับกิจกรรม MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN โดยมาสด้าปักหมุดไว้ที่เส้นทางสายเศรษฐกิจลุ่มแม่น้ำโขง สืบเนื่องจากความร่วมมือจาก 6 ประเทศ ประกอบด้วย พม่า ลาว กัมพูชา เวียดนาม จีน และไทย ได้ร่วมผนึกกำลังทางเศรษฐกิจ เพื่อส่งเสริมให้เกิดการขยายตัวทางการค้า การลงทุนด้านอุตสาหกรรม ด้านการเกษตร และด้านการบริการ เพิ่มคุณภาพชีวิตความเป็นอยู่ของประชากร

   กรอบความร่วมมือระหว่างประเทศสมาชิก 6 ประเทศ ได้มีการกำหนด 9 เส้นทางหลักเพื่อเป็นพื้นที่พัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษในภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง หรือ Greater Mekong Subregion  (GMS) โดยขบวนคาราวานรถยนต์มาสด้าจะออกโลดแล่นไปบนเส้นทางระเบียงเศรษฐกิจ แนวตะวันออกมุ่งหน้าสู่ตะวันตก หรือที่รู้จักกันในชื่อ EAST-WEST ECONOMIC CORRIDOR เรียกว่าเส้นทาง R2 หรือ R9 เมื่ออยู่ในประเทศลาว ที่เชื่อมสองมหาสมุทรอันกว้างใหญ่ จากมหาสมุทรแปซิฟิกทางตะวันออก หรือทะเลจีนใต้ กับมหาสมุทรอินเดียตะวันตก สัมผัสขนบธรรมเนียมประเพณี วิถีชีวิตความเป็นอยู่ และแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รวมไปถึงการเติบโตของสมาชิกกลุ่มประเทศอาเซียน

   คาราวานครั้งนี้เริ่มออกสตาร์ทที่ประเทศเวียดนาม โดยสื่อมวลชนกลุ่มแรกจะเริ่มต้นภารกิจด้วยการบินลัดฟ้าสู่เมืองเมืองดานัง ประเทศเวียดนาม ซึ่งเราร่วมเดินทางอยู่ในกลุ่มนี้ด้วย เมื่อมาถึงสนามบินเมืองดานังสื่อมวลชนทุกท่านก็ได้สัมผัสกับการควบคุมฝูงรถยนต์สกายแอคทีฟในทันที โดยผมรับหน้าที่ไม้แรกในการควบมาสด้า 2 มุ่งหน้าไปยังโรงงานผลิตรถยนต์มาสด้าเมืองดานัง ซึ่งดำเนินการผลิตโดยบริษัท Thaco จากการเข้าเยี่ยมชมพบว่าโรงงานแห่งนี้จะเน้นผลิตมาสด้า 3 เป็นหลักเพื่อป้อนเข้าสู่ตลาดรถยนต์เวียดนาม   เราใช้เวลาอยู่ในโรงงานพร้อมนั่งรถเยี่ยมชมไลน์ผลิตต่างๆด้วยตาเปล่าประมาณ 60 นาทีก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังโรงแรมที่พักวันแรก ณ. เมืองเว้  ซึ่งเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษของเวียดนาม

   การควบคุม มาสด้า 2 ขุมพลังพลังเบนซิน 1.3 ลิตร SKYACTIV-G ในประเทศเวียดนามตลอดทั้งวัน จากสภาพการจราจรในเมืองที่แสนวุ่นวาย เราต้องขับชิดขวาแซงซ้ายตามกฎหมายของที่นี่ เพื่อเอาตัวรอดจากรถยนต์และมอเตอร์ไซด์ ท้องถิ่นที่ไม่ค่อยมีวินัยเท่าไหร่ เพราะเขาขับกันแบบตามสะดวกปาดซ้ายปาดขวาเปลี่ยนเลนแซกหน้ารถแบบไม่สนใจอะไรทั้งนั้นแม้ว่าเราจะขับแบบขบวนคาราวานก็ตาม  เราจึงต้องเอาตัวรอดด้วยการใช้แตรดังๆขอทางตลอดเวลา รวมถึงการพึ่งพิงสมรรถนะของมาสด้า 2 อย่างเต็มที่ทั้งการออกตัวเร็วๆและการเร่งแซงโดยฉับพลันตลอดเวลา เมื่อมาถึงโรงแรมที่พักในเมืองเว้ หลังจากเซ็ท 0 มาจากสนามบินดานัง ระยะทางวันนี้เราวิ่งไปทั้งสิ้น 285.8 กม.นอกจากสมรรถนะของรถที่น่าพึ่งพอใจในทุกด้านทั้งกำลังเครื่องยนต์ที่เพียงพอและการควบคุมรถที่มั่นใจได้ สิ่งที่น่าประทับใจอีกจุด คืออัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงตลอดทั้งวันด้วยการขับขี่แบบดุเดือดน้อยครั้งที่จะใช้ความเร็วคงที่ ค่าเฉลี่ยที่แสดงบนแผงหน้าปัดยังทำได้มากถึง 19.0 กม./ลิตร !!!!

   วันรุ่งขึ้นเป็นการเดินทางสบายๆบ้างเพราะผมรับหน้าที่เป็นผู้โดยสารนั่งกินลมชมวิวบน มาสด้า ซีเอ็กซ์3 มุ่งหน้าออกจากเมืองดานัง เดินทางยาวๆประมาณ 400 กม. ข้ามผ่านเข้าสู่ด่านชายแดนลาวบาวของเวียดนาม-ลาว และข้ามแม่น้ำโขงผ่านประเทศลาวด้วยสะพานมิตรภาพแห่งที่ 2 เข้าสู่ประเทศไทยในจังหวัดมุกดาหารพักผ่อนกัน 1คืน ก่อนขับผ่านขอนแก่น ข้ามทางเขาค้อ เพชรบูรณ์ มุ่งหน้าสู่จุดหมายปลายทางพิษณุโลก ซึ่งเป็นจังหวัดที่รัฐบาลไทยปลุกปั้นให้เป็นเส้นทางสายเศรษฐกิจที่เชื่อมโยงการเดินทางจะทั่วทุกสารทิศ นั่นคือ 4 แยกอินโดจีน ด้วยตำแหน่งที่อยู่กึ่งกลางจุดตัดระหว่าง NSEC และ EWEC จึงเกิดการเชื่อมโยงเศรษฐกิจจากทั้ง 4 ทิศ ภาครัฐจึงสนับสนุนให้เกิดการลงทุน มีการจัดตั้งศูนย์บริการกระจายสินค้า และการท่องเที่ยวทางธรรมชาติสร้างรายได้ให้ครัวเรือนได้อีกด้วย

   สำหรับการเดินทางช่วงที่ 2 สื่อมวลชนกลุ่มที่สองบินมารับช่วงต่อที่พิษณุโลก ประเดิมวันแรกกับเส้นทางพิษณุโลก สู่อำเภอแม่สอด จังหวัดตาก เพื่อข้ามแดนสู่เมืองมะละแหม่ง เมืองตากอากาศชายทะเล ประเทศพม่า ก่อนที่จะเดินทางต่อไปยังเมืองย่างกุ้ง เมืองหลวงประเทศพม่า ศูนย์กลางทางการค้าหลักที่สำคัญของประเทศ ก่อนจะปิดท้ายทริปด้วยบรรยากาศและความงดงามของสาวพม่า ณ “ตลาดสก๊อต” ก่อนที่จะส่งมอบพวงมาลัยต่อให้สื่อมวลชนกลุ่มสุดท้าย ที่เดินทางมาวันแรกก็มีโอกาสเดินทางท่องเที่ยวสถานที่ศักดิ์สิทธิ์คู่บ้านคู่เมืองของชาวพม่า ที่แม้แต่คนไทยยังต้องดั้นด้นไปไหว้ขอพร เริ่มต้นที่วัดเจ๊าทัตยี พระนอนองค์ใหญ่ที่ตาหวานที่สุด, พระมหาธาตุเจดีย์ชเวดากอง และเจดีย์โบดาทาวน์ หรือ วัดเทพทันใจ หลังจากอิ่มบุญวันรุ่งขึ้นก็เริ่มภารกิจนำทัพ DNA SKYACTIV กลับสู่ประเทศไทย ผ่านด่านแม่สอด มุ่งหน้าสู่กรุงเทพมหานครถือเป็นอันเสร็จสิ้นสุดภารกิจ บนเส้นทางประวัติศาสตร์ครั้งใหม่ MAZDA DNA SKYACTIV CARAVAN  2017

   สุดท้ายนี้ขอบคุณ บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ในการอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทางในครั้งนี้

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )