Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS

CSR NEWS : อีซูซุเดินหน้าสานต่อโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แก่โรงเรียนบ้านหนองตะไก้ จังหวัดนครราชสีมา เป็นแห่งที่ 30

 

 

 

 

 

 

+กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยโดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มร. ชิเกะฮารุ คาเนโกะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โชนัน ยูนิเทค (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วย คุณสุรัตน์ บัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 5นครราชสีมากรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสานต่อปณิธานในการส่งมอบระบบพัฒนาน้ำดื่มสะอาดพร้อมขุดบ่อบาดาล เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียนให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 30 ณ โรงเรียนบ้านหนองตะไก้ ตำบลหนองตะไก้ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา

   มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยได้ดำเนินโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นับตั้งแต่     ปี พ.ศ. 2556จนถึงปัจจุบัน โดยเราได้ส่งทีมงานลงพื้นที่สำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากร   น้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับทราบถึงปัญหาการขาดแคลน “น้ำดื่มสะอาด” และปัญหาเรื่องสารปนเปื้อนในน้ำสูงเกินมาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถนำมาบริโภคได้ เพื่อประเมินสถานการณ์ในการจัดสร้างระบบน้ำดื่มแบบครบวงจรให้กับโรงเรียนต่าง ๆ ในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ สำหรับโรงเรียนบ้านหนองตะไก้แห่งนี้เป็นโรงเรียนลำดับที่ 30 ในโครงการฯ โดยทางโรงเรียนประสบปัญหาเรื่องตะกรันหินปูนปนเปื้อนในน้ำ ทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาบริโภคได้ อีซูซุจึงได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และทำการส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดให้เป็นที่เรียบร้อย และในปีนี้กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยยังคงเตรียมการเพื่อส่งมอบโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ลำดับต่อ ๆ ไปให้กับโรงเรียนที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำอย่างต่อเนื่องตามปณิธานที่มุ่งมั่นของกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป”

   นายสุรัตน์ บัวพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาล เขต 5 นครราชสีมา กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เผยว่า “กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ดำเนินการจัดหาแหล่งน้ำบาดาลสะอาดให้แก่ประชาชนทั่วทุกภูมิภาค ทั้งในด้านน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภค และน้ำเพื่อการเกษตรมาโดยตลอดกว่า 2ทศวรรษ แต่ก็ยังพบว่ามีอีกหลายพื้นที่ในเขตภูมิภาคที่ประชาชนยังประสบกับปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดในการดำรงชีวิตประจำวัน แต่ด้วยงบประมาณที่กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้รับการจัดสรร ประกอบกับบุคลากร และเครื่องจักรของกรมทรัพยากรน้ำบาดาลนั้นมีอยู่อย่างจำกัด จึงทำให้การแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแหล่งน้ำสะอาดของประชาชนต้องใช้ระยะเวลานาน แต่ด้วยความห่วงใย และเจตนารมย์ที่ดีของกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย ที่ได้ให้ความสนใจ และใส่ใจในคุณภาพชีวิตของเด็กนักเรียนและประชาชนโดยรอบ จึงได้ให้การสนับสนุนเงินทุนในการจัดสร้างโครงการน้ำโรงเรียน เพื่อมอบให้แก่เด็กนักเรียน และบุคลากรภายในโรงเรียน รวมถึงพี่น้องประชาชนที่อยู่ในชุมชนนั้น ๆ จึงเป็นอีกหนึ่งแรงสนับสนุนที่เป็นประโยชน์ และมีคุณค่ายิ่ง ในการบำบัดทุกข์ บำรุงสุขให้แก่ประชาชนทั่วทุกภูมิภาค”

   โรงเรียนบ้านหนองตะไก้ ตั้งอยู่ที่หมู่ 4 ตำบลหนองตะไก้ อำเภอหนองบุญมาก จังหวัดนครราชสีมา ก่อตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 16ตุลาคม 2512เปิดสอนในระดับอนุบาล 1 – ประถมศึกษาปีที่ 6        มีนักเรียนประมาณ 410คน ครูและบุคลากรในโรงเรียน 26 คน โดยมี นายสงวน มูลนิธิธรรม ดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการโรงเรียน จากการสำรวจพบว่าโรงเรียนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับบริโภค เนื่องจากมีตะกรันหินปูนปนเปื้อนในน้ำ การจะนำน้ำมาบริโภคนั้นต้องกรองผ่านเครื่องกรองน้ำ ซึ่งทางโรงเรียนไม่มีงบประมาณในการซื้อเครื่องกรองน้ำใหม่ และจำเป็นต้องซื้อน้ำดื่มจากเอกชน ประมาณ 7,000 บาทต่อเดือน ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว อีซูซุจึงได้ส่งทีมสนับสนุนลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสำรวจและวางแผนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการติดตั้งชุดอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำบาดาลครบวงจร โดยการเจาะบ่อน้ำบาดาลที่ความลึก 53เมตร และมีปริมาณน้ำบาดาลกว่า 8 ลูกบาศก์เมตรต่อชั่วโมง ซึ่งสามารถสูบขึ้นมาใช้เพื่อในการอุปโภคบริโภคภายในโรงเรียน รวมถึงติดตั้งระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน ตลอดจนดำเนินการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้ถูกสุขลักษณะ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียน ครูและบุคลากรของโรงเรียน มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการมีน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคอย่างยั่งยืน และเพื่อให้การแก้ปัญหาน้ำดื่มสามารถสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ กลุ่มอีซูซุยังมอบทุนสำหรับการพัฒนาโรงเรียนเป็นจำนวนเงิน 50,000บาท อีกด้วย

   กลุ่มอีซูซุพร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป สำหรับโครงการ “อีซูซุให้น้ำ... เพื่อชีวิต” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มอีซูซุ เพื่อตอกย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจ หรือ “วิถีอีซูซุ” นั่นคือ “ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา” อย่างแท้จริง

 

CSR NEWS : ครบรอบ 10 ปี โครงการ “โตโยต้าปลูกป่านิเวศ” โตโยต้าเมืองสีเขียว รวมพลังจิตอาสา ปลูกต้นไม้ครบ 1,350,000 ต้น

 

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำคณะผู้บริหารของบริษัทฯ พร้อมด้วย พนักงานโตโยต้าจิตอาสา สมาชิก Toyota CSR Facebook และ สมาชิก Toyota Group Environment Network กว่า 200 คน ร่วมกิจกรรมครบรอบ 10 ปี “โตโยต้าปลูกป่านิเวศ” (Eco-Forest) ภายใต้โครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว..เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต” ทำการปลูกต้นไม้ครบ 1,350,000 ต้น ในระหว่างวันที่ 3 – 4 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ณ โรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ จังหวัดฉะเชิงเทรา

   จาก “พันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า พ.ศ. 2593” ที่มีเจตนารมณ์ในการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยีให้เติบโตควบคู่กันไปกับการพัฒนาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จึงได้มุ่งมั่นในการดำเนินงานในทุกกระบวนการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเผยแพร่องค์ความรู้ สร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่สังคมไทย ผ่านกิจกรรมต่างๆภายใต้โครงการ “โตโยต้า เมืองสีเขียว…เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต”โดยมีวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น เมืองสีเขียว เพื่อสนับสนุนคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของชุมชนเมือง

     กิจกรรม “โตโยต้าปลูกป่านิเวศ” (Eco-Forest) ถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการ “โตโยต้าเมือง สีเขียว..เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต”ที่ได้ดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 10 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2551 เริ่มต้นจากการปลูกป่าภายในบริเวณโรงงานบ้านโพธิ์ จำนวนกว่า 100,000 ต้น ครอบคลุมพื้นที่กว่า 30 ไร่ และมีการเจริญเติบโตเต็มที่ตามธรรมชาติ จนกลายเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์ทางระบบนิเวศ เกิดเป็นความหลากหลายทางชีวภาพของทั้งพืชและสัตว์ ที่มาอาศัยอยู่ในพื้นที่ป่าของโรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ และได้ยกระดับสู่การเป็น ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” ที่ปัจจุบันได้เปิดให้บรรดานักเรียน นักศึกษา และบุคคลทั่วไปเข้ามาเยี่ยมชมกว่า 15,000 คนต่อปี

   สำหรับกิจกรรมครบรอบ 10 ปี “โตโยต้าปลูกป่านิเวศ”ในครั้งนี้ ทางโตโยต้าได้จัดให้มีกิจกรรมปลูกป่านิเวศเพิ่มเติมภายในบริเวณโรงงานโตโยต้า บ้านโพธิ์ จำนวน 10,000 ต้น โดยมีคณะผู้บริหารระดับสูงของบริษัทโตโยต้าฯ พนักงานโตโยต้าจิตอาสา สมาชิก Toyota CSR Facebook และ สมาชิก Toyota Group Environment Network เข้าร่วมกิจกรรม ภายในงานมีการบรรยายเกี่ยวกับรายละเอียดของโครงการฯตลอด 10 ปีที่ผ่านมา ตลอดจนหลักการปลูกป่าตามแนวคิดของ ศ.ดร. อาคิระ มิยาวากิ ผู้เชี่ยวชาญการปลูกป่านิเวศจากประเทศญี่ปุ่น จากนั้นจึงได้ให้ผู้ร่วมกิจกรรมทุกคนลงพื้นที่เพื่อร่วมกันปลูกต้นไม้ โดยเป็นกล้าไม้ท้องถิ่น 34 สายพันธุ์ มีพันธุ์ไม้หลักคือ ต้นยางนา และ ต้นตะเคียนทอง รวมถึงพันธุ์ไม้ท้องถิ่นอื่นๆ เช่น ต้นไทร ต้นหว้า และต้นพะยอม เป็นต้น

   ทั้งนี้ ผู้ร่วมกิจกรรมยังได้มีโอกาสเดินเยี่ยมชม ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” ที่ในปัจจุบันได้กลายเป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตหลากหลายสายพันธุ์ รวมถึงสัตว์พันธุ์หายากที่เข้ามาเติมเต็มระบบนิเวศให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น อาทิเช่น นกกระจาบทอง ซึ่งเป็นพันธุ์นกที่เคยอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่รอบโรงงานบ้านโพธิ และเป็นพันธุ์นกหายากที่เสี่ยงต่อการสูญพันธุ์อยู่ในบัญชีชนิดพันธุ์ที่ถูกคุมคามขององค์การระหว่างประเทศเพื่อการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หรือ The IUCN Red List of Threatened Species อีกด้วย

   นอกจากนี้ โตโยต้ายังได้ขยายผลกิจกรรมปลูกป่านิเวศไปสู่ชุมชมและเครือข่ายของโตโยต้าทั่วประเทศ โดยร่วมกับผู้แทนจำหน่ายฯ บริษัทผู้ผลิตชิ้นส่วน และหน่วยงานต่างๆ โดยการนำองค์ความรู้ด้านการปลูกป่าไปเผยแพร่ให้แก่หน่วยงานและอาสาสมัครที่เข้าร่วมกิจกรรม รวมถึงติดตามผลและให้คำแนะนำในการดูแลรักษาผืนป่าที่ปลูกขึ้น ซึ่งจนถึงปัจจุบัน บริษัท โตโยต้าฯ ได้ดำเนินกิจกรรมการปลูกป่านิเวศไปแล้วทั้งสิ้น 1,350,000 ต้นมีอัตราการรอดตายของต้นกล้าสูงถึงร้อยละ 90 ซึ่งนอกจากจะมีส่วนช่วยในการดูดซับก๊าซเรือนกระจกได้ราว 10,800 ตัน* ต่อปียังถือเป็นแหล่งเรียนรู้ที่สำคัญ ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นเมืองสีเขียวอย่างยั่งยืนต่อไปในอนาคต

โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข

 

CSR NEWS : โตโยต้าร่วมให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยที่สปป.ลาว

 

 

 

 

 

 

   บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดร่วมให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ประสบอุทกภัยที่แขวงอัตตะปือสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาวนำเงินช่วยเหลือพร้อมข้าวสารรัชมงคลและสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมอบให้กับผู้ประสบอุทกภัยตลอดจนจัดเตรียมเจ้าหน้าที่และรถบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Mobile Service) เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยให้กับประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนเมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา

   จากเหตุอุทกภัยครั้งใหญ่ที่แขวงอัตตะปือ สปป.ลาวโตโยต้าได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมากจึงได้ดำเนินการประสานความร่วมมือภาครัฐ ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้โดยได้ทำการมอบเงินช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน จำนวน 100,000 บาทผ่านทางสถานฑูตไทยในเวียงจันทน์เพื่อมอบเงินดังกล่าวให้แก่ศูนย์กลางประสานงานรับความช่วยเหลือ เมื่อวันที่25 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา

   บริษัท โตโยต้าฯและผู้แทนจำหน่ายยังคงตระหนักถึงความเดือดร้อนที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่องจึงได้นำข้าวสารรัชมงคลจำนวน 5 ตัน เสื้อ 2,000 ตัวและสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคอื่นๆที่จำเป็น ตลอดจนเงินช่วยเหลือเพิ่มเติมในนาม บริษัทฯ โตโยต้า และชมรมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า จำนวน 232,000 บาทมอบให้กับผู้ประสบภัยผ่านทาง ท่านพรสมัย เพียงลาวัน และ ท่านนางมีนาพรไซชมพู รองเจ้าแขวงอัตตะปือ เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือในครั้งนี้รวมมูลค่าการช่วยเหลือทั้งสิ้นประมาณ1.1 ล้านบาทนอกจากนี้ ยังมีการให้ความช่วยเหลือจากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าอย่างเป็นทางการใน สปป.ลาวที่มอบสิ่งของเครื่องใช้อุปโภคและบริโภค ยารักษาโรค อย่างต่อเนื่องอีกด้วย

   ทั้งนี้ โตโยต้าขอส่งกำลังใจไปในพื้นที่ประสบภัยและได้เตรียมความช่วยเหลือฟื้นฟูหลังน้ำลดโดยจะส่งเจ้าหน้าที่และรถบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Mobile Service) คอยอำนวยความสะดวกแก้ปัญหาเบื้องต้นให้กับลูกค้าผู้ใช้รถโตโยต้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัยในครั้งนี้

   ในนามของครอบครัวโตโยต้าเราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการส่งความช่วยเหลือไปในพื้นที่ประสบภัยในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนและขอส่งกำลังใจให้แก่ผู้ประสบภัยให้สามารถผ่านเหตุการณ์ครั้งนี้ไปได้

โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข

 
 

CSR NEWS : โตโยต้า นำเยาวชนโตโยต้าเมืองสีเขียว นักศึกษาและอาจารย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ปลูกป่านิเวศ ณ โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา

 

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด นำเยาวชนโตโยต้าเมืองสีเขียว นักศึกษาและอาจารย์มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ร่วมสร้างพื้นที่สีเขียว โดยการปลูกป่านิเวศในระยะที่ 2 เป็นจำนวน 368 ต้น เพื่อปลูกฝังการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม เตรียมความพร้อมก่อนการเปิดศูนย์การเรียนรู้ ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงาน ณ โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา หน้าตลาดหัวรอ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เมื่อวันเสาร์ที่ 21 กรกฎาคม 2561 ที่ผ่านมา

โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา” เกิดจากความร่วมมือกับเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ในการบูรณะเรือนจำเก่า หน้าตลาดหัวรอ บนพื้นที่ 8 ไร่ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงานของโตโยต้า ด้วยการนำองค์ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมทั้ง 5 ด้านของโตโยต้ามาประยุกต์ใช้ในพื้นที่ เพื่อให้ผู้เยี่ยมชมนำไปปรับใช้ในชีวิตประจำวัน ได้แก่

- การเพิ่มพื้นที่สีเขียว (Increasing Green Area)
- การจัดการขยะ (Waste Management)
- การอนุรักษ์น้ำ (Water Management)
- การลดการใช้พลังงานและการใช้พลังงานทางเลือก (Renewable Energy)
- การเดินทางอย่างยั่งยืน (Sustainable Transportation)


กิจกรรมสำคัญภายในพื้นที่แห่งนี้ คือ การเพิ่มพื้นที่สีเขียว” ซึ่งโตโยต้าวางแผนการปลูกโดยใช้พันธุ์ไม้ท้องถิ่น ที่สามารถเจริญเติบโตได้ง่าย มีความสามารถในการปรับตัวเข้ากับภูมิประเทศ และภูมิอากาศภายในพื้นที่ได้เป็นอย่างดี ได้แก่ รวงผึ้ง (พันธุ์ไม้ประจำรัชกาลที่ 10) หมัน (ต้นไม้ประจำจังหวัดพระนครศรีอยุธยา) พุทรา ยางนา ราชพฤกษ์ ขนุน ตะเคียนทอง พยูง และอินทนิน โดยได้แบ่งการดำเนินงานเป็น 2 ส่วน ดังนี้

1. ปลูกป่านิเวศ จำนวน 668 ต้น ตามระยะเวลาการก่อตั้งเมืองพระนครศรีอยุธยาจนถึงปัจจุบัน โดยใช้แนวคิดของ ศาสตราจารย์ ดร. อาคิระ มิยาวากิ ที่ช่วยร่นระยะเวลาการเจริญเติบโตเป็นป่านิเวศได้เร็วขึ้นนับ 10 เท่า และต้นไม้มีอัตราการอยู่รอดสูงกว่า 90%

2. ปลูกแบบทั่วไป จำนวน 2,332 ต้น เป็นการปลูกต้นไม้โดยรอบบริเวณ เพื่อให้สถานที่แห่งนี้เป็นสวนที่ให้ร่มเงา ร่มรื่น และอากาศบริสุทธิ์แก่ผู้ที่มาเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม หรือการศึกษาพันธุ์ไม้ต่างๆ ที่มีคุณสมบัติในการช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งรวมถึงการจัดกิจกรรม และออกกำลังกายภายในสวน
 

   กิจกรรมครั้งนี้ถือเป็นการจัดกิจกรรมปลูกป่านิเวศในพื้นที่เป็นระยะที่ 2 เพื่อให้ชุมชนและนักเรียนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่แห่งนี้ ปลูกฝังการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและหวงแหนพื้นที่ของชุมชน โดยในครั้งนี้ได้ปลูกต้นไม้จำนวน 368 ต้น เพิ่มเติมจากครั้งแรก 300 ต้น ทำให้ป่านิเวศในโซนที่ 1 สามารถบรรลุตามเป้าหมาย 668 ต้น และคาดว่าพื้นที่สีเขียวทั้งหมดจะสามารถดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้ถึง 24 ตันต่อปีเมื่อต้นไม้เติบโตขึ้น

ทั้งนี้ โครงการ โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา” มีกำหนดเปิดอย่างเป็นทางการในเดือนพฤศจิกายน 2561 โดยคาดหวังว่าสถานที่แห่งนี้จะสามารถนำเสนอการใช้ชีวิตในเมืองอย่างมีคุณภาพอย่างกลมกลืนร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม อันจะเป็นการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นเมืองสีเขียวที่เกิดขึ้น เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต อย่างแท้จริง
 

“โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข”

 

CSR NEWS : กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ร่วมกับ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สานต่อโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ปีที่ 4 เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำหลากอย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 

 

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการ “กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย”, ดร.รอยล จิตรดอน  กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายพิบูรณ์ หัตถกิจโกศล  ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีและภริยา, นายสุรชัย ทนสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี,ดร.สุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) และนายพงษ์สิทธิ์ เนื่องจำนงค์  นายอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรีร่วมพลังจิตอาสาพัฒนาฟื้นฟูฝายกักเก็บน้ำในพื้นที่คลองโสม ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำปราจีนบุรี

   ซึ่งกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สานต่อโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำปราจีนบุรีเป็นปีที่ 4ในกิจกรรม ”สร้างฝายแกนดินหินก่อ กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร”รวมพลังจิตอาสาร่วมกันพัฒนาฟื้นฟูฝายกักเก็บน้ำในพื้นที่คลองโสม ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อรับมือกับปัญหาภัยแล้งและป้องกันวิกฤตน้ำหลากพร้อมผลักดันให้เป็นชุมชนต้นแบบในด้านการจัดการและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำให้กับชุมชนอื่นต่อไป

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยกล่าวว่า “กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยได้จัดตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย เพื่อเป็นกองทุนฉุกเฉินในการช่วยเหลือประชาชนชาวไทยในยามประสบภัยพิบัติที่ไม่คาดคิด  อีกทั้งมีเจตนารมณ์ในการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมมาโดยตลอด สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 โดยได้เชิญชวนอาสาสมัครพนักงานกลุ่มบริษัทฮอนด้า ผู้จำหน่าย สื่อมวลชนและชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่น ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในพื้นที่คลองโสม ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ ด้วยการสร้างฝายหินก่อ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ทางการเกษตรและการอุปโภคบริโภค รวมถึงการปลูกหญ้าแฝกและพันธุ์ไม้ท้องถิ่นเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและป้องกันวิกฤตน้ำหลากให้แก่ชุมชนจากการดำเนินโครงการในปีนี้ คาดว่าจะมีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์กว่า 226 ไร่ ครอบคลุม 2 หมู่บ้านรวม 68 ครัวเรือน”

   ด้าน ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. ร่วมดำเนินงานกับกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลหัวหว้าและชุมชน ได้น้อมนำแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำพื้นที่คลองโสม คลองเส้นหลักของตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ พื้นที่ประสบปัญหา  น้ำท่วมและภัยแล้งเป็นเวลานาน เนื่องจากแหล่งน้ำมีความตื้นเขินและถูกปกคลุมด้วยวัชพืช ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี จึงต้องได้รับการบริหารจัดการด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้แหล่งน้ำมีประสิทธิภาพในการกักเก็บและสำรองน้ำได้มากขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ซึ่งเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว อันจะนำไปสู่การพัฒนาแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นต้นแบบการจัดการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำให้กับชุมชนอื่นต่อไป”

   สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำปราจีนบุรี เป็นโครงการต่อเนื่อง ปีที่ 4 เนื่องจากจังหวัดปราจีนบุรี เป็นจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำหลากและภัยแล้งมาเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของผู้คนในชุมชนและการทำเกษตรกรรมจึงได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำหนองแสง ตำบลนาแขม อำเภอกบินทร์บุรี จากนั้นในปี 2559  ได้ขยายพื้นที่ไปยังหนองปลาแขยงและคลองบุงกะเบา ตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี และปี 2560ในพื้นที่คลองยาง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง ซึ่งทางกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยได้ร่วมดำเนินโครงการและสนับสนุนงบประมาณตลอดโครงการทั้ง 4 ปี รวม 26.21 ล้านบาท

   และในปี 2561 ได้ดำเนินการขยายพื้นที่มายังบริเวณคลองโสมหรือคลองสมบูรณ์ ซึ่งเป็นคลองเส้นหลักของตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ โดยจะมีการสร้างฝายชะลอน้ำ ฝายกักเก็บน้ำ การปลูกหญ้าแฝกและพันธุ์ไม้ยืนต้นเพื่อช่วยบรรเทาภัยแล้งและสภาวะน้ำหลากตลอดจนการบวชป่าและการให้ความรู้แก่ผู้คนในชุมชนพื้นที่ คาดว่าหลังจากดำเนินการโครงการครบทั้ง 4 ปี จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ ทำให้มีปริมาณน้ำสำรองในพื้นที่สำหรับชุมชนในการบริโภคอุปโภคและการทำเกษตรกรรมรวม 3,563,500 ลบ.ม.ต่อปี รวมพื้นที่ทั้งหมดที่ได้รับประโยชน์ 17,884 ไร่ และชาวปราจีนบุรีได้รับประโยชน์กว่า 5,043 ครัวเรือน

 
 

Page 1 of 15

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )