Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS

CSR NEWS : พนักงาน ทาทา มอเตอร์ส รวมพลัง จัด “โครงการมอบรอยยิ้ม” บริจาคสิ่งของผ่านมูลนิธิกระจกเงา

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   พนักงาน บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด จัดกิจกรรม “โครงการมอบรอยยิ้ม ครั้งที่ 3” ขึ้น โดยในครั้งนี้เป็นการรวบรวมเครื่องอุปโภคบริโภค มอบให้กับมูลนิธิกระจกเงา เพื่อใช้ในกิจกรรมช่วยเหลือผู้ที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิ โดยมี นางสาวจันทน์กฤดา ไม้ไทย ผู้จัดการแผนกประชาสัมพันธ์ และสื่อสารองค์กร นำพนักงานส่งมอบให้แก่ นายวราวุฒิ ไชยลังกา หัวหน้าโครงการศูนย์รับบริจาค มูลนิธิกระจกเงา เมื่อเร็วๆ นี้

   ทางด้าน นายซานเจย์ มิชรา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทาทา มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “นับเป็นเวลากว่า 10 ปีแล้ว ที่บริษัทฯ เข้ามาดำเนินกิจการในประเทศไทย ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาเราได้ปลูกฝังจิตสำนึกด้านความรับผิดชอบต่อสังคมในหมู่พนักงานทุกระดับ ให้มีความเสียสละ ให้รู้จักแบ่งปัน ช่วยเหลือสังคมอย่างต่อเนื่อง และตั้งเป้าหมายให้เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมองค์กรมาโดยตลอด โครงการมอบรอยยิ้มในครั้งนี้ ได้รับความร่วมมือจากพนักงานในการรวบรวมเครื่องอุปโภคบริโภคที่จำเป็นต่างๆ เช่น เสื้อผ้า หนังสือเรียน ข้าวสารอาหารแห้ง และยารักษาโรค นำมามอบให้แก่มูลนิธิกระจกเงา เพื่อช่วยเหลือผู้คนที่อยู่ในความดูแลของมูลนิธิ นับเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่เราร่วมแรงร่วมใจจัดขึ้นเพื่อพัฒนาสังคม เพราะเราถือว่า ทาทา มอเตอร์ส เป็นส่วนหนึ่งของสังคมไทย เป็นครอบครัวเดียวกัน และเราจะมุ่งมั่นนำพาสังคมไทยไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อไป”

 

CSR NEWS : ปลูกป่าโตโยต้า เดินหน้าสร้าง เมืองสีเขียว อย่างต่อเนื่อง รวมพลังเครือข่ายเพื่อสิ่งแวดล้อม 5,500 คน ร่วมใจปลูกป่าชายเลน 55,000 ต้น ในโอกาสครบรอบ 55 ปี

 

 

 

 

 

 

 

   นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พลโท พิษณุ บุญรักษา เจ้ากรมพลาธิการทหารบก และนางฉวีวรรณ หุตะเจริญ ประธานมูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ FEED นำคณะอาสาสมัครอันประกอบด้วยตัวแทนจากบริษัทในเครือ กลุ่มพนักงานโตโยต้าและครอบครัว  สมาชิกชมรมโตโยต้าจิตอาสา สมาชิกชมรมอีโตโยต้าคลับ (e TOYOTACLUB)  และประชาชนทั่วไป จำนวนกว่า 5,500 คน ร่วมกิจกรรม “โตโยต้าปลูกป่าชายเลนปีที่ 13 ทำการปลูกพันธุ์ไม้ชายเลนจำนวน 55,000 ต้น เมื่อวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ศึกษาศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) จังหวัดสมุทรปราการ

   จากพันธสัญญาที่เป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทโตโยต้าทั่วโลก ในการลดผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นศูนย์ และเพิ่มผลกระทบเชิงบวกเพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ภายในปี ค.ศ. 2050 ภายใต้ชื่อ พันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า 2050 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จึงได้มุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับพันธสัญญาดังกล่าว ทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว” โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนครอบคลุมทั่วประเทศไทย

   กิจกรรมโตโยต้าปลูกป่าชายเลน เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว” ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  กรมพลาธิการทหารบก และ มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ FEED  เพื่อเป็นการอนุรักษ์ป่าชายเลนให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีสภาพเหมาะแก่การอยู่อาศัยให้แก่สัตว์ในระบบนิเวศชายเลน โดยจากความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 13 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ส่งผลให้มีการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ของศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) รวมทั้งสิ้นกว่า 542,800 ต้น ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 7,000 ตันต่อปี*

   นอกเหนือจากการปลูกป่าชายเลนอย่างต่อเนื่องแล้ว โตโยต้ายังมุ่งมั่นที่จะสร้างจิตสำนึกให้คนไทยได้ตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อม และความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ  จึงได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนา ดำเนินงาน และการให้บริการสิ่งแวดล้อมศึกษา แก่มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ FEED อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 รวมทั้งสิ้นกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู)  เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติป่าชายเลนที่สมบูรณ์ สำหรับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง ในการลงทะเบียนเพื่อเข้าศึกษา โดยมีนักเรียนเข้าเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯ กว่า 15,000 คนต่อปี

 

   ปีนี้โตโยต้าได้ทำการเปิดสะพานศึกษาธรรมชาติแห่งใหม่ และนิทรรศการศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี พื้นที่ด้านนอกศูนย์ ที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนและไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อขยายการรับรู้ความสำคัญของป่าชายเลนต่อการลดการกัดเซาะแผ่นดิน และเป็นแหล่งศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของป่าชายเลนแก่ผู้ที่สนใจ เนื่องจากบริษัทฯ เล็งเห็นถึงศักยภาพของสถานตากอากาศบางปู อันเป็นสถานที่ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีผู้เข้าเยี่ยมชมโดยเฉลี่ยกว่า 42,000 คนต่อเดือน

   นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ กล่าวว่า  “ขอขอบคุณบรรดาจิตอาสาทุกท่านที่ให้ความสนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนกับโตโยต้าเมืองสีเขียว ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งในความสำเร็จของโตโยต้า ที่ได้ร่วมกับ กรมพลาธิการทหารบก และ มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ FEED  ในการต่อยอดการทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม พัฒนา ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู)  ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ อันจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างจิตสำนึกรักธรรมชาติแก่ประชาชนชาวไทย ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของโตโยต้าที่จะสร้างสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็นเมืองสีเขียวอย่างแท้จริง”

 

CSR NEWS : ปลูกป่าโตโยต้า เดินหน้าสร้าง เมืองสีเขียว อย่างต่อเนื่อง รวมพลังเครือข่ายเพื่อสิ่งแวดล้อม 5,500 คน ร่วมใจปลูกป่าชายเลน 55,000 ต้น ในโอกาสครบรอบ 55 ปี

 

 

 

 

 

 

 

   นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พลโท พิษณุ บุญรักษา เจ้ากรมพลาธิการทหารบก และนางฉวีวรรณ หุตะเจริญ ประธานมูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ FEED นำคณะอาสาสมัครอันประกอบด้วยตัวแทนจากบริษัทในเครือ กลุ่มพนักงานโตโยต้าและครอบครัว  สมาชิกชมรมโตโยต้าจิตอาสา สมาชิกชมรมอีโตโยต้าคลับ (e TOYOTACLUB)  และประชาชนทั่วไป จำนวนกว่า 5,500 คน ร่วมกิจกรรม “โตโยต้าปลูกป่าชายเลนปีที่ 13 ทำการปลูกพันธุ์ไม้ชายเลนจำนวน 55,000 ต้น เมื่อวันเสาร์ที่ 17 มิถุนายน 2560 ที่ผ่านมา ณ ศูนย์ศึกษาศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) จังหวัดสมุทรปราการ

   จากพันธสัญญาที่เป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทโตโยต้าทั่วโลก ในการลดผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นศูนย์ และเพิ่มผลกระทบเชิงบวกเพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ภายในปี ค.ศ. 2050 ภายใต้ชื่อ พันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า 2050 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จึงได้มุ่งมั่นในการดำเนินกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่สอดคล้องกับพันธสัญญาดังกล่าว ทั้งภายในและภายนอกองค์กรอย่างต่อเนื่อง ภายใต้โครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว” โดยมีวัตถุประสงค์ในการสร้างสังคมที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืนครอบคลุมทั่วประเทศไทย

   กิจกรรมโตโยต้าปลูกป่าชายเลน เป็นหนึ่งในกิจกรรมภายใต้โครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว” ที่เกิดจากความร่วมมือระหว่าง บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  กรมพลาธิการทหารบก และ มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ FEED  เพื่อเป็นการอนุรักษ์ป่าชายเลนให้มีความอุดมสมบูรณ์ มีสภาพเหมาะแก่การอยู่อาศัยให้แก่สัตว์ในระบบนิเวศชายเลน โดยจากความร่วมมือในการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา 13 ปี ตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 ส่งผลให้มีการปลูกป่าชายเลนในพื้นที่ของศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) รวมทั้งสิ้นกว่า 542,800 ต้น ช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ได้กว่า 7,000 ตันต่อปี*

   นอกเหนือจากการปลูกป่าชายเลนอย่างต่อเนื่องแล้ว โตโยต้ายังมุ่งมั่นที่จะสร้างจิตสำนึกให้คนไทยได้ตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อม และความสำคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ  จึงได้ให้การสนับสนุนงบประมาณในการพัฒนา ดำเนินงาน และการให้บริการสิ่งแวดล้อมศึกษา แก่มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ FEED อย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2548 รวมทั้งสิ้นกว่า 50 ล้านบาท ซึ่งในปัจจุบันศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู)  เป็นแหล่งเรียนรู้ธรรมชาติป่าชายเลนที่สมบูรณ์ สำหรับโรงเรียนในพื้นที่จังหวัดสมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร และจังหวัดใกล้เคียง ในการลงทะเบียนเพื่อเข้าศึกษา โดยมีนักเรียนเข้าเยี่ยมชมศูนย์ศึกษาธรรมชาติฯ กว่า 15,000 คนต่อปี

 

   ปีนี้โตโยต้าได้ทำการเปิดสะพานศึกษาธรรมชาติแห่งใหม่ และนิทรรศการศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู) เฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา มหาราชินี พื้นที่ด้านนอกศูนย์ ที่บุคคลทั่วไปสามารถเข้าเยี่ยมชมได้โดยไม่ต้องลงทะเบียนและไม่มีค่าใช้จ่าย เพื่อขยายการรับรู้ความสำคัญของป่าชายเลนต่อการลดการกัดเซาะแผ่นดิน และเป็นแหล่งศึกษาความหลากหลายทางชีวภาพของป่าชายเลนแก่ผู้ที่สนใจ เนื่องจากบริษัทฯ เล็งเห็นถึงศักยภาพของสถานตากอากาศบางปู อันเป็นสถานที่ ที่ได้รับความนิยมอย่างมากในจังหวัดสมุทรปราการ ซึ่งมีผู้เข้าเยี่ยมชมโดยเฉลี่ยกว่า 42,000 คนต่อเดือน

   นายนินนาท ไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ กล่าวว่า  “ขอขอบคุณบรรดาจิตอาสาทุกท่านที่ให้ความสนใจร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเครือข่ายเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ยั่งยืนกับโตโยต้าเมืองสีเขียว ซึ่งนับเป็นอีกหนึ่งในความสำเร็จของโตโยต้า ที่ได้ร่วมกับ กรมพลาธิการทหารบก และ มูลนิธิสิ่งแวดล้อมศึกษาเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน (ประเทศไทย) หรือ FEED  ในการต่อยอดการทำกิจกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม พัฒนา ศูนย์ศึกษาธรรมชาติกองทัพบก (บางปู)  ให้เป็นแหล่งเรียนรู้ระบบนิเวศที่สมบูรณ์ อันจะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างจิตสำนึกรักธรรมชาติแก่ประชาชนชาวไทย ซึ่งสอดคล้องกับความมุ่งมั่นของโตโยต้าที่จะสร้างสังคมที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และผลักดันประเทศไทยให้กลายเป็นเมืองสีเขียวอย่างแท้จริง”

 
 

CSR NEWS : อีซูซุเดินหน้าสานต่อโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” เป็นปีที่ 5 สู่โรงเรียนวัดสนามไชย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

 

 

 

 

 

 

 

   กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ    บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วยดร. อรัญญา เฟื่องสวัสดิ์ รองอธิบดีกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสานต่อปณิธานในการส่งมอบน้ำดื่มสะอาด ปราศจากสารปนเปื้อน รวมถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียนให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างต่อเนื่อง ในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 25 ณ โรงเรียนวัดสนามไชย ตำบลสนามชัย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

   มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยได้ดำเนินโครงการ อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต  ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 นับตั้งแต่   ปี พ.ศ. 2556 จนถึงปัจจุบัน  โดยเราได้ส่งทีมงานลงพื้นที่สำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อรับทราบถึงปัญหาการขาดแคลน “น้ำดื่มสะอาด” ทั้งการขาดแคลนน้ำ และปัญหาเรื่องสารปนเปื้อนในน้ำเกินมาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถนำมาบริโภคได้ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์ ในการจัดสร้างระบบน้ำดื่มแบบครบวงจรให้กับโรงเรียนต่างๆ สำหรับโรงเรียนวัดสนามไชยแห่งนี้เป็นโรงเรียนแห่งที่ 25 ในโครงการ เพื่อแก้ไขปัญหาเหล่านี้ให้กับโรงเรียนที่เดือดร้อนในจังหวัดต่างๆ สำหรับในปีนี้กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยยังคงเตรียมการเพื่อส่งมอบโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ลำดับต่อๆ ไปให้กับโรงเรียนที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำในปีนี้อย่างต่อเนื่องตามปณิธานที่มุ่งมั่นของกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป”

   โรงเรียนวัดสนามไชย ตั้งอยู่ที่ หมู่  6 บ้านสาละโว้ ตำบลสนามชัย อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เปิดสอนครั้งแรก เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน 2466 เปิดสอนในระดับตั้งแต่  อนุบาล 1 – ประถมศึกษาปีที่ 6 มีนักเรียนประมาณ 162 คน จากการสำรวจพบว่าโรงเรียนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค เนื่องจากน้ำไม่ค่อยไหล น้ำมีกลิ่น และสีขุ่น การจะนำน้ำมาบริโภคนั้นต้องพักให้ตกตะกอน และกรองผ่านเครื่องกรองขนาดเล็ก ซึ่งโรงเรียนจำเป็นต้องซื้อ    น้ำถังแกลลอน ถังละ 15 บาท วันละ 5 ถัง เพื่อใช้ในการบริโภค โดยคิดค่าใช่จ่ายเป็นมูลค่า 1,500 บาทต่อเดือน ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว อีซูซุจึงได้ส่งทีมสนับสนุนลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อดำเนินการสำรวจ และวางแผนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  โดยการติดตั้งชุดอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำบาดาลครบวงจร รวมถึงระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน ตลอดจนดำเนินการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้ถูกสุขลักษณะ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียน ครูและบุคคลากรของโรงเรียน รวมถึงคนในชุมชนข้างเคียงจำนวน 2,582 คน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพรับจ้างทำเกษตรพื้นที่ และทำงานนิคมอุตสาหกรรม ฐานะค่อนข้างยากจน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการมีน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคอย่างยั่งยืน และเพื่อให้การแก้ปัญหาน้ำดื่มสามารถสำเร็จลุล่วงได้ นอกจากนี้ กลุ่มอีซูซุยังมอบทุนสำหรับการพัฒนาโรงเรียนเป็นจำนวนเงิน 50,000 บาท อีกด้วย

   กลุ่มอีซูซุจึงพร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป สำหรับโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มอีซูซุ เพื่อตอกย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจ หรือ “วิถีอีซูซุ” นั่นคือ “ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา” อย่างแท้จริง

 

CSR NEWS : กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย และ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผนึกพลังชุมชน ร่วมสร้างฝายและอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า สานต่อโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามพระราชดำริฯ ลุ่มน้ำปราจีนบุรีปีที่ 3

 

 

 

 

 

 

 

   นายสุริยะ อมรโรจน์วรวุฒิ ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรี นายวีระ วงศ์แสงนาค กรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย และนายบุญศรี จันทร์ชัย นายกองค์การบริหารส่วนตำบลดงขี้เหล็ก ร่วมในพิธีเปิดกิจกรรมกิจกรรมสร้างฝาย และอนุรักษ์ดิน น้ำ ป่า ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริ คืนความชุ่มชื้นให้ป่าต้นน้ำและช่วยชะลอการไหลของน้ำจากป่าสู่ลำคลองสาขา เพื่อให้ชุมชนดงขี้เหล็ก มีน้ำเก็บไว้ใช้ได้อย่างยั่งยืน โดยมีอาสาสมัครพนักงานกลุ่มบริษัทฮอนด้า ชาวบ้านตำบลดงขี้เหล็ก เข้าร่วมกิจกรรม ณ ค่ายลูกเสือห้วยเกษียร ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี เมื่อเร็วๆ นี้

   กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย ร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ผนึกพลังชุมชน สานต่อโครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวพระราชดำริในพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรีอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยการจัดกิจกรรมจิตอาสา ปรับปรุงฟื้นฟูและพัฒนาแหล่งน้ำบริเวณคลองยาง ตำบลดงขี้เหล็ก ซึ่งเป็นพื้นที่แหล่งน้ำสาขาที่เชื่อมต่อคลองสายสำคัญในการอุปโภคบริโภคในจังหวัดปราจีนบุรี และพื้นที่ใกล้เคียงด้วยการสร้างฝายกักเก็บน้ำ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าต้นน้ำและรับมือปัญหาน้ำหลากในช่วงฤดูฝนและรับมือปัญหาภัยแล้งให้ประชาชนในชุมชนมีน้ำเก็บไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี และเป็นชุมชนต้นแบบในการจัดการน้ำอย่างเป็นระบบและยั่งยืน

   คุณพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย กล่าวว่า "จากเจตนารมณ์ในการเป็นองค์กรที่สร้างสรรค์คุณค่าอยู่คู่สังคมไทย กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย จึงร่วมกันจัดตั้ง “กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย” ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2555 เพื่อเป็นกองทุนฉุกเฉินสำหรับช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยเมื่อประสบภัยพิบัติตามธรรมชาติมาโดยตลอด ซึ่งโครงการพัฒนาแหล่งน้ำลุ่มน้ำปราจีนบุรีนี้ถูกจัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 ด้วยการสร้างฝายหินก่อ ฝายภูมิปัญญา บวชป่าและปลูกต้นไม้ เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้ป่าต้นน้ำ และชะลอการไหลของแหล่งน้ำสาขาที่เชื่อมต่อคลองสายสำคัญด้านล่างเพื่อให้ชุมชนดงขี้เหล็กมีน้ำเก็บไว้ใช้ เพื่อการเกษตรและการอุปโภคบริโภค ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งน้ำตามแนวทางพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช คาดว่าจะมีพื้นที่เกษตรได้รับประโยชน์กว่า 1,565 ไร่ ครอบคลุม 3 หมู่บ้าน กว่า 450 ครัวเรือน”

   ด้านนายวีระ วงศ์แสงนาค กรรมการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยว่ามูลนิธิอุทกพัฒน์ฯ ได้คัดเลือกตัวอย่างชุมชนที่ประสบความสำเร็จ 60 ชุมชนแกนนำ ขยายผลได้  932 หมู่บ้าน ร่วมดำเนินงานเป็นเครือข่ายการจัดการทรัพยากรน้ำชุมชน ตามแนวพระราชดาริ โดยใช้กรอบคิด กรอบงาน และหลักการทรงงาน เกี่ยวกับการจัดการทรัพยากร ดิน น้ำ ป่า มาประยุกต์ใช้ อาทิ การพึ่งตนเอง การคิดให้เชื่อมโยงกัน การใช้ธรรมชาติแก้ธรรมชาติ การจัดงานให้เหมาะสมกับภูมิสังคม การลงมือทำและสร้างตัวอย่างความสำเร็จ จนขยายผลไปสู่ชุมชนอื่นได้ เกิดเป็น “พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติจัดการน้ำชุมชนตามแนวพระราชดำริ” ซึ่งปัจจุบันมี 13 แห่ง กระจายอยู่ทุกภาคของประเทศไทย”

   โดยกิจกรรมจิตอาสาที่ห้วยเกษียร ตำบลดงขี้เหล็ก ในครั้งนี้ เป็นส่วนหนึ่งของโครงการพัฒนาแหล่งน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำปราจีนบุรีซึ่งเป็นโครงการต่อเนื่อง 3 ปี นับตั้งแต่ปี 2558 โดยกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยได้ให้การสนับสนุนงบประมาณจากกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยจำนวนกว่า 23 ล้านบาท ดำเนินการใน 3 พื้นที่ครอบคลุมตำบลนาแขมและเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี และตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง จังหวัดปราจีนบุรี โดยการสร้างฝายชะลอน้ำ ปลูกหญ้าแฝกและไม้ยืนต้น ตลอดจนบวชป่า คาดว่าหลังจากดำเนินการเสร็จในปี 2560 จะช่วยสำรองน้ำในพื้นที่ให้เกษตรกรมีน้ำใช้ในช่วงฤดูแล้งและบรรเทาปัญหาน้ำท่วมหลาก รวมพื้นที่ทั้งหมดที่ได้รับประโยชน์ 17,658 ไร่ เพิ่มปริมาณการกักเก็บน้ำรวม 3,529,750 ลบ.ม.ต่อปี มีชาวปราจีนบุรีได้รับประโยชน์กว่า 4,935 ครัวเรือน

เกี่ยวกับกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย

   กลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ได้ร่วมกันประกาศจัดตั้งกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้การดำเนินงานของมูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555 เพื่อเตรียมความพร้อมในการมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับประชาชนไทยในยามที่ประเทศไทยอาจเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาทิ แผ่นดินไหว ดินถล่ม ภัยหนาว ภัยแล้ง น้ำท่วม ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดำเนินงานภายใต้กองทุนดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที โดยมอบเงินสมทบ 1,000 บาทต่อการขายรถยนต์หนึ่งคัน 100 บาทต่อการขายรถจักรยานยนต์หนึ่งคัน และ 10 บาทต่อการขายเครื่องยนต์อเนกประสงค์ 1 เครื่อง ปัจจุบัน กองทุนฯมียอดเงินสะสม ณ เดือนพฤษภาคม 2560 เป็นจำนวนทั้งสิ้น 1,000 ล้านบาท ทั้งนี้กองทุนฯ ได้กำหนดภารกิจในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านเงินทุน  2) ด้านวัสดุอุปกรณ์  3) ด้านการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และ 4) ด้านการส่งเสริมความรู้ในการรับมือภัยพิบัติ โดยตลอดระยะเวลา 5 ปีของการดำเนินการ “กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย” ได้มีส่วนร่วมให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวไทยทั่วประเทศ 37 จังหวัด รวมจำนวนเงินกว่า 220 ล้านบาท

 
 

More Articles...

Page 1 of 6

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )