Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS

CSR NEWS : อีซูซุเดินหน้าสานต่อโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 31 แก่โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร จังหวัดน่าน

 

 

 

 

 

 

   ดร.วิจารย์   สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.อรัญญา เฟื่องสวัสดิ์ รองกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมด้วยกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าสานต่อปณิธานในการส่งมอบระบบพัฒนาน้ำดื่มสะอาดพร้อมขุดบ่อบาดาล เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียนให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างต่อเนื่องในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 31 ณ โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยมีคุณบอย - ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ซูเปอร์พรีเซนเตอร์อีซูซุร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

   มร. ทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดเผยว่า “กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยได้ดำเนินโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต”ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นับตั้งแต่     ปี พ.ศ. 2556จนถึงปัจจุบัน โดยเราได้ส่งทีมงานลงพื้นที่สำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับทราบถึงปัญหาการขาดแคลน “น้ำดื่มสะอาด” และปัญหาเรื่องสารปนเปื้อนในน้ำสูงเกินมาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถนำมาบริโภคได้ เพื่อประเมินสถานการณ์ในการจัดสร้างระบบน้ำดื่มแบบครบวงจรให้กับโรงเรียนต่างๆ ในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ สำหรับโรงเรียนสารธรรมวิทยาแห่งนี้เป็นโรงเรียนลำดับที่ 31ในโครงการฯ โดยทางโรงเรียนประสบปัญหาเรื่องน้ำมีปนเปื้อนสารเคมี สนิมเหล็ก หินปูน และมีสีขุ่น ทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาบริโภคได้ อีซูซุจึงได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และทำการส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดให้เป็นที่เรียบร้อย และในปีนี้กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยยังคงเตรียมการเพื่อส่งมอบโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ลำดับต่อๆ ไปให้กับโรงเรียนที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำอย่างต่อเนื่องตามปณิธานที่มุ่งมั่นของกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป”

   โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร  ตั้งอยู่ที่ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ตั้งอยู่บนเนินเขา โดยเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 -  6 มีนักเรียน 170 คน ครูและบุคลากรในโรงเรียน 25คน จากการสำรวจพบว่า แม้โรงเรียนจะห่างจากตัวเมืองเพียงแค่กว่า 30 กิโลเมตรแต่ก็ประสบปัญหาน้ำดื่มขาดแคลน  การจะนำน้ำมาบริโภคนั้นต้องใช้แหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งปนเปื้อนสารเคมี สนิมเหล็ก หินปูน และมีสีขุ่น จากนั้นจึงนำมากรองด้วยเครื่องกรองน้ำมือสอง ซึ่งมักจะเสีย ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงมากในการซ่อมแซม อีกทั้งในช่วงหน้าแล้ง โรงเรียนจำเป็นต้องซื้อน้ำดื่มจากเอกชน  ส่วนชาวบ้านรวม 14 หมู่บ้าน กว่า 3,000 ครัวเรือน ต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุถัง ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนค่อนข้างสูง ดังนั้น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว อีซูซุจึงได้ส่งทีมสนับสนุนลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสำรวจและวางแผนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการติดตั้งชุดอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำบาดาลครบวงจร รวมถึงระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน ตลอดจนดำเนินการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้ถูกสุขลักษณะ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียน ครูและบุคลากรของโรงเรียน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการมีน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคอย่างยั่งยืน และเพื่อให้การแก้ปัญหาน้ำดื่มสามารถสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ กลุ่มอีซูซุยังมอบทุนสำหรับการพัฒนาโรงเรียนเป็นจำนวนเงิน 50,000บาท  อีกด้วย

   กลุ่มอีซูซุพร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป สำหรับโครงการ “อีซูซุให้น้ำ... เพื่อชีวิต” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มอีซูซุ เพื่อตอกย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจ หรือ “วิถีอีซูซุ” นั่นคือ “ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา” อย่างแท้จริง

 

CSR NEWS : ฟอร์ดสานต่อโครงการ Water Go Green เป็นปีที่ 3 ในเดือนแห่งการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของอาสาสมัครฟอร์ดทั่วโลก

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทยนำอาสาสมัครฟอร์ด พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชน ร่วมกิจกรรม Ford Global Caring Monthซึ่งเป็นเดือนแห่งการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของอาสาสมัครฟอร์ดทั่วโลกด้วยการสานต่อโครงการจัดการน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ Water Go Greenต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยในปีนี้ ฟอร์ดนำอาสาสมัครร่วมแรงร่วมใจทำโครงการให้กับโรงเรียนบ้านแก่งหวาย อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นชุมชนที่ยังขาดแคลนแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการดำเนินโครงการจากกองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ฟันด์ (Ford Motor Company Fund)

   ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมมือกับ สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ส่วนราชการอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง นำทีมอาสาสมัคร จากสำนักงานฟอร์ด ประเทศไทย โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง หรือ เอฟทีเอ็ม และ ผู้จำหน่ายฟอร์ด เอก กรุ๊ป ในจังหวัดระยอง ลงพื้นที่ร่วมกับครู นักเรียน และคนในชุมชนกว่า 100 คน ก่อสร้างถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 2 ถัง และติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ให้กับโรงเรียนบ้านแก่งหวาย อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นชุมชนที่ยังขาดแคลนแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค

   นอกจากนี้ อาสาสมัครฟอร์ดและคณะสื่อมวลชนยังได้แสดงพลังจิตอาสา ด้วยการปลูกพืชผักออแกนิค เพื่อเป็นอาหารกลางวันในโรงเรียน โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการขุดดิน ผสมดินปลูก และการนำมาปลูกลงดิน เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนใส่ใจและเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในชุมชน และยังช่วยให้พื้นที่แห้งแล้งกลับมาอุดมสมบูรณ์ พร้อมเรียนรู้การทำปุ๋ยหมัก สำหรับใช้ในแปลงผัก และสารไล่แมลง เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ให้กับโรงเรียนและชุมชน เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนและชุมชนใส่ใจและเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และยังช่วยให้พื้นที่แห้งแล้งกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกด้วย

   “ฟอร์ดเล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม เราจึงได้นำอาสาสมัครฟอร์ดออกมาแสดงพลังจิตอาสา ในโครงการจัดการน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ Water Go Greenซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมหลักด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร “น้ำ” ที่อาสาสมัครฟอร์ด ในประเทศไทย ได้ร่วมมือร่วมใจทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Ford Global Caring Month ที่อาสาสมัครฟอร์ดทั่วโลก จะออกมาทำกิจกรรมเพื่อสังคมพร้อมๆ กันทั่วโลก เพื่อเป็นการสร้างสัญลักษณ์ให้คนทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการทำสิ่งที่ดีคืนกลับให้กับสังคม” นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

   นางณัฐชานันท์ ทิพยมนตรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแก่งหวาย กล่าวว่า “โรงเรียนขอขอบคุณ ฟอร์ด ที่เล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำ โครงการ Water Go Greenเป็นประโยชน์กับโรงเรียนของเรามาก เพราะนอกจากจะทำให้การจัดการน้ำภายในโรงเรียนของเราดีขึ้นแล้ว ยังทำให้เรามีน้ำเพื่อไปต่อยอดในโครงการปลูกผักสวนครัวเพื่อสุขภาพ นำมาใช้ในโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน และนำพืชผักที่มีมาแปรรูปสร้างรายได้เพิ่มเติมได้อีกทาง ซึ่งเราสัญญาว่าจะดูแลรักษาสิ่งที่เราได้รับน้ำใจจากฟอร์ดในวันนี้อย่างดี และ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

   “นอกจากความมุ่งมั่นในการรักษาความเป็นผู้นำด้านการผลิตยานยนต์คุณภาพ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่อันชาญฉลาด ฟอร์ดยังมีเจตนารมณ์หลักในการมุ่งเดินหน้าเปลี่ยนวิถีการขับเคลื่อนสังคม ด้วยการทำกิจกรรมที่คืนสิ่งดีๆ สู่สังคม ด้วยการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชนที่ฟอร์ดเข้าไปดำเนินธุรกิจ พร้อมช่วยเหลือ อนุรักษ์ และปรับปรุงสภาพสิ่งแวดล้อม อีกทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชมอย่างยั่งยืนตอบแทนสังคมอย่างยั่งยืน” นางสาวศุภรางศุ์ กล่าวสรุป

   กิจกรรมภายใต้โครงการ Ford Global Caring Month ของอาสามัครฟอร์ดทั่วโลก มีมาตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งอาสาสมัครฟอร์ดทั่วโลก ได้ใช้เวลาในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมไปกว่า 1.5 ล้านชั่วโมงใน 50ประเทศทั่วโลก

   สำหรับในประเทศไทย ฟอร์ด เล็งเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค และเกษตรกรรม จึงได้ดำเนินโครงการเพื่อสังคมเกี่ยวกับน้ำ รวม 3 กิจกรรม คือ โครงการ Water Go Green, Water Go Clean และ Water Go Life เพื่อขยายขอบเขตกิจกรรมเพื่อสังคมเกี่ยวกับน้ำในรูปแบบต่างๆ ที่ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ ตลอดเดือนกันยายนในปีนี้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการดำเนินโครงการ Ford Global Caring Month ในประเทศไทย จากกองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ฟันด์ (Ford Motor Company Fund)

 

CSR NEWS : มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย มอบเงินกว่า 12 ล้านบาท สนับสนุน 8 องค์กรสาธารณกุศล สร้างสรรค์สังคมไทยให้เติบโตอย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 

 

   นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย นายนินนาทไชยธีรภิญโญ ประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดพร้อมด้วยมร.มิจิโนบุ ซึงาตะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้ามอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมมอบทุนสนับสนุนประจำปี 2561 แก่องค์กรสาธารณกุศล และสถาบันการศึกษา 8 แห่ง รวมมูลค่า 12.12 ล้านบาทเพื่อส่งเสริมและพัฒนาสังคมไทยให้เข้มแข็ง เป็นสังคมที่เติบโตอย่างยั่งยืนโดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการมูลนิธิโตโยต้าฯพร้อมผู้บริหารระดับสูงบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันอังคารที่ 28 สิงหาคม พ.ศ.2561 ณห้องแกรนด์บอลรูม โรงแรม ดิ โอกูระ เพรสทีจ

   มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2535 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรสาธารณกุศลทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพด้วยการมอบทุนสนับสนุนเป็นประจำทุกปี โดยมุ่งเน้นในการส่งเสริมสังคมอย่า

ยั่งยืนผ่าน 3 แนวทางได้แก่
    ส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ห่างไกลรวมถึงสนับสนุนการศึกษาทุกระดับชั้น ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์ศิลปวัฒนธรรม และความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน
      พัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และคนพิการรวมถึงส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม
      ส่งเสริมการดำเนินการขององค์กรสาธารณกุศลต่างๆเพื่อสาธารณประโยชน์

     มูลนิธิโตโยต้าฯ มุ่งเน้นการพัฒนาคุณภาพชีวิตที่ดีทั้งในด้านความเป็นอยู่ สภาพแวดล้อม สุขอนามัย และการศึกษาซึ่งเป็นรากฐานสำคัญในการพัฒนาชุมชน โดยต้องอาศัยความร่วมมือ ร่วมใจจากทุกภาคส่วน เพื่อให้การพัฒนาชุมชนและสังคมไทยเติบโตอย่างยั่งยืน

   ในปี พ.ศ. 2561 มูลนิธิโตโยต้าฯ ได้สนับสนุนงบประมาณ ด้านการศึกษา และด้านการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่ 11 โครงการ จาก 8 องค์กรสาธารณกุศลรวมมูลค่า 12.12 ล้านบาทรายละเอียดดังนี้

ตลอดระยะเวลา 26 ปีที่ผ่านมา มูลนิธิโตโยต้าฯ ได้มอบทุนสนับสนุนเพื่อส่งเสริมสังคมไทย แบ่งออกเป็น

      ส่งเสริมสังคมทางด้านการศึกษา จำนวน 34 โครงการ เป็นทุนการศึกษาทั้งสิ้น 13,641 ทุน
      ส่งเสริมคุณภาพชีวิต จำนวน 9 โครงการ
      ส่งเสริมด้านสิ่งแวดล้อมและการดำเนินการขององค์กรสาธารณกุศล จำนวน 57 โครงการ
          (ข้อมูลล่าสุด ปี พ.ศ. 2561)

   นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าฯ กล่าวว่า“การมอบทุนประจำปีของมูลนิธิโตโยต้าฯทุกโครงการล้วนมีจุดประสงค์เพื่อจะยกระดับชีวิตของเด็กและเยาวชนในชุมชนที่ยังขาดแคลนให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีและเป็นประชากรที่มีศักยภาพ เพื่อจะได้เป็นกำลังสำคัญของประเทศและเป็นการสร้างสังคมไทยให้มีความเข้มแข็งซึ่งนับเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความสุขให้แก่สังคมไทยอย่างยั่งยืนต่อไป”

“โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข”

 
 

CSR NEWS : ฟอร์ดจับมือ จส. 100 จัดกิจกรรมส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกการขับขี่ปลอดภัยในครอบครัว ฉลองครบรอบปีที่ 11 ของโครงการ Driving Skills For Life ในประเทศไทย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทยฉลองครบรอบปีที่ 11ของโครงการ “Ford Driving Skills For Life” (DSFL) หรือ “ฉลาดขับ ประหยัด ปลอดภัย” จับมือกับสถานีวิทยุ จส.100จัดกิจกรรม ส่งเสริมการสร้างจิตสำนึกการขับขี่อย่างปลอดภัยในครอบครัว ณ สโมสรราชพฤกษ์ วิภาวดี

   “โครงการFord Driving Skills For Lifeได้ดำเนินต่อเนื่องมาเป็นเวลา 11 ปี ในประเทศไทย โดยมีวัตถุประสงค์ให้ทุกคนได้เห็นถึงความสำคัญในการขับขี่ที่ถูกต้องและปลอดภัย เพื่อร่วมป้องกันอุบัติเหตุทางถนนอย่างยั่งยืน ฟอร์ดเล็งเห็นถึงความสำคัญในการให้ความรู้กับครอบครัวในการสร้างจิตสำนึกในการขับขี่อย่างปลอดภัย จึงได้ร่วมกับสถานีวิทยุ จส. 100 จัดกิจกรรมนี้ขึ้นเพื่อให้ทุกคนในครอบครัวได้เรียนรู้เทคนิคการขับรถยนต์ที่เป็นประโยชน์ ทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติผ่านสถานการณ์เสมือนจริงอาทิ ท่านั่งในการขับรถ การจับพวงมาลัยที่ถูกวิธี รวมถึงเทคนิคการควบคุมรถขณะเกิดเหตุฉุกเฉินเพื่อช่วยลดโอกาสการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนนจากทีมงานผู้เชี่ยวชาญ”นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

   ในการอบรมครั้งนี้ ฟอร์ด ได้นำรถยนต์ ฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ ที่โดดเด่นด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมพร้อมด้วยเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและระบบช่วยในการขับขี่อัจฉริยะ เพื่อมอบความสะดวกสบาย และความปลอดภัย พร้อมเพิ่มความมั่นใจสูงสุดขณะขับขี่ มาให้ผู้เข้าร่วมอบรมได้ทดลองขับขี่ในสถานการณ์ต่างๆ

   นอกจากนี้ ฟอร์ด ยังได้นำเทคโนโลยีชุดจำลองสภาวะตั้งครรภ์จากอเมริกา มาให้ผู้เข้าร่วมงานได้เรียนรู้ถึงการเตรียมความพร้อมในการขับขี่ พร้อมแนะนำเคล็ดลับการเดินทางสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์อาทิ การใช้เข็มขัดนิรภัยให้ถูกต้องและจัดตำแหน่งสายเข็มขัดนิรภัยที่พาดในแนวทแยงให้พาดอยู่ระหว่างหน้าอกลงไปตามแนวโค้งของท้อง โดยพาดสายเข็มขัดในแนวนอนให้อยู่เหนือต้นขาและกระดูกเชิงกราน หลังจากนั้นเสียบหัวเข็มขัดเข้ากับตัวล็อก และตรวจสอบอีกครั้งเพื่อไม่ให้สายเข็มขัดรัดแน่นมากจนเกิดความอึดอัดไม่สบายตัว

   อีกหนึ่งประเด็นด้านความปลอดภัยที่ฟอร์ดให้ความสำคัญอย่างมาก คือ การรณรงค์ให้ผู้ขับขี่ไม่ขับรถขณะมึนเมา ฟอร์ดจึงได้นำเทคโนโลยีชุดจำลองสภาวะมึนเมามาให้ความรู้กับผู้เข้าอบรม ให้ได้ตระหนักถึงอันตรายจากการขับขี่ในสภาวะที่ร่างกายไม่พร้อมขณะมึนเมา โดยชุดดังกล่าวจะจำลองผลกระทบบางส่วนที่เกิดขึ้นจากการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หรือเสพสารเสพติด อาทิ จะชะลอและลดการเคลื่อนไหว การมองเห็น และการประสานงานของร่างกายในการเหยียบคันเร่ง เบรก และน้ำหนักของข้อเท้า  ด้วยการสวมใส่แว่นตาเฉพาะ และหูฟัง ให้เห็นถึงการตอบสนองที่ช้าลง การมองเห็นภาพเบลอ อาการมือสั่น และการประสานการทำงานของร่างกายที่ด้อยประสิทธิภาพ ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายถึงแก่ชีวิตทั้งกับผู้ขับขี่ ผู้นั่งโดยสาร และผู้ใช้ถนนคนอื่นๆ ได้

   Ford Driving Skills for Life เป็นโครงการเพื่อสังคมของฟอร์ดทั่วโลก โดยมีวัตถุประสงค์หลักเพื่ออบรมให้ความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ผ่านการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในสถานการณ์เสมือนจริง รวมถึงการเสริมสร้างและส่งเสริมพฤติกรรมการขับขี่ที่ปลอดภัยและลดการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน สำหรับประเทศไทย ฟอร์ดได้มีการจัดอบรมโครงการนี้ต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 11 โดยจัดอบรมให้กับผู้สนใจทั้งหน่วยงานภาครัฐและเอกชน และประชาชนทั่วไป รวมแล้วกว่า 11,000 ราย ซึ่งผู้เข้าอบรมไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใดๆ ในการเข้าอบรม

 

CSR NEWS : "ฮอนด้า" จัดอบรมขับขี่ปลอดภัยให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจพลขับรถยนต์ ต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 มุ่งสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

 

 

 

 

 

 

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมกับ พล.ต.ต.เอกรักษ์ ลิ้มสังกาศ ผู้บังคับการตำรวจสันติบาล 3 และ .ต.อ.อรรถชาย อรรถตราสิงห์ ผู้กำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3จัดการอบรมโครงการพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ตำรวจพลขับรถยนต์ ภารกิจถวายความปลอดภัย ให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจพลขับรถยนต์กองกำกับการ 6 กองการบังคับการตำรวจสันติบาล 3

   โดยโครงการนี้ได้จัดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4นับตั้งแต่ปี 2557โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเพิ่มพูนทักษะความรู้ด้านกฏหมายจราจร รวมถึงอบรมทักษะเชิงเทคนิคในการควบคุมรถยนต์ในสถานการณ์ต่างๆ เพื่อเสริมสร้างความมั่นใจในการปฏิบัติงาน ภารกิจถวายความปลอดภัยบุคคลสำคัญ และภารกิจอื่นๆตามที่ได้รับมอบหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ณ ศูนย์ฝึกขับขี่ปลอดภัยฮอนด้า กรุงเทพฯ (ถนนรามคำแหง)

 
 

Page 3 of 19

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )