Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS

CSR NEWS : จีเอ็ม ประเทศไทย เดินหน้าจัด 2 โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “รักษ์โลก ลดพลาสติก” ในวันสิ่งแวดล้อมโลก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทยสนับสนุนวันสิ่งแวดล้อมโลก (วันที่ 5 มิถุนายน) โดยการจัด       2 โครงการที่สนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้แนวคิดหลักในปีนี้ “รักษ์โลก   ลดพลาสติก” หรือ “Beat Plastic Pollution”

   จีเอ็มมุ่งมั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ล่าสุดจัดโครงการ “เที่ยวชายเลนปลูกป่า”และ “เดิน วิ่ง เพื่อโลก” เพื่อลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากพลาสติก  ซึ่งจากข้อมูลของ Earth Day Networkพบว่า 91 เปอร์เซ็นต์ของขยะพลาสติกไม่ได้ถูกนำกลับมาใช้ใหม่และกลายเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

   นายอำนาจ แสงจันทร์ รองประธานฝ่ายการผลิต จีเอ็ม ประเทศไทยกล่าวว่า “จีเอ็ม ประเทศไทยตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกดังกล่าว และมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการลดมลภาวะจากพลาสติกให้น้อยลง รวมถึงให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชน ภายใต้โครงการดังกล่าวเรามุ่งมั่นที่จะจุดประกายให้ทุกคนมีการวางแผนเพื่ออนาคตอย่างยั่งยืน”

   โครงการ “เที่ยวชายเลน ปลูกหญ้าทะเล ปลูกป่า” ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหาร พนักงานและครอบครัว ผู้แทนหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น และชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลปากน้ำประแสร์ จำนวนกว่า 165 คน ร่วมปลูกต้นโกงกาง 2,000 ต้น ที่บริเวณปากน้ำประแสร์ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ทำกิจกรรมร่วมกันในการเก็บขยะพลาสติกปริมาณรวมกว่า 1 ตัน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยของใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ ถุง ขวด และภาชนะใส่อาหาร เป็นต้น

 

   สำหรับป่าชายเลนและหญ้าทะเลนับว่ามีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งสำหรับสัตว์น้ำในทะเล เพราะเป็นแหล่งวางไข่และขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำนานาชนิด รวมถึงช่วยลดความรุนแรงของคลื่นลมและกระแสน้ำที่ก่อให้เกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แต่ในปัจจุบันป่าชายเลนและกอหญ้าทะเลได้กลายเป็นแหล่งรวมขยะพลาสติกที่ถูกคลื่นพัดพามา ซึ่งกลุ่ม Plastic Pollution Coalitionกำลังต้องการความช่วยเหลือจากอาสาสมัครต่างๆ ดังเช่น ผู้ที่เข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนของจีเอ็ม เพื่อทำให้พื้นที่ธรรมชาติดังกล่าวมีความสะอาดและมีความอุดมสมบูรณ์

 

 

   นอกจากนี้ จีเอ็ม ประเทศไทย ยังได้จัดโครงการ “เดิน วิ่ง เพื่อโลก” ที่อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จังหวัดระยอง เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้ทำกิจกรรมร่วมกันด้วยความสามัคคี และแสดงความรับผิดชอบ  ต่อสิ่งแวดล้อม โดยระยะทางในการเดินและวิ่งรวม 3 กิโลเมตร ในระหว่างเส้นทางการเดินและวิ่ง พนักงานและครอบครัวจำนวนกว่า 250 คน ยังได้ร่วมปฏิบัติภารกิจที่สนุกสนานกับการถอดรหัสอักษรปริศนา และกิจกรรมค้นหาขยะกู้โลก ซึ่งเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและรักษาความสะอาดให้กับชุมชน

 

   พนักงานยังได้ร่วมกันปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ จำนวน50 ต้นให้กับชุมชน รวมถึงการพรวนดิน และกำจัดวัชพืชให้กับต้นไม้ที่ได้ปลูกไปเมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ ยังร่วมกันเก็บขยะในบริเวณดังกล่าว ซึ่งประโยชน์ที่ได้จากโครงการ “เดิน วิ่ง เพื่อโลก” ช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่แข็งแรง และยังเป็นการทำประโยชน์เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

   โครงการ “เที่ยวชายเลน ปลูกป่า” และ “เดิน วิ่ง เพื่อโลก” ถือเป็นไปตามเป้าหมายและค่านิยมของจีเอ็มที่ว่า “เราจะร่วมรักษาและพัฒนาชุมชนที่เราอาศัยอยู่” ควบคู่กับเป้าหมายด้านความยั่งยืนและด้านสิ่งแวดล้อมของจีเอ็ม

   นายอำนาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราต้องการให้พนักงานทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในชุมชน นอกเหนือจากการส่งเสริมให้พนักงานของจีเอ็มมีวิถีชีวิตที่มีสุขภาพแข็งแรง และกิจกรรมดังกล่าวช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมในชุมชนดีขึ้น”

   นอกจากนี้ จีเอ็มยังได้จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อส่งเสริมการลดการใช้พลาสติก เช่น กิจกรรมลดใช้ถุงและแก้วพลาสติกที่ศูนย์การผลิตจีเอ็ม จังหวัดระยอง โดยพนักงานสามารถลดการใช้ถุงและแก้วพลาสติก เพื่อรับคะแนนสะสมนำไปแลกของที่ระลึก ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “รักษ์โลก    เลิกพลาสติก”

   ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจีเอ็ม ประเทศไทย ได้รับรางวัลเกียรติยศต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการด้านพลังงาน รวมถึงยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001ซึ่งสะท้อนในเรื่องกระบวนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้การรับรองมาตรฐาน เอ็นเนอร์จี้ สตาร์ หรือ ENERGY STARจากหน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา (U.S. Environmental Protection Agency) ตลอดจนการเป็นศูนย์การผลิตที่ปลอดการฝังกลบ ด้วยกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบต่อกระบวนการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่

 

CSR NEWS : “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ปีที่ 6 สานต่อ “น้ำใจ” ส่งมอบ “น้ำสะอาด” แห่งที่ 29 ในจังหวัดอุทัยธานี

 

 

 

 

 

 

 

 

   กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดแก่เหล่านักเรียน-ครู และชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารต่อเนื่องเป็นปีที่  6ประเดิมที่แรกของปี 2561ณ  โรงเรียนบ้านเนินมะค่า อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี  ซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งที่ 29  ด้วยความมุ่งหวังว่า  “น้ำสะอาด” นี้จะก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีแก่โรงเรียนนี้และชุมชนใกล้เคียงตามเจตนารมณ์ของโครงการ  “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต

   กลุ่มตรีเพชร  โดย มร. ทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า  “กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยมีความตั้งใจที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดที่เกิดขึ้นในโรงเรียนถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ  ผ่านโครงการ   “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ที่ดำเนินการต่อเนื่องสู่ปีที่ 6โดยส่งทีมเจ้าหน้าที่ของกลุ่มอีซูซุลงพื้นที่สำรวจปัญหาอย่างจริงจังร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งโรงเรียนบ้านเนินมะค่า จังหวัดอุทัยธานี เป็นโรงเรียนแห่งที่ 29 ที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดจะส่งผลให้เด็กๆ และบุคลากรในโรงเรียนขาดสุขอนามัยที่ดี”

   การส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดที่ได้มาตรฐานในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต”  เป็นการติดตั้งอุปกรณ์ชุดเจาะน้ำบาดาลแบบครบวงจร พร้อมติดตั้งระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน และร่วมปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้ถูกสุขลักษณะให้กับทางโรงเรียน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้นักเรียนและครูได้มีน้ำดื่มสะอาดสำหรับบริโภคในโรงเรียนแล้ว ยังได้จัดตั้ง “ศูนย์สาธิตการผลิตน้ำดื่มนักเรียนและระบบพัฒนาคุณภาพน้ำดื่มสะอาดอย่างยั่งยืน”เพื่ออบรมขั้นตอนการดูแลรักษา และสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการบรรจุน้ำดื่มใส่ขวดเพื่อจำหน่ายราคาพิเศษแก่คนในชุมชนในรูปแบบสหกรณ์ เพื่อลดรายจ่าย และนำรายได้ที่งอกเงยกลับมาเป็นค่าบำรุงรักษาในครั้งต่อๆ ไปได้อีกด้วย

   “เดิมทีโรงเรียนบ้านเนินมะค่าของเรานั้นต้องซื้อน้ำจากเอกชนเดือนละประมาณ 3,000 บาทเพื่อมาใช้อุปโภคบริโภค เพราะน้ำที่มีอยู่เป็นบ่อน้ำตื้นที่มีความขุ่นและสีแดง มีกลิ่น อีกทั้งเครื่องกรองที่มีอยู่อุดตันเร็วจนหมดสภาพ การที่อีซูซุมามอบระบบน้ำดื่มสะอาดแบบครบวงจรให้จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ตลอดจนคนในหมู่บ้านรอบๆ เพราะเราไม่เคยมีน้ำสะอาดอย่างนี้มาใช้ตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนมาตั้งแต่ปี 2524” คุณอำไพ ปานกล่ำ ผู้อำนวยการกล่าว

   ในพิธีมอบโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 29  กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ทาเคชิ  คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มร. อะคิระ ทาเบตะ Executive Officer บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด คุณสำเริง สโมทัย ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 2กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมด้วยซูเปอร์พรีเซ็นเตอร์อีซูซุ “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” ได้ร่วมส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดแก่ทางโรงเรียน พร้อมกันนี้ยังได้มอบสนามเด็กเล่น มูลค่า 50,000 บาท และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  นอกจากนี้บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์  ยังได้ร่วมมอบทุนการศึกษา 30,000 บาท ให้แก่โรงเรียนอีกด้วย  “ผมรู้สึกว่า   “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” เป็นโครงการที่ดี เพราะน้ำเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต ผมเชื่อว่าการมีน้ำสะอาดจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ดังนั้นทุนการศึกษา 30,000 บาท ที่ผมได้มีโอกาสร่วมสมทบเงินบริจาคแก่ทุกๆ โรงเรียนที่ผมได้ไป แม้จะไม่เยอะแต่ก็คงพอจะไปช่วยสนับสนุนให้น้องๆ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

   ด้านคุณสำเริง สโมทัย ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 2เผยว่า “กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนน้ำดื่มสะอาดให้กับโรงเรียนต่างๆ ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2551รวมพัฒนาไปแล้ว 5,000กว่าโรงเรียน  แต่ด้วยงบประมาณที่มีจำกัดทำให้ยังมีโรงเรียนจำนวนมากในประเทศไทยที่ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ดังนั้นการที่กลุ่มอีซูซุได้มาสนับสนุนงบประมาณในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต”  ซึ่งโรงเรียนบ้านเนินมะค่านี้เป็นโรงเรียนแห่งที่ 29แล้ว ทำให้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าวไปได้มาก”

   โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต”เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมที่กลุ่มอีซูซุภาคภูมิใจ ได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจถึง 8รางวัล ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติ 1รางวัลและรางวัลในประเทศอีก 7รางวัล ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของโครงการในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำให้กับโรงเรียนที่ประสบปัญหาในจังหวัดต่างๆ   โครงการนี้เป็นโครงการระยะยาวที่กลุ่มอีซูซุมุ่งมั่นจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยที่มีปัญหาเรื่องน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป

 

CSR NEWS : เชฟโรเลตชวนลูกค้าร่วมโครงการ “เชฟโรเลตรักษ์ช้าง” สร้างโป่งเทียมและทาสีรั้วกึ่งถาวร เพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลต ประเทศไทยเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมหลังจาก ล่าสุดชวนลูกค้าและตัวแทนพนักงานกว่า 80 คน รวมพลังครั้งสำคัญในการร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ “เชฟโรเลตรักษ์ช้าง” ด้วยการทำโป่งเทียมและทาสีรั้วกึ่งถาวร เพื่อปกป้องและอนุรักษ์สัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และร่วมกันบริจาคข้าวของเครื่องใช้จำเป็นให้กับเจ้าหน้าที่อุทยาน หลังจากกิจกรรมนี้   ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากสื่อมวลชนและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่นและสัตว์ป่าเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

   เชฟโรเลตตระหนักถึงแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างคนและช้างป่า จึงได้จัดโครงการ “เชฟโรเลตรักษ์ช้าง” ขึ้น โดยได้ร่วมมือกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ชุมชนท้องถิ่น และได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิชาการและหน่วยงานที่ไม่แสวงหาผลกำไร ในการร่วมกันทำโป่งเทียม ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยแร่ธาตุจำเป็นสำหรับสัตว์ป่าและช้างป่า และยังเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาช้างป่าบุกรุกเขตชุมชน ที่ก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่สวนไร่นาของชาวบ้านในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังร่วมกันทาสีรั้วกึ่งถาวรเพื่อป้องกันช้างป่าบุกรุกเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงบริเวณถนนที่มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์สัญจรไปมา  

   สำหรับภารกิจในครั้งนี้ ลูกค้าทุกท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางเข้าไปปฏิบัติภารกิจโดยทำการบรรทุกเกลือและแร่ธาตุที่มีน้ำหนักมากกว่า 1,200กก. ไปยังอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อทำโป่งเทียมและร่วมกันทาสีรั้วกึ่งถาวร

   นางสาวปิยะนุช จตุรภัทร์ ผู้อำนวยการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างมากที่ลูกค้าของเราร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเจตนารมณ์ของเชฟโรเลตที่ต้องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า ซึ่งเราหวังว่ากิจกรรมดังกล่าวจะช่วยปกป้องและอนุรักษ์สัตว์ป่ารวมถึงช่วยส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนให้แก่ชุมชน”

   นายนิติพันธุ์ ชื่นชอบ ประธานกลุ่มสปิริต ออฟ เทรลเบลเซอร์ คลับ (Spirit of Trailblazer Club) กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมของเชฟโรเลต  ซึ่งทางกลุ่มฯ ให้ความสำคัญและมีการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และในวันนี้เรามีโอกาสได้มาร่วมทำโป่งเทียมและทาสีรั้ว รวมถึงยังได้นำสิ่งของต่างๆ มาบริจาคให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสังคมต่อไป”

   โครงการ “เชฟโรเลตรักษ์ช้าง” แสดงถึงความมุ่งมั่นของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย   ที่ต้องการคืนประโยชน์กลับสู่สังคมที่เราดำเนินธุรกิจอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านพลังงานและความปลอดภัย รวมถึงด้านการพัฒนาชุมชน ด้านการศึกษา ด้านสุขอนามัย และการบริการประชาชน(Human services)ภายใต้กลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อสังคม(CSR strategy) ในการขับเคลื่อนอนาคตที่ดียิ่งขึ้น(Driving A Better Tomorrow)

   ทั้งนี้ จีเอ็มมุ่งมั่นที่จะสานต่อเจตนารมณ์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยจีเอ็มยังเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกในประเทศไทยที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 50001 จากความมุ่งมั่นในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกระบวนการผลิต

 
 

CSR NEWS : ONE MAZDA TEAM รวมตัวเป็นหนึ่งผนึกกำลังสร้างฝายชะลอน้ำ ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จังหวัดสระบุรี

 

 

 

 

 นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดนำคณะผู้บริหารและพนักงานทั้งองค์กรกว่า 200 คน ออกเดินทางด้วยคาราวานรถยนต์มาสด้าจำนวน 60 คัน ร่วมสร้างประสบการณ์นอกสำนักงานต่อยอดความสำเร็จและตอบแทนสังคมควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมสร้างความสามัคคี ปลุกพลังจากภายในสู่ภายนอกกับแนวคิด Feel the Passionเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงและความปรารถนาดีต่อท้องถิ่น ต่อเนื่องไปสู่การบริการที่ดีที่สุดจากพนักงานมาสด้าในทุกหน่วยงาน และแนวคิดดังกล่าวถูกนำมาใช้กับบุคลากรภายในเช่นเดียวกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์กรให้แน่นแฟ้นมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ ซูม-ซูม 2573หรือ Sustainable ZOOM-ZOOM 2030 ที่จะพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการดูแลรักษ์โลก ยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรและสังคม มีส่วนร่วมในการสร้างโลกใบนี้ให้เป็นโลกที่สวยงามและน่าอยู่ โดยการร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ให้คงอยู่กับโลกใบนี้อย่างยั่งยืนตลอดไปโดยการร่วมสร้างฝายชะลอน้ำ ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จังหวัดสระบุรี

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าผมมีความภาคภูมิใจที่มาสด้านั้นเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงมาสด้าจะไม่ใช่บริษัทขนาดใหญ่ แต่จากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ตั้งแต่บุคลากรภายในองค์กร ผู้จำหน่าย พันธมิตรทางธุรกิจไปจนถึงลูกค้า รวมถึงตัวเลขยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่สะท้อนถึงความพรีเมี่ยมได้อย่างโดดเด่น การเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี และเสียงตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคทำให้มาสด้าก้าวขึ้นมาในฐานะบริษัทรถยนต์ที่น่าจับตามองแบรนด์หนึ่งในตลาดรถยนต์ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้มาสด้ามีความตั้งใจที่จะตอบแทนสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเล็งเห็นความสำคัญของผืนป่าที่ให้ความร่มรื่น ช่วยดูดซับมลพิษทางอากาศ และป้องกันน้ำท่วม เราจึงร่วมสร้างฝายชะลอน้ำที่ช่วยฟื้นฟูผืนป่าได้ตลอดปี ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จังหวัดสระบุรี ซึ่งทางบริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเดือนที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ฤดูฝน จึงถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมของการสร้างฝาย เพื่อเตรียมกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ต่อไป

   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติได้กล่าวบรรยายและให้ความรู้ในเรื่องของการสร้างฝาย โดยในครั้งนี้จะเป็นการสร้างฝายแบบเรียงด้วยหินเป็นพนังกั้นน้ำ เป็นการสร้างลักษณะกึ่งถาวร จึงได้แบ่งกลุ่มพนักงานออกเป็น2 กลุ่ม เพื่อสร้างฝาย 2 แห่ง โดยการสร้างสะพานและนำหินมาเรียงให้เต็มพื้นที่ เพื่อช่วยชะลอความแรงของน้ำหลาก ลดการกัดเซาะของตลิ่งลำน้ำ และดักตะกอนแม่น้ำ กิ่งไม้ เศษไม้ ดิน โคลน ทราย ฯลฯ ทำให้ลำน้ำหลังฝายตื้นเขินช้าลง และยังสามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ในปริมาณมากพอสมควรเป็นเวลานาน หลังจากฤดูฝนผ่านไปแล้ว จะทำให้มีปริมาณน้ำหล่อเลี้ยงในป่าอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โดยการจ่ายน้ำออกไปรอบๆ ตัวฝาย จากความสามัคคีและรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวของ ONE MAZDA ทำให้กิจกรรมนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี ทุกคนต่างมีความอิ่มเอมใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ในประเทศไทยตลอดไป

   สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ www.mazda.co.th หรือ www.facebook.com/MazdaThailandOfficial

 

 

CSR NEWS : โตโยต้าแนะนำโครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา” สร้างศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงาน ภายใต้แนวคิด “เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต”

 

 

 

 

 

   นายพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายสมทรง  สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรี เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา และ นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแนะนำโครงการ “โตโยต้า เมืองสีเขียว อยุธยา” ศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงาน เมื่อวันที่ 28เมษายน 2561 ณ โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา หน้าตลาดหัวรอ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

   จากพันธสัญญาที่เป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทโตโยต้าทั่วโลก ในการลดผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นศูนย์ และเพิ่มผลกระทบเชิงบวกเพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อ     “พันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า พ.ศ. 2593 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จึงได้มุ่งมั่นในการดำเนินงานในทุกกระบวนการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเผยแพร่องค์ความรู้สร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่สังคมไทย ผ่านกิจกรรมต่างๆภายใต้โครงการ “โตโยต้า เมืองสีเขียว”โดยมีวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ เมืองสีเขียว เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต สะท้อนการใช้ชีวิตในเมืองอย่างมีคุณภาพร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

   หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของโตโยต้าเมืองสีเขียว คือการนำองค์ความรู้ในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมของชุมชนเมือง ส่งเสริมให้คนในชุมชนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าและชุมชน ในการออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่ ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วใน 3 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดกระบี่ และ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

   สำหรับโครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา”  ถือเป็นจังหวัดที่ 4ที่โตโยต้าได้นำองค์ความรู้ในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้ามาประยุกต์ใช้ และยังเป็นจังหวัดแรกที่ได้ต่อยอดองค์ความรู้โดยความร่วมมือกับเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ในการบูรณะเรือนจำเก่า หน้าตลาดหัวรอ บนพื้นที่ขนาด 8ไร่ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงานต่อจาก ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” ในโรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ ผ่านการนำองค์ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมทั้ง5ด้านของโตโยต้ามาประยุกต์ใช้และนำเสนอเป็นแนวทางให้เกิดขึ้นภายในพื้นที่เมืองสีเขียว อันได้แก่

- การเพิ่มพื้นที่สีเขียว (Increasing GreenArea)ส่งเสริมการอนุรักษ์ต้นไม้ที่มีอยู่เดิม การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยเน้นไม้ยืนต้น หรือ สร้างสวนป่าในเมืองเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยใช้ความรู้ด้านการปลูกป่านิเวศตามหลักของศาสตราจารย์ ดร.อากิระ มิยาวากิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกป่าจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

- การจัดการขยะ(Waste Management)โดยจัดการขยะอย่างครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริมการลดปริมาณขยะ ลดการใช้สินค้าที่ก่อให้เกิดขยะ การคัดแยกขยะและการนำไปใช้ประโยชน์ และการกำจัดขยะแบบถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล

- การอนุรักษ์น้ำ(Water Management)การส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า การประหยัดน้ำ การนำทรัพยากรน้ำมาใช้อย่างรู้คุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การติดตั้งแท้งค์น้ำรองน้ำฝนเพื่อใช้ในการรดน้ำต้นไม้และกิจกรรมอื่นๆภายในสวน

- การลดการใช้พลังงานและการใช้พลังงานทางเลือก(Renewable Energy)ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานทดแทน อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ หลอดไฟLED การนำแบตเตอรี่ไฮบริดที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ (re-use)

- การเดินทางอย่างยั่งยืน(Sustainable Transportation)ส่งเสริมการเดินทางที่ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง การเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิง การจัดการด้านผังเมืองให้เป็นเมืองที่มีการใช้พลังงานในการเดินทางน้อยที่สุด เช่น การสนับสนุนการใช้จักรยาน การใช้รถพลังงานไฟฟ้า HA:MO หรือ รถยนต์ไฮบริด

   งานในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง  บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  ร่วมกับ   เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เพื่อแนะนำโครงการฯ และส่งเสริมให้คนในชุมชนท้องถิ่นสามารถใช้ชีวิตอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ โดยภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมร่วมกับคนในชุมชนท้องถิ่นกว่า 300คน โดยการปลูกป่านิเวศอย่างยั่งยืน เพิ่มพื้นที่สีเขียวตามแนวคิดของ .ดร.อาคิระ มิยาวากิที่ช่วยร่นระยะเวลาการเจริญเติบโตเป็นป่านิเวศได้เร็วขึ้นนับ 10เท่า และต้นไม้มีอัตราการอยู่รอดสูงกว่า 90% โดยทำการปลูกต้นไม้พรรณไม้ท้องถิ่น อาทิ ต้นกันเกรา ต้นอินทนิลรวมทั้งสิ้น จำนวน 668 ต้น เพื่อเป็นการสื่อถึงระยะเวลาการก่อตั้งเมืองพระนครศรีอยุธยาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังได้ร่วมรณรงค์ให้เกิดการเดินทางอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวของอยุธยา โดยรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก HA:MO  รถยนต์ CH-R ไฮบริด และการปั่นจักรยาน เส้นทางไปกลับจากโตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา –อุทยานประวัติศาสตร์ – ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา รวมระยะทางกว่า 7 กิโลเมตร เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาควบคู่ไปกับการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ยังได้มีการเปิดตัว “เยาวชนโตโยต้าเมืองสีเขียว” จากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ในการคัดสรรเยาวชนที่เป็นตัวแทนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาเรียนรู้การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า เพื่อมอบหมายหน้าที่ให้เป็นผู้บรรยายองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมในศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้แก่ชุมชนท้องถิ่น นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจต่อไปในอนาคต อันจะเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม แก่เยาวชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างยั่งยืน

   ปัจจุบัน โครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา” กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างโดยจะใช้ระยะเวลานการก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 14 เดือน และมีกำหนดเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ในเดือนพฤศจิกายน 2561ซึ่งในระหว่างการก่อสร้าง โตโยต้าจะเปิดพื้นที่บางส่วนสำหรับการจัดกิจกรรมร่วมกับคนในพื้นที่ อาทิ การจัดกิจกรรมออกกำลังกายในสวน การจัดตลาดขายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการให้ชุมชนและนักเรียนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่แห่งนี้เพื่อปลูกฝังการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและหวงแหนพื้นที่ของชุมชน

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กล่าวว่า“โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยาเป็นความตั้งใจของโตโยต้า ที่จะนำเสนอการใช้ชีวิตในเมืองอย่างมีคุณภาพร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมนอกห้องเรียนให้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ละแวกใกล้เคียง โดยในอนาคตโตโยต้าคาดหวังว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเยี่ยมเยือนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตลอดจนสามารถจุดประกายให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้เกิดจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมนำไปสู่การลงมือปฏิบัติ อันจะเป็นการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นเมืองสีเขียว ให้เกิดความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต ต่อไป”

โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข

 
 

Page 4 of 17

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )