Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS

CSR NEWS : มูลนิธิโตโยต้าร่วมกับมูลนิธิหมอเสม จัดค่ายพัฒนาศักยภาพเยาวชน ยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่สังคมไทย

 

 

 

 

 

 

   มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ตอบสนองนโยบายใหม่ประจำปี 2561 ลดปัญหาเด็กและเยาวชน ร่วมมือกับมูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว จัดค่ายพัฒนาศักยภาพเยาวชน เพื่อร่วมแก้ปัญหาสังคมและยกระดับคุณภาพชีวิตให้แก่สังคมไทย ระหว่างวันที่ 22 – 30 ตุลาคม 2561 ที่จังหวัดเชียงราย

 
   มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย ได้ตระหนักถึงแนวโน้มของปัญหาเยาวชนที่ถูกละเลยจากพ่อแม่ด้วยความจำเป็นทางเศรษฐกิจ ในการย้ายไปทำงานในเมืองใหญ่ ทำให้ขาดการดูแลเอาใจใส่จากผู้ปกครองและแรงกดดันต่างๆ รอบตัวเยาวชน ซึ่งส่งผลกระทบต่อพัฒนาการและพฤติกรรมของเด็กในระยะยาว เช่น ปัญหายาเสพติด ปัญหาการตั้งครรภ์ก่อนวัยอันควร หรือปัญหาติดเกมส์ จึงได้ร่วมมือกับมูลนิธิหมอเสม พริ้งพวงแก้ว จัดค่ายพัฒนาศักยภาพเยาวชน ให้ใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ เพื่อลดปัญหาความรุนแรงในสังคม เปิดโอกาสให้เยาวชนได้เรียนรู้และพัฒนาทักษะผ่านกิจกรรมในด้านต่างๆ ได้แก่

1. ด้านกีฬาและจริยธรรม ส่งเสริมกีฬาโดยเฉพาะกีฬาฟุตบอล และการอบรมทางศาสนาศีลธรรมและสังคม กล่อมเกลาจิตใจให้เยาวชนเป็นคนดี เพื่อให้เยาวชนนำความรู้ที่ได้รับมาประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้รู้จักการทำงานร่วมกันเป็นทีม มีความซื่อสัตย์ อดทน มีความรับผิดชอบ และมีน้ำใจนักกีฬา

2. ด้านเกษตรกรรม ส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับการทำเกษตรกรรมแบบผสมผสานและเกษตรอินทรีย์ เพื่อให้เด็กและผู้ปกครองได้บริโภคอาหารที่สะอาดและปลอดภัย ซึ่งสามารถพัฒนาไปเป็นอุตสาหกรรมในครัวเรือนได้อีกด้วย

3. ด้านการเรียนรู้เกี่ยวกับสาขาอาชีพ ส่งเสริมให้เยาวชนได้เรียนรู้เกี่ยวกับ ประวัติศาสตร์ รวมทั้งชีวประวัติบุคคลสำคัญของโลก รวมไปถึงทักษะความรู้เกี่ยวกับเทคโนโลยีซึ่งอาจสร้างแรงบัลดาลใจให้กับเยาวชนในการเลือกอาชีพต่อไปในอนาคต อีกทั้งเยาวชนจะได้มีโอกาสเรียนรู้เกี่ยวกับการปรับตัวให้เข้ากับการใช้ชีวิตในมหาวิทยาลัย

โครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชนนำร่องครั้งนี้จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงรายระหว่างวันที่ 22 - 30 ตุลาคม 2561 และจะจัดขึ้นอีก 3 จังหวัดในแต่ละภูมิภาคของประเทศไทย ได้แก่ภาคกลาง ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้

   มูลนิธิโตโยต้าฯ ได้ให้ความสำคัญในการพัฒนาศักยภาพเยาวชนที่จะเติบโตขึ้นมาเป็นบุคลากรที่สำคัญของประเทศ โดยมุ่งหวังว่าเยาวชนที่ได้เข้าร่วมโครงการนี้จะนำความรู้และประสบการณ์ที่ได้รับไปสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้แก่สังคมไทย เพื่อร่วมพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนต่อไป

 

CSR NEWS : มูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี จับมือ กระทรวงคมนาคม กรุงเทพมหานคร กองบัญชาการตำรวจนครบาล จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และสำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ ลงนามบันทึกความร่วมมือด้านวิชาการ เพื่อการแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล

 

 

 

 

 

 

   นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมเป็นประธานและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามความร่วมมือด้านวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลโดยมี      นายนินนาท ไชยธีรภิญโญประธานคณะกรรมการ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เป็นตัวแทนของ มูลนิธิโตโยต้า โมบิลิตี (Toyota Mobility Foundation)พร้อมด้วย นายชัยวัฒน์ ทองคำคูณ ปลัดกระทรวงคมนาคม นายสมพงษ์ เวียงแก้ว รองปลัดกรุงเทพมหานคร พลตำรวจโทสุทธิพงษ์ วงษ์ปิ่น ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจนครบาล สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ศาสตราจารย์บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ ศาสตราจารย์สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล เลขาธิการคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติ สำนักงานคณะกรรมการวิจัยแห่งชาติร่วมลงนามในพิธีดังกล่าว เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2561ณ ห้องราชดำเนิน กระทรวงคมนาคม

   ทั้งนี้ การลงนามในบันทึกความร่วมมือด้านวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลเป็นการร่วมมือระหว่าง 6 หน่วยงาน ในระยะเวลา 5 ปี โดยเริ่มจากถนนพระราม 4 ในปลายปีนี้    ถือเป็นการต่อยอดและขยายผลจากแผนงานของโครงการสาทรโมเดล ซึ่งช่วยให้สภาพการจราจรบนถนนสาทรเหนือ จากสี่แยกสาทร ถึงสี่แยกวิทยุ ในชั่วโมงเร่งด่วนเช้าคล่องตัวมากขึ้น ความเร็วของรถเพิ่มขึ้นสูงสุดจาก 8.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง  เป็น 14.8 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ค่าเฉลี่ยการระบายรถเพิ่มขึ้น 422 คันต่อชั่วโมง ไปสู่การปฎิบัติเพื่อแก้ไขปัญหาการจราจรในพื้นที่อื่นๆ ของกรุงเทพมหานครและปริมณฑล  รวมทั้งมีการจัดตั้งสถาบันด้านการสัญจรอย่างยั่งยืน(Sustainable Mobility Institute : SMI)เพื่อเป็นองค์ความรู้ด้านวิชาการในการแก้ไขปัญหาการจราจรอย่างยั่งยืนในระยะยาวต่อไป

 

CSR NEWS : ฟอร์ดนำอาสาสมัครร่วมอนุรักษ์และมอบน้ำสะอาดให้ชุมชน ในกิจกรรม Water Go Clean

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทยนำอาสาสมัครฟอร์ด พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชนร่วมกิจกรรมเพื่อสังคมในเดือนของอาสาสมัครฟอร์ดทั่วโลกหรือ Ford Global Caring Month ด้วยการร่วมอนุรักษ์น้ำและมอบน้ำสะอาดให้ชุมชน ในโครงการ Water Go Clean  ณ โรงเรียนบ้านสองพี่น้อง ตำบลสองสลึง อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นชุมชนที่ยังขาดแคลนแหล่งน้ำสะอาดสำหรับการอุปโภคและบริโภค โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการดำเนินโครงการจากกองทุนฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ฟันด์ (Ford Motor Company Fund)

   ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมมือกับ สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ส่วนราชการตำบลสองสลึง จังหวัดระยอง นำทีมอาสาสมัคร จากสำนักงานฟอร์ด ประเทศไทย โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง หรือ เอฟทีเอ็ม และ ผู้จำหน่ายฟอร์ด เอก กรุ๊ป ในจังหวัดระยอง ลงพื้นที่ร่วมกับครู นักเรียน และคนในชุมชน ในโครงการน้ำสะอาดเพื่อชุมชน Water Go Clean ด้วยการติดตั้งระบบกรองน้ำดื่ม เพื่อมอบแหล่งน้ำสะอาดให้แก่ชุมชน พร้อมเชิญเจ้าหน้าที่จากกรมทรัพยากรน้ำบาดาล ให้ความรู้แก่นักเรียนและชุมชนเกี่ยวกับแนวทางการอนุรักษ์น้ำและขั้นตอนการผลิตน้ำสะอาด เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยกันรักษาแหล่งน้ำและใช้น้ำอย่างคุ้มค่า พร้อมอบรมเทคนิคการตรวจวัดน้ำอย่างง่ายๆ อาทิ  ตรวจวัดความกระด้างของน้ำ  คลอรีนที่ปนเปื้อนกับน้ำ  ค่า pHหรือความเป็นกรดด่างของน้ำ เชื้อแบคทีเรียที่อยู่ในน้ำ โดยใช้สารละลายและกระดาษเทียบความแตกต่างของสีกระดาษ

   นอกจากนี้ อาสาสมัครฟอร์ดและคณะสื่อมวลชนยังได้แสดงพลังจิตอาสา ด้วยการร่วมกันทำกิจกรรมทำความสะอาดร่องน้ำ ขุดลอกทำความสะอาดร่องน้ำธรรมชาติที่ชาวบ้านใช้ประโยชน์ ซึ่งมีการสะสมของดิน และขยะ ทำให้เกิดมลภาวะ และยังช่วยกันบำบัดแหล่งน้ำในชุมชน ด้วยการติดตั้งเครื่องตีน้ำเติมอากาศพลังแสงอาทิตย์เพื่อเติมก๊าซออกซิเจนในอากาศลงไปในน้ำ และบำบัดปรับคุณภาพของน้ำให้ดีขึ้น โดยการนำน้ำหมักจุลินทรีย์อีเอ็มชนิดน้ำและจุลินทรีย์อีเอ็มบอลใส่ลงในบ่อน้ำ เพื่อปรับสภาพน้ำก่อนที่น้ำจะไหลลงสู่แหล่งน้ำของชุมชนเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ในการอุปโภคบริโภคและการเกษตร พร้อมปลูกต้นไม้บริเวณสองฝั่งถนนที่ตั้งของฝายกักเก็บน้ำ เพื่อช่วยลดการพังทลายของตลิ่ง

   “ฟอร์ดตระหนักถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ จึงได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมที่เกี่ยวกับน้ำในรูปแบบต่างๆ เพื่อขยายขอบเขตการอนุรักษ์น้ำในชุมชนให้ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ สำหรับโครงการ Water Go Clean เป็นโครงการที่เน้นเรื่องการจัดการน้ำสะอาดในชุมชนที่ขาดแคลน ซึ่งเราเน้นเรื่องการให้ความรู้ชุมชนเกี่ยวกับการอนุรักษ์น้ำและขั้นตอนการผลิตน้ำสะอาดให้ได้ตามเกณฑ์มาตรฐาน โดยเน้นการมีส่วนร่วมของชุมชนเป็นสำคัญ เพื่อให้คนในท้องที่มีน้ำสะอาดสำหรับดื่มและใช้อย่างเพียงพอ และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น” นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

   นางสาวบุสรา วงชารี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านสองพี่น้อง กล่าวว่า “โรงเรียนขอขอบคุณ ฟอร์ด ที่เล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำ โครงการ Water Go Cleanเป็นประโยชน์กับโรงเรียนของเรามาก เพราะโรงเรียนของเราเป็นโรงเรียนขนาดเล็กที่ยังขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับใช้ในการอุปโภคและบริโภค อุปกรณ์ที่ช่วยเรื่องการจัดการน้ำสะอาดที่ฟอร์ดนำมามอบให้กับโรงเรียนและชุมชนของเราเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจและเป็นประโยชน์กับพวกเรามาก เราสัญญาว่าจะดูแลรักษาสิ่งที่เราได้รับน้ำใจจากฟอร์ดในวันนี้อย่างดี และนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

   สำหรับในประเทศไทย ฟอร์ด เล็งเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค และเกษตรกรรม จึงได้ดำเนินโครงการเพื่อสังคมเกี่ยวกับน้ำ รวม 3 กิจกรรม คือ โครงการ Water Go Green, Water Go Clean และ Water Go Life เพื่อขยายขอบเขตกิจกรรมเพื่อสังคมเกี่ยวกับน้ำในรูปแบบต่างๆ ที่ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ ตลอดเดือนกันยายนในปีนี้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการดำเนินโครงการ Ford Global Caring Month ในประเทศไทย จากกองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ฟันด์ (Ford Motor Company Fund)

   “ฟอร์ดมีเจตนารมณ์หลักในการมุ่งเดินหน้าเปลี่ยนวิถีการขับเคลื่อนสังคม ด้วยการทำกิจกรรมที่คืนสิ่งดีๆ สู่สังคม ด้วยการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชนที่ฟอร์ดเข้าไปดำเนินธุรกิจ พร้อมช่วยเหลือ อนุรักษ์ และปรับปรุงสภาพสิ่งแวดล้อม อีกทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชมอย่างยั่งยืนตอบแทนสังคมอย่างยั่งยืน” นางสาวศุภรางศุ์ กล่าวสรุป

   กิจกรรมภายใต้โครงการ Ford Global Caring Month ของอาสามัครฟอร์ดทั่วโลก มีมาตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งอาสาสมัครฟอร์ดทั่วโลก ได้ใช้เวลาในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมไปกว่า 1.5 ล้านชั่วโมงใน 50ประเทศทั่วโลก

 
 

CSR NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สานต่อโครงการ “ทำดีเพื่อพ่อ” ปีที่สอง มอบเงินบริจาคกว่า 4 ล้านบาท สมทบมูลนิธิชัยพัฒนา

   มูลนิธิชัยพัฒนา นำโดย ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิ รับมอบเงินบริจาคจำนวน 4.76 ล้านบาท จากบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย นำโดย มร. คริสเตียน วิดมานน์  ประธาน โดยเงินจำนวนดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของโครงการ “ทำดีเพื่อพ่อ” จากกิจกรรม BMW Golf Cup International 2018 ทัวร์นาเมนท์กอล์ฟสมัครเล่นที่ใหญ่ที่สุดในโลก ซึ่งผู้เข้าแข่งขันได้ร่วมบริจาคเงินแก่มูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง
ในภาพ (จากซ้ายไปขวา)

1.    คุณภากมล รัตตเสรี รองเหรัญญิกมูลนิธิชัยพัฒนา

2.    คุณสุมนา สังวรวงษ์พนา ผู้จัดการฝ่ายกิจกรรมการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย

3.    คุณเศรษฐิพงศ์ อนุตรโสตถิ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายการตลาด บีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย

4.    ดร. สุเมธ ตันติเวชกุล เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา

5.    มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

6.    คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

7.    ดร. อรรถวิท เตชะวิบูลย์วงศ์ ผู้จัดการทั่วไปฝ่ายรัฐกิจสัมพันธ์ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย

 

CSR NEWS : มิตซูบิชิ เอ็กซ์แพนเดอร์ นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์ นำคณะสื่อมวลชนร่วมพัฒนาโรงเรียนวัดบางเคียน จ. นครสวรรค์

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดนำขบวน มิตซูบิชิ   เอ็กซ์แพนเดอร์ นิยามใหม่ของครอสโอเวอร์ พร้อมคณะสื่อมวลชน ไปยังโรงเรียนวัดบางเคียน อำเภอชุมแสง จังหวัดนครสวรรค์ เพื่อร่วมกันทำกิจกรรมจิตอาสาในการเสริมสร้างความปลอดภัยและมอบความสุขให้กับน้องๆ นักเรียน ด้วยการร่วมกันซ่อมแซมและปรับปรุงอาคารเรียน โดยมี นายยอดชาย ซื่อวัฒนากุล ผู้อำนวยการใหญ่ สำนักสื่อสารการตลาด เป็นผู้แทนส่งมอบบันไดและระเบียงทางเดินที่ได้รับการปรับปรุงให้มั่นคงแข็งแรง พร้อมมอบอุปกรณ์การกีฬาและเครื่องกรองน้ำ แก่ นายเรืองยศ เหมือนทรัพย์ ผู้อำนวยการโรงเรียนวัดบางเคียน โดยมี นายกัมปนาท สุ่มมาตร ศึกษานิเทศก์ชำนาญการ ผู้แทนสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษานครสวรรค์ เขต 1ร่วมเป็นสักขีพยาน

   โรงเรียนวัดบางเคียน เป็นโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) โดยมีครูและบุคลากรรวม 3คน เปิดสอนตั้งแต่ชั้นอนุบาลไปจนถึงชั้นประถมศึกษาปีที่ 6ซึ่งนักเรียน 50คน เป็นเยาวชนผู้ขาดแคลนที่อาศัยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง ทั้งนี้พื้นที่ของโรงเรียนและชุมชนดังกล่าวได้รับผลกระทบจากอุทกภัยทุกปี ส่งผลให้อาคารเรียนที่มีอยู่จำนวน 1หลัง ทรุดโทรมอย่างหนัก โดยเฉพาะบันไดและระเบียง ซึ่งมีความเสี่ยงที่จะทำให้เกิดอันตรายกับเด็กนักเรียนและครูผู้สอน เนื่องจากขาดแคลนทุนทรัพย์ในการซ่อมแซม รวมถึงยังขาดแคลนอุปกรณ์ด้านการกีฬาและเครื่องกรองน้ำดื่มอีกด้วย

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทยในฐานะส่วนหนึ่งของสังคมไทย เชื่อมั่นว่าการศึกษาเป็นรากฐานที่สำคัญในการพัฒนาคุณภาพชีวิตเยาวชน สังคม และประเทศไทย จึงมุ่งมั่นสานต่อเจตนารมย์ในการสร้างสรรค์สังคม ด้วยการเดินหน้าขับเคลื่อนการดำเนินกิจกรรมอันเป็นประโยชน์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อส่งมอบโอกาสทางการศึกษา พัฒนาคุณภาพชีวิตและมอบความสุขให้แก่เยาวชน และผู้คนในสังคมไทยสืบไป

 
 

Page 4 of 21

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )