Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS

CSR NEWS : กลุ่มอีซูซุมอบทุนกว่า 4 ล้านบาท สร้างอนาคตทางการศึกษาให้แก่เยาวชนไทย

 

 

 

 

 

 

   ด้วยความเชื่อมั่นว่า การศึกษา คือ รากฐานแห่งการสร้างคนเพื่อพัฒนาชาติอย่างมั่นคง มูลนิธิกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยจึงมุ่งเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์เป็น “นิติบุคคลที่ดีของสังคมไทย” ตอกย้ำพันธกิจเพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาให้แก่เยาวชนของชาติอย่างต่อเนื่อง ด้วยการจัดพิธีมอบทุนการศึกษา ประจำปี 2561 ให้แก่ นักเรียน นิสิต และนักศึกษา จากสถาบันการศึกษา   ต่าง ๆ มากกว่า 237 แห่งทั่วประเทศ จำนวน 595 ทุน  รวมมูลค่า 4,061,000 บาท

   มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ ประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดเผยว่า “ในฐานะบริษัทรถยนต์ชั้นนำที่ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมานานกว่า 60 ปี อีซูซุจึงไม่ได้มีเป้าหมายแค่เพียงการผลิตยานยนต์ที่มีคุณภาพ แต่ยังรวมถึงเป้าหมายในการเติบโตอย่างยั่งยืนเคียงคู่กับสังคมไทย  อีซูซุจึงได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมในรูปแบบต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการสนับสนุนการศึกษา เพราะอีซูซุเชื่อว่าการศึกษาเป็นสิ่งสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาโดยรวมของสังคม   ซึ่งการมอบทุนการศึกษาให้กับนักเรียนนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีแต่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ทุนการศึกษาสำหรับนักศึกษาที่มีผลการเรียนยอดเยี่ยม การสนับสนุนกองทุนวิจัยด้านวิศวกรรม การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้และถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์สนับสนุนโดยอีซูซุที่วิทยาลัยอาชีวศึกษาต่าง ๆ ทั่วประเทศ การบริจาคแชสซีส์รถยนต์และเครื่องยนต์ให้กับสถานศึกษา  พร้อมทั้งจัดกิจกรรมส่งเสริมความสามารถพิเศษผ่านโครงการอีกมากมาย โดยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเยาวชนจำนวนมากที่ได้รับโอกาสในแต่ละปีนั้น จะสามารถบรรลุเป้าหมายทางการศึกษาได้สำเร็จสมความมุ่งหวัง และพร้อมที่จะเติบโตขึ้นอย่างมีคุณภาพ เป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญของประเทศชาติต่อไปได้ในอนาคต”

  สำหรับพิธีมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิกลุ่มอีซูซุในปีนี้  ได้คัดเลือกเยาวชนที่มีผลการเรียนดี มีความวิริยะอุตสาหะด้านการศึกษา แต่ขาดแคลนทุนทรัพย์  ในระดับมัธยมศึกษา อาชีวศึกษา และอุดมศึกษา จากสถาบันการศึกษาทั่วประเทศ จำนวน 595 คน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 4,061,000 บาท  เพื่อให้เยาวชนนำทุนดังกล่าวไปใช้พัฒนาคุณภาพการศึกษาของตนเอง ถือเป็นสิ่งที่ภาคเอกชนสามารถมีส่วนร่วมในการพัฒนาคุณภาพชีวิตให้แก่สมาชิกในสังคมไทย  ซึ่งกลุ่มอีซูซุได้ยึดถือนโยบายนี้เพื่อคืนกำไรสู่สังคมอย่างต่อเนื่องจนก้าวสู่ปีที่ 31  

   นายอรรถพล พวงสกุล จากโรงเรียนราชวินิต-ฝ่ายมัธยม เผยถึงความรู้สึกที่ได้รับทุนการศึกษาครั้งนี้ว่า “ผมได้รับทุนเรียนดีมาตั้งแต่สมัยเรียนชั้นประถมศึกษา  พออยู่ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นก็ตั้งใจเรียนต่อเนื่องจนได้รับทุนการศึกษาทุกเทอม ทำให้ที่บ้านไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายตรงนี้เลย ผมได้ปรึกษาอาจารย์เรื่องการขอรับทุนการศึกษาจากองค์กรที่สนับสนุนเยาวชนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งในปีนี้มีโอกาสมารับทุนจากมูลนิธิกลุ่มอีซูซุเป็นครั้งแรก ดีใจและภูมิใจมากครับ เป็นโอกาสที่ดีสำหรับผมและคนอื่น ๆ   เพราะนอกจากจะช่วยลดภาระของครอบครัวแล้ว ยังนำมาซื้ออุปกรณ์การเรียนหรือใช้ทำโครงงานที่จำเป็นได้อีกด้วย ต้องขอขอบคุณกลุ่มอีซูซุ ที่มอบโอกาสให้แก่เยาวชนที่รักเรียนให้ได้มีกำลังใจผลักดันตัวเองให้ขยันและตั้งใจใฝ่เรียนรู้อย่างต่อเนื่องครับ”

   และสำหรับนางสาวฐิติพร โรจน์โลหะโสภณ นิสิตคณะเศรษฐศาสตร์ ชั้นปีที่ 3 มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ กล่าวว่า “ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 แล้วที่ได้มีโอกาสรับทุนการศึกษาเรียนดีจากกลุ่มอีซูซุค่ะ  สามารถนำมาช่วยสนับสนุนการเรียนได้เป็นอย่างดี ทั้งจ่ายค่าเรียนและการซื้ออุปกรณ์ต่าง ๆ เพิ่มเติม เพื่อให้เราเรียนได้เต็มที่มากขึ้น เพราะการเรียนในมหาวิทยาลัยจะมีค่าใช้จ่ายอื่น ๆ เพิ่มขึ้นมาก  ทำให้เรามีภาระที่จะต้องหาเพิ่มเติม การที่อีซูซุเห็นความสำคัญของเยาวชนที่มีผลการเรียนดีต่อเนื่องแล้วมอบทุนการศึกษาให้ ถือเป็นการเติมเต็มโอกาสให้กับหนูและเยาวชนคนอื่น ๆ ที่ขาดทุนทรัพย์ในการเรียนได้เป็นอย่างดีค่ะ ซึ่งนอกจากตัวเราเองจะภูมิใจแล้ว คุณแม่ก็ภูมิใจไปกับเราด้วยค่ะ เป็นแรงใจที่ทำให้เราอยากก้าวไปสู่การเป็นนักศึกษาที่ดีมีคุณภาพ และเป็นที่พึ่งของครอบครัวต่อไปในอนาคต”

 

CSR NEWS : มูลนิธิโตโยต้าฯ ปันโอกาสทางการศึกษา ส่งต่อความรู้ เพื่อสังคมที่ยั่งยืน มอบทุน 1ล้านบาท แก่เยาวชนภาคใต้

 

 

 

 

 

 

 

   นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย มอบทุนการศึกษาประจำปี 2561 จำนวน 136 ทุน รวมมูลค่า 1,000,000 บาท แก่นักศึกษามหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จาก 14 จังหวัดภาคใต้ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ เพื่อมุ่งหวังให้เยาวชนได้รับการศึกษาที่ดี และนำความรู้ความสามารถไปใช้ในการประกอบอาชีพเลี้ยงตนเองและครอบครัว รวมทั้งช่วยพัฒนาชุมชนในอนาคต โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการมูลนิธิโตโยต้าฯ ร่วมเป็นสักขีพยาน เมื่อวันศุกร์ที่ 14กันยายน พ.ศ. 2561 ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต จ.ภูเก็ต

   มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทยก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2535 มีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรสาธารณกุศล ทั้งภาครัฐและเอกชนอย่างต่อเนื่อง ด้วยการมอบทุนสนับสนุนเป็นประจำทุกปี โดยมุ่งเน้นในการส่งเสริมสังคมอย่างยั่งยืนผ่าน3 แนวทาง ได้แก่

- ส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ห่างไกลรวมถึงสนับสนุนการศึกษาทุกระดับชั้น ทั้งทางด้านประวัติศาสตร์  ศิลปวัฒนธรรม และความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน

- พัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็ก เยาวชน และคนพิการรวมถึงส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

- ส่งเสริมการดำเนินการขององค์กรสาธารณกุศลต่างๆ เพื่อสาธารณประโยชน์

   พิธีมอบทุนการศึกษาในครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างโอกาสทางการศึกษาให้แก่เยาวชนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการศึกษา ที่มีภูมิลำเนาอยู่ในเขตจังหวัดภาคใต้ โดยมุ่งหวังที่จะพัฒนาเยาวชนไทยให้มีโอกาสในการเข้าศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้น เพื่อนำความรู้ความสามารถกลับมาพัฒนาชุมชนรวมถึงการประกอบอาชีพต่อไปในอนาคต โดยโครงการนี้ได้ดำเนินงานต่อเนื่องมาเป็นระยะเวลากว่า 13 ปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2549 โดยมีเยาวชนภาคใต้ได้รับทุนแล้วจำนวน 1,386 ทุน คิดเป็นมูลค่าทั้งสิ้น 11,250,000 บาท

   สำหรับการมอบทุนการศึกษาประจำปี 2561 ในเขตภาคใต้ ทางมหาวิทยาลัยราชภัฏภูเก็ต มีนักศึกษาเข้ารับทุน จำนวน 136ทุน รวมมูลค่าทั้งสิ้น 1,000,000 บาทโดยมีรายละเอียดดังนี้  

1.      คณะครุศาสตร์                                                                     จำนวน              80        ทุน

2.      คณะเทคโนโลยีการเกษตร                                                      จำนวน                1        ทุน

3.      คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์                                       จำนวน              27        ทุน

4.      คณะวิทยาการจัดการ                                                            จำนวน              18        ทุน

5.      คณะวิทยาลัยท่องเที่ยวนานาชาติ                                            จำนวน                1        ทุน

6.      คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี                                            จำนวน                9        ทุน

   นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าฯ กล่าวว่า “มูลนิธิโตโยต้าฯ ได้ตระหนักถึงความสำคัญในเรื่องการศึกษามาโดยตลอดจึงได้ส่งเสริมและสนับสนุนการศึกษาในทุกระดับชั้นมาอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 26 ปี โดยมีพันธกิจหลักคือการมอบ โอกาสทางการศึกษาแก่เด็ก เยาวชน นิสิต และนักศึกษา เพื่อให้เกิดการพัฒนาเยาวชนอย่างสมบูรณ์แบบ ทั้งในด้านความรู้ ศีลธรรม และจิตใจ นอกเหนือจากการพัฒนาเยาวชนแล้ว มูลนิธิโตโยต้าฯ ยังมุ่งหวังให้เด็ก เยาวชนผู้รับโอกาสในวันนี้ จะส่งต่อความรู้และโอกาสให้ผู้อื่นต่อไปในอนาคต ซึ่งถือเป็นการแบ่งปันที่ไม่สิ้นสุดสู่การสร้างสรรค์สังคมไทยให้เป็นสังคมแห่งการเรียนรู้อย่างยั่งยืน”

 

CSR NEWS : ฮอนด้าสานต่อโครงการ “Honda Road Safety for Kids” มุ่งปลูกฝังความปลอดภัยและวินัยจราจรให้กับเยาวชน พร้อมวางรากฐานสู่ถนนปลอดอุบัติเหตุในอนาคต

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อโครงการ “Honda Road Safety for Kids” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3นำคณะครูฝึกขับขี่ปลอดภัยจากฮอนด้า เข้าอบรมให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยและวินัยจราจรแก่เยาวชน โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยและโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ จังหวัดเชียงใหม่อันจะนำไปสู่  การสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Collision Free Society) ตามวิสัยทัศน์ปี 2030 ของฮอนด้า พร้อมเดินหน้าขยายผลไปสู่โรงเรียนอื่นๆ รวมถึงผู้จำหน่ายฮอนด้าทั่วประเทศ

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฎิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “ในฐานะบริษัทผู้ผลิตยนตรกรรม ฮอนด้าตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างสังคมไทยที่คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมาโดยตลอด โดยได้เริ่มดำเนินการรณรงค์และเผยแพร่กิจกรรมขับขี่ปลอดภัยมาตั้งแต่ปี 2531 ซึ่งหนึ่ง         ในกิจกรรมที่ฮอนด้าจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 คือ การจัดกิจกรรมอบรมให้ความรู้กับประชาชนทั่วไป นักศึกษา รวมถึงเจ้าหน้าที่ตำรวจ ผ่านโครงการ “Honda Dream Road ถนนในฝัน...ถนนปลอดอุบัติเหตุ”และได้ขยายกลุ่มเป้าหมายไปยังเด็กและเยาวชน เนื่องจากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยแต่ละปีอุบัติเหตุบนท้องถนนได้คร่าชีวิตเด็กและเยาวชนไปจำนวนมาก ฮอนด้าได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงจัดตั้งโครงการ  “Honda Road Safety For Kids”     ซึ่งจัดขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3เพื่อเป็นการปลูกฝังวินัยจราจร รวมถึงเป็นการวางรากฐานเรื่องความปลอดภัยให้กับเด็กและเยาวชน โดยปรับหลักสูตรให้เข้าใจง่ายและสามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตประจำวัน เช่น การข้ามถนนอย่างปลอดภัย การเอาตัวรอดเมื่อต้องติดอยู่ในรถ สำหรับในปีนี้ เริ่มต้นโครงการฯที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีปริมาณรถหนาแน่น รวมถึงศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุระบุว่าติด 1 ใน 5 จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุด นอกจากนี้ยังวางแผนขยายโครงการไปยังโรงเรียนอื่นๆ รวมถึงต่อยอดไปยังผู้จำหน่ายฮอนด้า เพื่อสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุให้เกิดขึ้นในอนาคต ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์      ของฮอนด้าปี 2030”

   สำหรับโครงการ “Honda Road Safety for Kids” เป็นโครงการที่จัดขึ้นต่อเนื่อง เป็นปีที่ 3 ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2558มีเยาวชนเข้าร่วมโครงการฯ รวมแล้วกว่า 2,667คน ซึ่งแบ่งออกเป็น 3กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มเยาวชนอายุ 3-6ปี, อายุ 7-14ปี และอายุ 15-18ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยและปลูกฝังวินัยจราจรให้กับเยาวชน  โดยริเริ่มพัฒนาหลักสูตร ที่เน้นให้เยาวชนสามารถเรียนรู้และเข้าใจได้โดยง่าย ผ่านการจำลองสถานการณ์ต่างๆ เพื่อให้เยาวชนได้ฝึกการแก้ไขปัญหาและ      การเอาตัวรอด อันจะสามารถนำไปใช้ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินได้  สำหรับกิจกรรมในปีนี้ ถือเป็นปีแรกที่ได้ขยายโครงการไปยังนักเรียนระดับชั้นอนุบาลที่ 1-3จำนวนกว่า 500คน ณ โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย

   อาจารย์ปัญญา สกุลปั้นทรัพย์ รองผู้อำนวยการฝ่ายกิจการนักเรียน โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัยกล่าวว่า “โครงการนี้ถือเป็นการสร้างทักษะในการใช้ชีวิตประจำวันให้กับเด็ก   ทำให้เด็กได้เรียนรู้ผ่านการจำลองสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้เด็กจดจำได้ง่าย เช่น การโดยสารรถยนต์ การใช้ถนนอย่างปลอดภัย สิ่งเหล่านี้ถือเป็นการป้องกันไว้ก่อนเกิดเหตุ ทั้งยังสามารถต่อยอดความปลอดภัยไปยังครอบครัว เพราะเด็กสามารถนำความรู้ที่ได้ ไปเล่าให้ผู้ปกครองฟัง ต้องขอขอบคุณฮอนด้าสำหรับโครงการดีๆแบบนี้ และอยากให้จัดกิจกรรมอย่างนี้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือเป็นการช่วยเหลือสังคมอีกทางนึงด้วย”

   และโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ จังหวัดเชียงใหม่

   ซิสเตอร์ ดร.มาลีรัตน์ บุญอนันตบุตร รองผู้อำนวยการรับผิดชอบแผนกปฐมวัย โรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ กล่าวว่า “ต้องขอขอบคุณทางฮอนด้ามากสำหรับโครงการดีๆแบบนี้       และรู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่ง ที่ทางฮอนด้าได้เลือกจัดกิจกรรมที่โรงเรียนของเรา ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะ เพราะสัปดาห์นี้เป็นสัปดาห์หน่วยการเรียนรู้ภายในห้องเรียน โดยทุกวัน เด็กจะได้เรียนรู้การเดินทางด้วยยานพาหนะต่างๆ ทั้งทางบก ทางน้ำ และทางอากาศ ซึ่งโครงการนี้ ทำให้เด็กได้สัมผัสประสบการณ์จากสถานการณ์จำลอง เพื่อจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริงได้ซึ่งถือเป็น     การต่อยอดให้กับเด็ก นอกเหนือจากการเรียนในห้องเรียนอีกด้วย” 

โครงการ “Honda Road Safety for Kids”

1.      ความเป็นมาของโครงการ “Honda Road Safety for Kids”

   ฮอนด้าตระหนักถึงความสำคัญในการสร้างสังคมไทยที่คำนึงถึงความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนมาโดยตลอด โดยได้เริ่มดำเนินการรณรงค์และเผยแพร่กิจกรรมขับขี่ปลอดภัยมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2531 เป็นต้นมา ด้วยการอบรมให้ความรู้เรื่องการขับขี่อย่างปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไป ภายใต้โครงการ “เมืองไทยปลอดภัย” (Safety Thailand) และในปี พ.ศ. 2537 ได้ก่อตั้งศูนย์ฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ต่อมาในปี พ.ศ.2551 จึงได้เปิดศูนย์ฝึกอบรมขับขี่ปลอดภัยด้านรถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ได้มาตรฐานแห่งแรกในประเทศไทย  และภาคพื้นเอเชียอาคเนย์ขึ้น จนถึงปัจจุบัน มีผู้ผ่านการอบรมขับขี่ปลอดภัยด้านรถยนต์กับฮอนด้ารวมทั้งหมดกว่า 77,733คน

   ฮอนด้ายังคงเดินหน้าเผยแพร่ความรู้ด้านการขับขี่ปลอดภัยให้กับผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างต่อเนื่อง ในปี พ.ศ. 2556ได้ร่วมกับกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จัดตั้งโครงการ “Honda Dream Road ถนนในฝัน…ถนนปลอดอุบัติเหตุ” เพื่อสร้างจิตสำนึกด้านความปลอดภัยให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งการอบรมเน้นการให้ความรู้กับคน (Human) เป็นหลัก เพื่อสร้างการเรียนรู้อย่างมีส่วนร่วม และลดอัตราการเกิดอุบัติเหตุให้ได้มากที่สุด โดยจัดการอบรมให้กับลูกค้าฮอนด้า บุคคลทั่วไป ตลอดจนเจ้าหน้าที่ในองค์กรต่างๆ ของภาครัฐ อาทิ เจ้าหน้าที่
พลขับรถยนต์ กองกำกับการ 6 กองบังคับการตำรวจสันติบาล 3

   เพื่อขยายการส่งเสริมความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนนให้ครอบคลุมมาถึงกลุ่มเด็กและเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน โดยแต่ละปี อุบัติเหตุบนท้องถนนได้คร่าชีวิตเด็กและเยาวชนไปจำนวนมาก ฮอนด้าได้ตระหนักถึงปัญหาดังกล่าว จึงจัดตั้งโครงการ “Honda Road Safety For Kids” ในปี พ.ศ.2558 เพื่ออบรมให้ความรู้ รวมถึงสร้างจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยและวินัยจราจรให้กับเด็กและเยาวชน โดยออกแบบหลักสูตรครอบคลุมทั้งภาคทฤษฏีและภาคปฏิบัติ ให้ง่ายต่อการเรียนรู้และการจดจำของเด็กแต่ละช่วงวัย รวมถึงสามารถนำไปใช้ได้จริงในชีวิตประจำวัน อาทิ การใช้ถนนและการข้ามถนนอย่างปลอดภัย พื้นที่อันตรายรอบตัวรถ การขึ้น-ลงรถ และการโดยสารรถอย่างปลอดภัย การขี่จักรยานอย่างปลอดภัย รวมถึงวิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อต้องติดอยู่ในรถเพียงลำพัง เป็นต้น

   ตลอดระยะเวลา 3ปี โครงการ “Honda Road Safety For Kids” ได้จัดอบรมให้ความรู้เรื่องความปลอดภัยและวินัยจราจรแก่เด็กและเยาวชนในสถานศึกษาอย่างต่อเนื่อง มีเด็กและเยาวชนเข้าร่วมอบรมแล้วกว่า 2,667 คน สำหรับปี พ.ศ.2561นี้  ได้จัดอบรมให้กับเด็กในระดับชั้นอนุบาล 1 - 3โรงเรียนปรินส์รอยแยลส์วิทยาลัย และโรงเรียนพระหฤทัยคอนแวนต์ จังหวัดเชียงใหม่ โดยเลือกพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีการเติบโตทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องทุกปี ซึ่งนำไปสู่การสัญจรบนท้องถนนที่เพิ่มขึ้นตามมา รวมถึงศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุระบุว่าเป็นจังหวัดที่ติดอันดับ 1ใน 5จังหวัดที่เกิดอุบัติเหตุทางถนนสูงสุดอีกด้วย 

   นอกจากนี้ ฮอนด้ายังวางแผนขยายโครงการฯ อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างสังคมปลอดอุบัติเหตุ (Collision Free Society) ให้เกิดขึ้นอย่างยั่งยืน  ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของฮอนด้าปี 2030  โดยขยายการอบรมให้ความรู้การขับขี่ปลอดภัยและวินัยจราจรไปยังสถานศึกษาต่างๆ รวมถึงต่อยอดไปยังผู้จำหน่ายฮอนด้าทั่วประเทศ

2.      วัตถุประสงค์ของโครงการ ”Honda Road Safety for Kids”

2.1  เพื่อเป็นการให้ความรู้และสร้างจิตสำนึกเรื่องความปลอดภัยและวินัยจราจรให้กับเด็กและเยาวชน

2.2  เพื่อลดความสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินจากการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งเป็นส่วนหนึ่ง
ในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยให้เกิดขึ้นในสังคมอย่างยั่งยืน

2.3  เพื่อเชื่อมโยงการทำงานร่วมกันอย่างมีประสิทธิภาพ ระหว่างองค์กรและสถาบันการศึกษา
ในการทำงานร่วมกัน เพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางท้องถนน รวมถึงต่อยอดไปยัง
ผู้จำหน่ายฮอนด้าทั่วประเทศ

3.      กลุ่มเป้าหมาย แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

3.1 กลุ่มเด็กเล็ก                                     อายุ 3 - 6ปี

3.2 กลุ่มเด็กและเยาวชน                       อายุ 7 - 14ปี

3.3 กลุ่มเยาวชน                                 อายุ 15 - 18ปี

4.      หลักสูตรการฝึกอบรม แบ่งออกเป็น 3 กลุ่ม ได้แก่

            3.1 กลุ่มเด็กเล็ก                         อายุ 3 - 6 ปี                    หลักสูตร 1.5 ชั่วโมง

            3.2 กลุ่มเด็กและเยาวชน             อายุ 7 - 14 ปี                  หลักสูตร 3 ชั่วโมง

            3.3 กลุ่มเยาวชน                         อายุ 15 -18 ปี                หลักสูตร 3 ชั่วโมง

ภาคทฤษฎี

   พัฒนาความรู้และทักษะในด้านความปลอดภัยและวินัยจราจรให้กับเด็กและเยาวชน โดยปรับให้มีความเหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย อาทิ หลักสูตรสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก อายุ 3-6ปี จะเน้นหลักสูตรที่เข้าใจง่าย เช่นการปฏิบัติตนให้มีความปลอดภัย เมื่ออยู่บนทางเท้าหรือถนน การโดยสารรถอย่างปลอดภัย การฝึกการฟังเสียงจากยานพาหนะต่างๆ เช่น เสียงรถพยาบาล เสียงรถดับเพลิง พร้อมคำแนะนำสิ่งที่ควรปฏิบัติเมื่อได้ยินเสียงดังกล่าว  การเรียนรู้เรื่องสีของเสื้อผ้า ที่สามารถมองเห็นได้ง่ายในที่มืด เพื่อเพิ่มความปลอดภัยบนท้องถนน
ในเวลากลางคืน เป็นต้น

ภาคปฏิบัติ

   เรียนรู้และฝึกปฏิบัติผ่านการจำลองสถานการณ์ต่างๆที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัย เพื่อให้เด็กและเยาวชน ได้เรียนรู้การแก้ไขปัญหา รวมถึงสามารถนำไปประยุกต์ใช้ ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ อาทิ หลักสูตรสำหรับกลุ่มเด็กเล็ก อายุ 3-6  ปี สอนให้เด็กเรียนรู้ขั้นตอนการใช้ถนนและการข้ามถนนอย่างปลอดภัย วิธีการแก้ไขปัญหาเมื่อต้องติดอยู่ในรถเพียงลำพัง เป็นต้น

5.      แผนการดำเนินงานโครงการ”Honda Road Safety for Kids” ในปี พ.ศ. 2561

   สำหรับในปี พ.ศ. 2561 โครงการฯ มุ่งเน้นที่จะขยายการอบรมไปสู่สถานศึกษาทั่วทุกภูมิภาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งในจังหวัดที่มีการใช้รถใช้ถนนจำนวนมาก และวางแผนครอบคลุมทุกภูมิภาคภายในปีนี้  สำหรับจังหวัดเชียงใหม่      มีโรงเรียนนำร่องที่เข้าร่วมในโครงการฯ ได้แก่

6.      ข้อมูลติดต่อ

   โรงเรียนและสถานศึกษาที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถติดต่อได้ที่ศูนย์บริการข้อมูลฮอนด้า 24ชั่วโมง โทร 02- 341-7777ต่างจังหวัดโทรฟรี 1 800 239 833  หรือโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการฮอนด้าที่เข้าร่วมโครงการทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ

 
 

CSR NEWS : อีซูซุเดินหน้าสานต่อโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 31 แก่โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร จังหวัดน่าน

 

 

 

 

 

 

   ดร.วิจารย์   สิมาฉายา ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดร.อรัญญา เฟื่องสวัสดิ์ รองกรมทรัพยากรน้ำบาดาล พร้อมด้วยกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เดินหน้าสานต่อปณิธานในการส่งมอบระบบพัฒนาน้ำดื่มสะอาดพร้อมขุดบ่อบาดาล เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียนให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างต่อเนื่องในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 31 ณ โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน โดยมีคุณบอย - ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ซูเปอร์พรีเซนเตอร์อีซูซุร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย

   มร. ทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดเผยว่า “กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยได้ดำเนินโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต”ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 นับตั้งแต่     ปี พ.ศ. 2556จนถึงปัจจุบัน โดยเราได้ส่งทีมงานลงพื้นที่สำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับทราบถึงปัญหาการขาดแคลน “น้ำดื่มสะอาด” และปัญหาเรื่องสารปนเปื้อนในน้ำสูงเกินมาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถนำมาบริโภคได้ เพื่อประเมินสถานการณ์ในการจัดสร้างระบบน้ำดื่มแบบครบวงจรให้กับโรงเรียนต่างๆ ในถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ สำหรับโรงเรียนสารธรรมวิทยาแห่งนี้เป็นโรงเรียนลำดับที่ 31ในโครงการฯ โดยทางโรงเรียนประสบปัญหาเรื่องน้ำมีปนเปื้อนสารเคมี สนิมเหล็ก หินปูน และมีสีขุ่น ทำให้ไม่สามารถนำน้ำมาบริโภคได้ อีซูซุจึงได้ดำเนินการให้ความช่วยเหลือ และทำการส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดให้เป็นที่เรียบร้อย และในปีนี้กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยยังคงเตรียมการเพื่อส่งมอบโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ลำดับต่อๆ ไปให้กับโรงเรียนที่ประสบปัญหาเรื่องน้ำอย่างต่อเนื่องตามปณิธานที่มุ่งมั่นของกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยที่ให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป”

   โรงเรียนสารธรรมวิทยาคาร  ตั้งอยู่ที่ตำบลตาลชุม อำเภอท่าวังผา จังหวัดน่าน ตั้งอยู่บนเนินเขา โดยเปิดสอนในระดับมัธยมศึกษาปีที่ 1 -  6 มีนักเรียน 170 คน ครูและบุคลากรในโรงเรียน 25คน จากการสำรวจพบว่า แม้โรงเรียนจะห่างจากตัวเมืองเพียงแค่กว่า 30 กิโลเมตรแต่ก็ประสบปัญหาน้ำดื่มขาดแคลน  การจะนำน้ำมาบริโภคนั้นต้องใช้แหล่งน้ำธรรมชาติซึ่งปนเปื้อนสารเคมี สนิมเหล็ก หินปูน และมีสีขุ่น จากนั้นจึงนำมากรองด้วยเครื่องกรองน้ำมือสอง ซึ่งมักจะเสีย ทำให้มีค่าใช้จ่ายสูงมากในการซ่อมแซม อีกทั้งในช่วงหน้าแล้ง โรงเรียนจำเป็นต้องซื้อน้ำดื่มจากเอกชน  ส่วนชาวบ้านรวม 14 หมู่บ้าน กว่า 3,000 ครัวเรือน ต้องซื้อน้ำดื่มบรรจุถัง ทำให้ค่าใช้จ่ายต่อครัวเรือนค่อนข้างสูง ดังนั้น เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาดังกล่าว อีซูซุจึงได้ส่งทีมสนับสนุนลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ดำเนินการสำรวจและวางแผนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น โดยการติดตั้งชุดอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำบาดาลครบวงจร รวมถึงระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน ตลอดจนดำเนินการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้ถูกสุขลักษณะ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียน ครูและบุคลากรของโรงเรียน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการมีน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคอย่างยั่งยืน และเพื่อให้การแก้ปัญหาน้ำดื่มสามารถสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี นอกจากนี้ กลุ่มอีซูซุยังมอบทุนสำหรับการพัฒนาโรงเรียนเป็นจำนวนเงิน 50,000บาท  อีกด้วย

   กลุ่มอีซูซุพร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป สำหรับโครงการ “อีซูซุให้น้ำ... เพื่อชีวิต” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มอีซูซุ เพื่อตอกย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจ หรือ “วิถีอีซูซุ” นั่นคือ “ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา” อย่างแท้จริง

 

CSR NEWS : ฟอร์ดสานต่อโครงการ Water Go Green เป็นปีที่ 3 ในเดือนแห่งการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของอาสาสมัครฟอร์ดทั่วโลก

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทยนำอาสาสมัครฟอร์ด พร้อมด้วยคณะสื่อมวลชน ร่วมกิจกรรม Ford Global Caring Monthซึ่งเป็นเดือนแห่งการทำกิจกรรมเพื่อสังคมของอาสาสมัครฟอร์ดทั่วโลกด้วยการสานต่อโครงการจัดการน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ Water Go Greenต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 โดยในปีนี้ ฟอร์ดนำอาสาสมัครร่วมแรงร่วมใจทำโครงการให้กับโรงเรียนบ้านแก่งหวาย อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นชุมชนที่ยังขาดแคลนแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการดำเนินโครงการจากกองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ฟันด์ (Ford Motor Company Fund)

   ฟอร์ด ประเทศไทย ร่วมมือกับ สมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ส่วนราชการอำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง นำทีมอาสาสมัคร จากสำนักงานฟอร์ด ประเทศไทย โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง หรือ เอฟทีเอ็ม และ ผู้จำหน่ายฟอร์ด เอก กรุ๊ป ในจังหวัดระยอง ลงพื้นที่ร่วมกับครู นักเรียน และคนในชุมชนกว่า 100 คน ก่อสร้างถังเก็บน้ำคอนกรีตเสริมเหล็ก จำนวน 2 ถัง และติดตั้งระบบสูบน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ ให้กับโรงเรียนบ้านแก่งหวาย อำเภอวังจันทร์ จังหวัดระยอง ซึ่งเป็นชุมชนที่ยังขาดแคลนแหล่งน้ำสำหรับการอุปโภคและบริโภค

   นอกจากนี้ อาสาสมัครฟอร์ดและคณะสื่อมวลชนยังได้แสดงพลังจิตอาสา ด้วยการปลูกพืชผักออแกนิค เพื่อเป็นอาหารกลางวันในโรงเรียน โดยเริ่มตั้งแต่ขั้นตอนการขุดดิน ผสมดินปลูก และการนำมาปลูกลงดิน เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนใส่ใจและเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมในชุมชน และยังช่วยให้พื้นที่แห้งแล้งกลับมาอุดมสมบูรณ์ พร้อมเรียนรู้การทำปุ๋ยหมัก สำหรับใช้ในแปลงผัก และสารไล่แมลง เพื่อเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ให้กับโรงเรียนและชุมชน เพื่อปลูกฝังให้เยาวชนและชุมชนใส่ใจและเห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และยังช่วยให้พื้นที่แห้งแล้งกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกด้วย

   “ฟอร์ดเล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภคและเกษตรกรรม เราจึงได้นำอาสาสมัครฟอร์ดออกมาแสดงพลังจิตอาสา ในโครงการจัดการน้ำพลังงานแสงอาทิตย์ Water Go Greenซึ่งเป็นหนึ่งในกิจกรรมเพื่อสังคมหลักด้านการอนุรักษ์ทรัพยากร “น้ำ” ที่อาสาสมัครฟอร์ด ในประเทศไทย ได้ร่วมมือร่วมใจทำต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 3 โดยโครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Ford Global Caring Month ที่อาสาสมัครฟอร์ดทั่วโลก จะออกมาทำกิจกรรมเพื่อสังคมพร้อมๆ กันทั่วโลก เพื่อเป็นการสร้างสัญลักษณ์ให้คนทั่วโลกหันมาให้ความสำคัญกับการทำสิ่งที่ดีคืนกลับให้กับสังคม” นางสาวศุภรางศุ์ อนุชปรีดา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

   นางณัฐชานันท์ ทิพยมนตรี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านแก่งหวาย กล่าวว่า “โรงเรียนขอขอบคุณ ฟอร์ด ที่เล็งเห็นความสำคัญของทรัพยากรน้ำ โครงการ Water Go Greenเป็นประโยชน์กับโรงเรียนของเรามาก เพราะนอกจากจะทำให้การจัดการน้ำภายในโรงเรียนของเราดีขึ้นแล้ว ยังทำให้เรามีน้ำเพื่อไปต่อยอดในโครงการปลูกผักสวนครัวเพื่อสุขภาพ นำมาใช้ในโครงการอาหารกลางวันของโรงเรียน และนำพืชผักที่มีมาแปรรูปสร้างรายได้เพิ่มเติมได้อีกทาง ซึ่งเราสัญญาว่าจะดูแลรักษาสิ่งที่เราได้รับน้ำใจจากฟอร์ดในวันนี้อย่างดี และ นำไปใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด”

   “นอกจากความมุ่งมั่นในการรักษาความเป็นผู้นำด้านการผลิตยานยนต์คุณภาพ ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและเต็มเปี่ยมไปด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่อันชาญฉลาด ฟอร์ดยังมีเจตนารมณ์หลักในการมุ่งเดินหน้าเปลี่ยนวิถีการขับเคลื่อนสังคม ด้วยการทำกิจกรรมที่คืนสิ่งดีๆ สู่สังคม ด้วยการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับชุมชนที่ฟอร์ดเข้าไปดำเนินธุรกิจ พร้อมช่วยเหลือ อนุรักษ์ และปรับปรุงสภาพสิ่งแวดล้อม อีกทั้งช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้คนในชุมชมอย่างยั่งยืนตอบแทนสังคมอย่างยั่งยืน” นางสาวศุภรางศุ์ กล่าวสรุป

   กิจกรรมภายใต้โครงการ Ford Global Caring Month ของอาสามัครฟอร์ดทั่วโลก มีมาตั้งแต่ปี 2005 ซึ่งอาสาสมัครฟอร์ดทั่วโลก ได้ใช้เวลาในการทำกิจกรรมเพื่อสังคมไปกว่า 1.5 ล้านชั่วโมงใน 50ประเทศทั่วโลก

   สำหรับในประเทศไทย ฟอร์ด เล็งเห็นถึงความสำคัญของทรัพยากรน้ำ ซึ่งเป็นปัจจัยหลักในการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทั้งในด้านการอุปโภคบริโภค และเกษตรกรรม จึงได้ดำเนินโครงการเพื่อสังคมเกี่ยวกับน้ำ รวม 3 กิจกรรม คือ โครงการ Water Go Green, Water Go Clean และ Water Go Life เพื่อขยายขอบเขตกิจกรรมเพื่อสังคมเกี่ยวกับน้ำในรูปแบบต่างๆ ที่ตรงกับความต้องการของแต่ละพื้นที่ ตลอดเดือนกันยายนในปีนี้ โดยได้รับการสนับสนุนงบประมาณการดำเนินโครงการ Ford Global Caring Month ในประเทศไทย จากกองทุน ฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี ฟันด์ (Ford Motor Company Fund)

 
 

Page 5 of 21

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )