Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS

CSR NEWS : กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ร่วมกับ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สานต่อโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ปีที่ 4 เพื่อแก้ไขปัญหาภัยแล้งและน้ำหลากอย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 

 

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการ “กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย”, ดร.รอยล จิตรดอน  กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์, นายพิบูรณ์ หัตถกิจโกศล  ผู้ว่าราชการจังหวัดปราจีนบุรีและภริยา, นายสุรชัย ทนสิงห์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี,ดร.สุทัศน์ วีสกุล ผู้อำนวยการสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) และนายพงษ์สิทธิ์ เนื่องจำนงค์  นายอำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรีร่วมพลังจิตอาสาพัฒนาฟื้นฟูฝายกักเก็บน้ำในพื้นที่คลองโสม ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี ภายใต้โครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำปราจีนบุรี

   ซึ่งกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทยร่วมกับมูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ สานต่อโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำปราจีนบุรีเป็นปีที่ 4ในกิจกรรม ”สร้างฝายแกนดินหินก่อ กักเก็บน้ำเพื่อการเกษตร”รวมพลังจิตอาสาร่วมกันพัฒนาฟื้นฟูฝายกักเก็บน้ำในพื้นที่คลองโสม ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อรับมือกับปัญหาภัยแล้งและป้องกันวิกฤตน้ำหลากพร้อมผลักดันให้เป็นชุมชนต้นแบบในด้านการจัดการและแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำให้กับชุมชนอื่นต่อไป

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยกล่าวว่า “กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยได้จัดตั้งขึ้นภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย เพื่อเป็นกองทุนฉุกเฉินในการช่วยเหลือประชาชนชาวไทยในยามประสบภัยพิบัติที่ไม่คาดคิด  อีกทั้งมีเจตนารมณ์ในการสนับสนุนกิจกรรมเพื่อสังคมมาโดยตลอด สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำปราจีนบุรี ได้ดำเนินการต่อเนื่องมาเป็นปีที่ 4 โดยได้เชิญชวนอาสาสมัครพนักงานกลุ่มบริษัทฮอนด้า ผู้จำหน่าย สื่อมวลชนและชาวบ้านในชุมชนท้องถิ่น ร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ในพื้นที่คลองโสม ตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ ด้วยการสร้างฝายหินก่อ เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ทางการเกษตรและการอุปโภคบริโภค รวมถึงการปลูกหญ้าแฝกและพันธุ์ไม้ท้องถิ่นเพื่อการอนุรักษ์ดินและน้ำ ซึ่งจะช่วยบรรเทาปัญหาภัยแล้งและป้องกันวิกฤตน้ำหลากให้แก่ชุมชนจากการดำเนินโครงการในปีนี้ คาดว่าจะมีพื้นที่ที่ได้รับประโยชน์กว่า 226 ไร่ ครอบคลุม 2 หมู่บ้านรวม 68 ครัวเรือน”

   ด้าน ดร.รอยล จิตรดอน กรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า “มูลนิธิอุทกพัฒน์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และสถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือ สสนก. ร่วมดำเนินงานกับกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย รวมทั้งองค์การบริหารส่วนตำบลหัวหว้าและชุมชน ได้น้อมนำแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและการอนุรักษ์ฟื้นฟูป่าต้นน้ำ ดำเนินการพัฒนาและปรับปรุงแหล่งน้ำพื้นที่คลองโสม คลองเส้นหลักของตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ พื้นที่ประสบปัญหา  น้ำท่วมและภัยแล้งเป็นเวลานาน เนื่องจากแหล่งน้ำมีความตื้นเขินและถูกปกคลุมด้วยวัชพืช ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ใช้ได้ตลอดทั้งปี จึงต้องได้รับการบริหารจัดการด้วยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อให้แหล่งน้ำมีประสิทธิภาพในการกักเก็บและสำรองน้ำได้มากขึ้น รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายน้ำ ซึ่งเป็นแนวทางในการดำเนินงานเพื่อบรรเทาปัญหาดังกล่าว อันจะนำไปสู่การพัฒนาแหล่งน้ำอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งเป็นต้นแบบการจัดการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับทรัพยากรน้ำให้กับชุมชนอื่นต่อไป”

   สำหรับโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ ลุ่มน้ำปราจีนบุรี เป็นโครงการต่อเนื่อง ปีที่ 4 เนื่องจากจังหวัดปราจีนบุรี เป็นจังหวัดที่ประสบปัญหาน้ำหลากและภัยแล้งมาเป็นเวลานาน ส่งผลกระทบต่อการดำรงชีพของผู้คนในชุมชนและการทำเกษตรกรรมจึงได้เริ่มดำเนินการตั้งแต่ปี 2558 ในพื้นที่อ่างเก็บน้ำหนองแสง ตำบลนาแขม อำเภอกบินทร์บุรี จากนั้นในปี 2559  ได้ขยายพื้นที่ไปยังหนองปลาแขยงและคลองบุงกะเบา ตำบลเมืองเก่า อำเภอกบินทร์บุรี และปี 2560ในพื้นที่คลองยาง ตำบลดงขี้เหล็ก อำเภอเมือง ซึ่งทางกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทยได้ร่วมดำเนินโครงการและสนับสนุนงบประมาณตลอดโครงการทั้ง 4 ปี รวม 26.21 ล้านบาท

   และในปี 2561 ได้ดำเนินการขยายพื้นที่มายังบริเวณคลองโสมหรือคลองสมบูรณ์ ซึ่งเป็นคลองเส้นหลักของตำบลหัวหว้า อำเภอศรีมหาโพธิ โดยจะมีการสร้างฝายชะลอน้ำ ฝายกักเก็บน้ำ การปลูกหญ้าแฝกและพันธุ์ไม้ยืนต้นเพื่อช่วยบรรเทาภัยแล้งและสภาวะน้ำหลากตลอดจนการบวชป่าและการให้ความรู้แก่ผู้คนในชุมชนพื้นที่ คาดว่าหลังจากดำเนินการโครงการครบทั้ง 4 ปี จะสามารถเพิ่มประสิทธิภาพการกักเก็บน้ำ ทำให้มีปริมาณน้ำสำรองในพื้นที่สำหรับชุมชนในการบริโภคอุปโภคและการทำเกษตรกรรมรวม 3,563,500 ลบ.ม.ต่อปี รวมพื้นที่ทั้งหมดที่ได้รับประโยชน์ 17,884 ไร่ และชาวปราจีนบุรีได้รับประโยชน์กว่า 5,043 ครัวเรือน

 

CSR NEWS : ฟอร์ด เปลี่ยนความรู้...สู่อาชีพ ผลักดันนักเรียนไทยสู่การเป็นช่างเทคนิคอาชีพ มอบทุนการศึกษาและฝึกอบรมที่โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ดสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรช่างเทคนิคต่อเนื่อง ด้วยการมอบทุนการศึกษาและการฝึกอบรมช่างฝึกหัดจำนวน 20ทุน เป็นทุนการศึกษา 1ล้านบาท เพื่อพัฒนาและมอบโอกาสความก้าวหน้าในสายอาชีพให้แก่บุคลากรช่างเทคนิค ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนความรู้...สู่อาชีพ” โดยโครงการนี้เป็นความร่วมมือกันระหว่าง ฟอร์ด ประเทศไทย โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง (เอฟทีเอ็ม) และวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จังหวัดชลบุรี ต่อเนื่องเป็นปีที่ 2ด้วยวัตถุประสงค์ที่จะเสริมสร้างความรู้ ความสามารถ ทั้งในภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในสายงานการผลิต

   “ฟอร์ดมีความพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการพัฒนาด้านการศึกษาของนักเรียนไทยอย่างเต็มที่ เราตระหนักดีว่าการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพมาจากวิชาความรู้ที่ได้รับจากห้องเรียนและประสบการณ์ตรงจากการปฏิบัติจริง โรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง เป็นโรงงานที่มีเทคโนโลยีอันทันสมัยและมีมาตรฐานระดับโลก มีผู้เชี่ยวชาญด้านเทคนิค ที่มีความรู้ความเชี่ยวชาญด้านยานยนต์ นักเรียนที่เข้าร่วมโครงการจะได้พัฒนาความรู้ความสามารถ และได้ค้นหาความถนัดที่แท้จริงของตน ซึ่งสิ่งเหล่านี้จะช่วยเตรียมความพร้อมไปสู่ความก้าวหน้าของสายวิชาชีพในอนาคต” มร.วินโค้ ซาริค ผู้จัดการโรงงาน ฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่งกล่าว

   ผู้ที่ได้รับทุนจะได้ฝึกฝนและพัฒนาทักษะการเป็นช่างเทคนิคในโรงงานอุตสาหกรรมอย่างเข้มข้นจากวิทยากรมืออาชีพ ทั้งจากห้องเรียนภายในวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ และจากการเรียนรู้จากการปฏิบัติงานจริงกับช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญภายในโรงงานฟอร์ด ไทยแลนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง

   ทั้งนี้ ผู้ที่ได้รับทุนจะได้รับการสนับสนุนค่าใช้จ่าย เพื่อการศึกษาตามโครงสร้างหลักสูตรและค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่ใช้ในการฝึกอบรม โดยผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมจะได้รับใบรับรองและประกาศนียบัตรจากฟอร์ด มอเตอร์ คัมปะนี และได้รับวุฒิการศึกษา ประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จากวิทยาลัยเทคนิคสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

 

CSR NEWS : จีเอ็ม ประเทศไทย เดินหน้าจัด 2 โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ภายใต้แนวคิด “รักษ์โลก ลดพลาสติก” ในวันสิ่งแวดล้อมโลก

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทยสนับสนุนวันสิ่งแวดล้อมโลก (วันที่ 5 มิถุนายน) โดยการจัด       2 โครงการที่สนับสนุนการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ ภายใต้แนวคิดหลักในปีนี้ “รักษ์โลก   ลดพลาสติก” หรือ “Beat Plastic Pollution”

   จีเอ็มมุ่งมั่นในการรักษาสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ล่าสุดจัดโครงการ “เที่ยวชายเลนปลูกป่า”และ “เดิน วิ่ง เพื่อโลก” เพื่อลดมลพิษทางสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากพลาสติก  ซึ่งจากข้อมูลของ Earth Day Networkพบว่า 91 เปอร์เซ็นต์ของขยะพลาสติกไม่ได้ถูกนำกลับมาใช้ใหม่และกลายเป็นมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม

   นายอำนาจ แสงจันทร์ รองประธานฝ่ายการผลิต จีเอ็ม ประเทศไทยกล่าวว่า “จีเอ็ม ประเทศไทยตระหนักถึงปัญหาขยะพลาสติกดังกล่าว และมีความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนให้พนักงานมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยการลดมลภาวะจากพลาสติกให้น้อยลง รวมถึงให้ความสำคัญกับการรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชน ภายใต้โครงการดังกล่าวเรามุ่งมั่นที่จะจุดประกายให้ทุกคนมีการวางแผนเพื่ออนาคตอย่างยั่งยืน”

   โครงการ “เที่ยวชายเลน ปลูกหญ้าทะเล ปลูกป่า” ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหาร พนักงานและครอบครัว ผู้แทนหน่วยงานราชการส่วนท้องถิ่น และชาวบ้านในเขตเทศบาลตำบลปากน้ำประแสร์ จำนวนกว่า 165 คน ร่วมปลูกต้นโกงกาง 2,000 ต้น ที่บริเวณปากน้ำประแสร์ อำเภอแกลง จังหวัดระยอง ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมกิจกรรมยังได้ทำกิจกรรมร่วมกันในการเก็บขยะพลาสติกปริมาณรวมกว่า 1 ตัน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบด้วยของใช้ในชีวิตประจำวัน อาทิ ถุง ขวด และภาชนะใส่อาหาร เป็นต้น

 

   สำหรับป่าชายเลนและหญ้าทะเลนับว่ามีความสำคัญต่อระบบนิเวศทางทะเลและชายฝั่งสำหรับสัตว์น้ำในทะเล เพราะเป็นแหล่งวางไข่และขยายพันธุ์ของสัตว์น้ำนานาชนิด รวมถึงช่วยลดความรุนแรงของคลื่นลมและกระแสน้ำที่ก่อให้เกิดปัญหาการกัดเซาะชายฝั่ง แต่ในปัจจุบันป่าชายเลนและกอหญ้าทะเลได้กลายเป็นแหล่งรวมขยะพลาสติกที่ถูกคลื่นพัดพามา ซึ่งกลุ่ม Plastic Pollution Coalitionกำลังต้องการความช่วยเหลือจากอาสาสมัครต่างๆ ดังเช่น ผู้ที่เข้าร่วมโครงการปลูกป่าชายเลนของจีเอ็ม เพื่อทำให้พื้นที่ธรรมชาติดังกล่าวมีความสะอาดและมีความอุดมสมบูรณ์

 

 

   นอกจากนี้ จีเอ็ม ประเทศไทย ยังได้จัดโครงการ “เดิน วิ่ง เพื่อโลก” ที่อ่างเก็บน้ำหนองปลาไหล จังหวัดระยอง เพื่อส่งเสริมให้พนักงานได้ทำกิจกรรมร่วมกันด้วยความสามัคคี และแสดงความรับผิดชอบ  ต่อสิ่งแวดล้อม โดยระยะทางในการเดินและวิ่งรวม 3 กิโลเมตร ในระหว่างเส้นทางการเดินและวิ่ง พนักงานและครอบครัวจำนวนกว่า 250 คน ยังได้ร่วมปฏิบัติภารกิจที่สนุกสนานกับการถอดรหัสอักษรปริศนา และกิจกรรมค้นหาขยะกู้โลก ซึ่งเป็นการรักษาสิ่งแวดล้อมและรักษาความสะอาดให้กับชุมชน

 

   พนักงานยังได้ร่วมกันปลูกต้นชมพูพันธุ์ทิพย์ จำนวน50 ต้นให้กับชุมชน รวมถึงการพรวนดิน และกำจัดวัชพืชให้กับต้นไม้ที่ได้ปลูกไปเมื่อปีที่แล้ว นอกจากนี้ ยังร่วมกันเก็บขยะในบริเวณดังกล่าว ซึ่งประโยชน์ที่ได้จากโครงการ “เดิน วิ่ง เพื่อโลก” ช่วยให้พนักงานมีสุขภาพที่แข็งแรง และยังเป็นการทำประโยชน์เพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม

   โครงการ “เที่ยวชายเลน ปลูกป่า” และ “เดิน วิ่ง เพื่อโลก” ถือเป็นไปตามเป้าหมายและค่านิยมของจีเอ็มที่ว่า “เราจะร่วมรักษาและพัฒนาชุมชนที่เราอาศัยอยู่” ควบคู่กับเป้าหมายด้านความยั่งยืนและด้านสิ่งแวดล้อมของจีเอ็ม

   นายอำนาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราต้องการให้พนักงานทำกิจกรรมร่วมกัน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในชุมชน นอกเหนือจากการส่งเสริมให้พนักงานของจีเอ็มมีวิถีชีวิตที่มีสุขภาพแข็งแรง และกิจกรรมดังกล่าวช่วยทำให้สิ่งแวดล้อมในชุมชนดีขึ้น”

   นอกจากนี้ จีเอ็มยังได้จัดกิจกรรมต่างๆเพื่อส่งเสริมการลดการใช้พลาสติก เช่น กิจกรรมลดใช้ถุงและแก้วพลาสติกที่ศูนย์การผลิตจีเอ็ม จังหวัดระยอง โดยพนักงานสามารถลดการใช้ถุงและแก้วพลาสติก เพื่อรับคะแนนสะสมนำไปแลกของที่ระลึก ทั้งนี้ กิจกรรมดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งในโครงการ “รักษ์โลก    เลิกพลาสติก”

   ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาจีเอ็ม ประเทศไทย ได้รับรางวัลเกียรติยศต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะด้านสิ่งแวดล้อมและการจัดการด้านพลังงาน รวมถึงยังได้รับการรับรองมาตรฐาน ISO 14001ซึ่งสะท้อนในเรื่องกระบวนการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมที่ดีที่สุด นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้การรับรองมาตรฐาน เอ็นเนอร์จี้ สตาร์ หรือ ENERGY STARจากหน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกา (U.S. Environmental Protection Agency) ตลอดจนการเป็นศูนย์การผลิตที่ปลอดการฝังกลบ ด้วยกระบวนการผลิตที่มีประสิทธิภาพและมีความรับผิดชอบต่อกระบวนการนำของเสียกลับมาใช้ใหม่

 
 

CSR NEWS : “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ปีที่ 6 สานต่อ “น้ำใจ” ส่งมอบ “น้ำสะอาด” แห่งที่ 29 ในจังหวัดอุทัยธานี

 

 

 

 

 

 

 

 

   กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  ส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดแก่เหล่านักเรียน-ครู และชาวบ้านในถิ่นทุรกันดารต่อเนื่องเป็นปีที่  6ประเดิมที่แรกของปี 2561ณ  โรงเรียนบ้านเนินมะค่า อำเภอลานสัก จังหวัดอุทัยธานี  ซึ่งเป็นโรงเรียนแห่งที่ 29  ด้วยความมุ่งหวังว่า  “น้ำสะอาด” นี้จะก่อให้เกิดคุณภาพชีวิตที่ดีแก่โรงเรียนนี้และชุมชนใกล้เคียงตามเจตนารมณ์ของโครงการ  “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต

   กลุ่มตรีเพชร  โดย มร. ทาเคชิ คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า  “กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยมีความตั้งใจที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดที่เกิดขึ้นในโรงเรียนถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ  ผ่านโครงการ   “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ที่ดำเนินการต่อเนื่องสู่ปีที่ 6โดยส่งทีมเจ้าหน้าที่ของกลุ่มอีซูซุลงพื้นที่สำรวจปัญหาอย่างจริงจังร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมซึ่งโรงเรียนบ้านเนินมะค่า จังหวัดอุทัยธานี เป็นโรงเรียนแห่งที่ 29 ที่ต้องได้รับความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน เพราะการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดจะส่งผลให้เด็กๆ และบุคลากรในโรงเรียนขาดสุขอนามัยที่ดี”

   การส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดที่ได้มาตรฐานในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต”  เป็นการติดตั้งอุปกรณ์ชุดเจาะน้ำบาดาลแบบครบวงจร พร้อมติดตั้งระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน และร่วมปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้ถูกสุขลักษณะให้กับทางโรงเรียน ซึ่งนอกจากจะช่วยให้นักเรียนและครูได้มีน้ำดื่มสะอาดสำหรับบริโภคในโรงเรียนแล้ว ยังได้จัดตั้ง “ศูนย์สาธิตการผลิตน้ำดื่มนักเรียนและระบบพัฒนาคุณภาพน้ำดื่มสะอาดอย่างยั่งยืน”เพื่ออบรมขั้นตอนการดูแลรักษา และสร้างมูลค่าเพิ่มด้วยการบรรจุน้ำดื่มใส่ขวดเพื่อจำหน่ายราคาพิเศษแก่คนในชุมชนในรูปแบบสหกรณ์ เพื่อลดรายจ่าย และนำรายได้ที่งอกเงยกลับมาเป็นค่าบำรุงรักษาในครั้งต่อๆ ไปได้อีกด้วย

   “เดิมทีโรงเรียนบ้านเนินมะค่าของเรานั้นต้องซื้อน้ำจากเอกชนเดือนละประมาณ 3,000 บาทเพื่อมาใช้อุปโภคบริโภค เพราะน้ำที่มีอยู่เป็นบ่อน้ำตื้นที่มีความขุ่นและสีแดง มีกลิ่น อีกทั้งเครื่องกรองที่มีอยู่อุดตันเร็วจนหมดสภาพ การที่อีซูซุมามอบระบบน้ำดื่มสะอาดแบบครบวงจรให้จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีของนักเรียน ครู ผู้ปกครอง ตลอดจนคนในหมู่บ้านรอบๆ เพราะเราไม่เคยมีน้ำสะอาดอย่างนี้มาใช้ตั้งแต่ก่อตั้งโรงเรียนมาตั้งแต่ปี 2524” คุณอำไพ ปานกล่ำ ผู้อำนวยการกล่าว

   ในพิธีมอบโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 29  กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. ทาเคชิ  คาซาฮาระ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด มร. อะคิระ ทาเบตะ Executive Officer บริษัท อีซูซุมอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด คุณสำเริง สโมทัย ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 2กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมพร้อมด้วยซูเปอร์พรีเซ็นเตอร์อีซูซุ “บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์” ได้ร่วมส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดแก่ทางโรงเรียน พร้อมกันนี้ยังได้มอบสนามเด็กเล่น มูลค่า 50,000 บาท และอุปกรณ์คอมพิวเตอร์  นอกจากนี้บอย-ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์  ยังได้ร่วมมอบทุนการศึกษา 30,000 บาท ให้แก่โรงเรียนอีกด้วย  “ผมรู้สึกว่า   “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” เป็นโครงการที่ดี เพราะน้ำเป็นหนึ่งในปัจจัยหลักในการดำรงชีวิต ผมเชื่อว่าการมีน้ำสะอาดจะเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี ดังนั้นทุนการศึกษา 30,000 บาท ที่ผมได้มีโอกาสร่วมสมทบเงินบริจาคแก่ทุกๆ โรงเรียนที่ผมได้ไป แม้จะไม่เยอะแต่ก็คงพอจะไปช่วยสนับสนุนให้น้องๆ ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น”

   ด้านคุณสำเริง สโมทัย ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 2เผยว่า “กรมทรัพยากรน้ำบาดาลได้ดำเนินโครงการพัฒนาแหล่งน้ำบาดาลเพื่อสนับสนุนน้ำดื่มสะอาดให้กับโรงเรียนต่างๆ ในประเทศไทยมาตั้งแต่ปี 2551รวมพัฒนาไปแล้ว 5,000กว่าโรงเรียน  แต่ด้วยงบประมาณที่มีจำกัดทำให้ยังมีโรงเรียนจำนวนมากในประเทศไทยที่ขาดแคลนน้ำกินน้ำใช้ ดังนั้นการที่กลุ่มอีซูซุได้มาสนับสนุนงบประมาณในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต”  ซึ่งโรงเรียนบ้านเนินมะค่านี้เป็นโรงเรียนแห่งที่ 29แล้ว ทำให้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนดังกล่าวไปได้มาก”

   โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต”เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมที่กลุ่มอีซูซุภาคภูมิใจ ได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจถึง 8รางวัล ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติ 1รางวัลและรางวัลในประเทศอีก 7รางวัล ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของโครงการในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำให้กับโรงเรียนที่ประสบปัญหาในจังหวัดต่างๆ   โครงการนี้เป็นโครงการระยะยาวที่กลุ่มอีซูซุมุ่งมั่นจะดำเนินการอย่างต่อเนื่องจนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยที่มีปัญหาเรื่องน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป

 

CSR NEWS : เชฟโรเลตชวนลูกค้าร่วมโครงการ “เชฟโรเลตรักษ์ช้าง” สร้างโป่งเทียมและทาสีรั้วกึ่งถาวร เพื่ออนุรักษ์สัตว์ป่าให้ดำรงอยู่อย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลต ประเทศไทยเดินหน้าสานต่อเจตนารมณ์ด้านความรับผิดชอบต่อสังคมหลังจาก ล่าสุดชวนลูกค้าและตัวแทนพนักงานกว่า 80 คน รวมพลังครั้งสำคัญในการร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ภายใต้โครงการ “เชฟโรเลตรักษ์ช้าง” ด้วยการทำโป่งเทียมและทาสีรั้วกึ่งถาวร เพื่อปกป้องและอนุรักษ์สัตว์ป่าในอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ตำบลห้วยสัตว์ใหญ่ จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และร่วมกันบริจาคข้าวของเครื่องใช้จำเป็นให้กับเจ้าหน้าที่อุทยาน หลังจากกิจกรรมนี้   ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีจากสื่อมวลชนและสร้างประโยชน์ให้กับชุมชนท้องถิ่นและสัตว์ป่าเมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา

   เชฟโรเลตตระหนักถึงแนวทางการอยู่ร่วมกันระหว่างคนและช้างป่า จึงได้จัดโครงการ “เชฟโรเลตรักษ์ช้าง” ขึ้น โดยได้ร่วมมือกับอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน ชุมชนท้องถิ่น และได้รับการสนับสนุนจากสถาบันวิชาการและหน่วยงานที่ไม่แสวงหาผลกำไร ในการร่วมกันทำโป่งเทียม ซึ่งเป็นแหล่งอาหารที่อุดมด้วยแร่ธาตุจำเป็นสำหรับสัตว์ป่าและช้างป่า และยังเป็นการช่วยบรรเทาปัญหาช้างป่าบุกรุกเขตชุมชน ที่ก่อให้เกิดความเสียหายให้แก่สวนไร่นาของชาวบ้านในพื้นที่ นอกจากนี้ ยังร่วมกันทาสีรั้วกึ่งถาวรเพื่อป้องกันช้างป่าบุกรุกเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม รวมถึงบริเวณถนนที่มีรถยนต์และรถจักรยานยนต์สัญจรไปมา  

   สำหรับภารกิจในครั้งนี้ ลูกค้าทุกท่านจะได้สัมผัสประสบการณ์ใหม่ในการเดินทางเข้าไปปฏิบัติภารกิจโดยทำการบรรทุกเกลือและแร่ธาตุที่มีน้ำหนักมากกว่า 1,200กก. ไปยังอุทยานแห่งชาติแก่งกระจาน เพื่อทำโป่งเทียมและร่วมกันทาสีรั้วกึ่งถาวร

   นางสาวปิยะนุช จตุรภัทร์ ผู้อำนวยการทั่วไปฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เชฟโรเลต เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เรามีความยินดีเป็นอย่างมากที่ลูกค้าของเราร่วมเป็นส่วนหนึ่งในเจตนารมณ์ของเชฟโรเลตที่ต้องการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมและสัตว์ป่า ซึ่งเราหวังว่ากิจกรรมดังกล่าวจะช่วยปกป้องและอนุรักษ์สัตว์ป่ารวมถึงช่วยส่งเสริมความปลอดภัยทางถนนให้แก่ชุมชน”

   นายนิติพันธุ์ ชื่นชอบ ประธานกลุ่มสปิริต ออฟ เทรลเบลเซอร์ คลับ (Spirit of Trailblazer Club) กล่าวว่า “พวกเรารู้สึกยินดีเป็นอย่างยิ่งที่มีโอกาสร่วมเป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมดีๆ เพื่อสังคมของเชฟโรเลต  ซึ่งทางกลุ่มฯ ให้ความสำคัญและมีการทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว และในวันนี้เรามีโอกาสได้มาร่วมทำโป่งเทียมและทาสีรั้ว รวมถึงยังได้นำสิ่งของต่างๆ มาบริจาคให้แก่เจ้าหน้าที่ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์เพื่อสังคมต่อไป”

   โครงการ “เชฟโรเลตรักษ์ช้าง” แสดงถึงความมุ่งมั่นของเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย   ที่ต้องการคืนประโยชน์กลับสู่สังคมที่เราดำเนินธุรกิจอยู่อย่างต่อเนื่อง ทั้งในด้านสิ่งแวดล้อม ด้านพลังงานและความปลอดภัย รวมถึงด้านการพัฒนาชุมชน ด้านการศึกษา ด้านสุขอนามัย และการบริการประชาชน(Human services)ภายใต้กลยุทธ์ความรับผิดชอบต่อสังคม(CSR strategy) ในการขับเคลื่อนอนาคตที่ดียิ่งขึ้น(Driving A Better Tomorrow)

   ทั้งนี้ จีเอ็มมุ่งมั่นที่จะสานต่อเจตนารมณ์ด้านสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน โดยจีเอ็มยังเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกในประเทศไทยที่ได้รับรองมาตรฐาน ISO 50001 จากความมุ่งมั่นในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากกระบวนการผลิต

 
 

Page 5 of 19

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )