Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS

CSR NEWS : มิชลินร่วมโครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตนักเรียนในโรงเรียนที่ด้อยโอกาส มอบสนามเด็กเล่นที่ผลิตจากยางรถยนต์ใช้แล้วและหมวกกันน็อคให้แก่นักเรียน

   นางสาวชาลิน นานา ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์กร บริษัท สยามมิชลิน จำกัด ส่งมอบสนามเด็กเล่นที่ผลิตจากยางรถยนต์ใช้แล้ว และมอบหมวกกันน็อคให้แก่เด็กนักเรียนที่โดยสารรถมอเตอร์ไซด์ ในโครงการสร้างเสริมคุณภาพชีวิตนักเรียนในโรงเรียนที่ด้อยโอกาส ณ โรงเรียนบ้านใหม่เจริญธรรม อ. บางระกำ จ.พิษณุโลก โดยมี พลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีรับมอบ

   โครงการดังกล่าว ถือเป็นสืบสานแนวทางจากโครงการประชารัฐ ที่ต้องการเสริมสร้างคุณภาพชีวิตของนักเรียนในโรงเรียนที่ด้อยโอกาส ให้มีโครงสร้างพื้นฐานที่เหมาะสม นักเรียนมีคุณภาพชีวิตสุขภาพกายและใจที่ดีขึ้น อีกทั้งยังมีส่วนร่วมในการเสริมสร้างสิ่งแวดล้อมที่ดี เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ โครงการสนามเด็กเล่นจากยางรถยนต์ที่ไม่ได้ใช้แล้วจากมิชลินได้เริ่มมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 เพื่อมุ่งสร้างจิตสำนึกในการลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติ โดยนำวัสดุเหลือใช้มาใช้ให้เกิดประโยชน์ โดยที่ผ่านมาได้มอบสนามเด็กเล่นให้กับชุมชน และโรงเรียนที่ขาดแคลนทั่วประเทศแล้วกว่า 500 ชุด  ส่วนการมอบหมวกกันน็อคนั้น ก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการรณรงค์ขับขี่ปลอดภัย เพื่อปลูกจิตสำนึกให้กับเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ความเข้าใจในกฎจราจร และรณรงค์การสวมใส่หมวกกันน็อคในขณะขับขี่หรือซ้อนท้ายรถจักรยานและมอเตอร์ไซต์ อันเป็นหนึ่งในปณิภาณของมิชลิน ที่จะสร้าง “ การสัญจรอย่างยั่งยืน

 

CSR NEWS : กลุ่มอีซูซุสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรด้านอาชีวศึกษาอย่างต่อเนื่อง

 

 

 

 

 

 

 

   กลุ่มอีซูซุ ร่วมกับ สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) สานต่อโครงการพัฒนามาตรฐานบุคลากรสู่ความเป็นเลิศ จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร "เทคโนโลยียานยนต์อีซูซุรุ่นที่ 17-18 อย่างต่อเนื่อง โดยได้รับเกียรติจาก มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ ประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด และ นายวณิชย์ อ่วมศรี รองเลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา ร่วมพิธีมอบประกาศนียบัตรให้แก่ คณาจารย์จากสถาบันอาชีวศึกษาต่างๆ รวมทั้งสิ้น 300 คน พร้อมทั้งมอบชุดเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ และอุปกรณ์เพื่อการส่งเสริมการเรียน-การสอนอันทันสมัย ให้แก่สถานศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรมอีกหลายรายการ

   มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ ประธานกรรมการมูลนิธิกลุ่มอีซูซุ และกรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชร   อีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “อีซูซุได้เติบโตเคียงคู่สังคมไทยมายาวนานกว่า 6 ทศวรรษ ในฐานะบริษัทรถยนต์ชั้นนำในประเทศไทย เรามีหนึ่งพันธกิจที่สำคัญ คือ การสร้างความสุขให้กับสังคมไทย โดยร่วมขับเคลื่อนการเติบโตของประเทศอย่างมีศักยภาพ และการสนับสนุนกิจกรรมด้านการศึกษาอย่างต่อเนื่อง เพราะเราเชื่อว่าการศึกษาคือรากฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาประเทศไทยอย่างยั่งยืน โดยตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 กลุ่มอีซูซุได้ริเริ่มการพัฒนาสื่อการเรียนการสอนคอมพิวเตอร์มัลติมีเดีย, การจัดตั้งศูนย์เรียนรู้     และถ่ายทอดเทคโนโลยียานยนต์ (สนับสนุนโดยอีซูซุ), การจัดการอาชีวศึกษาระบบทวิภาคีที่ศูนย์บริการอีซูซุทั่วประเทศตามความเหมาะสม และการจัดการสัมมนาเชิงปฏิบัติการ หลักสูตร เทคโนโลยียานยนต์อีซูซุ ต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อเสริมสร้างความรู้ด้านทักษะยานยนต์อย่างกว้างขวาง โดยหวังอย่างยิ่งว่าการร่วมมือของกลุ่มอีซูซุ และ สอศ. นี้ จะช่วยส่งเสริมศักยภาพของนักเรียนอาชีวศึกษา เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยานยนต์ไทยในอนาคต”

   โดยล่าสุดในปีนี้ อีซูซุได้จัดสัมมนาเชิงปฏิบัติการหลักสูตร "เทคโนโลยียานยนต์อีซูซุ รุ่นที่ 17-18 ซึ่งเป็นการอบรมทั้งในส่วนของภาคทฤษฎี และปฏิบัติอย่างเข้มข้น จากทีมวิทยากรจากสถาบันฝึกอบรมตรีเพชรอีซูซุ (Tri Petch Isuzu Training Academy) โดยได้รับความสนใจจากคณาจารย์ รวมทั้งสิ้น 300 คน จากสถาบันอาชีวศึกษากว่า 150 แห่งทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรม อีกทั้งยังได้ส่งมอบอุปกรณ์ประกอบการสอนอันทันสมัย ได้แก่

  • ชุดเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ เทคโนโลยีใหม่ล่าสุดของอีซูซุ จำนวน 12 ชุด
  • ชุดสาธิตระบบรถยนต์เพื่อการศึกษา จำนวน 6 ชุด
  • ชุดโครงรถยนต์เพื่องานตัวถังและสี จำนวน 6 ชุด

   ทั้งนี้มูลนิธิกลุ่มอีซูซุได้ก่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ.2530 การทำประโยชน์ให้กับสังคมไทยในด้านต่างๆ ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจอันสำคัญของมูลนิธิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการศึกษาอันเป็นรากฐานที่สำคัญต่อการพัฒนาประเทศให้เจริญเติบโตอย่างยั่งยืน

 

CSR NEWS : “Mercedes-Benz StarFest 2017” สานต่อกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR) ทั้วประเทศ

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อกิจกรรม “Mercedes-Benz StarFest 2017”ด้วยกิจกรรมเพื่อสังคม (CSR)ชวนคณะสื่อมวลชน ร่วมทำความดีถวายเป็นพระราชกุศล ด้วยการจัดขบวนคาราวานรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์เดินทางส่งมอบชุดเครื่องเขียนที่ประทับตราพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชและเงินทุนการศึกษาแก่โรงเรียนตามจังหวัดต่างๆ ที่ได้มีการจัดกิจกรรม StarFest ขึ้น ทั้งที่ สุรินทร์ เชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต

   มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า   “เมอร์เซเดส-เบนซ์ ดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์ เดอะ เบสท์” (THE BEST) เพื่อแสดงถึงความมุ่งมั่นของบริษัทฯ ที่จะนำเสนอ สิ่งที่ดีที่สุด ให้กับลูกค้าในวันนี้และวันข้างหน้า พร้อมสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination) และความสมบูรณ์แบบ (Perfection) ผ่านการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีและดีไซน์อันทันสมัย รวมถึงในด้านความรับผิดชอบ (Responsibility) ผ่านการสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อตอบแทนสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหนึ่งในความภาคภูมิใจด้านการตอบแทนสังคมของบริษัทฯ คือ การให้การสนับสนุนด้านการศึกษาแก่โรงเรียน หน่วยงาน และสถาบันการศึกษาต่างๆมาอย่างต่อเนื่องกว่า 11 ปีแล้ว ด้วยเพราะบริษัทฯ เล็งเห็นว่าการสนับสนุนด้านการศึกษาแก่เยาวชนจะเป็นการปูรากฐานที่สำคัญให้กับเด็กๆเพื่อที่ เขาจะสามารถเติบโตเป็นบุคลากรที่มีคุณภาพต่อไปในอนาคตได้”

   มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ในปีนี้ ทางบริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมเพื่อสังคมที่จะสนับสนุนโอกาสในด้านการศึกษาเพื่อให้เด็กๆได้มีรากฐานในการดำรงชีพและการพัฒนาชีวิตที่ดีขึ้น เพื่อเป็นกำลังสำคัญของประเทศในภายภาคหน้าต่อไป ซึ่งเป็นการต่อยอดจากกิจกรรมที่ เมอร์เซเดส มี (Mercedes me) ซึ่งจัดทำชุดอุปกรณ์ เครื่องเขียนเพื่อเด็กนักเรียนผู้ยากไร้ที่จัดขึ้นเมื่อปลายปีที่ผ่านมา โดยกิจกรรมเพื่อสังคมในครั้งนี้ จัดทำขึ้นในรูปแบบของคาราวานโดยรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพื่อเดินทางส่งมอบชุดอุปกรณ์เครื่องเขียนซึ่งประกอบด้วยสมุดจดบันทึกที่มีตราประทับพระบรมราโชวาทของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึง ดินสอ ยางลบ และกบเหลาดินสอรวมจำนวนกว่า 1,700 ชุดพร้อมด้วยเงินสนับสนุนทางการศึกษาที่ได้จากการร่วมสมทบทุนจากคณะผู้บริหาร และพนักงานจากบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) จำกัด รวมถึงตัวแทนผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ ให้แก่โรงเรียนในพื้นที่ที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เข้าไปจัดกิจกรรม Mercedes-Benz StarFest 2017’ ซึ่งได้แก่จังหวัดสุรินทร์ เชียงใหม่ ขอนแก่น และภูเก็ต”

   สำหรับกิจกรรมที่ผมและเพื่อนสื่อมวลชนได้มีโอกาสเดินทางเป็นทริปล่องใต้โดยมีที่หมายปลายทางที่จังหวัดภูเก็ต โดยออกเดินทางจาก นครหลวงกรุงเทพฯถึงภูเก็ต เป็นระยะทางกว่า 840 กิโลเมตร ระหว่างวันที่ 22-24 กันยายน 2560 เพื่อร่วมส่งมอบเงินทุนการศึกษา รวมถึงชุดอุปกรณ์เครื่องเขียน และสิ่งของอุปโภคบริโภคต่างๆ แก่สถานสงเคราะห์มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย ตั้งอยู่บริเวณเกาะสิเหร่ ภูเก็ต สามรุ่นหลักที่ผมได้มีโอกาสลองของแบบจะๆ เริ่มจากในหนึ่งยนตกรรมภายใต้แบรนด์ “EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benz นั้นคือ E 350 e Exclusive เป็นเวอร์ชั่นคั่นกลางระหว่าง Avantgarde กับ AMG Dynamic ซึ่งใช้เครื่องยนต์เบนซิน  4 สูบ เทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์  ผสานการทำงานกับมอเตอร์ไฟฟ้าขนาด 65 กิโลวัตต์ ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 9 จังหวะ 9G-Tronic พร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ที่หลังพวงมาลัย เขยิบออกจากเมืองหลวงวิ่งยาวไปถึงจังหวัดชุมพร ได้โอกาสดีแวะสักการะอนุสรณ์สถานกรมหลวงชุมพร (เสด็จเตี่ย) บริเวณหาดทรายรี ใกล้กับปากน้ำชุมพร

   แม้ E-Class จะเป็นซีดานขนาดกลางถึงใหญ่แต่โมเดลปัจจุบันนั้นจัดว่ามีความคล่องตัวสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานในเมือง ขับขึ้นลงเข้าออกพื้นที่จอดรถภายในอาคาร หรือขับบนทางด่วน และยิ่งรู้ซึ้งถึงสมรรถนะยิ่งขึ้นมือต้องทำเวลาให้ทันนัดหมาย  E 350 e Exclusive แปรสภาพเป็นสปอร์ตซีดานได้ในทันทีด้วยสมรรถนะของชุดขับเคลื่อนและช่วงล่างที่กลมกล่อมไม่กระด้างและไม่นุ่มเกินไป ทำให้เราขับขี่ได้ไม่เครียดแม้ในความเร็วสูง ( ในโหมดสปอร์ต ) รวมถึงระบบเบรกที่ให้ความมั่นใจได้ พร้อมๆกับความสะดวกสบายและความปลอดภัยระดับสูง และอุดมไปด้วยออฟชั่นเกินมาตรฐานครบครัน ถึงขนาดที่ต้องเรียนรู้การใช้งานสำหรับบางฟิวเจอร์ แต่เมื่อคุณสามารถเข้าถึงเจ้า E-Class สายพันธุ์ Plug - In แล้วจะลืมไม่ลงจริงๆ

   คันถัดมาที่ได้ลองชั่งเหมาะเจาะสมวัยเพราะเป็นรถในกลุ่ม Dream Car ได้แก่  C-Class Coupé และรุ่นที่ได้ลองคราวนี้เป็นตัวท๊อปยอดมงกุฎ ที่แค่ชื่อก็ไม่ธรรมดาเสียแล้ว Mercedes – AMG C43 รูปร่างหน้าตาดูเผินๆก็ไม่ต่างจากรถหรูสไตล์คูเป้ขนาดกะทัดรัด เจนเนอเรชั่นล่าสุดที่เอาใจกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่หลงใหลความสปอร์ต ด้วยขนาดตัวถังที่ใหญ่กว่าซีคู้ปโมเดลเดิมทุกมิติ ตั้งแต่ระยะฐานล้อที่ยาวขึ้น 80 มิลลิเมตร ส่งผลให้ตัวถังรถมีความยาวกว่ารุ่นเดิม  95 มิลลิเมตรและกว้างกว่ารุ่นเดิม 40 มิลลิเมตร และด้านหน้าของรถลาดลงต่ำทำให้ฝากระโปรงดูยาว และเมื่อรวมกับประตูแบบไร้ขอบ กระจกมองข้างแบบลอยตัว และเส้นสายด้านข้างตัวรถที่ลากไปจรดซุ้มล้อหลัง ทำให้รูปโฉมของ C- Coupé โฉบเฉี่ยวเร้าใจยิ่งขึ้น

   ที่สำคัญอีกอย่างคือตัวรถที่มีน้ำหนักเบาเมื่อเทียบกับเจนเนอเรชั่นก่อนหน้า จากการพัฒนาโครงสร้างตัวถังให้มีน้ำหนักเบา โดยใช้อะลูมิเนียมเป็นองค์ประกอบหลักผสมกับเหล็กกล้า ตลอดจนชิ้นส่วนต่างๆ เช่น กันชน ฝากระโปรงหน้าและหลัง เป็นอัลลอยน้ำหนักเบา  สำหรับรุ่นพิเศษนี้เป็นรถนำเข้าทั้งคันหรือกว่า C 250 Coupé AMG Dynamic โดยเพิ่มความสปอร์ตขึ้นไปอีกระดับ โดยเฉพาะพลังกำลังจากเครื่องยนต์ วี 6 สูบ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ที่ให้กำลังระดับ 367 แรงม้า แรงบิดสูงสุด พร้อมระบบขับเคลื่อนแบบ 4Matic ให้พลังการขับขี่ดุจลูกแกะให้คราบหมาป่า ที่แตกต่างจากซุปเปอร์คาร์คือ  Mercedes – AMG C43 สามารถตอบสนองการควบคุมได้ง่ายและสบายกว่า เชื่อว่าแม้ผู้ขับรถคันนี้จะเป็นผู้หญิงตัวเล็กก็เอาอยู่ ใช้งานในชีวิตประจำวันได้ตลอด และเมื่อใดต้องการความดุดันจ้าวนี้มีให้ไม่หมดจริงๆ

   สำหรับ ดีไซน์ภายในได้รับการตกแต่งให้ดูเรียบง่ายแต่เคร่งขรึม แฝงด้วยความเร้าใจสไตล์สปอร์ตด้วยพวงมาลัยสปอร์ตมัลติฟังก์ชั่นแบบท้ายตัดรวมถึงก้านเปลี่ยนเกียร์แบบแพดเดิลชิฟ ควบคุมหรือเลือกใช้งานระบบมัลติมีเดียได้สะดวก บรรยากาศ ภายในห้องโดยสาร ออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยอันกว้างขวาง และประกอบ ด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัยสปอร์ตยิ่งกว่าที่เคย โดยผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะ รู้สึกได้ถึงความความพลิ้วไหว และโฉบเฉี่ยวของส่วนประกอบต่างๆ เบาะที่นั่งแบบสปอร์ตหุ้มด้วยอาคันทาร่า เข็มขัดนิรภัยสีแดงสด นอกจากนี้ ยังมีสวิตช์เลื่อนเบาะที่นั่งด้านหน้าสำหรับการเข้าหรือออกจากห้องโดยสารของผู้โดยสารตอนหลัง ที่เป็นแบบแยก 2 เบาะ และมีระบบป้อนเข็มขัดอัตโนมัติ (automatic belt feeders) สำหรับผู้ขับและผู้โดยสารด้านหน้า เป็นครั้งแรกใน C- Coupé

   แต่ถ้าไม่อยากแตกต่างหรือจ่ายมากขนาดนั้นแต่ยังชื่นชอบสไตล์คูเป้ 2 ประตูMercedes-Benz ยังมี  C-Class Coupé ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ ความจุ 1,991 ซีซี กำลังสูงสุด 211 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 350 นิวตันเมตร ที่ 1,200 – 4,000 ต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 6.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. ขับเคลื่อนด้วยระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ 7G-TRONIC PLUS สามารถปรับตั้งโหมดการขับได้จากระบบไดนามิก ซีเล็กบนแผงหน้าปัด โดยมีให้เลือกถึง 5 แบบ ทั้งแบบประหยัด อีโค่ (ECO) คอมฟอร์ต (Comfort) สปอร์ต (Sport) สปอร์ตพลัส (Sport+) และปรับตั้งค่าเอง (Individual) หากผู้ขับขี่เลือก “โหมดปรับตั้งค่าเอง” จะสามารถปรับตั้งค่าต่างๆ ได้ตามความพึงพอใจ

   ปิดท้ายที่รุ่นใหญ่ใจต้องนิ่ง  S 500 e AMG Premium ต้องบอกว่าเหมาะกับการเป็นผู้โดยสารตอนหลังแบบสุดๆ หรือจะขับเองก็ไม่น่าเกลียด แม้จะไม่เร้าสองรุ่นที่แล้วมาแต่ก็เป็นอะไรที่สบายผ่อนคลายมากสำหรับการเดินทางไกลๆ

   มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย จัดตั้งขึ้นสืบเนื่องจากธรณีพิบัติภัยสึนามิเพื่อให้ความช่วยเหลือแก่เด็กกำพร้า และเด็กด้อยโอกาสในจังหวัดภูเก็ต เพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น รวมถึงการเข้าถึงโอกาสทางการศึกษา โดยนอกจากการได้ร่วมกิจกรรมทำความดีในครั้งนี้แล้ว เรายังได้มีโอกาสสัมผัสถึงดีไซน์ล้ำสมัย สมรรถนะที่ไม่เป็นรองใคร และระบบความปลอดภัยเหนือชั้น ของยนตรกรรมรุ่นล่าสุดของเมอร์เซเดส-เบนซ์กันอย่างใกล้ชิด ทั้งรถยนต์ในกลุ่ม Dream Car อย่างMercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG GLC 43 4MATIC Coupé และE 300 Coupé AMG Plus รวมถึงยนตกรรมรุ่นอื่นๆภายใต้แบรนด์“EQ – Electric Intelligence by Mercedes-Benzอย่าง S 500 e AMG Premium, E 350 e Exclusive, E 350 e AMG Dynamic และGLE 500 e 4MATIC AMG Dynamic อีกด้วย

   กิจกรรมเพื่อสังคมนี้จะจัดให้มีขึ้นในจังหวัดที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เข้าไปจัดกิจกรรม  Mercedes-Benz StarFest 2017’ ได้แก่ โรงเรียนโสตศึกษา จ.สุรินทร์ ในวันที่ 22-24 สิงหาคม 2560 โรงเรียนบ้านแม่ไคร้ จ.เชียงใหม่ ในวันที่ 2-4 กันยายน 2560 สถานคุ้มครองสวัสดิภาพเด็กและครอบครัว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ จ.ขอนแก่น ในวันที่ 15-16 กันยายน 2560 และสถานสงเคราะห์มูลนิธิหมู่บ้านเด็กตะวันฉาย จ.ภูเก็ต ในวันที่ 22-24 กันยายน 2560

 
 

CSR : Toyota Dream Car Art Contest 2017 ดันเยาวชนไทยคว้ารางวัลการประกวดวาดภาพระบายสีระดับโลกที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแสดงความยินดีกับเยาวชนไทยจากการคว้ารางวัลประกวดภาพวาดระบายสีระดับโลกในหัวข้อ โตโยต้ารถยนต์ในฝัน “Toyota Dream Car Art Contest 2017” ที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเดือนสิงหาคม 2560 ที่ผ่านมา

   Toyota Dream Car Art Contest คือ โครงการประกวดภาพวาดและระบายสีระดับโลกที่จัดขึ้นภายใต้วัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนาและส่งเสริมสังคมแห่งการเรียนรู้ของเยาวชน โดยมุ่งหวังให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้มีโอกาสแสดงความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการโดยมีศิลปะเป็นสื่อกลาง นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งช่องทางในการสร้างโอกาส และสนับสนุนความสามารถของเยาวชนให้พัฒนาก้าวไกลสู่เวทีระดับนานาชาติ

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด กล่าวว่า “ปีนี้นับเป็นปีที่ 7 ที่เราได้จัดกิจกรรม Toyota Dream Car Art Contest ในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง โดยในระดับประเทศผู้ชนะเลิศจากการประกวด ได้เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลระดับประเทศ จำนวน 3 รางวัล และเหรียญรางวัลระดับโลก จำนวน 3 รางวัล จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 1 กันยายน ที่ผ่านมา ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นแก่โครงการฯ และเยาวชนไทยเป็นอย่างยิ่ง  ทั้งนี้สำหรับการประกวดที่ประเทศญี่ปุ่น คณะกรรมการได้ทำการคัดเลือกผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดในแต่ละรุ่นจำนวน 3 ผลงาน รวมทั้งสิ้น 9 ผลงาน ให้เป็นผู้ชนะการประกวดภาพวาดระบายสีระดับประเทศ และส่งผลงานทั้ง 9 ผลงานของเยาวชนไทยเข้าร่วมแข่งขันในเวทีระดับโลก Toyota Dream Car Art Contest ประเทศญี่ปุ่น  ซึ่งที่ผ่านมาเด็กไทยสามารถสร้างชื่อเสียงได้รับรางวัลจากเวทีนี้ทุกปี  สำหรับในปีนี้ผลงานของเยาวชนไทยสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศอีกครั้ง  โดยได้รับเหรียญทองแดงระดับโลกมาทั้งหมด 3 รางวัล จากผลงานที่ส่งเข้ามาร่วมทั้งหมด 830,000 ผลงาน จาก 79 ประเทศทั่วโลก”

รายชื่อผู้ชนะการประกวดภาพวาดระบายสีระดับประเทศ

   “Toyota Dream Car Art Contest 2017” ที่เข้ารับพระราชทานถ้วยรางวัลจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2560 ได้แก่

รุ่นระดับอายุต่ำกว่า 8 ปี

v รางวัลยอดเยี่ยมอันดับที่ 1 ระดับประเทศ

  • ด.ญ. ไรวินธ์ สิริลัพท์ โรงเรียนปิยมิตรวิทยา จังหวัดพะเยา

ในชื่อผลงาน The Face Dream Car

รุ่นระดับอายุ 8-11 ปี

v รางวัลยอดเยี่ยมอันดับที่ 1 ระดับประเทศ

  • ด.ญ. ภควรรณ ชาญประเสริฐกิจ โรงเรียนรังษีวิทยา จังหวัดเชียงใหม่

ในชื่อผลงาน Gold Fish Family car

รุ่นระดับอายุ 12 – 15 ปี

v รางวัลยอดเยี่ยมอันดับที่ 1 ระดับประเทศ

  • ด.ญ. เปรมมิกา มีพารา โรงเรียนบางแคเหนือ จ.กรุงเทพมหานคร

ในชื่อผลงาน รถนกเงือกพิทักษ์ชีพ

และผู้ชนะการประกวดภาพวาดระบายสีระดับโลก ณ ประเทศญี่ปุ่น

“Toyota Dream Car Art Contest 2017” ได้แก่

รุ่นระดับอายุต่ำกว่า 8 ปี

v รางวัล เหรียญทองแดงระดับโลก

  • ด.ญ. สิริณญา สมบัติพรม โรงเรียนเทศบาลแม่เมาะ จ. ลำปาง

ในชื่อผลงาน รถเจ้าเต่าสร้างท้องทะเล

รุ่นระดับอายุ 8 – 11 ปี

v รางวัล เหรียญทองแดงระดับโลก

  • ด.ญ. ภัควรัญชญ์ แก้วขาว โรงเรียนบ้านห้วยไซงัว  จ. หนองคาย

ในชื่อผลงาน รถนกกระจอกเทศ

รุ่นระดับอายุ 12 – 15 ปี

v รางวัล เหรียญทองแดงระดับโลก

  • ด.ญ. เปรมมิกา มีพารา โรงเรียนบางแคเหนือ จ.กรุงเทพมหานคร

ในชื่อผลงาน รถนกเงือกพิทักษ์ชีพ

   “การที่เยาวชนไทยได้รับรางวัลระดับโลกเช่นนี้ถือเป็นความภาคภูมิใจของ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนและผลักดันเยาวชน ผู้มีความสามารถให้ก้าวสู่เวทีระดับโลก จนสร้างชื่อเสียงเป็นที่ยอมรับด้านความเป็นเลิศทางด้านศิลปะและเป็นความมุ่งมั่นของโตโยต้า ที่จะร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างโอกาสให้เยาวชนได้พัฒนาก้าวไกลสู่เวทีระดับสากล ซึ่งนี่คืออีกหนึ่งความสุขที่เราขอมอบให้แก่สังคมไทย ดังเช่นสโลแกนที่ว่า โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข” นายวุฒิกร กล่าวในที่สุด

   ติดตามข่าวสาร และรายละเอียดโครงการประกวดภาพวาดและระบายสีระดับโลก “Toyota Dream Car Art Contest”

ได้ที่ เว็บไซต์ www.dreamcarthailand.com

และ Facebook Fanpage : https://www.facebook.com/DreamCarArtContest/

 

CSR NEWS : มูลนิธิโตโยต้าประเทศ จัดสัมมนาวิชาการประจำปี 2560 “250 ปี เสียกรุงศรีอยุธยา – สถาปนากรุงธนบุรี 2310 – 2560”

 

 

 

 

 

 

   นายประมนต์ สุธีวงศ์ ประธานมูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย พร้อมด้วย นายสุรภูมิ อุดมวงศ์ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ ร่วมเปิดงานสัมมนาวิชาการประจำปี  พ.ศ. 2560  ในหัวข้อ “250 ปี เสียกรุงศรีอยุธยา – สถาปนากรุงธนบุรี 2310 - 2560”เมื่อวันศุกร์ที่ 15 กันยายน 2560 ณ หอประชุมศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) ตลิ่งชัน กรุงเทพฯ

   มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย สนับสนุนการดำเนินงานขององค์กรสาธารณกุศลให้สามารถดำเนินงานได้อย่างมีประสิทธิภาพตลอดระยะเวลา 25 ปี โดยมุ่งเน้นการส่งเสริมสังคมอย่างยั่งยืนผ่าน3 แนวทาง ได้แก่

- ส่งเสริมการศึกษาแก่เด็กและเยาวชนที่อยู่ห่างไกลในทุกระดับชั้นและสนับสนุนการศึกษาทางด้านประวัติศาสตร์ ศิลปวัฒนธรรมและความเข้าใจเกี่ยวกับประเทศเพื่อนบ้าน

- พัฒนาคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชน รวมถึงส่งเสริมการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

- ส่งเสริมการดำเนินงานขององค์กรสาธารณกุศลต่างๆ เพื่อสาธารณประโยชน์

   และในปี 2560 นี้ มูลนิธิโตโยต้าประเทศไทย และบริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมมือกับมูลนิธิโครงการตำราสังคมศาสตร์และมนุษยศาสตร์ จัดสัมมนาวิชาการประจำปี ภายใต้หัวข้อ “250 ปี เสียกรุงศรีอยุธยา – สถาปนากรุงธนบุรี 2310 - 2560”

   โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นและสนับสนุนให้เกิดความก้าวหน้าด้านการศึกษาค้นคว้าและการนำข้อมูลเกี่ยวกับกรุงศรีอยุธยา-กรุงธนบุรีไปใช้ให้เกิดประโยชน์ในวงวิชาการให้แพร่หลาย และเพื่อสร้างทัศนคติของการอยู่ร่วมกันอย่างสันติบนความหลากหลายทางเชื้อชาติวัฒนธรรม ความเชื่อและศาสนา

   ซึ่งหัวข้อหลักของการสัมมนาในครั้งนี้ได้แก่ “เสียกรุงศรีอยุธยา – สถาปนากรุงธนบุรี” โดยมีวิทยากร   ผู้ร่วมอภิปราย ดังนี้

- คุณอดิศักดิ์ ศรีสม                          ผู้ดำเนินรายการ

- คุณคริสโตเฟอร์ จอห์น เบเคอร์ บรรณาธิการวารสารสยามสมาคมและนักวิจัยอิสระ

- อ.ชาญวิทย์ เกษตรศิริ                     อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

- คุณพิมพ์ประไพ พิศาลบุตร             นักวิชาการอิสระ

- ผศ.ดร.ภาวรรณ เรืองศิลป์               รองผู้อำนวยการและอาจารย์ผู้รับผิดชอบหลักสูตรศิลปศาสตรมหาบัณฑิต สหสาขาวิชา

- ผศ.ธำรงค์ศักดิ์ เพชรเลิศอนันต์ ประธานหลักสูตรรัฐศาสตรและรองคณบดีฝ่ายวิชาการ วิทยาลัยบริหารรัฐกิจและรัฐศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต

   นอกจากนี้ยังมีหัวข้อการสัมมนาที่น่าสนใจอีกมากมาย อาทิ

- เพลงยาวพยากรณ์กรุงศรีอยุธยา : ว่าด้วยวรรณกรรมคำทำนายกับการเปลี่ยนผ่านทางสังคมและการเมืองแห่งยุคสมัย

- พระเจ้าอุทุมพร กับชาวอโยธยาในพม่า

- อวสานพระเจ้าตาก

- เศรษฐกิจและสังคมสยามจากอยุธยาถึงกรุงธนบุรี

   การสัมมนาวิชาการประจำปีถือเป็นอีกหนึ่งความตั้งใจของโตโยต้า ที่มุ่งสนับสนุนและส่งเสริมการศึกษาและวัฒนธรรมอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้สอดคล้องกับความมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนความสุขและสร้างรอยยิ้มสู่สังคมไทย ภายใต้สโลแกน

“โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข”

 
 

Page 6 of 14

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )