Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS

CSR NEWS : ONE MAZDA TEAM รวมตัวเป็นหนึ่งผนึกกำลังสร้างฝายชะลอน้ำ ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จังหวัดสระบุรี

 

 

 

 

 นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดนำคณะผู้บริหารและพนักงานทั้งองค์กรกว่า 200 คน ออกเดินทางด้วยคาราวานรถยนต์มาสด้าจำนวน 60 คัน ร่วมสร้างประสบการณ์นอกสำนักงานต่อยอดความสำเร็จและตอบแทนสังคมควบคู่ไปกับการจัดกิจกรรมสร้างความสามัคคี ปลุกพลังจากภายในสู่ภายนอกกับแนวคิด Feel the Passionเพื่อสะท้อนให้เห็นถึงความตั้งใจจริงและความปรารถนาดีต่อท้องถิ่น ต่อเนื่องไปสู่การบริการที่ดีที่สุดจากพนักงานมาสด้าในทุกหน่วยงาน และแนวคิดดังกล่าวถูกนำมาใช้กับบุคลากรภายในเช่นเดียวกัน เพื่อกระชับความสัมพันธ์ระหว่างคนในองค์กรให้แน่นแฟ้นมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับการพัฒนาอย่างยั่งยืนของ ซูม-ซูม 2573หรือ Sustainable ZOOM-ZOOM 2030 ที่จะพัฒนาเทคโนโลยีควบคู่ไปกับการดูแลรักษ์โลก ยกระดับพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชากรและสังคม มีส่วนร่วมในการสร้างโลกใบนี้ให้เป็นโลกที่สวยงามและน่าอยู่ โดยการร่วมมือร่วมใจกันทำกิจกรรมเพื่ออนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ให้คงอยู่กับโลกใบนี้อย่างยั่งยืนตลอดไปโดยการร่วมสร้างฝายชะลอน้ำ ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จังหวัดสระบุรี

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่าผมมีความภาคภูมิใจที่มาสด้านั้นเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่อง ถึงมาสด้าจะไม่ใช่บริษัทขนาดใหญ่ แต่จากความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน ตั้งแต่บุคลากรภายในองค์กร ผู้จำหน่าย พันธมิตรทางธุรกิจไปจนถึงลูกค้า รวมถึงตัวเลขยอดขายที่เติบโตขึ้นอย่างมีนัยยะสำคัญ ภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่สะท้อนถึงความพรีเมี่ยมได้อย่างโดดเด่น การเป็นผู้นำทางด้านเทคโนโลยี และเสียงตอบรับที่ดีจากผู้บริโภคทำให้มาสด้าก้าวขึ้นมาในฐานะบริษัทรถยนต์ที่น่าจับตามองแบรนด์หนึ่งในตลาดรถยนต์ ทั้งหมดนี้ส่งผลให้มาสด้ามีความตั้งใจที่จะตอบแทนสิ่งดีๆ กลับคืนสู่สังคมอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังเล็งเห็นความสำคัญของผืนป่าที่ให้ความร่มรื่น ช่วยดูดซับมลพิษทางอากาศ และป้องกันน้ำท่วม เราจึงร่วมสร้างฝายชะลอน้ำที่ช่วยฟื้นฟูผืนป่าได้ตลอดปี ณ อุทยานแห่งชาติน้ำตกสามหลั่น จังหวัดสระบุรี ซึ่งทางบริษัทฯ ได้จัดกิจกรรมในช่วงต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นเดือนที่ประเทศไทยกำลังจะเข้าสู่ฤดูฝน จึงถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมของการสร้างฝาย เพื่อเตรียมกักเก็บน้ำไว้ใช้ในฤดูแล้ง ฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมาอุดมสมบูรณ์ต่อไป

   ทั้งนี้เจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติได้กล่าวบรรยายและให้ความรู้ในเรื่องของการสร้างฝาย โดยในครั้งนี้จะเป็นการสร้างฝายแบบเรียงด้วยหินเป็นพนังกั้นน้ำ เป็นการสร้างลักษณะกึ่งถาวร จึงได้แบ่งกลุ่มพนักงานออกเป็น2 กลุ่ม เพื่อสร้างฝาย 2 แห่ง โดยการสร้างสะพานและนำหินมาเรียงให้เต็มพื้นที่ เพื่อช่วยชะลอความแรงของน้ำหลาก ลดการกัดเซาะของตลิ่งลำน้ำ และดักตะกอนแม่น้ำ กิ่งไม้ เศษไม้ ดิน โคลน ทราย ฯลฯ ทำให้ลำน้ำหลังฝายตื้นเขินช้าลง และยังสามารถกักเก็บน้ำไว้ได้ในปริมาณมากพอสมควรเป็นเวลานาน หลังจากฤดูฝนผ่านไปแล้ว จะทำให้มีปริมาณน้ำหล่อเลี้ยงในป่าอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่อง โดยการจ่ายน้ำออกไปรอบๆ ตัวฝาย จากความสามัคคีและรวมพลังเป็นหนึ่งเดียวของ ONE MAZDA ทำให้กิจกรรมนี้สำเร็จไปได้ด้วยดี ทุกคนต่างมีความอิ่มเอมใจที่ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติให้คงอยู่ในประเทศไทยตลอดไป

   สามารถติดตามข่าวสารความเคลื่อนไหวได้ที่ www.mazda.co.th หรือ www.facebook.com/MazdaThailandOfficial

 

 

CSR NEWS : โตโยต้าแนะนำโครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา” สร้างศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงาน ภายใต้แนวคิด “เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต”

 

 

 

 

 

   นายพิเชียน ลิมป์หวังอยู่ รองผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา พร้อมด้วย นายสมทรง  สรรพโกศลกุล นายกเทศมนตรี เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา และ นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมแนะนำโครงการ “โตโยต้า เมืองสีเขียว อยุธยา” ศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงาน เมื่อวันที่ 28เมษายน 2561 ณ โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา หน้าตลาดหัวรอ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

   จากพันธสัญญาที่เป็นความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมของบริษัทโตโยต้าทั่วโลก ในการลดผลกระทบเชิงลบด้านสิ่งแวดล้อมให้เป็นศูนย์ และเพิ่มผลกระทบเชิงบวกเพื่อมุ่งไปสู่การพัฒนาสังคมอย่างยั่งยืน ภายใต้ชื่อ     “พันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า พ.ศ. 2593 บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด จึงได้มุ่งมั่นในการดำเนินงานในทุกกระบวนการอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รวมถึงการเผยแพร่องค์ความรู้สร้างจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมแก่สังคมไทย ผ่านกิจกรรมต่างๆภายใต้โครงการ “โตโยต้า เมืองสีเขียว”โดยมีวัตถุประสงค์ในการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ เมืองสีเขียว เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต สะท้อนการใช้ชีวิตในเมืองอย่างมีคุณภาพร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม

   หนึ่งในกิจกรรมสำคัญของโตโยต้าเมืองสีเขียว คือการนำองค์ความรู้ในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้ามาประยุกต์ใช้ เพื่อพัฒนาสิ่งแวดล้อมของชุมชนเมือง ส่งเสริมให้คนในชุมชนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวได้มีส่วนร่วมในกิจกรรมที่ช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกอย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมกับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าและชุมชน ในการออกแบบกิจกรรมให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตของแต่ละพื้นที่ ซึ่งได้ดำเนินการไปแล้วใน 3 พื้นที่ ได้แก่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดกระบี่ และ อำเภอเชียงคาน จังหวัดเลย

   สำหรับโครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา”  ถือเป็นจังหวัดที่ 4ที่โตโยต้าได้นำองค์ความรู้ในการจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้ามาประยุกต์ใช้ และยังเป็นจังหวัดแรกที่ได้ต่อยอดองค์ความรู้โดยความร่วมมือกับเทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา ในการบูรณะเรือนจำเก่า หน้าตลาดหัวรอ บนพื้นที่ขนาด 8ไร่ให้กลายเป็นศูนย์การเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมแห่งแรกนอกโรงงานต่อจาก ศูนย์การเรียนรู้ความหลากหลายทางชีวภาพและความยั่งยืน “ชีวพนาเวศ” ในโรงงานโตโยต้าบ้านโพธิ์ ผ่านการนำองค์ความรู้ด้านการจัดการสิ่งแวดล้อมทั้ง5ด้านของโตโยต้ามาประยุกต์ใช้และนำเสนอเป็นแนวทางให้เกิดขึ้นภายในพื้นที่เมืองสีเขียว อันได้แก่

- การเพิ่มพื้นที่สีเขียว (Increasing GreenArea)ส่งเสริมการอนุรักษ์ต้นไม้ที่มีอยู่เดิม การปลูกต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยเน้นไม้ยืนต้น หรือ สร้างสวนป่าในเมืองเพิ่มพื้นที่สีเขียว โดยใช้ความรู้ด้านการปลูกป่านิเวศตามหลักของศาสตราจารย์ ดร.อากิระ มิยาวากิ ผู้เชี่ยวชาญด้านการปลูกป่าจากประเทศญี่ปุ่นที่ได้รับการยอมรับในระดับสากล

- การจัดการขยะ(Waste Management)โดยจัดการขยะอย่างครบวงจร ตั้งแต่การส่งเสริมการลดปริมาณขยะ ลดการใช้สินค้าที่ก่อให้เกิดขยะ การคัดแยกขยะและการนำไปใช้ประโยชน์ และการกำจัดขยะแบบถูกต้องตามหลักสุขาภิบาล

- การอนุรักษ์น้ำ(Water Management)การส่งเสริมการใช้น้ำอย่างรู้คุณค่า การประหยัดน้ำ การนำทรัพยากรน้ำมาใช้อย่างรู้คุณค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด เช่น การติดตั้งแท้งค์น้ำรองน้ำฝนเพื่อใช้ในการรดน้ำต้นไม้และกิจกรรมอื่นๆภายในสวน

- การลดการใช้พลังงานและการใช้พลังงานทางเลือก(Renewable Energy)ส่งเสริมการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้อุปกรณ์ไฟฟ้าที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานทดแทน อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์ หลอดไฟLED การนำแบตเตอรี่ไฮบริดที่ใช้แล้วกลับมาใช้ใหม่ (re-use)

- การเดินทางอย่างยั่งยืน(Sustainable Transportation)ส่งเสริมการเดินทางที่ลดการใช้น้ำมันเชื้อเพลิง การเดินทางที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม การใช้พลังงานทดแทนน้ำมันเชื้อเพลิง การจัดการด้านผังเมืองให้เป็นเมืองที่มีการใช้พลังงานในการเดินทางน้อยที่สุด เช่น การสนับสนุนการใช้จักรยาน การใช้รถพลังงานไฟฟ้า HA:MO หรือ รถยนต์ไฮบริด

   งานในครั้งนี้เกิดจากความร่วมมือระหว่าง  บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด  ร่วมกับ   เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เรือนจำกลางพระนครศรีอยุธยา สำนักงานการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา  เพื่อแนะนำโครงการฯ และส่งเสริมให้คนในชุมชนท้องถิ่นสามารถใช้ชีวิตอย่างกลมกลืนกับธรรมชาติ โดยภายในงานได้มีการจัดกิจกรรมร่วมกับคนในชุมชนท้องถิ่นกว่า 300คน โดยการปลูกป่านิเวศอย่างยั่งยืน เพิ่มพื้นที่สีเขียวตามแนวคิดของ .ดร.อาคิระ มิยาวากิที่ช่วยร่นระยะเวลาการเจริญเติบโตเป็นป่านิเวศได้เร็วขึ้นนับ 10เท่า และต้นไม้มีอัตราการอยู่รอดสูงกว่า 90% โดยทำการปลูกต้นไม้พรรณไม้ท้องถิ่น อาทิ ต้นกันเกรา ต้นอินทนิลรวมทั้งสิ้น จำนวน 668 ต้น เพื่อเป็นการสื่อถึงระยะเวลาการก่อตั้งเมืองพระนครศรีอยุธยาตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน นอกจากนี้ยังได้ร่วมรณรงค์ให้เกิดการเดินทางอย่างเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เชื่อมโยงสถานที่ท่องเที่ยวของอยุธยา โดยรถยนต์ไฟฟ้าขนาดเล็ก HA:MO  รถยนต์ CH-R ไฮบริด และการปั่นจักรยาน เส้นทางไปกลับจากโตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา –อุทยานประวัติศาสตร์ – ศูนย์ท่องเที่ยวอยุธยา รวมระยะทางกว่า 7 กิโลเมตร เพื่อเรียนรู้ประวัติศาสตร์ของจังหวัดพระนครศรีอยุธยาควบคู่ไปกับการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งนี้ ยังได้มีการเปิดตัว “เยาวชนโตโยต้าเมืองสีเขียว” จากความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา ในการคัดสรรเยาวชนที่เป็นตัวแทนของจังหวัดพระนครศรีอยุธยามาเรียนรู้การจัดการด้านสิ่งแวดล้อมของโตโยต้า เพื่อมอบหมายหน้าที่ให้เป็นผู้บรรยายองค์ความรู้ด้านสิ่งแวดล้อมในศูนย์การเรียนรู้แห่งนี้แก่ชุมชนท้องถิ่น นักท่องเที่ยว และผู้ที่สนใจต่อไปในอนาคต อันจะเป็นการปลูกฝังจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อม แก่เยาวชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาอย่างยั่งยืน

   ปัจจุบัน โครงการ “โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยา” กำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้างโดยจะใช้ระยะเวลานการก่อสร้างรวมทั้งสิ้น 14 เดือน และมีกำหนดเสร็จสมบูรณ์พร้อมเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการได้ในเดือนพฤศจิกายน 2561ซึ่งในระหว่างการก่อสร้าง โตโยต้าจะเปิดพื้นที่บางส่วนสำหรับการจัดกิจกรรมร่วมกับคนในพื้นที่ อาทิ การจัดกิจกรรมออกกำลังกายในสวน การจัดตลาดขายสินค้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม รวมถึงการให้ชุมชนและนักเรียนได้มีส่วนร่วมในการพัฒนาสิ่งแวดล้อมในพื้นที่แห่งนี้เพื่อปลูกฝังการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อมและหวงแหนพื้นที่ของชุมชน

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่กล่าวว่า“โตโยต้าเมืองสีเขียว อยุธยาเป็นความตั้งใจของโตโยต้า ที่จะนำเสนอการใช้ชีวิตในเมืองอย่างมีคุณภาพร่วมกับธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เป็นแหล่งส่งเสริมการเรียนรู้ด้านสิ่งแวดล้อมนอกห้องเรียนให้กับกลุ่มนักเรียน นักศึกษา และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ละแวกใกล้เคียง โดยในอนาคตโตโยต้าคาดหวังว่าสถานที่แห่งนี้จะเป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงนิเวศให้กับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาเยี่ยมเยือนจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตลอดจนสามารถจุดประกายให้ผู้ที่มาเยี่ยมชมได้เกิดจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมพร้อมนำไปสู่การลงมือปฏิบัติ อันจะเป็นการขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นเมืองสีเขียว ให้เกิดความยั่งยืนทางสิ่งแวดล้อม เพื่อธรรมชาติ เพื่อทุกชีวิต ต่อไป”

โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข

 

CSR NEWS : ฮอนด้า ส่ง 6 นวัตกร ในโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2017” บินลัดฟ้าโชว์ไอเดียสร้างสรรค์ ร่วมกับเยาวชนญี่ปุ่นและเวียดนาม ณ ประเทศญี่ปุ่น

 

 

 

 

 

 

 

 

ฮอนด้าเดินหน้าจุดประกายความฝัน และจินตนาการเยาวชนไทยอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 13 ในโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2017”โดยปีนี้จัดขึ้นภายใต้แนวคิด“คิด(ส์) กระหึ่มโลก” นำน้องๆ นวัตกรรุ่นจิ๋ว รวมทั้งครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ เดินทางบินลัดฟ้าเป็นตัวแทนประเทศไทยไปโชว์ไอเดียสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต พร้อมเรียนรู้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์กับเยาวชนชาวญี่ปุ่นและเวียดนาม ในค่ายเยาวชน “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คิดส์”ณ ประเทศญี่ปุ่น

   สำหรับ 6 ตัวแทนเยาวชนไทยที่ชนะในโครงการ ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2017 ประกอบด้วย น้องไหว้ - ด.ช.พริษฐ์ พงศ์สถาพร ผู้ได้รับรางวัลชนะเลิศ ชั้นประถมศึกษาปีที ่ 3 จากโรงเรียนวุฒิวิทยาจ.ชลบุรี เจ้าของผลงาน “ชักโครกใส่ใจสุขภาพ”น้องรุ้ง - ด.ญ. ฟ้าใส เพชรนวล (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนวัดวาลุการาม จังหวัดชุมพร ผลงาน “รถเบาะกระโดดอัตโนมัติ” น้องบอล - ด.ช.สมประสงค์ บุญตวง (รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนประชาอุทิศ (จันทาบอนุสรณ์) กรุงเทพฯ ผลงาน “กางเกงในแก้ริดสีดวง” น้องเจเจ - ด.ช.ปภังกร จารุสัมพันธ์กนก (รางวัลเกียรติยศ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย กรุงเทพฯ ผลงาน “ไมค์คืนความสุข” น้องไหม - ด.ญ.ธีรญา นวชาตโฆษิต (รางวัลเกียรติยศ) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนแม่พระฟาติมา กรุงเทพฯ ผลงาน “ฟิล์มครอบลิ้นเปลี่ยนรสชาติ” และ น้องออกู้ด - ด.ช. ปีติสิทธิ สกลรักษ์ (รางวัลเกียรติยศ) เกรด 2 โรงเรียนอยู่เย็นวิทยา กรุงเทพฯ ผลงาน “ฟันหมาไม่กัด”และรางวัลพิเศษ“ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ”จำนวน 2รางวัล ได้แก่นายวีรยุทธ์ เกิดแก้วงาม อาจารย์จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และนายกมลชัย พอกแก้ว อาจารย์จากโรงเรียนมารีย์วิทยา นนทบุรี

   ในค่ายเยาวชน “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คิดส์"ตัวแทนเยาวชนจากไทย ญี่ปุ่น และเวียดนาม ได้นำเสนอสุดยอดผลงานสิ่งประดิษฐ์ รวมถึงแนวคิดและแรงบันดาลใจในการประดิษฐ์ชิ้นงาน พร้อมทั้งทำกิจกรรมเพื่อแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม โดยน้องๆ ทั้ง 6 คนได้นำการแสดงรำไหว้ครูมวยไทยไปโชว์ในงาน สร้างความประทับใจให้ผู้เข้าร่วมงานเป็นอย่างมาก  นอกจากนี้น้องๆ ยังร่วมชมโชว์แบบเอ็กซ์คลูซีฟจากหุ่นยนต์อาซิโมซึ่งเลียนแบบท่าทางต่างๆ ได้ใกล้เคียงมนุษย์อีกด้วย

   ด้านนายพิชญ์พล จิรวงศาพันธุ์หรือ พี่อินดี้ ผู้ชนะเลิศ ระดับประถมศึกษา 1-3 โครงการ ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์  2006(ปัจจุบันเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรมศาสตร์ ชั้นปีที่ 1มหาวิทยาลัยโตเกียว)รุ่นพี่ซึ่งได้มาร่วมแบ่งปันประสบการณ์ดีๆ ให้แก่น้องๆ กล่าวว่า “ผมเชื่อว่าเด็กๆ ทุกคนมีความคิด ความฝันและพลังจินตนาการอยู่ในตัวเอง โครงการนี้ส่งเสริมให้สิ่งเหล่านั้นเป็นจริงขึ้นมาได้ สำหรับตัวผมเองได้แรงบันดาลใจในการเรียนภาษาญี่ปุ่น หลังกลับจากการนำเสนอผลงานในโครงการ ฮอนด้า ซูเปอร์ไอเดีย คอนเทสต์ครั้งที่ 2เมื่อครั้งนั้นผมได้มีโอกาสพูดคุยกับคุณฮิโรเสะ (หัวหน้าทีมวิจัยและพัฒนาหุ่นยนต์อาซิโม)ต้องมีล่ามช่วยแปลภาษาญี่ปุ่นให้ตลอด จึงรู้สึกว่าอยากสื่อสารได้ด้วยตัวเอง และนั่นนับเป็นการจุดประกายที่ทำให้ผมอยากเรียนภาษาญี่ปุ่น จนกระทั่งได้มีโอกาสมาศึกษาที่มหาวิทยาลัยโตเกียวในปัจจุบัน นอกจากนี้ ผมยังได้ชมวีดิทัศน์ประวัติของอาซิโม ตั้งแต่ยังเดินไม่ได้จนพัฒนาเป็นหุ่นยนต์ที่สามารถเดินได้ใกล้เคียงกับมนุษย์ในปัจจุบัน ทำให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของวิศวกรฮอนด้า วันนี้รู้สึกดีใจที่ได้มีโอกาสมาแบ่งปันประสบการณ์ให้กับน้องๆ  อยากให้ทุกคนเก็บเกี่ยวสิ่งดีๆ ที่ได้จากการเดินทางในครั้งนี้มาเป็นแรงบันดาลใจ และทำความฝันของตัวเองให้เป็นจริง ตามสโลแกนของฮอนด้า Honda The Power of Dreams”

   นอกเหนือจากกิจกรรมในค่ายเยาวชนแล้ว น้องๆ ยังมีโอกาสได้รับประสบการณ์ใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นการได้นั่งชินคันเซน รถไฟความเร็วสูงจากโตเกียวไปยังจังหวัดโตชิกิ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ฮอนด้า ทวินริง โมเตกิ สนามทดสอบเพื่อใช้ในการพัฒนายนตรกรรมของฮอนด้า รวมทั้งยังเป็นสนามแข่งขันรถยนต์ระดับโลก นอกจากนี้ยังเป็นที่ตั้งของ ฮอนด้า คอลเลคชั่น ฮอลล์ สถานที่จัดแสดงนวัตกรรมยานยนต์ของฮอนด้าซึ่งมีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 50ปี รวมถึงการขึ้นบอลลูนเพื่อชมวิวทิวทัศน์ของจังหวัดโตชิกิแบบ 360องศา การศึกษาธรรมชาติและความสมบูรณ์ของป่าที่เฮลโล วูดส์ ซึ่งเป็นป่าต้นสนและโอ๊ค ที่ได้รับการดูแลโดยเจ้าหน้าที่อนุรักษ์ป่าของฮอนด้า เพื่อปลูกจิตสำนึกของเยาวชนให้ตระหนักถึงคุณค่าของสิ่งแวดล้อม รวมถึงเพลิดเพลินไปกับกิจกรรมสร้างสรรค์ผลงานศิลปะลงบนแผ่นไม้

   จากเมืองโตชิกิมุ่งหน้าสู่โตเกียว ฮอนด้าพาน้องๆ สนุกสนานไปกับเครื่องเล่นนานาชนิด ที่ โตเกียว ดิสนีย์แลนด์นอกจากนั้นยังไปทัศนศึกษาด้วยการไหว้พระขอพรที่วัดอาซากุสะ รวมถึงเข้าเยี่ยมชมอาคารฟูจิ ทีวีและพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์ที่เมืองโอไดบะอีกด้วย

   น้องไหว้ - ด.ช.พริษฐ์ พงศ์สถาพร ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3จากโรงเรียนวุฒิวิทยา จ.ชลบุรี ผู้ชนะเลิศ เจ้าของผลงานชักโครกใส่ใจสุขภาพ กล่าวว่า “ผมตื่นเต้นมากครับ ที่ได้มาประเทศญี่ปุ่นได้รู้จักเพื่อนใหม่ทั้งจากญี่ปุ่นและเวียดนาม ทำให้ได้เห็นไอเดียสร้างสรรค์ของเพื่อนๆ รวมถึงได้เจอกับอาซิโมตัวจริงครั้งแรกด้วยครับ เป็นหุ่นยนต์อัจฉริยะมากๆ นอกจากนี้ผมยังได้ไป Collection Hall ได้รู้จักสิ่งประดิษฐ์ และรถยนต์ต่างๆ ของฮอนด้า และยังได้ไปเรียนรู้ป่าธรรมชาติ ขึ้นบอลลูน แถมยังได้ไปสวนสนุกอีกด้วย ขอบคุณฮอนด้ามากๆ ที่จัดกิจกรรมนี้ขึ้นมา ทั้งสนุกและได้รับความรู้มากมายครับ”

   นับเป็นอีกครั้งที่ฮอนด้าได้ขับเคลื่อนความฝัน จุดประกายความคิดสร้างสรรค์และสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนไทย เพราะเราเชื่อว่าประสบการณ์ดีๆ จะช่วยต่อยอดให้เด็กๆ ได้แสดงพลังแห่งความฝัน(The Power of Dreams)และมุ่งมั่นในการทำฝันนั้นให้เป็นจริง เพื่อเป็นพลังในการขับเคลื่อนสังคมไทยให้ก้าวหน้าต่อไป

 
 

CSR NEWS : โตโยต้าจัด “โตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอลคลินิก 2018” ยกระดับวงการฟุตบอลไทย พร้อมผลักดันเยาวชนสู่เวทีสากล

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ และ มูลนิธิมิราเคิล ออฟไลฟ์ ในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี จัด “โตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอลคลินิก2018” โครงการฝึกสอนและพัฒนาทักษะกีฬาฟุตบอลให้แก่เยาวชนไทยทั่วภูมิภาค พร้อมสนับสนุนให้เข้าร่วมแข่งขันระดับสากลโดยมี โตโยต้าฟุตบอลแอมบาสเดอร์คุณ “ตุ๊ก”   ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน รับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน ตลอดจนคัดเลือกเยาวชน เพื่อเข้าแข่งขันรายการ “โตโยต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ คัพ 2018”ณ ประเทศญี่ปุ่นซึ่งในปีที่ผ่านมา เยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ที่ผ่านการคัดเลือกจากโครงการโตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอล คลินิก ได้สร้างชื่อเสียงให้แก่ประเทศไทย คว้าแชมป์จากการแข่งขันรายการ    โตโยต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ คัพ 2017 เป็นปีที่ 2 ติดต่อกัน

   กิจกรรม “โตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอล คลินิก 2018”  ในครั้งนี้จัดขึ้นเป็นปีที่  6เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนอายุต่ำกว่า 12 ปี ซึ่งเป็นรุ่นอายุเริ่มแรกของการฝึกฝนสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพควรได้รับการฝึกสอนพร้อมปูพื้นฐานด้านฟุตบอลที่ดี เพื่อพัฒนาสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคต กิจกรรมฟุตบอลคลินิกจัดขึ้นในทุกภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเป็นการให้ความรู้และพัฒนาทักษะพื้นฐานฟุตบอลให้กับเยาวชนไทย โดยมี คุณปิยะพงษ์ ผิวอ่อน  โตโยต้าฟุตบอลแอมบาสเดอร์ และอดีตตำนานนักฟุตบอลทีมชาติไทย รับหน้าที่เป็นหัวหน้าผู้ฝึกสอน พร้อมทั้งได้ทำการคัดเลือกเยาวชนที่มีความสามารถโดดเด่นจากทั่วประเทศ เพื่อเข้ารับการอบรมปรับพื้นฐานฟุตบอลตามแบบ Thailand’s way กับ สถาบัน เอคโคโน เมธอด ซอคเกอร์ เซอร์วิส ที่ศูนย์พัฒนาศักยภาพกีฬาฟุตบอล ตลอดจน        เข้าร่วมเป็น ตัวแทนเยาวชนทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน  12 ปีในการแข่งขันฟุตบอลรายการ โตโยต้า อินเตอร์เนชั่นแนล จูเนียร์ คัพ ในประเทศญี่ปุ่น  เพื่อเสริมสร้างโอกาสฝึกฝนทักษะและประสบการณ์ในรูปแบบการแข่งขัน            ทัวร์นาเมนท์ระดับสากล อันเป็นการสนับสนุนเยาวชนไทยที่มีความสามารถให้ได้พัฒนาสู่การเป็นนักฟุตบอลอาชีพในอนาคตควบคู่ไปกับการส่งเสริมวงการฟุตบอลไทยอย่างแท้จริง

   ทั้งนี้ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการส่งเสริมรากฐานฟุตบอลไทยให้เข้มแข็งยิ่งขึ้น เริ่มตั้งแต่ส่งเสริมการพัฒนาศักยภาพในระดับเยาวชน ผ่านโครงการพัฒนาและผลักดันเยาวชนไทย “โตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอล คลินิก รวมถึงการเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันฟุตบอลทั้งในระดับประเทศและนานาชาติ ตลอดจนสนับสนุนทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างต่อเนื่อง นับตั้งแต่การเป็นผู้สนับสนุนหลักการแข่งขันฟุตบอลลีกสูงสุดของประเทศ “โตโยต้า ไทยลีก”รวมถึงการจัดการแข่งขัน “โตโยต้า ลีกคัพ” ตลอดจนได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและส่งเสริมการกีฬาของประเทศต่อเนื่องมาโดยตลอด ทั้งในรูปแบบของการจัดการแข่งขัน ตลอดจนเป็นผู้ให้ความสนับสนุนแก่วงการกีฬาต่างๆ เพื่อพัฒนาการกีฬาของชาติ พัฒนานักกีฬาเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขัน และเป็นกำลังใจให้กับนักกีฬาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ

   ผู้สนใจสมัครเข้าร่วมกิจกรรม “โตโยต้า จูเนียร์ ฟุตบอล คลินิก 2018” สามารถทำการสมัครด้วยตนเองตามรายละเอียดดังต่อไปนี้

vสถานที่จัดกิจกรรม

-          วันที่28เมษายน 2561               สนามกีฬากลางจังหวัดสุราษฎร์ธานี จ.สุราษฎร์ธานี

-          วันที่ 12พฤษภาคม 2561          สนามกีฬากลางจังหวัดราชบุรี จ.ราชบุรี

-          วันที่ 19พฤษภาคม 2561           สนามกีฬากลางจังหวัดขอนแก่น จ.ขอนแก่น

-          วันที่ 26พฤษภาคม 2561           สนามธูปะเตมีย์ กรุงเทพมหานคร

-          วันที่ 2มิถุนายน 2561                สนามโรงเรียนกีฬาจังหวัดอุบลราชธานี จ.อุบลราชธานี

-          วันที่ 9มิถุนายน 2561                สนามฟุตบอลทะเลหลวง องค์การบริหารส่วนจังหวัดสุโขทัย จ.สุโขทัย

-          วันที่ 16มิถุนายน 2561             สนามสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี จ.ชลบุรี

-   เวลารับสมัคร                              08:00 – 09:00น.

-   กิจกรรมคลินิกฟุตบอลสำหรับเยาวชนทั้งเพศชายและหญิง      09:00– 11:00น.

-   เวลาทำการคัดเลือก                    14:00 – 16:00น.

ขอสงวนสิทธิ์ในการเข้าร่วมการคัดเลือกสำหรับเยาวชนชาย อายุ 11-12 ปี ที่ผ่านการร่วมกิจกรรมคลินิกฟุตบอลในช่วงเช้าแล้วเท่านั้น

สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ โทร.  081-991-9248 ติดตามข่าวสารและศึกษารายละเอียดที่ www.facebook.com/ToyotaFootball

 

CSR NEWS : ฮอนด้า ต่อยอดภารกิจปลูกจิตสำนึกรักษ์สิ่งแวดล้อมและส่งเสริมความปลอดภัยให้เยาวชนไทย ในโครงการ “โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยกับฮอนด้า”

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดต่อยอดพันธสัญญาด้านสิ่งแวดล้อม ที่มุ่งมั่นรักษาโลกใบนี้ให้น่าอยู่และปลอดภัย ผ่านโครงการ “โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยกับฮอนด้า” กิจกรรมเพื่อการพัฒนาปรับปรุงการจัดการสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยในโรงเรียนที่อยู่ในบริเวณพื้นที่ที่บริษัทฯ ดำเนินการอยู่ ทั้งโรงงานฮอนด้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยา โรงงานฮอนด้าจังหวัดปราจีนบุรี และสำนักงานฮอนด้าบางนา กรุงเทพฯ

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้าได้ดำเนินกิจกรรมเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อมมาโดยตลอด โดยเฉพาะในพื้นที่โรงเรียนและชุมชนในจังหวัดที่บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจอยู่  ผ่านทางโครงการ “โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยกับฮอนด้า” ซึ่งทางบริษัทฯ ร่วมกับพนักงานเพื่อดำเนินการปรับปรุงและพัฒนาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งสร้างความตระหนักในเรื่องความปลอดภัยในการใช้ชีวิตและการขับขี่บนท้องถนน เพื่อสร้างสรรค์สังคมให้น่าอยู่และปลอดภัย พร้อมส่งต่อสังคมคุณภาพให้ลูกหลานในอนาคตต่อไป”

   โครงการ “โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยกับฮอนด้า” เป็นกิจกรรมที่เชิญชวนให้พนักงานฮอนด้ามารวมตัวกันในฐานะจิตอาสาเพื่อทำประโยชน์และสร้างคุณค่าให้กับโรงเรียนและชุมชนใกล้เคียงในพื้นที่ที่บริษัทฯ ดำเนินการอยู่ เริ่มต้นจากโรงงานฮอนด้าจังหวัดพระนครศรีอยุธยาซึ่งดำเนินการมาแล้วกว่า 14 ปี โรงงานฮอนด้าจังหวัดปราจีนบุรี ได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และในส่วนของสำนักงานฮอนด้าบางนา กรุงเทพฯ เริ่มดำเนินการในปี 2561 เป็นปีแรก โดยมีรูปแบบในการสนับสนุน พัฒนาและอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียนและชุมชน อาทิ การเพิ่มพื้นที่สีเขียวของโรงเรียน การส่งเสริมจิตสำนึกด้านสิ่งแวดล้อมโดยให้ความรู้เรื่องการคัดแยกขยะ การสนับสนุนทุนในการดำเนินกิจกรรมโครงการที่ริเริ่มและดำเนินการโดยโรงเรียนเอง รวมถึงจัดอบรมให้ความรู้เรื่องการขับขี่และการใช้รถใช้ถนนอย่างปลอดภัย

   สำหรับการดำเนินโครงการ “โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยกับฮอนด้า”ในส่วนของพื้นที่สำนักงานฮอนด้าบางนา กรุงเทพฯ จัดขึ้นที่โรงเรียนวัดบางนานอก ภายใต้ชื่อกิจกรรม “ฮอนด้าชวนน้องรักษ์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัย” แบ่งออกเป็น

1) การพัฒนาสิ่งแวดล้อมและการปรับปรุงภูมิทัศน์ของโรงเรียน จัดตั้ง“ธนาคารขยะ”เพื่อส่งเสริมการแยกขยะให้ถูกต้องและสามารถนำมาใช้ซ้ำได้ มาพร้อมถังขยะอัจฉริยะ ซึ่งมีระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับการทิ้งขยะให้ถูกต้องตามประเภทของขยะ และในส่วนของการปรับปรุงภูมิทัศน์ มีการปลูกพันธุ์ไม้และปรับปรุงแปลงผักสวนครัว รวมถึงการทาสีลูกกรงเหล็กและกำแพงบริเวณรอบโรงเรียน

2) การส่งเสริมและอบรมความรู้ด้านความปลอดภัย ผ่านทางกิจกรรมต่างๆ เพื่อความปลอดภัยในการใช้รถใช้ถนน ได้แก่ กิจกรรม“หนูน้อยปลอดภัยทางถนน” กิจกรรม“หนูน้อยจราจร” และกิจกรรม “ห่วงใครให้ใส่หมวก” ซึ่งให้บริการหมวกกันน็อคสำหรับนักเรียนที่เดินทางโดยรถจักรยานยนต์ รวมถึงกิจกรรม “ตรวจสอบถังดับเพลิง” เพื่อให้ความรู้และเตรียมความพร้อมในกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน

3) การสนับสนุนการเรียนการสอน ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์กีฬาหรือเครื่องเขียนต่างๆ นอกจากนี้ยังช่วยพัฒนาศูนย์การเรียนรู้ชั้นประถมศึกษาตอนต้น รวมถึงห้องสมุดให้เอื้อต่อการค้นคว้าและจัดกิจกรรม

   เป็นเวลากว่า14 ปี ที่ฮอนด้าได้จัดโครงการ “โรงเรียนสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยกับฮอนด้า” เพื่อถ่ายทอดความรู้ในการด้านการรักษาสิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยแก่เยาวชนไทย รวมถึงชุมชนใกล้เคียงโรงงานและสำนักงานฮอนด้า ซึ่งนับเป็นสิ่งที่ฮอนด้ามุ่งมั่นในการสร้างสรรค์สิ่งแวดล้อมและความปลอดภัยให้เกิดขึ้นกับสังคมไทยเสมอมา

 

 

 

 
 

Page 6 of 19

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )