Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS

CSR NEWS : อีซูซุส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาด แก่โรงเรียนบ้านห้วยหว้า จ.ชัยภูมิ เป็นแห่งที่ 26 ในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   กลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท   ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด พร้อมด้วย มร. ทาคาชิ คิคุจิ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีซูซุมอเตอร์  (ประเทศไทย) จำกัด และ ดร. อรนุช หล่อเพ็ญศรี รองอธิบดี กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เดินหน้าสานต่อปณิธานในการส่งมอบน้ำดื่มสะอาด ปราศจากสารปนเปื้อน รวมถึงปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดในโรงเรียนให้หมดไปจากสังคมไทยอย่างต่อเนื่องในโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ปีที่ 5 แห่งที่ 26 ณ โรงเรียนบ้านห้วยหว้า อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ

   มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “กลุ่มอีซูซุได้ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาครบ 60 ปีแล้ว โดยมีวิสัยทัศน์องค์กรคือ “วิถีอีซูซุ : ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา” เป็นหลักในการดำเนินงาน อีซูซุประสบความสำเร็จอย่างสูงตลอดระยะเวลาอันยาวนานนี้ได้ด้วยการสนับสนุนอย่างดียิ่งของประชาชนชาวไทย ดังนั้น เราจึงได้จัดกิจกรรมต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทยมาอย่างต่อเนื่อง ดังนั้น อีซูซุจึงได้ส่งทีมงานลงพื้นที่สำรวจร่วมกับเจ้าหน้าที่ของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อรับทราบถึงปัญหาการขาดแคลน “น้ำดื่มสะอาด” ทั้งการขาดแคลนน้ำ และปัญหาเรื่องสารปนเปื้อนในน้ำเกินมาตรฐาน ทำให้ไม่สามารถนำมาบริโภคได้ ที่เกิดขึ้นในโรงเรียนถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศ เพื่อประเมินสถานการณ์ ในการจัดสร้างระบบน้ำดื่มแบบครบวงจรให้กับโรงเรียนต่างๆ จนกระทั่งเข้าสู่ปีที่ 5 แล้ว และสำหรับโรงเรียนบ้านห้วยหว้าแห่งนี้เป็นโรงเรียนแห่งที่ 26 ที่ทางเราได้เข้าไปให้ความช่วยเหลือและดำเนินการส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดให้เป็นที่เรียบร้อย

   โครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ได้รับรางวัลแห่งความภาคภูมิใจถึง 6 รางวัล ซึ่งเป็นรางวัลระดับนานาชาติ 1 รางวัลและรางวัลในประเทศอีก 5 รางวัล ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นของโครงการในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำให้กับโรงเรียนที่ประสบปัญหาในจังหวัดต่างๆ โครงการนี้เป็นโครงการระยะยาวที่กลุ่มอีซูซุมุ่งมั่นจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยที่มีปัญหาเรื่องน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป”

   โรงเรียนบ้านห้วยหว้า ตั้งอยู่ที่ตำบลห้วยบง อำเภอเมือง จังหวัดชัยภูมิ  เปิดสอนครั้งแรก ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2475 เปิดสอนตั้งแต่ระดับอนุบาล 1 – มัธยมศึกษาปีที่ 3 มีนักเรียนประมาณ 152 คน จากการสำรวจพบว่าโรงเรียนประสบปัญหาขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภค นักเรียนส่วนใหญ่จะใช้น้ำจากบ่อบาดาล ซึ่งเก่ามาก มาใช้ แต่น้ำจะไม่ค่อยสะอาด เพราะมีหินปูนค่อนข้างมาก ทางโรงเรียนต้องซื้อน้ำประปาจากในเมืองแบบเป็นคันรถมาใช้อุปโภค ซึ่งมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างมาก ส่วนการจะนำน้ำมาบริโภคนั้นก็ไม่สามารถใช้ได้เช่นกัน เพราะน้ำประปาที่มีอยู่จะมีตะกอนหินปูน ทางโรงเรียนจึงจำเป็นต้องซื้อน้ำถังแกลลอน ถังละ 15 บาท เพื่อใช้ในการบริโภค โดยคิดค่าใช่จ่ายเป็นมูลค่า 2,500 – 3,000 บาทต่อเดือน ในการแก้ไขปัญหาดังกล่าว อีซูซุจึงได้ส่งทีมสนับสนุนลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่ระดับปฏิบัติการของกรมทรัพยากรน้ำบาดาล เพื่อดำเนินการสำรวจ และวางแผนแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น  โดยการติดตั้งชุดอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำบาดาลครบวงจร รวมถึงระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน ตลอดจนดำเนินการปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้ถูกสุขลักษณะ ซึ่งจะช่วยให้นักเรียน ครูและบุคลากรของโรงเรียน รวมถึงคนในชุมชนข้างเคียง 4 หมู่บ้าน รวมจำนวน 2,472 คน ซึ่งส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำไร่นา และปลูกพืชตามฤดูกาล ฐานะค่อนข้างยากจน ได้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นจากการมีน้ำสะอาดเพื่อการบริโภคอย่างยั่งยืน และเพื่อให้การแก้ปัญหาน้ำดื่มสามารถสำเร็จลุล่วงได้ นอกจากนี้ กลุ่มอีซูซุยังมอบสนามเด็กเล่นให้กับทางโรงเรียน และสำหรับซูเปอร์พรีเซนเตอร์ คุณบอย - ปกรณ์ ฉัตรบริรักษ์ ก็ได้มอบเงินสมทบอีกจำนวน 30,000 บาท เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของโรงเรียนอีกด้วย

   กลุ่มอีซูซุจึงพร้อมให้คำมั่นสัญญาว่าจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาเรื่องน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป สำหรับโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมของกลุ่มอีซูซุ เพื่อตอกย้ำปรัชญาการดำเนินธุรกิจ หรือ “วิถีอีซูซุ” นั่นคือ “ผู้ใช้สุขใจ เพิ่มพูนรายได้ ช่วยให้สังคมพัฒนา” อย่างแท้จริง

 

CSR NEWS : โตโยต้า จัดกิจกรรมวันดำนา พร้อมปลูกดาวเรือง ถวายความอาลัยแด่พ่อหลวง

 

 

 

 

 

   นายสุรภูมิ อุดมวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัด    สระบุรี นายสุรชัย  ตรงมหวิเศษ ผู้จัดการอาวุโส-ส่วนการตลาดในประเทศ บริษัท สยามคูโบต้าคอร์ปอเรชั่น จำกัด  นางศิริวรรณ ชัยศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โตโยต้า สระบุรี จำกัด และดร. ประทีป วีระพัฒนนิรันดร์ ที่ปรึกษาศูนย์นาสาธิตรัชมงคล ร่วมพิธีเปิด “ศูนย์นาสาธิตรัชมงคล” ร่วมจัดกิจกรรมวันดำนา และร่วมปลูกดาวเรือง ถวายความอาลัยแด่พ่อหลวง

   ศูนย์นาสาธิตรัชมงคล เริ่มโครงการตั้งแต่เดือนกันยายน 2559 และเป็นโครงการที่ต่อยอดจากการก่อตั้งโรงสีข้าวรัชมงคล สู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของชาวนาเพื่อการพัฒนาที่ยั่งยืน และเป็นต้นแบบในการปรับปรุงกระบวนการปลูกข้าวอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งหวังให้เป็นศูนย์กลางการเรียนรู้เพื่อเผยแพร่ให้กับชาวนาไทยทั่วประเทศ

   นายสุรภูมิ  กล่าวว่า “กิจกรรมวันดำนา จัดขึ้นภายใต้วัตถุประสงค์เพื่อเริ่มต้นการทำนาตามยุทธศาสตร์ “ดำนาวันแม่เกี่ยวข้าววันพ่อ” ของกรมการข้าว กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมร่วมปลูกต้นดาวเรือง ถวายอาลัยแด่พ่อหลวง เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9”

   ศูนย์นาสาธิตรัชมงคล ดำเนินการโดยนำนวัตกรรมและความรู้ของโตโยต้า ได้แก่ ระบบการผลิตแบบโตโยต้า หรือ TPS วิถีโตโยต้า หรือ Toyota Way และการไคเซ็น   มาปรับปรุงการทำนา  โดยมีเป้าหมายเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และเพิ่มกำไร  อีกทั้งตั้งใจนำความสำเร็จดังกล่าวถ่ายทอดให้กับชาวนาทั่วประเทศ

การดำเนินงาน ของศูนย์นาสาธิตรัชมงคลมีดังนี้

  1. วางแผนการทำนา ก่อนการทำนา ภายใต้หลัก TPS โดยทำการศึกษากระบวนการทำนาและหาความสูญเปล่า Muda เพื่อทำการไคเซน การกำหนดเป้าหมายผลผลิต การควบคุมต้นทุนสำคัญและประมาณการผลกำไร
  2. ส่งเสริมการทำนาดำ โดยใช้ต้นกล้าน้อยสุด และผลตอบแทนสูงสุด
  3. ลดความหนาแน่นของต้นข้าว โดยเว้นพื้นที่ปลูกรอบคันนาในระยะ 1 เมตร เพื่อให้แสงแดดส่องถึงและน้ำไหลเวียนได้ดี แก้ปัญหาวัชพืชในนาข้าว เหลือพื้นที่เพาะปลูก 86%
  4. การตรวจวัดคุณภาพและการเจริญเติบโต ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญของคูโบต้าในการให้คำแนะนำเป็นประจำทุกเดือน
  5. ฟื้นฟูการปลูกพืชรอบคันนา โดยปลูกดาวเรืองเพื่อควบคุมศัตรูพืช และสร้างรายได้ระหว่างการทำนา

ผลการดำเนินงาน

1. ผลผลิตเฉลี่ยแปลงนาสาธิตทั้ง 4 แปลง ได้ผลผลิตเฉลี่ย 538 กิโลกรัมต่อไร่ สูงกว่า ผลผลิตเฉลี่ยประเทศไทย 25%
2. คุณภาพของเมล็ดทุกแปลงมีจำนวนเมล็ดดี สูงกว่าเป้าหมาย โดยมีเมล็ดดีอยู่ที่ 130-145 เมล็ดต่อรวง
3. ด้านต้นทุนการทำนาลดลง  30 % หรือ 1,316  บาทต่อไร่ เมื่อเทียบการต้นทุนการทำนา     ทั่วไป เป็นผลจากการลดเมล็ดพันธุ์ ใช้ปุ๋ยตามค่าวิเคราะห์ โดยต้นทุนสำคัญที่ลดลง ได้แก่
- ต้นทุนปุ๋ยลดลง 400 บาท/ไร่    
- ต้นทุนเมล็ดพันธุ์ลดลง  270 บาท/ไร่
- ต้นทุนยาควบคุมวัชพืช และยาฆ่าแมลง ลดลง 303 บาท/ไร่
4.ในด้านผลกำไร ผลผลิตจากนาสาธิต ทั้ง 4 แปลง มีกำไรสูงกว่านาทั่วไป 2 เท่า ในราคาตลาด 7,500 บาทต่อตัน

   ทั้งนี้ ดำเนินงานศูนย์นาสาธิตรัชมงคล ในปี 2560 นอกจากการแสวงหาแนวทางที่เหมาะสมในการช่วยเหลือชาวนาให้ทำนาแบบมีกำไร ส่งเสริมให้ชาวนาวางแผนการทำนา การไคเซนการทำนาแล้ว ศูนย์นาสาธิตฯ  ยังมีภารกิจในการเป็นศูนย์การเรียนรู้การปรับปรุงโครงสร้างดินโดยใช้ถ่านแกลบ   ร่วมกับเครือข่ายในการส่งเสริมการใช้ปุ๋ยสั่งตัด พัฒนา mobile application ปุ๋ยสั่งตัด เพื่อเป็นประโยชน์แก่ชาวนาทั่วประเทศ

   “ที่สำคัญ เรามีความตั้งใจที่จะขยายการดำเนินงานไปยังพื้นที่ทำนาสำคัญของประเทศ โดยในปีนี้มีเป้าหมายขยายการดำเนินงานร่วมกับสหกรณ์การเกษตรโพนทราย จังหวัดร้อยเอ็ด Yokoten Center ในภาคอีสานตอนบน และภาคเหนือ

   ผมหวังว่า ศูนย์นาสาธิตรัชมงคล จะเป็นแหล่งเรียนรู้แก่ชาวนาที่สนใจที่จะปรับปรุงการทำนาของตนเอง เป็นทางเลือกใหม่สำหรับการพัฒนาและแก้ไขปัญหาการทำนา เพื่อเพิ่มผลผลิต ลดต้นทุน และทำนาแบบมีกำไร เพื่อสร้างความสุขแก่ชาวนาอย่างยั่งยืน ทั้งหมดนี้คือความมุ่งมั่นของเราที่จะสร้างสรรค์กิจกรรมเพื่อสร้างรอยยิ้มและความสุขให้กับคนไทย ดังเช่นสโลแกนที่ว่า โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข” นายสุรภูมิ กล่าวในที่สุด

 

CSR NEWS : โตโยต้าร่วมกับผู้แทนจำหน่ายฯ จัดคาราวาน ไฮลักซ์ รีโว่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคอีสาน

 

 

 

 

 

 

 

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์  รองกรรมการผู้จัดการใหญ่  พร้อมด้วย   นายคาร์ล ออพเพนบอร์น ประธานชมรมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ร่วมในพิธีปล่อยขบวน “คาราวานไฮลักซ์ รีโว่ ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคอีสาน นำข้าวสารรัชมงคลและสิ่งของอุปโภคบริโภคที่จำเป็น มอบให้กับผู้ประสบอุทกภัย ตลอดจนจัดเตรียมเจ้าหน้าที่และรถบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Mobile Service) เพื่อช่วยเหลือและบรรเทาสาธารณภัยให้กับประชาชนผู้ที่ได้รับความเดือดร้อน เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2560  ที่ผ่านมา

   จากเหตุอุทกภัยในภาคอีสานที่เกิดขึ้น โตโยต้าได้ตระหนักถึงความเดือดร้อนของประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก จึงได้ดำเนินการประสานความร่วมมือกับทั้งภาครัฐ ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยในครั้งนี้ โดยร่วมมือกับสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) เพื่อมอบเงินจำนวน 1 ล้านบาท ให้กับสำนักนายกรัฐมนตรี ผ่าน “โครงการประชารัฐร่วมใจ ใต้ร่มพระบารมี” เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม ที่ผ่านมา นอกจากนั้นยังได้ส่งเจ้าหน้าที่และรถบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Mobile Service) เพื่อคอยอำนวยความสะดวกแก้ปัญหาเบื้องต้นให้กับลูกค้าผู้ใช้รถโตโยต้าที่ได้รับผลกระทบจากเหตุอุทกภัย

   จนถึงวันนี้โตโยต้าและผู้แทนจำหน่ายยังคงตระหนักถึงความเดือดร้อนที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง จึงเป็นที่มาของการจัดขบวน “คาราวานไฮลักซ์ รีโว่” นำข้าว รัชมงคลจำนวน 11 ตัน มอบให้กับผู้ประสบภัยผ่านผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าในพื้นที่ และในนามชมรมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ร่วมกับชมรมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังได้มอบเงินจำนวน 400,000 บาท เพื่อสนับสนุนการช่วยเหลือในครั้งนี้ ซึ่งรวมมูลค่าการช่วยเหลือทั้งสิ้นประมาณ 2 ล้านบาท นอกจากนั้นโตโยต้าและผู้แทนจำหน่ายยังขอส่งกำลังใจไปในพื้นที่ประสบภัย โดยการให้บริการตรวจเช็คสภาพรถยนต์รายการน้ำท่วมฟรี และมอบส่วนลดค่าแรงและค่าอะไหล่ 30% ให้กับลูกค้าโตโยต้าที่ประสบอุทกภัยอีกด้วย

   ในนามของครอบครัวโตโยต้า เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่าการส่งความช่วยเหลือไปในพื้นที่ประสบภัยในครั้งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน และเป็นอีกกิจกรรมที่สามารถขับเคลื่อนความสุขให้กับคนไทยได้

                โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข

 
 

CSR NEWS : โตโยต้าเชิญร่วมกิจกรรม “ล้านดอกดาวเรือง ล้านดวงใจ ถวายอาลัยแด่พ่อหลวง” เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและความอาลัย

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ร่วมกับ ผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า   จัดโครงการ “ล้านดอกดาวเรือง ล้านดวงใจ ถวายอาลัยแด่พ่อหลวง” เพื่อแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 โดยมี นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ นายคาร์ล ออพเพนบอร์น ประธานชมรมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า ร่วมในพิธีเปิดโครงการ เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2560 ณ โชว์รูมโตโยต้าธนบุรี สาขาเพชรบุรี   ตัดใหม่

   ในปีที่ผ่านมา บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้มีการร่วมมือกับหน่วยงานต่างๆ ในการดำเนินกิจกรรมเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 เช่น การให้ความสนับสนุนแก่สำนักนายกรัฐมนตรีและกระทรวงกลาโหม ในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่มาร่วมน้อมถวายสักการะพระบรมศพ ไม่ว่าจะเป็นการสนับสนุน รถกระบะ ไฮลักซ์ รีโว่ และรถตู้ คอมมิวเตอร์ พร้อมเจ้าหน้าที่ขับรถ เพื่อใช้ในการรับ-ส่ง ประชาชนภายในบริเวณงาน การจัดส่งเจ้าหน้าที่จิตอาสาโดยกลุ่มพนักงานโตโยต้าและผู้แทนจำหน่าย  การสนับสนุนอุปกรณ์รถเข็นเพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้พิการและคนชรา การมอบข้าวสารจากโรงสีข้าว   รัชมงคล และจัดทำอาหารร่วมกันกับผู้แทนจำหน่ายเพื่อแจกจ่ายให้กับประชาชนที่มาร่วมน้อมแสดงความอาลัย

   นายวุฒิกร กล่าวว่า “โตโยต้ายังคงตั้งปณิธานที่จะแสดงออกซึ่งความจงรักภักดีและความอาลัยอย่างต่อเนื่อง โดยการจัดกิจกรรม “ล้านดอกดาวเรือง ล้านดวงใจ ถวายอาลัยแด่พ่อหลวง” เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ผ่านความร่วมมือกับผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าและลูกค้าทั่วประเทศ เพื่อปลูกดอกดาวเรือง ซึ่งเป็นดอกไม้ประจำพระองค์ โดยมีเป้าหมายในการปลูกจำนวนทั้งสิ้น 200,000 ต้น ซึ่งคาดว่าจะออกดอกเป็นจำนวนนับล้านดอก ใน 467 โชว์รูมโตโยต้าทั่วประเทศ และบานสะพรั่งพร้อมกันในช่วงพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ ในระหว่างวันที่ 25-29 ตุลาคม ศกนี้”

 

CSR NEWS : กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย มอบเงิน 1 ล้านบาท ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในงาน “ประชารัฐร่วมใจ ใต้ร่มพระบารมี”

   กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย ภายใต้มูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย นำโดย นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร กรรมการผู้จัดการกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย และนายอารักษ์ พรประภา  ผู้แทนกรรมการมูลนิธิฮอนด้าประเทศไทย มอบเงินจำนวน 1 ล้านบาท เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พร้อมกับกระทรวงอุตสาหกรรม นำโดยนายสมชาย หาญหิรัญ ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม  รวมทั้งผู้ประกอบการและเครือข่าย ร่วมมอบเงินรวมจำนวนทั้งสิ้น 22,481,100 บาท ในงาน “ประชารัฐร่วมใจ ใต้ร่มพระบารมี” โดยมี พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับมอบ ณ ตึกสันติไมตรี ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม 2560

   นอกจากนี้ กองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย พร้อมด้วยผู้จำหน่ายรถยนต์ และรถจักรยานยนต์ฮอนด้า ในจังหวัดสกลนคร ยังได้ส่งมอบถุงยังชีพและน้ำดื่มฮอนด้าเคียงข้างไทย จำนวน 2,000 ชุด มูลค่ารวม 1.4 ล้านบาท ให้กับประชาชนผู้ประสบอุทกภัยในจังหวัดสกลนคร อีกด้วย

   สำหรับกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย เกิดจากการผนึกกำลังของกลุ่มบริษัทฮอนด้าในประเทศไทย ประกอบด้วย บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด  บริษัท เอ.พี. ฮอนด้า จำกัด  บริษัท ไทยฮอนด้าแมนูแฟคเจอริ่ง จำกัด  และบริษัท เอเชี่ยนฮอนด้า มอเตอร์ จำกัด โดยการสมทบทุนจากการจำหน่ายผลิตภัณฑ์ฮอนด้าเข้าเป็นกองทุนฉุกเฉินในการเตรียมความพร้อมรับมือ และช่วยเหลือประชาชนชาวไทยในยามประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติได้อย่างทันท่วงที และสร้างประโยชน์สุขให้กับคนไทยดังเจตนารมณ์ของฮอนด้าในการสร้างสรรค์คุณค่าเพื่อเป็นองค์กรที่สังคมไทยต้องการให้ดำรงอยู่ตลอดไป

เกี่ยวกับกองทุนฮอนด้าเคียงข้างไทย

   ฮอนด้าประเทศไทยเมื่อวันที่ 31 มีนาคม 2555 เพื่อเตรียมความพร้อมในการมอบความช่วยเหลือฉุกเฉินให้กับประชาชนไทยในยามที่ประเทศไทยอาจเกิดเหตุภัยพิบัติทางธรรมชาติ อาทิ แผ่นดินไหว ดินถล่ม ภัยหนาว ภัยแล้ง น้ำท่วม ตลอดจนกิจกรรมต่าง ๆ ที่ดำเนินงานภายใต้กองทุนดังกล่าวได้อย่างทันท่วงที โดยมอบเงินสมทบ 1,000 บาทต่อการขายรถยนต์หนึ่งคัน 100 บาทต่อการขายรถจักรยานยนต์หนึ่งคัน และ 10 บาทต่อการขายเครื่องยนต์อเนกประสงค์ 1 เครื่อง ทั้งนี้ กองทุนฯ ได้กำหนดภารกิจในการดำเนินกิจกรรมที่เป็นประโยชน์และให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างต่อเนื่อง ครอบคลุม 4 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านเงินทุน 2) ด้านวัสดุอุปกรณ์ 3) ด้านการเสริมสร้างเครือข่ายความร่วมมือ และ 4) ด้านการส่งเสริมความรู้ในการรับมือภัยพิบัติ

 
 

Page 8 of 14

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )