Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

CSR NEWS

CSR NEWS : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย มอบเครื่องยนต์ให้กับโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ผ่านโครงการ BMW Service Apprentice Program เพื่อประโยชน์ในการศึกษา ปูรากฐานวิศวกรรม ยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่เยาวชน

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยนำโดย มร. ซีซาร์ บาดิลย่า ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย,คุณกฤษฎา อุตตโมทย์ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กร, คุณชนินทร์ ฐิติจารุไพศาล   ผู้จัดการทั่วไป ฝ่ายพัฒนาธุรกิจผู้จำหน่าย และคุณโอภาส นพพรพิทักษ์  ผู้จัดการฝ่ายสื่อสารกิจการองค์กรบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป แมนูแฟคเจอริ่ง ประเทศไทย พร้อมคณะ อาจารย์และบุคลากรโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา นำโดย ดร.นวลอนงค์ ธรรมเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียน ถ่ายภาพร่วมกันหลังส่งมอบเครื่องยนต์เบนซิน 4 สูบ รุ่นใหม่ล่าสุดที่ใช้ในรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูปลั๊กอินไฮบริด เพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษาในชั้นเรียน

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมปูทางไปสู่อนาคตแห่งยานยนต์ไฟฟ้าที่ยั่งยืน ผ่านโครงการการศึกษาระบบทวิภาคี “BMW Service Apprentice Program” ที่มุ่งพัฒนาบุคลากรด้านยานยนต์  ส่งมอบเครื่องยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ระบบสันดาปภายในแบบเบนซิน 4 สูบ รหัส B48รุ่นใหม่ล่าสุดที่ใช้ในรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดของบีเอ็มดับเบิลยู ให้แก่โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เพื่อใช้ประโยชน์สำหรับการศึกษาในชั้นเรียน ส่งเสริมความสามารถด้านวิศวกรรม พร้อมปูรากฐานองค์ความรู้ด้านยานยนต์ไฟฟ้าให้แก่เยาวชน พร้อมกันนี้ บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ยังได้ส่งมอบอุปกรณ์ทางการศึกษาอื่นๆ ประกอบด้วยเครื่องมือพิเศษ สำหรับการถอดประกอบเครื่องยนต์บีเอ็มดับเบิลยูในรุ่นนี้โดยเฉพาะ
1 ชุด ขาตั้งซ่อมเครื่องยนต์ 1 ชิ้น และบอร์ดนิทรรศการเพื่อประโยชน์สำหรับสถาบันในการใช้ประชาสัมพันธ์สาขาวิชาที่เปิดสอนอีกด้วย

   มร. ซีซาร์ บาดิลย่า ผู้อำนวยการฝ่ายบริการหลังการขาย บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยกล่าวว่า “การสานต่อโครงการ BMW Service Apprentice นี้ ตอกย้ำถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ในการร่วมขยายโอกาสทางการเรียนรู้ให้กับนักศึกษาอาชีวะ โดยการมอบเครื่องยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดที่ใช้ในรถยนต์ปลั๊กอินไฮบริดจะช่วยส่งเสริมศักยภาพนักศึกษา ผ่านทางการเรียนรู้จากการซ่อมเครื่องยนต์จริง ก่อนไปสอบสัมภาษณ์กับผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการโดยตรง เพื่อร่วมปฏิบัติงานกับช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญ อันจะทำให้นักศึกษาได้เสริมสร้างประสบการณ์และองค์ความรู้เชิงขั้นตอนแบบรอบด้าน ปูเส้นทางไปสู่วิชาชีพในอุตสาหกรรมอย่างแข็งแกร่ง ซึ่งสอดคล้องกับวิสัยทัศน์ด้านความยั่งยืนขององค์กรระดับโลก ที่เรานำมาปรับใช้ในทุกขั้นตอนของการดำเนินธุรกิจเสมอมา”

   ดร.นวลอนงค์ ธรรมเจริญ ผู้อำนวยการโรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดากล่าวว่า “ทางโรงเรียนมุ่งมั่นที่จะสร้างนักศึกษาที่มีฝีมือด้านยานยนต์ที่มีคุณภาพออกสู่สังคม ซึ่งการที่บีเอ็มดับเบิลยูมอบเครื่องยนต์ให้แก่โรงเรียนเพื่อใช้ประโยชน์ทางการศึกษาในชั้นเรียนนั้น ถือเป็นการเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาทักษะในกระบวนการซ่อมเครื่องยนต์จากส่วนประกอบจริงของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู เพิ่มเติมจากการเรียนรู้เชิงทฤษฎี ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้นักศึกษาได้เรียนรู้อย่างเต็มที่และมีประสิทธิภาพ และนำองค์ความรู้ไปต่อยอดก่อนก้าวสู่อาชีพการงานที่มั่นคงต่อไป”

   โรงเรียนจิตรลดาวิชาชีพ สถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา เปิดสอนในระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) และ ประกาศนียบัตรวิชาชีพขั้นสูง (ปวส.)ในสาขาต่างๆ รวมทั้งสาขาวิชาช่างยนต์ สาขางานยานยนต์ และสาขาวิชาช่างกลโรงงาน สาขางานเครื่องมือกล ซึ่งเน้นการฝึกฝนทักษะที่เกี่ยวข้องกับยานยนต์ในด้านต่างๆ และปลูกฝังให้นักศึกษามีคุณธรรมในวิชาชีพ เพื่อปูทางสำหรับการทำงานในอุตสาหกรรมยานยนต์ต่อไปในอนาคต

   โครงการ BMW Service Apprentice Programเริ่มต้นเมื่อปี พ.ศ. 2555 ถือเป็นส่วนหนึ่งของโครงการการศึกษาระบบทวิภาคีเยอรมัน-ไทย(German-Thai Dual Excellence Education (GTDEE) program)  ซึ่งเป็นความร่วมมือด้านการศึกษาระหว่างทั้ง 2 ประเทศ โดยบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ร่วมกับหอการค้าเยอรมัน-ไทย และผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการ อบรมความรู้และฝึกฝนทักษะในสายงานด้านช่างเทคนิคให้แก่นักศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ ซึ่งนอกจากการเรียนรู้ด้านทฤษฎีแล้ว ยังรวมถึงการอบรมที่ศูนย์ฝึกอบรมของบีเอ็มดับเบิลยู และร่วมปฏิบัติงานกับช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญจากผู้จำหน่ายบีเอ็มดับเบิลยูอย่างเป็นทางการโดยมีเป้าหมายเพื่อสนับสนุนการพัฒนาระบบอาชีวศึกษาของไทยและสร้างแรงงานฝีมือที่เปี่ยมด้วยทักษะและความสามารถระดับสูง ซึ่งจะช่วยยกระดับศักยภาพการเติบโตของอุตสาหกรรมยานยนต์ในประเทศ และขับเคลื่อนประเทศไทยสู่การเป็นศูนย์กลางการผลิตยนตรกรรมระดับโลก

 

CSR NEWS : จีเอ็ม ประเทศไทยจัดโครงการ “Love The Earth School Visit ตอนลดขยะกันเถอะ” เพื่อให้ความรู้การลดขยะพลาสติก และการคัดแยกขยะแก่ครูและนักเรียนในชุมชน

 

 

 

 

 

 

 

 

   เจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทยจัดกิจกรรม Love The Earth School Visit ตอนลดขยะกันเถอะ”เพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของจีเอ็ม เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2561 ณ โรงเรียนวัดอัมพวัน จังหวัดชลบุรี ซึ่งอยู่ห่างจากศูนย์การผลิตเจนเนอรัล มอเตอร์ส ประเทศไทย ในจังหวัดระยองที่ได้รับรางวัลด้านการอนุรักษ์พลังงานและสิ่งแวดล้อมต่างๆ มากมาย ประมาณ 24 กิโลเมตร

   โครงการ “Love The Earth School Visit ตอนลดขยะกันเถอะ” จัดขึ้นเพื่อส่งเสริมให้นักเรียนและครูได้ตระหนักและรับรู้ถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมในด้านต่างๆ รวมถึงปัญหาจากขยะพลาสติก และสอนการคัดแยกขยะ

   โครงการ “Love The Earth School Visitตอนลดขยะกันเถอะ” ได้รับความร่วมมือจากผู้บริหาร พนักงานจีเอ็ม ประเทศไทย ครูและผู้บริหารโรงเรียน ชาวบ้านในชุมชน และนักเรียนกว่า 700 คนมาร่วมทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ การบรรยายและเปิดวีดีทัศน์ให้ความรู้ในเรื่องผลกระทบและปัญหาสิ่งแวดล้อมที่เกิดจากขยะพลาสติก และประโยชน์ของการคัดแยกขยะ การแสดงละครเวทีที่ให้พนักงานของจีเอ็มมาร่วมสวมบทบาทเป็นสัตว์ชนิดต่างๆ เพื่อให้นักเรียนเข้าใจและเล็งเห็นถึงประโยชน์ของการคัดแยกขยะมากยิ่งขึ้น รวมถึงการเล่นเกมพร้อมแจกของรางวัลต่างๆ เป็นต้น

   นายอำนาจ แสงจันทร์ รองประธานฝ่ายการผลิต บริษัท เจนเนอรัล มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวถึงโครงการดังกล่าวว่า “โครงการนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในระยะยาวของจีเอ็มที่จะช่วยเหลือและพัฒนาชุมชนที่เราอาศัยและทำงานอยู่ให้ดีขึ้น”

   นายอำนาจ กล่าวเพิ่มเติมว่า “โครงการ ‘Love The Earth School Visitตอนลดขยะกันเถอะ’ เป็นหนึ่งในหลายกิจกรรมอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมที่เราจัดขึ้นตลอดปีที่ผ่านมา เช่น โครงการ “เที่ยวชายเลน ปลูกป่า” และ “เดิน วิ่ง เพื่อโลก” เพื่อสนับสนุนวันสิ่งแวดล้อมโลก วันที่ 5 มิถุนายนของทุกปี"

   ศูนย์การผลิตจีเอ็ม ประเทศไทย ในจังหวัดระยองนับเป็นหนึ่งในศูนย์การผลิตและสถานที่ทำงานที่ไม่ใช่ส่วนการผลิตของจีเอ็ม จาก 142 แห่งทั่วโลก ที่ปลอดการฝังกลบโดยจีเอ็มมีศูนย์การผลิตปลอดการฝังกลบของเสียมากกว่าบริษัทรถยนต์รายอื่นๆนอกจากนี้ ศูนย์การผลิตจีเอ็ม จังหวัดระยองยังมีการจัดการของเสีย โดยการใช้ซ้ำและการรีไซเคิล รวมถึงการส่งวัสดุหรือของเสียที่เกิดจากการใช้งานในแต่ละวันไปเข้ากระบวนการเพื่อใช้ประโยชน์ในอุตสาหกรรมอื่น เช่น เปลี่ยนเป็นพลังงานและวัตถุดิบทดแทน

   นอกจากนี้ จีเอ็มยังเป็นบริษัทรถยนต์รายแรกในประเทศไทยที่ได้รับมาตรฐาน ISO 50001 ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของจีเอ็มในการใช้พลังงานอย่างมีประสิทธิภาพ และการลดก๊าซเรือนกระจกในกระบวนการผลิต

   ศูนย์การผลิตจีเอ็ม ประเทศไทย ในจังหวัดระยอง ยังได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่น ประเภทการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม ประจำปี 2561 ซึ่งเป็นรางวัลแห่งเกียรติยศและความภาคภูมิใจของภาคอุตสาหกรรมไทย จากพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ซึ่งจีเอ็ม ประเทศไทยเป็น 1 ใน 4 สถานประกอบการในประเทศไทยที่ได้รับรางวัลในประเภทดังกล่าว และเป็นเพียง 1 ใน 2 บริษัทรถยนต์ที่ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นในปี 2561 

 

CSR NEWS : อีซูซุส่งมอบโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 32 ช่วยโรงเรียนบ้านเนินกรวด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ให้มีน้ำดื่มสะอาดอย่างยั่งยืน

 

 

 

 

 

 

 

   กลุ่มอีซูซุในประเทศไทยร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมต่อเนื่องเป็นปีที่  6ทำพิธีส่งมอบโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 32 ส่งท้ายปี 2561 ณ โรงเรียนบ้านเนินกรวด อำเภอสามร้อยยอด จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพื่อให้เหล่านักเรียน ครู และชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงที่ประสบปัญหาขาดแคลนน้ำและน้ำปนเปื้อน ได้รับการแก้ไขด้วยระบบน้ำดื่มสะอาดแบบครบวงจรเพื่อสุขอนามัยที่ยั่งยืน    

   กลุ่มตรีเพชร โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า“ด้วยความตั้งใจของกลุ่มอีซูซุในประเทศไทยที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของปัญหาการขาดแคลนน้ำดื่มสะอาดที่เกิดขึ้นในโรงเรียนถิ่นทุรกันดารทั่วประเทศอย่างจริงจัง จึงได้ร่วมกับกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมเพื่อจัดสรรความช่วยเหลือด้วยการส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดแบบครบวงจรผ่านโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” ต่อเนื่องเป็นปีที่ 6 โดยโรงเรียนบ้านเนินกรวดแห่งนี้เป็นโรงเรียนแห่งที่ 32 ที่ประสบภาวะขาดแคลนน้ำสะอาดสำหรับอุปโภคและบริโภค ก่อให้เกิดปัญหาด้านสุขอนามัยแก่นักเรียนระดับชั้นอนุบาล 1 – ประถมศึกษาปีที่ 6 ครูและบุคลากรของโรงเรียน รวม 132 คน ซึ่งการติดตั้งอุปกรณ์ขุดเจาะน้ำบาดาลแบบครบวงจร พร้อมระบบกรองน้ำดื่มสะอาดตามมาตรฐาน และร่วมปรับปรุงสภาพภูมิทัศน์โดยรอบให้ถูกสุขลักษณะให้กับทางโรงเรียน นอกจากจะช่วยให้นักเรียนและบุคลากรภายในโรงเรียนได้มีน้ำดื่มสะอาดสำหรับอุปโภคและบริโภคและลดรายจ่ายจากการซื้อน้ำมาใช้แล้ว ยังสามารถให้บริการแก่ชาวบ้านในชุมชนใกล้เคียงได้อีกด้วย”

   ดังนั้นในพิธีส่งมอบโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” แห่งที่ 32 ของกลุ่มอีซูซุในประเทศไทย โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด คุณสิทธิศักดิ์ มั่นอยู่ ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรน้ำบาดาลเขต 8 ราชบุรี กรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมด้วยซูเปอร์พรีเซ็นเตอร์อีซูซุ “คุณก้อง-สหรัถ สังคปรีชา” ได้ทำหน้าที่เป็นตัวแทนส่งมอบระบบน้ำดื่มสะอาดแก่ คุณชนิดา ยอดสาลี ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเนินกรวด นอกจากนี้ยังได้มอบสนามเด็กเล่น พร้อมทั้งร่วมเลี้ยงอาหารกลางวันแก่คณะครูและนักเรียนอีกด้วย

   ตลอด 6 ปีที่ผ่านมาของการดำเนินโครงการ “อีซูซุให้น้ำ...เพื่อชีวิต” เป็นการทำงานควบคู่กันของทีมเจ้าหน้าที่ของกลุ่มอีซูซุและกรมทรัพยากรน้ำบาดาล กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ในการลงพื้นที่สำรวจปัญหาน้ำที่เกิดขึ้นในโรงเรียนต่าง ๆ ทั่วทุกภาคของประเทศไทย และหาทางแก้ไขปัญหาเรื่องน้ำดื่มสะอาดตามแนวทางที่ยั่งยืน ล่าสุดโรงเรียนบ้านเนินกรวด ตำบลศาลาลัย อำเภอสามร้อยยอด รองรับการศึกษาของเด็ก ๆ ในชุมชน 3 หมู่บ้าน 130 ครัวเรือน ซึ่งคนส่วนใหญ่มีอาชีพเกษตรกรรม รับจ้างทั่วไปและทำงานในโรงงาน และมีฐานะยากจน-ปานกลาง เป็นอีกหนึ่งโรงเรียนที่ต้องแบ่งเงินมาเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการเรื่องน้ำดื่มสะอาดแก่นักเรียนและครูเป็นประจำ เนื่องจากบ่อบาดาลที่มีอยู่เดิมไม่สามารถใช้งานได้ จึงต้องใช้น้ำจากประปาของหมู่บ้านและเขื่อนมาผ่านเครื่องกรองที่ได้รับการบริจาคมา แต่บางครั้งน้ำยังมีสีขุ่น เพราะเครื่องกรองไม่มีคุณภาพ และน้ำมีความกระด้างสูง ทำให้เกิดหินปูน จึงต้องเปลี่ยนที่กรองบ่อย นอกจากนี้ยังประสบปัญหาการขาดแคลนน้ำในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ – มีนาคมของทุกปี  การได้มาซึ่งน้ำสะอาดสำหรับบริโภคอย่างยั่งยืนจะช่วยให้ทุกคนมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

   โครงการ “อีซูซุให้น้ำ…เพื่อชีวิต” จึงเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมเพื่อสังคมที่กลุ่มอีซูซุภาคภูมิใจ ได้รับรางวัลแห่งเกียรติยศทั้งในระดับนานาชาติ และในประเทศ ด้วยเอกลักษณ์อันโดดเด่นในการแก้ปัญหาเกี่ยวกับน้ำให้กับโรงเรียนพื้นที่ทุรกันดาร และเป็นโครงการระยะยาวที่กลุ่มอีซูซุดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาแล้วถึง 6 ปี และมุ่งมั่นที่จะทำอย่างต่อเนื่องไปเรื่อย ๆ ตามปณิธานที่ว่า “อีซูซุจะดำเนินโครงการนี้จนกว่าจะไม่มีโรงเรียนในประเทศไทยประสบปัญหาน้ำดื่มสะอาดอีกต่อไป

 
 

CSR NEWS : โตโยต้า ถนนสีขาว ประกาศผลรางวัล การประกวดแผนรณรงค์สร้างความปลอดภัยในรั้วมหาวิทยาลัย “Toyota Campus Challenge 2018”

 

 

 

 

 

   นายสุรภูมิ อุดมวงศ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด พร้อมด้วย นายแพทย์วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ รองประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด นายแพทย์พรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ(สคอ.)ร่วมพิธีมอบรางวัลรอบชิงชนะเลิศกิจกรรม Campus Challenge 2018โดยโตโยต้า ถนนสีขาว ประกวดแผนประชาสัมพันธ์และรณรงค์สร้างความปลอดภัยทางถนนในรั้วมหาวิทยาลัย เพื่อก่อให้เกิดการรับรู้และปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนของคนรุ่นใหม่ เมื่อวันพุธที่ 19ธันวาคม 2561ณ Toyota DrivingExperience Park บางนา

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ให้ความสำคัญกับความปลอดภัยทางถนน ถือเป็นหนึ่งในนโยบายด้านความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรผ่านโครงการโตโยต้า ถนนสีขาว ซึ่งได้ดำเนินงานมากว่า 30 ปี ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเป็นส่วนหนึ่งในการสร้าง “สังคมคนขับรถดี”จึงได้จัดกิจกรรม Campus Challenge 2018 โดยโตโยต้า ถนนสีขาว ต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางด้านพฤติกรรมการใช้รถใช้ถนนของกลุ่มวัยรุ่น ซึ่งเป็นช่วงอายุที่มีสถิติการเกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิตสูง โดยให้นิสิตนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศได้มีส่วนร่วมในการออกแบบแผนประชาสัมพันธ์และรณรงค์สร้างความปลอดภัยบนท้องถนนในรั้วมหาวิทยาลัย จนถึงการลงมือปฏิบัติเพื่อลดอุบัติเหตุจริง

   กิจกรรม Campus Challenge 2018  โดยโตโยต้า ถนนสีขาว เปิดโอกาสให้นิสิตและนักศึกษาทั่วประเทศได้สมัครเข้าร่วมกิจกรรม ตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา โดยมีนิสิตและนักศึกษาสนใจสมัครเข้าร่วมประกวดทั้งสิ้น 679ทีม ซึ่งหลังจากที่ได้ผ่านการอบรมขับขี่ปลอดภัยจากผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า และนำเสนอแผนในการรณรงค์สร้างความปลอดภัยทางท้องถนนในรั้วมหาวิทยาลัยแก่คณะกรรมการเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงได้ทำการคัดเลือก 10 ทีมสุดท้าย ไปเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา เพื่อรับทุนสนับสนุน 20,000 บาท ไปใช้ในการรณรงค์แผนและปฏิบัติจริงในรั้วมหาวิทยาลัยเป็นเวลา 1 เดือน

   และในรอบชิงชนะเลิศ  ทั้ง 10 ทีมได้นำเสนอผลงานต่อหน้าคณะกรรมการเพื่อคัดเลือกผู้ชนะเลิศในวันที่ 19 ธันวาคม 2561 โดยได้รับเกียรติจากคณะกรรมการผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ดังนี้

ด้านความปลอดภัยทางถนน

-    นายแพทย์วิวัฒน์ ศีตมโนชญ์ รองประธานแผนงานสนับสนุนการป้องกันอุบัติเหตุจราจรระดับจังหวัด

-    นายแพทย์พรหมมินทร์ กัณธิยะ ผู้อำนวยการสำนักงานเครือข่ายลดอุบัติเหตุ(สคอ.)

ด้านการวางแผนรณรงค์ประชาสัมพันธ์เชิงบูรณาการ

-    นายวีรยุทธ ล้อทองพานิชย์กรรมการผู้จัดการ บริษัท วิ้งค์ วิ้งค์ โปรดักชั่น จำกัด

-    นายสิริชัย ธนาโชคสมบัติ Senior Creative Director บริษัท เดนท์สุ (ประเทศไทย) จำกัด

ด้านการใช้สื่อดิจิตอล

-    นายธนธรณ์ โพดาพล New Business Partnership Manager บริษัท กูเกิล (ประเทศไทย) จำกัด

ตัวแทนจาก บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

-    นายเอกรัตน์ ธารสิริสกุล รองผู้อำนวยการ ฝ่ายบริหารงานกลาง

   เกณฑ์ในการตัดสินรางวัลพิจารณาจาก แผนการรณรงค์สามารถปฏิบัติและวัดผลได้จริง พร้อมทั้งมีแผนงานต่อยอดโครงการในอนาคตระยะเวลา 6 เดือน ซึ่งสามารถลดอุบัติเหตุได้อย่างเป็นรูปธรรมและเกิดความยั่งยืน

           

            ผลการตัดสิน Campus Challenge 2018 โดยโตโยต้า ถนนสีขาว มีดังนี้

 

: รางวัลชนะเลิศ ได้แก่ ทีม ญี่ปุ่นยืนหนึ่ง  มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

-          นางสาวภัทริกา สาสนกูล

-          นางสาวธาราทิพย์ บุญสนิท

-          นายธนวัฒน์ สิงหเสนี

-          นางสาวจริญา พร้อมสมบูรณ์

                  ปัญหาที่พบ  นักศึกษามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีพฤติกรรมการเดิน ปั่น ขับขี่ ในเส้นทางที่ไม่ถูกต้องและเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุทั้งต่อตนเองและเพื่อนร่วมทาง

                  แผนงานรณรงค์    สร้างFacebook Fanpage “Safe Life on The Right Way” เพื่อรณรงค์ออนไลน์ สร้างมาสคอตชื่อเจ้าชิโต้ เป็นตัวกลางในการสื่อสาร จัดทำวิดีโอคลิป  เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายตระหนักถึงอุบัติเหตุบนท้องถนน และเชิญชวนให้กลุ่มเป้าหมายร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการลดอุบัติเหตุบนท้องถนนที่ทุกคนสามารถเริ่มต้นได้ง่ายๆ ตั้งแต่การเดินให้ถูกที่ แบ่งปันถนนกับผู้ปั่น ขับบนถนนที่ถูกต้องไม่ไปขี่บนทางเท้าหรือทางจักรยาน โดยจะเผยแพร่วิดีโอบน Facebook Fanpage  

              รางวัลที่ได้รับ

-          ศึกษาดูงานด้านความปลอดภัยทางถนนที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 5 วัน มูลค่า 500,000 บาท

-          ทุนการศึกษา100,000บาท ทุนสนับสนุนในการพัฒนาแผนงานแก่คณาจารย์ที่ปรึกษา 30,000 บาท

-          โอกาสสัมภาษณ์ฝึกงานที่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

-          เงินสนับสนุน 100,000 บาท มอบให้มหาวิทยาลัยเพื่อการดำเนินกิจกรรมต่อยอด 6 เดือน

: รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม 4 Angies  มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

-          นายดนัย เรือนเงิน

-          นางสาววิจิตรา คำมณี

-          นายอดิรุจ ใจปาละ

-          นายกฤษดา สีโยยอด

ปัญหาที่พบ   นักศึกษาบางส่วนขาดความรู้ความเข้าใจในเรื่องเครื่องหมายจราจรบนเส้นทางสัญจร หลายคนไม่เข้าใจความหมายของเส้น และสัญลักษณ์ต่างๆ จึงทำให้ไม่สามารถปฏิบัติตามกฎจราจรได้อย่างถูกต้อง จนนำไปสู่อุบัติเหตุขึ้นภายในมหาวิทยาลัย เช่น อุบัติเหตุจากการขับย้อนศร อุบัติเหตุจากการไม่ข้ามทางม้าลาย อุบัติเหตุจากการจอดรถไม่ตรงเส้นแบ่งช่องจอดรถ

แผนงานรณรงค์รณรงค์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ รวมถึงประชาสัมพันธ์ผ่านทางสถานีวิทยุกระจายเสียงของมหาวิทยาลัย  จัดทำสื่อให้ความรู้เรื่องเครื่องหมายจราจร และปรับปรุงเครื่องหมายจราจร

รางวัลที่ได้รับ

-          ศึกษาดูงานด้านความปลอดภัยทางถนนที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 5 วัน มูลค่า 500,000 บาท

-          ทุนการศึกษา 80,000บาท ทุนสนับสนุนในการพัฒนาแผนงานแก่คณาจารย์ที่ปรึกษา 20,000บาท

-          เงินสนับสนุน 100,000 บาท มอบให้มหาวิทยาลัยเพื่อการดำเนินกิจกรรมต่อยอด 6 เดือน

: รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ได้แก่ ทีม ชูโล่จัง มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

-          นายสุรเชษฐ์ ศรีลามาตย์

-          นายพบณรงค์ บุญฑล

-          นายพฤษโชค โพธิ์สีดา

-          นางสาวจุรีลักษณ์ ป้องทัพไทย

ปัญหาที่พบ  การขับขี่รถด้วยความเร็ว ความเร่งรีบ ความเคยชินจากพฤติกรรม ความมั่นใจในสมรรถนะการขับขี่ของตนเอง และขาดความรู้ความเข้าใจเรื่องกฎจราจร

                  แผนงานรณรงค์   นำมาสค็อตประจำแคมเปญ “ชูโล่จัง” มาติดตั้งบนถนนเพื่อให้รถวิ่งเลนเดียว

รางวัลที่ได้รับ

-          ศึกษาดูงานด้านความปลอดภัยทางถนนที่ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 5 วัน มูลค่า 500,000 บาท

-          ทุนการศึกษา 50,000บาท ทุนสนับสนุนในการพัฒนาแผนงานแก่คณาจารย์ที่ปรึกษา 10,000บาท

-          เงินสนับสนุน 100,000 บาท มอบให้มหาวิทยาลัยเพื่อการดำเนินกิจกรรมต่อยอด 6 เดือน

: รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 3ได้แก่

-          ทีม HALAQAHวงกลมเปลี่ยนชีวิต มหาวิทยาลัยฟาฏอนี

-          ทีม Lightsaber มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตศรีราชา

รางวัลที่ได้รับ

-          ทุนการศึกษา 15,000 บาท

: รางวัลชมเชย ได้แก่

-          ทีม  Look at Me มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

-          ทีม Chiw! Chiw!มหาวิทยาลัยศิลปากร วิทยาเขต เพชรบุรี

-          ทีม  เลี้ยวผิด ชีวิตเปลี่ยน  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน

-          ทีม  KHANAN Way มหาวิทยาลัยฟาฏอนี

-          ทีม ทางม้าลายที่ไม่ใช่ลายม้า BY BUU มหาวิทยาลัยบูรพา

รางวัลที่ได้รับ

-          ทุนการศึกษา 5,000 บาท

: รางวัล Popular Vote ได้แก่

ทีม 4 Angies  มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่

รางวัลที่ได้รับ

-          ทุนการศึกษา 10,000 บาท

            รวมมูลค่ารางวัลการประกวดทั้งสิ้น 2,155,000 บาท

    โตโยต้ามุ่งหวังว่า ความคิดสร้างสรรค์ของกลุ่มคนรุ่นใหม่นี้จะเป็นพลังขับเคลื่อนในการสร้างวินัยและน้ำใจ เพื่อสร้างสังคมคนขับรถดีอันจะนำไปสู่ถนนสีขาวหรือถนนปลอดอุบัติเหตุได้อย่างแท้จริงในอนาคต

“โตโยต้า ขับเคลื่อนความสุข

 

CSR NEWS : ฮอนด้า ประกาศรางวัลสุดยอดนวัตกรรุ่นจิ๋ว ในโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018” รับโล่รางวัลพระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ พร้อมเตรียมบินลัดฟ้าแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับเยาวชนญี่ปุ่น ณ ประเทศญี่ปุ่น

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดประกาศผลผู้ชนะโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018” ภายใต้แนวคิด“คิด(ส์) กระหึ่มโลก" จากการเฟ้นหาสุดยอดความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการจากเยาวชนทั่วประเทศโดยผู้ที่สามารถคว้ารางวัลชนะเลิศ พร้อมรับโล่พระราชทานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้แก่ด.ช. นภัสกร เอี่ยมรักษา หรือน้องซูกัส นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่5จากโรงเรียนรุจิเสรีวิทยาเจ้าของผลงาน แคปซูลหุ่นยนต์พร้อมรับทุนการศึกษา และโอกาสเดินทางไปแสดงผลงานและแลกเปลี่ยนประสบการณ์ที่ประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับเยาวชนผู้ได้รับรางวัลรองชนะเลิศ 5 คน และตัวแทนครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ2คน

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกรประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ฮอนด้าจัดโครงการ ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์เพื่อเป็นพื้นที่ให้เยาวชนไทยได้แสดงความคิดสร้างสรรค์ในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์แห่งอนาคต รวมถึงสร้างแรงบันดาลใจในการสานต่อความฝันของตนเองให้เป็นจริง ซึ่งได้ดำเนินโครงการฯ มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 14 ปี มีจำนวนผลงานของเยาวชนไทยระดับประถมศึกษาทั่วประเทศ ส่งเข้าร่วมประกวดแล้วกว่า 395,185 ผลงาน โดยในปีนี้ มีเยาวชนส่งผลงานถึง 21,793ผลงาน โดยทุกผลงานที่เราได้คัดเลือกมา ก็สามารถสะท้อนให้เห็นว่าไอเดียสร้างสรรค์นั้น แม้จะมาจากเด็ก แต่ก็มีพลังและศักยภาพที่จะกลายเป็นผลงานนวัตกรรมที่สามารถเกิดขึ้นได้จริงและสร้างความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นให้กับสังคมได้ในอนาคต”

    ดร.ชิต เหล่าวัฒนา ผู้อำนวยการสถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ภาคสนาม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี หนึ่งในกรรมการตัดสินโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018”กล่าวว่า “สำหรับสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศของน้องซูกัส ซึ่งก็คือ ‘แคปซูลหุ่นยนต์’ แสดงให้เห็นวิวัฒนาการและการบูรณาการเทคโนโลยีหุ่นยนต์ในทางการแพทย์ เพื่อช่วยให้มนุษย์มีร่างกายที่แข็งแรง ซึ่งเป็นแนวความคิดที่จะสร้างประโยชน์ต่อการพัฒนาระบบเศรษฐกิจและสังคมของเราในอนาคต การได้เห็นเยาวชนคิดค้นสิ่งประดิษฐ์ที่มีประโยชน์ต่อส่วนรวม จึงเป็นเรื่องที่น่ายินดีอย่างยิ่ง”

   ด.ช.นภัสกร เอี่ยมรักษา หรือน้องซูกัส นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่5จากโรงเรียนรุจิเสรีวิทยากรุงเทพฯ        ผู้ชนะเลิศ โครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018”ด้วยผลงาน “แคปซูลหุ่นยนต์”กล่าวว่า “ผมรู้สึกดีใจที่ได้เข้าร่วมการประกวด และภูมิใจมากเมื่อรู้ว่าผลงานของตนเองได้รับรางวัลชนะเลิศ สำหรับผลงาน ‘แคปซูลหุ่นยนต์’ ผมได้แรงบันดาลใจจากตัวเอง ซึ่งอยู่ชั้น ป.5แต่ยังตัวไม่โตเท่าเพื่อนๆ จึงคิดแคปซูลที่จะเข้าไปในร่างกาย และช่วยให้ตัวโตขึ้นเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆได้ ในอนาคตข้างหน้าถ้ามีโอกาสก็อยากจะลงมือประดิษฐ์ไอเดียนี้ให้เกิดขึ้นจริงด้วยครับ  ขอขอบคุณทางฮอนด้าที่มอบประสบการณ์ที่ล้ำค่า และขอขอบคุณครอบครัวที่ให้คำปรึกษาในการออกแบบสิ่งประดิษฐ์มาโดยตลอดครับ”

6 นวัตกรรุ่นจิ๋ว ผู้ชนะในโครงการ “ฮอนด้า ซูเปอร์ ไอเดีย คอนเทสต์ 2018”

 

   นอกจากนี้ยังมีการมอบรางวัลพิเศษ “ครูผู้สร้างแรงบันดาลใจ” จำนวน 2รางวัล ให้กับครูผู้อยู่เบื้องหลัง ซึ่งเป็นผู้ผลักดันให้เยาวชนได้แสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์และจินตนาการ ซึ่งได้แก่ ว่าที่ร้อยตรีปณิธาน แสวงศิลปชัย จากโรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย จ.กรุงเทพฯ และนางบุญมี ศรีประเสริฐ จากโรงเรียนศิลปะพิมพ์ศิลป์ จ.พะเยา โดยจะเป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมกับนวัตกรรุ่นจิ๋วทั้ง 6คนเดินทางไปแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์กับเยาวชน     ชาวญี่ปุ่น ณ ประเทศญี่ปุ่น ในวันที่ 22-27มีนาคม 2562 

 
 

Page 2 of 21

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )