Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS THAILAND

NEW CARS THAILAND : นิสสันแนะนำอัลเมร่า รุ่นปี 2019 ใหม่ และรุ่นพิเศษ อี สปอร์ตเทค ปรับการออกแบบสไตล์ใหม่ เพิ่มคุณสมบัติด้านความปลอดภัยมากขึ้น

Wednesday, 03 April 2019 20:43

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นิสสันนประเทศไทย ปรับสไตล์อัลเมร่า ใหม่ รุ่นปี 2019 และเพิ่มรุ่นพิเศษ อี สปอร์ตเทค เพิ่มความโดดเด่นด้วยการตกแต่งภายในและภายนอกใหม่อย่างมีสไตล์

   สำหรับ รุ่นพิเศษ อี สปอร์ตเทค ใหม่ ก้าวล้ำไปอีกขั้นด้วยสไตล์ และความปลอดภัย โดยเพิ่มอุปกรณ์ชุดแต่งแบบสปอร์ตใหม่มากมาย ได้แก่ พวงมาลัยหุ้มหนัง แบบ D-Shape ใหม่ ขุดครอบกันชนหน้าสีดำ กระจังหน้าโครเมี่ยมสีดำ ชุดสเกิร์ตข้างสีดำ และชุดสเกิร์ตหลังสีดำ ภายนอกมีสามสีให้เลือก ได้แก่ สีขาว ไวท์ เพิร์ล สีดำ แบล็ค สตาร์ และสีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์

   นอกจากนี้ยังตกแต่งภายในห้องโดยสารใหม่ ด้วยวัสดุพรีเมี่ยมสีดำ เปียโน แบล็ค ตัดขอบด้วยสีเงิน ทำให้สไตล์ภายในสวยงามลงตัวมากขึ้น พวงมาลัยหุ้มหนัง แบบ D-Shape ใหม่ ติดตั้งปุ่มควบคุมระบบเสียงที่ใช้งานง่ายเพื่อเพิ่มความสะดวกสบาย และปลอดภัยมากขึ้น

   “นิสสัน อัลเมร่า เป็นรถอีโคคาร์แบบซีดานคันแรกของประเทศไทยที่ได้รับความนิยมอย่างมาก โดยสำหรับ  รุ่นปี 2019ใหม่นี้ ยังคงมอบประสบการณ์การขับขี่ที่ยอดเยี่ยม พร้อมความคุ้มค่าให้ลูกค้าทุกคน”คุณ สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองประธาน สายงานการตลาด นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว “รถยนต์คันนี้มาพร้อมกับฟังก์ชั่นหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า”

   โดย อัลเมร่า รุ่นปี 2019ใหม่ ยังมาพร้อม Display Audio แบบอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว มีฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อ    บลูทูธ การเชื่อมต่อกับแอปเปิล คาร์เพลย์ และจอแสดงภาพด้านหลังหรือ Rear View Monitor เพื่อความสะดวกในการจอดรถ ช่วยให้ผู้ขับขี่มองเห็นสิ่งที่อยู่ข้างหลังพวกเขาโดยแสดงภาพขณะถอยไว้ที่หน้าจอโดยไม่จำเป็นต้องหันหลังไปมอง

   อัลเมร่า รุ่นปี 2019ใหม่ (ตั้งแต่รุ่น 1.2 S MT ขึ้นไปจนถึงรุ่น 1.2 VL Sportech) ยังนำเสนอรูปลักษณ์ภายนอกที่ทันสมัยและมีสไตล์ด้วยไฟหน้าฮาโลเจนพร้อมฟังก์ชั่นระบบไฟหน้า “Follow-me-home” ใหม่ พร้อมกระจกมองข้างใหม่ ที่มีสัญญาณไฟเลี้ยวอยู่ที่ตัวกระจก

   “อัลเมร่า รุ่นปี 2019ใหม่ ช่วยปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้วยแนวคิดความปลอดภัยของนิสสัน เซฟตี้ ชิลด์ ซึ่งเป็นแนวทางในการพัฒนาและวิศวกรรมของรถยนต์ทุกคันที่นิสสันทำ” สุรีทิพย์ กล่าวเสริม “เทคโนโลยีเหล่านี้ ประกอบด้วยระบบเบรคป้องกันล้อล็อคแบบ ABSระบบกระจายแรงเบรก (Electronic Brake Force Distribution: EBD) ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการเบรกและระบบเสริมแรงเบรก (Brake Assit: BA)”

    เครื่องยนต์ขนาด 1,198 ซีซี 79 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ/นาที และให้แรงบิดสูงสุด 106 นิวตันเมตร ที่ 4,400 รอบ/นาที ยังคงจุดเด่นในด้านความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และประหยัดน้ำมัน ระบบเกียร์แปรผันอัจฉริยะ XTRONIC CVT เมื่อเทียบกับระบบเกียร์อัตโนมัติทั่วไปโดยให้อัตราเร่งที่ดีเยี่ยม ทำให้การขับขี่มีความราบรื่น แต่ปล่อยมลพิษต่ำกว่า 120กรัมต่อกิโลเมตรซึ่งเท่ากับมาตรฐานไอเสียของยุโรป

   นิสสัน อัลเมร่า รุ่นปี 2019ใหม่  มีให้เลือก 7 สี ได้แก่ สีขาว ไวท์ เพิร์ล (White Pearl) สีเทา ดีพ ไอริส เกรย์ (Deep Iris Grey) สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ (Brilliant Silver) สีดำ แบล็ค สตาร์(Black Star) สีแดง เรเดียนท์ เรด (Radiant Red)สีน้ำตาล เกรย์ยิช บรอนซ์ (Grayish Bronze) และสีม่วง พลัม (Plum)ด้วยราคาเริ่มต้นที่ 445,000 บาทสำหรับรุ่น 1.2 S MT

   สำหรับการทดสอบขับอัลเมร่า ใหม่ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม สามารถเยี่ยมชมหนึ่งในโชว์รูมนิสสันเกือบ 180 แห่งใน 77 จังหวัดทั่วประเทศหรือติดต่อศูนย์บริการลูกค้านิสสันโทร 02 401 9600 หรือเยี่ยมชม www.nissan.co.th

 
 

NEW CARS THAILAND : นิสสัน เผยโฉม นาวารา รุ่นปี 2019 และ แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ ตอกย้ำรถกระบะพันธุ์แกร่งขวัญใจชาวไทย จัดเต็มเทคโนโลยี นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี เสริมการขับขี่ที่มั่นใจ เพิ่มความเร้าใจ และ เข้าถึงการเชื่อมต่ออย่างแท้จริง

Sunday, 10 March 2019 18:00

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสันเผยโฉม นาวารา รุ่นปี 2019และ แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ ยกระดับความแข็งแกร่ง พร้อมเผชิญการใช้งานหนักแบบรถกระบะอย่างแท้จริง

   การปรับโฉมใหม่ของ นิสสัน นาวารา รุ่นปี 2019และ แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ นี้มาพร้อมกับ เทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง Around View Monitor (AVM) ที่ช่วยให้สามารถมองเห็นตัวรถและสิ่งรอบข้างผ่านกล้องที่ถูกติดตั้งรอบคัน นอกจากนั้นทั้งสองรุ่นยังได้มีการปรับเปลี่ยนเพิ่มเติม เพื่อตอบโจทย์และความต้องการของลูกค้าที่ใช้งานรถกระบะ ซึ่งรวมไปถึงดีไซน์ใหม่ที่เสริมความปลอดภัยและความมั่นใจขณะขับขี่อีกด้วย

   “ด้วยประสบการณ์กว่า 80ปีของนิสสัน ในการทำรถกระบะที่ดีที่สุดรุ่นหนึ่งในโลก ผมกล้าพูดว่า นิสสัน     นาวารา รุ่นปี 2019นั้นเป็นรถกระบะที่มาพร้อมกับความล้ำหน้าที่ไม่เหมือนใคร ซึ่งแน่นอนจะทำให้รถยนต์รุ่นนี้ยังคงเป็นรถกระบะรุ่นที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าชาวไทยของเรา” อันตวน บาร์เตส ประธาน นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว พร้อมเสริมว่า “การเปิดตัว นาวารา รุ่นปี 2019และแบล็ค อิดิชั่น ใหม่ นี้เป็นการเน้นย้ำถึงการนำเสนอรถยนต์ที่ตรงตามความต้องการของลูกค้าชาวไทยอย่างแท้จริง”

   เทคโนโลยีของ นิสสัน อินเทลลิเจนต์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility)จะช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจ ให้ความตื่นเต้น และเข้าถึงการเชื่อมต่อได้อย่างแท้จริง โดยนาวารา รุ่นปี 2019นี้มาพร้อมกับระบบเครื่องเสียงแบบที่ให้ความบันเทิงพร้อมข้อมูลเพื่อการเดินทางจาก NissanConnect ที่ทำให้การเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนรวมไปถึง ระบบแอพพลิเคชันต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น แอปเปิล คาร์เพลย์ (Apple CarPlay) และแอนดรอยด์ ออโต้ (Android Auto) โดยระบบข้อมูลเพื่อความบันเทิงอัจฉริยะนี้ยังสามารถให้ความช่วยเหลือผู้ขับขี่ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของเส้นทาง ช่องการขับขี่ การรายงานสภาพจราจร และตรวจสอบการขับขี่แบบประหยัดได้

   สำหรับ นิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ มาพร้อมการออกแบบภายนอกที่ล้ำสมัย ช่วยเสริมให้ตัวรถดูสปอร์ต แข็งเเกร่ง และทันสมัยยิ่งกว่าเดิมผ่าน การตกแต่งภายนอกโทนสีดำ ด้วยชุดแต่งที่ให้ความดุดันรอบคัน ไม่ว่าจะเป็นไฟหน้าแบบ LED สีดำ กระจังหน้าสีดำ กรอบไฟตัดหมอกสีดำ กระจกมองข้างและมือจับประตูสีดำ บันไดข้างสีดำ คิ้วล้อสีดำ กันชนหลังสีดำ และเสาอากาศแบบครีบฉลามสีดำ นอกจากนี้ยังมีการเลือกใช้สีส้มมาผสมผสานเพื่อเพิ่มสีสันในส่วนของกันชนไฟหน้า กระจกข้าง และบันไดข้าง รวมไปถึงสติกเกอร์สามมิติดีไซน์ใหม่ด้วย

   ขณะที่ภายในของ นิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ มาพร้อมกับสีสันแบบทูโทน ด้วยเบาะหนังสีดำพร้อมเดินตะเข็บเบาะและพวงมาลัยด้วยด้ายสีส้ม ในขณะที่หัวเกียร์และแผงประตูหุ้มด้วยหนังแท้ ยิ่งกว่านั้นยังมีหน้าจอแสดงผลการขับขี่ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถตรวจสอบความเร็วและอัตราการบริโภคน้ำมันอีกด้วย

    “การออกแบบทั้งหมดนี้เพื่อตอกย้ำจุดเด่นของ นิสสัน นาวารา ซึ่งเป็นรถกระบะที่สะท้อนสมรรถนะสมบุกสมบัน โดยนิสสัน นาวารา โฉมใหม่นี้ จะตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าของเราได้เป็นอย่างดี ทั้งยังรวมไปถึงกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการตกแต่งรถยนต์ที่ต้องการให้รถกระบะของพวกเขา มีรูปลักษร์ที่แข็งแกร่งในขณะเดียวกันยังดูสวยและทันสมัย”  สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองประธานสายงานการตลาด นิสสัน มอเตอร์ ประเทศไทย กล่าว

    นิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ รุ่นดับเบิ้ลแค็บ คาลิเบอร์ มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 7สปีด อีกทั้งเทคโนโลยีกล้องอัจฉริยะมองภาพรอบทิศทาง  Around View Monitor (AVM) ที่ช่วยให้สามารถมองเห็นตัวรถและสิ่งรอบข้างผ่านกล้องที่ถูกติดตั้งรอบคัน ทั้งยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยและความสะดวกสบายอื่นๆ ซึ่ง รวมถึง ระบบเบรค ABSถุงลมนิรภัย กุญแจรีโมท ปุ่มสตาร์ท และ ช่องแอร์ปรับอากาศด้านหลัง โดย นาวารา รุ่นปี 2019มีราคาจำหน่ายเริ่มต้นที่ 559,500บาท และ นิสสัน นาวารา แบล็ค อิดิชั่น ใหม่ มีราคาเริ่มต้นที่ 790,000 บาท

   สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถทดลองขับ นิสสัน นาวารา โฉมใหม่ หรือหากต้องการข้อมูลเพิ่มเติม สามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการนิสสันที่มีอยู่ประมาณ 180แห่ง ใน 77จังหวัดทั่วประเทศ หรือติดต่อ Call Center หมายเลข 024019600หรือที่ www.nissan.co.th

 
 

NEW CARS THAILAND : เอ็มจี เตรียมเปิดตัว Passenger Van ขนาด 11 ที่นั่ง “NEW MG V80” ในงานมอเตอร์โชว์

Monday, 11 March 2019 18:23

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์ – ซีพี จำกัด และ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์เอ็มจีในประเทศไทย  เตรียมเปิดตัว NEW MGV80” รถยนต์Passenger Vanขนาด 11ที่นั่งที่มาพร้อมห้องโดยสารกว้าง พร้อมความสะดวกสบาย และระบบความปลอดภัยครบครันเจาะกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถยนต์นั่งขนาดใหญ่เพื่อการเดินทางกับครอบครัว หรือในแบบหมู่คณะ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40  ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2562 นี้

   นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า“นับตั้งแต่เปิดตัวรถยนต์นั่งรุ่นแรกสู่ตลาดเมืองไทยเมื่อปี 2014  ปัจจุบัน เอ็มจี จำหน่ายรถยนต์นั่งที่ครอบคลุมทั้งรถยนต์นั่ง 4 ประตู (Sedan)รถยนต์นั่ง 5 ประตู (Hatchback) และรถเอสยูวี (SUV)โดยได้รับการตอบรับจากลูกค้าคนไทยเป็นอย่างดีและมียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้จากแผนงานของบริษัทฯ ที่ต้องการนำเสนอผลิตภัณฑ์ที่หลากหลายและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าคนไทยมากขึ้น ล่าสุดจึงได้เตรียมแนะนำ NEW MGV80”  ซึ่งเป็นรถยนต์Passenger Vanขนาด 11 ที่นั่ง มาเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กลุ่มลูกค้าที่กำลังมองหารถยนต์ที่มีห้องโดยสารที่กว้างขวาง นั่งสบาย มีความปลอดภัยสูง ตลอดจนมีพื้นที่เพียงพอสำหรับการเดินทางของสมาชิกในครอบครัวหรือหมู่คณะ และสามารถรองรับทั้งการใช้งานในชีวิตประจำวัน และการเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างลงตัว โดยจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงานมอเตอร์โชว์ในช่วงปลายเดือนมีนาคมนี้”

   ส ำหรับ “NEW MG V80” ได้รับการออกแบบสไตล์รถยุโรปด้วยการวางเครื่องยนต์ด้านหน้า และขับเคลื่อนล้อหน้า โดยมีมิติตัวถังที่กว้าง 1.99 เมตร สูง 2.13 เมตร และพื้นห้องโดยสารที่ราบเรียบ (Flat floor)จึงทำให้ห้องโดยสารมีความโอ่โถง นั่งสบาย สามารถเดินถึงกันได้ในแบบ WalkThrough พร้อมประตูสไลด์ 2 บาน และบันไดข้างไฟฟ้าระบบอัตโนมัติที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในการขึ้น-ลง  รวมไปถึงประตูท้ายบานคู่เปิดแบบ 50 : 50 ได้กว้างถึง 180 องศา เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน 

ในด้านความปลอดภัย “NEW MG V80” มาพร้อมช่วงล่างที่ให้เสถียรภาพในการขับขี่แบบรถยุโรป  ระบบดิสก์เบรกทั้ง 4 ล้อ และติดตั้งระบบความปลอดภัย ESP (Electronic Stability Program)ซึ่งครอบคลุมทั้งระบบป้องกันล้อล็อก ABSระบบกระจายแรงเบรก EBD  และระบบความปลอดภัยอื่นๆ อีกครบครัน  โดยขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอลเรล ขนาด 2.5 ลิตร ซึ่งมีให้เลือกทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติ และเกียร์ธรรมดา 6 สปีด 

   สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับรถยนต์รุ่นต่างๆของ เอ็มจี ได้ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40  ระหว่างวันที่ 27 มีนาคม ถึง 7 เมษายน 2562 ณ อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์MG CALL CENTRE โทร. 1267 หรือเว็บไซต์ www.mgcars.com

 
 

NEW CARS THAILAND : ฮุนไดแนะนำรถรุ่นพิเศษ “เอช-วัน ลิมิเต็ด ทรี” ใหม่ เพิ่มความหรูหรา ตอบโจทย์มากขึ้น

Wednesday, 20 March 2019 18:10

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัทฮุนได มอเตอร์  (ไทยแลนด์) จำกัดแนะนำรถรุ่นพิเศษ “เอช-วัน ลิมิเต็ด ทรี”ที่ได้รับการตกแต่งให้มีความหรูหรา โดดเด่น มีเอกลักษณ์มากยิ่งขึ้น พร้อมเพิ่มออฟชั่นพิเศษและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน สามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าระดับไฮเอนด์ ที่ชื่นชอบความพรีเมี่ยม สะดวกสบาย ในรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะและการใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ

   “เอช-วัน ลิมิเต็ด ทรี”มาพร้อมกับความพิเศษ เริ่มต้นจากภายนอกเป็นสีขาว ครีมมี่ ไวท์ ซึ่งเป็นสีพิเศษที่ไม่มีจำหน่ายในรุ่น เอช-วัน ซีรีย์  ติดตั้งหลังคามูนรูฟ 2บาน เปิด - ปิด ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมที่บังแดดสำหรับผู้โดยสารตอนหน้าและตอนหลัง ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการเดินทาง  ไฟส่องสว่างด้านหน้าควบคุมด้วยระบบอัตโนมัติ พร้อมระบบเซ็นเซอร์ตรวจจับให้ไฟหน้าเปิดอัตโนมัติเมื่ออยู่ในบริเวณที่มีแสงน้อย สะดวกสบาย เพิ่มความปลอดภัยในทุกการขับขี่  ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว สีเมทาลิคแบบปัดเงา เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะด้วยโลโก้ “Limited III” ที่ด้านหลัง พร้อมติดตั้งกล้องหลัง ที่มีระบบสัญญาณเตือนเมื่อเจอสิ่งกีดขวาง เพิ่มความสะดวกในการถอยเข้าจอดแม้ในพื้นที่จำกัด

   ภายในได้รับการดีไซน์ให้เรียบหรูและคลาสสิคยิ่งขึ้นด้วยลายไม้สีเทาลายใหม่และเบาะนั่งโดยสารสีเทา ดูกลมกลืนอย่างลงตัว พร้อมพรมปูพื้นรอบคันพร้อมสัญลักษณ์ “Limited III”  นอกจากนี้ยังได้รับการ ติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงด้วยเครื่องเสียงไพโอเนียร์ หน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว สำหรับผู้โดยสารด้านหน้า รองรับ Apple Car Play และไฟล์มัลติมีเดีย   จอ LCD แบบสัมผัสขนาด 10.1นิ้ว ที่หลังหัวหมอนคู่หน้า 2 ตำแหน่งสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง รองรับหูฟังไร้สายระบบบลูทูธ พร้อมช่องต่อสำหรับ USB และ MicroSD Card ที่ด้านข้างจอ LCD  เพิ่มความสะดวกในการใช้งานด้วยระบบ Dual Zone ที่แยกแหล่งสื่อบันเทิงสำหรับที่นั่งตอนหน้าและตอนหลัง ช่วยให้สามารถเลือกฟังก์ชั่นการใช้งานได้อย่างอิสระ

   “เอช-วัน ลิมิเต็ด ทรี” ใช้เครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร คอมมอนเรลไดเร็คท์อินเจ็คชั่น ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า  แรงบิดสูงสุด 441 นิวตัน-เมตร พร้อมเกียร์อัตมัติ 5 สปีด ให้การตอบสนองรวดเร็วและนุ่มนวล นอกจากนี้ยังได้เพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอื่นๆ อาทิ ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control), กระจกมองหลังตัดแสงอัตโนมัติ, ไฟภายในห้องโดยสารแบบ LED ปรับได้ 6 สี และระบบปรับอากาศอัตโนมัติ เป็นต้น

   “เอช-วัน ลิมิเต็ด ทรี” เปิดตัวพร้อมรับจองเป็นครั้งแรกในงาน “บางกอกอินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40” ด้วยราคาพิเศษ 1,679,000 บาท จำนวนจำกัดเพียง 300 คันเท่านั้น ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมและทดลองขับ “เอช-วัน ลิมิเต็ด ทรี” ได้ที่บู้ธรถยนต์ฮุนไดในงานฯ ณ อิมแพ็ค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 27มี.ค. – 7 เม.ย. 2562 และที่โชว์รูมรถยนต์ฮุนไดทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hyundai.co.th

 
 

NEW CARS THAILAND : ฮอนด้า ก้าวข้ามทุกข้อจำกัด ส่ง ฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชันที่ 10 เปิดโลกใหม่แห่งยนตรกรรม ชูเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย

Tuesday, 19 March 2019 19:53

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ ฮอนด้าแอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชันที่ 10 สู่ตลาดประเทศไทย อีกขั้นแห่งยนตรกรรมสปอร์ตพรีเมียมซีดาน ที่พาคุณก้าวข้ามข้อจำกัด ด้วยการท้าทายความเชื่อและขอบเขตเดิมๆ สู่โลกบทใหม่แห่งยนตรกรรม มาพร้อมเทคโนโลยีการขับเคลื่อน ขุมพลังเทอร์โบ เครื่องยนต์ 1.5ลิตร Di VTEC TURBO 190 แรงม้าและระบบ Sport Hybrid i-MMD มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังแต่คงไว้ซึ่งอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม อีกขั้นของความมั่นใจในทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง(Honda SENSING)และเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมที่ครบครัน มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในที่ผสมผสานเอกลักษณ์ความหรูหราและความสปอร์ตไว้ได้อย่างลงตัว  พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์การใช้งานที่หลากหลายของลูกค้าด้วยฟังก์ชันและเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย โดยฮอนด้า เผยราคาประมาณการก่อนประกาศราคาอย่างเป็นทางการพร้อมการวางจำหน่าย ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ในเดือน พฤษภาคม 2562    

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวว่า “ฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นรถยนต์ที่สำคัญรุ่นหนึ่งของฮอนด้าที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยมจากลูกค้าทั่วโลกรวมถึงลูกค้าชาวไทย และได้ทำการพัฒนามาอย่างต่อเนื่องจนถึงเจเนอเรชันที่ 9 โดย ฮอนด้า แอคคอร์ด เป็นรถยนต์ที่เป็นผู้นำในการนำเทคโนโลยียนตรกรรมใหม่ ๆ เข้าสู่ตลาดเพื่อต่อยอดการพัฒนายนตรกรรมเสมอมา ในปัจจุบันโลกและเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วและไม่หยุดนิ่ง ครั้งนี้ จึงเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญในการพัฒนายนตรกรรมให้เหนือระดับไปอีกขั้น เพื่อก้าวนำเทคโนโลยี ด้วยการก้าวข้ามข้อจำกัดและท้าทายความเชื่อแบบเดิม ๆ ครั้งนี้ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชันที่ 10 จะยังความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีแห่งยนตรกรรมยุคใหม่ ทั้งเทคโนโลยีการขับเคลื่อนและเทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัย พร้อมถ่ายทอดจิตวิญญาณความสปอร์ตพรีเมียมผ่านดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์ เพื่อพาคุณสัมผัสโลกบทใหม่แห่งยนตรกรรม”

ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มาพร้อม 2 ขุมพลังการขับเคลื่อนได้แก่

   เครื่องยนต์ 1.5ลิตร Di VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 190แรงม้าตอบสนองได้ทันใจด้วยแรงบิด 243 นิวตัน-เมตร จากเทคโนโลยีไดเรคอินเจคชัน (Direct Injection) ฉีดจ่ายเชื้อเพลิงเข้าสู่ห้องเผาไหม้โดยตรง และเทอร์โบชาร์จเจอร์ (Turbocharger) ที่ช่วยอัดอากาศเข้าสู่ห้องเผาไหม้เครื่องยนต์ได้เร็วขึ้น เพิ่มประสิทธิภาพการเผาไหม้ได้อย่างรวดเร็ว ประสานการทำงานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ให้สมรรถนะการขับขี่มากกว่าเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร และให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ 16.4 กิโลเมตร/ลิตร ซึ่งมากกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตรในรุ่นเดิม โดยเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และรองรับน้ำมัน E85 ได้อีกด้วย

   ระบบขับเคลื่อน Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD)เป็นการทำงานของเครื่องยนต์ขนาด 2.0ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4สูบ 16วาล์ว ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า (E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออนให้กำลังสูงสุดทั้งระบบได้ถึง 215แรงม้าสามารถปรับเปลี่ยนโหมดการขับขี่ได้อย่างอัจฉริยะ เพื่อตอบสนองทุกการขับขี่ ได้แก่โหมดการขับขี่ด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า (EV Drive Mode)โหมดการขับขี่ด้วยระบบไฮบริด (Hybrid Drive Mode)และโหมดการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์ (Engine Drive Mode) และยังมาพร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต (Sport Drive Mode) ที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายเพียงกดปุ่ม Sportที่อยู่บริเวณคันเกียร์ เพื่อให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสอารมณ์การขับขี่ในสไตล์สปอร์ตที่สนุกสนานเร้าใจ โดยระบบ Sport Hybrid i-MMD ใหม่ เป็นระบบ Full Hybrid ที่ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยมสูงถึง 24.4กิโลเมตร/ลิตร อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 97 กรัม/กิโลเมตร

   สู่อีกระดับของเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง(Honda SENSING)ที่ผสานการทำงานของเรดาร์และกล้องด้านหน้า ในการตรวจจับสภาวะแวดล้อมบนท้องถนน ช่วยแจ้งเตือนผู้ขับขี่และช่วยควบคุมรถในสถานการณ์การขับขี่ที่มีความเสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ เพื่อความปลอดภัยของตัวผู้ขับขี่ และเพื่อนร่วมทางบนท้องถนน ซึ่งมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น ประกอบด้วย

- ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก(Collision Mitigation Braking System: CMBS)

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

 - ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

- ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure MitigationSystem with Lane Departure Warning : RDM with LDW)

- ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

   พร้อมด้วยระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัยระดับพรีเมียมอาทิระบบเตือนเมื่อมีรถเคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor: CTM)ด้วยเสียงและสัญลักษณ์เตือนบนหน้าจอ เมื่อมีรถยนต์คันอื่นขับสวนเข้ามาทางด้านซ้ายหรือขวาขณะรถถอย ระบบกล้องมองภาพรอบทิศทาง (Multi-View Camera System: MVCS) จะทำงานผ่านกล้องที่ติดตั้ง 4 จุดรอบคัน (ด้านหน้า หลัง ซ้าย และขวา) สามารถแสดงภาพได้ครบทุกมุมมอง รวมถึงภาพจำลองจากมุมสูงเพื่อให้เห็นทุกทิศทางรอบคัน ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในการมองเห็นได้อย่างชัดเจน ระบบช่วยจอดอัจฉริยะ พร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System) ระบบจะช่วยควบคุมพวงมาลัยอัตโนมัติ โดยเพียงแค่เดินหน้าหรือถอยหลังไปตามคำแนะนำ และตามตำแหน่งบนหน้าจอ ช่วยอำนวยความสะดวกให้ผู้ขับขี่ทั้งการจอดรถแนวขนานและการถอยหลังเข้าจอดได้อย่างง่ายดาย เป็นต้น

   ดีไซน์ภายนอกผสานความหรูหราสง่างามกับความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว ผ่านการออกแบบที่เรียบหรูแต่ประณีตในทุกรายละเอียด ด้วยเส้นสายที่ปราดเปรียวและเฉียบคม สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมอย่างเหนือระดับมาพร้อมกระจังหน้าโครเมียมที่เชื่อมต่อกับไฟหน้าพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) แบบ LED โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยไฟท้ายดีไซน์ที่สะท้อนเอกลักษณ์ของฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ แบบ LEDพร้อมด้วยล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่สไตล์สปอร์ตขนาด 17 นิ้ว ในรุ่นเทอร์โบ และขนาด 18 นิ้ว ในรุ่นไฮบริด

   อีกขั้นของดีไซน์ภายในห้องโดยสารที่ได้รับการออกแบบอย่างประณีต ผสมผสานความความสปอร์ตพรีเมียมได้อย่างลงตัว ผ่านการใช้โครงสร้างเส้นสายในแนวนอน เพื่อทำให้บริเวณคอนโซลกลางโปร่งโล่ง และส่งผลให้มีพื้นที่ช่วงขามากขึ้น อีกทั้งมอบทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ ภายในห้องโดยสารกว้างขวาง สะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่นการใช้งานระดับพรีเมียม อาทิ ระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-Up Display : HUD)มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT ขนาด 7 นิ้ว ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touchรองรับการเชื่อมต่อ  Apple CarPlayและระบบสั่งการด้วยเสียงSIRIและอุปกรณ์ชาร์จไฟแบบไร้สาย (Wireless Charger)ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start)เป็นต้น ซึ่งครั้งนี้ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ได้รับการพัฒนาในเรื่องความเงียบภายในห้องโดยสารไปอีกขั้น เพื่อมอบสุนทรียภาพในทุกการเดินทางอย่างเหนือระดับยิ่งขึ้น

   ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด  4 สี ได้แก่ สีใหม่ สีขาวแพลทินัม (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) มาพร้อมสีภายในห้องโดยสาร 3 สี ได้แก่ สีไอวอรี่เบจ สีดำ และ
สีน้ำตาล (เฉพาะรุ่น HYBRID TECH)ซึ่งขึ้นอยู่กับสีตัวรถภายนอก

โดยมีให้เลือก 3รุ่น ได้แก่

- รุ่น HYBRID TECH        ราคาไม่เกิน   1,800,000 บาท

- รุ่น HYBRID                   ราคาไม่เกิน   1,650,000 บาท

- รุ่น TURBO EL              ราคาไม่เกิน   1,500,000 บาท

   ทางฮอนด้า จะประกาศราคาอย่างเป็นทางการพร้อมการวางจำหน่าย ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ในเดือนพฤษภาคม 2562

   ทั้งนี้ ลูกค้าที่สนใจสามารถสัมผัสรถยนต์ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40  ระหว่างวันที่ 27มีนาคม – 7เมษายน 2562นี้ ณ บูธ A9อาคารชาเลนเจอร์ ฮอลล์ 2อิมแพ็ค อารีน่า เมืองทองธานี โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสำรองสิทธิ์ในการเป็นเจ้าของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ก่อนใครได้ภายในงานหรือที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือ www.honda.co.th/accord

หมายเหตุ:

- อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

- สีภายในแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับสีภายนอก

- สีขาวแพลทินัม (มุก) เพิ่ม 12,000บาท และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 8,000บาท

 
 

NEW CARS THAILAND : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ปูทางสู่มอเตอร์โชว์ 2019 เผยโฉม บีเอ็มดับเบิลยู X7 ใหม่ ใหญ่ที่สุดในตระกูล X นิยามใหม่แห่งความหรูหรา ที่ผสานรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ เข้ากับความล้ำสมัยได้อย่างลงตัว

Wednesday, 13 March 2019 19:21

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยเผยนิยามใหม่แห่งความหรูหราในเซกเมนต์รถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ (SAV) สำหรับแฟน ๆ ชาวไทย ด้วยการเผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู X7 M50dใหม่ ที่ผสานทั้งความล้ำสมัยและความคล่องตัวในดีไซน์ที่แปลกใหม่โดดเด่นด้วยมิติรถที่กว้างขวางโอ่อ่าพร้อมด้วยสมรรถนะชั้นเลิศ เส้นสายในการออกแบบนั้นเด่นสะกดทุกสายตาตั้งแต่กระจังหน้าทรงไตคู่ทรงแนวตั้งขนาดใหญ่ กระจกบานกว้างความสูงของรถ ไปจนถึงการถ่ายทอดพลังผ่านทรวดทรงหลังคาที่ลาดยาว ตอบโจทย์ความหรูหรา ควบคู่ไปกับเอกลักษณ์ที่พร้อมเปิดมิติใหม่แห่งความโฉบเฉี่ยวในทุกเส้นทาง รถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู X7 น้องใหม่ล่าสุด และใหญ่ที่สุดในตระกูล X จะเปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 40 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 27 มีนาคม – 7 เมษายนนี้ ณ ชาเลนเจอร์ 1-3อิมแพค เมืองทองธานี

   มร. คริสเตียน วิดมานน์ ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยกล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู X7 สร้างนิยามใหม่ให้แก่ปรัชญาแห่งการรังสรรค์ความพิเศษในทุก ๆ วินาทีของการขับขี่ ทั้งจากความเหนือชั้นและพละกำลังอันแข็งแกร่งที่เฉพาะตัว ถือเป็นที่สุดของตระกูล Xและเป็นรุ่นที่ใหญ่ที่สุดเท่าที่บีเอ็มดับเบิลยูเคยผลิตอีกด้วย นับเป็นการตอกย้ำมรดกที่สืบทอดกันมาตลอด 100 ปีของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป กับการเป็นยนตรกรรมพรีเมียมชั้นนำระดับโลก ที่เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีอันก้าวล้ำ พร้อมความสร้างสรรค์และโดดเด่นเหนือใคร อีกทั้งยังเป็นการแสดงถึงความมุ่งมั่นของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ในการพัฒนายนตรกรรมหรู หลังจากการเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 8 ใหม่ เมื่อปลายปีที่ผ่านมา

   บีเอ็มดับเบิลยู X7 ที่มาพร้อมความกว้างขวางอันหรูหรานี้ พร้อมมอบประสบการณ์ที่ไม่เหมือนใคร และถือเป็นมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ในคลาสนี้ บีเอ็มดับเบิลยู X7 M50d นำเสนออีกก้าวแห่งความพึงพอใจจากการขับขี่ ด้วยนวัตกรรมความหรูหราและความกล้าที่จะแตกต่าง ให้ได้สัมผัสทั้งที่สุดแห่งความสะดวกสบายและสมรรถนะชั้นเยี่ยมไปพร้อมๆ กัน”

   บีเอ็มดับเบิลยู X7 M50d ใหม่ จะเริ่มเปิดรับจองในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2019 ในราคาจำหน่าย 8,999,000 บาท พร้อมแพคเกจ BSI Standard ประกอบด้วยการบริการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม. และการรับประกัน 3 ปีไม่จำกัดระยะทาง

   พิเศษสุดสำหรับผู้ที่จองรถระหว่างวันที่1 มีนาคม ถึง 30 เมษายน และส่งมอบภายในวันที่ 30 เมษายน ศกนี้ เมื่อซื้อแพคเกจBSI Ultimate จะได้รับการขยายระยะเวลาบำรุงรักษาเพิ่มขึ้นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เป็น 6 ปี หรือ 120,000 กม. และการรับประกันเพิ่มขึ้นเป็น 6 ปี ไม่จำกัดระยะทาง[1] และสำหรับผู้ที่จองรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูปลั๊กอินไฮบริดทุกรุ่น รับฟรีประกันชั้นหนึ่ง เสริมความอุ่นใจในทุกเส้นทางการขับขี่

มิติใหม่แห่งความคล่องตัวในการขับขี่และที่สุดของความสบายเหนือระดับ

   หัวใจสำคัญของบีเอ็มดับเบิลยู X7 ใหม่ คือการผสานที่สุดแห่งความสะดวกสบาย ความคล่องตัว และความหรูหราเข้าไว้ด้วยกัน สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ พร้อมเทคโนโลยีM Performance TwinPower Turbo ที่ส่งพละกำลังสูงสุด 294 กิโลวัตต์ / 400 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 760 นิวตันเมตรที่ 2,000 – 3,000 รอบต่อนาที ทำความเร็วสูงสุดได้ที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง สมรรถนะของบีเอ็มดับเบิลยู X7 M50d สร้างความประทับใจได้อย่างโดดเด่นด้วยการส่งพละกำลังจากชุดอัดอากาศ ซึ่งประกอบด้วยชุดอัดอากาศแบบความดันต่ำ 2 ตัว และแบบความดันสูง 2 ตัว ทำให้เรียกพละกำลังได้อย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ไม่สะดุด โดยทำงานคู่กับเกียร์อัตโนมัติ Sport Steptronic 8 จังหวะ รวมทั้งระบบช่วงล่างแบบถุงลมสามารถปรับระดับอัตโนมัติ คล่องตัวด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ xDrive ให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมขุมพลังบีเอ็มดับเบิลยู X7 ใหม่นี้ ได้อย่างแม่นยำและง่ายดาย มอบความสะดวกสบายในการขับขี่ทุกสภาพถนน ชูสมรรถนะที่แข็งแกร่งของ SAV อย่างแท้จริง เทคโนโลยีแชสซีใหม่ล่าสุดพร้อมระบบควบคุมช่วงล่าง Executive Drive Pro ยังช่วยมอบการควบคุมที่เฉียบคมและปราดเปรียวยิ่งขึ้น

   ครั้งแรกสำหรับรถอเนกประสงค์ขนาดใหญ่ (SAV) ที่มาพร้อมกับท่อไอเสียในสไตล์M Sport เสริมจิตวิญญาณแห่งความสปอร์ตด้วยเสียงดุดัน สร้างความเร้าใจในการขับขี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามในแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู

[1]ยกเว้นรถยนต์ในตระกูลบีเอ็มดับเบิลยู M และบีเอ็มดับเบิลยู i

สะกดทุกสายตาด้วยความหรูหรา ทรงพลัง และคาแรคเตอร์อันโดดเด่น

   แม้ว่าบีเอ็มดับเบิลยู X7 ใหม่นั้นมาพร้อมกับรูปลักษณ์ภายนอกที่ใหญ่ และโอ่อ่า แต่เส้นสายการออกแบบนั้นถ่ายทอดออกมามาในสไตล์ที่ปราดเปรียว และคล่องตัว เน้นองค์ประกอบของความประณีตและความเรียบง่าย กระจังหน้าทรงไตคู่ทรงแนวตั้งขนาดใหญ่ รวมไปถึงระบบไฟหน้า BMW Laserlightสร้างเอกลักษณ์ให้รถยนต์รุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ล้ออัลลอย BMW Individual ขนาด 22 นิ้ว ลาย
Y-spokeสวยสะดุดตาจากทุกมุม ส่งให้บีเอ็มดับเบิลยู X7 ใหม่ ทรงพลังและภูมิฐานมากขึ้น

   บีเอ็มดับเบิลยู X7 M50d ใหม่มีสีภายนอกให้เลือกด้วยกันทั้งหมด 5 สีคือสีดำ Black Sapphire สีดำCarbon Black สีขาว Mineral White สีน้ำเงินPhytonic Blue และสีเทา Arctic Grey Brilliant Effect

อวดพลังแห่งความสง่างามจากภายใน พร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย และการเชื่อมต่อครบวงจร

   ห้องโดยสารภายในของบีเอ็มดับเบิลยู X7 ใหม่นั้น สะท้อนนิยามของความหรูหราสง่างามที่มาบรรจบกับการออกแบบเหนือกาลเวลา และความสะดวกสบายเหนือระดับ ด้วยห้องโดยสารที่มีขนาดใหญ่ ออกแบบให้รองรับเบาะนั่งแบบ 3 แถว จุผู้โดยสารได้สูงสุดถึง 7 คน โดยทุกที่นั่งสามารถปรับได้ด้วยระบบไฟฟ้า มอบความสบายให้กับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร เบาะที่นั่งบุด้วยหนังแท้Merino เนื้อละเอียดจาก BMW Individual หรูหราขึ้นไปอีกขั้นด้วยการตกแต่งห้องโดยสารด้วยลายไม้สีดำเงา ให้บรรยากาศในสไตล์เรียบหรู ส่วนห้องเก็บสัมภาระท้ายรถมีปริมาตรความจุ 326 ลิตร และเพิ่มได้สูงสุดถึง 750ลิตร หรือ 2,120 ลิตร เมื่อพับเบาะแถว 3 และแถว 2ตามลำดับ ออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การขับขี่ในชีวิตประจำวัน และผู้ที่รักการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

   นอกจากนี้ ความหรูหราในห้องโดยสารนั้นยังเสริมด้วยวัสดุตกแต่งผลึกแก้ว ‘CraftedClarity’ พร้อมชุดไฟ Ambient light ชุดไฟสร้างบรรยากาศภายในห้องโดยสาร เพดานแบบPanorama glass roof Sky Lounge ที่เพิ่มความโปร่งอย่างโอ่อ่าเหนือระดับ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบ 4 โซน พร้อมมอบความปลอดภัยและความสะดวกสบายจากระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัยต่างๆ เช่น ระบบ Parking Assistant Plus ระบบช่วยเหลือการขับขี่ Driving Assistant รวมถึงระบบบันเทิงและเชื่อมต่อใหม่ล่าสุด เช่น ระบบ BMW Live Cockpit Professionalพร้อมจอControl Display ขนาด 12.3 นิ้ว ระบบ BMW ConnectedDrive เพื่อการเชื่อมต่ออย่างไร้ขีดจำกัด และระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ซึ่งเป็นระบบผู้ช่วยส่วนตัวที่สามารถรับคำสั่งจากเสียงพูดในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ยกระดับประสบการณ์ในการขับขี่ให้เป็นส่วนตัวมากกว่าที่เคย

ควบคุมง่ายดายไร้กังวลทุกการขับขี่ด้วยระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ Parking Assistant Plusพร้อม Reversing Assistant

   อีกหนึ่งข้อพิสูจน์ของวิสัยทัศน์จากบีเอ็มดับเบิลยูในการก้าวสู่อนาคตแห่งรถยนต์ขับเคลื่อนอัตโนมัติ คือ ฟังก์ชั่น Reversing Assistantซึ่งจะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ขับขี่ขณะถอยจอดหรือถอยออกจากที่แคบอัตโนมัติ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่งอื่น ๆ ในเซกเมนต์ โดยฟังก์ชั่น Reversing Assistantนี้ เป็นส่วนหนึ่งของระบบช่วยนำรถเข้าที่จอดอัตโนมัติ Parking Assistantช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถถอยออกจากบริเวณที่มีพื้นที่แคบ เช่น อาคารจอดรถ ทางเลี้ยวเข้า หรือทางตัน ได้อย่างง่ายดายแม้จะมีมุมมอง   ที่จำกัด ซึ่งฟังก์ชั่นดังกล่าวจะจดจำองศาการเลี้ยวของพวงมาลัยขณะขับเข้าไปยังพื้นที่แคบได้เป็นระยะทางไกลสูงสุด 50 เมตร ขณะขับขี่ที่ความเร็วไม่เกิน 35กิโลเมตรต่อชั่วโมง สามารถเริ่มใช้งานโดยกดปุ่ม Reversing Assistant ขณะจอดนิ่งที่เกียร์ P หลังจากนั้น รถยนต์จะถอยหลังอัตโนมัติตามเส้นทางที่ขับเข้าไปล่าสุด ผู้ขับขี่จะมีหน้าที่เพียงแค่แตะเบรกหรือคันเร่ง โดยความเร็วในการถอยอัตโนมัติจะอยู่ที่ความเร็วสูงสุด 9 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งระบบจะสามารถจดจำองศาการเลี้ยวภายในระยะ 50 เมตรสุดท้ายไว้ได้เป็นระยะเวลายาวนาน ทำให้ผู้ขับขี่สามารถแม้กระทั่งถอยออกจากที่จอดรถได้แม้จะจอดทิ้งไว้ข้ามคืนหรือเป็นระยะเวลาหลายวัน

ผู้ช่วยส่วนตัวฉลาดล้ำพร้อมตอบรับทุกคำสั่งเพียงแค่พูดว่า “Hey BMW”

   ส่วนระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ติดตั้งมาเป็นส่วนหนึ่งของระบบปฏิบัติการ BMW Operating System 7.0 และทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียวกับระบบ BMW Live Cockpit Professional ระบบผู้ช่วยส่วนตัวนี้สามารถรับคำสั่งจากเสียงพูดในรูปแบบที่เป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ทั้งยังมาพร้อมกับฟังก์ชั่นอันชาญฉลาดอีกมากมาย สามารถเรียนรู้และจดจำกิจวัตรประจำวันและความชอบส่วนตัวของผู้ขับขี่ได้ ก่อนจะนำมาปรับใช้งานอย่างถูกต้องแม่นยำ หากผู้ขับขี่รู้สึกว่าอุณหภูมิในตัวรถหนาวเกินไป ก็สามารถพูดออกคำสั่งว่า “Hey BMW, I’m cold” เพื่อให้ระบบ BMW Intelligent Personal Assistant ปรับการทำงานของระบบปรับอากาศให้เหมาะสม ทั้งนี้ บีเอ็มดับเบิลยูได้พัฒนาให้ระบบผู้ช่วยส่วนตัวนี้สามารถอัพเกรดเพื่อเพิ่มเติมคุณสมบัติและรูปแบบการเรียนรู้ใหม่ๆ ได้อีกในอนาคต

 
 

NEW CARS THAILAND : อาวดี้ ประเทศไทย ตอกย้ำความเป็นผู้นำเทคโนโลยีเปิดตัว Audi e-tron ยนตรกรรมพรีเมียมพลังไฟฟ้า 100 % ครั้งแรกในประเทศไทย ผนึก “แสนสิริ” ร่วมพันธมิตรข้ามธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์ ขับเคลื่อนเพื่อโลกสีเขียว

Saturday, 16 March 2019 16:26

 

 

 

 

 

 

   เมื่ออนาคตก้าวมาถึงเร็วกว่าที่คิด  อาวดี้ ประเทศไทย เดินหน้าร่วมเปิดศักราชใหม่แห่งโลกยนตกรรมเพื่อโลกยั่งยืนเปิดตัวAudi e-tron  55quattroยนตกรรมเอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100 % ซึ่งมีสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ครั้งแรกในประเทศไทย ด้วยราคา 5,099,000 บาท และเพื่อนำการเปลี่ยนแปลงสู่ความยั่งยืน อาวดี้ ประเทศไทย ยังได้ประกาศความร่วมมือข้ามธุรกิจครั้งประวัติศาสตร์ กับ “แสนสิริ”ผู้พัฒนาธุรกิจ     ด้านอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำครบวงจรของไทย กับพันธกิจ “Dare to Change” ยกระดับการสร้างGreen Ecosystemพร้อมเตรียมขยายความร่วมมือร่วมกันโดยเริ่มต้นจากเลือกรถยนต์พลังงานไฟฟ้า 100%        Audie-tron ให้เป็นรถที่ใช้สำหรับองค์กร สนองนโยบายรัฐบาลขับเคลื่อนประเทศไทยให้เป็น Smart City  

   นายอเล็กซานเดอร์  วอน  วัลเดนเบิร์ก เดรซิลผู้อำนวยการส่วนงานต่างประเทศ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ไต้หวัน และอินเดีย บริษัท AUDI AGเผยว่า จากความสำเร็จของ  Audi e-tron  ด้วยยอดจองกว่า 20,000 คันทั่วโลก หลังเปิดตัวที่สหรัฐอเมริกา ยังก้าวไปอีกขั้นเพื่อนำ Audi e-tron  พิสูจน์ถึงความยอดเยี่ยมของสมรรถนะ ไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก รวมถึงประเทศไทย ซึ่งเป็นตลาดที่มีศักยภาพ มีความพร้อม และมีแนวโน้มการเติบโตสูง    

   “มั่นใจว่า การเปิดตัวAudi e-tronยนตกรรมเอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100 % ในประเทศไทยในครั้งนี้   จะมีส่วนช่วยนำความเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญมาสู่อุตสาหกรรมรถยนต์ไทย ที่กำลังเปลี่ยนรูปแบบการเคลื่อนที่สู่สังคมรถยนต์พลังงานไฟฟ้า ขอขอบคุณไปยังรัฐบาลไทย ที่มีนโยบายและมาตรการส่งเสริมให้มีการใช้ยานยนต์พลังงานไฟฟ้าเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในประเทศไทยอย่างชัดเจน

   Audi e-tron เป็นยนตรกรรมเอสยูวีพรีเมียม 5 ที่นั่ง โดยรุ่นที่นำมาเปิดตัว คือ Audi e-tron55 quattro โดยมีราคา 5,099,000 บาท มาพร้อมระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ quattroอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นของ Audi โดยมีมอเตอร์ไฟฟ้าติดตั้ง 2 ตำแหน่งที่ด้านหน้าและด้านหลังซึ่งส่งกำลังไปยังล้อโดยตรง ทำให้เกิดการตอบสนองที่ฉับไวในทุกช่วงเวลา ไม่ว่าจะเป็นการออกตัว หรือว่าการเร่งแซงที่ทำได้รวดเร็วทันใจ โดยมอเตอร์ไฟฟ้าทั้ง 2 ตัว ให้กำลังสูงสุด 266 กิโลวัตต์ หรือ 360 แรงม้า และเพิ่มขึ้นเป็น 408 แรงม้า ในบูสต์โหมดแรงบิดสูงสุด         561 นิวตันเมตร และเพิ่มขึ้นเป็น 664 นิวตันเมตร ในบูสต์โหมด  ทำให้มั่นใจในสมรรถนะที่จะตอบสนองการใช้งาน และเติมอารมณ์สปอร์ตได้อย่างเต็มที่ ด้วยอัตราเร่ง  0-100 กม./ชม.ในเวลา 6.6 วินาที และ 5.7 วินาทีในบูสต์โหมด และทำความเร็วสูงสุดได้ 200 กม./ชม. นอกจากเรื่องของสมรรถนะแล้ว จุดเด่นของ e-tronก็คือ ความสามารถในการใช้งาน โดยการชาร์จไฟ 1 ครั้ง เดินทางได้ถึง 417 กม. จากการทดสอบโดยใช้มาตรฐาน WLTP ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากเทคโนโลยีการออกแบบที่เยี่ยมยอดทำให้ชาร์จไฟกลับเข้าแบตเตอรีได้รวดเร็วเมื่อรถชะลอความเร็วหรือเบรก ยังคงความหรูหรา สะดวกสบายในการใช้งาน ทั้งความกว้างขวางของห้องโดยสาร ทำให้ผู้โดยสารนั่งสบาย จากการออกแบบพื้นที่จัดวางแบตเตอรี ไม่ให้รบกวนห้องโดยสาร และพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านหลัง ซึ่งมีความจุถึง 660 ลิตร

   Audi e-tron 55 quattro เป็นรถยนต์นำเข้าและผลิตจากโรงงานของอาวดี้ในเมือง บรัสเซลล์ ประเทศเบลเยี่ยม ซึ่งเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ทันสมัยที่สุด มีแหล่งผลิตพลังงานไฟฟ้าเพื่อใช้ในโรงงานเป็นของตนเอง อีกทั้งยังเป็นฐานการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคด้วย และโรงงานผลิตรถยนต์แห่งนี้ ยังเป็นโรงงานผลิตรถยนต์พรีเมียมแห่งแรก ที่ได้รับการรับรองให้เป็นโรงงานคาร์บอนนิวทรัล ขณะเดียวกันอาวดี้มุ่งให้โรงงานแห่งนี้ เป็นโรงงานที่มีคาร์บอนเป็นศูนย์ด้วย

   นายกฤษฎา ล่ำซำ ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร Audi Thailandเผยว่า ภายใต้การสนับสนุนของ AUDI AG ทางเรายังคงนโยบายกลยุทธ์เชิงรุก ซึ่งการเปิดตัว Audi e - tron : Audi’s First Luxury Pure Electric Car ยนตกรรมเอสยูวีพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100 %  ที่มีสมรรถนะสูง สะท้อนเอกลักษณ์ ความโดดเด่น และ ดีเอ็นเอ Audi ที่เรียกว่า Vorsprung Durch Technik ครั้งแรกในประเทศไทย จะสร้างปรากฏการณ์สำคัญครั้งใหม่ โดยเฉพาะในกลุ่มยนตรกรรมพรีเมียม ในด้านสมรรถนะ ดีไซน์ และความก้าวล้ำแห่งเทคโนโลยี ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ และความต้องการของลูกค้า ที่รอคอยการมาของ Audi e-tron นับเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญส่วนหนึ่งในการพัฒนาและขับเคลื่อนให้ประเทศไทยเป็น smart city 

   ซึ่งวันนี้เราพร้อมสนับสนุน และกล้าที่จะเปลี่ยนเพื่อความยั่งยืน และจากนโยบายด้านความยั่งยืนที่กลายเป็นรูปธรรม ด้วยการนำยนตรกรรมพลังงานไฟฟ้าเข้าสู่ตลาดประเทศไทยอย่างรวดเร็ว ทำให้เกิดความร่วมมือทางกลยุทธ์ข้ามอุตสาหกรรมครั้งประวัติศาสตร์ กับบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านอสังหาริมทรัพย์ นั่นคือ บริษัท แสนสริ จำกัด (มหาชน) ซึ่งมีนโยบายและวิสัยทัศน์เรื่องความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคมสิ่งแวดล้อมมาอย่างต่อเนื่อง ในพันธกิจ “ Dare to Change”  เพื่อร่วมกันยกระดับ Green Ecosytem โดยทางแสนสิริ เริ่มนำร่องจากการเลือก Audi e-tron เป็นส่วนหนึ่งที่ใช้ภายในองค์กร

   นายอภิชาติ จูตระกูล ประธานอำนวยการ บริษัทแสนสิริ จำกัด (มหาชน) (SIRI) เปิดเผยว่า “แสนสิริ และ อาวดี้ ประเทศไทย ตระหนักร่วมกันถึงมลภาวะสิ่งแวดล้อมระดับโลกในปัจจุบัน ด้วยวิสัยทัศน์ด้าน Green Mission ที่สอดคล้องกัน จึงได้ต่อยอดผนึกกำลังสร้างความร่วมมือที่จะทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่เป็นส่วนหนึ่งในระดับโลกได้ เริ่มต้นจากการนำ Audi e-tron ยนตรกรรมพรีเมียมพลังงานไฟฟ้า 100% มาใช้ภายในองค์กรแสนสิริ ซึ่งสะท้อนให้เห็นลึกถึงดีเอ็นเอขององค์กร ที่พร้อมมุ่งมั่นอย่างแท้จริง ลงมือทำอย่างจริงจัง ไม่ใช่เพียงแค่เฉพาะนโยบายนอกองค์กรเท่านั้น และยังเป็นครั้งแรกในโลกระหว่าง 2 อุตสาหกรรม ด้านอสังหาริมทรัพย์และด้านยานยนต์ ที่มาบรรจบกัน เพื่อสร้างการเปลี่ยนแปลงด้าน Green Ecosystem          ครั้งสำคัญ ที่จะสร้างมิติใหม่แห่งทั้งสองวงการ”

   พบกับบูธ Audiได้ที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2019 ระหว่างวันที่ 28 มีนาคม -7 เมษายน  อาคารชาเลนเจอร์ เมืองทองธานี สำหรับลูกค้าทุกท่านที่จองรถยนต์ Audi ทุกรุ่น ลุ้นรับ Q7 Black Edition มูลค่า 5.999 ล้านบาท สิทธิพิเศษสำหรับสมาชิกครอบครัวแสนสิริ รับ Service Voucher อีกทั้งความพิเศษที่เตรียมมอบให้อีกมากมาย

   ร่วมสัมผัสยนตกรรมอาวดี้ และสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่
- Audi Centre Thailand 02 765 8888                   
- Audi New Petchburi 02 023 4888
- Audi Pattaya 038 197 888                         
- Audi Phuket 076 646 666

   ทั้งนี้รถอาวดี้เป็นรถยนต์นำเข้าทุกรุ่น สำหรับลูกค้าที่ออกรถใหม่รับการดูแลจาก Audi Protectionการรับประกันรถใหม่ 5ปี หรือระยะทาง 150,000กิโลเมตรและบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24ชั่วโมงนาน 5ปีและสำหรับลูกค้า Audi e-tron รับประกันแบตเตอรี 8 ปี หรือ 160,000 กม.

 
 

NEW CARS THAILAND : โตโยต้าแนะนำรถกระบะขับเคลื่อน 2 ล้อ รุ่นปรับปรุงใหม่ “ไฮลักซ์ รีโว่ Z Edition” เท่ เร้าใจ ใครก็มอง

Wednesday, 06 March 2019 17:41

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำ ไฮลักซ์ รีโว่ แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ    ปรับปรุงใหม่ปี 2562 ในรุ่นสมาร์ทแค็บ และดับเบิ้ลแค็บ ที่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ กับเครื่องยนต์ขนาด 2.4 ลิตร ที่มีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา6 จังหวะ เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2562

   ไฮลักซ์ รีโว่ถือเป็นรถกระบะภายใต้โครงการ “IMV: Innovative International Multi-Purpose Vehicle”  เจนเนอเรชั่นที่2 ที่ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี นับตั้งแต่แนะนำสู่ประเทศไทย      และยังสร้างความภาคภูมิใจให้กับคนไทยภายใต้คุณภาพการผลิตมาตรฐานระดับโลก ด้วยการส่งออกรถยนต์ไปจำหน่ายยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของลูกค้าที่มีต่อคุณภาพและสมรรถนะของไฮลักซ์        ซึ่งเป็นรถกระบะยอดนิยมอย่างแท้จริง

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดแนะนำ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่ปี 2562 เพื่อสร้างความโดดเด่นให้กับผลิตภัณฑ์แบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ทั้งในรุ่นสมาร์ทแค็บและดับเบิ้ลแค็บ ภายใต้ชื่อ ไฮลักซ์ รีโว่                 Z Edition(แซดอิดิชั่น) โดย “ Z” มีที่มาจากแนวทางในการแต่งรถ ซึ่งเป็นที่นิยมเรียกกันว่า แต่งแซ้ป (Zaap)หรือแต่งซิ่ง (Zing)โดยได้รับการพัฒนาให้มีรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูโดดเด่น เร้าใจ ด้วยกันชนและกระจังหน้าดีไซน์ใหม่    ที่มีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พร้อมเพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในการขับขี่ด้วยไฟตัดหมอกหน้า แต่ยังคงไว้ซึ่งความแรงและประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม ให้ความคุ้มค่าในทุกรูปแบบของการใช้งาน พร้อมกันนี้ขอแนะนำ             พรีเซนเตอร์คนใหม่ของไฮลักซ์ รีโว่ Z Edition“ซันนี่ สุวรรณเมธานนท์ ”ที่มีความโดดเด่น และเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ซึ่งตรงกับแนวคิดของรถและเหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายได้เป็นอย่างดี

   ไฮลักซ์ รีโว่Z Editionมีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดา6 จังหวะ  เพื่อให้ครอบคลุมทุกการใช้งาน           ที่หลากหลาย ทั้งในส่วนของการใช้งานเชิงพาณิชย์ และการใช้งานส่วนบุคคล นอกจากนั้น ไฮลักซ์ รีโว่Z Editionยังได้รับการปรับปรุงอุปกรณ์มาตรฐานในแต่ละรุ่น แต่ยังคงไว้ซึ่งราคาที่คุ้มค่าและจับต้องได้ง่าย

 

พร้อมเป็นเจ้าของ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่ Z Edition

รุ่นสมาร์ทแค็บ เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2ล้อ

- 2.4J Plusเกียร์ธรรมดา                                599,000 บาท

- 2.4E เกียร์ธรรมดา                                      690,000 บาท

- 2.4J Plus เกียร์อัตโนมัติ                             699,000บาท\

รุ่นดับเบิ้ลแค็บ เครื่องยนต์ 2.4 ลิตร ขับเคลื่อน 2ล้อ

-2.4J Plus เกียร์ธรรมดา                                690,000บาท

-2.4J Plusเกียร์อัตโนมัติ                               740,000 บาท

-2.4E เกียร์ธรรมดา                                       784,000บาท

สัมผัสและร่วมกิจกรรมทดลองขับ ไฮลักซ์ รีโว่ รุ่นปรับปรุงใหม่Z Edition

ทีโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

ตั้งแต่วันที่ 9 มีนาคมเป็นต้นไป

 

ติดตามข้อมูลข่าวสาร ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่

www.toyota.co.th/hiluxrevo

www.facebook.com/ToyotaHiluxThailand/

Z Edition……เท่ เร้าใจ ใครก็มอง”

 
 

NEW CARS THAILAND : อีซูซุลุยตลาดอย่างต่อเนื่องส่ง “รุ่นพิเศษ! “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ดิ ออนิคซ์... จุดประกายความรู้สึกใหม่ในตัวคุณ”

Tuesday, 19 February 2019 19:52

 

 

 

 

 

 

 

 

   อีซูซุเปิดฉากรุกตลาดรถตั้งแต่ต้นปี ตอบรับเทรนด์รถแต่งพิเศษด้วย รุ่นพิเศษ!“อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ดิ ออนิคซ์...จุดประกายความรู้สึกใหม่ในตัวคุณ (ISUZUMU-X THE ONYX…NEW SENSATION IGNITED)” ด้วยการปรับโฉม “ใหม่! อีซูซุมิว-เอ็กซ์” สู่ลุคใหม่สไตล์สปอร์ตมากยิ่งขึ้น และยังเสริมไลน์อัพ  “ใหม่!  อีซูซุดีแมคซ์ รุ่นพิเศษ!สเทลธ์” เพื่อตอบสนองกระแสความชื่นชอบปิกอัพพันธุ์ดุ เพิ่มทางเลือกครอบคลุมทั้งรุ่น 4ประตู และ 2ประตู พร้อมเครื่องยนต์ 1.9และ 3.0ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ 

   กลุ่มตรีเพชร โดย มร. โทชิอากิ  มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า  “ปัจจุบันอีซูซุมีการจำหน่ายรถปิกอัพและรถอเนกประสงค์ 2แบบ คือ รุ่นมาตรฐาน และรุ่นพิเศษที่มาพร้อมชุดแต่ง ซึ่งมีดีไซน์เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพื่อตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า สำหรับการเปิดศักราชปี 2019อีซูซุจึงพร้อมเปิดตัว รุ่นพิเศษ!“อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ดิ ออนิคซ์...จุดประกายความรู้สึกใหม่ในตัวคุณ (ISUZU MU-X THE ONYX…NEW SENSATION IGNITED)”รถอเนกประสงค์สุดหรูที่จะจุดประกายความรู้สึกใหม่ในตัวคุณ ด้วยความคม...เข้ม เร้าอารมณ์ จากทุกอณูที่แฝงความสปอร์ต ด้วยชุดแต่งแบบฉบับ ONYX DESIGN EDITION  

   ห้องโดยสารโอ่โถงโทนเข้ม แต่งแต้มด้วย AMBIENT LIGHT  ช่วยเพิ่มมิติในบรรยากาศ พร้อมความสะดวกสบายเต็มพิกัด ตอบสนองทุกสไตล์การขับขี่ด้วยระบบขับเคลื่อน 2ล้อ มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์อีซูซุ 1.9และ 3.0ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ให้สมรรถนะสูง  แรงแต่ประหยัดน้ำมัน และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมที่สุดในรถระดับเดียวกัน  เอกสิทธิ์แห่งเทคโนโลยีดีเซลจากอีซูซุ พร้อมเพิ่มความมั่นใจด้านความปลอดภัยอีกระดับด้วย ใหม่! BOS (Brake Override System) ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก และใหม่! แอร์แบค 6ใบเพื่อปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารรอบคัน และระบบความบันเทิงพร้อม Built-in NavigatorและDigital TV Tunerพร้อมด้วย “ใหม่!  อีซูซุมิว-เอ็กซ์”รุ่นมาตรฐานที่มีการปรับโฉมสู่ลุคใหม่สไตล์สปอร์ตยิ่งขึ้น

   พร้อมทั้งได้แนะนำโปรแกรมบำรุงรักษารถตามระยะ “อีซูซุเซอร์วิสอินคลูซีฟ”(Isuzu Service Inclusiveหรือ ISI)ซึ่งเป็นการเพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าในการนำรถเข้ารับบริการที่ศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ และเพื่อตอบสนองกระแสความต้องการอันร้อนแรงของลูกค้ารถปิกอัพ   เราจึงได้เพิ่มรุ่น ใหม่! อีซูซุดีแมคซ์ สเทลธ์”รุ่น 2ประตูและเพิ่มทางเลือกเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ซึ่งเริ่มจำหน่ายไปเมื่อวันที่9กุมภาพันธ์ ที่ผ่านมา”

   “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ดิ ออนิคซ์”  รถอเนกประสงค์ระดับหรูรุ่นพิเศษที่รังสรรค์เพื่อปลุกเร้าอารมณ์แห่งการใช้ชีวิตอย่างแท้จริง ด้วยใหม่!ชุดแต่ง ONYXDESIGNEDITIONที่เป็นเอกลักษณ์ตั้งแต่ด้านหน้าจรดด้านท้าย คม…เข้มทุกอณู ให้อรรถรสเต็มอารมณ์สปอร์ตที่ดึงดูดทุกสายตาไม่ว่าจากมุมไหน อาทิ  ชุดกันชนหน้า-หลัง พร้อมสเกิร์ตดีไซน์พิเศษ ให้ลุคสปอร์ต สง่าโดดเด่น  กระจังหน้าดีไซน์ใหม่! แบบ Sport 3D ให้มิติสูงสง่า เด่นชัด อารมณ์สปอร์ต  คิ้วโป่งล้อสีดำด้าน เพิ่มความทันสมัยโฉบเฉี่ยว  ไฟท้ายรมดำแบบ LED ลงตัวทุกมุมมอง  ล้ออัลลอยด์ใหม่! Flash Black Design ขนาด 18นิ้ว และ Roof Rail สไตล์สปอร์ต ออกแบบรับกับตัวรถ เป็นต้น  

   พร้อมเปิดประสบการณ์ใหม่ให้ได้สัมผัสสุนทรียอารมณ์จากห้องโดยสารโอ่อ่าโทนเข้ม  ด้วย ใหม่! AMBIENT LIGHT แสงบรรยากาศที่เพิ่มมิติในห้องโดยสารให้โดดเด่นมีระดับยิ่งขึ้น  โดยมาพร้อมระบบความบันเทิงสมบูรณ์แบบ   และฟังก์ชั่นครบครันที่ถูกจัดวางให้ง่ายและสะดวกต่อการใช้งาน  ตอบสนองการใช้ชีวิตยุคใหม่ของผู้ใช้รถได้สูงสุดในทุกด้าน  เบาะนั่งกึ่งหนังแท้สีดำแบบ Sport Cut  โอบกระชับรับกับสรีระ  เพิ่มระบบความมั่นใจอีกระดับด้วย ใหม่! BOS (Brake Override System) ระบบลดกำลังเครื่องยนต์เพื่อช่วยเบรก และ ใหม่! แอร์แบค 6ใบในตำแหน่งคู่หน้า ด้านข้าง และม่านถุงลมด้านข้าง  เพิ่มความสามารถในการปกป้องผู้ขับขี่ และผู้โดยสารรอบคัน และระบบความบันเทิงพร้อม Built-in Navigator และ Digital TV Tunerโดยมีให้เลือกเฉพาะรุ่นขับเคลื่อน 2ล้อ เกียร์อัตโนมัติ 6สปีด เครื่องยนต์ 1.9และ 3.0ดีดีไอ บลูเพาเวอร์  พร้อมสีให้เลือก 4สี ได้แก่ ใหม่! แดงเอทน่า (Etna Red) ขาวมุกเอเวอร์เรสต์ (Everest Pearl White)ดำออสเตรเลียนโคล (Australian Coal Black)และเงินไอซ์เบิร์ก (Iceberg Silver) ราคาจำหน่าย 1,364,000 – 1,421,000 บาท

   ขอเชิญสัมผัสรุ่นพิเศษ!“อีซูซุมิว-เอ็กซ์ ดิ ออนิคซ์” และ “ใหม่! อีซูซุมิว-เอ็กซ์” อย่างใกล้ชิด ณ โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 21กุมภาพันธ์ศกนี้ หรือติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่www.isuzu-tis.comหรือ LINE: @isuzuthai 

 
 

NEW CARS THAILAND : New Volvo S90 Inscription 2019 นิยามใหม่แห่งความหรูหราสไตล์สแกนดิเนเวียนขนานแท้ มอบการขับขี่ที่ผ่อนคลายด้วยระบบถุงลมกันสะเทือน 4 ทิศทาง พร้อมเครื่องยนต์ T8 Twin Engine AWD Plug-In Hybrid 407 แรงม้าที่เร็วแรงเร้าใจ

Wednesday, 13 February 2019 17:46

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   วอลโว่แบรนด์รถยนต์หรูระดับโลก ภูมิใจนำเสนอNew 2019 Volvo S90 Inscription สุดยอดยานยนต์ที่มอบประสบการณ์การเดินทางที่สมบูรณ์แบบด้วยด้วยเทคโนโลยีสุดไฮเทคที่มีเฉพาะในตระกูล S90พร้อมประสิทธิภาพการทำงานชั้นเลิศ  การตกแต่งห้องโดยสารที่สวยงามภูมิฐาน และสัมผัสแห่งความกลมกลืนละเมียดละไมในทุกรายละเอียด สะท้อนแนวคิด “Crafted to Impress”สร้างนิยามใหม่ของเอ็กเซ็กคิวทีฟซีดานในแบบฉบับสแกนดิเนเวียนขนานแท้ เพื่อประสบการณ์การเดินทางระดับสูงเสมือนการผ่อนคลายในโอเอซิสแห่งความรื่นรมย์ตลอดเส้นทาง

   เครื่องยนต์T8 Twin Engine AWD มอบกำลังเครื่องแรงเต็มพิกัด แถมประหยัดเชื้อเพลิงสูงสุดที่ 1.8 ลิตร/100 กิโลเมตร ด้วยเทคโนโลยีขับเคลื่อนไฟฟ้า Electric All Wheel Drive ที่ผสานพลังจากแบตเตอรี่ลิเธียมไอออน 10.4-kWhและระบบส่งกำลัง AT 8-speed Transmissionทำให้ขับเคลื่อนได้อย่างราบรื่นและปลอดภัย พร้อมมอบแรงบิดสุดเร้าใจที่ 640 นิวตันเมตร

   ระบบถุงลมกันสะเทือน 4 ทิศทาง Four-C Air Suspension ทำหน้าที่ปรับแต่งค่าต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับโหมดการขับขี่ที่เลือก โดยในโหมดการขับขี่ Hybrid หรือAWDระบบถุงลมกันสะเทือน Four-Cจะถูกตั้งค่าการทำงานให้มอบความนุ่มสบายในการขับขี่สูงสุด หากเลือกโหมด Pure หรือPowerระบบถุงลม Four-Cจะถูกปรับให้มีการทำงานที่มอบสัมผัสของการขับขี่แนวสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

   New 2019Volvo S90รุ่นเครื่องยนต์S90 T8 Twin Engine Inscription ยังนำเสนอความโดดเด่นด้วยเทคโนโลยีและการตกแต่งขั้นสูงอีกมากมาย อาทิ

·         เบาะหุ้มหนังแบบPerforated Nappa Leather

·         เบาะหน้าระบบระบายความร้อน

·         ล้ออัลลอยแบบDiamond-cut19 นิ้ว

·         กล้องแบบ 360° มอบทัศนียภาพมุมสูงให้ผู้ขับมองเห็นได้รอบทิศทาง

·         ระบบเสียงพรีเมียมจากแบรนด์Bowers & Wilkins

นักขับสามารถเลือกเป็นเจ้าของ New 2019 Volvo S90 จากรุ่นเครื่องยนต์ต่าง ๆดังนี้

·         T8 Twin Engine AWD Inscription                               3,790,000 บาท

·         T8 Twin Engine AWD R-Design                                  3,590,000บาท

·         T8 Twin Engine AWD Momentum                               3,290,000บาท

·         D4 Momentum                                                              3,190,000บาท

  วอลโว่ยังนำเสนอบริการซ่อมบำรุงรูปแบบใหม่ ด้วยการเพิ่มระยะเวลาประกันสองเท่าจากเดิม 5 ปี นานเป็น 10 ปี* เพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่อุ่นใจและผ่อนคลายสูงสุดแก่ลูกค้าวอลโว่ ตอกย้ำแนวคิดการขับขี่อย่างปลอดภัยและให้ความสำคัญกับชีวิตผู้คนเป็นอันดับแรก เพื่อให้ลูกค้าวอลโว่เพลิดเพลินกับการเดินทางในสุดยอดยานยนต์ของวอลโว่

   ไม่ว่าคุณจะขับขี่รถยนต์วอลโว่รุ่นใด เราพร้อมเคียงข้างคุณในทุกเส้นทาง...

เงื่อนไขบริการ:

* บริการซ่อมบำรุง 10 ปี/ 100,000 กม. เป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจVolvo Premium Service Package (VPSP) ซึ่งรวมถึง:

- แพ็กเกจบริการซ่อมบำรุงระดับพรีเมี่ยมของวอลโว่นาน 10 ปี หรือ 100,000 กม.

- ประกันวอลโว่ (Volvo Warranty) นาน 5 ปี หรือ 150,000 กม.  

- บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

   สอบถามข้อมูลรถยนต์รุ่นปี 2019 ทั้งหมดได้ที่ผู้แทนจำหน่ายวอลโว่ใกล้บ้าน หรือดูรายละเอียดที่เว็บไซต์ https://www.volvocars.com/en-th

 
 

More Articles...

Page 1 of 23

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )