Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS THAILAND

NEW CARS THAILAND : ฮอนด้า แนะนำ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ เสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ต และความพรีเมียมมากยิ่งขึ้น พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่อันล้ำสมัย ตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดเอสยูวีในระดับคอมแพคท์

Friday, 15 June 2018 16:30

 

 

 

 

 

 

  
  
บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยโฉม ฮอนด้า เอชอาร์- วี ใหม่ที่สุดแห่งยนตรกรรมสปอร์ตครอสโอเวอร์ระดับพรีเมียม มาพร้อมดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในที่เพิ่มความสปอร์ตโฉบเฉี่ยวมากขึ้น เสริมด้วยรุ่น RS และสีใหม่ สีแดงแพสชั่น (มุก) ยกระดับความพรีเมียมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่อันล้ำสมัย อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) และระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System)   พบกับฮอนด้า เอชอาร์- วี ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคมเป็นต้นไป โดยสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และเริ่มเปิดจองแล้วตั้งแต่วันนี้ ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย)จำกัดกล่าวว่า“ฮอนด้า เอชอาร์-วี เปิดตัวเป็นครั้งแรกในประเทศไทยเมื่อปี 2557 นับเป็นรุ่นที่เข้ามาเปิดตลาดและเติมเต็มความต้องการของตลาดรถยนต์เอสยูวีในระดับคอมแพคท์เซ็กเมนต์ โดยเป็นรุ่นที่ได้รับความนิยมและเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าชาวไทย ด้วยภาพลักษณ์ความสปอร์ตและความพรีเมียม ห้องโดยสารกว้างขวาง เหมาะกับการใช้งานที่หลากหลาย เข้ากับไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ส่งผลให้ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดในตลาดเอสยูวี 3ปีซ้อน และมียอดขายสะสมกว่า 66,000 คัน และเพื่อเสริมภาพลักษณ์ความสปอร์ตและความพรีเมียม มากยิ่งขึ้น ฮอนด้า จึงได้แนะนำ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ ที่เพิ่มความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว คุ้มค่าด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมที่ครบครันมากยิ่งขึ้น โดยตั้งเป้าการจำหน่ายไว้ 18,000 คันภายใน 1 ปี”

   ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่มาพร้อมดีไซน์ใหม่ที่ทันสมัยทั้งภายนอกและภายใน โฉบเฉี่ยวด้วยกันชนหน้า-หลัง และกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ ไฟหน้าแบบ Full LEDพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED เพิ่มความสปอร์ตด้วยเบาะนั่งดีไซน์ใหม่ พร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก และเทคโนโลยีความปลอดภัยที่ยกระดับไปอีกขั้น เพิ่มความมั่นใจในทุกการเดินทาง อาทิ ระบบแสดงภาพมุมอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (Honda LaneWatch) ระบบเตือนและช่วยเบรกที่ความเร็วต่ำ (City Brake Active System) และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) เป็นต้น

   สปอร์ตเร้าใจในทุกมุมมองด้วย ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ รุ่น RSที่มาพร้อมดีไซน์สปอร์ตรอบคันกันชนหน้า-หลังสไตล์สปอร์ต กระจังหน้าดีไซน์ใหม่โครเมียมรมดำแบบสปอร์ต โฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยไฟหน้าแบบ Full LEDพร้อมไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LEDชายกันกระแทกด้านข้างสีดำแบบสปอร์ต มือจับเปิดประตูด้านหน้าแบบโครเมียมรมดำ กระจกมองข้างสีดำแบบสปอร์ต พร้อมแป้นเหยียบคันเร่งและเบรกแบบสปอร์ต ล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้วแบบสปอร์ต และสัญลักษณ์ RS บนฝากระโปรงท้าย

   ตอบโจทย์การใช้งานในทุกรูปแบบด้วยพื้นที่อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ภายในกว้างขวางสะดวกสบายในสไตล์รถอเนกประสงค์ ด้วยพื้นที่ใช้สอยและพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ ที่ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน มาพร้อมเบาะนั่งอเนกประสงค์ที่สามารถปรับพับได้ 3รูปแบบ ได้แก่ Utility Mode, Tall Mode และ Long Mode รองรับการขนย้ายสัมภาระที่หลากหลายในทุกรูปแบบ

   ขับสนุกเร้าใจทุกเส้นทาง ด้วยสมรรถนะอันทรงพลังของเครื่องยนต์ขนาด 1.8ลิตร SOHC i-VTEC 4 สูบ 16วาล์ว 141แรงม้าที่ 6,500รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุด 172นิวตัน-เมตร ที่ 4,300รอบต่อนาที มาพร้อมกับระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีมให้อัตราการประหยัดน้ำมันและตอบสนองทุกการขับขี่อย่างดีเยี่ยม ทั้งยังรองรับพลังงานทางเลือก E85

   นอกจากนี้ ครบครันด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับพรีเมียมในทุกรุ่น อาทิ ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ Auto Brake Hold ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) พร้อมระบบกระจายแรงเบรก (EBD) ระบบควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA) ระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) กล้องส่องภาพด้านหลัง ปรับมุมมอง 3 ระดับ (Multi-Angle Rearview Camera) และระบบถุงลม 6 ตำแหน่ง (เฉพาะรุ่น RS และ EL)

   ด้วยภาพลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียม ความกว้างขวาง และประโยชน์ใช้สอยภายในห้องโดยสาร ที่พร้อมตอบโจทย์การใช้ชีวิตในทุกรูปแบบ ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ จึงถูกนำเสนอผ่านการสื่อสารทางการตลาดด้วยคอนเซปท์What’s Calling You? ทุกเสียงเรียกจากข้างใน...ตามไปให้สุดซึ่งสะท้อนชีวิตอินไซต์ของคนรุ่นใหม่ในยุคปัจจุบัน ที่ต้องการออกไปใช้ชีวิตตามที่หัวใจเรียกร้อง

   ฮอนด้า เอชอาร์-วี ใหม่ มีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ รุ่น E ราคา 949,000 บาท รุ่น ELราคา 1,059,000 บาท และรุ่น RS ราคา 1,119,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 5สี โดยมีสีใหม่ คือ สีแดงแพสชั่น (มุก) และอีก 4 สี ได้แก่ สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) และสีเทารูสแบล็ค (เมทัลลิก)   

   พบกับ ฮอนด้า เอชอาร์- วี ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 8 กรกฎาคม เป็นต้นไป สำหรับลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม และจองรถได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

   และยังสามารถสัมผัสกับ ฮอนด้า เอชอาร์- วี ใหม่ ได้ก่อนใคร ที่งาน ฟาสต์ ออโต้ โชว์ ไทยแลนด์ 2018 ระหว่างวันที่ 27 มิถุนายน – 1 กรกฎาคม นี้ ณ บูธ A04 ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค ฮอลล์ 106และที่งาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล ออโตซาลอน 2018ระหว่างวันที่ 4-8 กรกฎาคม นี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 2อิมแพ็ค เมืองทองธานี

หมายเหตุ:           

- อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

- สีแดงแพสชั่น (มุก) มีจำหน่ายเฉพาะรุ่น RS

- สำหรับสีขาวออร์คิด (มุก)เพิ่ม 10,000บาท

- สำหรับสีแดงแพสชั่น (มุก) และสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

 
 

NEW CARS THAILAND : อีซูซุเปิดตัว “อีซูซุเอลฟ์ ใหม่!” เจ้าแห่งรถบรรทุกขนาดกลางยอดนิยมระดับโลก อีกขั้นของความปลอดภัย สะดวกสบาย สมบูรณ์แบบ

Friday, 08 June 2018 05:30

 

 

 

 

 

 

 

 

   อีซูซุตอกย้ำความเป็นผู้นำรถบรรทุกอันดับหนึ่งในวงการโลจิสติกส์เมืองไทย รุกเปิดตัว “อีซูซุเอลฟ์ ใหม่!” (New! ISUZU ELF) เจ้าแห่งรถบรรทุกขนาดกลางยอดนิยมระดับโลก ที่พัฒนาไปสู่อีกขั้นแห่งความสมบูรณ์แบบ ด้วยเทคโนโลยีแห่งความปลอดภัย และความสะดวกสบาย เพิ่มแอร์แบค กระจกไฟฟ้าและเซ็นทรัลล็อก ทุกรุ่น!พร้อมเพิ่มสมรรถนะการบรรทุกมากขึ้น เพื่อก้าวสู่มาตรฐานใหม่แห่งผู้นำรถบรรทุกเมืองไทยอย่างแท้จริง พร้อมกระจังหน้าใหม่ URBAN STYLEทันสมัยตามแบบฉบับ “Isuzu King of Trucks”

   กลุ่มตรีเพชร โดย มร. โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า“นับตั้งแต่ปี พ.ศ. 2502ที่ “อีซูซุเอลฟ์” รถบรรทุกขนาดกลางของอีซูซุได้ถือกำเนิดขึ้นในประเทศญี่ปุ่น จวบจนถึงปัจจุบันได้รับการยอมรับจากผู้ประกอบการขนส่งในหลายประเทศให้เป็นเจ้าแห่งรถบรรทุกขนาดกลางยอดนิยมระดับโลก ด้วยคุณสมบัติที่ยอดเยี่ยมในทุกด้าน ทั้งความเป็นผู้นำด้านขุมพลังดีเซล “อีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรล” อันเลื่องชื่อที่มอบความเหนือชั้นด้วยสมรรถนะที่ให้พลังแรงจัดแต่ประหยัดน้ำมัน และทนทานเป็นเยี่ยม  ตลอดจนระบบส่งกำลังอันทรงประสิทธิภาพ  ช่วงล่างที่แข็งแกร่ง เกาะถนน และทรงตัวดีเยี่ยม ใช้งานง่าย คล่องตัวทุกการขับขี่ รองรับการบรรทุกหนักและใช้งานที่หลากหลาย  นอกจากนี้ยังเป็นรถบรรทุกขนาดกลางที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในวงการรถบรรทุกเมืองไทยนับตั้งแต่เริ่มจำหน่ายตราบจนถึงปัจจุบัน   

   ดังนั้น ด้วยความมุ่งมั่นในการนำนวัตกรรมใหม่ๆ มายกระดับมาตรฐานรถบรรทุกเมืองไทย อีซูซุจึงมีความยินดีที่จะแนะนำ “อีซูซุเอลฟ์ ใหม่!” ที่พัฒนาสู่อีกขั้นแห่งความสมบูรณ์แบบ  ด้วยเทคโนโลยีแห่งความปลอดภัย และความสะดวกสบาย เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้งานบรรทุกและก้าวสู่มาตรฐานใหม่แห่งผู้นำรถบรรทุกเมืองไทยอย่างแท้จริง กับระบบความปลอดภัยที่มั่นใจยิ่งขึ้น “ใหม่! แอร์แบค ทุกรุ่น!” ทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติด้านคนขับ “กระจังหน้าดีไซน์ใหม่!แบบ URBAN STYLE โดดเด่น บึกบึน ทันสมัย” “ใหม่! กระจกไฟฟ้าและเซ็นทรัลล็อกทุกรุ่น” พร้อมอีกทางเลือกเพื่อความสะดวกสบายยิ่งขึ้น “อีซูซุ สมูธเทอร์” ระบบเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะไม่ต้องเหยียบคลัตช์ (ในรุ่น NPR 150 แรงม้า) ช่วยให้เกียร์ธรรมดาใช้งานง่ายเสมือนเกียร์อัตโนมัติ มอบความคุ้มค่าสุด! ตลอดอายุการใช้งานตามแบบฉบับอีซูซุ ได้แก่ ประหยัดน้ำมันสุด อะไหล่หาง่าย ศูนย์บริการทั่วประเทศ และราคาขายต่อสูงเพื่อก้าวสู่ความเป็นที่หนึ่งร่วมกันของธุรกิจขนส่งยุคใหม่ในเมืองไทย ภายใต้แนวคิด “อีซูซุ...คู่คิดมืออาชีพ”

 “อีซูซุเอลฟ์ ใหม่!”  มาตรฐานใหม่ของระบบความปลอดภัย และสะดวกสบาย ควบคู่ไปกับสมรรถนะและความทนทานในธุรกิจขนส่ง ประกอบด้วย   

·       ใหม่! แอร์แบค ทุกรุ่น! ทำงานร่วมกับเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติด้านคนขับ

·       ใหม่! ผ้าเบรกขนาดใหญ่ขึ้น (ในรุ่น NMR)และทุกรุ่นมาพร้อมระบบเบรกแบบไฮดรอลิกเพิ่มประสิทธิภาพงานบรรทุก

·       ใหม่! กระจกไฟฟ้า และเซ็นทรัลล็อก ทุกรุ่น! เพิ่มความสะดวกสบายยิ่งขึ้น

·       กระจังหน้าดีไซน์ใหม่! แบบ URBAN STYLE โดดเด่น บึกบึน ทันสมัย

·       วงเลี้ยวแคบสุดในรถระดับเดียวกัน คล่องตัวสำหรับการขนส่งในเมืองที่มีถนนแคบและการจราจรหนาแน่น (ในรุ่น NLR)

·       ขุมพลังเครื่องยนต์ อีซูซุ ซูเปอร์คอมมอนเรล ให้กำลังแรงจัด ประหยัดน้ำมันยิ่งกว่า พร้อมระบบส่งกำลังสมบูรณ์แบบ เข้าเกียร์ง่าย แม่นยำ ให้อัตราทดสัมพันธ์ต่อเนื่องทุกอัตราเร่ง         ช่วยประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม ให้กำลังฉุดลากสูง เพื่องานบรรทุกหนักโดยเฉพาะ และมีให้เลือกหลากหลายรุ่น

-          175แรงม้า รุ่น 4HK1-TCC  เครื่องยนต์ขนาด 5,193  ซีซี แรงบิดสูงสุด 500 นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 - 2,000 รอบ/นาที (ในรุ่น NQR)

-          150 แรงม้า รุ่น 4HK1-TCN เครื่องยนต์ขนาด 5,193ซีซี แรงบิดสูงสุด 404นิวตัน-เมตร ที่ 1,500 - 2,600รอบ/นาที (ในรุ่น NPR)

-          130 แรงม้า รุ่น 4JJ1E3N เครื่องยนต์ขนาด 2,999 ซีซี แรงบิดสูงสุด 330นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 – 2,600รอบ/นาที (ในรุ่น NMR/NLR)

·       แชสซีส์ขนาดใหญ่ แข็งแกร่ง ทนทาน รองรับการขนส่งที่หลากหลาย

·       ความสามารถในการบรรทุกที่หลากหลาย

-          GVW. 9.5 ตัน ในรุ่น NQR 175 แรงม้า

-          GVW. 8.5 ตัน ในรุ่น NPR 150 แรงม้า

-          GVW. 6.5-7.4 ตัน ในรุ่น NMR 130 แรงม้า

-          GVW. 4.5 ตัน ในรุ่น NLR 130 แรงม้า

GVW. คือ น้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุก

    -       พร้อมอีกทางเลือก อีซูซุ สมูธเทอร์ ระบบเปลี่ยนเกียร์อัจฉริยะไม่ต้องเหยียบคลัตช์ ช่วยให้เกียร์ธรรมดาใช้งานได้เสมือนเกียร์อัตโนมัติ ประหยัดน้ำมัน และสะดวกสบายยิ่งขึ้น (ในรุ่น NPR 150 แรงม้า)

   พร้อมความมั่นใจสุดด้วยศูนย์บริการมาตรฐานอีซูซุ ครอบคลุมมากกว่า 250แห่ง   ทั่วประเทศ รับประกัน 2ปี ไม่จำกัดระยะทาง พร้อมอะไหล่คุณภาพ และบริการให้คำปรึกษาทางโทรศัพท์ 24ชั่วโมง

   “อีซูซุเอลฟ์ ใหม่!”  เจ้าแห่งรถบรรทุกขนาดกลางรุ่นล่าสุดของสุดยอดรถบรรทุก “Isuzu King of Trucks” พร้อมแล้วที่จะยืนหยัดสู่ความเป็นผู้นำในวงการรถบรรทุกเมืองไทยอย่างเต็มภาคภูมิ เพื่อสนับสนุนธุรกิจขนส่งยุคใหม่ให้ก้าวไกลด้วยมาตรฐานรถบรรทุกขนาดกลางยอดนิยมระดับโลก!เชิญสัมผัส “อีซูซุเอลฟ์ ใหม่!” ตั้งแต่วันที่ 14มิถุนายน ศกนี้ ที่โชว์รูมอีซูซุ ทั่วประเทศ ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com และ Facebook: ISUZU TRUCKS THAILAND OFFICIAL

 
 

NEW CARS THAILAND : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย เปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู 630d Gran Turismo M Sport ใหม่ ชูที่สุดแห่งความหรูหราและความสะดวกสบายในการขับขี่

Tuesday, 07 November 2017 16:55

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย สานต่ออีกหนึ่งความสำเร็จด้านนวัตกรรมยานยนต์ในเซ็กเมนต์พรีเมียม พร้อมเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู 630d Gran Turismo M Sport ใหม่รถยนต์หรูที่พร้อมสืบทอดเอกลักษณ์สุดสร้างสรรค์ของหนึ่งในสุดยอดรถยนต์ต้นแบบจากบีเอ็มดับเบิลยู โดยมาพร้อมกับ การพัฒนาและปรับปรุงอย่างรอบด้านในทุกแง่มุม

   มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยกล่าวว่า “เพื่อปูทางไปสู่งาน Motor Expo 2017ที่จะถึงนี้ เรามีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้แนะนำอีกหนึ่งสมาชิกใหม่จากจากทัพยานยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยู ที่โดดเด่นด้วยที่สุดแห่งนวัตกรรมและงานออกแบบที่หรูหราเหนือใคร บีเอ็มดับเบิลยู 630d Gran Turismo M Sport ใหม่คือส่วนผสมที่สมบูรณ์แบบระหว่างความสะดวกสบายสุดพรีเมียมและการใช้งานที่ตอบโจทย์ พร้อมด้วยสไตล์การขับขี่อันปราดเปรียวในแบบของรถสปอร์ต ที่พร้อมให้ลูกค้าชาวไทยได้สัมผัสความเพลิดเพลินในการขับขี่ทางไกล พร้อมไปกับความสะดวกสบายและเสน่ห์ในสไตล์ของรถยนต์คูเป้อย่างครบถ้วน”

   รถยนต์ Gran Turismoรุ่นดั้งเดิมอย่างบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 Gran Turismoนั้น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แตกต่างอย่างชัดเจน ด้วยการผสมผสานประโยชน์ใช้สอยแบบรอบด้านจากรูปลักษณ์ของตัวถัง เข้ากับความสะดวกสบายและพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวางเป็นพิเศษ จึงพร้อมมอบประสบการณ์สุดผ่อนคลายบนทุกเส้นทาง จุดเด่นทั้งหมดนี้ได้ถูกนำมาขัดเกลาและรวบรวมไว้ในรถยนต์ บีเอ็มดับเบิลยูซีรีส์ 6 Gran Turismoที่ต่อยอดจากความสำเร็จของบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5 Gran Turismoทั้งในด้านความหรูหราแบบสปอร์ต อุปกรณ์และฟีเจอร์ทันสมัย ระบบการควบคุมและช่วยเหลือผู้ขับขี่ที่ล้ำสมัย พร้อมด้วยความปราดเปรียวและประสิทธิภาพที่เพิ่มสูงขึ้นแบบก้าวกระโดด

เบากว่า สปอร์ตกว่า พร้อมสะดวกสบายและทรงประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

   ด้วยการออกแบบที่เน้นน้ำหนักเบา และการเลือกใช้วัสดุอลูมิเนียมและเหล็กกล้าคุณภาพสูงในส่วนโครงสร้างตัวรถและแชสซี บีเอ็มดับเบิลยู 630d Gran Turismo M Sport ใหม่จึงมีน้ำหนักลดลงจาก    รุ่นก่อนหน้าราว 150 กิโลกรัม ซึ่งเมื่อนำไปผสมผสานกับคุณสมบัติทางอากาศพลศาสตร์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และเครื่องยนต์ใหม่ที่ทรงพลังและเปี่ยมประสิทธิภาพยิ่งขึ้น จึงทำให้บีเอ็มดับเบิลยู 630d Gran Turismo M Sport ใหม่มีสมรรถนะสไตล์สปอร์ตที่เปี่ยมพลังกว่าที่เคย ทั้งยังประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

   เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบที่เป็นหัวใจของบีเอ็มดับเบิลยู 630d Gran Turismo M Sport ใหม่เสริมกำลังด้วยเทคโนโลยี BMW TwinPower Turbo ล้ำสมัย ทำงานควบคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด Steptronic มอบพละกำลังสูงสุดที่ 195 กิโลวัตต์ / 265 แรงม้า พร้อมให้แรงบิดสูงสุดที่ 620 นิวตันเมตร จึงเร่งความเร็วจาก 0 ถึง 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ใน 6.1 วินาที และมีความเร็วสูงสุดที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่อัตราการสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงและอัตราการปล่อย CO2 อยู่ที่ 17.7 กิโลเมตรต่อลิตร และ 149 กรัมต่อกิโลเมตรเท่านั้น

ดีไซน์เน้นย้ำสัดส่วนปราดเปรียวและเส้นสายเรียบหรู

   ด้านหน้าของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 630d Gran Turismo M Sport ใหม่มีรูปลักษณ์ที่แตกต่างและทรงพลังด้วยเลนส์ไฟหน้า LED ที่ทอดยาวไปจนถึงกระจังหน้ารูปไตคู่ขนาดใหญ่ เมื่อมองจากด้านข้างแล้ว   จะเห็นได้ถึงความหรูหราสไตล์สปอร์ตอันเป็นเอกลักษณ์ของบีเอ็มดับเบิลยู โดดเด่นด้วยฟีเจอร์คุ้นตาเช่นฝากระโปรงหน้าทรงยาว ห้องโดยสารที่ค่อนไปทางด้านหลังของตัวรถ ประตูที่มาพร้อมกับหน้าต่างแบบ  ไร้กรอบ และแนวขอบหน้าต่างที่ลากยาวไปจนถึงท้ายตัวรถ ส่วนหลังคารถลาดเทลงมาบรรจบกับส่วนท้ายรถในสไตล์โฉบเฉี่ยวแบบรถยนต์คูเป้ ขณะที่ช่วงท้ายรถเองก็มีความสูงลดลงถึง 64 มิลลิเมตร ด้านไฟท้ายออกแบบมาในสไตล์สามมิติ เสริมความโดดเด่นให้น่าค้นหายิ่งขึ้น ชุดแต่ง M Aerodynamics ขับเน้นบุคลิกความสปอร์ตของบีเอ็มดับเบิลยู 630d Gran Turismo M Sport ใหม่ให้โดดเด่นไม่ซ้ำใครยิ่งขึ้น

สุดยอดส่วนผสมแห่งความเพลิดเพลินในการขับขี่ ความสะดวกสบายในการเดินทางไกล   และประโยชน์ใช้สอย

   ภายในรถถูกออกแบบเพื่อเน้นความสะดวกสบายในการควบคุมรถของผู้ขับขี่ พร้อมด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวางเป็นพิเศษ เบาะที่นั่งยกสูงเปิดมุมมองที่ครอบคลุมทุกทิศทางให้กับผู้ขับขี่ ขณะที่การจัดวางฟังก์ชั่นการควบคุมต่างๆ เป็นไปตามหลักสรีรศาสตร์อย่างไร้ที่ติ จึงสร้างความเพลิดเพลินในการขับขี่ได้ถึงขีดสุด เส้นสายต่างๆ วัสดุที่ใช้ และความประณีตแม่นยำในการตกแต่ง เสริมความพรีเมียมหรูหราให้กับห้องโดยสารยิ่งขึ้น ส่วนห้องโดยสารด้านหลังของรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยู 630d Gran Turismo M Sport ใหม่ประกอบไปด้วย 3 ที่นั่งขนาดใหญ่ พร้อมพื้นที่วางขาที่กว้างขวาง

   บีเอ็มดับเบิลยู 630d Gran Turismo M Sport ใหม่สะดวกต่อการใช้งานด้วยประตูท้ายรถแบบบานเดี่ยวที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า เบาะที่นั่งปรับเอนได้แบบ 40 : 20 : 40 สามารถพับให้เป็นพื้นราบสำหรับเก็บสัมภาระได้ด้วยปุ่มกดบริเวณพื้นที่กระโปรงท้าย ส่วนฝาปิดช่องเก็บสัมภาระแบบสองชิ้น มาพร้อมกับโครงสร้างแข็งแกร่งทนทาน และสามารถพับเก็บไว้ใต้พื้นกระโปรงท้ายได้

   บีเอ็มดับเบิลยู 630d Gran Turismo M Sport ใหม่มาพร้อมระบบควบคุมและแสดงผลชั้นเยี่ยม นำเสนอที่สุดแห่งความครบถ้วนในการควบคุมรถยนต์ การนำทาง รวมถึงฟังก์ชั่นการสื่อสารและระบบบันเทิงได้อย่างไม่มีใครเทียบ ด้วยระบบ iDrive ที่เป็นแกนหลักของการสั่งงานรถยนต์รุ่นนี้ ทั้งยังเสริมประสิทธิภาพการใช้งานด้วยระบบสัมผัสบนหน้าจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 10.25 นิ้ว ระบบการสั่งงานด้วยเสียง (Intelligent Voice Control Assistance) และระบบการสั่งงานด้วยการเคลื่อนไหวของมือ (BMW gesture control)

   บีเอ็มดับเบิลยู 630d Gran Turismo M Sport ใหม่ ราคาเริ่มต้นที่ 4,739,000 บาท พร้อม BSIStandard ให้บริการบำรุงรักษา3ปี / 60,000 กม. และการรับประกัน 3 ปี ม่จำกัดระยะทาง

   ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายอย่างเป็นทางการของบีเอ็มดับเบิลยู ประเทศไทย หรือติดต่อ BMW Contact Center 1-401-169-169

 
 

NEW CARS THAILAND : มิตซูบิชิ เปิดตัว มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น อีกระดับของดีไซน์ที่เร้าใจ “เป็นตัวเอง ไปให้สุด”

Wednesday, 07 March 2018 16:54

 

 

 

 

 

   บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดเปิดตัว มิตซูบิชิ มิราจลิมิเต็ด อิดิชั่น ยกระดับรูปลักษณ์ให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยสีใหม่ 2 สไตล์ พร้อมการตกแต่งภายนอกและภายในที่ดึงดูดทุกสายตาบนท้องถนน โดย มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น พร้อมให้ลูกค้าทดลองขับและจับจองที่ผู้จำหน่ายมิตซูบิชิทั่วประเทศ ราคาเริ่มต้นที่ 564,000 บาท

   “มิตซูบิชิ มิราจได้รับความนิยมมากขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เปิดตัว ด้วยการเป็นหนึ่งในรถที่มีอัตราประหยัดน้ำมันสูงสุดในประเทศไทย ด้วยขนาดตัวถังที่เหมาะสมสำหรับการการขับขี่ที่คล่องตัวในเมืองและการเดินทางไกลที่สะดวกสบาย เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัย” มร. โมริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัดกล่าว  

   “นอกเหนือจากการมอบความมั่นใจและความปลอดภัยในการขับขี่ ตามแบบฉบับซิตี้คาร์อัจฉริยะของมิตซูบิชิแล้ว  รุ่น ลิมิเต็ด อิดิชั่น นี้ยังได้รับการตกแต่งพิเศษเพื่อสร้างความโดดเด่นยิ่งขึ้นสะท้อนบุคลิกของกลุ่มผู้ใช้รถยนต์ มิตซูบิชิ มิราจ ซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ กล้าแสดงออกและเชื่อมั่นในศักยภาพของตัวเอง” มร. ชกกิ กล่าวเพิ่มเติม

   มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่นมาพร้อมสีภายนอก 2 สไตล์ คือ สีแดงเมทัลลิก (Red Metallic) หลังคาดำ และสีขาวมุก (White Pearl)ตัดกับหลังคาสีดำ เน้นความดุดันและทันสมัย ช่วยเพิ่มความโดดเด่นแต่ยังรักษารูปลักษณ์ความเป็นสปอร์ตและความปราดเปรียวเช่นเดิม  

   มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ยังได้รับการตกแต่งด้วยชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ 10 รายการ เริ่มจากกระจกมองข้างสีดำพร้อมไฟเลี้ยวแอลอีดี สปอยเลอร์หลังสีดำพร้อมไฟเบรกดวงที่สามแบบแอลอีดี ล้ออัลลอยสีดำขนาด 15 นิ้ว และตกแต่งด้วยสติ๊กเกอร์ลายกราฟฟิก ชุดอุปกรณ์ตกแต่งดังกล่าวช่วยให้ มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น มีความสวยงามโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เพื่อคงความประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง ควบคู่กับการใช้งานที่ยอดเยี่ยมได้อย่างลงตัว

   ภายในห้องโดยสารของ มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ยังคงให้ความสำคัญกับความสะดวกสบายเป็นหลัก พร้อมได้รับการตกแต่งเพิ่มสไตล์ที่สวยงามผสมผสานกับความเป็นสปอร์ตด้วยเบาะผ้าสีทูโทน ดำ-แดงพร้อมตะเข็บสีแดง หัวเกียร์และพวงมาลัยหุ้มหนังตกแต่งเสริมเพิ่มความเป็นสปอร์ตด้วยสีดำแบล็กเปียโนและโครเมียม เดินตะเข็บสีแดง มาพร้อมกระจกส่องหน้าบนแผงบังแดดคู่หน้า และราวมือจับเหนือศีรษะสามตำแหน่งแบบพับได้

   มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ยังเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทั้ง ระบบสั่งงานด้วยเสียง พร้อมปุ่มรับ-วางสายโทรศัพท์ และสวิตช์ควบคุมวิทยุที่พวงมาลัย ห้องโดยสารที่กว้างขวางและอุปกรณ์ต่างๆ เหล่านี้ช่วยมอบความสะดวกสบายอย่างมีสไตล์ให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารในการขับขี่ทุกเส้นทาง

   ระบบความปลอดภัยของมิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น มีความครบครันเพื่อปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกคน ระบบความปลอดภัยเชิงรุกประกอบด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC) และระบบป้องกัน การลื่นไถล (TCL) ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (ที่ความเร็วต่ำ) (FCM-LS) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (เฉพาะด้านหน้า) (RMS-Forward) ทุกระบบได้รับการพัฒนาเพื่อเพิ่มความปลอดภัยทั้งการขับขี่ด้วยความเร็วปกติในเมืองและความเร็วสูงบนถนนทางไกล

   นอกจากถุงลมนิรภัยคู่หน้าที่ช่วยปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ยังมาพร้อมระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรก (ABS) และระบบกระจายแรงดันน้ำมันเบรกแบบอิเล็กทรอนิกส์ (EBD) พร้อมด้วยระบบเสริมแรงเบรก (BA) ทั้งหมดทำงานร่วมกันเพื่อมอบความมั่นใจให้แก่ผู้ขับขี่ รถแฮทช์แบ็กรุ่นพิเศษนี้ยังมีระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA) และจุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX สองตำแหน่ง

   มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่นแรงด้วยเครื่องยนต์ 3 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร DOHCพร้อม MIVECระบบวาล์วแปรผันเอกสิทธิ์เฉพาะของมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ที่ช่วยเพิ่มความประหยัดน้ำมันสูงสุดและลดปริมาณมลพิษลงได้อย่างยอดเยี่ยม

   เครื่องยนต์ดังกล่าวผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 5 มีอัตราบริโภคน้ำมันที่ 23.8 กม.ต่อลิตร และมีปริมาณคาร์บอนไดออกไซด์ 98 กรัมต่อกม. ใช้ระบบส่งกำลังแบบเกียร์อัตโนมัติ INVECIIICVT พร้อมระบบ INC (Idle Neutral Control) ช่วยควบคุมและตัดกำลังไปยังเพลาขับโดยอัตโนมัติเมื่อเหยียบเบรก และระบบ จี-เซ็นเซอร์ (G-SENSOR) ช่วยควบคุมการเปลี่ยนตำแหน่งเกียร์ให้แม่นยำมากขึ้นในทางลาดชัน

   มิตซูบิชิ มิราจ ลิมิเต็ด อิดิชั่น ราคา564,000 บาทสำหรับรุ่นสีแดงเมทัลลิก (Red Metallic) หลังคาสีดำ และ 571,000 บาท สำหรับรุ่นสีขาวมุก (White Pearl) หลังคาสีดำ

 
 

NEW CARS THAILAND : นิสสัน เผย เทอร์รา รุ่นใหม่ล่าสุด หนึ่งในกุญแจสำคัญที่ขับเคลื่อน สู่เป้าหมายของแผนระยะกลางของบริษัท

Monday, 26 February 2018 18:07

 

 

 

 

 

 

 

 

   นิสสัน เทอร์รา (Nissan Terra) ใหม่เอสยูวีแบบตัวถังบนแชสซีส์ รุ่นแรกที่พัฒนาโดยฝ่ายโครงสร้างรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก (LCV) ของนิสสัน ภายใต้แผนดำเนินงานระยะกลางของบริษัท หรือ “Nissan M.O.V.E to 2022”โดยเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศจีน ช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีนี้

   กลุ่มธุรกิจโครงสร้างรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก ซึ่งประกอบด้วยรถเอนกประสงค์แบบตัวถังบนแชสซีส์ รถกระบะ รถตู้แบบต่างๆ และรถบรรทุกขนาดเล็ก เป็นกำลังสำคัญในการมุ่งสู่เป้าหมายแผนงานระยะกลางของบริษัทฯ โดยในการขายรถยนต์นิสสันทุกๆ 6คันทั่วโลก จะมีหนึ่งในหกคันนั้นเป็นรถยนต์แบบตัวถังบนแชสซีส์ดังนั้นบริษัทฯ จึงผลักดันให้หน่วยงานนี้เป็นอีกหนึ่งกำลังสำคัญในการสร้างความสำคัญ สู่ความสำเร็จ มีเป้าหมาย ภายใต้แผนงานระยะกลาง โดยการเพิ่มยอดขายให้ได้มากกว่าร้อยละ 40 ภายในปี พ.ศ. 2565พร้อมก้าวขึ้นเป็นผู้นำระดับโลกในตลาดรถกระบะและรถเอนกประสงค์แบบตัวถังบนแชสซีส์

   “ผมมีความยินดีที่จะประกาศว่าเร็วๆ นี้ นิสสัน เทอร์รา ใหม่ จะเริ่มบุกตลาดประเทศจีน  รถเอนกประสงค์ตัวจริงต้องแข็งแกร่ง  สมบุกสมบัน สามารถตะลุยได้ในทุกเส้นอย่างเทอร์รา ใหม่” มร.อัชวานี กุปตา รองประธานอาวุโส กลุ่มธุรกิจโครงสร้างรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก กล่าว “นิสสัน เทอร์รา ใหม่ จะเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการช่วงฤดูใบไม้ผลิของปีนี้ โดยเริ่มต้นจากประเทศจีน ก่อนจะตามมาด้วยตลาดกลุ่มอาเซียน”

   มร. กุปตายังกล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า “กลุ่มธุรกิจโครงสร้างรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก ของนิสสันมีความมั่นใจอย่างมากต่อการเติบโตอย่างมั่นคง ตามแผนงานระยะกลางพร้อมกับการขยายจำนวนสายผลิตภัณฑ์อย่างต่อเนื่อง บริษัทฯ ตื่นเต้นมากที่จะนำเสนอนิสสัน เทอร์รา ออกสู่ตลาด และในขณะเดียวกันนิสสัน นาวารา ที่ได้รับรางวัลมากมายก็จำหน่ายใน 133ตลาดทั่วโลก และมีลูกค้าอีกมากมายทั่วโลกที่นิยมรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กของเรา”

   ในปี พ.ศ. 2560รถยนต์แบบตัวถังบนแชสซีส์ และรถยนต์เพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็กของนิสสัน มียอดจำหน่ายรวมที่ 907,929คัน โดยมีการเติบโตเพิ่มขึ้นร้อยละ 7เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมของนิสสัน เทอร์ราจะได้รับการประกาศในเดือนเมษายนนี้

 
 

NEW CARS THAILAND : บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย ปูทางสู่มอเตอร์โชว์ 2018 เผยโฉม บีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่ รถสปอร์ตซีดานสุดหรู พร้อมโฉบเฉี่ยวทุกเส้นทางด้วยระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจากเทคโนโลยี M xDrive

Saturday, 24 February 2018 16:03

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยยกระดับสมรรถนะเหนือชั้นของรถยนต์ซีดานหรูไปอีกขั้นสำหรับแฟน ๆ ชาวไทย ด้วยการเผยโฉมบีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อจากเทคโนโลยี M xDrive เป็นครั้งแรก ในงาน exclusive preview ก่อนเปิดตัวสู่สาธารณชนอย่างเป็นทางการ ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 39 ซึ่งจะจัดขึ้นในวันที่ 28 มีนาคม –8 เมษายนนี้ ณ ชาเลนเจอร์ 1-3 อิมแพค เมืองทองธานี โดยบีเอ็มดับเบิลยู M5 รุ่นใหม่ล่าสุดนี้ เป็นการเปิดมิติใหม่แห่งความโฉบเฉี่ยว ที่เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะที่โดดเด่นสำหรับการขับขี่ในทุกเส้นทาง และทุกสภาพท้องถนน

   มร. สเตฟาน ทอยเชอร์ต ประธาน บีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทยกล่าวว่า “บีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่ ผสานสุดยอดประสิทธิภาพแห่งการขับขี่และเทคโนโลยีล้ำสมัยที่ทำให้ทุกการเดินทางในชีวิตประจำวันมีความคล่องตัวและสะดวกสบายยิ่งขึ้น อีกทั้งยังสร้างมาตรฐานใหม่ให้แก่รถยนต์ในเซกเมนต์เดียวกัน โดยบีเอ็มดับเบิลยู M5 เจนเนอเรชั่นที่ 6 นี้ ถือเป็นหนึ่งในรถซีดานสมรรถนะสูงที่ประสบความสำเร็จมากทีสุด ด้วยนวัตกรรมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDriveซึ่งไม่เพียงสร้างความเร้าใจในการขับขี่ แต่ยังคงไว้ซึ่งความสง่างามในแบบฉบับของบีเอ็มดับเบิลยู การเปิดตัวบีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่ครั้งนี้นับเป็นการเริ่มต้นศักราช 2561 ของบีเอ็มดับเบิลยู กรุ๊ป ประเทศไทย อย่างสวยงาม และเรายังจะนำนวัตกรรมเหนือระดับจากรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูรุ่นใหม่อีกมากมายมาสร้างความตื่นตาตื่นใจให้แฟนๆ ชาวไทยในปีนี้อย่างแน่นอน”

   มิติใหม่แห่งความคล่องตัวในการขับขี่และที่สุดของความแม่นยำบนทุกสภาพท้องถนน ด้วยเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัจฉริยะ M xDrive

   ระบบขับเคลื่อน M xDriveเป็นระบบขับเคลื่อนสี่ล้อที่มอบสมรรถนะเร้าใจที่สุดในเซกเมนต์ของรถยนต์สมรรถนะสูง ซึ่งเป็นครั้งแรกของบีเอ็มดับเบิลยู M5 ที่มาพร้อมระบบขับเคลื่อน M xDrive มอบประสิทธิภาพความคล่องตัวสูงสุดด้วยการเน้นส่งกำลังขับเคลื่อนจากล้อหลัง ควบคู่กับการเพิ่มกำลังส่งจากล้อหน้าในกรณีที่พละกำลังขับเคลื่อนจากล้อหลังไม่เพียงพอและต้องการแรงฉุดลากที่เพิ่มขึ้น แม้ในสภาวะการขับขี่ด้วยความเร็วสูง ระบบขับเคลื่อน M xDrive ก็ทำให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมขุมพลังบีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่นี้ ได้อย่างแม่นยำและง่ายดายยิ่งขึ้น สร้างความพึงพอใจในการขับขี่ตามแบบฉบับ M ได้อย่างเหนือระดับ

   นอกจากนี้ ผู้ขับขี่ยังสามารถเลือกตั้งค่าลักษณะการขับได้อย่างหลากหลายตามความต้องการถึง 5 โหมดด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นโหมดการขับขี่ด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพแบบไดนามิก (หรือ DSCที่สามารถเลือกเปิดหรือปิดระบบ DSCหรือเลือกการขับขี่ด้วยโหมด M Dynamic)  และยังสามารถเลือกการขับขี่ด้วยระบบ M xDrive ซึ่งแบ่งเป็นโหมด 4WD, 4WD Sport และ 2WDที่ให้ผู้ขับขี่ได้สัมผัสความแรงเร้าใจด้วยความคล่องตัวสูงสุดบนท้องถนน รวมทั้งระบบเฟืองท้าย Active M ที่มอบเสถียรภาพการกระจายกำลังอย่างเต็มสมรรถนะ ป้องกันการลื่นไถลเมื่อเข้าโค้งด้วยความเร็วสูง โดยช่วยลดความแตกต่างของความเร็วรอบระหว่างล้อหลัง

   อีกหนึ่งเอกลักษณ์ความสปอร์ตอันโดดเด่นของบีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่นี้ คือปุ่ม M1 และ M2 สีแดงสองปุ่ม ซึ่งอยู่ติดกับระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์บนพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับเปลี่ยนการตั้งค่าระบบต่าง ๆ ตามที่ต้องการได้ถึง 2 แบบเพียงแค่ปลายนิ้วสัมผัส ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่าระบบ M xDriveระบบควบคุมเสถียรภาพแบบไดนามิก(DSC) ระบบเครื่องยนต์ ระบบเกียร์ ระบบระบายอากาศ ระบบการควบคุมพวงมาลัยไฟฟ้า หรือแม้กระทั่งการตั้งค่ารูปแบบของการแสดงผลบน Head-Up Display

สุดยอดสมรรถนะขุมพลังและเสถียรภาพที่เหนือกว่าจากเครื่องยนต์เทอร์โบชาร์จ V8 ใหม่

   บีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่ ทรงพลังด้วยเครื่องยนต์ M TwinPower Turbo แบบ V8 ความจุ 4.4 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุด 441 กิโลวัตต์ / 600 แรงม้า ที่ 5,600 – 6,700 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 750 นิวตันเมตร ที่ 1,800 – 5,600 รอบต่อนาที สามารถเร่งความเร็วจาก 0 – 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมงได้ภายใน 3.4 วินาที และ 0 – 200 กิโลเมตรต่อชั่วโมงภายใน 11.1 วินาที โลดแล่นด้วยความเร็วสูงสุดที่ 250 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

   เครื่องยนต์อันทรงพลังนี้ มาคู่กับเกียร์อัตโนมัติ M Steptronic8 จังหวะ พร้อมระบบ Drivelogicเพื่อความแม่นยำและรวดเร็วยิ่งขึ้นในการเปลี่ยนเกียร์ อีกทั้งยังให้ตัวเลือกที่หลากหลายสำหรับการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติในเวลาอันสั้น

สะกดทุกสายตาด้วยเอกลักษณ์ดุดันที่ออกแบบมาเพื่อความเหนือชั้นอย่างแท้จริง

   บีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่ เป็นการผสานกันอย่างลงตัวของความสง่างามตามแบบฉบับบีเอ็มดับเบิลยูซีรี่ส์ 5 และลุคสปอร์ตปราดเปรียวของรถยนต์ในตระกูล M ช่องอากาศด้านหน้าได้รับการออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้น เพื่อเสริมประสิทธิภาพระบบระบายความร้อนและระบบเบรก ระบบท่อไอเสีย 4 ท่อ ช่วยเสริมความดุดันด้านหลัง และตอกย้ำถึงขุมพลังเครื่องยนต์ของบีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่ พร้อมให้เสียงทรงพลังที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ผ่านกลไกวาล์วไอเสียรวม ซึ่งผู้ขับขี่สามารถปรับเสียงให้นุ่มนวลหรือดุดันขึ้นได้ผ่านทางปุ่มควบคุมเสียง

   บีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่ ยังมาพร้อมชุดเบรกในสไตล์ M เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน โดยด้านหน้าเป็นเบรกคาลิเปอร์ M สีน้ำเงิน แบบ 6 ลูกสูบ และด้านหลังเป็นคาลิเปอร์แบบ 1 ลูกสูบลอย ซึ่งมีน้ำหนักเบากว่าเบรกเหล็กหล่อแบบเดิม และยังโดดเด่นด้วยการช่วยลดน้ำหนักใต้สปริง ที่แม้จะมาพร้อมระบบ M xDriveแต่บีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่นี้ ก็ยังคงมีน้ำหนักเบากว่าบีเอ็มดับเบิลยู M5 เจนเนอเรชั่นก่อน ๆ ช่วยเพิ่มความคล่องตัว สมรรถนะ และ

 

   ฝากระโปรงหน้าอะลูมิเนียมดีไซน์ M สร้างเอกลักษณ์ด้วยลายเส้นเฉพาะตัวที่ลากยาวไปตามแนวหลังคาผลิตจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (CFRP) ที่เป็นอุปกรณ์มาตรฐานของบีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่ ให้น้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษกว่ารุ่นก่อนหน้า แม้จะรวมกับองค์ประกอบอื่น ๆ เช่น ระบบไอเสีย และระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ M xDrive แสดงให้เห็นถึงการออกแบบมาอย่างพิถีพิถันตามหลักอากาศพลศาสตร์ที่ยอดเยี่ยมที่สุดในเซกเมนต์

   นอกจากนี้ ห้องโดยสารยังได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงผู้ขับขี่เป็นสำคัญ ด้วยแผงหน้าปัดที่มีตำแหน่งต่ำลง Control Display แบบลอยตัว และ Head-Up Display ทีมีขนาดใหญ่ขึ้นถึง 70 เปอร์เซ็นต์

   อุปกรณ์พื้นฐานอื่น ๆ ของบีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่ ยังมีล้ออัลลอย M ขนาด 20 นิ้ว ลาย Double-spokeเบาะนั่งปรับไฟฟ้าบุด้วยหนังแท้ Merinoและพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นในสไตล์ Mรวมทั้งระบบการบันเทิงและสื่อสารใหม่ล่าสุด ไม่ว่าจะเป็นฟังก์ชั่นสั่งงานระบบ iDrive ด้วยการเคลื่อนไหวมือ (BMW gesture control)และการเชื่อมต่อและชาร์จโทรศัพท์แบบไร้สาย

   บีเอ็มดับเบิลยู M5 ใหม่ จะเริ่มเปิดรับจองในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2018 ในราคาจำหน่าย 13,339,000 บาท พร้อมแพคเกจ BSI Standard ประกอบด้วยการบริการบำรุงรักษา 3 ปี หรือ 60,000 กม. และการรับประกัน 3 ปีไม่จำกัดระยะทาง

 
 

NEW CARS THAILAND : มาสด้าเปิดตัวแนะนำมาสด้า2 ใหม่ เพิ่มออพชั่นล้นคันเอาใจวัยรุ่น

Tuesday, 20 February 2018 16:11

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากก้าวขึ้นครองบัลลังก์ยึดแชมป์ยอดขายสูงสุดอันดับหนึ่งของตลาดรถเล็ก มาสด้าพร้อมเดินเครื่องต่อยอดทันที ประเดิมด้วยการเปิดตัวแนะนำมาสด้า2รุ่น 2018 คอลเลคชั่นลุยตลาด ภายใต้คอนเซ็ปต์ใหม่ล่าสุด “EXCITEMENT NEVER ENDS”หรือ “เร้าใจ ไม่เคยหยุด”ใส่ออพชั่นเพิ่มจนล้นคันหวังมัดใจสาวก ซูม-ซูม พร้อมเทคโนโลยีสุดล้ำอย่าง SKYACTIV-VEHICLE DYNAMICS ที่มาพร้อมกับระบบ G-VECTORING CONTROLเอกลักษณ์เฉพาะตัวจากมาสด้า เพิ่มออพชั่นเต็มคันแต่ไม่เพิ่มราคา

   นายชาญชัย ตระการอุดมสุข ประธานบริหาร บริษัท มาสด้า เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า การเปิดตัวมาสด้า2 รุ่นปี 2018 ในครั้งนี้ จะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภคมากยิ่งขึ้นไปหลังจากโมเดลล่าสุดที่มาสด้าแสดงให้เห็นว่ามีการนำเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดมาใส่ในรถยนต์นั่งขนาดเล็ก และเรายังมีการต่อยอดพัฒนาอย่างไม่หยุดยั้ง เพื่อให้ผู้บริโภคได้สัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่สนุกสนาน เร้าใจตามแบบฉบับของมาสด้าทั้งนี้มาสด้า2ถือเป็นรถยนต์ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมาโดยตลอด เพราะรถยนต์รุ่นนี้มียอดขายในประเทศไทยมากกว่า 200,000 คัน นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรก และรุ่นเจนเนอเรชั่นปัจจุบันที่ใช้เทคโนโลยีสกายแอคทีฟ เปิดตัวเมื่อปี 2558มียอดขายสูงถึงกว่า 80,000คัน การเปิดตัวมาสด้า2รุ่นปี 2018 ในวันนี้ คืออีกหนึ่งในเป้าหมายของความสำเร็จทางด้านยอดขาย ซึ่งในปีนี้มาสด้าวางเป้ายอดขายไว้สูงถึง 60,000คัน หรือเติบโตเพิ่มขึ้นถึง 15%

   นายธีร์ เพิ่มพงศ์พันธ์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด กล่าวว่า สำหรับการสื่อสารของรถมาสด้า2 รุ่นปี 2018 ในปีนี้ เราจะสื่อสารผ่านทั้งช่องทางออฟไลน์และออนไลน์ โดยมุ่งเน้นช่องทางออฟไลน์เพื่อสร้างการรับรู้ในช่วงเปิดตัว และใช้ช่องทางออนไลน์ในการเข้าถึงไลฟ์สไตล์ของกลุ่มเป้าหมาย โดยเน้นการสื่อสารและเลือกประเภทกิจกรรมหรือช่องทางที่กลุ่มเป้าหมายซึ่งเป็นคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับเทคโนโลยีและการขับขี่ที่สนุกสนาน ไม่ว่าจะเป็นเว็บเพจที่เกี่ยวกับไลฟ์สไตล์ต่างๆ หรือนำเสนอกิจกรรมที่สนุกเร้าใจในแบบที่แตกต่าง พร้อมสื่อสารเอกลักษณ์ของมาสด้า2 ใหม่ 2018 คอลเลคชั่น  ที่ตอบสนองความต้องการได้ครอบคลุมหลากหลายด้าน ทั้งด้านฟังก์ชั่น และด้านอารมณ์ ที่ให้ทั้งความสวยงาม ความสปอร์ตพรีเมี่ยมด้วยสีแดงใหม่ โซลเรด คริสตัล  ระบบความปลอดภัยสุดล้ำ พร้อมความแรง ความประหยัด ความบันเทิง และเทคโนโลยีสุดล้ำต่างๆ อย่างลงตัว

   และเพื่อเป็นการขอบคุณลูกค้ามาสด้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจทั้งเรื่องคุณภาพของรถยนต์ รวมทั้งการบริการตั้งแต่ก้าวเข้ามาในโชว์รูมไปจนถึงการบริการหลังการขาย มาสด้าได้เพิ่มออพชั่นสำหรับมาสด้า2 รุ่น 2018 คอลเลคชั่น ทั้งเครื่องยนต์สกายแอคทีฟเบนซิน 1.3L และเครื่องยนต์สกายแอคทีฟคลีนดีเซล 1.5L ทั้งตัวถังแบบซีดานและแฮตช์แบค หวังมัดใจกลุ่มลูกค้าวัยรุ่นและคนรุ่นใหม่ในราคาที่จับต้องได้ง่ายด้วยการเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานที่หลากหลาย ประกอบด้วย

- มาสด้า 2 รุ่นปี 2018 พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสและทดลองขับได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ

- สีใหม่ล่าสุด สีแดงโซลเรด คริสตัล ที่ให้ความสดใสเป็นประกายของสีแดง

- ระบบเชื่อมต่อโลกการสื่อสาร MZD Connect

- ระบบไฟหน้า เปิด-ปิด แบบอัตโนมัติ

- ที่ปัดน้ำฝนแบบกระจกหน้าแบบอัตโนมัติ

- ไฟหน้าแบบ LED โปรเจคเตอร์ พร้อม Daytime Running Light

- ระบบควบคุมความเร็วคงที่ (Cruise Control)

- ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะเปลี่ยนเลน (AdvanceBlind Spot Monitoring, ABSM)

- ระบบเตือนเมื่อมีรถในจุดอับสายตาขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert, RCTA)

- ระบบกุญแจรีโมทอัจฉริยะ (Smart Keyless Entry)

- หน้าจอ Active Driving Display แสดงข้อมูลการขับขี่แบบสี

*ออพชั่นเพิ่มเติมขึ้นอยู่กับแต่ละรุ่นของรถ

   มาสด้า2 รุ่นปี 2018นั้นได้รับการสร้างสรรค์ขึ้นมาเพื่อตอบโจทย์กลุ่มวัยรุ่น วัยทำงานและคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์ที่ไม่ซ้ำแบบใคร ทั้งยังมีพลังและเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ท้าทายแบบใหม่ๆ ให้ทั้งความแรงและประหยัด สามารถครอบคลุมความต้องการใช้งานของกลุ่มลูกค้าได้หลากหลาย

   รถยนต์มาสด้า2รุ่นปรับโฉมใหม่ มีรูปแบบตัวถังให้เลือกทั้งแบบซีดาน 4ประตู และแบบแฮตช์แบค 5ประตู โดยในแต่ละรูปแบบตัวถังจะมี 7รุ่นย่อย แบ่งเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 4รุ่นและเครื่องยนต์คลีนดีเซล 3รุ่น โดยสีภายนอกมี มีให้เลือกทั้งหมด 7สี ซึ่งสีใหม่ล่าสุดคือ สีแดง โซลเรด คริสตัล,สีขาว สโนว์เฟค ไวท์ เพิร์ล,สีน้ำตาล ไททาเนียมแฟลช, สีเงิน อลูมินัม เมทัลลิค, สีน้ำเงิน อีเทอนอล บลู, สีเทา เมทิเออ เกรย์ และสีดำ เจ็ท แบล็ก

   มาสด้า 2 รุ่นปี 2018 พร้อมให้ทุกคนได้สัมผัสและทดลองขับได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่โชว์รูมมาสด้าทั่วประเทศ โปรดติดตามความเคลื่อนไหวและกิจกรรมของมาสด้าผ่านทางทางโซเชียลมีเดีย เว็บไซต์ www.mazda.co.th MazdaThailandOfficial Facebook/YouTube/Instagram/LINE

 
 

นิสสัน เสริมทัพ นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ 4WD ใหม่ ปิคอัพอัจฉริยะพลังแรงการบรรทุกหนักที่ลุยได้ทุกเส้นทาง

Tuesday, 13 February 2018 16:53

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดเสริมทัพ นาวารา   ซิงเกิ้ลแค็บ 4WD ใหม่ปิคอัพอัจฉริยะพลังแรงเพื่อการบรรทุกหนักที่สามารถลุยได้ทุกเส้นทาง

    นางสาว สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รอง   ประธานสายงานการตลาด บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดเปิดเผยว่า นิสสัน นาวารา ถือเป็นรถยนต์กระบะ ที่ได้รับการรตอบรับที่ดีจากลูกค้ามาอย่างต่อเนื่องด้วยความทนทาน ความแข็งแกร่ง และสมรรถนะของเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นที่ยอมรับในหมู่ลูกค้าชาวไทย ปิคอัพนิสสันทุกรุ่นอยู่เคียงคู่กับความสำเร็จของเจ้าของธุรกิจชาวไทยมานานกว่า50ปี นับแต่รุ่นสร้างชื่ออย่าง   “นิสสัน ช้างเหยียบ”  “นิสสัน บิ๊กเอ็ม”(Big M) และ “นิสสัน ฟรอนเทียร์” (Frontier)ซึ่งลูกค้าให้ความไว้วางใจ และนอกจากเรื่องของเครื่องยนต์พละกำลังสูง นาวารายังมีความสามารถในการบรรทุกหนักที่ถือเป็นเอกลักษณ์ และคุณสมบัติมาตรฐานที่สำคัญของรถกระบะนิสสันมายาวนาน จนมาถึงรุ่นปัจจุบันคือ นิสสัน นาวารา รุ่นปี 2018 ที่ได้เสริมเทคโนโลยีอัจฉริยะจาก นิสสัน อินเทลลิเจนท์ โมบิลิตี (Nissan Intelligent Mobility)อย่างระบบกล้องมองรอบคันอัจฉริยะ หรือ Around View Monitor (AVM)ที่ถือเป็นครั้งแรกของกลุ่มรถกระบะ นอกเหนือจากอุปกรณ์ด้านความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกอย่างเต็มรูปแบบ

นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ 4WDเพื่อการบรรทุกหนักและสามารถลุยได้ทุกเส้นทาง

   นิสสัน นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ 4WD ใหม่ยังคงพละกำลังสูงที่พร้อมเปลี่ยนทุกอุปสรรค ให้กลายเป็นความสำเร็จ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลเทอร์โบขนาด 2.5 ลิตร DOHCแบบ 4 สูบแถวเรียง ให้กำลังสูงสุดที่ 163 แรงม้า มีแรงบิดสูงสุดที่ 403 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 รอบต่อนาที และด้วยระบบเกียร์ธรรมดาแบบ 6สปีด ช่วยให้ประหยัดน้ำมัน อีกทั้งยังมีอัตราทดเกียร์นุ่มนวลกว่า แต่ยังคงสมรรรถนะการออกตัว และเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ และระบบขับเคลื่อน4ล้อทำในนาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ 4WDใหม่พร้อมสำหรับการบรรทุกหนักและยังสามารถบุกตะลุยเพื่อใช้งานได้ในทุกสภาพถนน

   ด้านรูปโฉมภายนอก นาวาราทุกรุ่นมีรูปลักษณ์ที่ดูโฉบเฉี่ยวทันสมัยแต่คงความบึกบึน ขณะที่การบรรทุกแกร่งยังเป็นอีกหนึ่งคุณสมบัติเด่นของรถกระบะจากนิสสันด้วยแชสซีส์เหล็กกล้าที่แข็งแกร่งอันเป็นเอกสิทธิ์ของ   นิสสัน สามารถรองรับแรงการบรรทุกหนัก และการใช้งานอย่างสมบุกสมบันในทุกสภาพถนน และคำนึงถึงการใช้งานของลูกค้าเป็นหลัก นิสสัน นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ 4WD ใหม่ จะมาพร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ให้ทั้งความสะดวกและความปลอดภัยอาทิ ที่เหยียบขึ้นกระบะด้านข้างสำหรับการขนของขึ้นลงจากตัวรถ และกล้องมองหลังที่อยู่เป็นสัดส่วนกับที่เปิดฝาท้าย

   ขณะที่การออกแบบภายในของนิสสัน นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ 4WD ใหม่ ยังคงรูปแบบของเส้นสายที่ต่อเนื่องจากแผงคอนโซลกลางไปยังเส้นสายด้านข้างประตูรถ โดยคำนึงถึงการออกแบบในเชิงอรรถประโยชน์ เพื่อให้มั่นใจว่าห้องโดยสารดูโปร่งสบาย นิสสันได้สร้างมาตรฐานใหม่สำหรับการออกแบบภายในรถกระบะ ด้วยแผงหน้าปัดดีไซน์หรู พวงมาลัยดีไซน์พรีเมียม พร้อมกับการใช้วัสดุแบบอลูมิเนียมในการตกแต่งคอนโซลกลาง

   โดย นิสสัน นาวารา ซิงเกิ้ลแค็บ 4WD ใหม่มีสีให้เลือกถึง 3สี ได้แก่ สีขาว ไวท์ โซลิค, สีเงิน บริลเลียนท์ ซิลเวอร์ และสีเทา ทไวไลท์ เกรย์โดยมีราคาที่ 653,000 บาท ทั้งนี้ผู้สนใจสามารถรับข้อเสนอพิเศษดาวน์ต่ำเพียง 9,999 บาท โดยสามารถติดต่อขอรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการที่มีอยู่มากกว่า 190 แห่ง ครบทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ ทั้งยังสามารถสอบถามข้อมูลได้ที่ นิสสัน คอลเซ็นเตอร์ หมายเลข 02 401 9600 หรือที่ www.nissan.co.th

 
 

NEW CARS THAILAND : อีซูซุส่งรุ่นพิเศษ! “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ THE ICONIC” เขย่าตลาดต่อเนื่อง

Monday, 12 February 2018 17:01

 

 

 

 

 

 

 

 

   หลังจากแนะนำ “ใหม่! อีซูซุ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ 1.9ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ไลฟ์สไตล์ปิกอัพเพื่อคนสายพันธุ์สปอร์ตไปหมาดๆ เมื่อปลายเดือนมกราคม  อีซูซุได้เขย่าตลาดรถเมืองไทยระลอกสองอย่างต่อเนื่อง  ด้วยการแนะนำ รุ่นพิเศษ! “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ THE ICONIC”  รถยนต์นั่งอเนกประสงค์สุดหรูที่มาพร้อมชุดแต่งพิเศษสปอร์ตเท่รอบคัน  จับกลุ่มคนรุ่นใหม่ที่ชื่นชอบรถที่ตอบสนองไลฟ์สไตล์และมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว

   กลุ่มตรีเพชร โดย มร. โทชิอากิ  มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัดเผยว่า“รุ่นพิเศษ!“อีซูซุมิว-เอ็กซ์ THE ICONIC”  เป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์สุดหรูรุ่นล่าสุด ที่มาเพิ่มทางเลือกและต่อยอดความแรงของ “The New Isuzu MU-X”ภายใต้นิยาม Signature of Privilege เอกลักษณ์แห่งเอกสิทธิ์ โดยเพิ่มเติมความโฉบเฉี่ยว หรูหรา งดงามทุกรายละเอียด อาทิ สปอร์ตเท่รอบคันกับชุดแต่ง ICONIC STYLE ห้องโดยสารโทนเข้ม LAVA BLACK ขับเน้นอารมณ์สปอร์ต ระบบความบันเทิงพร้อม Built-in Navigator และ Digital TV Tuner และล้ออัลลอย 18” ICONIC CROSS ทำให้เป็นยนตรกรรมไลฟ์สไตล์ที่ครอบคลุมทุกความต้องการของผู้ใช้รถที่มีสไตล์อันโดดเด่น ไม่ซ้ำใคร มีให้เลือกทั้งเครื่องยนต์ 1.9และ 3.0ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ ที่ให้การตอบสนองการขับขี่ที่ดี ประหยัดน้ำมัน และรักษาสิ่งแวดล้อม ชุดเกียร์อัตโนมัติ ขับเคลื่อน 2ล้อ พร้อมช่วงล่างที่นุ่มนวล รวมถึงเทคโนโลยีและฟังก์ชั่นต่างๆ ที่ตอบสนองการใช้ชีวิตยุคใหม่ให้ผู้ใช้รถได้สูงสุดในทุกด้าน โดยมีให้เลือก 2สี ได้แก่ ขาวมุกเอเวอร์เรสต์ (Everest Pearl White)และดำออสเตรเลียนโคล (Australian Coal Black)ราคาจำหน่าย 1,354,000 – 1,411,000 บาท

   เชิญสัมผัสรถรุ่นล่าสุด  รุ่นพิเศษ! “อีซูซุมิว-เอ็กซ์ THE ICONIC” ซึ่งจะเริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 26กุมภาพันธ์ ศกนี้ ณ โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ติดตามข่าวสารของอีซูซุเพิ่มเติมได้ที่ www.isuzu-tis.com หรือ LINE: @isuzuthai

 
 

NEW CARS THAILAND : ซูซูกิ เปิดตัว All New Suzuki SWIFT สปอร์ตคอมแพคคาร์มาตรฐานระดับโลก ด้วยคอนเซ็ปต์สไตล์เด่นบนเส้นทางที่แตกต่าง WE STANDOUT

Saturday, 10 February 2018 15:46

 

 

 

 

 

   บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยโฉม All New Suzuki SWIFT สไตล์เด่นบนเส้นทางที่แตกต่าง WE STANDOUT ด้วยสปอร์ตคอมแพคคาร์มาตรฐานระดับโลก ชูจุดเด่นเทคโนโลยีเครื่องยนต์แบบ DUALJET และแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT พร้อมดีไซน์สปอร์ตคงเอกลักษณ์ DNA ของ SWIFT กับเทคโนโลยีอันทันสมัยช่วยในการขับขี่ และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน เจาะกลุ่มคนหนุ่มสาววัยทำงาน ตั้งเป้ายอดขายปีนี้ 15,700คัน

   นายโยจิ มุโรซากะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า “SWIFT เป็นรถรุ่นสำคัญของซูซูกิในระดับโลก แสดงให้เห็นถึงความเชี่ยวชาญของซูซูกิด้านรถยนต์คอมแพคและความทุ่มเทในการสร้างสรรค์รถยนต์ที่มีทั้งดีไซน์สวยทันสมัยและความสนุกในการขับขี่ Suzuki SWIFT สไตล์เด่นบนเส้นทางที่แตกต่าง WE STANDOUT ที่ผ่านมา สำหรับรุ่นล่าสุดนี้ซึ่งเป็น เจเนอเรชั่นที่ 3ของ SWIFT ยังเป็นรถยนต์หนึ่งเดียวที่ได้รับรางวัลอันทรงเกียรติ RJC Car of the Year 2018จากการคัดเลือกโดยสถาบันนักวิจัยและผู้สื่อข่าวยานยนต์แห่งญี่ปุ่นหลังจากที่ 2เจเนอเรชั่นก่อนได้รับรางวัลนี้มาแล้วในปี 2005และ 2010ตามลำดับซูซูกิจึงมีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งที่จะแนะนำ ALL NEW Suzuki SWIFT สู่ประเทศไทย เราเชื่อว่า SWIFT เจเนอเรชัน 3นี้จะสร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ในตลาดรถยนต์ของไทยได้อย่างแน่นอน”

   นายมาซาโอะ โกโบริ หัวหน้าวิศวกร ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชัน ประเทศญี่ปุ่นเปิดเผยว่า “รถรุ่นนี้พัฒนาขึ้นภายใต้คอนเซ็ปต์ “INNOVATION – Fun & Sporty” โดยออกแบบใหม่ทั้งหมดให้ All New Suzuki SWIFT มีความโดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ภายนอกและสมรรถนะในการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ในด้านการออกแบบภายนอกยังคงความโดดเด่นด้วยดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์แต่มีกลิ่นอายของรถยุโรปมากยิ่งขึ้น ด้วยมิติของตัวรถซึ่งความสูงอยู่ที่ 1,495 มิลลิเมตร และกว้างขึ้น 40 มิลลิเมตร ทำให้ All New Suzuki SWIFT มีความสปอร์ตและดูปราดเปรียวมากขึ้น โดยเรายังเน้นให้ All New Suzuki SWIFT มีภาพลักษณ์ที่ดูสปอร์ตดุดัน ด้วยเส้นสีแดงตัดกระจังหน้าสีดำ ไฟหน้า LED Projector และไฟหลัง LEDล้ออะลูมิเนียมอัลลอยขนาด 16 นิ้ว ในส่วนของสมรรถนะได้เพิ่มเทคโนโลยีใหม่คือหัวฉีดคู่หรือ DUALJETที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ของเครื่องยนต์ให้สมบูรณ์ยิ่งขึ้น จึงประหยัดน้ำมันกว่าเดิมมากกว่า 23 กม.ต่อลิตร ขับขี่เร้าใจด้วยเครื่องยนต์ใหม่ K12M 1.2ลิตร  

   นอกจากนั้น ในด้านความปลอดภัยมีการนำแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT มาใช้เพื่อช่วยให้รถมีน้ำหนักน้อยลงแต่คงความแข็งแกร่งและช่วยประหยัดน้ำมันรวมถึงโครงสร้างตัวถังแบบ TECT พร้อมระบบกันการสั่นสะเทือน ระบบ TCSช่วยในการควบคุมรถขณะขับขี่บนถนนลื่นหรือในทางโค้ง และยังเหมาะกับการขับในเมืองด้วยระบบ IDLING STOPที่ช่วยลดการสิ้นเปลืองน้ำมันขณะรถหยุดนิ่ง ขับขี่อย่างมั่นใจในทุกเส้นทางด้วยระบบ Hill Hold Controlที่จะช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน และปลอดภัยมากขึ้นด้วยถุงลมนิรภัย SRSถึง 6 ตำแหน่ง   

   ทั้งนี้ All New Suzuki SWIFTยังมาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมาย แผงคอนโซลกลางด้านหน้าเบนเข้าหาคนขับเพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายยิ่งขึ้น มาตรวัดสไตล์สปอร์ตที่ตกแต่งด้วยลายเส้นสีแดง พร้อมจอแสดงข้อมูลขับขี่แบบ LCD มาพร้อมกับจอสัมผัส Suzuki Smart Connectขนาด 7 นิ้ว ที่ควบรวมระบบนำทางที่แม่นยำ กับฟังก์ชั่นการเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่าน Bluetooth พร้อมโปรแกรมสุดล้ำ Apple CarPlay สำหรับ iOS รวมถึงพวงมาลัยที่ออกแบบใหม่เป็นรูปตัว D เพื่อเพิ่มพื้นที่วางเท้าระหว่างเบาะและพวงมาลัย

   นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัดกล่าวถึง กลยุทธ์การตลาดว่า “กลุ่มเป้าหมายของ All New Suzuki SWIFT คือผู้ที่ซื้อรถเพื่อใช้งานเป็นรถคันแรก รายได้ระดับปานกลางขึ้นไป อายุตั้งแต่ 21-39ปี ซึ่งเป็นวัยทำงานและเริ่มต้นสร้างครอบครัว โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มอายุ 21-29ปี ซึ่งให้ความสำคัญกับดีไซน์เพื่อสะท้อนถึงภาพลักษณ์ของตนเอง ชอบรถที่ขับสนุก ควบคุมง่าย และกลุ่มที่มีอายุ 30-39ปี ซึ่งชอบรถที่มีดีไซน์ที่บอกถึงตัวตนและมาพร้อมฟังก์ชันการใช้งานที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ จึงเป็นที่มาของคอนเซ็ปต์ ‘All New Suzuki SWIFT,
WE STANDOUT
สไตล์เด่นบนเส้นทางที่แตกต่าง’

 ในด้านการตลาด ครั้งนี้ทางซูซูกิได้ดึง ชาริล ชัปปุยส์ และ “วี” วิโอเลต วอเทียร์ ขึ้นแท่นพรีเซนเตอร์คนใหม่ล่าสุดของ All New Suzuki SWIFTเพื่อสะท้อนภาพลักษณ์ที่ทันสมัย และไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างอย่างชัดเจน ผ่านช่องทางการสื่อสารที่ครอบคลุม ซึ่งเน้นสื่อออนไลน์มากขึ้น เพื่อให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้โดยตรง สื่ออื่นๆ ทั้งโทรทัศน์ หนังสือพิมพ์ สื่อวิทยุ จอดิจิทัลและบิลบอร์ดทั่วประเทศ รวมถึงด้านบริการของพนักงานที่ผ่านขั้นตอนโปรแกรมการฝึกอบรมที่ได้มาตรฐานของซูซูกิ พร้อมบริการให้คำปรึกษาและแนะนำลูกค้าอย่างเต็มรูปแบบ
ด้วยโชว์รูมผู้จำหน่ายรถยนต์ซูซูกิซึ่งจะครอบคลุม 120 สาขาทั่วประเทศ ภายในเดือนมีนาคมนี้

 “นอกจากนี้ ซูซูกิยังร่วมมือกับสถาบันการเงินจัดโปรแกรม My Way ผ่อนเริ่มต้นเพียง 3,999 บาท ต่อเดือน และแคมเปญพิเศษ Loyalty Program สำหรับลูกค้า SWIFT เพียงนำ SWIFT คันเดิมมาเปลี่ยนเป็น SWIFT ใหม่ รับทันทีส่วนลดอุปกรณ์ตกแต่ง 20,000บาทอีกทั้งเราจะจัดกิจกรรมพิเศษที่โชว์รูมซูซูกิทั้งหมดทั่วประเทศในวันที่ 10-11กุมภาพันธ์ และกิจกรรมพิเศษที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศในวันที่ 17-18กุมภาพันธ์ซึ่งทุกท่านสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.suzuki.co.th หรือ www.allnewsuzukiswift.com”

   นายวัลลภ กล่าวเพิ่มเติมว่า “สำหรับตลาดรถยนต์ในกลุ่มอีโคคาร์มียอดจำหน่ายรวมทั้งหมดในปี 2560อยู่ที่ 156,239คัน ซึ่งซูซูกิมียอดจำหน่ายรวมเฉพาะรถยนต์อีโคคาร์จำนวน 21,300คัน เติบโตขึ้นถึง 13.39% และมีส่วนแบ่งทางการตลาดของรถในกลุ่มนี้อยู่ที่ 13.63% สำหรับซูซูกิ สวิฟท์ อีโคคาร์สายพันธุ์สปอร์ต ยังคงเป็นรถที่ได้รับความนิยม มียอดจำหน่ายสูงถึง 8,080คัน เชื่อมั่นว่าในปี 2561จากการที่แนวโน้มสภาพตลาดรถยนต์
ที่มีทิศทางดีขึ้น ซูซูกิ ก็จะสามารถสร้างการเติบโตได้ดีขึ้นด้วยเช่นกัน”

   All New Suzuki SWIFT มีให้เลือกทั้งหมด 6สี ได้แก่ Ablaze Red Pearl, Star Silver Metallic, Mineral Gray Metallic, Super Black Pearl และ 2สีใหม่ คือ Speedy Blue Metallic และ Pure White Pearl โดยมีทั้งหมด 4รุ่นด้วยกัน ได้แก่ GA CVT, GL CVT, GLX CVT และ GLX-Navi CVT


ช่องทางติดต่อทางออนไลน์

http://www.suzuki.co.th

https://www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

https://www.facebook.com/SuzukiCarryFoodTruck

ช่องทางติดต่อทาง Call Center

โทรศัพท์พื้นฐาน          โทร 1800-600-900    

โทรศัพท์เคลื่อนที่         โทร 1401-600-900

 
 

More Articles...

Page 1 of 18

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )