Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS THAILAND : เมอร์เซเดส-เบนซ์ เร่งเครื่องลุยตลาดรถหรูต่อเนื่อง เปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ในตระกูล Mercedes-AMG พร้อมกันถึง 5 รุ่น ตอกย้ำความเป็นผู้นำ ในกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูง

 

 

 

 

 

 

 

+บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด สร้างสีสันให้กับวงการรถหรูอีกครั้งเปิดตัว    รถสปอร์ตสมรรถนะสูง5 รุ่นใหม่ภายใต้แบรนด์ Mercedes-AMGเอาใจคนรักความเร็ว และแรงโดยเฉพาะ ยกทัพมาทั้งรุ่น Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+4-Door Coupéและ         Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+4-Door Coupéที่เปิดตัวครั้งแรกในเอเชียตะวันออก        เฉียงใต้,  Mercedes-AMG G 63, Mercedes-AMG C 43 4MATICรุ่นประกอบในประเทศ และMercedes-AMG E 53 4MATIC+รุ่นประกอบในประเทศ ที่มาพร้อมกับนวัตกรรม และเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และรูปร่างที่มีดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ พร้อมที่จะยกระดับประสบการณ์  ในการขับขี่รถสปอร์ตขึ้นไปอีกขั้น นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ยังพร้อมจัดกิจกรรมมากมาย   ไม่ว่าจะเป็น AMG Private Loungeคอมมูนิตี้สำหรับกลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และ   AMG Driving Academy ที่จะจัดขึ้นเป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมพร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี อย่างเป็นทางการทั้ง 13 แห่งทั่วประเทศ

   มร.โรลันด์ โฟลเกอร์ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า  “นับเป็นเวลากว่าครึ่งศตวรรษแล้วที่แบรนด์ เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ได้รับการยอมรับในฐานะแบรนด์รถสปอร์ตระดับแถวหน้า ที่โดดเด่นทั้งในด้านกีฬามอเตอร์สปอร์ตและด้านการพัฒนารถยนต์ที่มีเอกลักษณ์ ซึ่งตลอดเวลาที่ผ่านมาแบรนด์ได้เติบโตขึ้น และมีการขยายกลุ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ            อย่างมากมาย โดยยังคงยึดถือหลักการสร้างสรรค์รถยนต์ที่สามารถ ‘ขับเคลื่อนทุกสมรรถนะ – Driving Performance’ เป็นหัวใจหลักของแบรนด์ ที่พร้อมส่งมอบเทคโนโลยีอันล้ำสมัย และ เต็มเปี่ยมด้วยนวัตกรรมเพื่อมอบความเร้าอารมณ์ให้กับทุกการขับขี่ให้กับผู้ใช้รถอยู่เสมอ จาก ความเอาใจใส่ในความต้องการของลูกค้าและการสร้างความมั่นใจในตัวแบรนด์นี้เองที่ทำให้รถยนต์ภายใต้แบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีมียอดขายพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีจำนวนยอดขาย ทั่วโลกถึงหกหลักในปีพ.ศ. 2561”

   “สำหรับในประเทศไทย วันนี้ถือเป็นปรากฏการณ์ครั้งยิ่งใหญ่ กับการเปิดตัวเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีรุ่นใหม่ล่าสุดถึง 5รุ่น ได้แก่ Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+4-Door Coupé และ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+4-Door Coupé,Mercedes-AMG G 63,Mercedes-AMG C 43 4MATICรุ่นประกอบในประเทศและMercedes-AMG E 53 4MATIC+รุ่นประกอบในประเทศซึ่งแต่ละรุ่นมีคาแรกเตอร์และความโดดเด่นที่แตกต่างกัน เพื่อให้ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ทุกกลุ่มโดยประเทศไทยได้รับความไว้วางใจจากบริษัทเดมเลอร์ เอจีให้เปิดตัวMercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé และ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé  เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออก
เฉียงใต้”

   “การนำเสนอรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีที แบบคูเป้ 4 ประตูนั้นเป็นเครื่องยืนยันว่าโรงงาน          ของเราที่เมืองซินเดลฟิงเก้นเป็นโรงงานผลิตและพัฒนารถยนต์หรูชั้นสูงที่เยี่ยมยอดอย่างแท้จริง รถยนต์รุ่นนี้ถูกสร้างขึ้นโดยฝีมือของทีมงานที่มีทั้งความสามารถและความเอาใจใส่ในการผลิตรถยนต์เป็นอย่างมากซึ่งเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีใช้ปรัชญาการผลิตเครื่องยนต์ทุกเครื่อง แบบ              “1 ช่างฝีมือ ต่อเครื่องยนต์ 1 เครื่อง – one man, one engine” กล่าวคือ เครื่องยนต์ของรถยนต์      เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีแต่ละคันจะผลิตด้วยมือและใช้ช่างฝีมือเพียง 1 คนเท่านั้นตลอดกระบวนการประกอบ และในขั้นตอนสุดท้าย ช่างฝีมือที่ประกอบเครื่องยนต์แต่ละเครื่องจะเซ็นชื่อของตนลงบนแผ่นโลหะที่ติดอยู่บนฝาครอบเครื่องยนต์เพื่อเป็นการรับรองคุณภาพและมาตรฐานซึ่งก่อนปีพ.ศ.2563ที่กำลังจะมาถึงนี้ กลุ่มบริษัทเดมเลอร์จะลงทุนประมาณ1.5 พันล้านยูโรที่โรงงานผลิตรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีแห่งนี้เพื่อสานต่ออนาคตของบริษัทด้วยการปรับเปลี่ยนให้โรงงาน          มีความทันสมัยเพื่อรองรับความต้องการที่มากขึ้นในอนาคต พร้อมลงทุนเพิ่มอีก 600 ล้านยูโรเพื่อการวิจัยและพัฒนาอีกด้วยซึ่งส่งผลให้การลงทุนในครั้งนี้มีมูลค่ารวมกว่า 2.1 พันล้านยูโร”          มร.โรลันด์ กล่าวเพิ่มเติม

   มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า“นอกจากMercedes-AMG GT 534MATIC+ 4-Door Coupé และMercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé ที่จะเปิดตัววันนี้เป็นครั้งแรกแล้ว บริษัทฯ ยังนำเสนอรถยนต์อีก 3 รุ่นไฮไลท์ที่ได้รับเสียงตอบรับที่ ยอดเยี่ยมจากต่างประเทศอย่าง Mercedes-AMG G 63รถยนต์ที่ถือเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์หรูแบบออฟโร้ด ที่เราได้เสริม         ความแรงด้วยเครื่องยนต์สมรรถนะสูง ทำให้เหมาะสำหรับการใช้งานในทุกสภาพอากาศและ          ทุกสภาพถนนมากยิ่งขึ้น รวมถึงรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศอีก 2 รุ่น อย่างMercedes-AMGC 43 4MATICและMercedes-AMG E 53 4MATIC+ที่ในครั้งนี้นำเสนอในรูปแบบของรถยนต์นั่ง 4 ประตู ซึ่งได้รับการปรับโฉมทั้งในด้านรูปลักษณ์ สมรรถนะ อัตราการใช้พลังงาน และความรู้สึกขณะขับขี่ตามสไตล์เอเอ็มจี โดยมาพร้อมกับนวัตกรรมใหม่ล่าสุดอย่างระบบอีคิวบูสท์ (EQ Boost) ในรถยนต์ Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé และ Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ พร้อมทั้งบริการ Mercedes me connect”

   “นับตั้งแต่การเปิดตัวแบรนด์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เมื่อปีพ.ศ. 2560ที่เราได้แนะนำรถยนต์รุ่นใหม่ 4 รุ่น อย่าง Mercedes-AMG GLC43 4MATIC Coupé, Mercedes-AMG GLA 45 4MATIC, Mercedes-AMG GT R และ Mercedes-AMG
GT C Roadsterเราได้รับการตอบรับและความเชื่อมั่นจากลูกค้าเป็นอย่างดี และเราได้เดินหน้ารุกตลาดรถยนต์สมรรถนะสูงอย่างต่อเนื่อง ด้วยการนเสนอรถยนต์อีก 6 รุ่น ได้แก่C 43 4MATIC Coupé LOCAL PRODUCTION, GLC 43 4MATIC Coupé LOCAL PRODUCTION, E 63 S 4MATIC+, C 43 4MATIC Coupé (Facelift)LOCAL PRODUCTION, CLS 53 4MATIC+ และMercedes-AMG GT Sในปีพ.ศ. 2561 ซึ่งทำให้ยอดขายเติบโตขึ้นถึง 309% เมื่อเทียบกับปี 2017 โดยในปีนี้ บริษัทฯ ยังคงเน้นนำเสนอรถยนต์ที่ลูกค้าสามารถใช้ในชีวิตประจำวันได้ ประเดิมด้วยการเปิดตัวรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีไปแล้ว 2รุ่น คือ Mercedes-AMG CLS53 4MATIC+รุ่นประกอบในประเทศ และ        Mercedes-AMG E 53 4MATIC+ Coupé รุ่นนำเข้า โดยยอดขายเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีใน          ไตรมาสแรกในปีนี้เติบโตขึ้นกว่า 79% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา”

   “การเปิดตัวทั้ง 5รุ่นในวันนี้ จะไม่เพียงแค่สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้กับเมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเทศไทยเท่านั้น แต่ยังเป็นการเติมเต็มพอร์ทโฟลิโอของรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีในประเทศไทย ที่ปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 18 รุ่น ครอบคลุมทั้งตระกูล 43,45, 53, 63, 63 S และเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี จีทีโดยในปีนี้ ทางบริษัทฯ ยังเตรียมมอบเซอร์ไพรส์ให้กับทุกท่าน ด้วยการวางแผนนำเสนอรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีรุ่นใหม่ถึง 5 รุ่นทั้งรุ่นนำเข้าและรุ่นประกอบในประเทศ ซึ่งนอกจากรถยนต์รุ่นใหม่แล้ว ทางบริษัทฯ ยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของกิจกรรม   สานสัมพันธ์ระหว่างบริษัทและลูกค้าของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีทุกท่าน จึงได้จัดเตรียมกิจกรรมไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็น AMG Private Loungeคอมมูนิตี้สำหรับกลุ่มผู้ขับขี่รถยนต์      เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีโดยเฉพาะ เพื่อรับสิทธิ์เข้าร่วมกิจกรรมที่ทางบริษัทฯ จัดขึ้นทั้งในประเทศไทย และกิจกรรมจากค่ายเอเอ็มจีทั่วโลกอีกด้วยด้วย นอกจากนี้ เรายังเตรียมจัด AMG Driving Academy เป็นประเทศแรกในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เพื่อให้ผู้ชื่นชอบความเร็วแรงทุกท่าน        ได้สัมผัสรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างใกล้ชิด ภายใต้คำแนะนำของทีมนักขับมืออาชีพ              ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถติดต่อผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เอเอ็มจีอย่างเป็นทางการทั้ง 13 แห่ง        ทั่วประเทศที่พร้อมมอบบริการที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าของกลุ่มรถยนต์สมรรถนะสูงโดยเฉพาะ”

ข้อมูลผลิตภัณฑ์

   Mercedes-AMGGT 53 4MATIC+4-Door Coupéและ Mercedes-AMG GT 63 S 4MATIC+ 4-Door Coupé  

   Mercedes-AMG GT 4-Door Coupé เป็นสมาชิกใหม่ของรถยนต์ตระกูล AMG GTที่พัฒนาขึ้นตามแนวคิด “ชีวิตคือการแข่งขัน – Life is a race”และเป็นรถสปอร์ต 4 ประตูรุ่นแรกที่gมอร์เซเดส-เอเอ็มจีพัฒนาเองทุกกระบวนการรถยนต์รุ่นนี้เป็นส่วนผสมที่ลงตัวของความสะดวกสบาย ความเร้าใจ และสมรรถนะที่ยอดเยี่ยมเพื่อการขับขี่ในทุกสถานการณ์ รวมถึงตัวเลือกเพื่อการปรับแต่งได้ตามรสนิยม และนวัตกรรมยานยนต์รุ่นล่าสุดเพื่อความสปอร์ตใน        ทุกจังหวะ

   ดีไซน์ภายนอกของMercedes-AMG GT 4-Door Coupé เป็นรถสปอร์ต 4ประตูที่มีรากฐานมาจากทั้งรถยนต์ตระกูล SLS และAMG GT,กระจังหน้าแบบ AMG-Specific radiator grille พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์,aerofoil ที่สามารถยืดและหดได้ด้วยระบบไฟฟ้า, หลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้าอีกทั้งยังมีดิสก์เบรก AMG high-performanceท่อไอเสียคู่แบบ Two round twin tailpipe เฉพาะของ AMGและล้ออัลลอย AMG น้ำหนักเบาขนาด 20 นิ้ว 5 ก้านคู่ และระบบไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ที่มีหลอดไฟ LED 84หลอดต่อข้าง ซึ่งเป็นเทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยให้ทัศนวิสัยการขับขี่ยามค่ำคืนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุด

   ดีไซน์ภายในของรถยนต์ทั้ง 2 รุ่นมีพื้นที่ใช้สอยมากขึ้น เหมาะสมกับการใช้งานหลากหลายรูปแบบ หน้าจอแบบ Widescreen cockpit ขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 หน้าจอ ที่มาพร้อมกับระบบ MB Audio 20 ที่มีฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ Apple CarPlay™และ Android Auto,พวงมาลัยแบบ AMGPerformance สปอร์ตท้ายตัดหุ้มหนัง nappa และ Touchpad แบบใหม่ที่สะดวกสบายยิ่งกว่าเดิม และระบบเสียงรอบทิศทางBurmester® surround sound system โดย Mercedes-AMG GT 534MATIC+ 4-Door Coupé มาพร้อมเบาะด้านหลังแบบ 3 ที่นั่ง หุ้มด้วยหนัง ARTICO ตัดสลับ DINAMICA microfibreในขณะที่ Mercedes-AMG GT 63S 4MATIC+ 4-Door Coupé มาพร้อมเบาะที่นั่งด้านหน้า แบบ AMG Performance Seats ที่สามารถปรับให้กระชับกับสรีระ เพิ่มความสบายแต่แฝงด้วยความสปอร์ตอย่างลงตัว เบาะด้านหลังตกแต่งด้วยหนังสุดหรูระดับไฮ-คลาส พร้อมที่นั่งเดี่ยวที่ให้ความสบาย เสมือนนั่งอยู่บนเครื่องบินชั้นธุรกิจ

   นวัตกรรมและเทคโนโลยีของ Mercedes-AMG GT 53 4MATIC+ 4-Door Coupé มาพร้อมกับ ระบบอีคิวบูสท์ (EQ Boost) มอเตอร์ไฟฟ้าแบบพิเศษที่เป็นตัวกลางช่วยประสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์กับระบบเกียร์ และยังสามารถสร้างและจ่ายไฟฟ้าเพื่อเลี้ยงระบบไฟฟ้าของรถที่ใช้แรงดันไฟฟ้า 48โวลต์ได้, AMG Performance 4MATIC+ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่จะรักษาความสมดุลและเสถียรภาพของรถได้เป็นอย่างดีในทุกสภาพถนน,ระบบช่วงล่างAMG RIDE CONTROL+ ที่ใช้ระบบ ADS+ สามารถปรับได้ 3 ระดับตามสไตล์การขับขี่และสภาพถนน, ระบบ AMG DYNAMIC SELECTที่สามารถปรับได้ 3 โหมด คือ Sport, Sport+ และ Individual,ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist Plus), ระบบ Active Braking Assist ที่ช่วยหลีกเลี่ยงการชนกับรถยนต์คันอื่น หรือคนเดินถนนในบริเวณทางแยก, ระบบกุญแจรถยนต์แบบ KEYLESS-GO และระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist) ที่มาพร้อมกับกล้อง 360 องศา โดย Mercedes-AMG GT 63S 4MATIC+ 4-Door Coupéใช้เครื่องยนต์เบนซินแบบ V8 BITURBO ที่ให้พละกำลังสูงสุดถึง 639 แรงม้า                 และมาพร้อมกับระบบควบคุมการเลี้ยวด้วยล้อหลัง (AMG Rear Axle Steering) AMG DYNAMIC PLUS package ที่ช่วยเสริมพลศาสตร์ยานยนต์และลักษณะรถยนต์แบบสปอร์ต นอกจากยางรองแท่นเครื่องยนต์และที่ยึดเกียร์แบบไดนามิกแล้ว แพ็กเกจดังกล่าวยังมีระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตที่ปรับให้แน่นขึ้น รวมถึงระบบบังคับเลี้ยวแบบพิเศษด้วย

   Mercedes-AMG GT 4-Door Coupéใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-speedที่มีชุดคำสั่งเฉพาะที่ช่วยให้ระยะทดกำลังเมื่อเปลี่ยนเกียร์สั้นที่สุดซึ่งทำให้ความเร็วของรถเพิ่มขึ้นได้เร็วกว่าเดิม โดยเฉพาะเมื่อขับขี่ในโหมดSport+ และโหมดกำหนดเอง

- Mercedes-AMGGT 53 4MATIC+4-Door Coupéราคา    9,990,000าท

- Mercedes-AMGGT 63 S 4MATIC+4-Door Coupéราคา14,990,000บาท

Mercedes-AMG G 63

   Mercedes-AMG G 63เป็นรถยนต์ที่สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ที่สุดของรถยนต์G-Classในตระกูล Mercedes-AMG ที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ และสถานะการเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์หรูแบบออฟโร้ดเอาไว้อย่างมั่นคง

   ดีไซน์ภายนอกMercedes-AMG G 63 ได้รับการออกแบบให้สะท้อนเอกลักษณ์ของแบรนด์เอเอ็มจีและมีรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร ด้วยโครงสร้างตัวถังทรงสี่เหลี่ยมที่ใช้เหล็กกล้าหลากหลายระดับ มีความทนทานและแข็งแกร่งมากขึ้นกว่าโครงสร้างเดิมถึง 55%และ ยังช่วยดูดซับเสียงรบกวนในห้องโดยสารได้ดียิ่งขึ้น ในขณะที่สปอยเลอร์ ฝากระโปรงหน้า และประตูใช้อลูมิเนียมเป็นวัสดุหลัก รถคันนี้มาพร้อมกับหลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ล้ออัลลอย AMG ขนาด 21นิ้ว5 ก้านคู่ ไฟหน้าทรงกลมที่ใช้ระบบ MULTIBEAM LED เทคโนโลยีขั้นสูงที่ช่วยให้ทัศนวิสัยการขับขี่ยามค่ำคืนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัยสูงสุดไฟเลี้ยวแบบเชื่อมเข้ากับตัวถัง กันชนเสริมที่ดูดุดันเข้ากับแถบสีดำเงา และตราสัญลักษณ์เอเอ็มจีสีเงิน ที่แขวนยางอะไหล่ด้านหลังพร้อมฝาปิดที่ทำจากสแตนเลสที่มีตราสัญลักษณ์ของเมอร์เซเดส-เบนซ์แบบ 3มิติด้านหน้าของตัวรถเป็นกระจังและกันชนหน้าของเอเอ็มจีที่มีท่อ         รับอากาศด้านข้างและเก็บขอบเป็นสีเงินอิริเดียม นอกจากนี้ส่วนหลังคาของรถยังเชื่อมต่อกับโครงสร้างตัวถังด้วยกระบวนการเชื่อมโดยใช้แสงเลเซอร์แทนที่การเชื่อมแบบอัด ซึ่งช่วยให้        ส่วนหลังคาเรียบเนียนและแข็งแกร่งกว่าเดิม พร้อมทั้งยังมีการเชื่อมหน้าต่างเข้ากับตัวถังโดยตรงเป็นครั้งแรกเพื่อให้ตัวถังแข็งแกร่งขึ้น ลดการสึกกร่อนของกรอบหน้าต่างด้วย

   ดีไซน์ภายในมีการตกแต่งภายในแบบใหม่ เพื่อให้ห้องโดยสารมีความทันสมัยและใหญ่ขึ้น     ในทุกมิติ คือ ยาวกว่าเดิม 101มิลลิเมตร กว้างกว่าเดิม 121มิลลิเมตร และสูงกว่าเดิม  40มิลลิเมตร มาพร้อมหน้าปัดนาฬิกาแบบ IWC แบบเฉพาะของ AMG และแผงหน้าปัดทั้งแบบanalog และแบบดิจิทัลที่ใช้หน้าจอ widescreenขนาด 12.3นิ้ว 2หน้าจอที่เชื่อมต่อกันเป็นหนึ่งเดียวภายในกระจกขนาดใหญ่สามารถแสดงผลได้ 3 แบบคือ Classic, Sporty และ Progressive และแสดงภาพด้วยระบบ COMAND Online บนจอแสดงผลมีพวงมาลัย AMG Performance แบบท้ายตัดหุ้มหนัง NAPPAตัดสลับ DINAMICA Microfibreมีขอบโค้งจับได้กระชับมือและส่วนนูนที่ช่วยบอกตำแหน่งการจับเพื่อช่วยให้ควบคุมรถได้ง่าย ช่องลมของเครื่องปรับอากาศออกแบบให้เป็นทรงกลมเพื่อรับกับไฟหน้าและชุดไฟแสดงสถานะของรถบนแผงคอนโซล           มือจับบนเพดานเพื่อช่วยในการเข้าออกของผู้โดยสารตอนหน้า สวิตช์ปรับเปลี่ยนการทำงานของระบบช่วงล่างที่เป็นสีเงินโครเมี่ยมเบาะที่นั่งทั้งหมดหุ้มหนัง nappa ที่มีปีกเบาะเสริมการปกป้องด้านข้างของผู้โดยสาร ที่มาพร้อมคุณสมบัติพิเศษมากมาย เช่น ระบบจดจำการปรับตั้งค่าเบาะที่นั่ง ระบบอุ่นเบาะสำหรับทุกคนในห้องโดยสาร และพนักพิงศีรษะสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า เบาะหลังสามารถพับลงได้3 ตอน คือ40%,60% และ 100%อีกทั้งยังติดตั้งระบบเสียงรอบทิศทางBurmester® surround sound systemและระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 64สี

   นวัตกรรมและเทคโนโลยีมาพร้อมระบบขับเคลื่อน 4ล้อที่เน้นการกระจายกำลังไปที่ล้อคู่หลังแบบ 40:60,ระบบช่วงล่างAMG RIDE CONTROLที่เป็นระบบมาตรฐานของรถยนต์รุ่นนี้ สามารถปรับได้ตามสไตล์การขับขี่และสภาพถนน โดยระบบจะอ้างอิงข้อมูลต่างๆ เช่นทิศทางและความเร็วของรถ ซึ่งผู้ขับขี่สามารถเลือกปรับได้ 3 โหมด คือ Comfort, Sport, และ Sport+,  ระบบ Active Lane Keeping Assist ที่ช่วยลดความเสี่ยงต่ออุบัติเหตุที่มีสาเหตุมาจากการเปลี่ยน         ช่องจราจรโดยไม่ได้ตั้งใจ, ระบบ Active Braking Assist ที่ช่วยหลีกเลี่ยงการชนกับรถยนต์        คันอื่น หรือคนเดินถนนในบริเวณทางแยก

   Mercedes-AMG G 63มีอัตราการใช้พลังงานแบบผสมที่ 13.1ลิตรต่อ 100กิโลเมตร             และอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์แบบผสมที่ 299กรัมต่อกิโลเมตรมาพร้อมกับ                        ระบบเกียร์อัตโนมัติ AMG SPEEDSHIFT TCT 9-speed Sportที่มีชุดคำสั่งเฉพาะที่ช่วยให้         ระยะทดกำลังเมื่อเปลี่ยนเกียร์สั้นที่สุดช่วยให้ความเร็วของรถเพิ่มขึ้นได้เร็วกว่าเดิม โดยเฉพาะ        เมื่อขับขี่ในโหมดSport+ และโหมดกำหนดเอง

- Mercedes-AMGG 63ราคา 14,790,000บาท

Mercedes-AMG C 43 4MATICรุ่นประกอบในประเทศ

   รถยนต์กลุ่ม C-Class เป็นรถยนต์กลุ่มที่มียอดจำหน่ายสูงสุดของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจี และมีส่วนช่วยเสริมสร้างให้แบรนด์รถยนต์สมรรถนะสูงนี้ประสบความสำเร็จในปัจจุบัน ซึ่งการพัฒนารถยนต์ตระกูล 43ในปีพ.ศ. 2558นั้นถือเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญที่ช่วยสร้างและสานต่อความสำเร็จของเมอร์เซเดส-เอเอ็มจีมาจนถึงปัจจุบัน ความต้องการของลูกค้าที่เพิ่มสูงขึ้น                 อย่างต่อเนื่องและเสียงตอบรับอันเยี่ยมยอดจากผู้เป็นเจ้าของเป็นแรงผลักดันให้เราพัฒนารถยนต์         C 43รุ่นปรับโฉมในทุกด้าน ทั้งรูปลักษณ์ สมรรถนะ อัตราการใช้พลังงาน และความรู้สึกขณะ        ขับขี่ตามสไตล์เอเอ็มจี

   ดีไซน์ภายนอกของรถยนต์รุ่นนี้ ดูโดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้าเอเอ็มจีก้านคู่ตกแต่งด้วยสีเงิน แบบด้าน ฝากระโปรงหน้าที่ปรับแต่งด้วยเส้นสายใหม่ให้สวยงามกว่าเดิม โครงสร้างบังคับทิศทางลมที่ยกตัวขึ้นจากฝากระโปรงหน้าที่ได้รับการออกแบบให้ช่วยควบคุมการไหลเวียนของลมที่ปะทะด้านหน้าของตัวรถให้ดียิ่งขึ้น สเกิร์ตข้างที่ดีไซน์ให้เข้ากับล้ออัลลอยน้ำหนักเบา แบบ             5ก้านคู่ ขนาด 19นิ้ว จากเอเอ็มจี โดยช่องลมและองศาก้านล้อได้รับการปรับปรุงอย่างละเอียดในอุโมงค์ลมเพื่อให้การไหลเวียนของอากาศเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งการพัฒนาล้ออัลลอยนี้ ถือเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์ น้ำหนักรถและความร้อนที่ระบบเบรกที่ส่งผลโดยตรงต่อสมรรถนะและอัตราการใช้พลังงาน ฝากระโปรงหลังยังมาพร้อมกับโครงสร้างบังคับทิศทางลมที่ดูสะดุดตา รวมถึงดิฟฟิวเซอร์สไตล์ใหม่ที่ช่วยพัฒนาการไหลเวียนของอากาศด้านหลังตัวรถพร้อมท่อไอเสียดีไซน์ใหม่ แบบ Two round twin tailpipe lookนอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับประตูแบบไร้ขอบ กรอบกระจกมองข้างสีดำแบบลอยตัวจากตัวถัง ขอบตกแต่งสีดำเงาบริเวณด้านข้างตัวรถและกรอบหน้าต่าง เส้นสายด้านข้างตัวรถที่       ยาวลงไปถึงซุ้มล้อหลัง ตกแต่งรอบคันด้วยAMGBodystyling (กันชนหน้า-หลังและสเกิร์ตข้าง)เทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LEDและ ULTRA RANGE Highbeamที่มีคุณสมบัติพิเศษมากมายที่เหนือกว่าระบบไฟหน้าLED มาตรฐาน สามารถปรับความสว่างและความยาวของลำแสงไฟหน้าให้ส่องได้ไกลกว่า 650 เมตรรวมถึงหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

   ดีไซน์ภายในมาพร้อมชุดเบาะที่นั่ง AMG Sport Seats ด้วยวัสดุหุ้มหนัง ARTICOตัดสลับ DINAMICAกับคุณสมบัติการอุ่นเบาะที่ปรับได้ 3ระดับ เสริมทั้งพนักพิงหลังและปีกทั้ง 2ข้างเพื่อปกป้องด้านข้างของผู้ขับขี่ขณะขับรถด้วยความเร็วสูงได้ดียิ่งขึ้น พนักพิงศีรษะที่ออกแบบเป็นพิเศษ เพื่อช่วยปลุกเร้าความสปอร์ตภายในห้องโดยสาร เพิ่มเติมความสะดวกสบายด้วยแผงหน้าปัดแบบดิจิทัลขนาด 12.3นิ้วที่มีโหมดการแสดงผล 3แบบในสไตล์เอเอ็มจี คือ Classic, Sportyและ Progressiveพร้อมระบบปฏิบัติการที่ใช้งานง่ายและมีความยืดหยุ่นสูงในการควบคุม เพื่อให้ผู้ขับขี่สามารถเลือกคำสั่งต่างๆ ได้สะดวกรวดเร็วและสอดคล้องกับสภาพการขับขี่ด้วยความเร็วสูง รวมถึงผู้ขับขี่ยังจะได้พบกับความสปอร์ต เร้าใจมากกว่าที่เคยด้วยพวงมาลัย3ก้านท้ายตัดแบบ AMG Performance Steering Wheelหุ้มด้วยหนังnappaที่มีรูปทรงสปอร์ตท้ายตัดที่ออกแบบเป็นวงโค้งอย่างสมบูรณ์แบบสามารถใช้คำสั่งหรือก้านควบคุมต่างๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้นคันเกียร์ที่           คอพวงมาลัยชุบวัสดุโลหะและรองรับโหมดเกียร์ธรรมดา และ Touchpad 2ข้างที่คอพวงมาลัยซึ่งเป็นอุปกรณ์ใหม่ที่เพิ่มเติมขึ้นมาในรุ่นนี้ โดยด้านซ้ายใช้ควบคุมแผงหน้าปัดและ Cruise Controlด้านขวาใช้ควบคุมระบบมัลติมีเดีย ระบบโทรศัพท์ ระบบสั่งการด้วยเสียง เป็นต้น นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังมีระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า หน้าจอมัลติมีเดีย Apple CarPlay™ขนาด 10.25นิ้ว ทำงานร่วมกับAudio 20 GPS พร้อม Touchpadและ Controller ระบบเสียงรอบทิศทางBurmester®ตกแต่งภายในด้วยAMG Matt SilverGlass-Fibre

   นวัตกรรมและเทคโนโลยีMercedes-AMG C 43 4MATIC มาพร้อมกับชุดคำสั่งเอเอ็มจี          เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติมเพื่อให้การขับขี่มีความสปอร์ตจนถึงขีดสุด ได้แก่
 

·        หน้าจออุณหภูมิของเหลว (Warm-up)ที่แสดงอุณหภูมิน้ำมันเครื่อง น้ำมันเกียร์ และแรงดันในโหมด Boost

·        หน้าจอการตั้งค่า (Setup) แสดงข้อมูลของโหมดการขับขี่ที่ใช้งานอยู่ การตั้งค่าระบบ      กันสะเทือน โหมดการปล่อยไอเสีย การตั้งค่าระบบ ESP®และเกียร์ที่ใช้อยู่

·        หน้าจอแรงจี (G-Force) แสดงแรงจีปัจจุบันที่กดลงมาที่ตัวรถ เมื่อผู้ขับขี่ใช้ความเร็วใดๆ และให้คำแนะนำในการขับขี่ให้เหมาะสม

·        หน้าจอจับเวลา(Race Timer)สำหรับการจับเวลาโดยตัวผู้ขับขี่เอง ซึ่งสามารถจับเวลาต่อรอบพร้อมทั้งแสดงรอบที่ใช้เวลาน้อยและมากที่สุดได้พร้อมกัน รวมถึงระยะที่ขับขี่และความเร็วเฉลี่ย

·        หน้าจอข้อมูลเครื่องยนต์ (Engine data)แสดงแรงบิดและกำลังเครื่องยนต์แบบ             กราฟแท่ง รวมถึงแรงดันในโหมด Boost

   นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เอเอ็มจี ยังติดตั้งหน้าจอดิจิทัลสำหรับแสดงความเร็วและเกียร์ปัจจุบัน เมื่อเปิดการใช้งานโหมดเกียร์ธรรมดา โดยสัญลักษณ์ตัว M สีเหลืองจะปรากฏขึ้นมาที่หน้าจอ

   รถยนต์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับระบบ AMG DYNAMIC SELECT ที่มีให้เลือก 5โหมด คือComfort, Sport, Sport+,Individual และโหมดการขับขี่ใหม่ คือ Slippery เพื่อช่วยกระจายกำลังให้เป็นไปอย่างสม่ำเสมอและเหมาะสมกับสภาพถนนที่เปียกเพราะฝนหรือหิมะ

- Mercedes-AMG C 43 4MATIC รุ่นประกอบในประเทศราคา 4,310,000บาท

Mercedes-AMG E 534MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ

   ดีไซน์ภายนอกได้รับการออกแบบให้สะท้อนสมรรถนะที่เหนือกว่า ผ่านรูปลักษณ์ที่น่าหลงใหลและลายเส้นด้านข้างที่ดูทรงพลัง ฝากระโปรงและช่องพาวเวอร์โดม พร้อมตกแต่งกระจกมองข้างและขอบบานกระจกด้วยสีดำที่ช่วยเสริมความสปอร์ตขึ้นไปอีกขั้นท่อไอเสียแบบAMG Sport exhaust system ปลายท่อไอเสียคู่แบบ 2round twin tailpipe lookสปอยเลอร์ด้านหลังบน     ฝากระโปรงท้ายแบบ AMG Spoiler lipปลายสปอยเลอร์อันเป็นเอกลักษณ์ที่ช่วยเสริมคุณสมบัติด้านอากาศพลศาสตร์ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMGแบบ 5ก้านคู่ ขนาด 20” ตกแต่งด้วย       สีดำพร้อมเทคโนโลยีไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ไฟท้ายแบบ LED พร้อมเทคโนโลยี         ไฟเบอร์ออฟติกรวมถึงหลังคาพาโนรามิคซันรูฟเลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

   ดีไซน์ภายในมาพร้อมกับการตกแต่งห้องโดยสารด้วยวัสดุ Metal-weaveและ Black pianoเบาะที่นั่งหุ้มของเอเอ็มจีและตราสัญลักษณ์เอเอ็มจีด้วย ARTICO leatherตัดสลับ DINAMICA Microfibreเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน พวงมาลัยแบบAMG Performance steering wheel หุ้มหนัง nappaตกแต่งด้วย DINAMICA Microfibreที่เป็นพวงมาลัยนิรภัยพร้อมเพาเวอร์ปรับระดับด้วยไฟฟ้า แบบปรับน้ำหนักตามระดับความเร็ว เพิ่มความปลอดภัยด้วยระบบป้อนเข็มขัดนิรภัยอัตโนมัติ สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้า รวมถึงเพลิดเพลินกับระบบมัลติมีเดีย อย่าง       หน้าจอแสดงผลข้อมูลแบบ Digital widescreen cockpitระบบ MB Audio 20พร้อมจอแสดงผลขนาดใหญ่ 12.3นิ้วฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ  Apple CarPlay™และ Android Auto ระบบชาร์จมือถือแบบไร้สายระบบเสียงรอบทิศทางBurmester® surround sound systemรวมถึงระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ       64สี

   ด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยีMercedes-AMG E 53 4MATIC+ รุ่นประกอบในประเทศ มีระบบอีคิวบูสท์(EQ Boost)ที่ถูกใส่เข้ามาในรถยนต์รุ่นนี้เป็นครั้งแรก เพื่อช่วยในการออกตัวรถ และควบคุมการทำงานของระบบไฮบริดโดดเด่นด้วยระบบปรับรูปแบบการขับขี่แบบAMG DYNAMIC SELECTที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกใช้โหมดการขับขี่ให้สอดคล้องกับความต้องการได้ ซึ่งทำให้ผู้เป็นเจ้าของสามารถสัมผัสถึงการขับขี่แบบเร้าใจหรือการขับขี่แบบนุ่มสบายตลอดการเดินทางได้ในคันเดียวระบบกุญแจKEYLESS-GO พร้อมเปิด-ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติไม่ต้องใช้มือ(HAND-FREE ACCESS)ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATICแบบ2-Zones ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist)ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS (Active Light System)ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist)ระบบนำทาง (navigation system)ระบบขับเคลื่อน4 ล้อพร้อมเทคโนโลยีAMG Performance4MATIC+ระบบตรวจเช็คลมยาง (Tyre pressure monitoring system) รวมไปถึงระบบช่วงล่างแบบถุงลมAMG RIDE CONTROL+ Suspensionและยังมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถยนต์รุ่นประกอบในประเทศนี้อีกด้วย ได้แก่ ระบบเตรียมความพร้อมของรถยนต์ ระบบเช็คสภาพรถยนต์ ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ทางไกล ระบบโทรศัพท์ฉุกเฉินของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และระบบCommunication module (LTE)เพื่อเชื่อมต่อกับบริการ Mercedes me connect

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )