Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS THAILAND

NEW CARS THAILAND : โตโยต้า แนะนำ Toyota C-HR รุ่นปรับปรุงใหม่ เพิ่มสีขาวมุกหลังคาดำและดีไซน์ล้ออัลลอยใหม่

Tuesday, 05 February 2019 17:13

 

 

 

 

 

 

 

 

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำซับคอมแพคเอสยูวียอดนิยม Toyota C-HR รุ่นปรับปรุงใหม่  ที่เพิ่มทางเลือกให้หลากหลายด้วย สีขาวมุกหลังคาดำ พร้อมดีไซน์ล้ออัลลอยใหม่ ขนาด 17 นิ้ว เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2562

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำซับคอมแพคเอสยูวี Toyota C-HRรุ่นปรับปรุงใหม่ เพื่อตอบแทนลูกค้าทุกท่านที่ให้ความไว้วางใจ จนได้รับความนิยมและผลตอบรับเป็นอย่างดีทำให้มียอดขายสะสมตั้งแต่เปิดตัวในเดือนมีนาคม จนถึงเดือนธันวาคม 2561 รวมทั้งสิ้น 15,930* คันถือเป็นยอดขายสูงสุดของ รถซับคอมแพคเอสยูวีในประเทศไทย นอกจากผลการตอบรับที่ดีจากลูกค้าแล้วนั้น Toyota C-HR  ยังได้รับการโหวตอย่างเป็นเอกฉันท์จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และรถจักรยานยนต์ไทย (Thailand Automotive Journalists Association หรือ TAJA) ให้ได้รับรางวัล “รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2561” โดยผ่านการพิจารณาภายใต้หัวข้อ ด้านการออกแบบ ด้านสมรรถนะการขับขี่ ด้านความปลอดภัย ครบครันด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก นวัตกรรมเทคโนโลยี ความคุ้มค่า รวมไปถึงการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม  ยิ่งไปกว่านั้นยังถือเป็น รถซับคอมแพคเอสยูวีรุ่นแรกและรุ่นเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับรางวัลการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยระดับ 5ดาวจากการทดสอบการชนรถใหม่ในอาเซียน หรืออาเซียน เอ็นแคป (ASEAN NCAP)** ภายใต้การประเมินผลแบบใหม่สำหรับปีพ.ศ. 2560  – 2563อีกด้วย

   สำหรับ Toyota C-HR รุ่นปรับปรุงใหม่ ภายใต้แนวคิด “This is New Belief…มากกว่าทุกอย่างที่เคยเชื่อ” ได้เพิ่มทางเลือกคือ “สีขาวมุกหลังคาดำ พร้อมปรับเปลี่ยนดีไซน์ล้ออัลลอยใหม่ขนาด 17 นิ้วและปรับวัสดุ    หุ้มเบาะมาตรฐานเป็นเบาะหนังในทุกรุ่น”สำหรับสมรรถนะการขับขี่ Toyota C-HR ยังคงสร้างประสบการณ์ใหม่ด้วยการรวมเทคโนโลยีอันเป็นที่สุดของโตโยต้า เริ่มต้นจาก สถาปัตยกรรมยานยนต์ใหม่(Toyota New Global Architecture) ที่ออกแบบให้มี จุดศูนย์ถ่วงต่ำ ประกอบกับโครงสร้างตัวถังที่แข็งแกร่ง ทำให้ควบคุมการขับขี่ได้ดั่งใจ และช่วงล่างหลังอิสระ Double Wishbone Suspension ให้ความมั่นใจ คล่องตัว และนุ่มนวลในทุกการขับขี่ รวมทั้งการออกแบบห้องโดยสาร  ให้มีทัศนวิสัยที่ดีเยี่ยม ส่งผลให้ทุกองค์ประกอบเกิดประสิทธิภาพการทำงานสูงสุด นอกจากนี้ยังเพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐานโตโยต้าระดับโลก ได้แก่ ระบบไฮบริดเจนเนอเรชั่นที่ 4(4th Generation Hybrid) ที่ได้รับการพัฒนาให้มีประสิทธิภาพในการประหยัดน้ำมันสูงสุด มาตรฐานความปลอดภัยใหม่ระดับโลกของรถโตโยต้า (Toyota Safety Sense)ให้ความมั่นใจในทุกการเดินทาง และระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียว (Toyota T-Connect Telematics)

พิเศษสุดกับกิจกรรมทดลองใช้รถ Toyota C-HR ฟรี 7 วัน

   เพื่อสัมผัสประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่าของToyota C-HR กับการรวมเทคโนโลยีที่เป็นมาตรฐานระดับโลก ซึ่งสามารถตอบรับกับไลฟ์สไตล์ในแบบตัวคุณเองได้อย่างลงตัว บริษัทฯ จึงจัดกิจกรรมสุดพิเศษรับ Toyota C-HRไปทดลองขับและใช้งานจริง ฟรี 7 วันสามารถติดต่อสอบถามได้ที่ผู้แทนจำหน่ายฯ ที่ร่วมโครงการทั่วประเทศ และศูนย์ขับทดสอบรถยนต์ Toyota Driving Experience Park (บางนา กม.3)โดยผู้ร่วมกิจกรรมมีสิทธิ์ร่วมลุ้นรับ  C-HR I ADIDAS BACKPACK JAPAN LIMITED EDITION  มูลค่า 4,200บาท จำนวน 30  รางวัล อีกด้วย

   ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนเพื่อจองสิทธิ์ทดลองขับได้ที่ เว็บไซต์ www.toyota.co.th/c-hrได้ตั้งแต่วันที่  8กุมภาพันธ์  -  26เมษายน 2562สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมที่ call center  02-305-6767ในวันและเวลาทำการจันทร์ -ศุกร์ 08:00 – 17:00 น. ยกเว้นวันหยุดนักขัตฤกษ์

เลือกเป็นเจ้าของ TOYOTA C-HR 4 รุ่น 

Ž1.8 Entry                                  ราคา    979,000 บาท***

Ž1.8 Mid                                     ราคา    1,039,000 บาท***

ŽHV Mid                                     ราคา    1,069,000 บาท***

ŽHV Hi                                       ราคา    1,159,000 บาท***

***ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาเครื่องปรับอากาศและภาษีมูลค่าเพิ่มแล้ว

7 สี สำหรับเครื่องยนต์ไฮบริด

 (Premium Red/Black Roof, Blue Metallic/Black Roof, Radiant Green Metallic/Black Roof,

White Pearl Crystal/ Black Roof,White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic, Attitude Black Mica)

และ 4 สี สำหรับเครื่องยนต์เบนซิน

(White Pearl Crystal/ Black Roof, White Pearl Crystal, Metal Stream Metallic, Attitude Black Mica) 

- เครื่องยนต์ไฮบริด สำหรับสีพิเศษได้แก่ Premium Red, Blue Metallic และ Radiant Green Metallic พร้อมหลังคาสีดำ และ                    

  สี White Pearl Crystal เพิ่ม 10,000 บาท

- สีWhite Pearl Crystal พร้อมหลังคาสีดำเพิ่ม 15,000 บาท

   สัมผัส Toyota C-HR รุ่นปรับปรุงใหม่ ที่ศูนย์ขับทดสอบรถยนต์ Toyota Driving Experience Park (บางนา กม.3) และโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

ติดตามข้อมูลข่าวสาร ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่

www.toyota.co.th

Facebook:Toyota Motor Thailand

LINE ID: @ToyotaThailand

 
 

NEW CARS THAILAND : โตโยต้า แนะนำ วีออส “รุ่นปรับปรุงใหม่” ความคุ้มค่าที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์

Friday, 01 February 2019 19:37

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์นั่งขนาดเล็กโตโยต้าวีออสรุ่นปรับปรุงใหม่ ที่มาพร้อมmujกสดหกสด กับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและฟังก์ชั่นความปลอดภัยที่ครบครัน พร้อมด้วยสมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม และความคุ้มค่าที่สมบูรณ์แบบ ตอบโจทย์ในทุกไลฟ์สไตล์การใช้งานได้อย่างลงตัว เมื่อวันที่ 1กุมภาพันธ์ 2562

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัดแนะนำรถยนต์นั่งขนาดเล็ก วีออส รุ่นปรับปรุงใหม่    ที่ปรับเปลี่ยนภายใต้แนวคิด “NEW VIOS SUPER SPEC” โดยเพิ่มสเปคใหม่เพื่อเน้นความสะดวกสบายและความปลอดภัยในการขับขี่ ด้วยไฟตัดหมอกหน้าแบบ LED  กล้องบันทึกภาพหน้ารถ วัสดุหุ้มเบาะหนังสังเคราะห์     สีดำ ที่ให้ความรู้สึกสปอร์ต และเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส พร้อม Bluetooth และฟังก์ชัน T-Link ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย เหมาะสำหรับการขับขี่ระยะใกล้และไกล และยังคงไว้ด้วยรูปลักษณ์ดีไซน์ภายนอกและภายในที่สวยสะดุดตา สมรรถนะการขับขี่ที่ยอดเยี่ยม  พร้อมระบบความปลอดภัยมาตรฐานแบบครบครัน โดยมีทางเลือกทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ High Mid และ Entry

   วีออส  รุ่นปรับปรุงใหม่...ครบครันด้วยฟังก์ชันการใช้งานที่สะดวกสบาย ล้ำสมัย

รุ่น High...สปอร์ต สะดวกสบาย และปลอดภัยในทุกการขับขี่

 ภายนอก

-          ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อม LEDLight Guiding และ Daytime Running Lights...เพิ่มความสปอร์ตในทุกมุมมองด้านหน้าส่องสว่าง กว้างไกลยิ่งขึ้น

-          ไฟตัดหมอกหน้าLED...ล้ำสมัยเพิ่มทัศนวิสัยการขับขี่ให้คมชัด

-          ล้ออัลลอย 16นิ้ว...ดีไซน์สปอร์ต คมเข้ม

 ภายใน

-          กล้องบันทึกภาพหน้ารถ...เก็บภาพทุกความเคลื่อนไหว ช่วยให้มั่นใจทุกครั้งในการออกเดินทาง

-          เบาะหนังสีดำ...พรีเมียม หรูหรา

-          เบาะนั่งคู่หน้าทรงสปอร์ต ...โอบกระชับ รองรับทุกสรีระของผู้ขับขี่  

-          ระบบสตาร์ท(Push Start) และระบบเปิดประตูอัจฉริยะ (Smart Entry)...สตาร์ทเครื่องยนต์เพียงปลายนิ้วสัมผัส และควบคุมการล็อก-ปลดล็อกประตูอย่างง่ายดาย

-          เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส พร้อม Bluetoothและฟังก์ชัน T-Link...เชื่อมต่อแอปพลิเคชั่นนำทาง และฟังเพลงออนไลน์ รองรับทั้งระบบ iOS และ Android

-          กล้องมองหลังและสัญญาณกะระยะถอยหลัง...เพิ่มความมั่นใจ ถอยจอดได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น

รุ่น Mid...คุ้มค่าครบทุกฟังก์ชันการใช้งาน

 ภายนอก

-          ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อม LEDLight Guiding และ Daytime Running Lights...

เพิ่มความสปอร์ตในทุกมุมมองด้านหน้าส่องสว่าง กว้างไกลยิ่งขึ้น

-          ไฟตัดหมอกหน้า...เพิ่มวิสัยทัศน์การขับขี่ แม้ขณะฝนตกหรือหมอกจัด

 ภายใน

-          เบาะหนังสังเคราะห์สีดำ...สปอร์ตหรูหรา   

-          สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย...สั่งงานได้ง่ายสะดวกสบายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

-          ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ...เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน

-          เครื่องเสียงหน้าจอสัมผัส พร้อม Bluetoothและฟังก์ชัน T-Link...เชื่อมต่อแอปพลิเคชั่นนำทางและฟังเพลงออนไลน์ รองรับทั้งระบบ iOS และ Android

-          กล้องมองหลัง...ช่วยเพิ่มมุมมองการถอยรถจอดได้อย่างแม่นยำ มั่นใจยิ่งขึ้น

 รุ่น Entry...ระบบความปลอดภัยมาตรฐานครบครัน

-          เครื่องยนต์ 2NR-FBE DUAL VVT-i DOHC 1,500 ซีซี ...รองรับการใช้งานได้เต็มสมรรถนะ

-          เกียร์อัตโนมัติ CVT 7 สปีด พร้อม Sequential shift...ให้ทุกการขับขี่ ราบรื่นกว่าที่เคย

-          ระบบABS, EBD, BA, VSC และ TRC...ปลอดภัยเต็มมาตรฐาน ให้คุณอุ่นใจทุกการเดินทาง

-          ถุงลมเสริมความปลอดภัย  SRS 2 ตำแหน่ง

-          ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer…ป้องกันการปลอมแปลงกุญแจ ไม่สามารถสตาร์ทเครื่องยนต์ได้เมื่อรหัสกุญแจ และเครื่องยนต์ไม่ตรงกัน

เลือกเป็นเจ้าของ วีออส 3รุ่น และ 6สี

(Red Mica Metallic/ Super White/ Silver Metallic/Gray Metallic/ Attitude Black Mica/ Quartz Brown Metallic)

ŽEntry                เกียร์อัตโนมัติ               ราคา    609,000 บาท*

ŽMid                   เกียร์อัตโนมัติ               ราคา    699,000 บาท*

ŽHigh                 เกียร์อัตโนมัติ               ราคา    789,000 บาท*

*ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน

   เชิญสัมผัสและทดลองขับรถยนต์วีออส “รุ่นปรับปรุงใหม่” ที่ศูนย์ขับทดสอบรถยนต์ Toyota Driving Experience Park (บางนา กม.3) และโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้าทั่วประเทศ

 ติดตามข้อมูลข่าวสาร ศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์และกิจกรรมการตลาดเพิ่มเติมได้ที่

www.toyota.co.th

Facebook Toyota Motor Thailand

LINE ID: @ToyotaThailand                                      

 
 

NEW CARS THAILAND : ซูซูกิ สร้างปรากฏการณ์ Way of Life! ครั้งใหม่ ส่ง All New Suzuki ERTIGA รถยนต์ 7 ที่นั่ง เขย่าตลาดประเทศไทย “Unlock Your Life…ปลดล็อกอีกด้านของชีวิต” สนองทุกไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของคุณ

Wednesday, 06 February 2019 19:59

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)จำกัด สร้างปรากฏการณ์ Way of Life! ครั้งใหม่ เปิดตัว All New Suzuki ERTIGA อย่างเป็นทางการ ในประเทศไทย เขย่าตลาดรถยนต์อย่างร้อนระอุ นำเสนอดีไซน์และฟังก์ชั่นที่มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์ที่แตกต่างของกลุ่มเป้าหมาย ชูจุดเด่นการเป็นรถยนต์ 7 ที่นั่ง ที่มอบสมรรถนะ  การขับขี่ที่ทรงพลังและความปลอดภัย พร้อมที่จะนำคุณ Unlock Your Life ปลดล็อกอีกด้าน ของชีวิต ทะยานสู่เส้นทางที่สนุกเร้าใจยิ่งกว่า คาดสิ้นปี มียอดขายทะลุ 2,500 คัน

   นายมิโนรุ อามาโนะ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)จำกัด เปิดเผยว่า “ซูซูกิ เดินหน้าตอกย้ำปรัชญาของแบรนด์ Suzuki…Way of Life! ด้วยการพัฒนายานยนต์ที่เปี่ยมด้วยคุณภาพรุ่นใหม่ๆ เพื่อให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง ซึ่งรถยนต์แต่ละรุ่นสามารถสร้างจุดเปลี่ยนสำคัญให้เกิดขึ้นในแวดวงยานยนต์ระดับโลก โดยเฉพาะความโดดเด่น  ของเทคโนโลยี เครื่องยนต์ ตลอดจนแพลตฟอร์มใหม่ที่ช่วยยกระดับยนตรกรรมขึ้นไปอีกขั้น อาทิ เทคโนโลยีหัวฉีดคู่ DUALJET และแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT ซึ่งนับเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิที่ช่วยเพิ่ม    ทั้งสมรรถนะและความปลอดภัย  สิ่งเหล่านี้ ล้วนเป็นปัจจัยสำคัญและผลักดันให้ซูซูกิทั่วโลกมีอัตราการเติบโตอย่างก้าวกระโดด ในปีที่ผ่านมา ซูซูกิสามารถสร้างการเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 5% ทั่วโลก   และในประเทศไทย ซูซูกิสามารถส่งมอบรถยนต์ให้กับลูกค้าได้ถึง 28,500คัน เพิ่มขึ้น 14% เมื่อเปรียบเทียบกับปี พ.ศ. 2560

   Suzuki ERTIGA เจนเนอร์เรชั่นแรกที่ได้เปิดตัวเมื่อปี พ.ศ. 2555 คืออีกหนึ่งความสำเร็จที่สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของซูซูกิในการนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ ที่ได้รับการยอมรับ และสามารถสร้างยอดขายสะสมจนถึงปัจจุบันได้กว่า 732,000 คันทั่วโลก  และ Suzuki ERTIGA เจนเนอเรชั่นที่ 2 ถือเป็นก้าวสำคัญของการยกระดับ ERTIGA ให้ก้าวล้ำไปกว่าเดิม  เราพร้อมนำเสนอรถยนต์ 7 ที่นั่งคันนี้ และเราได้ Repositioning ควบคู่ไปกับการดำเนินกลยุทธ์ด้านการตลาดตามแผนปี พ.ศ. 2562  เพื่อให้รถยนต์รุ่นใหม่ของเราเป็นที่ยอมรับและดึงดูดความสนใจของกลุ่มลูกค้า ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่กำลังสร้างอนาคตของตัวเองร่วมกับคนใกล้ตัว  และเรามั่นใจว่า All New Suzuki ERTIGA รถยนต์ 7 ที่นั่งเจนเนอเรชั่นใหม่คันนี้                จะเติมเต็มความสมบูรณ์แบบ ด้วยสัมผัสแห่งดีไซน์การออกแบบที่เหนือชั้น  และสร้างความตื่นเต้นเร้าใจให้แก่ผู้ขับขี่ ปลดล็อกอีกด้านของชีวิต สู่ด้านที่เต็มไปด้วยสีสันของความสนุกสนานในการใช้ชีวิต”

   นายชูจิ โออิชิ ผู้บริหารระดับสูงจาก บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่นกล่าวว่า “ในปี 2561 ที่ผ่านมา ซูซูกิสามารถบรรลุเป้าหมายด้วยยอดขายกว่า 3.3 ล้านคันทั่วโลก  ซูซูกิในฐานะผู้ผลิตรถยนต์ Compact Car อันดับ 1 ได้เดินหน้าทำการผลิตและส่งมอบรถยนต์ที่ประหยัดน้ำมันและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ ซูซูกิยังได้รับการยอมรับจากทั่วโลกในฐานะผู้ผลิตยานยนต์                ที่มีความหลากหลาย ครบทุกประเภทการใช้งาน ไม่เพียงแต่จะมีรถยนต์คอมแพ็คคาร์แบบซีดานและแฮทช์ แต่ยังมีคอมแพ็คเอสยูวี รถบรรทุกเพื่อการพาณิชย์ขนาดเล็ก เช่น CARRY และรถยนต์ 7 ที่นั่ง                        เช่น ERTIGA ซึ่งจะได้เปิดตัวในวันนี้ และในปี พ.ศ. 2563จะเป็นปีที่ครบรอบ 100 ปีของซูซูกิ เรายังคงพัฒนาสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์และการบริการให้ดียิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ซูซูกิเป็นที่รักและน่าเชื่อถือสำหรับลูกค้าทุกท่านต่อไป”

   นายซาโตชิ คาซาฮาระ หัวหน้าวิศวกรของ All New Suzuki ERTIGA เจนเนอเรชั่นใหม่ บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น ประเทศญี่ปุ่น กล่าวว่า “All New Suzuki ERTIGA ถูกพัฒนาขึ้น  ให้เป็นรถ 7 ที่นั่ง ที่มีสไตล์และให้อารมณ์การขับขี่ที่พร้อมปลดล็อกอีกด้านของชีวิตให้โลดแล่นไปสู่     ทุกเส้นทางการออกแบบตัวรถภายนอกตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) พร้อมด้วยเส้นสายดีไซน์โฉบเฉี่ยวโดดเด่นด้านข้างตัวรถ ให้ความรู้สึกโฉบเฉี่ยวเร้าใจ ทันสมัย สะกดสายตา  กระจังหน้าโครเมี่ยม ไฟหน้าโปรเจ็คเตอร์ดูดุดันเข้ากับเส้นสายการออกแบบด้านหน้า เสริมด้วยไฟตัดหมอกทรงกลม  สะดุดตาด้วยไฟท้าย LED และล้ออลูมิเนียมอัลลอยขนาด 15 นิ้ว  

   ภายในออกแบบให้ดูเรียบหรู ใช้วัสดุคุณภาพสูง และเส้นสายการออกแบบให้ความรู้สึกหรู เหนือกว่าด้วยพื้นที่ภายในห้องโดยสารขนาด 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่กว้างขวาง โปร่งสบาย สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ให้ใช้งานได้อย่างเต็มที่ ท้าทายทุกการขับขี่ด้วยพวงมาลัย D-shape ที่ออกแบบมาเป็นพิเศษเพิ่มพื้นที่วางขามากขึ้น พร้อมฟังก์ชั่นเชื่อมต่อโทรศัพท์ด้วยบลูทูธ  เพิ่มความรู้สึกเรียบหรูแต่ดุดันด้วยคอนโซลลายไม้ อัดแน่นด้วยอุปกรณ์ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกสบาย อาทิ ช่องเชื่อมต่อ USB ช่องจ่ายไฟสำรอง 12Vถึง 2 ตำแหน่ง สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยระบบ Keyless Entry และ Keyless Push Start   สัมผัสกับความเย็นสบายตลอดการเดินทางด้วยระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารแถวหลัง พร้อมช่องวางเครื่องดื่มที่สามารถรักษาอุณหภูมิความเย็นของเครื่องดื่มได้นานยิ่งขึ้น

   All New Suzuki ERTIGAทรงพลังด้วยสมรรถนะการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ K15B 1.5 ลิตร   ให้กำลังสูงสุดถึง 105/6,000 (แรงม้า/รอบต่อนาที) มาพร้อมแพลตฟอร์มใหม่ HEARTECT เทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิที่ช่วยเพิ่มทั้งสมรรถนะและความปลอดภัย ช่วงล่างทำจากเหล็ก High Tensile     เชื่อมเป็นหนึ่งเดียวกัน เพื่อความแข็งแกร่งและปลอดภัยอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทนทานด้วยโครงสร้างตัวถัง TECT ออกแบบจากเหล็กกล้าทำให้ทนทานต่อการสึกหรอ ระบบ NVH ให้การขับขี่นุ่มนวล ดูดซับแรงสั่นสะเทือน พร้อมลดเสียงรบกวนตลอดเส้นทาง มั่นใจในความปลอดภัยด้วยระบบถุงลมนิรภัย SRS      คู่หน้า ระบบเบรก ABS ช่วยป้องกันไม่ให้ล้อล็อกขณะเบรกกะทันหัน พร้อมระบบ EBD ช่วยกระจาย    แรงเบรกได้อย่างสมดุล ระบบ ESP ที่ช่วยควบคุมเสถียรภาพการทรงตัวให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ รวมทั้งระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน และมีจุดยึดเบาะนั่งนิรภัย ISOFIX และ Top tether สำหรับเด็กอีกด้วย”

   นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลาด บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย)จำกัด เปิดเผยว่า “สำหรับ All New Suzuki ERTIGA เจนเนอเรชั่นนี้ เราต้องการสร้าง            ให้เป็นปรากฎการณ์ครั้งใหม่ สู่กลุ่มเป้าหมายที่กว้างขึ้นครอบคลุมคนรุ่นใหม่ที่ให้ความสำคัญกับครอบครัวและในขณะเดียวกันยังคงให้ความสำคัญกับการใช้เวลาร่วมกับกลุ่มเพื่อนด้วยเช่นกัน และมองหารถที่มีดีไซน์ทันสมัย เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชั่น เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และกิจกรรมในรูปแบบต่างๆ ของตัวเองและคนรอบข้าง โดยการเปิดตัวครั้งนี้ เราได้ใช้ช่องทางการสื่อสารที่ครอบคลุม โดยเน้นการทำคอนเทนต์และกิจกรรมที่สอดรับกับไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ซึ่งเน้นการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างรวดเร็วเราเชื่อมั่นว่าจากแผนกลยุทธ์ที่มีความต่อเนื่องและสร้างสีสัน                       ความแปลกใหม่ตลอดทั้งปี จะทำให้มีรถรุ่นนี้มียอดขายถึงกว่า 2,500 คัน

   พร้อมกันนี้ ซูซูกิจัดสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าที่ทดลองขับ All New Suzuki ERTIGA ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิ   ทั่วประเทศ รับบัตรชมภาพยนตร์จำนวน 2 ที่นั่ง ตั้งแต่วันที่ 6 กุมภาพันธ์ - 30 เมษายน 2562

   มผัสประสบการณ์การขับขี่ครั้งใหม่ “Unlock Your Life…ปลดล็อกอีกด้านของชีวิต”   กับความเร้าใจของ All New Suzuki ERTIGA ที่มีให้เลือกทั้งหมด 4 สี ได้แก่ Radian Red, Magma Grey, Pearl White Snow และ Prime Cool Black โดยมี 2 รุ่น คือ GL (AT) และ GX (AT)                พร้อมกันได้แล้ววันนี้ ที่โชว์รูมรถยนต์ซูซูกิกว่า 121 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ

ช่องทางติดต่อทางออนไลน์

http://www.suzuki.co.th

https://www.facebook.com/officialsuzukimotorthailand

ช่องทางติดต่อทาง Call Center

โทรศัพท์พื้นฐาน    โทร 1800-600-900  

โทรศัพท์เคลื่อนที่   โทร 1401-600-900

 
 

NEW CARS THAILAND : เมอร์เซเดส-เบนซ์ ประเดิมศักราชใหม่ เปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตหรู Mercedes-Benz CLS รุ่นประกอบในประเทศ

Tuesday, 22 January 2019 09:57

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด ตอกย้ำความเป็นอันดับหนึ่งวงการรถยนต์หรูในประเทศไทยเปิดตัวยนตรกรรมสปอร์ตสุดหรูรุ่นล่าสุดที่ประกอบในประเทศ อย่าง Mercedes-Benz CLS300d AMG Premiumที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และดีไซน์อันงดงามที่จะช่วยเสริมรากฐาน และเอกลักษณ์ของรถยนต์ตระกูลนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น พร้อมนำเสนอในราคา 4,390,000 บาทผู้สนใจสามารถเยี่ยมชมพร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 32แห่งทั่วประเทศ

   มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาดบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย)จำกัด กล่าวว่า “การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่หลากหลายและครอบคลุม   ทุกเซกเมนต์ถือเป็นหนึ่งในแนวทางการดำเนินงานที่ทำให้เมอร์เซเดส-เบนซ์ประสบความสำเร็จ และได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าให้เป็นอันดับหนึ่งในตลาดรถยนต์หรูมาโดยตลอด โดยในปีพ.ศ. 2561ที่ผ่านมา เราได้มีการนำเสนอยนตรกรรมรุ่นประกอบในประเทศไทยเพื่อเป็นการมอบทางเลือกที่หลากหลายขึ้นให้กับลูกค้าทุกท่านทั้งหมดถึง 7รุ่นย่อย ทั้งจากตระกูล Mercedes-Benzและรถยนต์สปอร์ตสมรรถนะสูง Mercedes-AMGซึ่งในครั้งนี้ทางบริษัทฯ ยังคงไม่หยุดยั้งที่จะสานต่อแนวทางดังกล่าว และเปิดศักราชใหม่ด้วยการเปิดตัวรถยนต์ในกลุ่ม ดรีมคาร์ (Dream Car) อย่างMercedes-Benz CLS300d AMG Premiumรุ่นประกอบในประเทศสุดยอดยนตรกรรมสปอร์ต ที่มาพร้อมเทคโนโลยีที่ล้ำสมัยและดีไซน์อันงดงามที่จะช่วยเสริมรากฐานและเอกลักษณ์ของรถยนต์ตระกูลนี้ให้แข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น พร้อมตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าผู้ชื่นชอบความหรูหราสไตล์สปอร์ตได้เป็นอย่างดี”

   “Mercedes-Benz CLS300d AMG Premiumรุ่นประกอบในประเทศเป็นรถยนต์สปอร์ตคูเป้ 4 ประตูรุ่นใหม่ ที่มาพร้อมกับดีไซน์ที่น่าหลงใหลเหนือระดับ สะท้อนแนวคิดของการออกแบบรถยนต์ในแบบฉบับของเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ โฉบเฉี่ยวด้วยไฟหน้า MULTIBEAM LED และเสริมความมั่นใจให้กับผู้ขับขี่ด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยี ความปลอดภัยต่างๆ อาทิ ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Active Distance Assist DISTRONIC) ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist) หรือระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist)เป็นต้น ที่พร้อมเป็นเสมือนผู้ช่วยในการขับขี่อัจฉริยะตลอดระยะเวลาที่อยู่บนท้องถนนโดยผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมพร้อมสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั้ง 32แห่ง           ทั่วประเทศ”มร. ฟรังค์กล่าวปิดท้าย

ข้อมูลผลิตภัณฑ์ Mercedes-BenzCLS300d AMG Premium รุ่นประกอบในประเทศ

สำหรับ ดีไซน์ภายนอกมีจุดเด่นอยู่ที่ชุดไฟหน้าแบบ MULTIBEAM LED ดีไซน์ใหม่และกระจังหน้าแบบ diamond grille ที่มีเส้นตัดแบ่งเส้นเดียวอันเป็นเอกลักษณ์ของรถยนต์แบบคูเป้ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมเส้นสายที่ดูกว้างและมีลักษณะทอดตัวลงไปที่พื้น คล้ายกับลักษณะของ Mercedes-AMG GTนอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับหลังคาซันรูฟเลื่อนเปิด – ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า,กันชนหน้า – หลัง และสเกิร์ตข้างดีไซน์สปอร์ตจาก AMG,สัญลักษณ์Mercedes-Benzบนคาลิปเปอร์เบรก,ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMGแบบ 5ก้านคู่ ขนาด 19", ยางรถยนต์แบบ Run-flat tyresและไฟท้ายแบบLEDพร้อมเทคโนโลยีไฟเบอร์ออฟติก

ดีไซน์ภายในห้องโดยสารนั้นหรูหราเรียบง่าย แต่เพิ่มความพิเศษด้วยการติดตั้งไฟประดับที่ช่องลมของเครื่องปรับอากาศ เพื่อเสริมรูปลักษณ์ของช่องลมที่ดูคล้ายเครื่องยนต์ของเครื่องบินเจ็ทให้ดูโดดเด่นและสวยงามมากยิ่งขึ้นพร้อมเสริมลูกเล่นด้วยการเปลี่ยนสีเมื่อมีการปรับอุณหภูมิ รวมถึงการออกแบบแผงหน้าปัดสำหรับผู้ขับขี่แบบดิจิทัล ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกรูปแบบการแสดงผลของแผงหน้าปัดได้ 3แบบเพื่อให้เหมาะกับความรู้สึกขณะขับขี่ หรือให้เข้ากับการตกแต่งภายในห้องโดยสาร

นอกจากนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ได้มีการออกแบบเบาะที่นั่งสำหรับรถยนต์ตระกูลซีแอลเอสให้มีการจัดวางเบาะที่นั่งเป็นแบบ 5ที่นั่งโดยมีวัสดุหุ้มเบาะเป็นหนัง nappa และฝีเข็มสำหรับทั้งเบาะที่นั่งคู่หน้าและเบาะที่นั่งตอนหลังที่อยู่ในตำแหน่งตรงกับเบาะที่นั่งตอนหน้าถูกจัดวางให้เหมือนกันทุกประการเพื่อสร้างความรู้สึกให้คล้ายกับรถสปอร์ต 1 ที่นั่ง เบาะที่นั่งตอนหลังยังสามารถพับลงแบบ 40/20/40 ได้,เบาะที่นั่งคู่หน้าสามารถปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ,พวงมาลัยเพาเวอร์แบบมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต 3ก้านท้ายตัดที่ปรับน้ำหนักตามความเร็วรถด้วยระบบไฟฟ้า หุ้มหนัง nappaพร้อมปุ่มควบคุมแบบTouch Control, ระบบAUDIO 20 GPS และหน้าจอแสดงผลข้อมูลแบบ Digital widescreen cockpitขนาด 12.3นิ้ว,ระบบควบคุมและสั่งงานด้วย touchpad,กาบบันไดเรืองแสงพร้อมสัญลักษณ์ Mercedes-Benz, ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต อีกทั้งยังสามารถเลือกสีของไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารได้ถึง 64สี (Premium ambient lighting)

ด้านความปลอดภัยและเทคโนโลยีโดดเด่นด้วยระบบปรับรูปแบบการขับขี่ DYNAMIC SELECT ซึ่งทำให้ผู้เป็นเจ้าของสามารถสัมผัสถึงการขับขี่แบบเร้าใจหรือการขับขี่แบบนุ่มสบายตลอดการเดินทางได้ในคันเดียว,ระบบกุญแจKEYLESS-GO พร้อมระบบเปิด - ปิดฝากระโปรงท้ายอัตโนมัติโดยไม่ต้องใช้มือ (HAND-FREE ACCESS),ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า(Head-up display),ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMATICแบบ 2 โซน,ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ (PRE-SAFE®system), โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ESP®(Electronic Stability Program), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration skid control), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อกABS(Anti-lock braking system), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชัน HOLD และ Hil-Start Assist, ระบบไฟเบรกกระพริบฉุกเฉิน (Adaptive brake light), ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist),ระบบช่วยรักษาระยะห่างจากรถที่อยู่ด้านหน้า (Active Distance Assist DISTRONIC), ระบบช่วยเตือนเมื่อมีรถอยู่ในจุดอับสายตา (Blind Spot Assist), ระบบรักษาระดับความเร็ว (Cruise Control), ระบบจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), ระบบเตือนเพื่อนำรถเข้าสู่ศูนย์บริการ (ASSYST service interval indicator), ระบบเตือนแรงดันลมยาง (tyre pressure loss warning system), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่(ATTENTION ASSIST), ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist),ระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย ALS (Active Light System),ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Parking Pilot including Active Parking Assist),เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC), ระบบนำทาง (navigation system), ระบบเสียงรอบทิศทาง Burmester® Surround Sound System, ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือ Apple CarPlay™ & Android Auto, ระบบBluetoothสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ และกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง

   Mercedes-BenzCLS300d AMG Premium รุ่นประกอบในประเทศ มาพร้อมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 9จังหวะ 9G-TRONICและระบบเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Steering-wheel Gearshift Paddles)ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมแรงเหวี่ยงจากการทำงานของเครื่องยนต์ให้ต่ำลงช่วยให้สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

Mercedes-Benz CLS 300 d AMG Premiumรุ่นประกอบในประเทศ ราคา 4,390,000 บาท

 
 

NEW CARS THAILAND : ฮอนด้า เผยขุมพลังขับเคลื่อนใหม่ ใน “ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10” เตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เร็วๆ นี้

Friday, 18 January 2019 18:35

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เผยขุมพลังขับเคลื่อนใหม่ใน ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10ได้แก่ เครื่องยนต์ขนาด 1.5ลิตร Di VTEC TURBO ใหม่ที่ทรงพลังเหนือกว่าเครื่องยนต์ 2.4ในรุ่นเดิม ให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม และเครื่องยนต์ขนาด2.0ลิตรที่มาพร้อมระบบ Sport Hybrid i-MMD ใหม่นับเป็นยนตรกรรมพรีเมียมซีดานที่สะท้อนอัตลักษณ์ของแบรนด์ฮอนด้าอย่างชัดเจน ด้วยดีไซน์ภายนอกและภายในที่ผสานความหรูหราสง่างามกับความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังเหนือระดับ  และเทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING)พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับพรีเมียม อาทิ ระบบกล้องส่องภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System) ระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System)เป็นต้น สร้างกระแสต่อเนื่องหลังจากการตอบรับที่ดีเยี่ยมกับการเผยโฉมครั้งแรกในประเทศไทยที่งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 35หรือ The 35th Thailand International Motor Expo 2018ที่ผ่านมา  โดยเตรียมเปิดตัวอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เร็วๆ นี้

   ฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชั่นที่ 10 เปิดตัวในสหรัฐอเมริกาเป็นประเทศแรก เมื่อปี 2560 และสามารถคว้ารางวัลเกียรติยศจากสถาบันชั้นนำด้านยานยนต์ในตลาดสำคัญทั่วโลก ทั้งสหรัฐอเมริกา แคนาดา และยุโรป ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความโดดเด่นทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ ภาพลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียม ความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของพรีเมี่ยมซีดานรุ่นนี้ รวมทั้งตอกย้ำความเชื่อมั่นของลูกค้าและการยอมรับจากผู้เชี่ยวชาญในวงการรถยนต์ที่มีต่อฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชั่นที่ 10ทั้งในด้านดีไซน์ สมรรถนะการขับขี่ ภาพลักษณ์ความสปอร์ตพรีเมียมและความคุ้มค่าในการเป็นเจ้าของได้เป็นอย่างดี

แนวคิดการออกแบบ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10

   ฮอนด้า แอคคอร์ด เจเนอเรชั่นที่ 10 ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิดหลัก “Absolute Confidence” เพื่อสร้างมาตรฐานยนตรกรรมพรีเมียมซีดานให้เหนือระดับไปอีกขั้น โดยมีหลัก 3ประการในการพัฒนา ได้แก่

1)      Dynamics- ความปราดเปรียว โฉบเฉี่ยว ทั้งในด้านดีไซน์ และสมรรถนะการขับขี่

2)      Captivating– ความมีเสน่ห์และน่าดึงดูดของรถยนต์ที่มาพร้อมเทคโนโลยีอันล้ำสมัย

3)      Upscale – ยกระดับคุณภาพการพัฒนายนตรกรรม ให้สง่างาม และเหนือระดับเกินคลาส

การออกแบบภายนอก

   รูปลักษณ์ของฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10 นับเป็นการปฏิวัติดีไซน์จากทุกรุ่นที่ผ่านมาอย่างชัดเจน ด้วยการผสานความหรูหราสง่างามกับความสปอร์ตไว้อย่างลงตัว  โดดเด่นด้วยรูปแบบที่เรียบง่ายแต่ประณีตในทุกรายละเอียด เส้นสายที่ปราดเปรียวและเฉียบคม สะท้อนความหรูหราและสปอร์ตมากกว่าที่เคยมีมา และเป็นครั้งแรกกับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง ที่เรียกว่า Laser Blaze ในการออกแบบตัวถัง เพื่อลดรอยต่อบริเวณหลังคารถและตัวถัง สะท้อนความสปอร์ตพรีเมียมของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ ให้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

การออกแบบภายใน

   ห้องโดยสารของ ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ เจเนอเรชั่นที่ 10ได้รับการออกแบบให้กว้างขวาง สะดวกสบาย
มากยิ่งขึ้น ด้วยการใช้โครงสร้างเส้นแนวนอน เพื่อทำให้บริเวณคอนโซลกลางโปร่งโล่ง และส่งผลให้มีพื้นที่ช่วงขามากขึ้น อีกทั้งมอบทัศนวิสัยที่ดีในการขับขี่ ผสมผสานความสปอร์ตและพรีเมียมไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมด้วยฟังก์ชั่นและเทคโนโลยีอันล้ำสมัย อาทิ ระบบแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Head Up Display : HUD) และระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้วแบบ Advanced Touchรองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlayและระบบสั่งการด้วยเสียงSIRIเป็นต้น

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

   ฮอนด้า แอคคอร์ด ใหม่ มาพร้อมขุมพลังขับเคลื่อนที่สปอร์ตเร้าใจ 2รุ่น ได้แก่

·       เครื่องยนต์ขนาด 1.5 ลิตร Di VTEC TURBO เครื่องยนต์เทอร์โบรุ่นใหม่ มาพร้อมระบบระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง ดีขึ้นกว่า 10% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์เบนซินขนาด 2.4 ลิตร ใน ฮอนด้า แอคคอร์ด รุ่นเดิม และยังคงไว้ซึ่งอัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม รองรับพลังงานทางเลือก E85

·       เครื่องยนต์ขนาด 2.0 ลิตร Atkinson-Cycle DOHC i-VTEC 4สูบ 16วาล์ว ที่มาพร้อมระบบ Sport Hybrid Intelligent Multi Mode Drive (i-MMD)ซึ่งเป็นระบบ Full Hybrid ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ผสานกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่ทรงพลัง 2ตัว พร้อมด้วยเกียร์อัตโนมัติอัตราทดแปรผันต่อเนื่องไฟฟ้า
(E-CVT) และแบตเตอรี่ลิเธียม-ไอออน คงไว้ซึ่งสมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลังและให้อัตราการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม อีกทั้งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ด้วยการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำ

มาตรฐานด้านความปลอดภัย

   เหนือระดับด้วยอีกขั้นของ เทคโนโลยีความปลอดภัยอัจฉริยะ “ฮอนด้า เซนส์ซิ่ง” (Honda SENSING) ซึ่งมาพร้อมระบบความปลอดภัยที่ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น เพื่อความปลอดภัยของทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถ รวมถึงเพื่อนร่วมทางบนท้องถนนในทุกการเดินทางได้แก่

-      ระบบเตือนการชนรถและคนเดินถนนพร้อมระบบช่วยเบรก(Collision Mitigation Braking System: CMBS)

- ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบแปรผันพร้อมระบบปรับความเร็วตามรถยนต์คันหน้าที่ความเร็วต่ำ (Adaptive Cruise Control with Low-Speed Follow: ACC with LSF)

-      ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Assist System: LKAS)

-    ระบบเตือนและช่วยควบคุมเมื่อรถออกนอกช่องทางเดินรถ (Road Departure Mitigationwith Lane Departure Warning : RDM with LDW)

-      ระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Auto High-Beam: AHB)

   พร้อมด้วยมาตรฐานความปลอดภัยระดับพรีเมียมที่จะติดตั้งในรุ่นที่จะทำการจำหน่ายในประเทศไทย อาทิ

·       ระบบกล้องส่องภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System)

·       ระบบช่วยจอดอัจฉริยะพร้อมระบบช่วยเบรก (Honda Smart Parking Assist System)

·       ระบบเตือนเมื่อรถยนต์เคลื่อนผ่านขณะถอย (Cross Traffic Monitor)

 
 

ฮุนไดมอบรถยนต์ไอออนิค อิเล็คทริกให้กับผู้ชนะมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018

Tuesday, 18 September 2018 17:42

   มร.โตชิฮิเดะ อาโนะ ประธานบริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัดพร้อมด้วยผู้บริหาร ร่วมแสดงความยินดีและมอบรางวัล รถยนต์ฮุนไดไออนิค อิเล็กทริก มูลค่า 1,749,000 บาท ให้แก่ น.ส. นิโคลีน พิชาภา ลิมศนุกาญจน์  ผู้ได้รับตำแหน่งมิสไทยแลนด์เวิลด์ 2018 ณ พาลาเดี่ยม ฮอลส์ โรงแรม เดอะ เบอร์เคลี่ย์ ประตูน้ำ กรุงเทพฯ

   การร่วมเป็นผู้สนับสนุนในครั้งนี้ เป็นเครื่องยืนยันได้ว่า ฮุนได เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงระดับโลก ที่ได้รับการยอมรับและนิยมอย่างแพร่หลายในกลุ่มผู้บริโภคชาวไทยมานานกว่า 10 ปี   โดยฮุนไดไอออนิค เป็นรถยนต์พลังงานไฟฟ้าที่ได้รับรางวัลมากมายจากทั่วโลก ปราศจากมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม มีดีไซน์ที่สวยงามพร้อมเทคโนโลยี และระบบเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ที่ล้ำสมัย

 
 

NEW CARS THAILAND : ฮุนไดเผยโฉมเอช-วันและแกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่

Thursday, 09 August 2018 16:11

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัดเปิดตัวรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่ขายดีที่สุดในประเทศไทย ฮุนได เอช-วันและแกรนด์ สตาร์เร็กซ์ โฉมใหม่

   นับตั้งแต่รถทั้งสองรุ่นที่เปิดตัวในปี 2551และ 2553ฮุนไดเอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ได้กลายเป็นตัวเลือกรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ที่ได้รับความนิยมสูงสุดจากลูกค้าที่ชื่นชอบความสะดวกสบายและคุ้มค่า การปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและออฟชั่นที่ครบครัน ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับประสบการณ์ใหม่ในการใช้งานได้ดียิ่งขึ้น

 “ในปีนี้อุตสาหกรรมรถยนต์ในประเทศไทยมีการฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง ด้วยอัตราการเติบโตเพิ่มขึ้นด้วยตัวเลขสองหลักในทุกๆเดือน  ฮุนไดเช่นกันยังคงมีการเติบโตตามกระแสเดียวกับอุตสาหกรรมยานยนต์ และเราจะยังคงเป็นผู้นำในกลุ่มรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่นี้” มร.โตชิฮิเดะ อาโนะ ประธานบริษัท  ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด กล่าว

   “ในช่วง10ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ที่นำรถยนต์ฮุนได เอช-วันและแกรนด์ สตาร์เร็กซ์ เข้ามาทำตลาดในประเทศไทย ทั้งสองรุ่นนี้ได้รับการปรับแต่งด้านรูปลักษณ์และอุปกรณ์ต่างๆมาแล้วหลายครั้ง แต่การปรับโฉมใหม่ในครั้งนี้นับเป็นการปรับรูปลักษณ์ใหม่อย่างเห็นได้ชัด และเรารู้สึกตื่นเต้นมากกับการปรับเปลี่ยนในครั้งนี้”

   “ฮุนได เอช-วันและแกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่ ยังคงคอนเซ็ปต์ความทันสมัยและเหนือระดับได้เหมือนเช่นเคย เรามั่นใจว่าทั้งลูกค้าใหม่และลูกค้าที่ใช้รถยนต์ฮุนไดปัจจุบันจะต้องชื่นชอบการปรับโฉมครั้งนี้ และทั้งสองรุ่นนี้จะยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องต่อไป” มร.อาโนะ กล่าว

   ภายนอกของฮุนได เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ใหม่ ถูกออกแบบให้มีความทันสมัยและโมเดิร์นมากยิ่งขึ้น กระจังหน้าโครเมียมใหม่แบบแนวนอนช่วยให้ดูแข็งแกร่งและทรงพลัง  โคมไฟหน้าพร้อมไฟหน้าโปรเจคเตอร์เลนส์และไฟตัดหมอกดีไซน์ใหม่ สอดรับกับกระจังหน้าได้อย่างลงตัว กระโปรงหน้าและกันชนใหม่ ช่วยให้ดูโดดเด่น มีเอกลักษณ์ พร้อมด้วยล้ออัลลอยขนาด 16 และ 17นิ้ว ดีไซน์ใหม่ กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยวถูกออกแบบใหม่ให้มีความโค้งมนมากยิ่งขึ้น ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่ เพิ่มความหรูหรา มีระดับอย่างลงตัว

   ภายในห้องโดยสารของฮุนได เอช-วันและ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ใหม่ ได้รับการออกแบบเบาะหนังลายใหม่และลายไม้แบบใหม่ นอกจากนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ ด้วยระบบระบายอากาศสำหรับที่นั่งผู้ขับขี่ สามารถปรับอุณหภูมิได้ตามต้องการ, พวงมาลัยปรับระดับได้ 4 ทิศทางตามสรีระผู้ขับขี่ พร้อมปุ่มควบคุมเครื่องเสียง, ระบบควบคุมการเปิด -ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ และระบบความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้น อาทิ ถุงลมนิรภัยด้านข้าง และระบบช่วยควบคุมการทรงตัว (ESP) เป็นต้น

   จำนวนที่นั่งภายในห้องโดยสารยังคงไม่มีการปรับเปลี่ยน ในรุ่น แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ สามารถรองรับผู้โดยสารได้ 7 ที่นั่ง ในขณะที่รุ่น เอช-วัน สามารถรองรับได้ถึง 11 ที่นั่ง

   ฮุนได เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่ ใช้เครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรล 2.5 ลิตร 4สูบ 16วาล์ว CRDI พร้อมเทอร์โบแปรผัน VGT อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 441 นิวตัน-เมตร จับคู่กับเกียร์อัตโนมัติ 5 สปีด พร้อมระบบ Sequential shift ที่ให้การตอบสนองได้อย่างทันใจและประหยัดน้ำมัน

   นอกจากนี้ ฮุนได เอช-วันและ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่ ยังมีเทคโนโลยีและฟังค์ชั่นอื่นๆเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการใช้งาน ซึ่งรวมถึงระบบกล้องมองรอบทิศทางอัจฉริยะ, ประตูเลื่อนแบบไฟฟ้า และรัศมีวงเลี้ยวที่แคบเพียง 5.6 เมตร

   ผู้โดยสารสามารถเพลิดเพลินไปกับระบบความบันเทิงและการเชื่อมต่อที่ครบครัน ผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าสามารถควบคุมระบบเครื่องเสียงผ่านหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 8 นิ้ว พร้อมเชื่อมต่อระบบอินเทอร์เน็ตผ่านระบบ Wifi   สำหรับห้องโดยสารตอนหลัง ติดตั้งจอ LCD แบบคมชัดขนาด 13.3 นิ้ว ติดเพดานแบบพับไฟฟ้า ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายตลอดการเดินทาง

   ฮุนได เอช-วันและ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่ เปิดตัวภายใต้แนวคอนเซ็ปต์  “New Experience” หรือ “โฉมใหม่กับประสบการณ์ใหม่...ที่สมบูรณ์แบบ”ที่สื่อถึงสิ่งใหม่ๆ ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ คุณสมบัติที่เพียบพร้อม และความสมบูรณ์แบบ ตอกย้ำความเป็นผู้นำรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดใหญ่ได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

   นอกจากนี้ฮุนไดยังคงเลือกใช้คุณ“เปิ้ล”นาคร ศิลาชัย และครอบครัว เป็นตัวแทนนำเสนอรถยนต์ ฮุนได เอช-วัน ใหม่ ต่อเนื่องจากปีที่แล้ว  ครอบครัว “ศิระชัย” สามารถสื่อภาพลักษณ์ในแบบครอบครัวที่ทันสมัยและเป็นนักธุรกิจได้เป็นอย่างดี ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าฮุนไดได้ชัดเจน

- ฮุนได แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่ มีทั้งหมด 2 รุ่น ได้แก่ รุ่นพรีเมี่ยม และ วีไอพี (มีสีตัวถังให้เลือก3สี ได้แก่ Arctic White, Hyper Metallic และ Timeless Black)

- ฮุนได เอช-วัน ใหม่ มีทั้งหมด 3 รุ่น ได้แก่ เดอลุกซ์, อีลิท และทัวริ่ง (มีสีตัวถังให้เลือก3สี ได้แก่ Hyper Metallic, Timeless Black และ Tan Brown)

ราคาจำหน่ายฮุนได เอช-วัน และ แกรนด์ สตาร์เร็กซ์ ใหม่

   ท่านที่สนใจสามารถแวะชมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ฮุนได 27 แห่งทั่วประเทศ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่ www.hyundai.co.th

 
 

NEW CARS THAILAND : ซูบารุเปิดตัว ซูบารุ เอาท์แบ็ครุ่นใหม่ (The New Subaru Outback) ในงานซูบารุแตะรถชิงรถครั้งที่ 11

Wednesday, 03 October 2018 16:38

 

 

 

 

 

 

   บริษัท มอเตอร์ อิมเมจ ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุใน 9 ประเทศ ทั่วเอเชีย เปิดตัว ซูบารุ เอาท์แบ็ครุ่นใหม่ (The New Subaru Outback) ภายในงาน Subaru Thailand Palm Challenge 2018   “ซูบารุแตะรถชิงรถครั้งที่ 11” โดยซูบารุ เอาท์แบ็ค รุ่นใหม่จะนำเสนอประสบการณ์การตอบสนองในการขับขี่อันดีเยี่ยม ตลอดจนความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่ ทำให้ผู้ขับขี่ได้รับประสบการณ์การขับขี่ที่มั่นใจมากยิ่งขึ้น  พร้อมจำหน่ายทุกสาขาทั่วประเทศ ในราคา 2,512,000 บาท

ความโดดเด่นของ ซูบารุ เอาท์แบ็ค (The New Subaru Outback)

  • ระบบ STABLEX-Ride เพื่อการขับขี่ที่มีเสถียรภาพยิ่งขึ้น การบังคับพวงมาลัยที่ดียิ่งขึ้น และการสั่นสะเทือนของตัวถังที่น้อยลง
  • ระบบ X-MODE ช่วยให้ควบคุมเครื่องยนต์ได้มีประสิทธิภาพ ระบบ Symmetrical All-Wheel Drive (S-AWD) และระบบเบรคทำให้การขับขี่ปลอดภัยในทุกสภาพถนน

   ซูบารุ เอาท์แบ็ค (The New Subaru Outback) มีการปรับโฉมกันชนด้านหน้า และกระจังหน้าแบบหกเหลี่ยม ที่นอกจากจะมีคุณภาพสูงและทนทานแล้ว ยังช่วยให้รถมีรูปลักษณ์ที่ทรงพลัง ล้อแม็กลายใหม่ถูกออกแบบให้มีน้ำหนักเบา ซึ่งส่งผลให้ถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์มากยิ่งขึ้น

   ในส่วนของฟังก์ชั่นการทำงานใหม่นั้น มาพร้อมกับ พอร์ต USB ในคอนโซลบริเวณที่พักแขนเบาะหลัง มีไมโครโฟนเพื่อปรับปรุงการตอบสนองต่อเสียง (Voice Recognition)  ซูบารุ เอาท์แบ็ค (The New Subaru Outback) ยังมีระบบการเชื่อมต่อการสื่อสารในรถยนต์ (Infotainment) ระดับพรีเมี่ยมแบบใหม่ด้วยหน้าจอขนาด 8 นิ้ว ความละเอียดสูงสามารถเชื่อมต่อสมาร์ทโฟน และเข้าถึงแอพพลิเคชั่นยอดนิยมในปัจจุบันผ่าน Apple CarPlay และ Android Auto นอกจากนี้ ความสามารถด้าน Voice Recognition จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถใช้งานแบบแฮนด์ฟรี ส่งผลให้ไม่รบกวนต่อการขับขี่และเพิ่มความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารทุกคน

   เครื่องยนต์บ็อกเซอร์สูบนอน ขนาด 2.5 ลิตร ของ ซูบารุ เอาท์แบ็ค (The New Subaru Outback) ยังได้รับการพัฒนาให้ดีขึ้นด้วยไดชาร์จรุ่นใหม่ ซึ่งช่วยให้ใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น และมีน้ำหนักเบาลงถึง 8%

6

   ระบบเกียร์ CVT มีโหมดใช้งาน 7 สปีด และการตอบสนองของลิ้นปีกผีเสื้อที่ไวขึ้นก็ช่วยให้อัตราการเร่งดีขึ้น ได้ความรู้สึกแบบรถสปอร์ต การเปลี่ยนโซ่สายพานส่งกำลังให้มีความละเอียดยิ่งขึ้นส่งผลให้ช่วยลดเสียงรบกวนจากเครื่องยนต์สู่ห้องโดยสาร และเพิ่มประสิทธิภาพการใช้เชื้อเพลิงได้ประมาณร้อยละ 3 เมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน

   ความปลอดภัยยังคงเป็นรากฐานที่สำคัญในรถยนต์ทุกรุ่นของซูบารุ ซูบารุ เอาท์แบ็ค (Subaru Outback) ยังมีระบบไฟหน้าแบบปรับทิศทางอัตโนมัติตามพวงมาลัย (Steering Responsive Headlights)ช่วยให้ลำแสงไฟหน้าเคลื่อนที่ไปตามทิศทางของการหักพวงมาลัยรถ เพิ่มทัศนวิสัยและความปลอดภัยในยามค่ำคืน ทัศนวิสัยในจุดบอดด้านหน้ายังได้รับการปรับปรุงให้ดีขึ้นด้วยกล้องที่ติดตั้งอยู่ที่ส่วนล่างของกระจังหน้า และกระจกข้างซึ่งจะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถมองเห็นบริเวณโดยรอบได้เมื่อขับขี่ในพื้นที่แคบ

ซูบารุ เอาท์แบ็ค (The New Subaru Outback) ยังมีสีใหม่ให้เลือก ประกอบด้วย

  • สีเขียวเมทัลลิก (Wilderness Green Metallic)
  • สีแดงมุก (Crimson Red Pearl)
  • สีน้ำตาลมุก (Oak Brown Pearl)

 

 

 

 
 

NEW CARS THAILAND : ฟอร์ด ประเทศไทย เตรียมเปิดตัว ฟอร์ด มัสแตง ในเดือนตุลาคมนี้ พร้อมรับสั่งจองล่วงหน้า

Sunday, 02 September 2018 16:42

   ฟอร์ด ประเทศไทยยืนยันการเปิดตัวฟอร์ด มัสแตง ในประเทศไทย โดยรถสปอร์ตแห่งยุคจะมาถึงโชว์รูมของผู้จำหน่ายฟอร์ด มัสแตง อย่างเป็นทางการ ในประเทศไทยในเดือนตุลาคม

   ฟอร์ดประกาศราคาจำหน่ายช่วงเปิดตัว ฟอร์ด มัสแตง อย่างเป็นทางการในประเทศไทย และเปิดให้ลูกค้าสั่งจองรถล่วงหน้าได้ผู้จำหน่ายฟอร์ด มัสแตง อย่างเป็นทางการ 19 แห่งทั่วประเทศ

   ด้วยดีไซน์ที่ปราดเปรียวและโฉบเฉี่ยวกว่าที่เคย รวมถึงไฟหน้าและไฟท้ายแบบ Full-LEDฟอร์ด มัสแตง มาพร้อมขุมพลังเครื่องยนต์ V8 ขนาด 5.0ลิตรและเครื่องยนต์ EcoBoost ขนาด 2.3ลิตร รวมถึงเกียร์อัตโนมัติ 10สปีด และเทคโนโลยีเหนือระดับอย่างโหมดแอพพลิเคชัน Track AppsTMที่ให้ผู้ขับขี่เปิดประสบการณ์การขับขี่แบบในสนามแข่ง พร้อมเทคโนโลยีเหนือระดับอย่างระบบ SYNC 3 บนแผงหน้าปัดแสดงผลดิจิตอล LCD ขนาด 12 นิ้ว

   ฟอร์ด มัสแตง รุ่นGT และ EcoBoost มาพร้อมชุดแต่ง Performance Pack ที่ให้เฟืองท้ายแบบ Limited-Slip ให้การขับขี่ในโค้งสนุกสนานขึ้น และล้ออัลลอยสีดำขนาด 19 นิ้วในทั้งสองรุ่น รวมถึงระบบเบรค Brembo ในรุ่น GT และฟีเจอร์เสริมอีกมากมาย ที่เข้ากับเอกลักษณ์ในการขับขี่ที่สนุกสนาน และยังคงตำนานอันโดดเด่นกว่า 50ปี ในแบบฉบับของฟอร์ด มัสแตง ได้เป็นอย่างดี

ราคาจำหน่ายช่วงเปิดตัว สำหรับฟอร์ด มัสแตง ทั้งสองรุ่น

·         ฟอร์ด มัสแตง 5.0L V8 GT Coupe Performance Packราคา 4,799,000 บาท

·         ฟอร์ด มัสแตง 2.3L EcoBoost Coupe Performance Packราคา 3,599,000 บาท

   นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกเมื่อปี 2507 ที่งานเวิลด์แฟร์ในนครนิวยอร์ค ฟอร์ด มัสแตง กลายเป็นรถยนต์สุดฮิตทันทีด้วยยอดสั่งซื้อถึง 22,000 คัน ภายในวันแรก และในปี 2561ฟอร์ด มัสแตง ยังคงเป็นสัญลักษณ์สำคัญของวงการยานยนต์และวัฒนธรรมร่วมสมัยที่ปรากฏในภาพยนตร์ และรายการโทรทัศน์กว่า 3,000 ครั้ง รวมถึงมียอดผู้ติดตามในเฟสบุ๊คมากกว่ารถยนต์คันใดในโลก

   ด้วยแรงบันดาลใจที่ก่อให้เกิดสุนทรียะและอิสระ ฟอร์ด มัสแตง เฉลิมฉลองการผลิตครบ 10 ล้านคัน เมื่อไม่นานมานี้ ณ Flat Rock Assembly Plant ในรัฐมิชิแกน ประเทศสหรัฐอเมริกา

   ฟอร์ด มัสแตง ไม่ได้เป็นเพียงรถไอคอนระดับตำนานแค่ในอเมริกาเท่านั้น กระแส “คลั่งม้าป่า” ได้แพร่สะพัดไปทั่วโลกกับ ฟอร์ด มัสแตง รุ่นที่หกที่บุกตลาดทั่วเอเชียแปซิฟิก โดยประเทศไทยเป็นที่ล่าสุดที่ได้รับการยืนยันการจำหน่าย โดยฟอร์ด จะ ประกาศรายละเอียดโดยสมบูรณ์ของ ฟอร์ด มัสแตง ใหม่ ในประเทศไทย ในช่วงใกล้วันเปิดตัว

   ลูกค้าผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้จำหน่าย ฟอร์ด มัสแตง อย่างเป็นทางการ และการสั่งจองฟอร์ด มัสแตง ใหม่ ได้ที่ศูนย์บริการลูกค้าฟอร์ด โทร 0-2686-5899 หรือ1-800-225-449

 
 

NEW CARS THAILAND : วอลโว่ สร้างนิยามใหม่ของยานยนต์ลักชัวรี่แห่งอนาคต ตอกย้ำทิศทางแบรนด์สู่ผู้นำพลังงานสะอาด เปิดตัวรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ Volvo XC90 และ S90 R-Design T8 Twin Engine AWD 407hp

Wednesday, 15 August 2018 06:28

 

 

 

 

 

 

   วอลโว่แบรนด์รถยนต์สแกนดิเนเวียนระดับโลก เปิดตัวรถยนต์ 2 รุ่นใหม่ล่าสุดVolvo XC90 และVolvo S90 พร้อมการตกแต่งแบบ R-Design ในเครื่องยนต์ T8 Twin Engine AWD 407hp นำเสนอมิติใหม่ของยานยนต์ระดับลักชั่วรี่ที่ผสานสุดยอดแห่งงานดีไซน์สุดล้ำเข้ากับสมรรถนะการขับขี่ที่เป็นเลิศในการออกแบบสไตล์ R-DESIGN อันเลื่องชื่อ โดยรูปแบบ R-DESIGN จะมอบความหรูหราที่เหนือชั้นและนำเสนอมาตรฐานใหม่ของวอลโว่ โดยผสานกลิ่นอายแบบสปอร์ตด้วยดีไซน์ขอบข้างตัวรถที่มอบความดุดันและรายละเอียดการออกแบบที่พิถีพิถันเพื่อสร้างรูปทรงที่โฉบเฉี่ยวยิ่งกว่าเดิม R-DESIGNจึงสร้างนิยามใหม่แห่งการออกแบบยานยนต์วอลโว่ พร้อมนำเสนอความโดดเด่นสะดุดตายิ่งกว่า ด้วยเฉดสีใหม่ น้ำเงินเมทัลลิค Bursting Blueที่หรูหราเกินห้ามใจ

   การออกแบบสไตล์  R-DESIGNใช้การตกแต่งภายในด้วย Nubuck Fine Nappa Perforated Leather สำหรับห้องผู้โดยสาร เพื่อให้สมดุลกับภาพลักษณ์ภายนอกแนวสปอร์ตที่ดุดัน จึงเพิ่มความหรูหราขึ้นอีกระดับซึ่งทั้งนักขับและผู้โดยสารสามารถสัมผัสได้ นอกจากนี้ วอลโว่ยังจับมือเป็นพันธมิตรกับHarman Kardon แบรนด์เครื่องเสียงระดับโลก โดยติดตั้งระบบ Harman Kardon Premium Soundให้เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบ  R-DESIGN โดยทั้งรุ่น S90 และ XC90 R-Design จะเชื่อมต่อระบบ Sensus Connect ของวอลโว่เข้ากับเครื่องเสียง Harman Kardon Premium Sound (ระบบ Dolby Pro Logic II) ทำงานผ่านลำโพงและซับวูเฟอร์ 13 ตัวเพื่อมอบคุณภาพเสียงที่ใสกังวาน พร้อมบาลานซ์ ความหนักแน่น และความคมชัดที่ผสานกันอย่างกลมกลืน มอบประสบการณ์ความบันเทิงอันน่าประทับใจภายในห้องโดยสารเพื่อคุณ

   Volvo XC90 R-Designได้รับการออกแบบโดยสตูดิโอEuropean R-DESIGN เพื่อสร้างสรรค์ยานยนต์เอสยูวีขนาด 7 ที่นั่งระดับหรู มอบภาพลักษณ์โฉบเฉี่ยวแบบสปอร์ตและความโออ่าที่จะสะกดทุกสายตาในทันทีที่ปรากฏบนท้องถนน โดดเด่นด้วยตะแกรงหน้าและตะแกรงฝาครอบสีดำขลับแบบPiano Blackขอบหน้าต่างข้างและครอบกระจกหูช้างหุ้มโลหะเรียบหรู และท่อไอเสียคู่สุดเฉี่ยว มาพร้อมล้ออัลลอยDiamond Cutสีดำด้าน แบบ 5 หมุดขนาดมาตรฐาน 20 นิ้วที่ดูเท่ล้ำในทุกมุมมอง สำหรับการตกแต่งห้องโดยสาร เน้นการหุ้มเฟอร์นิเจอร์ด้วยวัสดุหนังฉลุFine Nappa leatherหรือผ้าNubuckเนื้อนุ่ม ผสานกับการฝังลายตาข่ายอลูมิเนียม (Metal Mesh aluminium Inlays) เพื่อเสริมลุคแบบเครื่องจักรที่แลดูหรูหราประณีต ทันสมัย แต่แฝงด้วยความรู้สึกแข็งแกร่งและมั่นคงในส่วนที่นั่งของผู้ขับขี่

   Volvo XC90 R-Designนำเสนอ 4 เฉดสี ซึ่งถูกออกแบบมาให้สอดรับกับรูปทรงของตัวรถและแสดงถึงความโดดเด่นขั้นสุดยอด ได้แก่สีขาว (Crystal White Premium Metallic) น้ำเงิน (Bursting Blue) ซึ่งเป็นเฉดสีใหม่ล่าสุด และอีก 2 เฉดสีเดิม ได้แก่สีเทา (Osmium Grey Metallic) และสีดำ (Onyx Black Metallic) โดย Volvo XC90ถือเป็นเอสยูวีที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในกลุ่มเอสยูวีขนาดกลางระดับพรีเมียม ซึ่งนอกจากจะมีเบาะขนาดใหญ่ถึง 7 ที่นั่ง(ซึ่งโดยทั่วไปมีเพียง 5 ที่นั่ง) ยังมีพื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง หรูหรา สะดวกสบาย และได้รับการตกแต่งอย่างมีสไตล์ พร้อมสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูงจากเครื่องยนต์T8 Twin Engine AWD 407hpที่ให้กำลังเครื่องรวมสูงถึง 407 แรงม้าในโหมดการขับขี่แบบผสม พร้อมประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ 43.5 กม./ลิตร และขับขี่ได้ไกลถึง 40 โลเมตร เมื่อใช้โหมดการขับขี่แบบ Pure Mode  

- VolvoXC90 T8 TwEn AWD R-Design ราคาเริ่มต้นที่ 4,590,000 บาท

   Volvo S90 R-Designถือเป็นการตอกย้ำปรัชญาของวอลโว่ที่ว่า รถยนต์ควรตอบสนองความต้องการและความปรารถนาของผู้ใช้เป็นอันดับแรก วอลโว่จึงสร้างสรรค์รูปแบบ R-DESIGN ใหม่ ซึ่งทุกองค์ประกอบแสดงออกถึงเอกลักษณ์ของผู้ขับขี่ได้อย่างชัดเจน ทำให้ S90 R-Designซึ่งเป็นรถซีดานขนาดใหญ่ที่สุดในระดับเดียวกันที่ผงาดสู่ตลาดรถยนต์ระดับพรีเมียมได้อย่างภาคภูมิ โดดเด่นด้วยตะแกรงหน้า ตะแกรงล่าง และขอบบัมเพอร์สีดำขลับมันวาวสไตล์ R-DESIGN ล้ออัลลอย (รุ่น255/40 R19 & 19” 5-Spoke Matt Black Diamond Cut Alloy Wheel)และท่อไอเสียคู่ สำหรับการออกแบบห้องโดยสาร นำเสนอเบาะนั่งสไตล์ R-Design Contour Seat พวงมาลัยพร้อมแป้นเปลี่ยนเกียร์ การฝังลายคาร์บอนไฟเบอร์และการตกแต่งโครงห้องโดยสารด้วยเฉดสีดำชาร์โคลเพื่อสร้างความรู้สึกที่มุ่งมั่นและเคร่งขรึม มอบความหรูหราที่พร้อมให้คุณสัมผัสได้ในทุกวัน เสริมด้วยความสบายของการบุเฟอร์นิเจอร์สไตล์ R-Design Nubuck Fine Nappa Perforated Leather  

   เครื่องยนต์T8 Twin Engine AWDของวอลโว่ใน S90 ยังทำให้คุณพุ่งทะยานไปได้อย่างใจปรารถนา ถือเป็นเครื่องยนต์แบบ Plug-in Hybridที่ดีที่สุดของตลาด และเป็นรุ่นเดียวที่ให้กำลังเครื่องรวมสูงถึง 407 แรงม้า ประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ 55.6 กม./ลิตร และขับขี่ได้ไกลถึง 52.03  โลเมตร เมื่อใช้โหมดการขับขี่แบบ Pure Mode

   Volvo S90 R-Designนำเสนอ 4 เฉดสี ซึ่งนำเสนอความสวยงามของการออกแบบตัวรถได้อย่างเต็มตา ได้แก่ สีขาว (Crystal White Premium Metallic) สีเทา (Osmium Grey Metallic) สีดำ (Onyx Black Metallic) และ สีน้ำเงิน (Bursting Blue Premium Metallic)

- S90 T8 Twin Engine AWD Plug-in Hybrid R-Design ราคาเริ่มต้นที่ 3,590,000 บาท

   มร.ฌอง-เดวิด ฮาเรล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การเปิดตัวรถยนต์ 2 รุ่นล่าสุดทั้งXC90 และ S90 หลังจากการเปิดตัวรุ่น XC60 ไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ ถือเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวอลโว่ในประเทศไทย โดยรถยนต์รุ่นใหม่ของเราล้วนได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีอัจฉริยะล่าสุดและนำเสนอดีไซน์รถยนต์แบบสแกนดิเนเวียนที่โดดเด่นไม่เป็นรองใครสู่ท้องถนนของเมืองไทย และวันนี้ เราได้นำเสนอมิติใหม่ของงานออกแบบรถยนต์สัญชาติสวีดิช ด้วยการเปิดตัวการตกแต่งแบบ R-DESIGNทั้งในรุ่น XC90 และ S90 เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจและเปี่ยมด้วยสไตล์อันโดดเด่น พร้อมการตอบสนองที่ฉับไวและการควบคุมที่เป็นเยี่ยม การตกแต่งแบบ R-DESIGNใหม่ล่าสุดนี้สามารถพบได้ทั้งในรุ่น S90, XC60 และXC90ซึ่งมอบความโฉบเฉี่ยวในแนวสปอร์ต ด้วยภาพลักษณ์ที่สวยสะดุดตาและเป็นเอกลักษณ์ใหม่ของวอลโว่”

Volvo T8 Twin Engine AWD Plug-in Hybridพร้อมปรับเปลี่ยนอย่างฉับไวเพื่อการขับขี่ในทุกเส้นทาง

   เครื่องยนต์ Twin Engine ของวอลโว่มอบประสบการณ์ใหม่ที่เร้าใจยิ่งกว่า ด้วยโหมดการขับขี่ 3 แบบ ทั้ง Pure, Hybrid และ Power สำหรับผู้ขับที่ต้องการขับขี่ที่เงียบสงบและผ่อนคลาย เพียงหมุนลูกกลิ้งของXC90 T8 เข้าสู่โหมด Pure ก็จะสามารถเพลิดเพลินไปกับสมรรถนะขั้นสูงที่แตกต่างจากรถยนต์พลังไฟฟ้าทั่วไปและสามารถใช้งานได้ทุกวันโดยไม่ต้องอาศัยเชื้อเพลิง โดยสามารถวิ่งด้วยความเร็วสูงสุด 75 ไมล์/ชม. และชาร์จไฟเครื่องยนต์เต็มในเวลาเพียง 4 ชั่วโมง โดย Twin Engine ของวอลโว่เป็นเครื่องยนต์ไฮบริดแบบสมบูรณ์ ซึ่งสามารถเลือกใช้พลังงานจากไฟฟ้าหรือจากเชื้อเพลิงได้อย่างใดอย่างหนึ่ง หรือทั้งสองอย่างพร้อมกัน ขึ้นอยู่กับสภาวะในการขับขี่ โดยสามารถผสานการใช้พลังงานได้อย่างง่ายดาย

   ทั้งรุ่น XC90 และ S90 ถือเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ระดับเดียวกันในด้านความปลอดภัย โดยได้รับคะแนนการประเมินประสิทธิภาพที่ทิ้งห่างคู่แข่ง เนื่องจากนวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยทั้งแบบ activeและ passiveของวอลโว่ในรุ่น XC90 และ S90 มีประสิทธิภาพเหนือกว่าคู่แข่งอย่างมาก โดยเฉพาะเมื่อวอลโว่ให้ความสำคัญมากยิ่งขึ้นกับการพัฒนายานยนต์ด้วยระบบปลอดภัยอัจฉริยะ(Smart Safety)

   XC90มอบระบบความปลอดภัยผู้โดยสารขั้นสูงแบบครบวงจร ถือเป็นการตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกของวอลโว่ในด้านสวัสดิภาพการขับขี่บนท้องถนน นำเสนอระบบเบรกที่ดีที่สุด ซึ่งจะทำงานทันทีที่รถยนต์ทำการเลี้ยวในขณะที่มีรถคันอื่นกำลังแล่นเข้าหา โดยทำงานผสานกับโซลูชั่นระดับเวิลด์คลาสซึ่งออกแบบมาเพื่อช่วยลดอัตราการไถลออกนอกเส้นทางของตัวรถ

   สำหรับ S90รุ่นใหม่ได้มีการอัพเกรดประสิทธิภาพของPilot Assist (ระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ) ซึ่งทำงานได้ที่ระดับความเร็วสูงถึง 125กม./ชม. (78 ไมล์ต่อชม.) ทำให้สามารถเดินทางได้อย่างรวดเร็วและไม่ต้องขับขี่ตามหลังรถคันอื่น ๆ ระบบยังช่วยปรับองศาการหักพวงมาลัยเพื่อควบคุมทิศทางรถยนต์ให้ในเส้นทาง ซึ่งถือเป็นส่วนหนึ่งของแพ็คเกจการเพิ่มประสิทธิภาพด้านความปลอดภัย โดยถูกติดตั้งในระบบ City Safetyรุ่นใหม่ พร้อมด้วยระบบอื่น ๆ ดังนี้

- Large animal detection and Night time detection (ระบบการตรวจจับสัตว์ใหญ่และการขับขี่เวลากลางคืน)

- Intersection braking(ระบบเบรกอัตโนมัติบริเวณทางแยก)

- Pre-prepared front seat belt retraction (electrical, reversible retractor belt branded ‘Since 1959’)  หรือระบบเตรียมรั้งตรึงเข็มขัดนิรภัยเบาะหน้าอัตโนมัติ (ระบบไฟฟ้า โดยอัพเกรดจากระบบเข็มขัดนิรภัยแบบแปรผันของแบรนด์ซึ่งฝช้มาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1959)

- Run-off Road Mitigation - detects car leaving the road, prepares front seat belts and energy-absorbing seat structure (ระบบป้องกันอันตรายจากรถตกถนน คอยตรวจจับเมื่อรถออกนอกเส้นทาง เตรียมการรัดตรึงเข็มขัดนิรภัยเบาะหน้าและใช้โครงสร้างเบาะที่ช่วยดูดซับพลังงาน)

- Park Assist Pilot for parallel and perpendicular parking with 360º parking camera(ระบบช่วย​จอด​รถอัตโนมัติสำหรับการจอดแบบขนานและแบบตั้งฉากด้วยกล้องช่วยจอด 360°​)

- ใช้เหล็กกล้าที่แข็งแกร่งระดับ Ultra-high คิดเป็นน้ำหนัก 35% ของตัวรถ

ฟีเจอร์การทำงานระดับพรีเมียมซึ่งเป็นมาตรฐานของ S90 และ XC90R-Designได้แก่

· Pilot Assist (ระบบช่วยขับขี่กึ่งอัตโนมัติ)

· Keyless Entry(การเปิดปิดแบบไร้กุญแจ) และระบบเปิดประตูท้ายรถแบบ Hand-free

· จอแสดงผลทัชสกรีนกลางขนาด 9 นิ้ว

            · จอแสดงข้อมูลการขับขี่ขนาด 12.3 นิ้ว พร้อมระบบนำทาง

   โดยทั้งรุ่น XC90 และ S90 มาพร้อมฟังก์ชั่นการแสดงผลข้อมูลการขับขี่บนกระจกหน้า (Head-up Display) ทำให้ผู้ขับทราบข้อมูลได้อย่างสะดวกสบายโดยไม่ต้องละสายตาจากถนนในขณะขับขี่ พร้อมระบบเชื่อมต่อ Sensus Connect ในการมอบความบันเทิง คำแนะนำในการขับขี่ และช่วยให้คุณเชื่อมต่อกับโลกกว้างได้ตลอดเวลาที่ผ่อนคลายอยู่ในห้องโดยสารที่ออกแบบมาอย่างหรูหรา สง่างามของวอลโว่ ผู้ขับยังสามารถดูข้อมูลอื่น ๆ ได้จากจอแสดงผล Full Digital TFT Driver Displayในขณะที่ผู้โดยสารจะรู้สึกผ่อนคลายไปกับหลังคาโปร่งใสแบบPower Panoramic Sunroof (รุ่น XC90)และประตูท้ายระบบไฟฟ้าที่สามารถเปิดได้โดยไม่ต้องใช้มือจับ ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายในชีวิตประจำวันได้อย่างมาก

   รถยนต์ทุกคันที่ซื้อจากผู้แทนจำหน่ายของ วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย จะได้รับแพ็คเกจมาตรฐานเป็นการรับประกันจากวอลโว่ 3 ปี หรือ 100,000 กม. และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชม. นาน 1 ปี

สำหรับรุ่น XC90 และ S90 R-Design T8 Twin Engine AWD Plug-in Hybrid 407 hpรุ่นปี 2019

- XC90 T8 Twin Engine AWDPlug-in Hybrid R-Design ราคาเริ่มต้นที่4,590,000 บาท

- S90 T8 Twin Engine AWD Plug-in Hybrid R-Designราคาเริ่มต้นที่ 3,590,000บาท

โปรโมชั่น Secret Dealและข้อเสนอสุดคุ้มจากวอลโว่

   วอลโว่ คาร์ ประเทศไทย สมนาคุณแฟนวอลโว่และผู้บริโภคในเมืองไทย จัดโปรโมชั่นสุดยิ่งใหญ่ตามคำเรียกร้อง Secret Deal” เฉพาะวันที่ 18-19 สิงหาคม 2561 ที่โชว์รูมวอลโว่ทุกแห่ง โดยโปรแกรมสุดเอ็กซ์ลูซีฟนี้จะนำเสนอโปรโมชั่นสุดพิเศษแก่ผู้ซื้อรถยนต์วอลโว่ทุกรุ่น พร้อมลุ้นโอกาสจับสลากชิงรางวัลใหญ่ Secret Rewardsรวมมูลค่าสูงถึง 2 ล้านบาท โดยลูกค้าที่ซื้อรถยนต์วอลโว่คันใหม่จะได้รับแพ็คเกจซ่อมบำรุงและการดูแลแบบครบเซ็ต ซึ่งประกอบด้วยประกันภัยชั้น 1 นาน 5 ปี และบริการบำรุงรักษานาน 5 ปี หรือ 100,000 กิโลเมตร บริการรับประกันคุณภาพนาน 5 ปี หรือ 150,000 กิโลเมตร และบริการให้ความช่วยเหลือตลอด 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี

   เชิญสัมผัสรถยนต์วอลโว่เจ้าของรางวัลระดับโลกหลากหลายรุ่น พร้อมรับสิทธิพิเศษอีกมากมายตลอดระยะเวลาสองวันของโปรโมชั่น Secret Deal เพื่อแฟนวอลโว่ตัวจริงโดยเฉพาะ

 
 

More Articles...

Page 2 of 23

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )