Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS THAILAND

NEW CARS THAILAND : VOLVO V60 D4 หัวใจใหม่ Drive-E ดีเซลเทอร์โบ!

Tuesday, 07 June 2016 11:20

 

 

 

 

 

 

   วอลโว่ คาร์ (ระเทศไทย) จำกัด แนะนำ V60 D4 สปอร์ตแวกอนรุ่นล่าสุดจากวอลโว่   โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์ความหรูระดับพรีเมี่ยม ถูกสร้างสรรค์มาเพื่อผู้ที่ต้องการพื้นที่กว้างขวางสำหรับผู้โดยสารและสัมภาระ พร้อมทั้งเป็นความอเนกประสงค์ แต่ไม่ทิ้งความสปอร์ต ที่สวยสะดุดตาตามแบบฉบับสแกนดิเนเวียน  ขับขี่ได้อย่างเร้าใจและคล่องตัว ด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ Drive-E ดีเซล-ทวินเทอร์โบชาร์จ 4 สูบ ขนาดกระทัดรัด น้ำหนักเบา พิกัดความแรงเทียบเท่าเครื่องยนต์ 6 และ 8 สูบ แต่ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซี.ซี. ในปัจจุบัน มาพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีดแบบ i-ART ครั้งแรกของโลก และเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ตอบสนองทันใจในทุกช่วงความเร็ว พร้อมเพิ่มอุปกรณ์รีโมทสตาร์ทเครื่องยนต์ระยะไกลที่ติดตั้งมากับรถ เพื่อช่วยปรับอุณหภูมิในห้องโดยสารให้เย็นสบายก่อนออกเดินทาง

   นางสาวแอเน็ต แอนเดอร์สัน กรรมการผู้จัดการ บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า “วอลโว่ V60 ที่จำหน่ายอยู่ในตลาดเมืองไทยที่ผ่านมาเป็นรุ่นที่ใช้เครื่องยนต์เบนซิน ซึ่งปีนี้เราพร้อมแล้วที่จะแตกไลน์รถรุ่นนี้ให้คนไทยได้เป็นเจ้าของกับ V60 D4 เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ และแน่นอนว่ารถรุ่นนี้จะช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากขึ้น แต่ยังคงมอบสมรรถนะการขับขี่ยอดเยี่ยม ขับสนุกและโฉบเฉี่ยวเอาไว้เช่นเคย นับเป็นทางเลือกใหม่สำหรับลูกค้าที่กำลังมองหารถหรูระดับพรีเมี่ยมที่เพียบพร้อมด้วยคุณสมบัติที่คนรุ่นใหม่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็น ฟังก์ชั่นการใช้งาน ดีไซน์เร้าใจ สมรรถนะเยี่ยม มอบความปลอดภัยที่สุดอีกรุ่นหนึ่งจากวอลโว่ สอดรับกับแนวคิด "การออกแบบรถมาเพื่อคุณ" (Designed Around You) อย่างแท้จริง”

    รูปลักษณ์โดดเด่นด้วยคูเป้ในร่างสปอร์ตแวกอน สะกดทุกสายตาด้วยลายเส้นสายแนวขวางทำให้ดูเหมือนรถกดต่ำเกาะถนนดียิ่งขึ้น พร้อมกับ 5 สีที่ยังความโก้หรูทั้งสี Ember Black สี Savile Grey สี Ice White สี Bright Silver Metallic และสี Power Blue ใหม่

    วอลโว่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของดีไซน์สไตล์สแกนดิเนเวียนใส่ใจในทุกความปราณีตและการออกแบบทั้งลายไม้และหนัง ผสานกับการใช้งานที่สะดวกสบายเพื่อประสบการณ์การขับขี่ชั้นเยี่ยม เพิ่มความเท่ด้วยแผงคอนโซลกลางลาย Piano Black  ปุ่มควบคุมได้รับการเจียรนัยเสมือนอัญมณีล้ำค่า และกระจกมองหลังแบบไร้ขอบ

   วอลโว่ V60 D4 เอาใจคนทันสมัยด้วยหน้าปัดจอแบบ TFT (Thin Film Transistor)  แสดงผลเป็นกราฟฟิกที่ให้สีสดใสสว่างสะดุดตา ง่ายต่อการมองเห็นในทุกสภาพแสง หน้าจอแบบ TFT นี้ไม่เพียงแต่จะให้ผู้ขับขี่สามารถสื่อสารและตั้งค่าการใช้งานของรถได้อย่างสะดวก แต่ยังสามารถให้ผู้ขับขี่เลือกการแสดงผลบนหน้าปัดได้ตามอารมณ์การขับขี่ได้ถึง 3 แบบ คือ Elegance  Eco และ Performance

   จุดเด่นของรถสปอร์ตแวกอนรุ่นนี้คือ เบาะหลังสามารถแยกพับได้อย่างอิสระแบบ 40/20/40 พนักพิงของเบาะผู้โดยสารด้านหน้าทสามารถพับลงได้ราบเรียบ ทำให้สามารถบรรทุกสัมภาระได้หลากหลายขนาด และการออกแบบเบาะโดยสารที่ให้ความพิเศษมากยิ่งไปกว่านั้นก็คือเบาะรองนั่งตัวริมทั้งซ้ายและขวาของเบาะโดยสารด้านหลัง สามารถปรับยกขึ้นเป็นเบาะนั่งสำหรับเด็กได้สองระดับอีกด้วย เพื่อให้เด็กที่มีอายุ 3 ปีขึ้นไป นั่งในตำแหน่งความสูงที่เข็มขัดนิรภัยสามารถทำงานเพื่อป้องกันเด็กได้อย่างถูกต้องและปลอดภัย

 

   เครื่องยนต์ดีเซล ทวินเทอร์โบ 4 สูบความจุ 2 ลิตร เป็นเครื่องยนต์ในตระกูล Drive-E Powertrains ขนาดกระทัดรัดและมีน้ำหนักเบาที่วอลโว่พัฒนาขึ้นเพื่อการใช้เชื้อเพลิงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ประหยัดเชื้อเพลิง และปล่อยไอเสียต่ำลงเพื่อสิ่งแวดล้อมที่ดีขึ้น แม้จะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 4 สูบ 2 ลิตร แต่การออกแบบด้านวิศวกรรมเครื่องยนต์ Drive-E Powertrains ใหม่ สามารถให้พละกำลังได้เหนือกว่าเครื่องยนต์ 6 สูบและใช้เชื้อเพลิงน้อยกว่าเครื่องยนต์ 4 สูบในปัจจุบัน 10-30% (ขึ้นกับเครื่องยนต์ที่นำมาเปรียบเทียบ)

   เครื่องยนต์ Drive-E Powertrains D4 ดีเซลคอมมอนเรล-ทวินเทอร์โบ พิกัดความแรงสูงถึง 190 แรงม้า ที่ 4,250 รอบต่อนาที แรงบิดสูงมากถึง 400 นิวตัน-เมตร(Nm) ในช่วงรอบเครื่องยนต์ระหว่าง 1,750-2,500 รอบต่อนาที สามารถเร่งความเร็วจาก 0-100 กม./ช.ม. ได้ใน 7.7 วินาที

อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยในเมือง 17.5 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตร

อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยนอกเมือง 22.2 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตร

อัตราสิ้นเปลืองเฉลี่ยในเมืองและนอกเมือง 20.4 กิโลเมตรต่อ 1 ลิตร

 

     ครั้งแรกของโลกกับเทคโนโลยีหัวฉีดอัจฉริยะแบบ i-ART (Intelligent Accuracy Refinement Technology) เป็นเทคโนโลยีระบบหัวฉีดเชื้อเพลิงอัจฉริยะของเครื่องยนต์ดีเซลคอมมอนเรลใหม่ล่าสุดที่วอลโว่คิดค้นและพัฒนาขึ้นเป็นรายแรก กล่องควบคุม ECM (Engine Control Module) ทำหน้าที่ตรวจวัดแรงดันและอุณหภูมิของหัวฉีดด้วยเซ็นเซอร์ที่ติดตั้งไว้ในแต่ละหัวฉีดทำงานแบบแยกอิสระ ระบบจะประมวลผลเพื่อปรับและควบคุมการฉีดจ่ายเชื้อเพลิงในแต่ละหัวฉีดให้เหมาะสมเพื่อการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบ ซึ่งต่างจากเครื่องยนต์ดีเซลปกติที่ใช้เซ็นเซอร์วัดแรงดันเพียงตัวเดียวสั่งการและควบคุมปั๊มเชื้อเพลิง   

   การฉีดเชื้อเพลิงหลายๆครั้งต่อรอบการเผาไหม้ก่อให้เกิดความสมบูรณ์ในกระบวนการสันดาป ช่วยในการประหยัดเชื้อเพลิงและลดเสียงดังที่เกิดจากอาการน็อคของเครื่องยนต์ลงได้มากระบบ i-ART นี้สามารถฉีดเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง 9 ครั้งต่อการหมุน 1 รอบของเครื่องยนต์ ขณะที่การขับใช้งานรถยนต์ปกตินั้นจะใช้เพียงแค่ 3-4 ครั้งต่อการหมุน 1 รอบ

   การทำงานผสมผสานกันระหว่างหัวฉีดแรงดันสูงที่ 2,500 บาร์ (มากกว่าแรงดันในเครื่องยนต์ดีเซลแบบเดิมที่ 1,800 บาร์) และเทคโนโลยี i-ART ส่งผลให้เครื่องยนต์ดีเซลใหม่ของวอลโว่ ปล่อยไอเสียน้อยลง มีพละกำลังเพิ่มมากขึ้น และลดการใช้เชื้อเพลิงได้ดีขึ้นถึง 2%

   V60 D4 มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด ใหม่พร้อม Geartronic และ Paddle Shift ให้การขับขี่ที่สนุกเร้าใจ นุ่มนวลและประหยัดเชื้อเพลิง เกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด มีอัตราทดเกียร์ที่กว้างขึ้น เกียร์ 1 เร่งออกตัวได้ทันใจ ขณะที่จังหวะเกียร์สูงสุดช่วยประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงได้มาก โดยเฉพาะเมื่อใช้ความเร็วคงที่ต่อเนื่อง ช่วงเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวลจนแทบไม่รู้สึก และเกียร์แต่ละเกียร์ยังสามารถทำความเร็วได้สูงขึ้นด้วย

คุณลักษณ์พิเศษด้านความปลอดภัยที่มีอยู่ในรถยนต์วอลโว่ V60 D4 

  • ใหม่กับรีโมทคอนโทรลพร้อมฟังก์ชั่นสตาร์ทเครื่องยนต์ (Remote Engine Starting) ที่ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรถ
  • ระบบป้องกันการชนขณะขับขี่ความเร็วต่ำ (City Safety) เพื่อป้องกันการชนขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ
  • ระบบควบคุมความเร็วรถแบบแปรผันพร้อมฟังก์ชั่นหยุด/ออกตัวรถอัตโนมัติ และระบบแจ้งเตือนระยะห่างจากรถคันหน้า – Adaptive Cruise control with Queue Assist and Distance Alert  (ACC)  
  • ระบบตรวจจับคนเดินถนนและผู้ขับขี่รถจักรยานพร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถแบบเต็มแรงเบรก (Pedestrian and Cyclist Detection technology)
  • ระบบแจ้งเตือนและสั่นที่พวงมาลัยเพื่อเตือนเมื่อรถวิ่งออกนอกช่องทางเดินรถ (Lane Keeping Aid)
  • ระบบไฟส่องสว่างเพิ่มมุมมองด้านข้างเมื่อใช้สัญญาณไฟเลี้ยวขณะขับขี่ความเร็วต่ำ (Cornering Light)
  • ระบบเปิด/ปิดไฟสูงอัตโนมัติ (Active High Beam)    
  • ระบบเซ็นเซอร์เรดาร์แจ้งเตือนเมื่อมียานพาหนะอยู่ในมุมอับของสายตา  (Enhanced Blind Spot Information System – BLIS – radar sensor)  
  • ระบบแจ้งเตือนเมื่อมีรถวิ่งเข้ามาทางด้านข้างขณะถอยหลังออกจากที่จอด Cross Traffic Alert ช่วยเป็นตาหลังให้คุณ
  • ระบบแจ้งเตือนป้ายจราจร (Road Sign Information)
  • ระบบเปิด/ปิดไฟหน้าแบบอัตโนมัติเมื่อขับขี่เข้า/ออกจากที่มืด (Tunnel Detection)
  • ระบบเตือนผู้ขับขี่ (Driver Alert Control: DAC)

 

   วอลโว่ V60 D4 ยังมาพร้อม Sensus Connect ระบบสื่อสารในรถยนต์ที่รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับรถยนต์ Navigation การเชื่อมต่อมือถือผ่านบลูทูธ  พร้อมเพิ่มการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ตเพื่อเล่นแอปพลิเคชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น Find Fuel, Glympse, Local Search, Send to Car, Stitcher, TuneIn, Weather และ WikiLocations   มีการแสดงผลหน้าจอหรือ HMI (Human Machine Interface) ที่ใช้งานได้สะดวกผ่านจอภาพสี ขนาดใหญ่ 7 นิ้ว ที่ปรับปรุงให้ดูง่ายและทันสมัยขึ้น   นอกจากนี้ ผู้ขับขี่สามารถใช้งาน Sensus Connect ด้วยการใช้ปุ่มกดบนพวงมาลัย จึงทำให้เห็นข้อมูลบนจอภาพและถนนได้ในขณะเดียวกันโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย นอกจากนี้ปุ่มกดบนพวงมาลัยยังได้รับการพัฒนาขึ้นให้สามารถใช้สั่งการระบบนำทางได้ง่ายกว่าเดิมอีกด้วย

  วอลโว่ V60 D4 เครื่องยนต์ดีเซล ใหม่ เคาะราคาไว้ที่ 2,549,000 บาท สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์  02-305-4499 หรือ https://www.facebook.com/volvoTH

 
 

NEW CARS THAILAND : ไทยรุ่ง เปิดตัว New TR TRANSFORMER II โฉมใหม่ ยอดรถตรวจการณ์ สายพันธุ์แกร่ง

Wednesday, 16 March 2016 11:30

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) ผู้นำด้านการออกแบบและผลิตรถยนต์อเนกประสงค์ ยอดยนตรกรรมของไทยมากว่า 49 ปี  เปิดตัวรถยนต์ TR TRANSFORMER II โฉมใหม่ โดยได้ร่วมกับสุดยอด Car Designer ชั้นนำจากอังกฤษ ออกแบบรถโดยมี Concept ให้ TR TRANSFORMER II เป็นสัญญลักษณ์ของ Super Hero ของคนไทย นำรูปแบบตัวแสดงของ Iron Man มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบให้รถมีความโดดเด่น แข็งแรง สวยงาม ล้ำสมัย มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว อย่างแท้จริง พร้อมห้องโดยสาร Design ใหม่ Hi Roof ที่กว้างใหญ่กว่ารถ PPV ทั่วไป เพื่อตอบสนองการใช้งานในทุกรูปแบบและสามารถจัดรูปแบบที่นั่งได้หลากหลาย ตั้งแต่ 5 – 11 ที่นั่ง นอกจากนี้ยังสามารถดัดแปลงเป็นรถตรวจการณ์ในภาระกิจต่าง ๆ ได้มากมาย เช่นรถพยาบาลฉุกเฉินภาคสนาม รถบรรเทาสาธารณภัย และรถควบคุมระบบสื่อสาร เป็นต้น ในอนาคตเตรียมขยายตลาดไปยังประเทศเพื่อนบ้านในกลุ่ม AEC เปิดตัวในงาน Bangkok International Motor Show ครั้งที่ 37 ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม– 3 เมษายน 2559

   นายสมพงษ์ เผอิญโชค กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยรุ่งยูเนี่ยนคาร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ทางบริษัทฯ ได้ออกแบบพัฒนารถตรวจการณ์ New TR Transformer II โฉมใหม่ ให้มีคุณสมบัติเหนือกว่ารถ PPV ทั่วไปในประเทศ โดยได้ร่วมกับนักออกแบบชั้นแนวหน้า (Designer) จากอังกฤษ Mr.Steve Harper สุดยอด Car Designer จาก Shado Car Design โดยได้แรงบันดาลใจ จากสุดยอดซุปเปอร์ฮีโร่ IRON MAN สู่โฉมใหม่ที่เร้าใจยิ่งขึ้น ด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่น แข็งแรง    มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว  ล้ำสมัย ไม่เหมือนใคร ด้านหน้าใหม่หมดพร้อมกันชนหน้า – หลัง ดีไซน์ใหม่ เพิ่มความดุดัน ไฟหน้าใหม่แบบไบซีนอน (Bi-Xenon) ขนาด 3.5 นิ้ว ที่ให้ความสว่างยอดเยี่ยม และไฟ Daytime Running พร้อมฝังไฟเลี้ยวในตัว และเพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ ด้วยไฟตัดหมอก หน้า หลัง พร้อมกล้องมองหลังที่แสดงผลผ่านจอเมื่อเข้าเกียร์ถอย  ภายในห้องโดยสาร Design ใหม่ หลังคาทรงสูง Hi Roof ที่กว้างขวาง โปร่ง โล่งสบาย สามารถปรับรูปแบบที่นั่งโดยสารได้ ตั้งแต่ 5 – 11 ที่นั่ง และมีพื้นที่บรรทุกสัมภาระมากที่สุด เหนือกว่า รถ PPV ทั่วไป ผู้โดยสารตอนสาม สามารถขึ้นลงรถได้ ทั้งจากประตูท้ายด้านหลัง หรือด้านข้าง นอกจากนี้ยังมีตัวถังที่ยกสูง สามารถลุยน้ำได้ไม่น้อยกว่า 50 ซม. รถยนต์รุ่นนี้ได้พัฒนาขึ้นบน โครงสร้างของรถยนต์ Pick Up Toyota Hilux Revo ที่มีทั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ ยกสูง เครื่องยนต์ดีเซลขนาด 2.8 ลิตร 177 แรงม้า และ 2.4 ลิตร 150 แรงม้า ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องสมรรถนะที่ดีเยี่ยม มีค่าบำรุงรักษาต่ำ สามารถเข้ารับบริการด้านเครื่องยนต์และช่วงล่าง ได้ที่ศูนย์ บริการ Toyota ทั่วประเทศ ทั้งนี้บริษัทเชื่อว่า TR Transformer II โฉมใหม่ จะทำให้คนไทยมีความภูมิใจ ที่ได้ใช้รถยนต์ของคนไทยที่มีรูปแบบโดดเด่น มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร พร้อมอรรถประโยชน์มากมาย

   ในการพัฒนารถรุ่นนี้ บริษัทฯ ยังได้ร่วมกับทาง ศูนย์เทคโนโลยีโลหะและวัสดุแห่งชาติ (MTEC) และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้า พระนครเหนือ ในการออกแบบพัฒนาและทดสอบ เพื่อให้ได้มาตรฐานสากลโดยการทดสอบความแข็งแรงของโครงสร้าง (Analysis of Structure Strength) การจำลองการทดสอบการชน (Crash Test Simulation) ความสะดวกสบายในการขับขี่ (Riding Comfort) และการลดเสียงรบกวนในห้องโดยสาร เป็นต้น ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างหน่วยงานของรัฐ , สถาบันการศึกษา และเอกชน เพื่อพัฒนายกระดับ ความสามารถในการสร้างนวัตกรรมยานยนต์ของไทย

   นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะร่วมพัฒนารถยนต์รุ่นนี้กับหน่วยงานราชการ ต่าง ๆ ที่ต้องการใช้รถลักษณะพิเศษ เช่นทหาร ตำรวจ ป่าไม้ หน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย ฯ เพื่อช่วยให้ประเทศสามารถมีรถใช้งานตรงตามความต้องการ และช่วยประหยัดงบประมาณประเทศ ลดการนำเข้ารถยนต์จากต่างประเทศ อีกทั้งเป็นการพัฒนาขีดความสามารถของผู้ผลิตชิ้นส่วนและยานยนต์ของไทย ในการวิจัยและพัฒนายานยนต์เพื่อให้สามารถพึ่งตนเอง และยังสามารถส่งออกไปขายในต่างประเทศได้ด้วย เป็นการสร้างความมั่นคงให้ประเทศในยามเกิดภาวะสงครามได้อีกด้วย

จุดเด่น TR Transformer II
ภายนอก
- ไฟด้านหน้า  ดีไซน์ใหม่ แบบไบซีนอล (Bi-Xenon) ขนาด 3.5 นิ้ว และไฟ Daytime Running  พร้อมฝั่งไฟเลี้ยว เพิ่ม ความโฉบเฉี่ยว ดุดัน มาพร้อมคุณภาพการส่องสว่างที่เยี่ยมยอด เพิ่มทัศนะวิสัยในการขับขี่ พร้อมด้วยระบบควบคุมการเปิด-ปิด ไฟหน้า อัตโนมัติ เทคโนโลยีอำนวยความสะดวกล่าสุด ระบบจะทำการ เปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ โดยคำนึงถึงสภาพแวดล้อมภายนอก
- ด้านหน้าดีไซด์ใหม่พร้อมกันชนหน้า หลัง ใหม่ เพิ่มความดุดัน มากยิ่งขึ้น
- กระจกมองข้างโครเมียมพร้อมสัญญาณไฟเลี้ยว โดดเด่นด้วยวัสดุโครเมี่ยมขนาดใหญ่ ให้มุมมองที่กว้างขึ้นพร้อมครีบช่วยการทรงตัว เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น
- กระจก มือเปิดโครเมียม ใหม่ดีไซน์เฉพาะตัว
- บันไดข้างและบันไดหลัง เพิ่มความสะดวกสบายในการ ขึ้น-ลง
- กุญแจรีโมท สะดวกสบายด้วยดีไซน์แบบพับได้ ล๊อคและปลดล๊อคได้ได้ระยะไกล พร้อมระบบการเตือนการโจรกรรมและ Immobiliser

ภายในและอุปกรณ์อำนวยความสะดวก
- จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID 4.2 นิ้ว แสดงข้อมูลการขับขี่ได้คมชัด อ่านง่ายด้วยระบบสีที่สมบูรณ์
- ระบบควบคุมความเย็นอัตโนมัติ ยกระดับความเย็นสบายของห้องโดยสาร
- เบาะนั่งคนขับ ปรับระดับได้  รองรับทุกสรีระของผู้ขับขี่ เพิ่มมุมมองที่กว้างขึ้น เพิ่มทัศนะวิสัย ในการขับขี่
- เบาะตอน 2 สามารถพับเรียบ เพื่อบรรทุกสัมภาระได้เต็มพื้นที่
- พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง สามารถปรับระดับสูง-ต่ำ ดึง เข้า-ออก รองรับทุกสรีระของผู้ขับขี่
- กล่องเก็บของพร้อมระบบรักษาความเย็น
- แอร์เพดาน เพิ่มความเย็นให้ห้องโดยสารอย่างทั่วถึง
- ช่องเก็บของที่แผงประตู
- กล่องเก็บแว่นตา
- ช่องเก็บเอกสารหลังเบาะคู่หน้า

ระบบความปลอดภัย
- ถุงลมนิรภัย 3 ตำแหน่ง มั่นใจอีกขั้นของการป้องกันที่เหนือชั้นทั้งผู้ขับและผู้โดยสาร ลดโอกาสบาดเจ็บจากแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้านหน้า 2 ตำแหน่ง เข่าคนขับอีก 1 ตำแหน่ง
- ระบบเครื่องเสียงพร้อมเนวิเกเตอร์ แบบหน้าจอสัมผัส ขนาด 7นิ้ว รองรับระบบนำทาง T-connect และการเชื่อมต่อ USB / AUX / Bluetooth
- กล้องมองหลัง เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่เข้าถอยจอดได้ปลอดภัยกว่าเดิม
- ABS เมื่อต้องเบรกกะทันหัน ระบบจะช่วยป้องกันล้อล็อก
- เข็มขัดนิรภัย พร้อมระบบดึงกลับ และผ่อนแรงดึงอัตโนมัติ
- ไฟตัดหมอก หน้า –หลัง เพิ่มความปลอดภัยในการขับขี่ พร้อมทุกสถานการณ์

   ทั้งนี้สามารถชมและสัมผัสได้ที่ งาน  Bangkok  International  Motor  Show  ครั้งที่ 37 ณ. บูธไทยรุ่ง D6 ชาเลนเจอร์ 1 เมืองทองธานี  ตั้งแต่วันที่ 21 มีนาคม – 3 เมษายน  2559

 
 

NEW CARS THAILAND : ฟอร์ดเตรียมเปิดตัว Focus รุ่นปรับโฉม ขุมพลังอีโค่บูสท์ เทอร์โบและรถยนต์รุ่นพิเศษในงานบางกอก มอเตอร์โชว์ 2016

Wednesday, 16 March 2016 12:49

   ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้านำเสนอรถยนต์ระดับโลกเปิดตัวฟอร์ด โฟกัส ใหม่ ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ ซึ่งข้อมูลเพิ่มเติมและราคาจะถูกเปิดเผย พร้อมเปิดรับจองในงาน บางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37

   ฟอร์ด โฟกัส ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ที่เน้นความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ภายนอกโดดเด่นด้วยดีไซน์ฝากระโปรงและกระจังหน้าใหม่ คงไว้ซึ่งเอกลักษณ์การขับขี่สนุกสไตล์ฟอร์ด มาพร้อมกับเครื่องยนต์อัจฉริยะอีโค่บูสท์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ที่มาพร้อมขุมพลังความแรง 180 แรงม้า และแรงบิด 240 นิวตันเมตร เพื่อประสิทธิภาพตอบสนองการขับขี่ได้ดั่งใจ เพรียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะที่จะช่วยยกระดับมาตรฐานเซ็กเมนต์รถยนต์นั่งขนาดคอมแพกต์

   ภายในงาน ฟอร์ดยังจัดแสดงฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต รุ่นแบล็ก อิดิชั่น ใหม่ และฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นแบล็ก ลิมิเต็ด ใหม่ ซึ่งรถยนต์รุ่นปี 2016 ทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับเครื่องยนต์ที่สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เพื่อตอบโจทย์ผู้ขับขี่ที่ใส่ใจสิ่งแวดล้อม และสนใจใช้พลังงานทดแทนที่มีราคาประหยัด

   นอกจากนี้ฟอร์ดยังเปิดโอกาสให้ผู้สนใจสามารถสัมผัสกับฟอร์ด เอเวอเรสต์ ใหม่ เจ้าของรางวัล “รถยนต์ยอดเยี่ยมประจำปี 2558  หรือ Thailand Car of the Year 2015” จากสมาคมผู้สื่อข่าวรถยนต์และจักรยานยนต์ไทย ที่ได้รับการยอมรับในเรื่องสมรรถนะที่มาพร้อมสุดยอดขุมพลังอันเปี่ยมประสิทธิภาพ ทั้งยังช่วยสะท้อนความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยีและได้แสดงศักยภาพความก้าวหน้าด้านการออกแบบและการผลิตรถยนต์ของฟอร์ด

   ฟอร์ด เอเวอเรสต์ และ ฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่นปี 2016 พร้อมเข้าร่วมแสดงภายในงาน และนำเสนอเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะใหม่ เพื่อมอบประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือชั้น ปลอดภัย และสะดวกสบายในทุกเส้นทาง ซึ่งได้แก่ ระบบควบคุมความเร็วแบบรักษาระยะห่างอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Warning System) ระบบช่วยควบคุมรถให้อยู่ในช่องทาง (Lane Keeping System) ระบบเปิด-ปิดไฟสูงอัจฉริยะ (Auto High Beam Control) และระบบแจ้งเตือนการขับขี่ (Driver Alert System)

ฟอร์ดยังได้เตรียมโปรโมชั่น พร้อมมอบข้อเสนอสุดพิเศษสำหรับรถยนต์ทุกรุ่น ได้แก่
- ดอกเบี้ยพิเศษ 1.49% ผ่อนนาน 60 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับฟอร์ด เรนเจอร์ รุ่น Open Cab XLT 4x2 Hi-rider
- ดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% ผ่อนนาน 60 เดือนพร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับฟอร์ด เอเวอเรสต์ รุ่น 2.2 ลิตร
- ดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% ผ่อนนาน 48 เดือน พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งสำหรับฟอร์ด เอคโค่สปอร์ต

   “เราตื่นเต้นที่จะได้เปิดตัวฟอร์ด โฟกัส ใหม่เป็นอีกหนึ่งสมาชิกของโชว์รูมฟอร์ดในประเทศไทย และแนะนำขุมพลังความแรงเครื่องยนต์ อีโค่บูสต์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ที่เป็นเครื่องยนต์จากนวัตกรรมที่ได้รางวัลระดับโลก นอกจากนี้เรายังพร้อมจัดแสดงรถยนต์ฟอร์ดทุกรุ่น พร้อมมอบข้อเสนอพิเศษสุดคุ้มที่เป็นเหตุผลให้ทุกท่านร่วมเป็นเจ้าของรถยนต์ฟอร์ด” นางสาวยุคนธร วิเศษโกสิน กรรมการผู้จัดการ ฟอร์ด ประเทศไทย กล่าว

   นอกจากรถยน์ฟอร์ดที่จะนำมาจัดแสดงอย่างเต็มรูปแบบ ภายในบูธฟอร์ดยังมีกิจกรรมสุดสนุก ทั้งยังให้ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ระดับโลกของฟอร์ดแก่ผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมงาน

   งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 จะจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2559 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี

 
 

NEW CARS THAILAND : Ford Fiesta Black Limited รุ่นพิเศษ ดีไซน์สปอร์ต พร้อมรองรับน้ำมัน E85

Thursday, 17 March 2016 13:38

   ฟอร์ด ประเทศไทย เปิดตัวรถฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นพิเศษ แบล็ก ลิมิเต็ด ภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ณ อาคารชาเลนเจอร์ อิมแพค เมืองทองธานี ระหว่างวันที่ 23 มีนาคม – 3 เมษายน 2559 พร้อมปรับเครื่องยนต์เพื่อรองรับน้ำมัน E85 สำหรับฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นปี 2016

   ฟอร์ด เฟียสต้า รุ่น แบล็ก ลิมิเต็ด ได้รับการแต่งแบบสีทูโทนดำแดง โดดเด่นด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ ชุดกระจังหน้าสปอร์ตขอบสีแดง 2 ชิ้น ล้ออัลลอยพ่นดำ กระจกมองข้างสีแดง กรอบไฟตัดหมอกแบบสปอร์ต ชุดสติ๊กเกอร์หลังคาแบบสปอร์ต สติ๊กเกอร์ประตูท้ายแบบสปอร์ต เน้นความสปอร์ตไม่ซ้ำใคร

   นอกจากนี้ ฟอร์ดได้เน้นย้ำความมุ่งมั่นในการผลิตรถยนต์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยได้ทำการปรับเครื่องยนต์ของ ฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นปี 2016 ให้สามารถรองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคที่ต้องการใช้พลังงานทดแทนที่มีราคาประหยัดและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ขุมพลังประหยัดน้ำมัน ขับสนุก

   ฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นปี 2016 มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบ ขนาด 1.5 ลิตร พร้อมระบบวาล์วแปรผันแคมชาฟท์แบบอิสระคู่ (Ti-VCT) สามารถรองรับการใช้น้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 ให้กำลังสูงสุด 112 แรงม้า และแรงบิด 140 นิวตัน-เมตร ทำงานร่วมกับระบบเกียร์อัตโนมัติ แบบ 6 สปีด ที่รวมคุณลักษณะของเกียร์อัตโนมัติและเกียร์ธรรมดาเข้าด้วยกัน พร้อมโหมดเปลี่ยนเกียร์แบบธรรมดา มอบความประหยัดน้ำมันและความสนุกสนานในการขับขี่

   ฟอร์ด เฟียสต้ายังมาพร้อม ระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้า (Electric Power Assisted Steering – EPAS) ที่ช่วยมอบประสบการณ์การควบคุมรถที่ง่ายและแม่นยำยิ่งขึ้น ระบบจะปรับให้พวงมาลัยมีน้ำหนักเบาในขณะขับขี่ที่ความเร็วต่ำ เช่น กรณีเข้าช่องจอด ก่อนจะปรับมาเน้นความแม่นยำเมื่อขับขี่ที่ความเร็วสูง

ภายนอกดีไซน์สปอร์ต ภายในทันสมัยสะดวกสบาย

   ฟอร์ด เฟียสต้า ได้รับการออกแบบให้เน้นความสปอร์ตด้วยเส้นสายโฉบเฉี่ยวรอบคัน ช่วงล่างได้รับการปรับจูนให้เป็นรถที่ขับสนุกและเกาะถนนได้ดีเยี่ยม ตัวถังใช้เหล็กที่มีความแข็งแรงสูงและเหล็กที่มีความแข็งแรงสูงพิเศษแต่มีน้ำหนักเบา

   ภายในได้รับการตกแต่งด้วยวัสดุคุณภาพสูง เบาะนั่งคนขับและผู้โดยสารเน้นความสะดวกสบาย เพรียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีเพื่อการเชื่อมต่อสื่อสาร ระบบสั่งงานด้วยเสียง ซิงค์ (SYNC) ช่วยให้การสั่งการอุปกรณ์เพื่อความบันเทิง การใช้งานโทรศัพท์ และอุปกรณ์พกพาต่างๆ ภายในรถยนต์สะดวกสบายและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย

เทคโนโลยีเพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

ฟอร์ด เฟียสต้า เพรียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีช่วยเหลือผู้ขับขี่มากมาย ได้แก่

- ระบบป้องกันล้อล็อก (Anti-Brake System หรือ ABS) ช่วยป้องกันการล็อคล้อรถยนต์จากการเบรกกะทันหันและยังช่วยหยุดรถได้เร็วกว่าเมื่อขับขี่บนพื้นผิวถนนลื่น
- ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electric Stability Program หรือ ESP) ที่ทำงานประสานกับระบบควบคุมการเกาะถนน ช่วยให้การขับขี่ปลอดภัยยิ่งขึ้นแม้ขับขี่บนถนนลื่น
- ระบบช่วยออกตัวขณะจอดบนทางลาดชัน (Hill Launch Assist) ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถออกตัวขณะจอดบนทางลาดชันได้อย่างมั่นใจ โดยระบบจะช่วยหยุดรถได้นานสูงสุด 3 วินาที เพื่อป้องกันไม่ให้รถไหลขณะผู้ขับขี่เปลี่ยนเท้าจากเบรกมายังคันเร่ง
- สัญญาณเตือนระยะถอยหลัง (Rear Park Assist) ใช้อุปกรณ์เซ็นเซอร์ตรวจจับสิ่งกีดขวาง พร้อมสั่งสัญญาณเสียงเตือนเมื่อรถเข้าใกล้สิ่งกีดขวางที่ความเร็วต่ำ เช่น ขณะจอดรถ
- ถุงลมนิรภัยคู่หน้า (Front Dual Airbags) เพื่อการปกป้องผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้ากรณีเกิดการชน

   นอกจากนี้ ยังมีเทคโนโลยีอัจฉริยะอื่นๆ เพื่ออำนวยความสะดวกสบาย อาทิ ระบบเปิด-ปิดไฟหน้าอัตโนมัติ ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ปุ่มสตาร์ทรถอัตโนมัติ และกุญแจรีโมทอัจฉริยะ

   ฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นปี 2016 ให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีเงิน อิงกอท ซิลเวอร์ (Ingot Silver)  สีขาว โฟรเซ่น ไวท์ (Frozen White) สีดำ แชโดว์ แบล็ก (Shadow Black) พร้อมสีใหม่ สีน้ำเงิน วินนิ่ง บลู (Winning Blue) และสีแดง แคนดี้ เรด (Candy Red)

   โดดเด่นกว่าใครด้วยฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นพิเศษ แบล็ก ลิมิเต็ด ในสีทูโทนดำแดง ตกแต่งพิเศษด้วยชุดกระจังหน้าสปอร์ตขอบสีแดง 2 ชิ้น ล้ออัลลอยพ่นดำ กระจกมองข้างสีแดง กรอบไฟตัดหมอกแบบสปอร์ต ชุดสติ๊กเกอร์หลังคาแบบสปอร์ต และสติ๊กเกอร์ประตูท้ายแบบสปอร์ต

รายละเอียดราคาฟอร์ด เฟียสต้า รุ่นปี 2016

รุ่น 5 ประตู 1.5L Trend  AT ราคา 644,000 บาท

รุ่น 5 ประตู 1.5L Sport  AT ราคา 699,000 บาท (จากราคาเดิม 709,000 บาท)

รุ่น 5 ประตู 1.5L Sport  AT แบล็ก ลิมิเต็ด ราคา 719,000 บาท

   ผู้ที่สนใจสามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ฟอร์ด ประเทศไทย www.ford.co.th

 
 

NEW CARS THAILAND : The new E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10

Monday, 16 May 2016 13:30

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์ระดับพรีเมี่ยม เปิดตัว The new E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10 ที่สุดแห่งยนตกรรมซีดานอัจฉริยะ ด้วยรูปลักษณ์โดดเด่น ทรงพลัง มาพร้อมเทคโนโลยีเพื่อการขับขี่อย่างเหนือระดับ

   The new E-Class เจนเนอเรชั่นที่ 10 ถือเป็นที่สุดแห่งยนตกรรมซีดานในกลุ่ม Contemporary Luxury โดยตลอดเวลาที่ผ่านมารถยนต์ตระกูล E-Class เป็นหัวใจของ  เมอร์เซเดส-เบนซ์ เพราะได้สร้างมาตรฐานใหม่ๆ ให้กับกลุ่มรถยนต์สำหรับนักธุรกิจอยู่เสมอ The new E-Class จึงมาพร้อมกับรูปลักษณ์ที่โดดเด่น ทรงพลัง ทุกองค์ประกอบสอดรับกันเป็นหนึ่งเดียวอย่างสมบูรณ์แบบตามหลัก Sensual Purity ของเมอร์เซเดส-เบนซ์ และนำเสนอเทคโนโลยียนตรกรรมใหม่ล่าสุดเป็นครั้งแรกของโลก ยกระดับแนวคิดการพัฒนาระบบขับขี่อัตโนมัติไปอีกขั้น อีกทั้งยังเป็นรถยนต์ที่มีอัตราการใช้พลังงานต่ำลง และได้รับการสรรสร้างให้ขับขี่สนุกขึ้นเพื่อมอบสุนทรีย์ให้กับผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

   ดีไซน์ภายนอก The new E-Class มีขนาดตัวถังและฐานล้อที่ยาวและกว้างขึ้น ผสานกับฝากระโปรงหน้าที่ดูยาว  เส้นสายของส่วนหลังคาที่ออกแบบในสไตล์รถคูเป้ ทอดตัวเป็นเส้นโค้งยาวจรดด้านหลังของตัวรถ นอกจากนี้  รูปลักษณ์ด้านหลังของตัวรถได้รับการออกแบบให้ซุ้มล้อหลังดูกว้างกว่าซุ้มล้อหน้า เพื่อแสดงเอกลักษณ์ของสมาชิกใหม่ในกลุ่มรถซาลูนของเมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมติดตั้งโคมไฟท้ายแบบชิ้นเดียวโดยด้านในโคมแบ่งออกเป็นสองส่วนทำให้มีรูปลักษณ์ที่ดูสง่างามอย่างมีระดับ สำหรับดีไซน์ภายใน เบาะที่นั่ง ถือเป็นหนึ่งในจุดเด่นของรถตระกูลนี้ สำหรับรุ่น The new E 220 d AMG  Dynamic จะมาพร้อมกับชุดหน้าจอความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว จำนวน 2 จอ ซึ่งนับเป็นครั้งแรก ของรถยนต์ในเซ็กเมนต์นี้ที่มีการติดตั้งจอดังกล่าว นอกจากนี้ยังเพิ่มสุนทรียภาพในการโดยสารด้วยระบบไฟ   สร้างบรรยากาศในห้องโดยสารที่ปรับสีได้ถึง 64 สี

   The new E-Class มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบที่พัฒนาขึ้นใหม่ และระบบเกียร์อัตโนมัติ ชุดใหม่ 9G-TRONIC ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็ว ควบคุมแรงเหวี่ยงจากการทำงานของเครื่องยนต์ให้ต่ำลง ช่วยให้สมรรถนะการขับขี่นุ่มนวลและมีประสิทธิภาพมากขึ้น ประกอบกับโครงสร้างรถที่ได้รับการพัฒนาด้านอากาศพลศาสตร์ และมีน้ำหนักเบาลงส่งผลให้มีอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันต่ำเพียง 25.6 กิโลเมตร/ลิตร และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียงแค่ 102 กรัม/กิโลเมตร

   The new E-Class โมเดลล่าสุดนี้ ยังได้รับการยกย่องให้เป็นที่สุดแห่งยนตรกรรมซีดานอัจฉริยะ ทั้งในเรื่องสมรรถนะเครื่องยนต์ที่ช่วยลดอัตราสิ้นเปลืองน้ำมันและการปล่อยก๊าซ CO2 ลงได้อย่างดีเยี่ยม ตลอดจนเทคโนโลยีต่างๆที่ช่วยให้การขับขี่และโดยสารมีความสะดวกสบายและปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อาทิ ระบบไฟหน้า MULTIBEAM LED แบบความละเอียดสูง ที่ทำงานด้วยระบบดิจิตอลทั้งหมด รวมถึงระบบ Active Light ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้าเป็นครั้งแรกของโลก

   สำหรับ The new E-Class ในประเทศไทย มีให้เลือกสรร 2 ดีไซน์ คือ The new E 220 d Exclusive ราคา 3,990,000 บาท และ The new E 220 d AMG  Dynamic ราคา 4,790,000 บาท สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์ อย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 
 

NEW CARS THAILAND : HONDA BRIO & BRIO AMAZE รุ่นปรับโฉม เติมเต็มอุปกรณ์อำนวยความสะดวก

Tuesday, 17 May 2016 11:46

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว บริโอ้ ใหม่ และ บริโอ้ อเมซ ใหม่ ยนตรกรรมอีโคคาร์ที่ให้ความอุ่นใจในทุกการขับขี่ สะท้อนความโฉบเฉี่ยว ทันสมัยยิ่งขึ้นด้วยการออกแบบภายนอกและภายในใหม่ ทั้งยังได้ติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันล้ำสมัย ตลอดจนมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครัน มั่นใจยิ่งขึ้นด้วยมาตรฐานคุณภาพรถยนต์อีโคคาร์จากฮอนด้า พร้อมมาตรฐานการบริการหลังการขายที่มีคุณภาพจากโชว์รูมพร้อมศูนย์บริการฮอนด้า 219 แห่งครอบคลุมทั่วประเทศ

      บริโอ้  และบริโอ้ อเมซ ใหม่ มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่ทันสมัย และโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้นด้วยกระจังหน้า และกันชนหน้าสไตล์สปอร์ต ล้ออัลลอยลายใหม่ รวมถึงการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกพรีเมียมยิ่งขึ้น ด้วยแผงคอนโซลดีไซน์ใหม่ สะดวกสบายในทุกการขับขี่ด้วยปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย และช่องเชื่อมต่อ USB นอกจากนี้ บริโอ้ อเมซ ใหม่ ยังโดดเด่นด้วยไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์พร้อมไฟหรี่แบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้า และสปอยเลอร์หลังดีไซน์สปอร์ต พร้อมติดตั้งเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายแก่ผู้ขับขี่ยิ่งขึ้น ได้แก่ หน้าจอแสดงข้อมูลแบบ MID ระบบควบคุมประตูอัจฉริยะ และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์แบบอัจฉริยะ

   บริโอ้ และ บริโอ้ อเมซ ใหม่ เปี่ยมด้วยสมรรถนะเครื่องยนต์ SOHC i-VTEC ขนาด 1.2 ลิตร 4 สูบ16 วาล์ว 90 แรงม้า และระบบเกียร์ CVT ใหม่ ที่พัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ให้ความคล่องตัวพร้อมให้อัตราการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงที่ดีเยี่ยม และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมตามมาตรฐานมลพิษระดับ EURO4 ทั้งยังครบครันด้วยมาตรฐานความปลอดภัยในทุกรุ่น อาทิ ถุงลมอัจฉริยะด้านคนขับ (i-SRS) ถุงลมด้านผู้โดยสารด้านหน้า (SRS)  ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (ABS) ระบบกระจายแรงเบรก (EBD) และระบบสัญญาณกันขโมย

   นายพิทักษ์ พฤทธิสาริกร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารปฏิบัติการ บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “ความต้องการในกลุ่มรถยนต์อีโคคาร์ยังคงได้รับความสนใจอย่างต่อเนื่อง ฮอนด้า จึงได้แนะนำ บริโอ้ และ บริโอ้ อเมซ ใหม่ เพื่อตอบโจทย์ผู้ที่กำลังมองหารถยนต์อีโคคาร์ ซึ่งให้อัตราการประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม และการขับขี่ที่สะดวกคล่องตัว พร้อมความอุ่นใจในการเป็นเจ้าของรถยนต์ฮอนด้า ด้วยมาตรฐานคุณภาพรถยนต์จากฮอนด้า และมาตรฐานการบริการหลังการขายที่ครบวงจร ณ โชว์รูมพร้อมศูนย์บริการของฮอนด้า 219 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งลูกค้าชาวไทยให้ความไว้วางใจมาโดยตลอด ทั้งนี้ยืนยันได้ด้วยรางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมด้านภาพลักษณ์ดีเด่นประเภทยี่ห้อที่น่าเชื่อถือ (TAQA Award 2015 - Trusted Brand) จากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริโภค โดยได้รับติดต่อกันถึง 4 ปีซ้อน”

   ฮอนด้า บริโอ้ ใหม่ รุ่น V CVT ราคา 495,000 บาท และ บริโอ้ อเมซ ใหม่ มีให้เลือก 2 รุ่นได้แก่ รุ่น V CVT ราคา 517,000 บาท และรุ่น SV CVT ราคา 577,000 บาท โดยทั้งบริโอ้ และ บริโอ้ อเมซ ใหม่ มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) สีขาวทาฟเฟต้า และสีใหม่เงินลูนาร์ (เมทัลลิก)

   ในโอกาสนี้ ฮอนด้านำเสนอแคมเปญดอกเบี้ยพิเศษสำหรับเจ้าของรถยนต์ฮอนด้าทุกรุ่น (Honda Loyalty) และสำหรับลูกค้าทุกท่าน รับฟรีค่าบริการตรวจเช็คระยะ ค่าแรง และค่าอะไหล่ ตั้งแต่ระยะ 10,000 – 50,000 กิโลเมตร ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

   พบกับฮอนด้า บริโอ้ และ ฮอนด้า บริโอ้ อเมซ ใหม่ ได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ หรือชมรายละเอียดเพิ่มเติมที่ www.honda.co.th/brioamaze-brio

หมายเหตุ:           

- อุปกรณ์มาตรฐานแตกต่างกันในแต่ละรุ่น

- สำหรับสีดำคริสตัล (มุก) เพิ่ม 6,000 บาท

 
 

NEW CARS THAILAND : FORD FOCUS ปรับโฉมพร้อมขุมพลังอีโค่บูสท์ เทอร์โบ

Tuesday, 10 May 2016 14:49

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฟอร์ด ประเทศไทย เดินหน้านำเสนอรถยนต์ระดับโลกเปิดตัว FORD FOCUS  รุ่นปรับโฉม ที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ  180 แรงม้า รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง E85 ด้วยราคา 1,099,000 บาท

   FORD FOCUS ใหม่ มาพร้อมดีไซน์ที่เน้นความโฉบเฉี่ยวมากขึ้น ภายนอกโดดเด่นด้วยดีไซน์ฝากระโปรงและกระจังหน้าใหม่ในสไตล์ฟอร์ดยุคใหม่ มาพร้อมกับเครื่องยนต์อีโค่บูสท์ เทอร์โบ ขนาด 1.5 ลิตร ให้ความแรงถึง 180 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิด 240 นิวตันเมตรที่ 1,600-5,000 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ 6 จังหวะ ตอบสนองการขับขี่ได้ดั่งใจ และเพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีช่วยขับขี่อัจฉริยะมาตรฐานใหม่ของรถยนต์นั่งขนาดคอมแพกต์เมืองไทย

   รูปลักษณ์ภายนอกได้รับการปรับโฉม ด้วยชุดกระจังหน้าและกันชนใหม่ พร้อมไฟหน้าที่เรียวมนให้อารมณ์สปอร์ตมากขึ้น ขณะที่ไฟท้ายเป็น LED รูปทรงคล้ายของเดิม ส่วนภายในเน้นความสปอร์ตหรูปรับปรุงให้ทันสมัยมากขึ้น บริเวณคอนโซลกลางติดตั้งจอแสดงผลแบบทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว พร้อมกับระบบการสั่งงานด้วยเสียงเวอร์ชั่นล่าสุด SYNC3 สำหรับเชื่อมต่อความบันเทิงได้หลากหลายและรองรับการใช้งานผ่านสมาร์ทโฟนตามเทรนด์ของรถยนต์ยุคนี้

   นอกจากนี้ ยังมาพร้อมระบบช่วยจอดอัจฉริยะที่พัฒนาให้ล้ำสมัยไปอีกขั้น เพิ่มความสามารถในการถอยจอดเข้าซองได้ (Perpendicular Park Assist) จากระบบเดิมที่ช่วยจอดได้เพียงเทียบข้างแบบคู่ขนานเท่านั้น (Parallel Park Assist) ซึ่งผู้ขับขี่ควบคุมแค่การเข้าเกียร์ เบรกและคันเร่ง โดยไม่ต้องใช้มือบังคับพวงมาลัย

   สนใจสามารถสอบข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ฟอร์ดอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 
 

NEW CARS THAILAND : Chevrolet Colorado โฉมใหม่ ผสานความแข็งแกร่งและเทคโนโลยีการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้น!

Thursday, 28 April 2016 11:31

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลต เซลส์ ประเทศไทยเผยโฉมรถกระบะ โคโลราโดรุ่นใหม่ ที่จะสานต่อตำนานความสำเร็จของรถกระบะเชฟโรเลตที่มีประวัติอันยาวนานเกือบ 100 ปี

   โคโลราโดใหม่โดดเด่นด้วยคุณสมบัติที่ครบครันในแบบฉบับรถกระบะอเมริกันของเชฟโรเลต มาพร้อมการออกแบบภายนอกและภายในใหม่ สมรรถนะที่เหนือชั้นกว่าเดิม ความปลอดภัยที่ดียิ่งขึ้น ความหรูหรามากกว่าเดิม และเทคโนโลยีระดับผู้นำเซกเมนท์

  

   โคโลราโดรุ่นใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแกร่งและความประณีต มีลวดลายเส้นสายที่สวยงามและชัดเจน เปี่ยมไปด้วยดีเอ็นเอแบบฉบับรถกระบะอเมริกันพันธุ์แท้ ตัวถังรถมีสัดส่วนที่บึกบึน เสริมภาพลักษณ์ความสมบุกสมบัน สะท้อนศักยภาพการลุยเส้นทางออฟโรดได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

   รถกระบะรุ่นนี้มาพร้อมเอกลักษณ์การออกแบบระดับโลกที่ถ่ายทอดพละกำลังและความแข็งแกร่ง ด้วยการออกแบบด้านหน้าใหม่ที่เน้นความสปอร์ตทั้งแผงกันชน กระจังหน้า ฝากระโปรง และไฟหน้า ซึ่งทำให้รถกระบะรุ่นนี้โดดเด่นเหนือกว่ารถกระบะทั่วไป รูปลักษณ์ใหม่เน้นความสะดุดตาด้วยไฟส่องสว่างขณะขับขี่กลางวันแอลอีดีรูปทรงเรียวบางที่พร้อมดึงดูดทุกสายตาบนท้องถนน

   ภายในห้องโดยสารของโคโลราโดรุ่นใหม่ ผสมผสานทั้งความแข็งแกร่งและความหรูหราเหมือนกับภายนอก ด้วยการออกแบบใหม่ทั้งหมดที่เน้นความสะดวกสบาย ความกว้างขวาง ความประณีต และเทคโนโลยี แผงแดชบอร์ดและการตกแต่งเบาะที่นั่งใหม่ยกระดับความรู้สึกพรีเมียม ซึ่งออกแบบเพื่อตอบสนองการใช้งานของผู้ขับขี่และผู้โดยสารโดยเฉพาะ ขณะที่คอนโซลกลางที่ถูกปรับดีไซน์ใหม่ทำให้ใช้งานได้ง่ายดายมากขึ้น การจัดวางตำแหน่งเน้นความสะดวกสบายด้วยหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว (ขึ้นอยู่กับรุ่น) และระบบอินโฟเทนเมนท์ มายลิงค์

   วัสดุผ้าให้พื้นผิวสัมผัสนุ่มนวล การตกแต่งทั่วทั้งห้องโดยสารให้ความสะดวกสบาย มีการเลือกใช้วัสดุอย่างละเอียดเพื่อให้มีความทนทานและเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้โดยสารทุกที่นั่ง การตัดเย็บที่ออกแบบมาสำหรับโคโลราโดโดยเฉพาะ ช่วยสร้างมาตรฐานใหม่แห่งความประณีตบรรจงซึ่งไม่สามารถพบได้ในรถกระบะขนาดกลางทั่วไป

   นอกจากการออกแบบภายนอกและภายในใหม่แล้ว ยังมีอุปกรณ์ตกแต่งอีกมากมายที่ช่วยเสริมภาพลักษณ์ของโคโลราโดใหม่ โดยได้แรงบันดาลใจมาจากเสียงตอบรับที่ดีเยี่ยมต่อโคโลราโด เอ็กซ์ตรีม รถกระบะ Show Truck ที่จัดแสดงภายในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2016

    โคโลราโดรุ่นใหม่ ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 4 สูบ ดีเซลเทอร์โบ 2.5 ลิตร ที่ถูกปรับปรุงใหม่เพื่อสมรรถนะที่ดีขึ้น ประหยัดน้ำมันยิ่งกว่า และลดมลพิษไอเสีย ด้วยการใช้ระบบเทอร์โบแปรผันหรือ VGT (Variable Geometry Turbocharger) เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 2.5 ลิตร มีพละกำลัง 180 แรงม้า  ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิด 440 นิวตันเมตร  ที่รอบต่ำ 2,000 รอบต่อนาที เครื่องยนต์รุ่นนี้ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 4

   สมรรถนะของเครื่องยนต์ถูกควบคุมโดยกล่องควบคุมเครื่องยนต์ (ECU) ที่พัฒนาโดยจีเอ็ม เพื่อเสริมบุคลิกการขับขี่ของเครื่องยนต์รุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยมีฟังก์ชั่นควบคุมที่เป็นสิทธิบัตรของจีเอ็มมากกว่า 150 ฟังก์ชั่น ซึ่งช่วยประสานการทำงานระหว่างซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด

   ระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดหรือเกียร์ธรรมดา 6 สปีดตามแต่รุ่นย่อย โดยระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีดได้รับการปรับแต่งอัตราทดเกียร์ใหม่ เพื่อช่วยเพิ่มสมรรถนะและความประหยัดน้ำมัน

   เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์ 2.5 ลิตรถูกติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงรบกวนบริเวณหัวฉีด เพื่อให้ทำงานได้เงียบขึ้น โคโลราโดทุกรุ่นยังมาพร้อมยางรองตัวถังและยางรองแท่นเครื่องยนต์แบบใหม่ ซึ่งช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ ทำให้มีระดับเสียงและแรงสั่นสะเทือนภายในห้องโดยสารลดลง จากการทดสอบของทีมวิศวกรแสดงให้เห็นว่าห้องโดยสารของโคโลราโดรุ่นใหม่เงียบลง 2-4 เดซิเบล และมีแรงสั่นสะเทือนลดลง

   นอกจากนี้ยังพัฒนาบนระบบช่วงล่างที่มีความแข็งแกร่ง ทำให้มีความเสถียรยิ่งกว่าเดิม ช่วยเพิ่มความสะดวกสบายให้แก่ผู้ขับขี่ ห้องโดยสารถูกแยกจากระบบช่วงล่างด้วยยางรองตัวถัง ทำให้สามารถลดเสียงและแรงสั่นสะเทือนลง พร้อมกับทำให้มีการขับขี่ที่คล่องตัวและหนึบมากขึ้น จานดิสก์เบรกชุดใหม่มีเสียงการทำงานที่ลดลง นอกจากนี้ ระบบกันสะเทือนชุดใหม่ยังถูกปรับตั้งพร้อมช็อกอัพแบบไดเกรสซีฟ ซึ่งช่วยให้โคโลราโดมีการขับขี่ที่สะดวกสบายและเสถียรภาพที่เหนือชั้น

   โคโลราโดรุ่นใหม่ล่าสุด ยังมาพร้อมระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ที่ช่วยอำนวยความสะดวกสบายในการบังคับพวงมาลัยสำหรับการขับขี่ในเมืองและขณะจอดรถ อีกทั้งยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ระบบบังคับเลี้ยวจะเพิ่มน้ำหนักขึ้นตามความเร็วในการขับขี่ ดังนั้นโคโลราโดรุ่นใหม่จึงมีน้ำหนักพวงมาลัยที่เหมาะสมเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงขึ้น

   โคโลราโดรุ่นใหม่ มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดในแบบที่พบได้ในรถกระบะระดับพรีเมียมเท่านั้น

ระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัย

   ในเรื่องของความปลอดภัยยังคงมีความสำคัญสูงสุดสำหรับเชฟโรเลต และโคโลราโดรุ่นใหม่สะท้อนปรัชญานี้ได้อย่างสมบูรณ์แบบด้วยระบบความปลอดภัยแบบแอคทีฟและแพสซีฟ (ขึ้นอยู่กับรุ่น) ทั้งระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทั้งขณะออกตัวและในโค้ง Traction Control System (TCS), ระบบรองรับการเบรกกะทันหัน Panic Brake Assist (PBA), ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD), ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน Hill Descent Control (HDC) และระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน Hill Start Assist (HSA) พร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตลอดจนถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่

ระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่

   โคโลราโดรุ่นใหม่ล่าสุด โดดเด่นด้วยระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร ระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและหลัง และระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง นอกจากนี้ยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับน้ำฝน ไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติ และฟังก์ชั่นรีโมทสตาร์ท ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างมากเวลาจอดกลางแจ้งด้วยการสตาร์ทเครื่องยนต์ได้จากกุญแจ เพื่อให้ห้องโดยสารเย็นสบายก่อนขึ้นรถ ขณะที่ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและกล้องมองหลังช่วยให้การขับขี่ในที่คับแคบมีความสะดวกง่ายดายมากขึ้น ฟังก์ชั่นอื่นๆ ยังรวมถึงกระจกหน้าต่างคู่หน้าที่เลื่อนลงเล็กน้อยเพื่อช่วยในการปิดประตู (ขึ้นอยู่กับรุ่น)

การเชื่อมต่อที่เหนือกว่า

   การเชื่อมต่อมีความสำคัญสำหรับผู้ขับขี่ในปัจจุบัน ซึ่งเป็นเหตุผลที่โคโลราโดรุ่นใหม่ได้รับการติดตั้งเทคโนโลยีที่พบได้ในรถกระบะระดับพรีเมียมเท่านั้น โคโลราโดใหม่เป็นรถกระบะรุ่นแรกในเซกเมนท์ที่รองรับการเชื่อมต่อแอปเปิล คาร์เพลย์ ทำให้ลูกค้าสามารถแสดงผลหน้าจอสมาร์ทโฟนขึ้นบนหน้าจอทัชสกรีนของตัวรถได้

   นอกจากนี้ยังมีฟังก์ชั่นสิริ อายส์ฟรี และซอฟต์แวร์สั่งงานด้วยเสียง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสั่งงานด้วยเสียงโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย ระบบนี้มุ่งตอบสนองไลฟ์สไตล์ของผู้ขับขี่โคโลราโดที่สามารถบุกเบิกเส้นทางใหม่ทั้งการทำงานและการท่องเที่ยว

สนใจสามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์เชฟโรเลตอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 
 

NEW CARS THAILAND : MG GS สปอร์ตเอสยูวีสมรรถนะสูง!

Thursday, 17 March 2016 13:55

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด และบริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว NEW MG GS รถสปอร์ตเอสยูวีรุ่นใหม่ ตอบสนองกลุ่มลูกค้าที่ต้องการรถอเนกประสงค์แนวสปอร์ตที่เหนือกว่าในทุกมิติ โดดเด่น ลงตัวทุกมุมมองด้วยดีไซน์อันทันสมัยผสานกันอย่างลงตัว เร้าอารมณ์ทุกการขับขี่ด้วยสมรรถนะอันเหนือชั้นของเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0 ลิตร 218 แรงม้า เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยเต็มพิกัด พร้อมให้คุณมั่นใจและสะท้อนตัวตนในแบบที่ไม่ตามใคร

   NEW MG GS ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด บริท ไดนามิค (Brit Dynamic) เช่นเดียวกับรถเอ็มจีทุกรุ่น ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะ การควบคุม และความปลอดภัย ซึ่งเหนือกว่ารถยนต์รุ่นอื่นๆ ในเซกเมนต์ดียวกัน

   การออกแบบของ NEW MG GS สะกดทุกสายตาถ่ายทอดผ่าน DNA มาจากศูนย์ออกแบบรถยนต์ ยูเค เทคนิคคอล เซนเตอร์ (UK Technical Centre) ณ เมืองเบอร์มิงแฮม ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากโคมไปใน ยูเค พาวิลเลี่ยน เวิลด์ เอ็กซ์โป (UK Pavilion World Expo) ประเทศอังกฤษ ด้วยดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวทุกมุมมองสะท้อนเอกลักษณ์แบบไม่ตามใคร (Follow No Others) กับคอนเซปต์การออกแบบ Diamond Flow Design เพื่อเน้นความสปอร์ตและปราดเปรียว กระจังหน้าทรงเรียวเชื่อมต่อกรอบไฟ บนฝากระโปรงมีเส้นสันคมที่เน้นย้ำโลโก้ MG ให้โดดเด่นยิ่งขึ้น ล้ำสมัยด้วยกรอบไฟตัดหมอกทรงเหลี่ยมสอดรับกับแผงกันกระแทกรอบคันที่ช่วยเพิ่มความบึกบึน สะกดทุกสายตาพร้อมเสริมบุคลิกด้วยปลายท่อไอเสียทรง 4 เหลี่ยม

   NEW MG GS มาพร้อมกับกรอบไฟหน้าโปรเจคเตอร์ เฮชไอดี ไฟส่องสว่างขณะขับขี่ในเวลากลางวัน (Daytime Running Lights) กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว ไฟท้ายแอลอีดีให้ความสว่างชัดเจนในทุกระยะการขับขี่พร้อมไฟเบรกดวงที่สามที่ช่วยเพิ่มความปลอดภัยอีกระดับ และซันรูฟแบบปรับไฟฟ้าที่ช่วยเพิ่มสุนทรียภาพในการขับขี่และการเดินทาง NEW MG GS ยังมาพร้อมระบบไฟหน้าเปิด-ปิดอัตโนมัติ ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ ระบบหัวฉีดน้ำล้างไฟหน้า ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ ไฟตัดหมอกหน้าและหลัง รวมถึงราวหลังคา ขณะที่ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตสีทูโทนมีขนาด 18 นิ้วเติมเต็มความเฉียบคมของรูปลักษณ์ภายนอกได้อย่างสมบูรณ์แบบ

   การออกแบบและตกแต่งภายในห้องโดยสารดีไซน์สปอร์ต ทันสมัย ตกแต่งด้วยวัสดุหนังระดับพรีเมียมสีดำสะท้อนภาพลักษณ์แห่งความสปอร์ตดุดัน ดีไซน์เน้นเหลี่ยมคมแบบโมเดิร์นสลับกับเส้นสายโค้งมนให้ความนุ่มนวลกลมกลืนรอบคัน เบาะที่นั่งด้านหลังสามารถปรับพับได้แบบแยกส่วนแบบ 60:40 เพื่อเพิ่มพื้นที่จัดเก็บสัมภาระด้านท้าย พร้อมจัดเต็มฟังก์ชั่นเพื่อความสะดวกสบายของผู้โดยสารสูงสุด เบาะที่นั่งผู้ขับขี่และเบาะผู้โดยสารด้านหน้าปรับไฟฟ้า พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น พร้อมระบบความคุมความเร็วอัตโนมัติ หรือครูส คอนโทรล (Cruise Control) สะดวกสบายยิ่งขึ้นด้วยกุญแจอัจฉริยะ การสตาร์ทรถแบบ Push Start ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ และกระจกมองหลังปรับแสงอัตโนมัติ

   อีกหนึ่งความโดดเด่นของ NEW MG GS คือเทคโนโลยีการสื่อสารอัจฉริยะ inkaNet (อินคาเน็ต) อัดแน่นไปด้วย 12 ฟังก์ชั่น ประกอบด้วย การโทรออก-รับสาย การรับ-ส่งข้อความ หรือแม้กระทั่งการแชร์สัญญาณอินเทอร์เน็ตไร้สายผ่านหน้าจอวิทยุ ตลอดจนระบบการนำทางรถยนต์ ระบบขอบเขตอิเล็กทรอนิกส์ การตรวจสอบสถานะของรถยนต์ การแจ้งอัตราสิ้นเปลืองน้ำมัน พร้อมการวางแผนการเดินทาง การควบคุมการทำงานของรถยนต์ การตรวจวิเคราะห์รถยนต์ การเตือนความผิดปกติของรถยนต์ และระบบเลขาฯส่วนตัว ระบบนำทางเนวิเกชั่นแสดงผลผ่านหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว และระบบเครื่องเสียงตอบสนองความบันเทิงผ่านลำโพง 8 ตัว รองรับมัลติมีเดียและการเชื่อมต่อไร้สายผ่านบลูทูธ พร้อมยูเอสบี (USB) และเอยูเอ็กซ์ (AUX) นอกจากนี้ ยังมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยกล้องมองหลังและเซ็นเซอร์ถอยหลัง

   เร้าใจไปกับสมรรถนะที่พร้อมตอบสนองทุกการขับขี่ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว   ไดเรคอินเจคชั่น พละกำลังสูงสุด 218 แรงม้าที่ 5,300 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรที่ 2,500 – 4,000 รอบต่อนาที พร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้ออัตโนมัติ (AWD) ส่งกำลังด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ TST – Twin Clutch Sportronic Transmission แบบ 6 สปีด อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.2 วินาที สามารถรองรับเชื้อเพลิง E85

   ระบบกันสะเทือนของ NEW MG GS ช่วงล่างด้านหน้าเป็นแบบอิสระแม็คเฟอร์สันสตรัทพร้อมเหล็กกันโคลง ด้านหลังแบบอิสระมัลติลิงค์พร้อมเหล็กกันโคลง โครงสร้างตัวถังนิรภัย แข็งแกร่งด้วยเทคโนโลยี FSF - Full Space Frame ป้องกันผู้ขับขี่และผู้โดยสารทุกที่นั่งด้วยถุงลมคู่หน้าและด้านข้างให้ความอุ่นใจในทุกเส้นทาง

   ปกป้องทุกการขับขี่กับมารตฐานความปลอดภัยที่ไม่เป็นรองใคร ด้วยระบบ SYNCHRONIZED PROTECTION SYSTEM 13 ระบบความปลอดภัยที่ทำงานประสานเป็นหนึ่งเดียวทั้งระบบ ตั้งแต่การป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน (ABS - Anti-lock Braking System) พร้อมระบบช่วยกระจายแรงเบรก (EBD - Electronic Brake Force Distribution) ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีและควบคุมการลื่นไถล (TCS - Traction Control System) ระบบควบคุมการเบรกขณะเข้าโค้ง (CBC – Curve Brake Control) ระบบควบคุมการทรงตัว (SCS – Stability Control System) ระบบป้องกันการไหลของรถโดยไม่ต้องเหยียบเบรกค้าง (AVH – Auto Vehicle Hold) ระบบทำความสะอาดจานเบรกอัจฉริยะ (BDC - Intelligent Brake Disc Cleaning) ระบบเพิ่มแรงดันไฮดรอลิคเบรกให้เหมาะสม (OHBV – Optimized Hydraulic Brake Servo) ระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน (MSR – Motor Control Slide Retainer) ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ (EBA – Electronic Brake Assist System) ตลอดจนระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน (HAS – Hill-Start Assist) ระบบตรวจสอบความผิดปกติของลมยาง (TPMS – Tire Pressure Monitor System) และระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB – Electronic Parking Brake)

   มร. หวู่ ฮวน กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสเอไอซี มอเตอร์-ซีพี จำกัด เปิดเผยว่า “ตลาดรถเอสยูวี เป็นอีกหนึ่งตลาดที่มีการแข่งขันสูง แต่ยังคงมีปริมาณความต้องการที่มากอยู่เช่นกัน โดยการเปิดตัว NEW MG GS ที่มีจุดเด่นตามแนวคิด บริท ไดนามิก (Brit Dynamic) ที่โดดเด่นทั้งในด้านการออกแบบ สมรรถนะ การควบคุม และความปลอดภัย จึงทำให้มั่นใจว่า NEW MG GS สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในกลุ่มนี้ได้อย่างแน่นอน ด้วยรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว แรงสุดด้วยเครื่องยนต์เบนซิน เทอร์โบ 2.0 ลิตร 218 แรงม้า ขนาดห้องโดยสารที่กว้างขวางกว่า พร้อมเทคโนโลยีความปลอดภัยที่จัดมาให้แบบเต็มกัด รวมไปถึงนวัตกรรมระบบสื่อสาร inkaNet จึงเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่า NEW MG GS จะสามารถตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์ และผู้ที่ต้องการค้นหาความท้าทายใหม่ๆ เพื่อก้าวสู่ความเป็นผู้นำ”

   NEW MG GS มีให้เลือก 2 รุ่น คือ 2.0TD 2WD ราคา 1,210,000 บาท และ 2.0TX AWD ราคา 1,310,000 บาท

    NEW MG GS มีสีให้เลือกทั้งแบบทูโทนและสีมาตรฐาน ทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีส้ม เบิร์นออเร้นท์พร้อมหลังคาสีดำ สีขาว อาร์คติคไวท์พร้อมหลังคาสีดำ สีดำ พิชแบล็ค สีน้ำตาล มอคค่าบราวน์ และสีเงิน แพลทตินั่มซิลเวอร์ ทั้งหมดนี้ คือ NEW MG GS สุดยอดยนตรกรรมที่เพียบพร้อมและโดดเด่นในด้านดีไซน์ แรงเร้าใจด้วยเครื่องยนต์ เทอร์โบ 2.0 ลิตร 218 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตร กว้างขวางเหนือระดับ และครบทุกฟังก์ชั่นความปลอดภัย พร้อม inkaNet เทคโนโลยีการสื่อสารอัจฉริยะ มาตรฐานใหม่ที่เหนือระดับที่สะท้อนตัวตนในแบบที่ไม่ตามใคร Follow no others

   พร้อมกันนี้ ลูกค้าที่ซื้อรถยนต์ NEW MG GS ยังจะได้รับความอุ่นใจกับการรับประกันคุณภาพนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน (Roadside Assistance) และศูนย์ลูกค้าสัมพันธ์ (MG Call Centre) ตลอด 24 ชั่วโมง รวมไปถึงบริการเช็คระยะนอกสถานที่ (Mobile Services) เมื่อมีการโทรแจ้งนัดหมายล่วงหน้าอีกด้วย พิเศษสำหรับลูกค้า NEW MG GS ทุกท่านจะได้รับสิทธิพิเศษสามารถเชื่อมต่อระบบ inkaNet ผ่านเครือข่ายโทรศัพท์มือถือฟรีนาน 5 ปี

   ผู้ที่สนใจสามารถชมและจองรถยนต์ NEW MG GS ได้ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 23 มีนาคมนี้ หรือ พบกันที่บูธ A15 ในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 37 ระหว่างวันที่ 23 มีนาคมถึง 3 เมษายนนี้ ณ อาคารชาเลนเจอร์ฮอลล์ 1-3 อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 
 

Page 21 of 21

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )