Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS THAILAND

NEW CARS THAILAND : Mercedes-Benz เผยโฉม The new Vito ยนตรกรรมอเนกประสงค์ 11 ที่นั่งรุ่นล่าสุด

Thursday, 29 September 2016 01:09

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ The new Vito ยนตรกรรมหรูอเนกประสงค์แบบ 11 ที่นั่งรุ่นล่าสุด ที่ตอบสนองทุกไลฟ์สไตล์แห่งการเดินทางของทุกคนในครอบครัว โดดเด่นด้วยสมรรถนะการขับขี่อันดีเยี่ยม ความประหยัดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์แบบใหม่ พื้นที่ห้องโดยสารที่กว้างขวาง ความสะดวกสบายด้วยช่วงล่างอันนุ่มนวล พร้อมระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัยเพื่อมอบความมั่นใจในทุกขณะการเดินทาง โดย The new Vito 116 Tourer SELECT นำเสนอในราคา 2,940,000 บาท นอกจากนี้ทางบริษัทฯ ยังพร้อมเอาใจสาวกดาวสามแฉกด้วยข้อเสนอการส่งมอบรถได้ตั้งแต่เดือนกันยายนเป็นต้นไป ซึ่งผู้ที่สนใจสามารถสอบถามได้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการ 31 แห่งทั่วประเทศ

   มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “The new Vito เป็นยนตรกรรมอเนกประสงค์สำหรับครอบครัวแบบ 11 ที่นั่ง ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ให้ตอบสนองความต้องการของกลุ่มเป้าหมายได้ดียิ่งขึ้น โดยรถยนต์รุ่นนี้ มาพร้อมกับพื้นที่ห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง ที่นั่งสามารถปรับเปลี่ยนได้เพื่อตอบสนองความต้องการของผู้ใช้งานได้ทุกรูปแบบ ระบบเก็บเสียงอย่างดีเพื่อมอบความเป็นส่วนตัวสูงสุด การดีไซน์รูปลักษณ์ทั้งภายใน และภายนอกดูหรูหรา มีระดับ ประณีตทุกรายละเอียด พร้อมทั้งสมรรถนะการขับขี่และความคล่องตัวอันยอดเยี่ยม  ความประหยัดน้ำมันด้วยเครื่องยนต์ดีเซลใหม่ โดดเด่นด้วยระบบความปลอดภัยอันล้ำสมัย ภายใต้มาตรฐานเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ทำให้ทุกท่านมั่นใจในทุกขณะการเดินทาง รวมถึงระบบอัจฉริยะกับระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อมกล้องแสดงภาพด้านหลัง (Active Parking Assist with rear camera) ที่ช่วยให้การจอดรถของคุณง่ายดายขึ้นกว่าที่เคยอีกด้วย”

The new Vito 116 Tourer SELECT แบบ Extra Long 11 ที่นั่ง

   ดีไซน์ภายนอก ได้รับการออกแบบให้มีลายเส้นสวยงาม ดีไซน์ด้านข้างแสดงให้เห็นถึงความกว้างขวางของตัวรถ พร้อมเสริมความพลิ้วไหวด้วยมุมโค้งมนด้านหลังรับกับกระจกหลังขนาดใหญ่ กระจังหน้าสไตล์สปอร์ตล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 17 นิ้ว ไฟคู่หน้าแบบ  LED Intelligent Light System ระบบไฟหน้าปรับอัตโนมัติตามภูมิอากาศและสภาพการขับขี่ และไฟท้ายแบบครบครันในไฟดวงเดียวทั้งไฟเบรก direction indicator และไฟตัดหมอกที่มาพร้อมกับเทคโนโลยี LED ช่วยเพิ่มความสว่างและความปลอดภัยในการขับขี่เวลากลางคืน รวมถึงประตูเลื่อนอัตโนมัติระบบไฟฟ้าซ้าย-ขวา เพิ่มความสะดวกสบายในการขึ้น-ลงรถ  ด้วยปุ่มสัมผัสเพียงปุ่มเดียว

   ดีไซน์และห้องผู้โดยสารภายใน ได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่ใช้สอยที่กว้างขวาง สะดวกสบายกับที่นั่งที่สามารถปรับเปลี่ยนรูปแบบให้สอดคล้องกับความต้องการได้อย่างหลากหลาย พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน พร้อมแป้นควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ (Direct Select Gearshift Paddles) และระบบรักษาระดับความเร็ว (Cruise Control) ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC ในห้องคนขับและระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ TEMPMATIC  ในห้องโดยสารตอนหลัง พร้อมมอบสุนทรียภาพในการเดินทางด้วยเครื่องเสียงแบบ Audio 15

   ความปลอดภัยและเทคโนโลยี ของ The new Vito ได้รับการออกแบบเพื่อมอบความปลอดภัยสูงสุด ไม่ว่าจะเป็น ระบบช่วยเตือนให้ขับรถในช่องทาง (Lane Keeping Assist),  ระบบช่วยเตือนลดความเสี่ยงการชน (Collision Prevention Assist), ระบบรักษาการทรงตัวกรณีมีลมขวางปะทะตัวรถด้านข้าง (Crosswind Assist), โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ ADAPTIVE ESP® (Electronic Stability Program), ระบบช่วยเตือนจุดบอดสายตา  (Blind Spot Assist), ระบบช่วยนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อมกล้องแสดงภาพด้านหลัง  (Active Parking Assist with rear camera), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับขี่ (ATTENTION ASSIST), ระบบเตือนแรงดันลมยาง (Tyre pressure monitoring), ระบบกันสะเทือนแบบ Comfort, ระบบป้องกันล้อล็อค ABS (Anti-lock Braking System), ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี ASR (Acceleration Skid Control), ระบบช่วยเพิ่มแรงเบรก BAS (Brake Assist), ระบบกระจายแรงเบรกแบบอิเล็คโทรนิก EBD (Electronic Brake force Distribution), ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (Hill-Start Assist), ไฟเบรกกระพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกฉุกเฉิน (Adaptive Brake Light)

   เมอร์เซเดส-เบนซ์ The new Vito 116 Tourer SELECT แบบ Extra Long 11 ที่นั่ง  ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์ดีเซล แถวเรียง 4 สูบ เทอร์โบ ความจุกระบอกสูบ 2,143 ซีซี  กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 163 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 380 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,400-2,400 รอบต่อนาที โดยรถยนต์รุ่นนี้นำเสนอในราคา 2,940,000 บาท ทั้งนี้ เพื่อมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าคนสำคัญ เมอร์เซเดส-เบนซ์ จะพร้อมส่งมอบรถ The new Vito ได้ตั้งแต่เดือนกันยายนนี้ โดยผู้ที่สนใจสามารถสอบถามได้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศ

**อุปกรณ์บางส่วนในภาพอาจแตกต่างจากที่จำหน่ายจริง**

 
 

NEW CARS THAILAND :ISUZU D-MAX V-Cross Max 4x4 พร้อมลุยตลาดออฟโรด

Monday, 26 September 2016 13:06

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   อีซูซุเดินหน้าสร้างมาตรฐานใหม่ของรถปิกอัพ พร้อมส่งต่อความสำเร็จ “อีซูซุบลูเพาเวอร์” เปิดตัว “ใหม่สุด! อีซูซุดีแมคซ์ V-Cross Max 4x4” สปอร์ตออฟโรด ที่สุดแห่งปรากฏการณ์รถ 4x4 พลิกโฉมหน้าดีไซน์ใหม่ทั้งภายนอกและภายใน เข้มขึ้นทุกองศา เท่ขึ้นทุกมุมมอง ทรงพลังรอบคัน กับสมรรถนะลุยเหนือชั้น ซึ่งมาพร้อมกับจุดเปลี่ยนใหม่ของดีไซน์ และความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่น เทคโนโลยีการใช้งาน และความปลอดภัยที่เพิ่มมากขึ้นใน “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ตอบรับความนิยมของผู้ใช้รถเมืองไทยที่ทำให้ยอดขายอีซูซุพุ่งสวนกระแสเศรษฐกิจ

   มร.โทชิอากิ มาเอคาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า “นับตั้งแต่การเปิดตัว “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” นวัตกรรมเปลี่ยนโลก เมื่อปลายปี พ.ศ.2558 ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งสำคัญให้กับวงการรถยนต์เมืองไทย ซึ่งได้รับการขนานนามว่า “ปรากฏการณ์ อีซูซุ   บลูเพาเวอร์” จากกระแสตอบรับที่เกินความคาดหมายจากผู้ใช้รถ และได้พลิกประวัติศาสตร์วงการปิกอัพเมืองไทย ด้วยการสร้างยอดขายสวนกระแสเศรษฐกิจซบเซาและตลาดรถยนต์หดตัว ทำให้อีซูซุมียอดขายสูงสุดในตลาดรถปิกอัพ โดยนวัตกรรม “เครื่องยนต์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ได้รับเสียงชื่นชม และผลตอบรับที่ดีจากทั้งลูกค้าและสื่อมวลชน ดังนั้นเพื่อตอบรับกับความนิยมของผู้ใช้รถในเมืองไทย “อีซูซุ ดีแมคซ์ บลูเพาเวอร์” จึงพร้อมที่จะพัฒนาไปอีกขั้น ก้าวสู่ความสำเร็จอันยิ่งใหญ่อีกครั้งในฐานะผู้กำหนดมาตรฐาน “รถปิกอัพแห่งอนาคต” ด้วยการพัฒนาสุดยอดสปอร์ต ออฟโรดแนวคิดใหม่ “ใหม่สุด! อีซูซุ  ดีแมคซ์ V-Cross Max 4x4” รถออฟโรดตัวจริงที่สมบูรณ์แบบด้วยขุมพลังบลูเพาเวอร์  และรูปลักษณ์ที่ปรับโฉมใหม่ทั้งภายนอกและภายใน สปอร์ตเหนือชั้น เท่ ดุดันมากขึ้นกว่าเดิม พร้อมความสะดวกสบายหรูหราของห้องโดยสารใหม่ ผสานสุดยอดสมรรถนะของรถออฟโรดที่พร้อมลุย ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ที่ชอบชีวิตอิสระ ไร้ขีดจำกัด เพื่อเป็นรถธงของอีซูซุดีแมคซ์ และให้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าใหม่ที่ชื่นชอบการ  ผจญภัย นอกจากนี้ รถปิกอัพ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” และ “อีซูซุดีแมคซ์ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ยังได้รับการเติมเต็มความสมบูรณ์แบบด้วยจุดเปลี่ยนใหม่ของดีไซน์ที่หรูหรา ทันสมัยไปอีกขั้น พร้อมความสะดวกสบายด้วยฟังก์ชั่น เทคโนโลยีการใช้งาน และความปลอดภัยที่มากขึ้น  ตอกย้ำความเป็นรถที่คุ้มค่าเงินสูงสุดตามแบบฉบับของอีซูซุ”

   “ใหม่สุด! อีซูซุดีแมคซ์ V-Cross Max 4x4” นวัตกรรมเปลี่ยนโลก สปอร์ตออฟโรดที่จะเปลี่ยนทุกนิยามของการลุย  

   MAX EXTERIOR  ดีไซน์ใหม่ที่ให้ความรู้สึกเท่ เข้ม บึกบึนเหนือชั้น  ดุดันขั้นสุด  ทรงพลังรอบคันแบบฉบับออฟโรด  โทนเทาดำเต็มทุกมิติ  ทั้งโลโก้ V-Cross ด้านข้างประตู กระจกมองข้าง กรอบไฟตัดหมอก ราวเหล็กหลังคา บันไดข้าง กันชนท้าย และ Blackout เสาข้างประตู   

  • ใหม่! ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อม SILVER RING เท่สะดุดตายิ่งกว่าเดิม 
  • ใหม่! Engine Hood Garnish คิ้วขอบฝากระโปรงหน้า และกระจังหน้าโทนเทาดำ
  • ใหม่! FRONT BUMPER GUARD ทูโทน ผลิตจากวัสดุชั้นดี ลุย 4x4 ได้อย่างมั่นใจ
  • ใหม่! ล้ออัลลอยดีไซน์พิเศษ! ขนาด 18 นิ้ว 6 ก้าน เต็มอารมณ์ออฟโรด
  • ใหม่! Robust Extender พร้อม Bed Liner เสริมความบึกบึนเติมเต็มมิติตัวรถ
  • ใหม่! Fender Lip พร้อม Side Molding เช่นเดียวกับรถ SUV ระดับหรู

   MAX INNOVATIVE INTERIOR   ดีไซน์ภายในใหม่! ความสะดวกสบายที่เหนือชั้น ระดับเดียวกับ SUV ระดับหรู ความสมบูรณ์แบบในทุกมิติแห่งห้องโดยสาร กว้างขวาง สะดวกสบาย หรูหรายิ่งขึ้น  พร้อมเพิ่มฟังก์ชั่นล้ำสมัย

  • ใหม่! เบาะนั่งกึ่งหนังแท้สไตล์ทูโทน น้ำตาล-เทา เดินด้ายสีส้มรอบตัวเบาะ พร้อมโลโก้   V-Cross หนึ่งเดียวที่ให้ความหรูหรา ผสานอารมณ์สปอร์ต โอบกระชับ ไม่ว่าจะต้องเผชิญเส้นทางสมบุกสมบันแค่ไหน นั่งสบายทุกการขับขี่ พร้อมระบบปรับไฟฟ้า 6 ทิศทางด้านคนขับ เบาะหลังมีที่วางแขนในตัว และแยกปรับพับได้แบบ 60:40 พร้อมจุดยึดที่นั่งสำหรับเด็ก 
  • ใหม่! พวงมาลัยแบบ Dual Sport Pattern เดินด้ายสีส้ม พร้อมสวิตช์ Multifunction
  • ใหม่! ดีไซน์ขอบข้างประตู สี Bronze Metallic ต่อเนื่องกับมือจับประตูด้านในสีโครม ให้ความรู้สึกเหนือระดับทุกครั้งที่ขับขี่
  • ใหม่! ชุดตกแต่งคอนโซลกลาง สี Piano Black ความหรูหราที่มาพร้อมความทันสมัย  เติมเต็มอารมณ์สุนทรีย์ให้คุณยิ่งขึ้น
  • ใหม่! ที่พักแขนแบบ Soft Pad ที่คอนโซลกลางและข้างประตู  นุ่มสบาย ให้ความรู้สึกเดียวกับรถยนต์นั่งระดับหรู
  • ใหม่! ช่อง USB ชาร์จไฟ ขนาด 5 โวลต์ 1 แอมป์ 2 จุดที่ด้านหน้าและด้านหลังคอนโซลกลาง
  • ใหม่! ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control สะดวกสบายยิ่งกว่า ด้วยระบบช่วยขับขี่บนเส้นทางไกล ช่วยความคุมความเร็วให้คงที่อัตโนมัติ
  • ใหม่ล่าสุด! ชุดความบันเทิงจาก KENWOOD พร้อม Built-in Navigator   หน้าจอใหม่! ขนาดใหญ่ 7 นิ้ว ทันสมัย ใช้งานสะดวกขึ้น พร้อมระบบสัมผัส ตอบสนองการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว และใหม่! Air Mirroring รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายกับสมาร์ทโฟน (เฉพาะรุ่นที่รองรับ) ผ่าน Wifi Dongle  สามารถเล่นได้ทั้ง CD/DVD/MP3/WMA/AAC  จุดเชื่อมต่อ USB รองรับทั้งเครื่องเล่น MP3, Flash Drive และสมาร์ทโฟน (เฉพาะรุ่นที่รองรับ)  กล้องมองภาพด้านหลังขณะถอยจอด Built-in พร้อมเส้นกะระยะ Lane Guide ระบบ Bluetooth เชื่อมต่อระบบโทรศัพท์   พร้อมฟังก์ชั่น  ฟังเพลงผ่านบลูทูธ นอกจากนี้ยังเติมเต็มสุนทรียภาพแห่งความบันเทิงเต็มอิ่มยิ่งขึ้น ด้วยมิติเสียงกระหึ่มสมจริงรอบทิศทางด้วย ISUZU SURROUND SOUND SYSTEM  สูงสุดถึง 8 ลำโพง และ Roof Speaker ลำโพงพิเศษบนเพดาน

   MAX POWER  ลุยสะใจด้วยขีดสุดสมรรถนะขุมพลัง และระบบส่งกำลังออกแบบใหม่ลงตัวสูงสุดเครื่องยนต์อีซูซุ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์  ขนาด 3,000 ซีซี 177 แรงม้า  ให้กำลังแรงม้าและแรงบิดสูงแบบต่อเนื่อง (High Flat-torque) 380 นิวตันเมตร ที่ 1,800-2,800 รอบ/นาที  มีให้เลือกทั้งแบบ

  • เกียร์ออโตเมติก 6 สปีด ถ่ายทอดจังหวะการเปลี่ยนเกียร์นุ่มนวล ราบรื่น พร้อมโหมดการขับขี่แบบสปอร์ต Rev Tronic สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้แบบเกียร์ธรรมดา แม่นยำ และตอบสนองได้รวดเร็ว 
  • เกียร์ธรรมดา 5 สปีด ถ่ายทอดพลังสูงสุด ให้อัตราทดเกียร์ต่อเนื่อง ส่งพลังได้เต็มประสิทธิภาพ ทนทานเหนือชั้นสำหรับการใช้งานที่หลากหลาย
  • พร้อมระบบส่งกำลังแบบ GENIUS SPORT SHIFT ในรุ่นเกียร์ธรรมดา ไฟบอกตำแหน่งเกียร์ และแจ้งเตือนให้เปลี่ยนเกียร์ในรอบและความเร็วที่เหมาะสม เพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันสูงสุด   

   MAX PERFORMANCE    เรียกพลังออฟโรดเพื่อลุยฝ่าทุกอุปสรรค ทนทาน มั่นใจ ปรับได้ตามใจสั่ง ตามแบบฉบับออฟโรดพันธุ์แท้ด้วย 

  • Terrain Command ผู้นำ...ระบบปรับเปลี่ยนระบบขับเคลื่อนแบบไฟฟ้า  สวิตช์ปรับระบบการขับเคลื่อนระหว่าง 2 ล้อ และ 4 ล้อ ด้วยระบบมอเตอร์ไฟฟ้า เจ้าแรกแห่งวงการปิกอัพเมืองไทย  ให้ความแม่นยำสูง ปรับเปลี่ยนง่าย สะดวก รวดเร็ว สามารถปรับระบบขับเคลื่อนได้ตามความต้องการทั้ง 4 ล้อ และ 2 ล้อ เลือกใช้งานได้ถึง 3 รูปแบบ คือ 2H, 4H และ 4L ตามสภาพถนน  
  • I-GRIP PLATFOAM  (Isuzu Gravity Responsive Intelligent Platform)  ขีดสุดสมรรถนะ...ช่วงล่างระดับโลก  ออกแบบพิเศษให้ระยะฐานล้อและช่วงล้อกว้าง ที่ผู้ใช้ทั่วโลกต่างมั่นใจ ไม่ว่าจะบนถนนหรือบนเส้นทางออฟโรด ด้วยประสิทธภาพการเกาะถนนและทรงตัวดีเยี่ยม  นุ่มและหนึบบนถนนที่ใช้ความเร็ว  พร้อมความนุ่มนวลบนเส้นทางวิบากสุดโหด

   MAX SAFETY & DURABILITY   อีกขั้นของนวัตกรรมความปลอดภัย ตอบรับทุกการผจญภัย ด้วยระบบความปลอดภัยป้องกันก่อนเกิดอุบัติเหตุ เพิ่มเติมด้วย ใหม่! HDC (Hill Descent Control) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน และระบบความปลอดภัยปกป้องขณะเกิดอุบัติเหตุ พร้อมที่สุดแห่งมาตรฐานความทนทานที่ให้ความแข็งแกร่งกว่า บำรุงรักษาง่าย...คุ้มค่าสุด ตามแบบฉบับอีซูซุ

   สำหรับ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ล่าสุด  ได้มีการปรับเปลี่ยนดีไซน์หรูหรา ออกแบบภายในใหม่! ต่อยอดความสะดวกสบายและทันสมัยขึ้นไปอีกขั้น ด้วยฟังก์ชั่น เทคโนโลยีการใช้งาน และความปลอดภัยที่มากขึ้น  ซึ่งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานเฉพาะรุ่นแตกต่างกันไป อาทิ

  • ใหม่! ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อม Silver Ring เท่สะดุดตายิ่งกว่าเดิม พร้อมไฟซูเปอร์เดย์ไลท์ แบบ Built-in ให้ความสว่างชัดเจนในเวลากลางวัน ใช้เป็นไฟหรี่เวลากลางคืน
  • ใหม่! เร้าใจสุดด้วยพวงมาลัย Multifunction ควบคุมเครื่องเสียงและสั่งการจากบนพวงมาลัย
  • ใหม่! ชุดตกแต่งคอนโซลกลาง และดีไซน์ขอบข้างประตูสี Piano Black พร้อมมือจับด้านในสีโครม
  • ใหม่! สปอร์ตหรูด้วยที่พักแขนแบบ Soft Pad ที่คอนโซลกลางและข้างประตู นุ่มสบาย ให้ความรู้สึกเดียวกับรถยนต์นั่งระดับหรู
  • ใหม่! ช่อง USB ชาร์จไฟ ขนาด 5 โวลต์ 1 แอมป์ 1 จุดที่ด้านหน้า และ 2 จุด ที่ด้านหน้า และด้านหลังคอนโซลกลาง
  • ใหม่! ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control สะดวกสบายยิ่งกว่า ด้วยระบบช่วยขับขี่บนเส้นทางไกล ช่วยควบคุมความเร็วให้คงที่อัตโนมัติ  มีให้ครบทั้งรุ่นเครื่องยนต์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์
  •  ใหม่ล่าสุดชุดความบันเทิงจาก KENWOOD พร้อม Built-in Navigator   พร้อมหน้าจอใหม่! ขนาดใหญ่ 7 นิ้ว ระบบสัมผัสตอบสนองการใช้งานได้อย่างรวดเร็ว ใหม่! Air Mirroring รองรับการเชื่อมต่อแบบไร้สายกับสมาร์ทโฟน (เฉพาะรุ่นที่รองรับ) ผ่าน Wifi Dongle และ ใหม่! ระบบนำทางพร้อมแผนที่แบบ Built-in Navigator ให้ทุกการเดินทางง่ายและสะดวกสบายยิ่งขึ้น
  • ใหม่! HDC (Hill Descent Control)  ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน  นวัตกรรมเพื่อความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น

   “ทั้งนี้ อีซูซุยังคงยืนหยัดตอกย้ำความเหนือชั้นแห่งนวัตกรรมเปลี่ยนโลก  ด้วยจุดขายที่แข็งแกร่ง 3 ด้านของ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์”  ซึ่งเป็นที่ยอมรับของผู้ใช้รถทั่วประเทศ  ด้วยที่สุดความแรง สูงสุดถึง 150 แรงม้า ตอบรับการใช้งานที่ต้องการพลังสูง  ที่สุดความทนทาน จากบททดสอบสมรรถนะความทนทานอันเหนือชั้น วิ่งผ่าน 3 ประเทศ ไทย-ลาว-จีน รวม 5,755 กิโลเมตร วิ่งต่อเนื่องทั้งวันทั้งคืน โดยไม่ดับเครื่องยนต์ ความทนทานที่ใครก็เลียนแบบอีซูซุไม่ได้ และที่สุดความประหยัดน้ำมัน ประหยัดกว่าเดิมถึง 19% จากบทพิสูจน์สุดยอดรถประหยัดน้ำมันตัวจริงของอีซูซุ ด้วยกิจกรรมพิเศษ “น้ำมันถังเดียว” ที่จัดขึ้นต่อเนื่อง และทำสถิติประหยัดที่ยอดเยี่ยมขึ้นเรื่อยๆ โดยล่าสุดในงาน “ครั้งแรก! อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์ น้ำมันถังเดียว...เที่ยวไกลสุด คุนหมิง-กวางโจว 1,405 กม.” ทุกคันใช้น้ำมันไม่ถึงหนึ่งถัง!”      มร. มาเอคาวะกล่าวทิ้งท้าย

   ขอเชิญร่วมสัมผัสและทดลองขับ “ใหม่สุด! อีซูซุดีแมคซ์ V-Cross Max 4x4”   และ “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์”  ที่โชว์รูมอีซูซุทั่วประเทศ ในวันที่ 6 ตุลาคม ศกนี้เป็นต้นไป  สำหรับราคา “ใหม่สุด! อีซูซุดีแมคซ์ V-Cross Max 4x4”  เกียร์ธรรมดาอยู่ที่ 1,042,000 บาท และเกียร์อัตโนมัติ ราคา 1,087,000 บาท   ส่วน “อีซูซุดีแมคซ์ 1.9 และ 3.0 ดีดีไอ บลูเพาเวอร์” ราคาปรับขึ้นไม่มากนัก

 
 

NEW CARS THAILAND : เปิดตัวรถ“Chevrolet Trailblazer”รถเอสยูวีพรีเมี่ยม สไตล์อเมริกัน รุ่นใหม่ล่าสุด

Saturday, 20 August 2016 12:00

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลต เซลล์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถเทรลเบลเซอร์ รถเอสยูวีพรีเมี่ยม สไตล์อเมริกัน รุ่นใหม่ล่าสุดที่งานบิ๊ก มอเตอร์เซล 2016 ที่จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-28 สิงหาคมนี้ ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายในงาน ลูกค้าจะได้สัมผัสกับความหรูหราและเทคโนโลยีที่เหนือชั้นของเชฟโรเลต เทรลเบลเซอร์ รุ่นใหม่ในประเทศไทยเป็นครั้งแรกก่อนใคร

+

   รถเทรลเบลเซอร์ได้รับการยกย่องในด้านสมรรถนะการควบคุมการขับขี่ ระบบความปลอดภัยที่มีให้มากกว่ารถในระดับเดียวกัน ขุมพลังเครื่องยนต์ดูราแมกซ์ลิขสิทธ์เฉพาะของเชฟโรเลต และเทคโนโลยีเชื่อมต่อการสื่อสาร MyLink ทั้งหมดนี้เพื่อยกระดับประสบการณ์ขับขี่ให้หรูหราขึ้นไปอีกขั้นไปกับ The All New Chevrolet Trailblazer

คุณสมบัติพิเศษ

  • ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา (Side Blind Zone Alert)
  • ระบบแจ้งเตือนการจราจรขณะถอยหลัง (Rear Cross Traffic Alert)
  • ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร (Lane Departure Warning)
  • ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Alert)
  • ระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง (Tire Pressure Monitoring System)
  • ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (Anti-Rolling Protection)
  • รีโมทสตาร์ท (Remote Start)
  • Chevrolet MyLink ใหม่ รองรับการใช้งาน Apple CarPlayTM

   ลูกค้าที่สนใจและสามารถทดสอบขับเพื่อ พิสูจน์สมรรถนะของเทรลเบลเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุดได้ที่งานบิ๊ก นอกจากนี้ เชฟโรเลตจะประกาศราคาจำหน่ายของเทรลเบลเซอร์รุ่นใหม่ล่าสุด พร้อมเปิดให้ลูกค้าจองล่วงหน้าครั้งแรกภายในงานนี้อีกด้วย

   สำหรับผู้ ที่ไม่สามารถมาร่วมงานเปิดตัวเทรลเบลเซอร์ที่งาน สามารถชมผ่าน Facebook live ได้ที่ www.facebook.com/chevyclub ช่วงเวลา 8.10-8.40 ในวันเสาร์ที่ 20 สิงหาคมนี้พร้อมกันทั่วประเทศ หรือติดตามข่าวสารจากเชฟโรเลตได้ทาง www.chevrolet.co.th หรือศูนย์บริการลูกค้า 1734

ราคาเทรลเบลเซอร์ รุ่นใหม่

·  The All-New Trailblazer 2.5L VGT 4X2 AT LT 1,244,000 THB

·  The All-New Trailblazer 2.5L VGT 4X2 AT LTZ 1,379,000 THB

·  The All-New Trailblazer 2.5L VGT 4X4 AT LTZ 1,479,000 THB

 
 

NEW CARS THAILAND : เอ็มจี เปิดตัว MG3 “รูบี้ เรด” สีใหม่เอาใจวัยมัน

Monday, 22 August 2016 10:19

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมเข้าร่วมงานมหกรรมยานยนต์เพื่อขายแห่งชาติ หรือ BIG Motor Sales 2016 ด้วยการจัดแสดงขบวนรถยนต์ เอ็มจี ทุกรุ่นเข้าร่วมงาน พิเศษด้วยการเปิดตัว MG3 สีใหม่ “รูบี้ เรด”  เพิ่มเติมความสดใส  พร้อมอัดเต็มกับโปรโมชั่น เอ็มจี เมกะ โบนัส (MG MEGA BONUS) เพื่อเอาใจผู้ที่หลงใหลและชื่นชอบยนตรกรรมสัญชาติอังกฤษที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีอันทันสมัย ซึ่งพร้อมให้คุณเป็นเจ้าของได้แล้วตั้งแต่วันนี้ - 28 สิงหาคม 2559 ที่บูธ เอ็มจี A22 ไบเทค บางนา

   สำหรับงาน BIG Motor Sales 2016 ในครั้งนี้เรียกได้ว่าเป็นงานขายที่ยิ่งใหญ่ระดับประเทศ โดย เอ็มจี ได้จัดแสดงรถยนต์ เอ็มจี ครบทุกรุ่น เริ่มตั้งแต่รถสปอร์ตเอสยูวีรุ่นใหม่ล่าสุดอย่าง NEW MG GS ที่เร้าใจด้วยขุมพลังเบนซิน TURBO 2.0 ลิตร แรงสุด 218 แรงม้า อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. ภายใน 8.2 วินาที รวมไปถึง  MG3  รถแฮทช์แบ็คอเนกประสงค์ขนาดเล็กราคาประหยัดแต่อัดแน่นด้วยอ็อพชั่นแบบจัดเต็ม ต่อด้วย MG5 รถคอมแพคคาร์ 4 ประตูสไตล์คูเป้ ที่มีพื้นที่ห้องโดยสารขนาดใหญ่กว้างขวาง นั่งสบาย และครบทุกอ็อพชั่นที่อัดแน่นอยู่ในตัว  รวมไปถึง MG6 รถยนต์ซีดานสายพันธุ์อังกฤษ ดีไซน์สปอร์ตที่สะกดทุกสายตา

   พร้อมกันนี้ภายในงานฯ ทาง เอ็มจี ยังได้เปิดตัว MG3 สีใหม่ เพิ่มเติมความสดใส ตอบสนองความ FUN เช่นเดิม พร้อมคงเอกลักษณ์สีทูโทนตามแบบฉบับของ MG3 สวยสะกดทุกสายตาด้วยสีแดง-หลังคาขาว (Ruby Red–White Top) และครบทุกฟังก์ชันการใช้งานและความปลอดภัยตามมาตรฐานยุโรป

   ปัจจุบัน เอ็มจี มียอดจำหน่ายรวมในเจ็ดเดือนแรกทั้งสิ้น 4,480 คัน โดยมีรถแฮทช์แบ็คอย่าง MG3 ที่ยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องและสูงสุดอยู่ที่ 3,085 คัน ตามมาด้วย MG5 มียอดจำหน่ายอยู่ที่ 854 คัน MG6 มียอดจำหน่ายที่ 328 คัน ปิดท้ายด้วย NEW MG GS ที่ 213 คัน  สำหรับงาน BIG Motor Sales  2016  ในปีนี้ ถือเป็นโอกาสดีที่ทาง เอ็มจี จะมอบข้อเสนอแคมเปญสุดพิเศษ เอ็มจี เมกะ โบนัส (MG MEGA BONUS) เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสรรและจับจอง อาทิเช่น

   MG3 รับฟรี ชุดเครื่องเล่น DVD พร้อมเนวิเกเตอร์ กล้องมองหลัง ชุดพรมปูพื้นภายในรถยนต์ จำนวน 1 ชุด และประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

   พิเศษเฉพาะ MG3 รุ่น 1.5 D (สีทูโทน) และ รุ่น 1.5 X Sunroof (สีทูโทน) เฉพาะสี REGAL RED – WHITE TOP  สี THAMES BLUE – WHITE TOP และสี TUDOR YELLOW – BLACK TOP รับสิทธิพิเศษแลกซื้อชุดแต่งรอบคันแท้จาก MG (มูลค่า 27,890 บาท) ในราคาพิเศษเพียง 6,573 บาท

   MG5 รับข้อเสนอดาวน์ต่ำ 64,900 บาท หรือผ่อนเดือนละ 7,072 บาท พร้อมฟรีค่าน้ำมัน 1 ปี ชุดพรมปูพื้นภายในรถยนต์ จำนวน 1 ชุด และประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อมพ.ร.บ. นาน 1 ปี

   MG6 (รุ่น E85) รับฟรีชุดพรมปูพื้นภายในรถยนต์ จำนวน 1 ชุด และประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อมพ.ร.บ. นาน 1 ปี พร้อมฟรีโปรแกรมบำรุงรักษาระยะทาง 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร แล้วแต่อย่างใดอย่างหนึ่งถึงก่อน (มูลค่ารวม 56,083 บาท)

   NEW MG GS รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 1.99% พร้อมฟรีกล้องบันทึกการขับขี่แท้จากเอ็มจี ฟรีบันไดข้างไฟฟ้าแท้ ชุดพรมปูพื้นภายในรถยนต์ จำนวน 1 ชุด และประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

   พิเศษเฉพาะรุ่น 2WD รับข้อเสนอดอกเบี้ยพิเศษ 0.99% พร้อมฟรีกล้องบันทึกการขับขี่แท้จากเอ็มจี และฟรีประกันภัยชั้นหนึ่งพร้อม พ.ร.บ. นาน 1 ปี

   นายพงษ์ศักดิ์ เลิศฤดีวัฒนวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เอ็มจี กำลังอยู่ในช่วงของการเติบโตอย่างมั่นคงในประเทศไทย โดยทาง เอ็มจี ได้ตั้งเป้าหมายที่จะเป็นหนึ่งในผู้นำด้านธุรกิจยานยนต์ของประเทศไทย และตลอดระยะเวลา 3 ปี เราได้พยายามวางรากฐานการเติบโตในธุรกิจยานยนต์ไว้ทุกๆ ด้าน ทั้งในเรื่องของคุณภาพการผลิต การนำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาประยุกต์ใช้ในสายการผลิต การพัฒนาด้านซัพพลายเชน การบริหารงานขาย การตลาด ตลอดจนคุณภาพของงานบริการหลังการขายและการพัฒนาเครือข่ายผู้จัดจำหน่าย ซึ่งปัจจุบัน เอ็มจี มีศูนย์บริการที่เปิดให้บริการแล้วรวมทั้งสิ้น 42 แห่ง โดยตามแผนงานปี 2559 นี้เราจะพยายามเปิดศูนย์บริการเพิ่มมากขึ้นให้ครบ 80 แห่งทั่วประเทศ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและความพึงพอใจให้แก่ลูกค้า ตลอดจนยังเป็นการพัฒนาให้ เอ็มจี สามารถเติบโตในธุรกิจนี้ได้อย่างยั่งยืนในประเทศไทย สำหรับงาน BIG Motor Sales 2016 ในปีนี้ ทาง เอ็มจี จะเปิดตัว MG3 สีทูโทนใหม่ สีแดง Ruby Red หลังคาขาว และยังได้จัดเตรียมข้อเสนอพิเศษสำหรับรถยนต์  เอ็มจี ทุกรุ่นที่ลูกค้าไม่ควรพลาดการเป็นเจ้าของ เพื่อให้สอดคล้องกับแนวคิดของทางผู้จัดงานมหกรรมยานยนต์เพื่อขายแห่งชาติ ที่ว่า ‘อยากได้รถ จบในงานเดียว’ และเชื่อมั่นเป็นอย่างยิ่งว่าจะทำให้ผู้ที่สนใจสามารถตัดสินใจซื้อรถยนต์ เอ็มจี ได้ง่ายขึ้นแบบไม่ต้องรอ”

   สำหรับผู้ที่สนใจสามารถชมและทดลองขับรถยนต์รุ่นต่างๆ ของ เอ็มจี ได้ที่งานมหกรรมยานยนต์เพื่อขายแห่งชาติ หรือ BIG Motor Sales 2016 ที่บูธ A22 ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ - 28 สิงหาคม 2559  ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา หรือ ที่โชว์รูม เอ็มจี ทั่วประเทศ หรือ สามารถติดต่อ MG CALL CENTRE โทร. 1-800-999-988 (สำหรับโทรศัพท์บ้านพื้นฐาน) และ 1-401-999-988 (สำหรับโทรศัพท์เคลื่อนที่)

 
 

NEW CARS THAILAND : Mercedes-Benz เปิดตัว 4 สุดยอดรถยนต์ในกลุ่ม Dream Car

Wednesday, 24 August 2016 06:14

 

 

 

 

 

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด ตอกย้ำภาพลักษณ์ความเป็นผู้นำอันดับหนึ่งของผู้ผลิตรถยนต์หรูระดับพรีเมี่ยม เปิดตัว 4 สุดยอดรถยนต์ในกลุ่ม Dream Car ได้แก่  The new SLC 300 AMG Dynamic สปอร์ตโรดสเตอร์สุดโฉบเฉี่ยว Mercedes-AMG   SLC 43 คอมแพกต์โรดสเตอร์แบบ 2 ที่นั่งจากค่ายเอเอ็มจี The new generation SL 400 โรดสเตอร์หรูระดับตำนานรุ่นปรับโฉมใหม่ และ The new S 500 Cabriolet รถยนต์   เปิดประทุนแบบ 4 ที่นั่งสไตล์ S-Class มาจัดแสดงในงานสตาร์เฟส 2016 พร้อมรับข้อเสนอ   สุดพิเศษ ระหว่างวันที่ 23 – 28 สิงหาคม 2016 นี้ ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ ชั้น 1  โซน Central Court, Eden and Atrium

   มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “เพื่อเป็นการสานต่อเจตนารมณ์ที่จะไม่หยุดนิ่งในการนำเสนอสิ่งที่ดีที่สุดให้กับลูกค้าทั้งในวันนี้ และวันข้างหน้า พร้อมสะท้อนคุณค่าของแบรนด์ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination) และความสมบูรณ์แบบ (Perfection) เมอร์เซเดส-เบนซ์ จึงได้มุ่งมั่นที่จะนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ   ที่ครอบคลุมทุกความต้องการของกลุ่มลูกค้าอย่างต่อเนื่อง สำหรับในไตรมาสที่ 3 ของปีนี้  ทางบริษัทฯ ได้สร้างสีสันครั้งใหม่ในวงการรถยนต์หรูอีกครั้ง ด้วยการจัดงานแสดงรถยนต์ “สตาร์เฟส 2016” ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Unleash your senses” เปิดตัวยนตรกรรม 4 รุ่นในกลุ่ม Dream Car มาเพื่อให้กลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบการขับขี่สไตล์สปอร์ต และท้าทายได้เลือกสรรกันอย่างครบครัน”

   มร. ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหารฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “งานสตาร์เฟสในปีนี้ นับเป็นครั้งแรกที่เมอร์เซเดส-เบนซ์ เปิดตัวรถยนต์ในกลุ่ม Dream Car มากสุดในประวัติศาสตร์ รวมกว่า 4 รุ่น ไม่ว่าจะเป็น The new  SLC 300 AMG Dynamic สปอร์ตโรดสเตอร์สุดโฉบเฉี่ยว Mercedes-AMG SLC 43  คอมแพกต์โรดสเตอร์แบบ 2 ที่นั่งจากค่ายเอเอ็มจี The new generation SL 400 โรดสเตอร์หรูระดับตำนานรุ่นปรับโฉมใหม่ และ The new S 500 Cabriolet รถยนต์เปิดประทุนแบบ  4 ที่นั่ง สไตล์ S-Class ให้ลูกค้าได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อมูล  เพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการทั้ง 31 แห่งทั่วประเทศ”

The new SLC 300 AMG Dynamic

   “The new SLC” รถยนต์ที่ได้รับการปรับโฉมใหม่ทั้งในด้านดีไซน์และเทคโนโลยี พร้อมเปลี่ยนชื่อจาก SLK เป็น SLC โดยตลอดระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา นับตั้งแต่ Mercedes-Benz SLK ได้เผยโฉมออกสู่ตลาดนั้น ก็ได้รับการตอบรับจากสาวกดาวสามแฉกเป็นอย่างดีด้วยยอดขายกว่า 670,000 คันทั่วโลก โดยสำหรับ The new SLC 300 AMG Dynamic มาพร้อมกับรูปลักษณ์ใหม่ ด้วยฝากระโปรงหน้าที่ยาว ห้องโดยสารที่อยู่เยื้องไปทางส่วนหลังของตัวรถ และด้านหลังรถที่สั้น ส่วนหลังคาที่มีความโค้งเว้า ซุ้มล้อที่ทอดตัวเป็นวงโค้งอย่างทรงพลัง และช่องดักอากาศบริเวณส่วนเหนือซุ้มด้านหน้าแบบชุบโครเมี่ยม รวมถึงการตกแต่งภายใน และเทคโนโลยีอัน    ล้ำสมัย ที่สะท้อนความเหนือระดับของรถยนต์รุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี

   ด้าน ดีไซน์ภายนอก ของ SLC 300 AMG Dynamic โดดเด่นด้วยงานออกแบบภายใต้คอนเซ็ปต์ Sensual Purity ที่มีการแบ่งสัดส่วนของลายเส้นและความโค้งเว้าบนรถอย่างลงตัว เพื่อสร้างความเร้าอารมณ์ พร้อมเสริมย้ำความสปอร์ตของรถยนต์รุ่น SLC ด้วยกระจังหน้า Diamond grille สีเงินพร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์, ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตที่ได้รับการตกแต่งเป็นพิเศษและต่ำกว่าปกติ 10 มม., ปลายท่อไอเสีย 2 ท่อ, ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน, สัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ multispoke ขนาด 18 นิ้ว และแผงหลังคาฮาร์ดท็อปเปิด-ปิดได้ขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงสุด 40 กม./ชม. รวมถึงกระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ, ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System โดยไฟหน้ามาพร้อมกับระบบปรับ โคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย (ALS – Active Light System), ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering light) และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ  (Adaptive Highbeam Assist)

   สำหรับ ดีไซน์ภายใน สะท้อนความหรูหรา ด้วยการเลือกใช้วัสดุคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น  เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa แบบสปอร์ต พร้อมระบบอุ่นที่นั่ง ที่สามารถปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำสำหรับตำแหน่งที่นั่ง, นาฬิกาแบบอนาล็อก, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตท้ายตัด, กาบบันไดแบบสเตนเลส พร้อมสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์แบบเรืองแสง, แผ่นกันลมแบบ plexiglass (AIRGUIDE) รวมถึงการช่วยเติมเต็มทุกบรรยากาศการขับขี่ด้วย  ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient Lighting) ที่มีให้เลือกทั้งหมด 3 สี ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามความต้องการ นอกจากนี้ รถยนต์รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับระบบมัลติมีเดียอันล้ำสมัย อย่าง ระบบวิทยุ-ซีดี MB Audio 20 พร้อม controller, ระบบเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนและโทรศัพท์เคลื่อนที่, ระบบรองรับการใช้งานระบบนำทาง (Pre-installation for SD-Card navigation)

   The new SLC 300 AMG Dynamic ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน แบบ 4 สูบแถวเรียง เทอร์โบพร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 1,991 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 245 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 370 นิวตันเมตร ที่ 1,300-4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 5.8 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.                              

โดยรถยนต์รุ่นนี้นำเสนอในราคา 3,990,000 บาท

โปรแกรม mySTAR Special เสนอสิทธิพิเศษอัตราผ่อนชำระต่อเดือนเพียง 39,400 บาท (ต่ำกว่า 1% ของราคารถยนต์)

Mercedes-AMG SLC 43

   รถยนต์คอมแพกต์โรดสเตอร์แบบ 2 ที่นั่งจากค่าย AMG ที่มอบประสบการณ์การขับขี่อัน  ทรงพลัง โดย Mercedes-AMG SLC 43 นับเป็นรถยนต์เครื่องยนต์ V6 รุ่นแรกที่ผลิตจากโรงงาน AMG ในเมืองอัฟฟาวเตอร์บาก (Affalterbach) ที่ติดตั้งนวัตกรรมล่าสุดของ Mercedes-AMG ไว้อย่างครบถ้วน

   ด้าน ดีไซน์ภายนอก ของ Mercedes-AMG SLC 43 ยังคงความโดดเด่นทางด้านดีไซน์ตามสไตล์รถยนต์ตระกูล SLC ด้วยกระจังหน้า Diamond grille สีเงินพร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์, ปลายท่อไอเสีย 2 ท่อ แบบ 4-pipe look, ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน และแผงหลังคาฮาร์ดท็อปเปิด-ปิดได้ขณะขับขี่ที่ความเร็วสูงสุด 40 กม./ชม. รวมถึงกระจกมองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ, ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System โดยไฟหน้ามาพร้อมกับระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย (ALS – Active Light System), ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering light) และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist),  ชุดแต่ง AMG bodystyling ที่บริเวณกันชนหน้า-หลัง, สปอยเลอร์ด้านหลังบนฝากระโปรงท้าย, สัญลักษณ์ AMG บนคาลิปเปอร์เบรกและล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG แบบ 10 ก้าน  ขนาด 18 นิ้ว   

   สำหรับ ดีไซน์ภายใน มีความหรูหราเช่นเดียวกับ The new SLC 300 AMG Dynamic ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa แบบสปอร์ต พร้อมระบบอุ่นที่นั่ง ที่สามารถปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยความจำสำหรับตำแหน่งที่นั่ง, นาฬิกาแบบอนาล็อก, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตท้ายตัด ที่ทำงานสอดคล้องกับอัตราทดเกียร์แบบคงที่ที่ 15.5 รอบเครื่องต่อ 1 รอบ   ล้อหมุน ส่งผลให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำ และช่วยให้การตอบสนองของพวงมาลัยเป็นไปอย่าง  ยอดเยี่ยม, แผ่นกันลมแบบ plexiglass (AIRGUIDE), ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient Lighting) แบบ 3 สี, ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon® Logic 7® พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay™)

   เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย ของ The new SLC 300 AMG Dynamic และ   Mercedes-AMG  SLC 43 มาพร้อมกับโครงคุ้มกันสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเคลือบด้วยอลูมิเนียม, ระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® system, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program - ESP®), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-start Assist, ไฟเบรกกระพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกฉุกเฉิน   (Adaptive Brake Lights), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS), ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST), ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), ระบบเตือนเพื่อเอารถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST Service interval indicator), ระบบเตือนแรงดันลมยาง (tyre pressure monitoring system), เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC), ระบบช่วย    การนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist) และกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ (reversing camera) เป็นต้น นอกจากนี้ รถยนต์ทั้งสองรุ่น ยังมีระบบ Dynamic Select ที่มีโหมดการขับขี่ 5 แบบ คือ Eco ที่ช่วยปรับการขับขี่เข้าสู่ระบบประหยัดน้ำมัน, Individual ที่สามารถบันทึกรูปแบบการขับขี่ที่ผู้ขับขี่กำหนดไว้ได้, Comfort ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบาย, Sport และ Sport+ เน้นการเพิ่มความเร้าใจให้กับการขับขี่มากยิ่งขึ้น

   นอกเหนือจากโหมดต่างๆ ของระบบ Dynamic Select แล้ว สำหรับรถยนต์ Mercedes-AMG  SLC 43 ผู้ขับขี่สามารถกดปุ่ม “M” บนคอนโซลเพื่อเลือกใช้งานโหมดเลียนแบบการทำงานของเกียร์แบบธรรมดาได้ โดยในโหมดนี้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้เองตามใจต้องการด้วยคันเกียร์บริเวณคอพวงมาลัย รวมถึงยังสามารถตั้งค่าโปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program - ESP®) ได้ตามต้องการ โดยปุ่มควบคุมระบบ ESP® นี้มีโหมดการทำงาน  3 โหมดให้เลือก ได้แก่:

  • โหมด “เปิด – ON” ซึ่งระบบจะทำงานโดยอัตโนมัติ ตอบสนองรวดเร็ว เน้นการขับขี่ที่สะดวกสบาย
  • โหมด “สปอร์ต แฮนด์ลิ่ง โหมด – SPORT HANDLING MODE” ซึ่งระบบจะทำงาน ช้าลง ให้ความรู้สึกสปอร์ตมากขึ้น
  • โหมด “ปิด - OFF” ซึ่งจะปิดการทำงานของระบบ ESP® ใช้เพื่อการขับขี่ในสนามแข่งเท่านั้น

   Mercedes-AMG SLC 43 ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน แบบ V6 เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 2,996 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 367 แรงม้า ที่ 5,500 – 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 520 นิวตันเมตร ที่  2,000 - 4,200 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม. โดยรถยนต์รุ่นนี้นำเสนอในราคา 4,990,000 บาท

The new generation SL 400

   หนึ่งในรถยนต์ระดับตำนานของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่ได้รับการปรับโฉมครั้งใหม่ ทั้งในด้านดีไซน์และสมรรถนะ เพื่อให้เป็นได้ทั้งรถโรดสเตอร์หรูที่มอบความรื่นรมย์และ   ความสะดวกสบาย พร้อมทั้งยังเป็นรถยนต์สปอร์ตคูเป้ ที่มอบสัมผัสอันเร้าใจในทุกการขับขี่บนท้องถนนอีกด้วย โดย The new generation SL 400 โดดเด่นด้วยส่วนหน้าของตัวรถที่ได้รับการออกแบบใหม่ทั้งหมด ซึ่งแรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากรถแข่งเมอร์เซเดส-เบนซ์ รุ่น 300 SL Panamerica ที่มีกระจังหน้าแผ่กว้างและเพรียวบาง พร้อมทอดตัวยาวลงมาถึงส่วนล่างของด้านหน้ารถ สอดรับกับช่องพาวเวอร์โดมสำหรับรับอากาศ 2 ช่องบนฝากระโปรงหน้าที่สะท้อนถึงเอกลักษณ์สำคัญของรถยนต์ตระกูล “SL” ให้เห็นได้อย่างเด่นชัด นอกจากนี้ The new generation SL 400 ยังถือว่าเป็นรถยนต์เมอร์เซเดส-เบนซ์รุ่นจัดจำหน่ายจริงรุ่นแรกที่ใช้ตัวถังซึ่งผลิตจากอลูมิเนียมทั้งหมด ซึ่งส่งผลให้รถยนต์รุ่นนี้มีน้ำหนักเบาลงถึง 110 กิโลกรัม พร้อมทั้งมีความทนทาน และความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น รวมถึงคุณสมบัติในการช่วยลดการสั่นสะเทือนในห้องโดยสาร ที่ทำให้ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้รับความสะดวกสบายตลอดการเดินทางมากยิ่งขึ้น    

   ด้าน ดีไซน์ภายนอก ของรถยนต์รุ่นนี้ โดดเด่นด้วยกระจังหน้า Diamond grille สีเงินพร้อม    ตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์, ระบบกันสะเทือนแบบสปอร์ตที่ได้รับการตกแต่งเป็นพิเศษและต่ำกว่าปกติ 10 มม., ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ, ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน, สัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก  AMG  แบบ 7 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว และหลังคาพาโนรามิคแบบ MAGIC SKY CONTROL รวมถึงกระจก มองข้างด้านผู้ขับขี่และกระจกส่องหลังปรับลดแสงสะท้อนอัตโนมัติ, ไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System โดยไฟหน้ามาพร้อมกับระบบปรับโคมไฟหน้ารถตามการเลี้ยวของพวงมาลัย (ALS – Active Light System), ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering light) และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist)

   สำหรับ ดีไซน์ภายใน มีการออกแบบให้สะท้อนความสปอร์ตและสง่างาม ไม่ว่าจะเป็น เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa แบบสปอร์ต พร้อมระบบอุ่นที่นั่ง ที่สามารถปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า   พร้อมหน่วยความจำสำหรับตำแหน่งที่นั่ง, นาฬิกาแบบอนาล็อก, พวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ตท้ายตัด, ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต, กาบบันไดแบบสเตนเลส พร้อมสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์แบบเรืองแสง,ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสาร (Ambient Lighting) 3 สี, ระบบเชื่อมต่อสื่อบันเทิง (media interface) และอุปกรณ์เครื่องเสียง อย่าง ระบบ COMAND Online พร้อมเครื่องเล่น DVD แบบ 6 แผ่น, ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon®  Logic 7® พร้อมฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay™), ระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Bluetooth) และระบบแผนที่นำทาง

   เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย SL 400 AMG Premium มาพร้อมกับระบบป้องกันก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® system, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program - ESP®), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ  Hill-start Assist, ไฟเบรกกระพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกฉุกเฉิน (Adaptive Brake Lights), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS), ระบบช่วยเตือนอาการ  เหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST), ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), ระบบเตือนเพื่อเอารถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST Service interval indicator), ระบบเตือนแรงดันลมยาง (tyre pressure loss warning system), เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC), ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist) และกล้องแสดงภาพด้านหลังขณะถอยรถ (reversing camera)  เป็นต้น 

The new S 500 Cabriolet

   The new S 500 Cabriolet ยนตรกรรมรุ่นที่ 6 ที่พัฒนามาจากโครงสร้างพื้นฐานของรถยนต์ตระกูล S-Class และยังเป็นรถเปิดประทุนสี่ที่นั่งรุ่นแรกของเมอร์เซเดส-เบนซ์นับตั้งแต่ปี 1971 โดยรถยนต์รุ่นนี้เป็นยนตรกรรมที่ผสมผสานดีไซน์หรูหราโดดเด่นของรถยนต์ซาลูนตระกูล   S-Class เข้ากับความสปอร์ตปราดเปรียวและเร้าใจของรถยนต์สไตล์ Coupé ไว้ได้อย่างลงตัว พร้อมกันนี้ ด้วยการพัฒนาโครงสร้างตัวถัง และพื้นห้องโดยสารส่วนหลังที่เป็นอลูมิเนียม ทำให้น้ำหนักของรถยนต์รุ่นนี้ลดลงจนเทียบเท่า S-Class Coupé โดย The new S 500 Cabriolet มาพร้อมกับหลังคาผ้าใบแบบเนื้อผ้า 3 ชั้น ชั้นนอกสุดเคลือบสารบูทีล (butyl) ซึ่งทำให้นับเป็นรถยนต์มีระดับเสียงรบกวนภายในห้องโดยสารน้อยที่สุด โดยหลังคาสามารถกางเปิดหรือพับปิดได้ในเวลาเพียง 20 วินาที ขณะที่รถวิ่งที่ความเร็วสูงสุด 60 กม./ชม. นอกจากนี้เมื่อหลังคา     กางออก แผงกั้นระหว่างห้องโดยสารกับพื้นที่เก็บสัมภาระจะเลื่อนลงไปด้านหลังตัวรถโดยอัตโนมัติเพื่อให้มีพื้นที่สำหรับเก็บหลังคา และเมื่อปิด หลังคาซอฟท์ท็อปจะเคลื่อนตัวไปเป็นส่วนหนึ่งกับท้ายรถเพื่อทัศนวิสัยที่สวยงาม การสั่งการเปิด-ปิดสามารถทำได้จากด้วยระบบกุญแจอัตโนมัติแม้จะอยู่ภายนอกรถ โดยหลังคาผ้าใบมีให้เลือกถึง 4 สี คือสีดำ สีน้ำเงินเข้ม สีเบจ และสีแดงเข้ม

   ด้าน ดีไซน์ภายนอก ของ The new S 500 Cabriolet มาพร้อมกับเส้นสายลวดลายอันทรงพลัง ด้วยกระจังหน้า Diamond grille สีเงินพร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ โดดเด่นด้วย    ช่องระบายอากาศขนาดใหญ่ด้านหน้าและด้านข้าง พร้อมเพิ่มลุคสปอร์ตด้วยคิ้วโครเมียมที่ตกแต่งบริเวณชายกันชนด้านหน้า ดีไซน์สไตล์รถยนต์ Coupé ที่เห็นเด่นชัดจากด้านข้างที่ตำแหน่งของกระจกกั้นห้องโดยสารที่อยู่ต่ำ เส้น dropping line ที่ทอดลงต่ำบริเวณท้ายรถ  พร้อมปลายท่อไอเสียคู่, ดิสก์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ลาย 5 ก้านคู่ ขนาด 19 นิ้ว และไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System ที่ประดับด้วยคริสตัลสวารอฟสกี้ (Swarovski crystals) ที่มาพร้อมกับระบบปรับโคมไฟหน้ารถตาม   การเลี้ยวของพวงมาลัย (ALS – Active Light System), ระบบเพิ่มความส่องสว่างขณะเลี้ยวโค้ง (Cornering light) และระบบปรับไฟสูงอัตโนมัติ (Adaptive Highbeam Assist) นอกจากนี้ยังได้เพิ่มความสปอร์ตมากยิ่งขึ้นด้วยชุดแต่ง AMG bodystyling ที่บริเวณกันชนหน้า-หลัง    และสเกิร์ตข้าง    

   สำหรับ ดีไซน์ภายใน บ่งบอกถึงความหรูหราในสไตล์ของรถยนต์ในตระกูล S-Class ได้เป็นอย่างดี ด้วยการเลือกใช้วัสดุชั้นดีมีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็น เบาะนั่งหุ้มหนัง Nappa   แบบ designo Exclusive package ตัดเย็บลายเบาะแบบ diamond design, ด้านบนของคอนโซลหน้าและด้านบนของแผงประตูที่หุ้มด้วยหนัง,ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ   7 สี (ambient lighting), ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต, กาบบันไดแบบสเตนเลส   พร้อมสัญลักษณ์ เมอร์เซเดส-เบนซ์แบบเรืองแสง อีกทั้งยังมีระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC ฟังก์ชันกระจายลมอุ่นบริเวณต้นคอ (AIRSCARF) และฟังก์ชันปรับสมดุลอากาศภายในห้องโดยสาร (AIR BALANCE package) อีกด้วย นอกจากนี้ The new S 500 Cabriolet ยังมาพร้อมกับมัลติฟังก์ชั่นแบบสปอร์ต รวมถึงระบบมัลติมีเดียอันล้ำสมัย อย่าง ระบบวิทยุแบบ COMAND online, ระบบเครื่องเสียงแบบ Burmester® high-end 3D surround sound system พร้อมลำโพงคุณภาพสูง 23 ตำแหน่ง, ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Bluetooth), ระบบแผนที่นำทาง เพื่อความสะดวกสบายและสุนทรียในการขับขี่อย่างแท้จริง

   เทคโนโลยีและระบบความปลอดภัย The new S 500 Cabriolet มาพร้อมกับระบบป้องกัน  ก่อนเกิดเหตุ PRE-SAFE® system, โปรแกรมควบคุมการทรงตัวอัตโนมัติ (Electronic Stability Program - ESP®), ระบบเบรก ADAPTIVE BRAKE พร้อมฟังก์ชั่น HOLD และ Hill-start Assist, ไฟเบรกกระพริบอัตโนมัติเมื่อเบรกฉุกเฉิน (Adaptive Brake Lights), ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก (Anti-lock braking system – ABS), ระบบช่วยเตือนอาการ  เหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST), ระบบรักษาความเร็ว (Cruise Control) และจำกัดความเร็ว (SPEEDTRONIC), ระบบเตือนเพื่อเอารถเข้าศูนย์บริการ (ASSYST Service interval indicator), ระบบเตือนแรงดันลมยาง (tyre pressure monitoring system), เซ็นเซอร์ช่วยในการนำรถเข้าจอด (PARKTRONIC), ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติ (Active Parking Assist), ระบบ MAGIC VISION CONTROL ระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติที่  ช่วยให้ผู้ขับขี่มีทัศนวิสัยในการมองเห็นได้อย่างดีเยี่ยมขณะขับขี่ ด้วยระบบฉีดน้ำกระจกหน้า  จากก้านปัดน้ำฝนที่น้ำจะฉีดไปที่บริเวณด้านหน้าของใบปัดขณะทำการปัด และระบบ Night View Assist Plus ระบบที่จะช่วยให้ผู้ขับขี่ เห็นคนเดินถนน หรือสัตว์ขนาดใหญ่ในที่มืด   โดยการใช้แสงอินฟราเรด และกล้องอินฟราเรดระยะใกล้และไกล ในการมองเห็นเพื่อลดอุบัติเหตุในที่มืด เป็นต้น และกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง เป็นต้น

   The new S 500 Cabriolet ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V8 เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 4,663 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 455 แรงม้า ที่ 5,250 - 5,500 รอบ/นาที แรงบิด 700 นิวตันเมตร   ที่ 1,800 – 3,500 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 4.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 250   กม./ชม. โดยรถยนต์รุ่นนี้นำเสนอในราคา 16,290,000 บาท

   SL 400 AMG Premium ขับเคลื่อนด้วยเครื่องยนต์เบนซิน V6 เทอร์โบคู่ พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ ที่มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 2,996 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 367 แรงม้า ที่ 5,500 – 6,000 รอบ/นาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ 2,000 - 4,200 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 4.9 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.   โดยรถยนต์รุ่นนี้นำเสนอในราคา 9,490,000 บาท

 
 

NEW CARS THAILAND : MITSUBISHI TRITON & ATTRAGE ใหม่ รุ่นปี 2016เติมออพชั่นแบบจัดเต็ม

Wednesday, 20 January 2016 03:08

 

 

 

 

 

 

 

 

   มิตซูบิชิ มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดเกมรุกต้นปีหลังส่วนแบ่งทางการตลาดปีที่ผ่านมาโตตามเป้า 8% ประเดิมส่ง  2 รุ่นหลัก “ไทรทัน ใหม่” และ  “แอททราจ ใหม่” ลงตลาด ชูจุดเด่นความคุ้มค่ายิ่งขึ้นด้วยออพชั่นแบบจัดเต็ม กับราคาใหม่ที่โดนใจมากขึ้น มั่นใจสามารถตอบทุกโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้ครบ พร้อมตั้งเป้าส่วนแบ่งปีนี้ 9%

   มร.โมะริคาซุ ชกคิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยถึงยอดขายรถยนต์มิตซูบิชิ ในปีที่ผ่านมาว่าบริษัทฯ มีส่วนแบ่งทางการตลาดอยู่ที่ 8% ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่ได้วางไว้ โดยปัจจัยหลักเกิดจากการแนะนำมิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่  ซึ่งได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากลูกค้า สำหรับปีนี้ มิตซูบิชิตั้งเป้าแนะนำรถยนต์ที่มี “ความคุ้มค่า” มากยิ่งขึ้น ในทุกกลุ่มผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ทั้ง  อีโค คาร์ รถกระบะ รวมไปถึงรถกระบะอเนกประสงค์ ซึ่งจะทยอยแนะนำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี เริ่มด้วยการแนะนำรถกระบะ “มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่”  และรถอีโค คาร์ ซีดาน “มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่” รุ่นปี 2016 ในเดือนมกราคมนี้

   “กลยุทธ์ของ ไทรทัน ใหม่ คือการปรับจำนวนรุ่นให้มีความเหมาะสมและเพิ่มรุ่น GLS-LTD (จีแอลเอส ลิมิเต็ด) ซึ่งมีการเพิ่มเติมอุปกรณ์มาตรฐานใหม่เพื่อให้เป็นรุ่นท็อปของทั้งรุ่นขับ เคลื่อน 2 ล้อแบบยกสูง ได้แก่ ดับเบิ้ลแค็บ พลัส  และเมกะแค็บ พลัส รวมทั้งรุ่นดับเบิ้ลแค็บขับเคลื่อน 4 ล้อ  นอกจากนี้ยังมีการพิจารณาเรื่องกลยุทธ์ด้านราคาใหม่ด้วยการปรับราคาแบบสวน กระแสโดยมีการปรับราคาลงให้น่าสนใจมากขึ้น อาทิ เมกะแค็บ พลัส ซึ่งมีราคาเริ่มต้น 679,000 บาท และ ดับเบิ้ลแค็บ พลัส ราคาเริ่มต้น 759,000 บาท และเพิ่มราคาบางรุ่นขึ้นเพียงเล็กน้อย ผมมั่นใจว่าจากอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ ที่ได้ติดตั้งเพิ่มเติมเข้าไปและราคาใหม่ดังกล่าวจะทำให้มิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่เป็นรถที่มีความคุ้มค่าที่สุดโดยเฉพาะในกลุ่มรถขับเคลื่อน 2 ล้อแบบยกสูงทั้งในเมกะแค็บ และ ดับเบิ้ลแค็บ” มร. ชกคิ กล่าว

   สำหรับมิตซูบิชิ ไทรทัน ใหม่  ได้รับการตกแต่งภายในใหม่ให้ดูหรูหรามากยิ่งขึ้นพร้อมติดตั้งอุปกรณ์อำนวย ความสะดวกและเสริมระบบความปลอดภัยที่ครบครันขึ้น อีกทั้งยังให้สมรรถนะในการขับขี่ที่ดียิ่งขึ้นโดยมีการติดตั้งระบบขับ เคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II แบบเดียวกับที่มีใน มิตซูบิชิ ปาเจโร  สปอร์ต ใหม่ ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการติดตั้งระบบดังกล่าวในรถกระบะ รวมไปถึงถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง ทั้งนี้จากเครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูง “ไมเวค คลีนดีเซล” ทำให้ ไทรทัน ใหม่ยังคงประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 20%
   ในขณะที่มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ มีการเสริมระบบความปลอดภัยอัจฉริยะ ทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้าตรงพร้อมระบบช่วยชะลอความเร็วที่ความเร็วต่ำ และระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะเมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว เฉพาะด้านหน้าซึ่งมีเป็นครั้งแรกในรถอีโค คาร์ ซีดาน ที่สำคัญยังประหยัดน้ำมันสูงขึ้นถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร*1 และปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุดเพียง 99 กรัมต่อกิโลเมตร*2 เหนือกว่ารถระดับเดียวกัน พร้อมกำหนดราคาขายเพื่อให้ลูกค้ารู้สึก “คุ้มค่าที่จะซื้อรถยนต์มิตซูบิชิ”  ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 456,000  บาท เท่านั้น

ภาพรวมของผลิตภัณฑ์
1) มิตซูบิชิไทรทัน ใหม่  รุ่นปี 2016  มาพร้อมนิยามใหม่ “AS YOU WISH : สั่งได้ดั่งใจคิด”  รถกระบะที่ให้ทั้งสมรรถนะในการขับขี่อย่างมีสไตล์และมีความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น  ด้วยการปรับเพิ่มอุปกรณ์มาตรฐานเพิ่มเติมในราคาใหม่ที่น่าสนใจมากขึ้นรวมถึงการปรับจำนวนรุ่นรถให้เหมาะสมเพื่อให้เป็นรถกระบะที่มีทั้งความอเนกประสงค์ซึ่งเหมาะสำหรับการบรรทุกเพื่อการพาณิชย์และให้ความสะดวกสบายอย่างรถยนต์นั่งสำหรับการใช้งานในชีวิตประจำวัน
- “ความสะดวกสบาย”  – จากห้องโดยสารที่หรูหรา กว้างนั่งสบายอย่างรถยนต์นั่งและมีฟังก์ชั่นการใช้งานที่ทันสมัย พร้อมการออกแบบภายในให้ดูหรูหราและพรีเมียมมากยิ่งขึ้นโดยเฉพาะอย่างยิ่งในรุ่น GLS-LTD  ซึ่งมีมาพร้อมเบาะหนัง พวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง รวมไปถึงพวงมาลัยแบบ 4 ก้าน พร้อมสวิตช์ควบคุมการทำงานของระบบต่างๆ บนพวงมาลัย จอภาพระบบสัมผัสและระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) ในขณะที่รุ่น GLS-LTD  เกียร์อัตโนมัติมีการติดตั้งระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) บนพวงมาลัย พร้อมติดตั้งระบบปรับเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift) ในรุ่นขับเคลื่อน 4 ล้อเกียร์อัตโนมัติ แบบเดียวกับที่มีใน มิตซูบิชิ ปาเจโร  สปอร์ต ใหม่
- “ความปลอดภัยสูง” – จากโครงสร้างตัวถังนิรภัย  RISE Body และการเพิ่มประสิทธิภาพของโครงสร้างตัวถังด้วยส่วนรับแรงกระแทกผลิตจากเหล็กกล้าที่มีความแข็งแรงเป็นพิเศษ High Tensile Steel โดยในรุ่นดับเบิ้ลแค็บขับเคลื่อน 4 ล้อ GLS-LTD เกียร์อัตโนมัติมีการเสริมระบบความปลอดภัยที่เหนือกว่าด้วยถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่งโดยทำงานร่วมกับระบบเข็มขัดนิรภัยแบบดึงกลับอัตโนมัติ 2 ทิศทางพร้อมระบบผ่อนแรงอัตโนมัติ ช่วยให้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารรู้สึกมั่นใจและปลอดภัยมากขึ้นตามมาตรฐานความปลอดภัยระดับสูงสุด 5-Star ASEAN NCAP
- “สมรรถนะสูงแต่ประหยัด” – ครั้งแรกของรถกระบะกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ Super Select 4WD-II ที่ผู้ขับขี่สามารถเลือกขับขี่ในโหมด 4H ได้แบบ Full-time  All Wheel Control และ Part-time แบบเดียวกับที่มีใน มิตซูบิชิ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ ซึ่งช่วยให้รถมีการทรงตัวได้ดีขึ้น และเพิ่มความมั่นใจในการขับขี่บนถนนทางเรียบลื่น  ยิ่งไปกว่านั้นยังมีสมรรถนะที่โดดเด่นจากเครื่องยนต์ดีเซลประสิทธิภาพสูง รหัส 4N15  “ไมเวค คลีนดีเซล” ขนาด 2.4 ลิตร พร้อมเสื้อสูบและฝาสูบแบบอลูมินัม อัลลอย บล็อก ที่ให้สมรรถนะสูงสุดถึง 181 แรงม้า ทนทานแข็งแกร่ง มีน้ำหนักเบา แต่ประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิงมากกว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 20% และยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
2) มิตซูบิชิ แอททราจ ใหม่ รุ่นปี 2016  มาพร้อมนิยาม “สมาร์ทอีโค คาร์...อีกขั้นของความคุ้มค่า” มาตรฐานใหม่ของรถอีโค คาร์ รุ่นที่ 2 ที่จะเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ที่กำลังมองหารถยนต์นั่งที่เป็นได้มากกว่ารถอีโค คาร์ เพื่อจะพาไปถึงจุดหมายปลายทาง แต่ยังให้ความสนุกในการขับขี่ด้วยสมรรถนะ ความปลอดภัย ความประหยัดน้ำมัน และความคุ้มค่ามากยิ่งขึ้น ด้วยแนวคิด “เปลี่ยน...ให้ชีวิตสมาร์ทขึ้น” จาก 3 คุณสมบัติเด่น คือ ;
- ความปลอดภัย “Smart Safety ” – ครบครันด้วยระบบเสริมความปลอดภัยอัจฉริยะที่ติดตั้งเป็นครั้งแรกในรถอีโค คาร์ ซีดาน ทั้งระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (ที่ความเร็วต่ำ) (FCM-LS : Forward Collision Mitigation System-Low Speed Range) และระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (เฉพาะด้านหน้า) (RMS-FORWARD : Radar Sensing Misacceleration Mitigation System-Forward) พร้อมติดตั้งระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (ASC-Active Stability Control) ระบบป้องกันการลื่นไถล (TLC-Traction Control) และระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน (HSA-Hill Start Assist System) รวมทั้งถุงลมนิรภัยคู่หน้า (Dual SRS) และอุปกรณ์เสริมความปลอดภัยอีกครบครัน
- ความประหยัด “Smart Saving” –ประหยัดน้ำมันสูงขึ้นถึง 23.3 กิโลเมตรต่อลิตร*1 จากการลดแรงเสียดทานในเครื่องยนต์ลงด้วยการเพิ่มเติมลูกปืนบนเพลาลูกเบี้ยว (Camshaft with roller) และการติดตั้งแหวนลูกสูบเคลือบสารคาร์บอนชนิดใหม่ พร้อมโซ่ไทม์มิ่งออกแบบใหม่ รวมทั้งติดตั้งระบบควบคุมอัลเทอเนเตอร์เพื่อลดแรงต้านกรณีแบตเตอรี่เต็มทำให้สามารถขับได้ระยะทางที่ไกลกว่าเดิม อีกทั้งยังปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำสุดเพียง 99 กรัมต่อกิโลเมตร*2 เหนือกว่ารถในระดับเดียวกัน (ในรุ่นเครื่องยนต์เบนซิน)  นอกจากนี้ยังผ่านการรองรับมาตรฐานมลพิษระดับ 5 (EURO 5) ซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ผ่านข้อกำหนดทางเทคนิคของรถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล หรือ อีโค คาร์ รุ่นที่ 2 ของรัฐบาลไทย อีกด้วย
- อุปกรณ์ตกแต่งและอำนวยความสะดวกครบครัน “Smart Equipment” – การตกแต่งภายในใหม่ให้ความรู้สึกทันสมัยมากยิ่งขึ้นในสไตล์ “Trendy” อาทิ เบาะหนังสีดำเย็บด้ายสีแดงสไตล์สปอร์ต พวงมาลัยหุ้มหนังแบบ 3 ก้าน ตกแต่งด้วยโครเมี่ยมและวัสดุสีดำแบบ Piano Black พร้อมจอภาพ DVD ระบบสัมผัส สวิตช์ควบคุมเครื่องเสียงและควบคุมการสั่งงานด้วยเสียง รวมทั้งปุ่มรับสาย-วางสายโทรศัพท์ที่พวงมาลัย (ในรุ่น GLX และ GLS) กล้องมองหลัง(ในรุ่น GLS-LTD) พร้อมสีตัวถังใหม่คือ สีแดง (Wine Red) 

 
 

NEW CARS THAILAND : ซูบารุ เปิดตัว SUBARU XV CROSSTREK ครั้งแรกในไทยในงาน BIG Motor Sale 2016

Sunday, 21 August 2016 11:48

 

 

 

 

 

 

 

 

   ซูบารุ ต่อยอดกระแสนิยม ‘ซูบารุ เอ็กซ์วี (SUBARU XV)’ ในไทย ด้วยการปรับโฉมครั้งใหม่ เพิ่มอารมณ์ความสปอร์ตและดีไซน์ที่โฉบเฉี่ยวในทุกความเคลื่อนไหวมารวมไว้ใน ‘ซูบารุ เอ็กซ์วี ครอสเทร็ค (SUBARU XV CROSSTREK)’ พร้อมเปิดตัวอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประเทศไทยภายในงาน BIG Motor Sale 2016 วันที่ 20 – 28 ส.ค. นี้ ที่ไบเทค บางนา

   นายตวัน คำฤทธิ์ ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดเผยว่า ล่าสุด ซูบารุ ได้ใช้เวทีการจัดงาน BIG Motor Sale 2016 เป็นพื้นที่เปิดตัว ‘ซูบารุ เอ็กซ์วี ครอสเทร็ค (SUBARU XV CROSSTREK)’  รถครอสส์โอเวอร์สายพันธุ์สปอร์ตดีไซน์ล่าสุดของซูบารุ ที่เพิ่มชุดแต่งแบบเต็มพิกัดครั้งแรกในประเทศไทย นอกจากนี้ ยังได้นำรถยนต์ซูบารุรุ่นอื่นๆ มาร่วมจัดแสดงแบบครบครันภายในงาน พร้อมมอบโปรโมชั่นพิเศษมากมายให้สามารถเป็นเจ้าของรถยนต์ซูบารุได้แบบสบายๆ อาทิ ดอกเบี้ย 0% นาน 48 เดือน, ฟรีประกันภัยชั้น 1

   ทั้งนี้ ‘ซูบารุ เอ็กซ์วี ครอสเทร็ค (SUBARU XV CROSSTREK)’  ได้รับการตกแต่งพิเศษด้วยชุดแต่งสปอร์ตรอบคัน คงเอกลักษณ์ของซูบารุด้วยเครื่องยนต์เบนซิน Boxer สูบนอน 4 สูบ 4 จังหวะ ขนาด 2.0 ลิตร 150 แรงม้า ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนแบบ Symmetrical AWD เสริมความหนักแน่นด้วยล้อแมกขนาด 17 นิ้วสีดำปัดเงาโชว์ผิวโลหะเพิ่มมิติแก่ทุกมุมมองการขับเคลื่อน โดดเด่นด้วยการออกแบบห้องโดยสารด้วยเบาะหนังสีดำสลับส้มและการเดินตะเข็บอย่างปราณีตด้วยด้ายสีส้มเช่นเดียวกับพรมปูพื้นช่วยเพิ่มความดุดันอย่างมีดีไซน์ เบาะหลังแยกพับ 60:40  ครบครันด้วยระบบ Smart Entry และ Push Start พวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชั่น พร้อมระบบเชื่อมต่อบลูทูธ

   ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติแบบ One-Touch สะดวกยิ่งกว่าด้วยระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบ Paddle Shift มั่นใจในทุกเส้นทางด้วยความแม่นยำของระบบเนวิเกเตอร์ เต็มอิ่มทุกความบันเทิงด้วยเครื่องเล่นดีวีดีและจอแสดงข้อมูล Multi-Function Display แบบความละเอียดสูง

ซูบารุ เอ็กซ์วี ครอสเทร็ค (SUBARU XV CROSSTREK)

  • เครื่องยนต์ Boxer สูบนอน ขนาด 2.0 ลิตร 150 แรงม้า ที่มาพร้อมกับระบบขับเคลื่อนแบบ Symmetrical AWD
  • ตกแต่งพิเศษด้วยชุดแต่งสปอร์ตรอบคัน ประกอบด้วย สเกิร์ตใต้กันชนหน้าและหลัง สเกิร์ตข้างสปอยเลอร์หลัง
  • เบาะหนังสีดำสลับส้มพร้อมการเดินตะเข็บด้วยด้ายสีส้ม
  • สุดล้ำด้วยระบบเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่แบบครบครัน ครบทุกความบันเทิงตลอดการเดินทาง
  • มี 6 สีให้เลือก ประกอบด้วย Pure White , Ice Silver Metallic , Dark Grey Metallic , Obsidian Black Pearl , Tangerine Orange , Desert Khaki    
  • ราคา 1,158,000 บาท

   ร่วมสัมผัสสุนทรียแห่งความสปอร์ตที่มาพร้อมกับความปลอดภัยสไตล์ซูบารุกับ ‘ซูบารุ เอ็กซ์วี ครอสเทร็ค (SUBARU XV CROSSTREK)’  รถครอสส์โอเวอร์สายพันธุ์สปอร์ตได้ในงาน BIG Motor Sale 2016 วันที่ 20 – 28 ส.ค. นี้ ที่ไบเทค บางนา ชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.facebook.com/ilovesubaru

 
 

NEW CARS THAILAND : HONDA MOBILIO รองรับพลังงานทางเลือก E85 พร้อมอัพเกรดอุปกรณ์มาตรฐานความปลอดภัย

Friday, 08 January 2016 03:44

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ ฮอนด้า โมบิลิโอ ใหม่ ยนตรกรรมอเนกประสงค์ขนาดซับคอมแพคท์ พร้อมรองรับพลังงานทางเลือก E85 นอกจากนี้ ยังติดตั้งระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 6.1 นิ้ว (เฉพาะรุ่น RS) มั่นใจยิ่งขึ้นในทุกการขับขี่ด้วยระบบควบคุมการทรงตัว (VSA) และระบบช่วยการออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ในทุกรุ่นอีกด้วย 

   โมบิลิโอ ใหม่ ได้รับการพัฒนาผลิตภัณฑ์เพิ่มเติม เพื่อให้มีมาตรฐานความปลอดภัยที่ครบครันยิ่งขึ้น และสามารถเติมเชื้อเพลิง E85 ได้ ซึ่งส่งผลให้โมบิลิโอ ใหม่ ยังอยู่ในระดับอัตราภาษีเท่าเดิม ตามโครงสร้างภาษีสรรพสามิตรถยนต์ใหม่ ทั้งนี้ นับเป็นหนึ่งในความพยายามของฮอนด้าที่มุ่งมั่นในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมอย่างต่อเนื่อง ซึ่งสอดคล้องกับแนวทางของรัฐบาลในการปรับโครงสร้างภาษีสรรพสามิตในครั้งนี้ อีกทั้งยังทำให้การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างภาษีนี้มีผลกระทบต่อราคาน้อยที่สุด

   โมบิลิโอ ใหม่ ติดตั้งเครื่องยนต์ SOHC  i-VTEC 4 สูบ 16 วาล์ว ขนาด 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 117 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที ด้วยแรงบิดสูงสุดที่ 146 นิวตัน-เมตรที่ 4,700 รอบต่อนาที โดยมีให้เลือกทั้งเกียร์ธรรมดา 5 สปีดและเกียร์ CVT ใหม่ ที่ได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม ตอบสนองทุกการขับขี่ และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมัน มีให้เลือกทั้งหมด 4 รุ่น ได้แก่

- รุ่น RS  CVT  ดีไซน์สปอร์ตในทุกมุมมอง ด้วยกระจังหน้าแบบโครเมียมดีไซน์สปอร์ต ไฟหน้าโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟหรี่แบบ LED ไฟตัดหมอกคู่หน้า กันชนหน้าและหลังแบบสปอร์ต พร้อมสเกิร์ตข้าง สปอยเลอร์หลังพร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED มาพร้อมที่นั่งแบบ 3 แถว และระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ให้ความเย็นได้อย่างทั่วถึง ราคา 755,000 บาท
- รุ่น V CVT เบาะนั่งแบบ 3 แถว พร้อมระบบปรับอากาศสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง ให้ความเย็นได้อย่างทั่วถึง ราคา 699,000 บาท ทั้งนี้ ในรุ่น RS CVT และ รุ่น V CVT เบาะนั่งแถวที่สองสามารถพับแยกแบบ 60:40 พร้อมพับตลบแบบจังหวะเดียว (One Motion) รวมถึงสามารถปรับเลื่อนหน้า-หลังได้ถึง 100 มิลลิเมตร นอกจากนี้ เบาะนั่งแถวที่สาม ยังให้พื้นที่วางขาที่กว้างสบาย เบาะนั่งพับแยกแบบ 50:50 หรือพับตลบไปด้านหน้า 2 จังหวะ ส่วนพนักพิงยังปรับเอนได้ถึง 2 ระดับ และแม้จะมีผู้โดยสารนั่งครบในทุกที่นั่ง โมบิลิโอ ใหม่ ยังสามารถจุสัมภาระที่บริเวณห้องสัมภาระด้านท้ายได้ถึง 223 ลิตร
- รุ่น S มีทั้งแบบเกียร์อัตโนมัติ (CVT) และเกียร์ธรรมดา (MT) มาพร้อมเบาะนั่งแบบ 2 แถว ซึ่งมีพื้นที่ด้านหลังเพื่อบรรทุกสัมภาระได้จำนวนมาก และถาดรองสัมภาระท้ายรถ เพื่อความสะดวกในการบรรทุกของต่าง ๆ ซึ่งเมื่อพับเบาะนั่งแถวที่สอง จะสามารถจุสัมภาระได้ถึง 1,214 ลิตร รุ่น S CVT ราคา 659,000 บาท และรุ่น S MT ราคา 615,000 บาท

   โมบิลิโอ ใหม่ มีให้เลือก 4 สี ได้แก่ สีดำคริสตัล (มุก) และสีใหม่ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) ในทุกรุ่น สีขาวออร์คิด (มุก) เฉพาะในรุ่น RS CVT และรุ่น V CVT และสีขาวทาฟเฟต้า เฉพาะในรุ่น S

   ผู้สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศหรือ www.honda.co.th/mobilio
 

 
 

NEW CARS THAILAND : TOYOTA INNOVA CRYSTA รถอเนกประสงค์ระดับหรู!!!

Friday, 30 September 2016 09:31

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เปิดตัว “All New INNOVA CRYSTA” มาพร้อมดีไซน์ใหม่หมด และเพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกเต็มคัน เพื่อยกระดับสู่การเป็นรถยนต์อเนกประสงค์ระดับหรู

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์อเนกประสงค์ประเภท MPV ในประเทศไทยครั้งแรกในปี พ.ศ. 2547 เริ่มจากโตโยต้า วิช (Toyota WISH) และตามมาด้วยโตโยต้า อินโนวา (Toyota INNOVA) ในปีเดียวกัน ด้วยชื่อเสียงอันเป็นที่ยอมรับในคุณภาพการผลิตมาตรฐานระดับโลก สมรรถนะการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน ประโยชน์ใช้สอยและคุ้มค่า จนสามารถครองใจลูกค้าชาวไทยได้อย่างเต็มภาคภูมิตลอดระยะเวลากว่า   12 ปี และสามารถเป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ประเภท MPV ในประเทศไทย ด้วยยอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้น 108,095 คัน* (ข้อมูลยอดขายสะสมตั้งแต่เดือนมกราคม พ.ศ. 2547 ถึงเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2559)

    All New INNOVA CRYSTA ยนตกรรมอเนกประสงค์ระดับหรู (Premium Crossover MPV) เป็นนิยามใหม่ของรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ที่ได้รับการพัฒนาให้เป็นยนตกรรมเหนือระดับภายใต้ชื่อใหม่ INNOVA CRYSTA สะท้อนถึงภาพลักษณ์ใหม่ที่เหนือระดับ สามารถตอบรับไลฟ์สไตล์ที่หลากหลายของลูกค้า ด้วยความหรูหราและสะดวกสบายที่ครบครัน

  

 All New INNOVA CRYSTAโดดเด่น ด้วยจุดเด่น 4 จุดหลักดังนี้

  • INFINITE Exterior and Interior Design…สุนทรียภาพแห่งดีไซน์ ภาพลักษณ์เหนือคำนิยาม ที่สุดแห่งความสมบูรณ์แบบเหนือจินตนาการ ด้วยดีไซน์ที่เหนือระดับ เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์กับเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวและพริ้วไหว ทั้งภายในและภายนอก
  • INFINITE Convenience...ตอบรับทุกความต้องการกับไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่า ตอบสนองทุกความต้องการใช้งาน ด้วยห้องโดยสารและพื้นที่เก็บสัมภาระที่กว้างขวาง เบาะนั่งปรับเปลี่ยนรูปแบบได้อย่างอิสระลงตัว และอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน
  • INFINITE Power...ที่สุดแห่งสมรรถนะ สมบูรณ์แบบทุกการขับเคลื่อน ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร GD Efficient Boost ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift และอีกหนึ่งทางเลือกกับเครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร Dual VVT-I ที่มากับเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ
  • INFINITE Safety...มั่นใจด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือชั้น  สร้างความมั่นใจในทุกสภาวะการขับขี่ เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก ทั้งแบบปกป้อง และแบบป้องกัน

   All New INNOVA CRYSTA ถือเป็นจุดเปลี่ยนของรถยนต์อเนกประสงค์แบบเดิม มาเป็นรถยนต์นั่งอเนกประสงค์ระดับหรูสำหรับผู้บริหาร นักธุรกิจรุ่นใหม่ ที่มีความทันสมัย มั่นใจ และมีไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย จึงเป็นที่มาของการสื่อสารทางการตลาด ภายใต้แนวคิด “Life is Infinite – เปลี่ยน...ให้ชีวิตทุกด้านเหนือระดับ” โดยใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่มุ่งเน้นการสื่อสารการตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าเป้าหมายโดยตรงเพื่อให้เกิดการรับรู้แบรนด์สูงสุด พร้อมการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ รวมทั้งสื่อดิจิทัลในเว็บไซต์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับทราบข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

   นอกจากนี้ โตโยต้า ยังได้มอบประสบการณ์ให้กับลูกค้าเพื่อร่วมสัมผัส All New INNOVA CRYSTA ได้ที่โชว์รูมโตโยต้า 459 แห่งทั่วประเทศ พร้อมงานแสดงรถยนต์ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำในระหว่างวันที่ 18 – 24 ตุลาคมนี้

   All New INNOVA CRYSTA มีให้เลือกถึง 3 รุ่น และมีสีให้เลือกทั้งสิ้น 4 สี เป้าหมายการขายในปี 2559 ที่ 600 คัน

 

 
-    2.8V  เกียร์อัตโนมัติ     (เครื่องยนต์ดีเซล)    ราคา    1,399,000 บาท       
-    2.8G  เกียร์อัตโนมัติ     (เครื่องยนต์ดีเซล)    ราคา    1,235,000 บาท   
-    2.0E   เกียร์ธรรมดา     (เครื่องยนต์เบนซิน)    ราคา    1,129,000 บาท


 

 

   All New INNOVA CRYSTA  

Impressive INFINITE Exterior

  • กระจังหน้าโครเมียมพร้อมสเกิร์ต มิติใหม่ของดีไซน์ ทุกเส้นสายหรูหราโฉบเฉี่ยว
  • ไฟหน้า LED Projector พร้อม Daytime Running Lights ดีไซน์ล้ำ สะกดทุกสายตา
  • ไฟตัดหมอกหน้า สว่างไสว เพิ่มทัศนวิสัยขณะฝนตกหรือหมอกลงจัด
  • ไฟท้ายดีไซน์เรียบหรู มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดดเด่นเจิดจ้า มองเห็นเด่นชัดในระยะไกล
  • กระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว และไฟ Welcome Light อีกระดับความหรูหราที่เหนือใคร
  • มือจับประตูโครเมียม ดีไซน์สวยหรู โดดเด่นมีระดับ
  • ระบบช่วยปิดประตูท้าย ตอบรับความสะดวกสบายทุกครั้งที่ใช้งาน
  • สปอยเลอร์หลัง พร้อมเสาอากาศแบบ Shark Fin สปอร์ตหรูทุกมุมมอง
  • ล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ดีไซน์เรียบหรูสง่างาม
  • สเกิร์ตหลัง เท่ล้ำ สปอร์ตลงตัว
  • แอร์โรไดนามิก ฟิน ออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ ช่วยลดแรงปะทะของลม พร้อมทั้งฟิน บริเวณกระจกมองข้างและไฟท้าย ส่งผลให้การทรงตัวรถดีเยี่ยม

Impeccable INFINITE Interior   

  • ดีไซน์ภายใน หรูหราอย่างมีเอกลักษณ์ เพียบพร้อมด้วยฟังก์ชันสุดล้ำ ตอบโจทย์ทุกการใช้งาน
  • ไฟส่องสว่างในห้องโดยสารแบบซ่อนฝ้า PREMIUM ILLUMINATION LED หรูหราล้ำสไตล์
  • แผงควบคุมไฟห้องโดยสารและเครื่องปรับอากาศแบบแยกส่วน เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน
  • พวงมาลัยพร้อมปุ่มควบคุม สั่งการทุกระบบง่ายดาย ครบครันทุกการควบคุม
  • มาตรวัดเรืองแสง Optitron พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID หน้าจอสีแบบ TFT      ดีไซน์ล้ำ คมชัดทุกรายละเอียด
  • ระบบ Push Start  สตาร์ทเครื่องยนต์ง่าย เพียงปลายนิ้วสัมผัส
  • ระบบ Smart Entry ควบคุมการล็อก-ปลดล็อกประตูอัจฉริยะ เพียงพกกุญแจ Smart Key ให้อยู่ในระยะทำงาน
  • เบาะนั่งแถวที่ 2 แบบ Captain Seat อีกขั้นแห่งความมีระดับ เพิ่มความสะดวกสบายด้วย     ที่พักแขน
  • ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ Cruise Control  รักษาความเร็วให้คงที่โดยไม่ต้อง      เหยียบคันเร่ง
  • DVD & NAVIGATOR ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 8 นิ้ว พร้อมรองรับระบบ    T-CONNECT
  • ช่องต่อ USB เชื่อมต่อทุกความบันเทิงเต็มรูปแบบ
  • INFINITE Convenience...ตอบรับทุกความต้องการ กับไลฟ์สไตล์ที่เหนือกว่า  
  • พื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ ปรับเปลี่ยนได้หลากหลายตามความต้องการ
  • เบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง เข้าถึงสัมผัสล้ำที่พร้อมตอบทุกความสะดวกสบาย
  • เบาะปรับเปลี่ยนได้อิสระลงตัว หลากหลายเพื่อการใช้งาน ทั้งแบบ Privy Relaxed  แบบ Long Space และ แบบ Rear Space
  • ระบบปรับเลื่อนที่นั่งด้านหน้า Easy Slide Front  ช่วยเพิ่มพื้นที่ให้ผู้โดยสารแถวที่ 2  
  • ระบบปรับพับเบาะจังหวะเดียว 1-Touch Tumble เพิ่มความสะดวกสบายในการปรับเบาะ
  • ช่องเก็บของแบบ Cool Box เติมเต็มความสดชื่นตลอดการเดินทาง
  • ที่วางของอเนกประสงค์ Seat Back Table
  •  INFINITE Power...ที่สุดแห่งสมรรถนะ สมบูรณ์แบบทุกการขับเคลื่อน  
  • เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร GD EFFICIENT BOOST อัตราเร่งเต็มพลัง ทุกการขับเคลื่อน ประหยัดน้ำมันเป็นเยี่ยม
  • เครื่องยนต์เบนซิน 2.0 ลิตร DUAL VVT-i  สมรรถนะโดดเด่น ราบรื่นทุกการขับขี่   (เฉพาะรุ่น 2.0E)
  • เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift ระบบส่งกำลังสุดล้ำ ตอบสนองทันใจ
  • สวิตช์ปรับรูปแบบการขับขี่ Drive Mode Switch ตอบสนองทุกสภาพการขับขี่ ทั้งแบบประหยัด Eco Mode และแบบเต็มสมรรถนะ Power Mode
  • ระบบกันสะเทือนหน้าและหลัง  เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวล และการทรงตัวที่ดีเยี่ยม
  • INFINITE Safety...มั่นใจด้วยมาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือชั้น   
  • โครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA เทคโนโลยีเสริมความแข็งแกร่ง โดยการใช้เหล็กกล้าแรงดึงสูง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับ และกระจายแรงกระแทกจากการชน พร้อมปกป้องผู้โดยสารในทุกสถานการณ์
  • ระบบเบรก ABS Anti-lock Brake System ป้องกันล้อล็อก และการลื่นไถลจากการเบรกกะทันหัน ช่วยให้ควบคุมรถได้แม้ในสถานการณ์คับขัน
  • ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน Hill-start Assist Control   ป้องกันรถไหล ขณะออกตัวบนทางลาดชัน
  • ระบบควบคุมการทรงตัว VSC และระบบป้องกันล้อหมุนฟรี TRC ควบคุมรถให้ทรงตัวอย่างมั่นคงบนทางโค้ง หรือถนนที่เปียกลื่น และป้องกันอาการล้อหมุนฟรี ซึ่งเป็นสาเหตุให้รถลื่นไถลเสียการทรงตัว
  • กล้องมองหลัง  พร้อมฟังก์ชันการมองเห็นปรับเปลี่ยนได้ 3 รูปแบบ ช่วยให้ถอยจอดได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น
  • ระบบถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 จุด มั่นใจอีกขั้นกับการปกป้องที่เหนือชั้น
 
 

NEW CARS THAILAND : LEXUS RX ครอสโอเวอร์ระดับหรู

Monday, 30 November 2015 16:41

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เผยโฉมยนตกรรมครอสโอเวอร์หรู ระดับโลก Lexus RX ใหม่ ที่ก้าวล้ำด้วยเทคโนโลยีเหนือระดับ ควบคู่ไปกับที่สุดแห่งศาสตร์ของการออกแบบ และคุณภาพแห่งวิศวกรรมการผลิตระดับโลก พร้อมแนะนำเครื่องยนต์ใหม่ เทอร์โบไดเรคท์อินเจคชั่นขนาด 2.0 ลิตร

   การแนะนำ Lexus RX ใหม่ครั้งนี้ คือการเปลี่ยนแปลงรูปโฉมใหม่ทั้งหมด โดยมุ่งที่จะรักษาจุดแข็งสำคัญของรุ่นปัจจุบันไปพร้อมกับการพัฒนารูปโฉมภาย นอกที่ให้สง่างามและทรงพลัง แต่คงไว้ซึ่งความสะดวกสบายและสมรรถนะในการขับขี่อันยอดเยี่ยมตามแบบฉบับเลก ซัส RX

   Lexus RX ครองตำแหน่งยอดขายสูงสุดในตลาดรถ Premium Crossover SUV และเป็นโมเดลหลักของแบรนด์  เลกซัส ด้วยยอดขายสูงถึงประมาณ 30% ของยอดจำหน่ายเลกซัสทั่วโลกในกว่า 80 ประเทศ ทั้งยังมียอดจำหน่ายกว่า 12,000 คัน ต่อเดือน เป็นระยะเวลากว่า 14 ปี สำหรับในประเทศไทย ได้มีการแนะนำ Lexus RX ในปี 2546 และได้รับความนิยมในกลุ่มตลาดรถ Premium Crossover SUV เสมอมา

   Lexus RX ใหม่ถือเป็นรุ่นที่ 4 ซึ่งโดดเด่นด้วยการออกแบบภายนอกและภายในใหม่ ภายนอกสะท้อนวิวัฒนาการของ Lexus RX ที่ผสานความดุดัน สุขุม โฉบเฉี่ยว ภายในประสานความเลิศหรู สง่างามไว้อย่างลงตัว  พร้อมสมรรถนะในการขับขี่ที่ทรงพลัง ประกอบกับความล้ำหน้าทางเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลกที่ทำให้คุณมั่นใจได้ มากกว่า Lexus RX ใหม่ จะสะท้อนอัตลักษณ์แห่งยนตกรรมที่สง่างาม หรูหรา ล้ำเลิศ สร้างสีสันใหม่ให้ตลาดรถ Premium Crossover SUV อีกครั้ง 

   ทีมวิศวกรเลกซัส ได้รังสรรค์ Lexus RX ด้วยแรงบันดาลใจในการออกแบบและพัฒนา เพื่อสืบทอดเอกลักษณ์แห่ง RX ควบคู่กับการคง DNA ของรถ Premium Crossover SUV ภายใต้หลักการพัฒนา 4 จุดหลัก ได้แก่

- ความสมบูรณ์แบบแห่งดีไซน์: การออกแบบรูปทรงภายนอกโดยนำเสนอความแข็งแกร่งอันน่าดึงดูดใจ (Seductive Strength)
- ภายในหรูหรา สมความเป็น SUV ระดับหรู : ผสานความเป็นรถโดยสารอเนกประสงค์ SUV ระดับหรู ผสานขีดสุดแห่งความก้าวล้ำในฟังก์ชั่นการใช้งานต่างๆ
- สมรรถนะ ให้สัมผัสการขับขี่ที่นุ่มนวล : สอดประสานความสะดวกสบายอันเป็นเอกลักษณ์ของเลกซัส RX เข้ากับขุมพลังใหม่ที่มอบการตอบสนองอย่างดีเยี่ยม  
- ที่สุดแห่งเทคโนโลยีที่ก้าวไกลเหนือระดับ : มอบความสะดวกสบายและเทคโนโลยีความปลอดภัยขั้นสูงสุดตามมาตรฐานโลก”

   Lexus RX ประกอบด้วย RX 200t ครอสโอเวอร์หรู รุ่นใหม่ สุดยอดแห่งพลังการขับเคลื่อนในเครื่องยนต์   เทอร์โบไดเรคท์อินเจคชั่นขนาด 2.0 ลิตร มาพร้อมกับทางเลือกแห่งประสบการณ์สปอร์ต RX 350 กับขุมพลังเครื่อง V6 ไดเรคท์อินเจคชัน 3.5 ลิตร และ RX 450h ยนตกรรมชั้นเลิศจากขุมพลังระบบไฮบริด

ดึงดูดทุกสายตาด้วยดีไซน์โฉบเฉี่ยว ทรงพลัง
   ด้วยความยาวฐานล้อเพิ่มขึ้น ช่วยเพิ่มขนาดพื้นที่ภายในห้องโดยสาร การออกแบบตัวรถที่เน้นความโค้งเว้าควบคู่เหลี่ยมสันอันเฉียบคม และเส้นสายรายละเอียดบนตัวรถที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติ ทำให้รูปทรงตัวถังดูราวอัญมณีเพชรเลอค่า โดยมีโป่งซุ้มล้อที่แข็งแกร่งยื่นออกมาจากตัวถังทั้งสี่ด้าน รับกับขนาดล้อที่ใหญ่ขึ้น
- ดีไซน์ล้ำอนาคต ไฟหน้า แบบ BI-LED 3 ดวง รูปทรงตัว L (ทุกรุ่น ยกเว้น 200t Luxury) เอกลักษณ์เฉพาะของเลกซัส และโดดเด่นด้วยไฟกลางวัน LED ดีไซน์รูปหัวลูกศร ลดการใช้พลังงานอย่างเต็มประสิทธิภาพ ด้วยไฟตัดหมอกแบบ LED บริเวณกันชนด้านหน้า
- โดดเด่นด้วยดีไซน์ไฟท้ายรูปตัว L พร้อมก้าวล้ำหน้ากับไฟเลี้ยว LED Sequential ที่แสงสัญญาณจะกระพริบจากด้านในเลื่อนสู่ด้านนอกของโคมไฟหน้า (ทุกรุ่น ยกเว้น 200t Luxury)
- Touchless Power back door ครั้งแรกในเลกซัสกับระบบเปิดประตูท้ายอัตโนมัติ เพียงยื่นมือเหนือสัญลักษณ์เลกซัสที่มีเซ็นเซอร์ติดตั้งอยู่  สะดวกสบายกว่าในขณะถือสัมภาระ รถเปียกหรือสกปรก

ภายในที่ผสานความหรูหราเข้ากับนวัตกรรม
   ภายในเลกซัส RX เผยความหรูหรา อย่างเหนือระดับ มาพร้อมสุดยอดเทคโนโลยีทันสมัย ผู้ขับจะรู้สึกราวกับนั่งอยู่ในค็อกพิทบนเครื่องบิน ที่ออกตัวทะยานไปพร้อมความรู้สึกอิสระเหนือชั้นที่เกิดจากลักษณะการวาง คอนโซลที่มีระดับแนวนอนต่ำ รวมถึงการเล่นระดับแบบขั้นบันไดอย่างมีชั้นเชิงของแผงอุปกรณ์ภายใน

- จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่และสัญญาณเตือนขนาดใหญ่ Large Colour HUD (Head-Up Display) แสดงข้อมูลการขับขี่และสัญญาณเตือนต่างๆ ที่บริเวณส่วนล่างของกระจกหน้าในระดับสายตาของผู้ขับ ช่วยให้ไม่ต้องละสายตาจากถนน (ทุกรุ่น ยกเว้น 200t Luxury)        
- จอ EMV RTI with Navi ขนาด 12.3 นิ้ว...ฟังก์ชั่นผสานการทำงานของระบบมัลติมีเดียพร้อมหน้าจอ แสดงผล EMV บริเวณกึ่งกลางแผงคอนโซลหน้า เข้ากับจอมัลติมีเดียแบบสี TFT ขนาด 4.2 นิ้ว บริเวณมาตรวัด ผ่านสวิตช์บนพวงมาลัย  (เฉพาะ 350 และ 450h)         
- กว้างขวาง โอ่อ่ายิ่งขึ้น กับพื้นที่เก็บสัมภาระบริเวณท้ายรถ เบาะหลังโอ่โถง สบายอย่างเหนือชั้น พร้อมระบบปรับและพับไฟฟ้า เพียงพอสำหรับห้าคนพร้อมสัมภาระส่วนตัว บรรทุกถุงกอล์ฟได้ถึง 4 ใบในขณะที่มีผู้โดยสารเบาะหลัง 3 คน

ความสะดวกสบายในการขับขี่และสมรรถนะที่เหนือชั้น
   ปรับแต่งอย่างพิถีพิถันในทุกองค์ประกอบ ให้ตอบสนองได้อย่างดีเยี่ยมในทุกสภาพถนน พร้อมสมรรถนะการควบคุมที่คล่องแคล่ว ปราดเปรียว พร้อมการขับขี่ที่นุ่มนวลเหนือชั้น เลกซัส RX เปิดประสบการณ์ที่สุดแห่งการขับขี่ พร้อมตอบสนองผู้ขับขี่อย่างเหนือชั้น
ขุมพลังแห่งการขับเคลื่อน เพื่อประสบการณ์การขับขี่ที่เหนือกว่า
 
- RX 200t เร้าใจถึงขีดสุดกับเครื่องยนต์พัฒนาล่าสุดแบบ inline-4 turbo ขนาด 2.0 ลิตร แรงเต็มพลังในทุกระดับความเร็ว พร้อมระบบ VVT-iW ให้การเผาไหม้แบบสมบูรณ์ และระบบ twin-scroll turbocharger ทำงานร่วมกับ Air-to-liquid อินเตอร์คูลเลอร์  
- RX 350 เครื่องยนต์ V6 Atkinson Cycle และระบบวาล์วอัจฉริยะ Dual VVT-iW มอบพลังขับเคลื่อนสูงและประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม พร้อมที่สุดแห่งนวัตกรรมระบบหัวฉีด D-4S ให้พลัง  แรงจัด ทั้งปล่อยไอเสียต่ำ  
- RX 450h ระบบอัจฉริยะ Lexus Hybrid Drive ผสานการทำงานระหว่างพลังไฟฟ้าจากมอเตอร์ไฟฟ้ากำลังสูง และเครื่องยนต์ไฮบริด V6 Atkinson Cycle ขนาด 3.5 ลิตร และระบบวาล์วอัจฉริยะ Dual VVT-i พร้อมระบบหัวฉีด D-4S ให้ประสิทธิภาพและสมรรถนะการขับขี่ตื่นเต้น  เร้าใจ ประหยัดน้ำมันยอดเยี่ยมและปล่อยไอเสียต่ำสุด
- โครงสร้างช่วงล่างในด้านหน้า ปรับขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเหล็กกันโคลงด้านหน้าให้มากขึ้น ทำให้ช่วงล่างแข็งแรงขึ้น ช่วยลดอาการเหนื่อยล้าของผู้โดยสารในขณะเดินทางไกล นอกจากนี้มีการเพิ่มความแข็งของสปริงด้านหน้าและหลัง เพื่อเพิ่มความสมดุลย์ของตัวรถ
- โหมดขับขี่อัจฉริยะ (Driving Mode Select)…ระบบควบคุมอันหลากหลายและสมบูรณ์แบบ เพื่อให้สามารถเลือกสมรรถนะที่เหมาะกับสไตล์การขับขี่ ไม่ว่าจะเป็น โหมด Normal สำหรับการขับขี่แบบปกติ โหมด ECO สำหรับความประหยัดสูงสุด โหมด Sport สำหรับประสบการณ์แห่งความสปอร์ตเร้าใจ และ โหมด Sport S+ (รุ่น F-Sport) สำหรับประสบการณ์ความสปอร์ตเร้าใจยิ่งกว่า ด้วยช่วงล่างที่ถูกปรับให้แกร่งขึ้น มั่นใจมากกว่าเมื่อเข้าโค้ง
- ระบบช่วงล่างแบบปรับอัตโนมัติ (Adaptive Variable Suspension System)… ใหม่ใน RX      รุ่นขับเคลื่อนสี่ล้อ ซึ่งเป็นรุ่นที่มุ่งยกระดับความสนุกของการขับขี่ไปอีกขั้น โดยระบบ AVS จะเป็นอุปกรณ์พื้นฐาน มาพร้อมลักษณะการจูนแบบพิเศษเพื่อการขับขี่แบบสปอร์ตโดยเฉพาะ 

เทคโนโลยีความปลอดภัยระดับโลก
   ระบบความปลอดภัยเฉพาะตัวของเลกซัส Lexus Safety System+ บวกกับแพ็กเกจความปลอดภัยก่อนเกิดอุบัติเหตุ ประกอบไปด้วยเทคโนโลยีเพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ล้ำหน้า  ได้แก่
- ระบบเตรียมพร้อมก่อนการชน PCS (Pre-Crash Safety System) ด้วยสัญญาณเรดาร์และกล้อง โดยจะส่งสัญญาณเตือนผู้ขับขี่ หากตรวจพบความเป็นไปได้ที่จะเกิดการชนด้านหน้า รวมทั้งสั่งการทำงานของระบบเบรก (Pre-Crash Brake + Pre-Crash Brake Assist) (เฉพาะ 350 และ 450h)
- ระบบช่วยรักษาช่องทางวิ่ง พร้อมสัญญาณเตือน (Lane Keeping Assist : LKA) ส่งสัญญานเตือน หากพบการขับออกนอกเลนโดยไม่ตั้งใจ พร้อมสั่นเตือนที่พวงมาลัย (เฉพาะ 350 และ 450h)
- ระบบเรดาร์รักษาความเร็วอัตโนมัติ (Dynamic Radar Cruise Control) ระบบควบคุมความเร็วรถให้คงที่ และสัญญาณเรดาร์จะตรวจหาและรักษาระยะห่างจากรถยนต์ที่วิ่งอยู่ด้านหน้า (เฉพาะ 350 และ 450h)
- ระบบปรับองศาของไฟส่องสว่างอัจฉริยะ AHS (Adaptive High-Beam System) ปรับไฟและกระจายแสงอัตโนมัติด้วยไฟ LED 11 ตัว เพื่อวิสัยทัศน์ที่ดีที่สุด (เฉพาะ 350และ 450h)
   Lexus RX ใหม่พร้อมเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ ในงาน Thailand International Motor Expo และจะมีการจัดกิจกรรมทดสอบสมรรถนะรถยนต์ ในช่วงเดือนมกราคม 2559.

ราคาจำหน่าย Lexus RX ใหม่     
- RX 200t    รุ่น Luxury ขับเคลื่อนล้อหน้า   ราคา   3,990,000   บาท
- รุ่น Premium ขับเคลื่อนล้อหน้า   ราคา   4,490,000   บาท
- รุ่น F-Sport ขับเคลื่อนสี่ล้อ   ราคา   5,090,000   บาท
*พร้อมแนะนำราคาพิเศษช่วงแนะนำ ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 13 ธันวาคม 2558 สำหรับรุ่น F-Sport  
เหลือเพียง    4,990,000   บาท
- RX 350     รุ่น F-Sport ขับเคลื่อนสี่ล้อ   ราคา   6,800,000   บาท
- RX 450h    รุ่น Premium   ราคา   7,600,000   บาท

ผู้แทนจำหน่าย เลกซัส อย่างเป็นทางการทั้ง 3 แห่ง
บริษัท เล็กซ์ซัส กรุงเทพ จำกัด (พระราม 9)         โทรศัพท์      0 2716 8999
58 ถ.ริมคลองแสนแสบ บางกะปิ ห้วยขวาง กรุงเทพฯ 10320
บริษัท เลกซัส สุขุมวิท จำกัด (สุขุมวิท 18)        โทรศัพท์      0 2260 8123
1/1 ถ.สุขุมวิท18 คลองเตย กรุงเทพฯ 10110
บริษัท เลกซัส ออโต้ซิตี้ จำกัด (รามอินทรา กม. 2)     โทรศัพท์      0 2521 1111
14/459 ม.4 ถ.รามอินทรา กม.2 อนุสาวรีย์ บางเขน กรุงเทพฯ 10220

 
 

Page 21 of 23

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )