Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS THAILAND

NEW CARS THAILAND : “วอลโว่” ขอแนะนำ V40 และ V60 Dynamic Edition ดีไซน์สปอร์ต และเปิดตัว S60 และ V60 เครื่องยนต์ดีเซลรหัส D3 ใหม่

Tuesday, 30 January 2018 15:54

 

 

 

 

 

 

 

   “วอลโว่” รุกตลาดปี 2018 ส่ง V40 T4 และ V60 D4 รุ่น Dynamic Edition ที่มาในลุคสปอร์ตเต็มขั้น พร้อมเอาใจผู้ที่ชื่นชอบในเอกลักษณ์รถสปอร์ตแวกอน V60 D3 และรถซีดานเรียบหรูจากสวีเดน ด้วยรถรุ่น S60 D3 ที่มาพร้อมราคาสุดเร้าใจ 1.99 ล้านบาท

   บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ภูมิใจนำเสนอรถรุ่น V40 T4 Dynamic Edition และ V60 D4 Dynamic Edition ที่ได้รับความนิยมและนับเป็นเอกลักษณ์ที่ทำให้ทุกคนนึกถึงแบรนด์วอลโว่ ซึ่งครั้งนี้มาพร้อมกับชุดแต่ง R-Design ซึ่งเพิ่มรูปลักษณ์ใหม่ สปอร์ตโฉบเฉี่ยวยิ่งขึ้น  

V40 T4 และ V60 D4 Dynamic Edition ประกอบด้วย  

  • ใหม่! กันชนและแผงกระจังหน้า R-Design
  • ใหม่! ชายล่างกันชนหลังทรงสปอร์ต R-Design
  • ใหม่! ท่อไอเสียคู่ทรงกลม R-Design
  • ใหม่! ล้ออัลลอยขนาด 205/50 R17 สีเทาดำแบบ Diamond Cut (รุ่น V40 T4 Dynamic Edition)  
  • ใหม่! ระบบจอดรถกึ่งอัตโนมัติ (Park Assist Pilot) รุ่น V60 D4 Dynamic Edition)
  • มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ขาว (Ice White) เทา (Osmium Grey) และดำ (Onyx Black)

   V40 T4 Dynamice Edition รถแฮทช์แบค 5 ประตูสไตล์สปอร์ตรุ่นใหม่ เครื่องยนต์ Drive-E เบนซินเทอร์โบชาร์จ   2,000 ซี.ซี. 190 แรงม้า@ 4,700 รอบต่อนาที แรงบิด 300 นิวตันเมตรที่ 1,300-4,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลาเพียง 6.9 วินาทีความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. ประหยัดเชื้อเพลิง 16.4 กม./ลิตร เปลี่ยนพลังความรู้สึกใหม่ ขับสนุก โลดเล่นดั่งใจ ปลอดภัยสูงสุด

   V60 D4 Dynamic Edition ขับเคลื่อนด้วยระบบเครื่องยนต์ Drive-E ดีเซลแบบคอมมอนเรล ทวินเทอร์โบพร้อมเทคโนโลยีหัวฉีด i-Art พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด 2,000 ซี.ซี. 190 แรงม้าที่ 4,250 รอบต่อนาที แรงบิด 400 นิวตันเมตรที่ 1,750-2,500 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลาเพียง 7.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 225 กม./ชม. ประหยัดเชื้อเพลิง 20.4 กม./ลิตร

   V60 D3 มาพร้อมเครื่องยนต์ Drive-E ดีเซลแบบคอมมอนเรลเทอร์โบ พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด 2,000 ซี.ซี. 150 แรงม้าที่ 1,750-3,750 รอบต่อนาที แรงบิด 320 นิวตันเมตรที่ 1,750-3,000 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลาเพียง 9 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. ประหยัดเชื้อเพลิง 22.7 กม./ลิตร

   S60 D3 รถซีดานที่สะท้อนสุนทรียแห่งการขับขี่แบบสแกนดิเนเวียน ขับเคลื่อนด้วยระบบเครื่องยนต์ Drive-E และเครื่องยนต์ดีเซลแบบคอมมอนเรลเทอร์โบ พร้อมเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด 2,000 ซี.ซี. 150 แรงม้าที่ 3,750 รอบต่อนาที แรงบิด 320 นิวตันเมตร ที่ 1,750-3,750 รอบต่อนาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลาเพียง 9.0 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. ประหยัดเชื้อเพลิง 22.7 กม./ลิตร เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อมฟังก์ชั่นระบบความปลอดภัยและความบันเทิงแบบครบครัน

   

   วอลโว่ เปิดปี 2018 มาด้วยราคาพิเศษเกินห้ามใจ V40 T4 Dynamic Edition ราคา 1,690,000 บาทและ V60 D4 Dynamic Edition ราคา 2,390,000 บาท ขณะที่ V60 D3 ราคา 2,090,000 บาท และ S60 D3เปิดตัวด้วยราคาสุดเร้าใจ 1,990,000 บาท รถทุกรุ่นมาพร้อมบริการรับประกันคุณภาพฟรี3 ปี และบริการช่วยเหลือฉุกเฉินเป็นเวลา 1 ปี

   พบกับ“วอลโว่” ที่สุดแห่งยนตกรรมสุดหรูผสานที่สุดแห่งความปลอดภัยระดับโลกได้แล้ววันนี้ ณ โชว์รูมวอลโว่ทั่วประเทศ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-305-4499หรือWWW.VOLVOCARS.COM/TH             

 
 

NEW CARS THAILAND : TOYOTA CAMRY 2.0G Extremo ปรับดีไซน์ใหม่ สำหรับปี2017

Tuesday, 11 July 2017 14:18

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดยนายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่  ประกาศแนะนำรถยนต์นั่งขนาดกลาง Toyota Camry 2.0G Extremo รุ่นปรับโฉมใหม่ สำหรับทำตลาดในปี 2017  

   Toyota Camry 2.0G Extremo ใหม่ เพิ่มทางเลือกให้แก่ลูกค้าที่ชื่นชอบความโดดเด่นพิเศษ มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว โดยได้รับการปรับปรุงและยกระดับความโดดเด่นด้านรูปลักษณ์ภายนอก เพิ่มอารมณ์สปอร์ตโฉบเฉี่ยว ด้วยชุดแต่งดีไซน์สปอร์ตหรูรอบคันพร้อมกระจังหน้าดีไซน์หรูล้ำสะกดทุกสายตา พร้อมคงไว้ซึ่งสมรรถนะการขับขี่ที่คล่องตัวด้วยเครื่องยนต์ VVT-iW  ระบบการฉีดน้ำมันแบบ D-4S และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดพร้อม Sequential Shift ให้อัตราเร่งเต็มพลังถึง 167 แรงม้า กำลังสูงสุด 6,500 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 4,600 รอบต่อนาที แต่ยังคงไว้ซึ่งความประหยัดน้ำมัน รวมไปถึงระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับสากลที่ครบครัน

   นายวุฒิกร กล่าวว่า “เรามีความยินดีที่จะแนะนำCamry 2.0G Extremo ใหม่ที่พัฒนาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าผู้ชื่นชอบยนตกรรมที่มาพร้อมความสมบูรณ์แบบทั้งในเรื่องของสมรรถนะ ดีไซน์ที่โดดเด่นและสะท้อนไลฟ์สไตล์เหนือระดับ ที่สำคัญCamry 2.0G Extremo ใหม่พร้อมสร้างความมั่นใจสูงสุดในการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยอันเป็นจุดเด่นหลักของคัมรี”

Toyota Camry 2.0G Extremo ดีไซน์ภายนอกเพิ่มความสปอร์ตหรู ไล่ตั้งแต่ไฟหน้าแบบ LED Dual Projector รมดำดีไซน์สปอร์ตพิเศษ ส่องสว่างได้กว้างไกล  ปลอดภัยสูงสุดทุกการเดินทาง ,เพิ่มความสปอร์ต โฉบเฉี่ยว ด้วยชุดแต่งรอบคันทั้งสเกิร์ตกันชนหน้า ด้านข้าง กันชนหลังและ       สปอยเลอร์หลัง ที่ได้รับการออกแบบใหม่อย่างมีสไตล์ , ติดตั้งล้ออัลลอยขนาด 17 นิ้ว ลายใหม่ ดีไซน์โฉบเฉี่ยวเพิ่มความเร้าใจ ส่วนห้องโดยสารเน้นตกแต่งด้วยสีดำ เพิ่มความทันสมัยจากลายไม้ใหม่ Carbon Wood

   Toyota Camry 2.0G Extremo ดีไซน์ใหม่มีให้เลือก 2 สี สีขาวมุกWhite Pearl Crystal และ สีดำAttitude Black Mica ราคา  1,525,000  บาท

  

   สนใจเชิญสัมผัส Toyota Camry 2.0G Extremoใหม่   ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 464 แห่งทั่วประเทศ

 
 

NEW CARS THAILAND : BENTLEY BENTAYGA SUV ที่สุดแห่งพลัง และความหรูหรา

Saturday, 24 June 2017 15:28

 

 

 

 

 

 

 

   ยานยนต์สายพันธ์อังกฤษแท้ผสมผสานความหรูหรากับสมรรถนะสปอร์ต และ off-road เต็มเปี่ยมด้วยประสิทธิภาพการใช้งานในทุกสภาพถนนและทุกวันของชีวิต พร้อมเผชิญในทุกสภาวะของการขับขี่เปี่ยมด้วยนวัตกรรมและเทคโนโลยีอัน พร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและมีเอกลักษณ์ที่ด้วยการออกแบบที่ข้ามขีดจำกัดแห่งกาลเวลา ให้ดุลยภาพระหว่างความแข็งแกร่งและความสง่างามอย่างลงตัวปราณีตในทุกรายละเอียด ด้วยวัสดุคุณภาพสูงภายในห้องโดยสารร่วมสมัยจากช่างฝีมือขั้นเทพ

   Bentayga ทายาทลำดับที่ 4 จากสายการผลิตของ Bentley มาในรูปแบบ SUV ที่ล้ำหน้าระดับโลกเร็ว ด้วยพลังความ หรูหราที่พิเศษสุด ด้วยเครื่องยนต์ W12 รุ่นใหม่ เปิดประสบการณ์แห่งการขับขี่อันทรงพลังในแบบของ Bentley พรั่งพร้อมด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกล้ำสมัย ดีไซน์การออกแบบทางวิศวกรรมยานยนต์และงานฝีมือระดับปรมาจารย์ของโรงงานเมือง Crewe ส่งผลให้ Bentayga ยังคงไว้ซึ่งเอกลักษณ์ความเป็น Bentley ในทุกรายละเอียดอย่างพิถีพิถัน เพื่อให้ได้มาซึ่งผลงานศิลปะที่ก้าวข้ามข้อจำกัดของกาลเวลา แสดงออกถึงดุลยภาพระหว่างความแข็งแกร่งและความงดงามอย่างสมบูรณ์แบบ โดดเด่นด้วยโคมไฟคู่หน้า LED 4 ดวงและกระจังตาข่ายขนาดใหญ่ โฉบเฉี่ยวดุดันจากแนวเส้นตัวถังราวกับมัดกล้ามอันแข็งแกร่ง เปี่ยมด้วย DNA ของ Bentley ในทุกอณู

   Bentley Bentayga สร้างมาตรฐานการออกแบบใหม่ของงานตกแต่งภายใน จากผลงานที่ไร้เทียมทาน ไม่ว่าจะเป็นรายละเอียดของชิ้นงานโลหะ ลายไม้ และหนังแท้คัดคุณภาพ รวมไปถึงความพิถีพิถันในทุกขั้นตอนการผลิตและประกอบชิ้นส่วนแต่ละชิ้นอย่างปราณีตบรรจง รังสรรค์บรรยากาศสุดหรูหรา ร่วมสมัย  สไตล์อังกฤษ ความสมบูรณ์แบบดังกล่าวเกิดขึ้นได้ด้วยจิตใจมุ่งมั่นทุ่มเทและทักษะความชำนาญของผู้เชี่ยวชาญผนึกกำลังอย่างเต็มที่ในโรงงาน Bentley เมือง Crewe ขุมพลังเครื่องยนต์ W12 ทวินเทอร์โบใหม่ล่าสุด ขนาดความจุ 6.0 ลิตร คือหัวใจของ Bentayga เครื่องยนต์ 12 สูบทรงพลังเครื่องนี้ คือส่วนผสมที่ลงตัวระหว่างประสิทธิภาพและความนุ่มนวล ถึงพร้อมด้วยพลังและแรงบิดมหาศาล ให้พละกำลังสูงสุดกว่า 608 แรงม้า (600 bhp) และแรงบิด 900 นิวตันเมตร (663 lb.ft) ทำอัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ภายในระยะเวลาเพียง 4.1 วินาทีเท่านั้น ทำความเร็วสูงสุดได้ถึง 301 กิโลเมตรต่อชั่วโมง (187 ไมล์ต่อชั่วโมง) ส่งผลให้ Bentayga กลายเป็นยนตกรรม SUV ที่เร็วที่สุดในโลก

   ตัวถังได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ทั้งหมด คือปัจจัยสำคัญที่ทำให้ Bentayga ก้าวขึ้นสู่จุดสูงสุดของยนตกรรม SUV ระดับหรู สมรรถนะการขับขี่ที่พร้อมใช้งานในทุกเส้นทาง หรือแม้แต่ภาระลากจูง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (48V active anti-roll control system) ช่วยลดภาวะการโคลงตัวในยามขับขี่ นั่นหมายความว่า Bentayga พร้อมฝ่าฟันไปในทุกสภาวะการณ์ รวมไปถึงสภาพแวดล้อมในแบบ off-road และในอนาคตยังมีรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล  รุ่นเครื่องยนต์กึ่งไฟฟ้า Plug-in Hybrid และอุปกรณ์พิเศษเบาะนั่ง 7 ที่นั่ง ซึ่งจะติดตามมาในโอกาสต่อไป

   นายวูลฟ์แกงค์  ดูร์ไฮม์เมอร์ (Wolfgang Dürheimer) ประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัทเบนท์ลีย์ มอเตอร์ส กล่าวว่า “เบนเทย์ก้า นับเป็นเบนท์ลีย์แท้ๆในหมู่เอสยูวี  รถยนต์รุ่นนี้จะกำหนดนิยามใหม่ของความหรูหราในตลาดรถยนต์เอสยูวีและยังนำเสนอประสบการณ์ความเป็นเบนท์ลีย์ในทุกสภาพแวดล้อม ด้วยคุณลักษณะพิเศษจำเพาะนี้ จะทำให้เบนท์ลีย์ก้าวไปสู่การเจริญเติบโตอันแข็งแกร่งและความสำเร็จด้านยอดขาย  เบนเทย์ก้าจะเป็นก้าวต่อไปในการนำพาเบนท์ลีย์ไปสู่อนาคตอันเข้มแข็ง”

นวัตกรรมและเทคโนโลยีล้ำสมัย

   ระบบช่วยเหลือผู้ขับในการขับขี่และระบบสาระบันเทิงได้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มความปลอดภัย และความสะดวกสบาย  ทำให้เบนเทย์ก้า เป็นรถเอสยูวีที่เชื่อมโยงกับผู้ขับขี่ได้ดี การขับขี่ทั้งบนถนนและออฟโรดของเบนเทย์ก้าสามารถปรับแต่งการทำงานได้จากระบบการปรับการขับขี่ (Drive Dynamics Mode) และอุปกรณ์เสริมในการปรับแต่งการขับขี่แบบออฟโรด (Responsive Off-Road Setting) ระบบดังกล่าวสามารถปรับตั้งการทำงานได้ถึง 8 ระดับโดยผู้ขับขี่สามารถปรับได้อย่างง่ายดายโดยการหมุนปุ่มเพื่อเลือกการขับขี่ในสภาพถนนหรือพื้นผิวในทุกสถานการณ์  ระบบนี้ยังได้รับการสนับสนุนการทำงานจากระบบ Bentley Dynamic Ride (ระบบป้องกันการโคลงตัวของตัวรถด้วยไฟฟ้า 48V) และระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (Electric Power-Assisted Steering -EPAS).

   ระบบปรับการขับขี่แบบออฟโรด (Responsive Off-Road Setting) สามารถเลือกการปรับแต่งรถยนต์ที่เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวออฟโรดที่หลากหลายได้  โดยจะแสดงผลผ่านหน้าจอ Driver Information Panel เพื่อให้ทราบถึงระดับความเรียบของพื้น การหมุนของล้อ  องศาของพวงมาลัย  ความสูงและทิศทางการขับขี่ระบบตั้งความเร็วปรับระดับความเร็วอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control -ACC) ร่วมด้วยระบบขับเคลื่อนอัตโนมัติในสภาพรถติด (Stop & Go), ระบบคาดการณ์เพื่อการปรับความเร็วล่วงหน้า (Predictive ACC) และระบบช่วยเหลือในการจราจร (Traffic Assist) จะช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถที่จะกำหนดระยะห่างกับรถยนต์คันข้างหน้า ระบบคาดการณ์เพื่อการปรับความเร็วล่วงหน้า (Predictive ACC) ทำงานโดยใช้ข้อมูลจากระบบนำทาง, เซนเซอร์ และกล้องเพื่อคาดการณ์เกี่ยวกับโค้งถนน, เขตเมือง และเขตจำกัดความเร็ว เพื่อนำมาปรับความเร็วของรถยนต์ได้อย่างสะดวกสบายและช่วยเพิ่มการประหยัดน้ำมันในการขับขี่ในเมือง  เบนเทย์ก้าติดตั้งระบบช่วยเหลือมากมายเพื่อช่วยเหลือผู้ขับขี่ในการใช้รถในชีวิตประจำวัน อาทิเช่น  ระบบแสดงผลป้ายจราจร (Traffic Sign Recognition) ซึ่งจะสามารถตรวจจับป้ายจราจรต่างๆและแสดงผลให้ผู้ขับขี่ทราบ; ระบบตรวจจับวัตถุผ่านท้ายรถ (Rear Crossing Traffic Warning), ซึ่งใช้เรดาห์ในการตรวจสอบวัตถุที่ผ่านท้ายรถในขณะที่กำลังถอยรถออกจากที่จอด  และระบบกล้องรอบคัน (Top View) ซึ่งจะใช้กล้องสี่ตัวรอบรถยนต์เพื่อแสดงภาพรถยนต์รอบคันจากมุมบน

   เบนเทย์ก้า ยังสามารถติดตั้งระบบช่วยจอดอัตโนมัติ (Park Assist) ซึ่งจะช่วยแนะนำที่จอดรถที่เหมาะสม (ทั้งจอดขนานและจอดเข้าช่องจอด) และหมุนพวงมาลัยอัตโนมัติเพื่อเข้าจอดในช่องจอดรถที่แคบและยากในการจอดนวัตกรรมใหม่อื่นๆของเบนเทย์ก้าประกอบด้วยระบบกล้องอัตโนมัติตอนกลางคืน (Electronic Night Vision) ซึ่งใช้รังสีอินฟราเรดในการตรวจจับวัตถุที่ขวางอยู่ด้านหน้า, และระบบแสดงข้อมูลบนกระจกหน้า (Head-Up Display) ซึ่งสามารถลดการละสายตาจากถนนของผู้ขับขี่เพื่อให้การขับขี่ปลอดภัยมากขึ้น เบนเทย์ก้าถูกติดตั้งระบบสาระบันเทิงแบบจอสัมผัสขนาด 8” พร้อมด้วยระบบนำทาง, หน่วยความจำขนาด 60GB, และยังสามารถเลือกภาษาได้มากกว่า 30 ภาษา ผู้โดยสารด้านหลังได้รับประโยชน์จากระบบสาระบันเทิงแบบแท็บเบล็ต (Bentley Entertainment Tablet) ซึ่งประกอบไปด้วยแท็บเบล็ตที่เคลื่อนย้ายได้ขนาด 10.2” ระบบปฏิบัติการ Android ระบบ 4G พร้อม WiFi และ Bluetooth ในการเชื่อมต่อทางอินเตอร์เน็ตอย่างไร้รอยต่อ

   เบนเทย์ก้ามีระบบเครื่องเสียงให้เลือกสามรูปแบบ: ระบบเครื่องเสียงมาตรฐาน (Bentley Standard Audio), ระบบเครื่องเสียงเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์ (Bentley Signature Audio) และระบบเครื่องเสียงพิเศษจาก Naim (Naim for Bentley Premium Audio) โดยเครื่องเสียงชุดหลังนี้นับว่าเป็นเครื่องเสียงที่มีพละกำลังสูงสุดในรถระดับเดียวกันด้วยกำลังขับขนาด1,950 วัตต์ เชื่อมต่อกับลำโพง 18 ตัวและลำโพงเสียงแหลมพิเศษ super-tweeters สำหรับสร้างสรรค์รายละเอียดของเสียงในช่วงคลื่นความถี่สูงสุด

รูปทรงประดุจงานปฏิมากรรม, เส้นสายคมกริบ, สง่างามและภูมิฐาน

   โค้งซุ้มล้อ แก้มหน้าและฝากระโปรงหน้าของเบนเทย์ก้า แสดงออกถึงสมดุลยภาพระหว่างความสปอร์ตและความบึกบึนตามแบบฉบับของรถเอสยูวี  เส้นสายข้างตัวเสมือนมัดกล้าม รวมถึงบริเวณด้านท้ายแสดงความแข็งแกร่งจากทุกมุมมอง เครื่องหมายการค้าของเบนท์ลีย์ยังคงพบได้ในรถรุ่นนี้ นั้นคือกระจังหน้าขนาดใหญ่ลายรังผึ้งพร้อมตัวอักษร B ติดปีกซึ่งสามารถสะท้อนความทันสมัย กระฉับกระเฉง สง่าสงามของ เบนเทย์ก้า กระจังหน้าถูกขนาบด้วยไฟหน้า LED ทรงกลมสี่ดวง  ดวงไฟหน้าถูกฝังอยู่ในแก้มหน้า ซึ่งขึ้นรูปขึ้นมาเป็นชิ้นเดียวแบบไร้รอยต่อ พร้อมที่ฉีดน้ำล้างไฟหน้าที่ถูกฝังเป็นชิ้นเดียวกับไฟหน้าคู่นอก บ่งบอกถึงความใส่ใจในรายละเอียด

   เพื่อตอกย้ำความสามารถในการไปได้ทุกที่ของเบนเทย์ก้า  ทีมงานออกแบบของเบนท์ลีย์ได้ติดตั้งแผ่นกันกระแทกที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ อยู่ที่ส่วนล่างของกันชนหน้า ใต้ช่องระบายอากาศรูปปีกนก ในส่วนท้ายรถ  ภายในของไฟท้ายจะมีกราฟิกเรืองแสงเป็นรูปตัวอักษร B เพื่อที่จะบ่งบอกความเป็นเบนเทย์ก้าได้อย่างชัดเจนในยามค่ำคืน หลังคากระจกพาโนรามิคเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในเบนเทย์ก้า  พื้นที่กระจกมีมากถึงเกือบ 60 เปอร์เซ็นต์ของพื้นที่หลังคารวมทั้งหมด  กระจกขนาด 1.35 ตารางเมตรแบ่งเป็นสองส่วน  ส่วนหน้าของกระจกสามารถกระดกและเลื่อนได้  พื้นที่กระจกสามารถปิดบังแสงได้จากแผงกันแดดไฟฟ้าครอบคลุมทั้งบาน ด้านข้างของหลังคากระจกทั้งสองข้างเป็นราวหลังคาอลูมิเนียมซึ่งชิ้นงานมีการตกแต่งสองส่วน คือฐานทำสีชิ้นงานเป็นสีดำเงา  ส่วนด้านบนเป็นสีเงินเงา ล้ออัลลอยใหม่ของเบนเทย์ก้าก็มีให้เลือกได้ตั้งแต่ล้อขนาด ถึง 21 นิ้ว

ห้องโดยสารที่ประณีตที่สุด  รังสรรค์ด้วยมือที่บ้านของเบนท์ลีย์ในเมืองครูว์

   เมื่อก้าวเข้าไปในเบนเทย์ก้า ท่านจะได้สัมผัสถึงที่สุดของความประณีตในอุตสาหรรมยานยนต์ของโลกด้วยงานไม้และหนังแท้ที่บรรจงประดิษฐ์ด้วยมือด้วยความละเอียด เพื่อนำมาซึ่งความสมบูรณ์แบบ ความใส่ใจในทุกรายละเอียดของโลหะ ไม้และหนังแท้ นับเป็นอัตลักษณ์ของความหรูหราตามแบบฉบับอังกฤษ  ซึ่งจะทำให้สำเร็จได้ด้วยทักษะอันยอดเยี่ยมของทีมงานที่ครูว์

   เบนเทย์ก้า สร้างมาตรฐานใหม่ทั้งในส่วนของความหรูหราและรายละเอียดของรอยต่อระหว่างชิ้นงานไม้และโลหะ  แผงคอนโซลนำเอาเอกลักษณ์รูปปีกของเบนท์ลีย์มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบพร้อมด้วยการตกแต่งและผิวสัมผัสที่สวยงามพาดผ่านจากประตูสู่ประตู ทั้งส่วนด้านบนของแผงหน้าปัด  ด้านล่างของคอนโซลกลาง ไล่ไปจนถึงฝั่งผู้โดยสารด้านหน้าและที่วางเท้า แผ่นไม้ที่ได้รับการคัดเลือกลวดลายอย่างประณีตถูกนำมารังสรรค์เป็นพื้นผิวที่ดูงดงามและสง่างามทั่วทั้งห้องโดยสาร  จาก 15 ชิ้นงานไม้ผ่านการประดิษฐ์มาจากช่างฝีมือเยี่ยมของเบนท์ลีย์ซึ่งแผ่นไม้สามารถเลือกสรรจาก 7 ชนิด และนำมาตกแต่งอย่างเป็นเอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์ด้วยความใส่ใจทุกรายละเอียด

   โลหะที่ผ่านการขัดเงาและประดิษฐ์ด้วยมือถูกนำมาประดับลงบนแผงหน้าปัด คอนโซลกลางและประตู  เอกลักษณ์ของเบนท์ลีย์ยังสามารถพบได้ทั้งในปุ่มปรับรูปแบบการขับขี่ หัวเกียร์ ปุ่มดึงต่างๆที่แสดงออกถึงรายละเอียดและความประณีต เบาะนั่งด้านหน้าถูกประดิษฐ์ด้วยมือในครูว์  สามารถปรับได้ 22 ทิศทางซึ่งรวมถึงการปรับการรองรับและการหนุนหลังช่วยให้ความสะดวกสบายและโอบอุ้มผู้ขับขี่ในทุกสถานการณ์  ความรู้สึกนุ่มสบายเช่นนี้ยังถูกเสริมเพิ่มเติมให้ดียิ่งขึ้นด้วยระบบนวด 6 โปรแกรม ระบบอุ่นเบาะและระบายอากาศ ไม่ว่าจะเป็นเบาะแบบสี่ที่นั่งหรือห้าที่นั่ง  เบาะหนังแท้ของเบนเทย์ก้าสามารถเลือกอุปกรณ์ตกแต่งรอยเย็บของเบาะนั่งแบบสีแตกต่างจากตัวเบาะ (contrast stitching) และการเดินลายเบาะรูปเพชร (quilted diamond design) ตรงเบาะบริเวณหัวใหล่และบั้นเอว เพื่อสะท้อนรูปแบบของการตัดเย็บเสื้อหนังล่าสัตว์ของชาวอังกฤษ ผู้เชี่ยวชาญของเบนท์ลีย์จะทำการเลือกหนังวัวคุณภาพเยี่ยม โดยหนังวัวทั้งหมดมีแหล่งกำเนิดมาจากทวีปยุโรปในเขตอาการหนาวเย็น ผ่านการตากแดดตามธรรมชาติและไม่มีการพิมพ์ลาย  ลูกค้าสามารถเลือกได้ 15 สี และการทำหนังสีสลับได้ 3 รูปแบบ และสีเดียวอีก 1 รูปแบบ รูปแบบเบาะที่นั่งแบบสี่ที่นั่งบ่งบอกถึงการออกแบบ ความสะดวกสบาย และความหรูหรา  เบาะนั่งแถวหลังแบบแยก 2 ที่นั่งสามารถปรับได้ 18 ทิศทาง พร้อมทั้งระบบนวด ระบบระบายอากาศ และที่พักเท้า  บริเวณคอนโซลด้านหลังหุ้มหนังแท้พร้อมลายไม้ นอกจากนี้ยังมีอุปกรณ์อื่นๆเช่น ที่วางแก้วน้ำ ที่เก็บของและช่อง USB ที่สามารถชาร์จไฟได้

   ความรู้สึกโปร่งสบายในห้องโดยสารยังถูกเสริมด้วยแผ่นปิดด้านหลังเพื่อแบ่งพื้นที่ภายในห้องโดยสารกับที่เก็บสัมภาระออกจากกัน  ห้องโดยสารด้านหลังยังสามารถประดับลายเพชรบนเบาะและยังสามารถติดตั้งระบบเก็บอุปกรณ์ต่างๆเกิดเป็นมาตรฐานใหม่ในห้องโดยสารด้านหลังของกลุ่มรถยนต์เอสยูวี หลังคาพาโนรามิคที่มีความยาวเต็มพร้อมด้วยวัสดุซับเสียงยังสามารถทำให้แสงแดดรำไรตกลงบนพื้นผิวของวัสดุในห้องโดยสารสะท้อนให้เห็นรายละเอียดของชิ้นงานได้เป็นอย่างดี เมื่อเปิดท้ายรถโดยไม่ต้องใช้มือสัมผัส นอกจากจะได้พบกับพื้นที่เก็บสัมภาระขนาดใหญ่แล้ว  ยังพบกับอุปกรณ์พิเศษของเบนท์ลีย์อีกหนึ่งสิ่งคือ เบาะในพื้นที่สัมภาระที่พับเก็บได้ ที่ออกแบบมาสำหรับผู้ที่หลงใหลในกิจกรรมกลางแจ้งหรือชื่นชมธรรมชาติ นวัตกรรมเบาะพับได้หุ้มหนังแท้ถูกประดิษฐ์ได้สอดคล้องกับเบาะที่นั่งในห้องโดยสารและยังผสมผสานเข้ากับเบาะนั่งหลังของรถได้อย่างไร้รอยต่อ

เครื่องยนต์ W12 ใหม่ – ประสิทธิภาพพร้อมพละกำลังและแรงบิดมหาศาล

   หัวใจของเบนเทย์ก้าคือเครื่องยนต์ใหม่ที่ผลิตจากโรงงานในเมืองครูว์ แบบ W12 TSI ขนาด 6.0 ลิตร เทอร์โบคู่ นับเป็นเครื่องยนต์ 12 สูบที่มีเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาก  สร้างแรงม้าได้ถึง 608 แรงม้า (600 bhp / 447 กิโลวัตต์) ที่ 6,000 รอบต่อนาที และแรงบิด 900 นิวตันเมตร (663 ฟุตปอนด์) ที่รอบความเร็ว 1,350 รอบต่อนาที จนถึง 4,500 รอบต่อนาที  พละกำลังของเครื่องอันมหาศาลนี้ส่งผลให้ตัวเลขด้านสมรรถนะออกมาน่าประทับใจด้วยเช่นกัน

   เครื่องยนต์ W12 ใหม่นี้ใช้ระบบหัวฉีดสองรูปแบบทั้งระบบฉีดตรงและระบบฉีดไม่ตรง (direct and indirect fuel injection) โดยการปรับเปลี่ยนการทำงานของหัวฉีดเป็นไปอย่างอัตโนมัติ เพื่อให้เกิดทั้งความนุ่มนวล  มลพิษที่น้อยลง และพละกำลังแรงบิดได้มาก ด้วยอัตราการปล่อย CO2 ที่ 296 กรัม/กม. ซึ่งอัตราดังกล่าวสามารถบรรลุได้ด้วยระบบขนาดความจุเครื่องยนต์แบบแปรผัน (Variable Displacement system) ซึ่งทำงานโดยการปิดการทำงานของเครื่องยนต์ครึ่งหนึ่งภายใต้สถานการณ์ที่กำหนด  ระบบวาล์วไอดีและไอเสีย หัวฉีด และระบบจุดระเบิดจะหยุดการทำงานในสูบที่กำหนดทำให้เครื่องยนต์ทำงานเพียง 6 สูบเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ เครื่องยนต์ถูกจับคู่กับระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 จังหวะ ระบบส่งกำลังและระบบขับเคลื่อนสี่ล้อได้ถูกพัฒนาให้มีความแข็งแรงขึ้นเพื่อตอบสนองต่อแรงบิดอันมหาศาลในการขับขี่ออฟโรด

   ระบบเทคโนโลยีดับเครื่องเมื่อรถหยุด (Start-Stop) ของเบนเทย์ก้าได้รับการพัฒนาให้เหนือขึ้นไปอีกซึ่งรถยนต์สามารถแล่นไปได้โดยซึ่งเครื่องยนต์จะถูกพักการทำงานไม่เฉพาะเวลาที่รถหยุดแต่จะหยุดการทำงานเมื่อรถ ‘ใกล้จะหยุด’ โดยไม่ต้องหยุดสนิท ในเกียร์ที่ 5 ถึง 8 เมื่อผู้ขับขี่ถอนคันเร่ง (อาทิเช่นขับอยู่บนทางด่วน) รถยนต์จะเปิดการทำงาน ทอร์ค คอนเวอร์เตอร์ (torque converter) ลดการทำงานของเครื่องยนต์ให้ไปอยู่ในรอบเดินเบาและรถก็จะสามารถ “แล่น” ต่อไปได้  เมื่อคันเร่งถูกใช้งานอีกครั้งหรือรถยนต์กำลังเข้าสู่ทางลาดลงและอัตราความเร็วของรถเพิ่มขึ้น  ระบบส่งกำลังก็จะกลับมาทำงานอีกครั้ง เครื่องยนต์ W12 ใหม่มีประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น 10.4% เมื่อเทียบกับเครื่องยนต์รุ่นเดิม  เบนเทย์ก้าจะมีเครื่องยนต์ดีเซลและเครื่องยนต์ไฮบริดในอนาคตต่อไป

ความหรูหราพร้อมกับความสามารถในการเดินทางไปได้ทุกที่

   กระบวนการพัฒนารถยนต์เบนเทย์ก้านับได้ว่าเป็นโปรแกรมที่ยากที่สุดในประวิติศาสตร์ของเบนท์ลีย์ ครอบคลุมการทดสอบใน 5 ทวีป จากทางฝุ่นและกรวดในแอฟริกาใต้ ไปยังทะเลทรายในดูไบ  ต่อไปถึงทุ่งโคลนในชีไชร์ (Cheshire) และจากอากาศ  -30°C ในขั้วโลกเหนือ ไปยังอากาศร้อน 50°C ในทะเลทราย  เบนเทย์ก้าได้แสดงสมรรถนะในทุกๆพื้นผิวและสภาพอากาศ และยังได้โลดแล่นในสนามส่วนเหนือของเนอร์เบิร์กริง (Nürburgring Nordschleife circuit) มากว่า 400 รอบ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาประสิทธิภาพการทำงานของแชสซีและการปรับแต่งการบังคับควบคุมต่างๆรวมถึง ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว  เอกลักษณ์ของสนามส่วนเหนือนี้คือมีการเปลี่ยนระดับความสูงอันหลากหลาย  การเกาะพื้นผิวของถนนหลากหลายรูปแบบ  การเข้าโค้งด้วยความเร็วที่หลากหลาย ทำให้สนามนี้เป็นสถานที่ที่เหมาะสมที่สุดในการพัฒนารถยนต์เอสยูวีที่เร็วที่สุดและมีพละกำลังระดับสูงมาก

   เบนเทย์ก้ายังได้แนะนำระบบ Bentley Dynamic Ride ซึ่งนับเป็นระบบป้องกันการโคลงตัวของตัวรถด้วยไฟฟ้า ครั้งแรกของโลก  ระบบนี้ได้รับการพัฒนาต่อมาจากรถขนาดใหญ่ที่มีจุดศูนย์ถ่วงสูง ระบบนี้จะช่วยจะปรับการทำงานของรถให้สัมพันธ์กับแรงกระทำทางด้านข้าง เพื่อให้ล้อสัมผัสกับพื้นให้ได้มากที่สุดในเวลาเข้าโค้ง อันจะนำมาซึ่งเสถียรสภาพของห้องโดยสาร  ความนุ่มนวลสะดวกสบายและการบังคับควบคุม

   ขณะที่เหล็กกันโคลงปกติจะช่วยในการควบคุมการโคลงตัวแต่ความนุ่มนวลจะถูกลดลง ระบบของเบนท์ลีย์ที่สามารถปรับและตอบสนองกับสถานการณ์ต่างๆได้จะช่วยให้เบนเทย์ก้าสามารถนำเสนอความคล่องตัวและความสะดวกสบายให้กับผู้โดยสารทุกท่านในทุกช่วงเวลา  การใช้ระบบไฟ 48V ทำให้การทำงานมีความเงียบ ตอบสนองฉับไวและมีพละกำลังเพียงพอในการรองรับกับถนนในทุกพื้นผิว เบนเทย์ก้าได้รับการติดตั้งระบบพวงมาลัยผ่อนแรงไฟฟ้า (Electric Power-Assisted Steering -EPAS) ระบบใหม่นี้ช่วยเพิ่มการตอบสนองให้กับผู้ขับขี่ แต่ลดการสั่นสะเทือนของพวงมาลัยมาสู่ผู้ขับขี่เมื่อขับทั้งบนถนนและออฟโรด   ระบบ EPAS ยังประกอบไปด้วยอัตราทดพวงมาลัยแปรผันซึ่งทำให้การหมุนพวงมาลัยทำได้อย่างเบามือและรวดเร็วในขณะที่รถเคลื่อนตัวช้าๆและจะลดความไวของการตอบสนองลงเพื่อทำให้รถมีเสถียรภาพในการขับขี่ด้วยความเร็วสูง

   เบนเทย์ก้านำเสนอความนุ่มนวลในการขับขี่ระดับเยี่ยมยอด การบังคับควบคุมที่ให้ความรู้สึกดีเยี่ยม ซึ่งมีผลมาจากแชสซีย์ที่ดีและระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว (Electronic Stability Control -ESC) นอกจากนั้นเบนเทย์ก้ายังได้รับการติดตั้งระบบควบคุมการเกาะถนน (Traction Control -TCS) และระบบควบคุมการขับลงเขา (Hill Descent Control -HDC) ระบบ HDC จะทำการคำนวณความเร็วของรถและความลาดชันและปรับความเร็วอัตโนมัติซึ่งทำให้ผู้ขับขี่สามารถใช้สมาธิไปกับการหักหลบสิ่งกีดขวางให้ได้มากที่สุด  ระบบนี้สามารถตั้งความเร็วล่วงหน้าได้ตั้งแต่ความเร็วระหว่าง 2 ถึง 30 กม./ชม. และทำงานบนความลาดชันที่มากกว่าห้าเปอร์เซ็นต์ เช่นเดียวกับเบนท์ลีย์ทุกรุ่น  เบนเทย์ก้ามาพร้อมกับระบบช่วงล่างถุงลมปรับระดับ ผู้ขับขี่เบนเทย์ก้าสามารถเลือกรูปแบบการขับขี่ได้ 4 รูปแบบ: High 2High 1 , Normal และ Low ในรูปแบบ High 2 ผู้ขับขี่สามารถเลือกเองได้เพื่อใช้งานในสภาพถนนที่ทุรกันดาร  ลูกค้ายังสามารถที่จะเลือกปรับลดระดับท้ายรถเพื่อให้ง่ายต่อการยกของขึ้นและการติดตั้งหัวลาก โดยกดปุ่มที่อยู่ในท้ายรถ

รายละเอียดทางเทคนิค

   Bentley Motors เป็นหนึ่งในบริษัทผู้ผลิตยานยนต์ระดับสูงแห่งหนึ่งของโลก มีสำนักงานใหญ่ตั้งอยู่ที่เมือง Crewe ซึ่งเป็นสถานที่สำหรับ การออกแบบ วิจัยพัฒนา และ สร้างสรรค์วิศวกรรมยานยนต์ เพื่อผลิตรถยนต์ Bentley ทั้งสี่รุ่น ได้แก่ Continental, Flying Spur, Bentayga และ Mulsanne ทั้งหมดนี้ล้วนได้รับการสร้างขึ้นจากการผสมผสานของ งานฝีมืออันประณีตบรรจง ได้รับการสืบทอดทักษะจากรุ่นสู่รุ่น เข้าด้วยกันกับเทคโนโลยีวิศวกรรมยานยนต์อันล้ำหน้า ก่อกำเนิด Bentley รถยนต์หรูสายพันธุ์อังกฤษ สะท้อนภาพลักษณ์แห่งความล้ำค่า จากสายการผลิตที่เต็มไปด้วยความภาคภูมิใจของทุกคนที่ Crewe กว่า 4,000 ชีวิต

 
 

NEW CARS THAILAND : LEXUS ES300h รุ่นปรับปรุงโฉม

Sunday, 02 August 2015 12:06

 

 

 

 

 

 

 

 

   เลกซัสกรุ๊ป บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำยนตกรรม ซีดานระดับหรู LEXUS ES300h รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่ โดดเด่นด้วยดีไซน์ที่ผสมผสานความสปอร์ตและความหรูหราอย่างลงตัวใน พร้อมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยเหนือระดับ สร้างนิยามใหม่ของรถซีดานหรู ภายใต้แนวคิด “The Finest of Comfort” ประณีตพิถีพิถันในทุกรายละเอียด และโดดเด่นด้วยขุมพลัง Full Hybrid ในแบบฉบับของเลกซัส

ภายนอกสปอร์ต โฉบเฉี่ยว สะกดทุกสายตา

- กระจังหน้า และกันชนหน้า ดีไซน์ใหม่ ... สัญลักษณ์แห่งความดุดัน ให้ความโดดเด่นเหนือใคร

- ไฟหน้า LED headlamps เพิ่มทัศนวิสัยยามค่ำคืน 

- Daytime Running Lights… รูปแบบโฉบเฉี่ยวในสไตล์หัวลูกศร ช่วยเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่ในเวลากลางวัน

- ไฟท้ายดีไซน์ใหม่ ชุดไฟท้าย รูปตัว L สัญลักษณ์ความเป็นเลิศของเลกซัส พร้อมด้วย Active brake lamps  เพิ่มความปลอดภัย เมื่อรถเบรกกระทันหัน

- ล้ออลูมินัมขนาด 17 นิ้ว* ดีไซน์โดดเด่น ผสมผสานสีเทา-ดำเมทัลลิคอย่างลงตัว ดุจงานฝีมือชั้นเลิศ

ภายในเรียบหรู สไตล์อัครสถานส่วนบุคคล

- Rear seat space เพิ่มความสะดวกสบายด้วยการออกแบบเบาะนั่งด้านหน้าให้บางขึ้น เพื่อขยายพื้นที่วางขาด้านหลัง พร้อมไฟส่องสว่างแบบ LED บริเวณพื้นที่วางขา เพิ่มความสะดวกสบายในการขึ้น-ลงรถ

- ระบบปรับสภาพอากาศ 3-Zone air conditioning* ... ควบคุมระบบอุณหภูมิภายในห้องโดยสารแบบอิสระ 3 โซน สำหรับผู้ขับขี่ ผู้โดยสารด้านข้าง และบริเวณที่พักวางแขนตรงกลางด้านหลัง

- ระบบกรองอากาศ NANOE … ช่วงยับยั้งเชื้อโรค ขจัดกลิ่น และถนอมผิวให้ชุ่มชื้น ทั่วทั้งห้องโดยสาร

- ม่านบังแดดกระจกหลังแบบไฟฟ้า... ลดระดับอัตโนมัติเมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง ปลอดภัยทุกเส้นทาง

- เบาะนั่งด้านหน้าปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง*... สะดวกสบายตลอดการเดินทาง

- นาฬิกา LED แบบอนาล็อก... สะท้อนภาพลักษณ์ของเลกซัส เที่ยงตรง แม่นยำ และเรืองแสงยามค่ำคืน

- Remote Touch Interface* ควบคุมการสั่งงานภายในรถ ง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส

- พวงมาลัยลายไม้ธรรมชาติ พร้อมปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย (Wood steering wheel)... สั่งการและควบคุมระบบต่างๆ ภายในรถได้ โดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย

- จอแสดงผลข้อมูล MID และ มาตรวัด Optitron ดีไซน์ใหม่ สวยหรู แสดงข้อมูลการขับขี่อย่างเด่นชัด

- ระบบแผนที่นำทาง*

- ระบบบลูทูธ

เทคโนโลยีความปลอดภัยมาตรฐานโลก

- ระบบเตือนเมื่อมีรถด้านหลัง RCTA (Rear Cross Traffic Alert)*… ในขณะถอยรถ หากมีรถอยู่ด้านหลัง ระบบจะส่งสัญญาณเตือน ด้วยเสียง และสัญลักษณ์บนกระจกมองข้างด้านนั้นๆ

- ระบบช่วยเปลี่ยนเลน พร้อมสัญญาณเตือนมุมอับสายตา (Lane Change Assist + BSM)*... ระบบจะส่งสัญญาณเตือนที่กระจกมองข้าง เมื่อตรวจพบว่ามีรถอยู่เลนข้างๆ หรือมุมอับสายตา

เครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง

- เครื่องยนต์ ระบบวาล์วอัจฉริยะ VVT-i ที่ทรงพลัง และประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม ทำงานเงียบและปล่อยไอเสียต่ำสุด เป็นแบบแถวเรียง 4 สูบขนาด 2.5 ลิตร  ความจุกระบอกสูบ 2,494 ซีซี แรงม้าสูงสุด 160 กิโลวัตต์ ที่ 5,700 รอบต่อนาที  แรงบิดสูงสุด    213 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบต่อนาที ระบบขับเคลื่อน E-CVT (Electrically-controlled Continuously Variable Transmission)

- มาตรฐานไอเสียยูโร 5

ราคาจำหน่ายLEXUS ES300h  

- ES300h Premium      3,970,000                บาท

- ES300h Luxury         3,500,000                บาท

*พิเศษสุด!! พร้อมรับประกัน 4 ปี ไม่จำกัดระยะทาง และรับสิทธิ์เป็นสมาชิก LEXUS Club

สำหรับลูกค้าเลกซัสทุกรุ่นจากผู้แทนจำหน่ายเลกซัสอย่างเป็นทางการและอุ่นใจในทุกการเดินทางด้วย เลกซัส เซอร์วิส คอร์เนอร์ ทั้ง 10 แห่ง ทั่วประเทศ

 
 

NEW CARS THAILAND : NISSAN SYLPHY MY2017เสริมความสปอร์ตและความหรูหรา

Thursday, 15 June 2017 15:40

 

 

 

 

 

 

   บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำรถยนต์นิสสัน ซิลฟี รุ่นปี 2017 เสริมความสปอร์ตพรีเมี่ยม ด้วยชุดแต่งดีไซน์ใหม่ ตอบสนองผู้บริโภคที่ต้องการรถยนต์ที่สามารถใช้งานได้หลากหลาย

   นางสาว สุรีทิพย์ ละอองทอง โฉมทองดี รองกรรมการผู้จัดการใหญ่สายงานการตลาด บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า นิสสัน ซิลฟี เป็นรถยนต์ซีดานที่ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี ตั้งแต่เปิดตัว นิสสัน ซิลฟี มีการต่อยอดผลิตภัณฑ์เพื่อตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าอย่างต่อเนื่อง อาทิ     นิสสัน ซิลฟี ดีไอจี เทอร์โบ ที่มีสมรรถนะสูงให้อารมณ์การขับขี่สไตล์สปอร์ต และการพัฒนานิสสัน ซิลฟี ให้รองรับน้ำมันเชื้อเพลิง อี85 เพื่อความคุ้มค่า และล่าสุด นิสสัน ซิลฟี รุ่นปี 2017 มีการปรับดีไซน์ใหม่ เสริมความสปอร์ตโดยเน้นเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวปราดเปรียวรอบคัน เสริมความพรีเมี่ยมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่เพิ่มขึ้น แต่ยังมาพร้อมความคุ้มค่าคุ้มราคา จากอุปกรณ์ความปลอดภัยที่ครบครัน

ปรับดีไซน์ใหม่ พร้อมเสริมความหรูด้วยอุปกรณ์ต่างๆ ครบครัน

   นิสสัน ซิลฟี ใหม่ ได้รับการปรับโฉมด้วยการดีไซน์สปอร์ตใหม่รอบคัน อาทิ กันชนหน้าพร้อมไฟตัดหมอก กันชนหลัง สเกิร์ตข้าง และ สปอยเลอร์หลัง เสริมภาพลักษณ์ที่ให้ความโฉบเฉี่ยวและโดดเด่นมากยิ่งขึ้น แต่ยังคงผสมผสานกับความหรูหราสไตล์ซิลฟีอย่างลงตัว ด้วยห้องโดยสารที่กว้างขวาง ตกแต่งในโทนสีดำพร้อมวัสดุสีเงินเสริมความสปอร์ตและหรูหรา พร้อมเพิ่มหน้าจอ LCD เป็นขนาด 7.0 นิ้ว พร้อมกล้องมองหลัง* เพื่อความสะดวกสบายทุกการขับขี่

   นิสสัน ซิลฟี มาพร้อมขุมพลังที่พร้อมตอบสนองกับลูกค้าได้หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์สมรรถนะสูงในรุ่นเทอร์โบ ขนาด 1.6 ลิตร หัวฉีด ไดเร็ค อินเจคชั่น มาพร้อมกับระบบวาล์วแปรผันคู่  เทอร์โบชาร์จเจอร์ ที่สามารถรีดกำลังได้สูงสุดถึง 190 แรงม้า หรือ เครื่องยนต์ขนาด 1.6 ลิตร โดยมาพร้อมระบบหัวฉีดคู่ (Dual Injection) ซึ่งเป็นครั้งแรกในรถยนต์ระดับเดียวกัน ช่วยให้ระบบเผาไหม้สมบูรณ์ขึ้น และระบบเกียร์ Xtronic CVT เพื่อสมรรถนะการขับขี่ที่ดี นุ่มนวลและประหยัดน้ำมันมากยิ่งขึ้น

   ดีไซน์ภายนอกของนิสสัน ซิลฟี สะท้อนถึงความมีระดับ ภายในออกแบบให้ใช้งานได้อย่างสะดวกสบาย จากพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่กว้างขวาง วัสดุคุณภาพสูงช่วยให้ห้องโดยสารมีความเงียบแม้ขณะขับขี่ด้วยความเร็วสูง  อุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายที่มีมาให้ครบในรถยนต์รุ่นนี้  เช่น ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกปรับอุณหภูมิซ้าย-ขวา และช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารด้านหลัง สวิชต์ควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย ระบบนำทาง (เฉพาะรุ่น) กล้องมองหลังและระบบสัญญาณ Bluetooth เบาะหนัง และสีภายในที่มีให้เลือกทั้งสีดำและสีเบจ พร้อมวัสดุบุนุ่ม (Soft pad) เพื่อให้ทุกสัมผัสนุ่มนวลทุกการขับเคลื่อน

   สำหรับ ซิลฟี รุ่นปี 2017 มีราคาเริ่มต้นที่ 859,000 บาท ผู้ที่สนใจ นิสสัน ซิลฟี ใหม่ สามารถเลือกรับข้อเสนอพิเศษมากมาย ไม่ว่าจะเป็น อัตรดอกเบี้ยพิเศษ 0% หรือ ผ่อนเริ่มต้นเพียง 8,088 บาท กับ Nissan Easy Pay** พร้อมฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง Nissan Premium Protection 1 ปี โดยสามารถทดลองขับ รวมทั้งสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมและศูนย์บริการนิสสันที่มีอยู่กว่า 200 แห่ง ครอบคลุมทั้ง 77 จังหวัดทั่วประเทศ  หรือติดต่อ Call Center หมายเลข 02 401 9600 หรือ  www.nissan.co.th

 
 

NEW CARS THAILAND : NISSAN MARCH & ALMERA เพิ่มความโดดเด่นและหรูหรา

Monday, 14 September 2015 14:00

 

 

 

 

 

 

   บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด  ได้แนะนำนิสสัน อีโคคาร์ โฉมใหม่ ทั้งนิสสัน มาร์ชและ นิสสัน อัลเมร่า  เพิ่มความ โดดเด่น โดนใจ  ด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ไดมอนด์ แอลอีดี  (Diamond LED Daytime Running Lights)  พร้อมความคุ้มค่าและทันสมัยด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

   นิสสัน มาร์ช และ นิสสัน อัลเมร่า เป็นรถยนต์อีโคคาร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงและครองใจลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยในประเทศไทยตั้งแต่เปิดตัวในปี 2553 และปี 2554 ตามลำดับ มียอดจำหน่ายสะสมรวมกว่า 240,000 คัน  โดยรถยนต์นิสสัน มาร์ช  ซึ่งเป็นรถอีโคคาร์ รุ่นแรกของเมืองไทย  ยังคงครองตลาดด้วยความโดดเด่น ขับสนุก ล้ำสมัย ขณะที่นิสสัน อัลเมร่า เป็นรถยนต์อีโคคาร์ซีดาน 4 ประตู รุ่นแรกของประเทศไทยครองยอดจำหน่ายสะสมในตลาดสูงสุด  ด้วยความโดดเด่นจากห้องโดยสารที่กว้าง  ล้ำสมัย มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมแต่ประหยัดน้ำมัน โดยทั้งสองรุ่นผลิตในประเทศไทยและส่งออกไปสู่ประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและความสำเร็จของทั้งสองรุ่นจากตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ

   นิสสัน มาร์ชใหม่ และ นิสสัน อัลเมร่าใหม่ ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ โดยเพิ่มความสวยหรู ด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ไดมอนด์ แอลอีดี (Diamond LED Daytime Running Lights) ใหม่ สำหรับ  นิสสัน อัลเมร่า ยังได้เพิ่มคิ้วโครเมียมขอบประตู ทำให้มุมมองรอบคันสวยเฉียบหรู ขณะที่ภายในห้องโดยสารมีฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน ให้ความสะดวกสบาย ทั้งระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย พร้อม MP3 อุปกรณ์เชื่อมต่อ Aux-in/USB กุญแจ Intelligent Key ที่สามารถเปิดกระโปรงท้ายรถได้ ปุ่ม Push Start  กล้องมองหลังและเซ็นเซอร์ถอยหลัง 4 จุด พร้อมสัญญาณเตือนกะระยะ

   ด้านขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ XTRONIC-CVT ให้การขับขี่ที่นุ่มนวล เต็มสมรรถนะ อัตราเร่งดี มีอัตราประหยัดน้ำมันถึง 20 กิโลเมตร/ลิตร และด้วยเทคโนโลยี นิสสัน เพียว ไดร์ฟ (PURE DRIVE) ทำให้ปล่อยมลพิษต่ำคือปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไม่เกิน 120 กรัม/กิโลเมตร เทียบเท่าระดับมาตรฐาน EURO 4 พร้อมอุ่นใจได้เสมอ ด้วยแนวคิดยานยนต์ปกป้องชีวิต Safety Shield และระบบความปลอดภัยครบครัน อาทิ ถุงลม SRS คู่หน้าในทุกรุ่น ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA ภายใต้โครงสร้าง ZONE BODY CONCEPT ที่เน้นความแข็งแกร่งปกป้องสูงสุดเพื่อลดความเสียหายขณะเกิดอุบัติเหตุ

   นิสสัน มาร์ช และ นิสสัน อัลเมร่า โฉมใหม่ มีให้เลือกใน 3 รุ่นคือ EL, V, และ VL โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 518,500 บาท และเริ่มต้นที่ 543,000 บาท สำหรับอัลเมร่า สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ Nissan Call Center หมายเลข 02 401 9600 โชว์รูมนิสสัน ทั้ง 213 แห่งทั่วประเทศ หรือ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nissan.co.th

 
 

NEW CARS THAILAND : All-New Subaru XV Crossover เจเนอเรชั่นที่ 2 พัฒนาใหม่ภายใต้ Subaru Global Platform

Tuesday, 20 June 2017 13:25

 

 

 

 

 

+

 

 

 

   มอเตอร์ อิมเมจ ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการใน 9 ประเทศทั่วเอเชีย ประกาศเปิดตัว  All-New Subaru XV Crossover อย่างเป็นทางการในไต้หวัน

   นับจากก้าวแรกของการเปิดตัว ซูบารุ เอ็กซ์วี ในปี 2555   ก็ได้ทำในวงการยานยนต์โลกได้สัมผัสถึงนิยามบทใหม่ของรถยนต์ครอสโอเวอร์คุณภาพมากสมรรถนะที่เหมาะแก่การขับขี่ในเมืองและทะยานสู่โลกกว้างได้อย่างลงตัว มาวันนี้กับ ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นอีกขั้น ในฐานะรถยนต์ซูบารุรุ่นที่ 2 ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้ ‘Subaru Global Platform’ ซึ่งถือเป็นพัฒนาการเพื่อสุนทรียแห่งการขับขี่ที่ผสานความมั่นใจ ความสะดวกสบาย และสมรรถนะการควบคุมในระดับสูงสุด

   “ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ครอสโอเวอร์ (the All-New Subaru XV Crossover) ได้ฉายแววความโดดเด่นแห่งเอกลักษณ์ของรถครอสโอเวอร์อย่างลงตัว โดยผสานหลักสุนทรียศาสตร์และสมรรถนะการขับขี่ไว้เป็นหนึ่งเดียว ที่พร้อมจะนำผู้ขับขี่ให้โลดแล่นไปสัมผัสกิจกรรมต่างๆ ที่ตนเองรักและปรารถนาอย่างเต็มอิ่ม”  มร. เกลน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าว “ซูบารุ ภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้นำ Subaru Global Platform มาพัฒนาเสริมสมรรถนะทั้งการออกแบบภายในและภายนอก เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี จะสามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่ผ่านประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ไม่เป็นรองใคร”

ความโดดเด่นที่เหนือกว่าของ ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี (The All-New Subaru XV):
- ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้ Subaru Global Platform ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล เกาะถนน ให้ได้สนุกกับทุกการขับขี่
- เครื่องยนต์ระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรงแบบสูบนอน 2.0 ลิตร (2.0-litre Direct Injection Naturally Aspirated Boxer Engine)
- สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยระบบการขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive ) และระบบ X-MODE
- ออกแบบภายในและภายนอกในมีความเป็นรถสปอร์ตอย่างลงตัว
- รวมอุปกรณ์และระบบความปลอดภัยไว้อย่างครบครัน อาทิ High Beam Assist, Steering Responsive Headlights และ Subaru Rear View Detection

ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ถูกนำเสนอสู่ตลาดด้วยขุมพลังแรงม้าสูงสุด 156PS ที่ 6,000 rpm มีให้เลือก 2 รุ่น ประกอบด้วย
- Subaru XV 2.0i
- Subaru XV 2.0i-S
   เครื่องยนต์สูบนอนขนาด 2.0 ลิตรถูกพัฒนาขึ้นใหม่ ทำให้มีน้ำหนักเบาลงอีก 12 กิโลกรัม พร้อมระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรง เพิ่มพลังในการขับขี่ และความประหยัดน้ำมัน ตลอดจนการออกแบบเกียร์  Lineartronic ยังเบากว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 7.8 กิโลกรัมพร้อมทั้งมีระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ (auto-step shift control) และโหมดควบคุมความเร็วด้วยตนเอง 7 สปีด (7-speed manual mode) และซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถยนต์ได้ดีมากขึ้น

   นอกจากระบบการขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive ) แล้ว ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ยังมาพร้อมกับระบบ X-MODE ซึ่งช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนภูมิประเทศที่ท้าทายด้วยการควบคุมเครื่องยนต์, ระบบขับเคลื่อนล้อ, เบรคและหน้าที่อื่นๆ รวมถึงระบบการตั้งค่า Hill Descent Control ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการความคุมความเร็วให้ลดต่ำลงในพื้นที่บนเนินเขาที่ลาดชัน

   ทั้งนี้ การพัฒนาภายใต้ Subaru Global Platform ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้สูงขึ้นกว่า 70% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ ซึ่งจะช่วยลดการสั่นสะเทือนและเพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะถนน จึงมอบความรู้สึกในการขับขี่ที่เงียบและนุ่มนวล นอกจากนี้ ยังมีอัตราส่วนการเปลี่ยนเกียร์ที่ฉับไวขึ้นและจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

   ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี มีการออกแบบที่โดดเด่นผสานความสปอร์ต ซึ่งรวมเอาปรัชญาการออกแบบ DYNAMIC x SOLID แบบใหม่ของซูบารุ ซึ่งจะทำให้การออกแบบสุนทรียศาสตร์ของ ซูบารุ มีความสวยงามยิ่งขึ้น พร้อมกับการตกแต่งภายในและภายนอกอย่างมีสไตล์

   กระจังด้านหน้าถูกออกแบบให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยตะแกรงหกเหลี่ยม ไฟหน้ารูปตัว C ตลอดจนการออกแบบกันชนด้านหน้าและล้ออลูมิเนียมใหม่หมด ทั้งยังนำหลักอากาศพลศาสตร์ที่เหนือกว่ามาใช้ และรักษาความสูงจากพื้นดินที่ 220 มิลลิเมตรระบบเชื่อมต่อการสื่อสารภายในรถยนต์ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 8.0 นิ้ว ที่ติดตั้งระบบ Apple CarPlay ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อได้อย่างปลอดภัยทุกการขับขี่ การออกแบบที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ช่วยให้การตกแต่งภายในดูสปอร์ตยิ่งกว่าอย่างกลมกลืน  นอกจากนี้ ยังได้มีการปรับปรุงฟังก์ชั่นต่างๆ อาทิ การมองเห็นในทุกมุมภายในห้องโดยสารรวมถึงด้านท้ายของตัวรถ

   ซูบารุมีความภูมิใจอย่างยิ่งด้านสมรรถนะความปลอดภัย เพราะล่าสุด ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ได้รับรางวัล Grand Prix Award จากการประเมินความปลอดภัยด้านการชนของญี่ปุ่นในโครงการประเมินรถยนต์ใหม่ (JNCAP) ด้วยคะแนนสูงสุด

   ด้านความปลอดภัยเชิงรับ (Passive Safety) ของผู้โดยสารนั้น ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ได้รับการปรับปรุงใหม่อันเป็นผลมาจาก Subaru Global Platform ด้วยความแข็งแรงตัวถังที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้เหล็กที่ทนแรงดึงสูงขึ้น ทำให้สามารถดูดกลืนพลังงานจากการชนได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน

   ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ได้นำเทคโนโลยี High Beam Assist  ซึ่งใช้กล้องที่ติดตั้งบริเวณกระจกมองหลังเพื่อ ตรวจจับยานพาหนะบริเวณด้านหน้าและที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ เพื่อเป็นการปรับความสูงต่ำของไฟหน้าอัตโนมัติ และกระจกภายในรถยังมีการปรับการสะท้อนแสงโดยอัตโนมัติเพื่อลดแสงจ้า ทำให้การขับขี่ในเวลากลางคืนปลอดภัยยิ่งขึ้น

   ไฟหน้าแบบตอบสนองการปรับทิศทางสอดคล้องกับการเคลื่อนตัวของพวงมาลัยแบบอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในยามค่ำคืนและเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง Subaru Rear View Detection เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย โดยเซนเซอร์ที่ติดตั้งอยู่รอบๆ จะช่วยตรวจจับจุดบอดและแจ้งเตือนผู้ขับขี่เพื่อช่วยในการเปลี่ยนเลนอย่างปลอดภัย

   ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลสำหรับรุ่นที่จัดจำหน่ายในสาธารัฐจีน (ไต้หวัน) เท่านั้น สำหรับประเทศไทย คาดว่าจะแนะนำ ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี เข้าสู่ตลาดในเร็วๆนี้

 
 

NEW CARS THAILAND : MG 6 รูปลักษณ์ใหม่ สไตล์สปอร์ตพรีเมี่ยม

Wednesday, 16 September 2015 14:34

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี แบรนด์รถยนต์อังกฤษที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 90 ปี รุกตลาดต่อเนื่องด้วย  MG 6 รุ่นใหม่ในสไตล์สปอร์ตพรีเมี่ยม  ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอ็มจีในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

   MG6 ถือเป็นทางเลือกในกลุ่มรถยนต์คอมแพ็ค โดยมีเลือก 2 แบบคือ รุ่นฟาสต์แบ็ค และรุ่นซีดานที่มีเอกลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นแบรนด์รถยนต์จากอังกฤษของเอ็มจีได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ที่โดดเด่น และติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยใหม่ ๆ อาทิ ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ (Auto-Leveling Headlights) ระบบแจ้งเตือนทิศทางของพวงมาลัยหลังสตาร์ทเครื่องยนต์ (Steering Wheel Reminder) ไฟส่องสว่างด้านข้างขณะเลี้ยว (Cornering Lights) ระบบทำความสะอาดไฟหน้า (Headlight Washer) และระบบควบคุมแรงบิดของล้อในขณะเข้าโค้ง (Dynamic Wheel Torque Control) ที่เพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้นเมื่อต้องหักหมุนพวงมาลัยเพิ่มขึ้นในขณะเข้าโค้ง

   NEW MG6 แรงเร้าใจด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ 16 วาล์ว 4 สูบ ขนาด 1,796 ซีซี โดยให้กำลังสูงสุดถึง 161 แรงม้า (118 กิโลวัตต์) ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 215 นิวตัน-เมตรที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด DCT (Dual Clutch Transmission) ที่ปรับเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วและนุ่มนวลในทุกการขับขี่

   NEW MG6 ทั้งในรุ่นฟาสต์แบ็คและซีดาน รุ่น C, D และ X พร้อมซันรูฟ มาพร้อมราคาที่เร้าใจ เริ่มต้นตั้งแต่ 818,000 – 1,380,000 บาท พร้อมการรับประกันนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร และมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงตลอดช่วงเวลารับประกัน

 
 

NEW CARS THAILAND : TATA Super Ace Mint ครบเครื่อง เรื่องการใช้งาน

Monday, 21 September 2015 02:55

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ทาทา มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัวTATA Super Ace Mint รถบรรทุกขนาดเล็กรุ่นใหม่ ที่ได้รับการปรับปรุงสมมรรถนะและเสริมความสะดวกสบายในการใช้งาน

    TATA Super Ace Mint ใช้เครื่องยนต์ดีเซล DiCor รุ่นใหม่ แบบคอมมอนเรล ขนาด 1.4 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบไดเรคอินเจคชั่น พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 70 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตร ที่ 1,400-2,750 รอบ/นาที และให้ความสะดวกสบายกับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้นด้วยพวงมาลัยพาวเวอร์ แร็คแอนด์พิเนี่ยน ให้ความปลอดภัยมากขึ้นจากแกนพวงมาลัยแบบยุบตัว

 

   รถบรรทุกเล็กอย่าง Super Ace Mint ที่เปิดตัววางจำหน่ายในครั้งนี้ เป็นการต่อยอด หลังจากที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงสำหรับ Super Ace  เนื่องจากเป็นรถบรรทุกอเนกประสงค์ ที่มีความคล่องตัวสูง ใช้งานได้ทุกพื้น โดยไม่ติดเวลา ทำให้ ทาทา ตัดสินใจพัฒนา Super Ace Mint ขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น และยังเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังให้ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วยค่ามาตรฐานไอเสีย ยูโร 4 สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ทาทาทั่วประเทศ

 
 

NEW CARS THAILAND : HYUNDAI H-1 Limited เสริมเสน่ห์ความสปอร์ตด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

Monday, 27 July 2015 14:32

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เตรียมเปิดตัวรถใหม่ The New Hyundai H-1 Limited ซึ่งเป็นรถ Sport MPV ที่มีลุคความเป็นสปอร์ต ดุดันทั้งภายในและภายนอก มาพร้อมสีพิเศษ ขาว Creamy White ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มครอบครัวพรีเมี่ยมยุคใหม่ ที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย หรูหราในแบบสปอร์ตได้อย่างลงตัว  Hyundai H-1 Limited พร้อมจะเปิดตัวให้ลูกค้าได้สัมผัสและเปิดรับจองเป็นครั้งแรกในงาน BIG Motor Sale 2015 ระหว่างวันที่ 1-9 สิงหาคม 2558 ณ อาคารแสดงสินค้าไบเทค บางนา และที่โชว์รูมรถยนต์ฮุนไดทั่วประเทศ

 

   The New Hyundai H-1 Limited เป็นรถยนต์เอนกประสงค์ขนาดใหญ่ ที่แตกไลน์มาจากรุ่น Hyundai H-1 Series โดยมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพื้นฐานมาจากรุ่น H-1 Deluxe ซึ่งเป็นรถครอบครัวที่ได้รับความนิยมสูงสุด  โดย H-1 Limited โดดเด่นกว่าด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่ยกระดับให้พรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถ MPV แบบครอบครัว ที่เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะและประโยชน์ใช้สอยที่คุ้มค่าคุ้มราคา ในแบบที่หรูหรา และสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

   H-1 Limited เป็นรถ MPV ที่ได้รับการเติมเต็มให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ภายนอกมาพร้อมสีขาว Creamy White  ซึ่งเป็นสีพิเศษที่มีเฉพาะรุ่น H-1 Limited เท่านั้น สะท้อนรูปลักษณ์ที่ดูโดดเด่น หรูหรามากยิ่งขึ้น  พร้อมด้วยล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว สีพิเศษ Hyper Black ที่เพิ่มความสปอร์ต หรูหรา และดุดันกว่าเดิม  ด้านท้ายเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะด้วย โลโก้ตัวอักษรโครเมี่ยมใหม่ “LIMITED” บ่งบอกถึงความมีรสนิยมที่เหนือระดับอย่างแท้จริง

   ภายในมีการปรับเปลี่ยนลายไม้ใหม่ที่คอนโซลกลางเป็นสีเทาเข้ม เพิ่มความหรูหรา ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยเบาะหนังลายใหม่สีเทาและพรมปูพื้นที่นุ่มนวลสีเทาเข้มเต็มคัน ที่เข้ากันได้อย่างลงตัวกับคอนโซลกลาง  ดูกลมกลืน เรียบหรูแบบมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเพิ่มความเป็นสปอร์ตด้วยพวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมปุ่มควบคุมที่พวงมาลัย ทำให้ H-1 Limited มีความลงตัวแบบสปอร์ต เรียบหรูทั้งภายนอกและภายใน

   H-1 Limited ใช้เครื่องยนต์เดียวกันกับ Hyundai H-1 Series ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร แบบ Commonrail Direct Injection พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน VGT ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 175 แรงม้า และแรงบิด 441 นิวตันเมตร มั่นใจได้ในเรื่องของสมรรถนะและอัตราเร่ง ที่สามารถตอบสนองได้อย่างทันใจ คล่องตัวในทุกช่วงความเร็ว  ซึ่งการเปิดตัว H-1 Limited ในครั้งนี้ จะสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ด้วยความโดดเด่นของตัวรถที่ลงตัวในเรื่องของสมรรถนะ รูปโฉมภายนอก และภายใน ที่ให้อารมณ์สปอร์ตและหรูหราอย่างเห็นได้ชัด

   H-1 Limited จะเปิดรับจองเป็นครั้งแรกในงาน Big Motor Sale 2015 ระหว่างวันที่ 1-9 สิงหาคม 2558 ในจำนวนจำกัดและมีเพียงสีพิเศษ ขาว Creamy White เพียงสีเดียวเท่านั้น ท่านใดสนใจสามารถเข้ามาเยี่ยมชม H-1 Limited และรถยนต์ฮุนไดรุ่นอื่นๆที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษได้ที่บู๊ธรถยนต์ฮุนได A20 ในงาน Big Motor Sale ณ อาคารแสดงสินค้าไบเทค บางนา ฮอลล์ 104-105 หรือที่โชว์รูมรถยนต์ฮุนไดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป

 
 

Page 8 of 21

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )