Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS THAILAND

NEW CARS THAILAND : All-New Subaru XV Crossover เจเนอเรชั่นที่ 2 พัฒนาใหม่ภายใต้ Subaru Global Platform

Tuesday, 20 June 2017 13:25

 

 

 

 

 

+

 

 

 

   มอเตอร์ อิมเมจ ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการใน 9 ประเทศทั่วเอเชีย ประกาศเปิดตัว  All-New Subaru XV Crossover อย่างเป็นทางการในไต้หวัน

   นับจากก้าวแรกของการเปิดตัว ซูบารุ เอ็กซ์วี ในปี 2555   ก็ได้ทำในวงการยานยนต์โลกได้สัมผัสถึงนิยามบทใหม่ของรถยนต์ครอสโอเวอร์คุณภาพมากสมรรถนะที่เหมาะแก่การขับขี่ในเมืองและทะยานสู่โลกกว้างได้อย่างลงตัว มาวันนี้กับ ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นอีกขั้น ในฐานะรถยนต์ซูบารุรุ่นที่ 2 ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้ ‘Subaru Global Platform’ ซึ่งถือเป็นพัฒนาการเพื่อสุนทรียแห่งการขับขี่ที่ผสานความมั่นใจ ความสะดวกสบาย และสมรรถนะการควบคุมในระดับสูงสุด

   “ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ครอสโอเวอร์ (the All-New Subaru XV Crossover) ได้ฉายแววความโดดเด่นแห่งเอกลักษณ์ของรถครอสโอเวอร์อย่างลงตัว โดยผสานหลักสุนทรียศาสตร์และสมรรถนะการขับขี่ไว้เป็นหนึ่งเดียว ที่พร้อมจะนำผู้ขับขี่ให้โลดแล่นไปสัมผัสกิจกรรมต่างๆ ที่ตนเองรักและปรารถนาอย่างเต็มอิ่ม”  มร. เกลน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าว “ซูบารุ ภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้นำ Subaru Global Platform มาพัฒนาเสริมสมรรถนะทั้งการออกแบบภายในและภายนอก เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี จะสามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่ผ่านประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ไม่เป็นรองใคร”

ความโดดเด่นที่เหนือกว่าของ ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี (The All-New Subaru XV):
- ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้ Subaru Global Platform ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล เกาะถนน ให้ได้สนุกกับทุกการขับขี่
- เครื่องยนต์ระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรงแบบสูบนอน 2.0 ลิตร (2.0-litre Direct Injection Naturally Aspirated Boxer Engine)
- สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยระบบการขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive ) และระบบ X-MODE
- ออกแบบภายในและภายนอกในมีความเป็นรถสปอร์ตอย่างลงตัว
- รวมอุปกรณ์และระบบความปลอดภัยไว้อย่างครบครัน อาทิ High Beam Assist, Steering Responsive Headlights และ Subaru Rear View Detection

ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ถูกนำเสนอสู่ตลาดด้วยขุมพลังแรงม้าสูงสุด 156PS ที่ 6,000 rpm มีให้เลือก 2 รุ่น ประกอบด้วย
- Subaru XV 2.0i
- Subaru XV 2.0i-S
   เครื่องยนต์สูบนอนขนาด 2.0 ลิตรถูกพัฒนาขึ้นใหม่ ทำให้มีน้ำหนักเบาลงอีก 12 กิโลกรัม พร้อมระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรง เพิ่มพลังในการขับขี่ และความประหยัดน้ำมัน ตลอดจนการออกแบบเกียร์  Lineartronic ยังเบากว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 7.8 กิโลกรัมพร้อมทั้งมีระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ (auto-step shift control) และโหมดควบคุมความเร็วด้วยตนเอง 7 สปีด (7-speed manual mode) และซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถยนต์ได้ดีมากขึ้น

   นอกจากระบบการขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive ) แล้ว ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ยังมาพร้อมกับระบบ X-MODE ซึ่งช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนภูมิประเทศที่ท้าทายด้วยการควบคุมเครื่องยนต์, ระบบขับเคลื่อนล้อ, เบรคและหน้าที่อื่นๆ รวมถึงระบบการตั้งค่า Hill Descent Control ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการความคุมความเร็วให้ลดต่ำลงในพื้นที่บนเนินเขาที่ลาดชัน

   ทั้งนี้ การพัฒนาภายใต้ Subaru Global Platform ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้สูงขึ้นกว่า 70% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ ซึ่งจะช่วยลดการสั่นสะเทือนและเพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะถนน จึงมอบความรู้สึกในการขับขี่ที่เงียบและนุ่มนวล นอกจากนี้ ยังมีอัตราส่วนการเปลี่ยนเกียร์ที่ฉับไวขึ้นและจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

   ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี มีการออกแบบที่โดดเด่นผสานความสปอร์ต ซึ่งรวมเอาปรัชญาการออกแบบ DYNAMIC x SOLID แบบใหม่ของซูบารุ ซึ่งจะทำให้การออกแบบสุนทรียศาสตร์ของ ซูบารุ มีความสวยงามยิ่งขึ้น พร้อมกับการตกแต่งภายในและภายนอกอย่างมีสไตล์

   กระจังด้านหน้าถูกออกแบบให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยตะแกรงหกเหลี่ยม ไฟหน้ารูปตัว C ตลอดจนการออกแบบกันชนด้านหน้าและล้ออลูมิเนียมใหม่หมด ทั้งยังนำหลักอากาศพลศาสตร์ที่เหนือกว่ามาใช้ และรักษาความสูงจากพื้นดินที่ 220 มิลลิเมตรระบบเชื่อมต่อการสื่อสารภายในรถยนต์ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 8.0 นิ้ว ที่ติดตั้งระบบ Apple CarPlay ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อได้อย่างปลอดภัยทุกการขับขี่ การออกแบบที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ช่วยให้การตกแต่งภายในดูสปอร์ตยิ่งกว่าอย่างกลมกลืน  นอกจากนี้ ยังได้มีการปรับปรุงฟังก์ชั่นต่างๆ อาทิ การมองเห็นในทุกมุมภายในห้องโดยสารรวมถึงด้านท้ายของตัวรถ

   ซูบารุมีความภูมิใจอย่างยิ่งด้านสมรรถนะความปลอดภัย เพราะล่าสุด ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ได้รับรางวัล Grand Prix Award จากการประเมินความปลอดภัยด้านการชนของญี่ปุ่นในโครงการประเมินรถยนต์ใหม่ (JNCAP) ด้วยคะแนนสูงสุด

   ด้านความปลอดภัยเชิงรับ (Passive Safety) ของผู้โดยสารนั้น ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ได้รับการปรับปรุงใหม่อันเป็นผลมาจาก Subaru Global Platform ด้วยความแข็งแรงตัวถังที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้เหล็กที่ทนแรงดึงสูงขึ้น ทำให้สามารถดูดกลืนพลังงานจากการชนได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน

   ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ได้นำเทคโนโลยี High Beam Assist  ซึ่งใช้กล้องที่ติดตั้งบริเวณกระจกมองหลังเพื่อ ตรวจจับยานพาหนะบริเวณด้านหน้าและที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ เพื่อเป็นการปรับความสูงต่ำของไฟหน้าอัตโนมัติ และกระจกภายในรถยังมีการปรับการสะท้อนแสงโดยอัตโนมัติเพื่อลดแสงจ้า ทำให้การขับขี่ในเวลากลางคืนปลอดภัยยิ่งขึ้น

   ไฟหน้าแบบตอบสนองการปรับทิศทางสอดคล้องกับการเคลื่อนตัวของพวงมาลัยแบบอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในยามค่ำคืนและเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง Subaru Rear View Detection เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย โดยเซนเซอร์ที่ติดตั้งอยู่รอบๆ จะช่วยตรวจจับจุดบอดและแจ้งเตือนผู้ขับขี่เพื่อช่วยในการเปลี่ยนเลนอย่างปลอดภัย

   ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลสำหรับรุ่นที่จัดจำหน่ายในสาธารัฐจีน (ไต้หวัน) เท่านั้น สำหรับประเทศไทย คาดว่าจะแนะนำ ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี เข้าสู่ตลาดในเร็วๆนี้

 
 

NEW CARS THAILAND : MG 6 รูปลักษณ์ใหม่ สไตล์สปอร์ตพรีเมี่ยม

Wednesday, 16 September 2015 14:34

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี แบรนด์รถยนต์อังกฤษที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 90 ปี รุกตลาดต่อเนื่องด้วย  MG 6 รุ่นใหม่ในสไตล์สปอร์ตพรีเมี่ยม  ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอ็มจีในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

   MG6 ถือเป็นทางเลือกในกลุ่มรถยนต์คอมแพ็ค โดยมีเลือก 2 แบบคือ รุ่นฟาสต์แบ็ค และรุ่นซีดานที่มีเอกลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นแบรนด์รถยนต์จากอังกฤษของเอ็มจีได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ที่โดดเด่น และติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยใหม่ ๆ อาทิ ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ (Auto-Leveling Headlights) ระบบแจ้งเตือนทิศทางของพวงมาลัยหลังสตาร์ทเครื่องยนต์ (Steering Wheel Reminder) ไฟส่องสว่างด้านข้างขณะเลี้ยว (Cornering Lights) ระบบทำความสะอาดไฟหน้า (Headlight Washer) และระบบควบคุมแรงบิดของล้อในขณะเข้าโค้ง (Dynamic Wheel Torque Control) ที่เพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้นเมื่อต้องหักหมุนพวงมาลัยเพิ่มขึ้นในขณะเข้าโค้ง

   NEW MG6 แรงเร้าใจด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ 16 วาล์ว 4 สูบ ขนาด 1,796 ซีซี โดยให้กำลังสูงสุดถึง 161 แรงม้า (118 กิโลวัตต์) ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 215 นิวตัน-เมตรที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด DCT (Dual Clutch Transmission) ที่ปรับเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วและนุ่มนวลในทุกการขับขี่

   NEW MG6 ทั้งในรุ่นฟาสต์แบ็คและซีดาน รุ่น C, D และ X พร้อมซันรูฟ มาพร้อมราคาที่เร้าใจ เริ่มต้นตั้งแต่ 818,000 – 1,380,000 บาท พร้อมการรับประกันนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร และมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงตลอดช่วงเวลารับประกัน

 
 

NEW CARS THAILAND : TATA Super Ace Mint ครบเครื่อง เรื่องการใช้งาน

Monday, 21 September 2015 02:55

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ทาทา มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัวTATA Super Ace Mint รถบรรทุกขนาดเล็กรุ่นใหม่ ที่ได้รับการปรับปรุงสมมรรถนะและเสริมความสะดวกสบายในการใช้งาน

    TATA Super Ace Mint ใช้เครื่องยนต์ดีเซล DiCor รุ่นใหม่ แบบคอมมอนเรล ขนาด 1.4 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบไดเรคอินเจคชั่น พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 70 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตร ที่ 1,400-2,750 รอบ/นาที และให้ความสะดวกสบายกับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้นด้วยพวงมาลัยพาวเวอร์ แร็คแอนด์พิเนี่ยน ให้ความปลอดภัยมากขึ้นจากแกนพวงมาลัยแบบยุบตัว

 

   รถบรรทุกเล็กอย่าง Super Ace Mint ที่เปิดตัววางจำหน่ายในครั้งนี้ เป็นการต่อยอด หลังจากที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงสำหรับ Super Ace  เนื่องจากเป็นรถบรรทุกอเนกประสงค์ ที่มีความคล่องตัวสูง ใช้งานได้ทุกพื้น โดยไม่ติดเวลา ทำให้ ทาทา ตัดสินใจพัฒนา Super Ace Mint ขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น และยังเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังให้ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วยค่ามาตรฐานไอเสีย ยูโร 4 สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ทาทาทั่วประเทศ

 
 

NEW CARS THAILAND : HYUNDAI H-1 Limited เสริมเสน่ห์ความสปอร์ตด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

Monday, 27 July 2015 14:32

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เตรียมเปิดตัวรถใหม่ The New Hyundai H-1 Limited ซึ่งเป็นรถ Sport MPV ที่มีลุคความเป็นสปอร์ต ดุดันทั้งภายในและภายนอก มาพร้อมสีพิเศษ ขาว Creamy White ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มครอบครัวพรีเมี่ยมยุคใหม่ ที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย หรูหราในแบบสปอร์ตได้อย่างลงตัว  Hyundai H-1 Limited พร้อมจะเปิดตัวให้ลูกค้าได้สัมผัสและเปิดรับจองเป็นครั้งแรกในงาน BIG Motor Sale 2015 ระหว่างวันที่ 1-9 สิงหาคม 2558 ณ อาคารแสดงสินค้าไบเทค บางนา และที่โชว์รูมรถยนต์ฮุนไดทั่วประเทศ

 

   The New Hyundai H-1 Limited เป็นรถยนต์เอนกประสงค์ขนาดใหญ่ ที่แตกไลน์มาจากรุ่น Hyundai H-1 Series โดยมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพื้นฐานมาจากรุ่น H-1 Deluxe ซึ่งเป็นรถครอบครัวที่ได้รับความนิยมสูงสุด  โดย H-1 Limited โดดเด่นกว่าด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่ยกระดับให้พรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถ MPV แบบครอบครัว ที่เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะและประโยชน์ใช้สอยที่คุ้มค่าคุ้มราคา ในแบบที่หรูหรา และสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

   H-1 Limited เป็นรถ MPV ที่ได้รับการเติมเต็มให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ภายนอกมาพร้อมสีขาว Creamy White  ซึ่งเป็นสีพิเศษที่มีเฉพาะรุ่น H-1 Limited เท่านั้น สะท้อนรูปลักษณ์ที่ดูโดดเด่น หรูหรามากยิ่งขึ้น  พร้อมด้วยล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว สีพิเศษ Hyper Black ที่เพิ่มความสปอร์ต หรูหรา และดุดันกว่าเดิม  ด้านท้ายเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะด้วย โลโก้ตัวอักษรโครเมี่ยมใหม่ “LIMITED” บ่งบอกถึงความมีรสนิยมที่เหนือระดับอย่างแท้จริง

   ภายในมีการปรับเปลี่ยนลายไม้ใหม่ที่คอนโซลกลางเป็นสีเทาเข้ม เพิ่มความหรูหรา ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยเบาะหนังลายใหม่สีเทาและพรมปูพื้นที่นุ่มนวลสีเทาเข้มเต็มคัน ที่เข้ากันได้อย่างลงตัวกับคอนโซลกลาง  ดูกลมกลืน เรียบหรูแบบมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเพิ่มความเป็นสปอร์ตด้วยพวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมปุ่มควบคุมที่พวงมาลัย ทำให้ H-1 Limited มีความลงตัวแบบสปอร์ต เรียบหรูทั้งภายนอกและภายใน

   H-1 Limited ใช้เครื่องยนต์เดียวกันกับ Hyundai H-1 Series ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร แบบ Commonrail Direct Injection พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน VGT ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 175 แรงม้า และแรงบิด 441 นิวตันเมตร มั่นใจได้ในเรื่องของสมรรถนะและอัตราเร่ง ที่สามารถตอบสนองได้อย่างทันใจ คล่องตัวในทุกช่วงความเร็ว  ซึ่งการเปิดตัว H-1 Limited ในครั้งนี้ จะสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ด้วยความโดดเด่นของตัวรถที่ลงตัวในเรื่องของสมรรถนะ รูปโฉมภายนอก และภายใน ที่ให้อารมณ์สปอร์ตและหรูหราอย่างเห็นได้ชัด

   H-1 Limited จะเปิดรับจองเป็นครั้งแรกในงาน Big Motor Sale 2015 ระหว่างวันที่ 1-9 สิงหาคม 2558 ในจำนวนจำกัดและมีเพียงสีพิเศษ ขาว Creamy White เพียงสีเดียวเท่านั้น ท่านใดสนใจสามารถเข้ามาเยี่ยมชม H-1 Limited และรถยนต์ฮุนไดรุ่นอื่นๆที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษได้ที่บู๊ธรถยนต์ฮุนได A20 ในงาน Big Motor Sale ณ อาคารแสดงสินค้าไบเทค บางนา ฮอลล์ 104-105 หรือที่โชว์รูมรถยนต์ฮุนไดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป

 
 

NEW CARS THAILAND : VOLVO V60T5 Special Edition ขุมพลัง Drive-E Powertrain

Wednesday, 13 May 2015 15:40

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    วอลโว่เปิดตัวรถยนต์ VOLVO V60T5 Special Edition  พร้อมเครื่องยนต์ Drive-E Powertrain ที่ให้สมรรถนะแรงเร้าใจ และ เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสุดยอด สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างเต็มเปี่ยม โดยมีจำหน่ายในจำนวนจำกัดเพียง32 คันเท่านั้น

   VOLVO V60 T5 เป็นรถสปอร์ตแวกอนอีกหนึ่งรุ่น ที่ใช้เครื่องยนต์ใหม่ในตระกูล Drive-E Powertrain เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 2.0 ลิตร น้ำหนักเบาให้ความแรงเทียบเท่าเครื่องยนต์ 6 และ 8 สูบแต่ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซี.ซี. ในปัจจุบันรถรุ่นนี้มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 8 สปีด พร้อม Sport Mode และ Geartronic เป็นเลิศในการขับขี่และตอบสนองทันใจในทุกช่วงความเร็วและจัดเต็มกับขุมพลัง Polestar Performance Optimization เพื่อเพิ่มสมรรถนะและความเร้าใจในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น

   Volvo V60 T5 มาพร้อมเครื่องทรงพลัง Drive-E Powertrain แบบ T5 ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบไดเร็กอินเจ็กชั่น พร้อมเทอร์โบชาร์จ ให้พลังสูงสุด 220 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที และทอร์ค350นิวตันเมตรในช่วง 1,500-4,000 รอบต่อนาที จึงตอบสนองได้ทันใจในทุกรอบเครื่อง  อัตราเร่ง 0-100ก.ม./ช.ม. ในเวลาเพียง 6.8 วินาที ขณะเดียวกันก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 144 กรัมต่อกิโลเมตร พร้อมทั้งประหยัดน้ำมันได้อย่างน่าทึ่ง โดยสามารถวิ่งเฉลี่ยใน-นอกเมือง 16.1ก.ม./ลิตร

   VOLVO V60T5 Special Edition เปรียบได้กับรถคูเป้ในรูปลักษณ์สปอร์ตแวกอน ผสานความปราดเปรียว เข้ากับพื้นที่บรรทุกของด้านท้ายที่เพิ่มขึ้น ตอบสนองทุกมิติในชีวิตได้อย่างเต็มพิกัด ดีไซน์ภายนอก สร้างความโดดเด่นเร้าใจด้วยเส้นสายแนวขวางและไฟ Daylight running ที่มุมหน้ารถทั้งสองด้านที่ทำให้ดูเหมือนรถกดต่ำ ไฟหน้าทรงใหม่สไตล์เฉี่ยวที่สื่อถึงความมุ่งมั่น  ฝากระโปรงหน้าใหม่ กระจังหน้าที่กว้างขึ้น  เพิ่มความโฉบเฉี่ยวทรงพลัง สะกดทุกสายตา

   วอลโว่ไม่เพียงใส่ใจความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถ แต่ยังรวมไปถึงผู้ที่ร่วมใช้รถใช้ถนนอีกด้วยวอลโว่ได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมามากมาย เพื่อช่วยปกป้องคุ้มครองผู้ขับขี่และคนเดินถนนให้ปลอดภัย ด้วยการติดตั้งระบบป้องกันการชนพร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถอัตโนมัติ ที่ให้รถไม่ชนรถ รถไม่ชนคน และรถไม่ชนจักรยาน เป็นครั้งแรกของโลกยนตรกรรม และนี่คือหนึ่งในความมุ่งมั่นที่วอลโว่ต้องการลดการบาดเจ็บและการเสียชีวิตให้เป็นศูนย์ในปี 2020

คุณลักษณ์พิเศษที่เพิ่มขึ้นในรถยนต์VOLVO V60T5  Special Edition

  • นวัตกรรมเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง Volvo Drive-E Powertrain
  • ชุดเพิ่มสมรรถนะ Polestar Performance Optimisation
  • ระบบแจ้งเตือนด้วยแรงสั่นที่พวงมาลัยเมื่อรถวิ่งออกนอกช่องทางดินรถ
  • หมอนหนุนหลังในเบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า
  • กระจกมองหลังแบบไม่มีกรอบ ตัดแสงจ้าอัตโนมัติ
  • ช่วงล่างแบบไดนามิก
  • ชุดปลายท่อคู่แบบเหลี่ยมสไตล์สปอร์ต
  • Sensus Connect ระบบสื่อสารที่สามารถสื่อสารกับรถและเชื่อมต่อกับโลกดิจิตอล พร้อมแอปพลิเคชั่นใหม่ Wikipedia, Glympse, Sticher, Here weather, Find fuel)
  • ระบบแผนที่นำทาง (Navigation)
  • สีภายนอกใหม่ 2 สี Savile Grey และ Bright Silver Metallic
  • เบาะหนังสไตล์สปอร์ตใหม่สี Beachwood Brown/Offblack
  • แผงคอนโซลกลางลาย Piano Blackพร้อม Rotary Jewelry Knobs ล้ออลูมิเนียม ขนาด 8X18” ลาย Titania

   ทั้งหมดนี้คือคุณลักษณ์อันโดดเด่นของ VOLVO V60 T5 รุ่นปี 2015 Special Edition ที่ผู้ชื่นชอบรถหรูเปี่ยมสมรรถนะและความปลอดภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ไม่อาจมองข้าม ที่สำคัญเป็นเวอร์ชั่นพิเศษมีเพียง 32 คันเท่านั้นให้ครอบครอง สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมวอลโว่ใกล้บ้านท่าน หรือ ติดต่อวอลโว่ แคร์เซ็นเตอร์ ที่โทร.0 2305 4499

 
 

NEW CARS THAILAND : MINI COOPER S ชุดแต่ง John Cooper Works Dress Up

Sunday, 19 July 2015 14:02

 

 

 

 

 

 

 

 

   มินิ ประเทศไทย เปิดตัว MINI COOPER S แฮทช์ 3 ประตู พร้อมชุดแต่ง John Cooper Works Dress up ที่มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งแอโรไดนามิค ล้ออัลลอย Cup Spoke 2-tone ขนาด 18 นิ้ว และสีภายนอกพิเศษที่มีให้เลือกสองโทนสีเอ็กซ์คลูซีฟ ระหว่างชิลลิ เรด และมิดไนท์ แบล็ค ภายในมาพร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบสเต็ปโทรนิค สปอร์ต ตกแต่งด้วยพวงมาลัยหนัง JCW หัวเกียร์หนังครบชุดแต่งในแบบฉบับ JCW ทั้งขอบประตู แท่นเหยียบสแตนเลส สตีล และที่วางเท้า

    MINI COOPER S แฮทช์ 3 ประตู John Cooper Works Dress Up ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษที่มาพร้อมกับชุดแต่งแอโรไดนามิค ผสมผสานระหว่างรูปลักษณ์ภายนอกอันโดดเด่น สะกดสายตา พลังแห่งการขับขี่อันเร้าใจ และสมรรถนะอันแข็งแกร่ง ตอบสนองทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

    MINI COOPER S แฮทช์ 3 ประตู John Cooper Works Dress Up พร้อมให้สั่งจองและสัมผัสแล้วในราคา 2,990,000 (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  รวมถึงโปรแกรม MINI Service Inclusive (MSI) ซึ่งเป็นโปรแกรมบำรุงรักษาสำหรับรถยนต์มินิ ครอบคลุมถึง 5 ปี หรือ 50,000 กม. เยี่ยมชมและสั่งจองได้ที่ผู้จำหน่ายมินิอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 
 

NEW CARS THAILAND : ALL-NEW TOYOTA FORTUNER เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศไทย

Thursday, 16 July 2015 13:17

 

 

 

 

 

 

 

   TOYOTA FORTUNER เจนเนอเรชั่นที่ 1 เปิดตัวสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2548 ภายใต้โครงการ “IMV: Innovative International Multi-Purpose Vehicle” สามารถสร้างปรากฏการณ์ เป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ประเภท PPV ในประเทศไทย และในตลาดต่างประเทศ ด้วยชื่อเสียงอันเป็นที่ยอมรับ ในคุณภาพการผลิตมาตรฐานระดับโลก สมรรถนะการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน ประโยชน์ใช้สอยและคุ้มค่า ทั้งยังมีรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว จนสามารถครองใจลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ

   TOYOTA FORTUNER เจนเนอเรชั่นที่ 1 ได้รับความนิยมในประเทศไทย ด้วยยอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้นกว่า  220,000 คัน และยืนยันด้วยรางวัลด้านคุณภาพมากมายทั้ง รางวัล เจ.ดี.พาวเวอร์ เอเซีย แปซิฟิก (JD Power) รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี (TAQA Awards) และรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี (Car of the year)

   และล่าสุด บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด   ได้เปิดตัว TOYOTA FORTUNER เจนเนอเรชั่นที่ 2 โมเดลใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาใหม่หมดให้เป็นยนตกรรมที่เหนือชั้นในทุกข้อจำกัดแห่งการขับขี่ ภายใต้แนวคิดยนตกรรมอเนกประสงค์ตัวจริง ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ พร้อมความมั่นใจในทุกการขับขี่” (The True SUV with Style & Confidence) เพื่อให้ FORTUNER เป็นอีกหนึ่งในรถยนต์ผู้นิยามใหม่ของ “ความแกร่ง” ด้วยการขยายเฟรมให้ใหญ่ขึ้น และพัฒนาช่วงล่างแบบ 4 ลิงค์ เครื่องยนต์ใหม่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพแห่งการขับขี่แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สามารถตอบสนองการขับขี่ในทุกสภาพถนน รวมถึงกำหนดนิยามใหม่แห่ง “ดีไซน์” ด้วยการออกแบบที่หรูหรา ล้ำสมัย ทั้งภายในและภายนอก  โดยเฉพาะ 3 เส้นสายแห่งดีไซน์ ( 3 Iconic lines) อันเป็นเอกลักษณ์แห่งความภาคภูมิของ FORTUNER ใหม่ พร้อมเพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่มาตรฐานระดับโลก

   TOYOTA FORTUNER ดีไซน์รูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสารใหม่ พร้อมสมรรถนะการขับเคลื่อนที่ลงตัว เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ทั่วโลก ด้วยจุดเด่น 4 จุดหลัก

- NEW LEGEND OF DESIGN นิยามใหม่แห่งดีไซน์ ด้วยดีไซน์ใหม่ของรถอเนกประสงค์แห่งอนาคตกับรูปลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง ดุดันและทรงพลัง แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์กับเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวและพริ้วไหว ทั้งภายในและภายนอก

- NEW LEGEND OF UTILITY  นิยามใหม่แห่งการใช้ชีวิต ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ โอ่โถงกว้างสบาย เพียบพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก สู่ขีดสุดแห่งสุนทรียภาพการขับขี่สมบูรณ์แบบ

- NEW LEGEND OF PERFORMANCE นิยามใหม่แห่งสมรรถนะการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลระบบคอมมอนเรล เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด (GD Efficient Boost)  เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ ให้แรงบิดสูงในช่วงรอบกว้าง (Flat torque) แต่ยังประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม เครื่องยนต์ทำงานเงียบ ไอเสียต่ำเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ได้อย่างเหนือชั้น และสัมผัสใหม่กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ “ซิกม่าโฟว์” ที่สามารถตอบสนองการขับขี่ในทุกสภาพถนน

- NEW LEGEND OF SAFETY นิยามใหม่แห่งความปลอดภัยเหนือระดับ  สร้างความอุ่นใจในการขับขี่ เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก ทั้งแบบปกป้อง และแบบป้องกัน

 

   TOYOTA FORTUNER  ได้รับการดีไซน์รูปลักษณ์ใหม่หมด ให้ความหรูหรา  แข็งแกร่ง ดุดันและทรงพลัง แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์กับเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวและพริ้วไหว  มุมมองด้านหน้าโดดเด่นด้วยชุดไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ แบบ Bi-Beam รูปทรงเรียวคมควบคุมการเปิดปิดอัตโนมัติ ดีไซน์รับกับกระจังหน้าและกันชนหน้าอย่างลงตัว พร้อมติดตั้งไฟตัดหมอก หน้าและหลัง เติมเต็มทัศนวิสัยที่ชัดเจนให้ทุกการขับขี่ปลอดภัยอย่างแท้จริง  ด้านข้างตัวถังเด่นที่ความโค้งมนตัดกับเส้นสายที่คมชัด เสริมด้วยกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว และระบบ Welcome Light   เหนือขึ้นไปบนหลังคา มาพร้อมราวหลังคาดีไซน์สปอร์ต และเสารับสัญญาณวิทยุดีไซน์ล้ำแบบ Shark Fin สะท้อนรสนิยมหรู  ปลายสุดของหลังคาเพิ่มความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลัง พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED   ส่วนด้านท้ายรถเด่นสุดต้องยกให้กับไฟท้าย  LED ทรงเฉียบ แบบ Light Guiding ให้ไฟประกายแสงเด่นชัด มองเห็นจากระยะไกลช่วยเสริมความปลอดภัยไปอีกขั้น  และกันชนท้ายดีไซน์สปอร์ตเพิ่มความลงตัวให้ด้านท้ายโดดเด่นในทุกมุมมอง

 

   ภายในห้องโดยสารดีไซน์ใหม่หมด ผสานความสปอร์ต หรูหรา และความอเนกประสงค์ด้วยพื้นที่ใช้ส้อยที่กว้างขวาง โอ่โถง  เพียบพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น มาตรวัดเรืองแสงดีไซน์ล้ำแบบ Optitron ดีไซน์ช่องมาตรวัด ที่เชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียว เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น   ,ติดตั้งจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID (Multi-Information Display) หน้าจอสีแบบ TFT คมชัดทุกรายละเอียด ที่สามารถปรับตั้งค่าการทำงานของระบบต่างๆ พร้อมแสดงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการขับขี่ตลอดการเดินทาง เช่น ข้อมูลการขับขี่ ,ข้อมูลระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ ,ข้อมูลการขับขี่แบบ ECO ,ข้อมูลระบบนำทาง,ข้อมูลการเล่นเพลง ฯลฯ , ระบบนำทาง (Navigator) พร้อมเครื่องเล่น DVD หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ T-Connect และการเชื่อมต่อ Bluetooth วางแผนการเดินทางอย่างแม่นยำ พร้อมสัมผัสความบันเทิงที่ครบครัน และเชื่อมต่อโทรศัพท์เข้ากับระบบ Hands-free ในรถ , ช่องเสียบอุปกรณ์ USB, iPOD และ AUX เชื่อมต่อความบันเทิงได้อย่างหลากหลาย ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างใจ  , ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ เพื่อรักษาอุณหภูมิในห้องโดยสารให้เย็นสบายอย่างเหมาะสม , บริเวณช่องเก็บของคอนโซลกลางมาพร้อมช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสไฟฟ้า DC 12 โวลต์ และกระแสไฟฟ้า AC 220 โวลต์  , ติดตั้งกล้องมองหลังแสดงภาพบริเวณมุมมองด้านท้ายของรถ ช่วยให้ทุกจังหวะการถอยจอดมั่นใจเพิ่มขึ้น , ระบบ Push Start สตาร์ทเครื่องยนต์ได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส  และกุญแจเป็นแบบ Smart Key ดีไซน์ใหม่ พร้อมระบบ Immobilizer ตรวจสอบรหัสของกุญแจของเครื่องยนต์ ป้องกันการสตาร์ท ในกรณีรหัสไม่ตรงกัน ช่วยให้ปลอดภัยมั่นใจเต็มที่

   ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ขับโดยเฉพาะ    จัดเต็มทั้งแต่พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์สปอร์ตพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง  จอแสดงข้อมูลการขับขี่  และ Paddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยช่วยเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ , ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) รักษาระดับความเร็วรถให้คงที่ โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง , ชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift ดีไซน์สปอร์ต ให้ความแม่นยำในทุกจังหวะเข้าเกียร์  และเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ให้สัมผัสล้ำที่สบาย มั่นใจในทุกการขับขี่

   ความอเนกประสงค์ของ TOYOTA FORTUNER  สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ด้วยการดีไซน์อุปกรณ์ต่างๆที่ช่วยเสริมความสะดวกสบายในการใช้งาน  ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์เบาะนั่งที่พับและปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระตามรูปแบบการใช้งาน  ทั้งแบบ L-SPACE ปรับพับได้หลากหลาย รองรับการใช้งานได้ทุกรูปแบบ , แบบ TUMBLE & SPACE-UP ปรับพับเบาะเพื่ออรรถประโยชน์ในการใช้สอยสูงสุด พร้อมรองรับของที่มีขนาดที่หลากหลาย , แบบ REAR SPACE ปรับพับเบาะแถว 3 เพื่อตอบสนองความสะดวกสบายทั้งผู้โดยสาร และการบรรทุกของได้อย่างลงตัว     ระบบเปิด-ปิดประตูทั้ง 5 บาน ให้ความสะดวกทุกการใช้งาน สั่งงานง่ายผ่านรีโมท  สวิตช์ภายในรถบริเวณที่นั่งคนขับ และบริเวณประตูท้าย สามารถ เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Power Back Door with Jam Protection)

    สมรรถนะการขับเคลื่อนตอบสนองการขับขี่ได้อย่างลงตัว ทั้งความแรงและประหยัด ด้วย  เครื่องยนต์ใหม่ GD Efficient Boost    ขีดสุดพลังแรงไร้ขีดจำกัด   ภายใต้แนวคิด “Efficient Boost” ลดการสูญเสียความร้อน และแรงเสียดทานของเครื่องยนต์ ให้แรงบิดสูงสุดในรอบกว้าง Flat Torque พร้อมประหยัดเป็นเยี่ยมในทุกการเดินทาง เหนือชั้นกว่าด้วยการทำงานของเครื่องยนต์ที่เงียบ และสั่นสะเทือนน้อยกว่า ตอบรับทุกการขับขี่ในทุกรูปแบบ โดยเครื่องยนต์มีให้เลือกถึง 3 พิกัดความแรง

- เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ (177 แรงม้า) ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 - 2,400 รอบ/นาที ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

- เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) ที่ 3,400 รอบ/นาที  แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,000 รอบ/นาที ระบบเกียร์มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

- เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร Dual VVT-I ให้กำลังสูงสุด 122 กิโลวัตต์ (166 แรงม้า) ที่ 5,200 รอบ/นาที  แรงบิดสูงสุด 245 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

   เครื่องยนต์ใหม่ GD Efficient Boost  ยังรวมความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีความแรงสุดล้ำ  ทั้งระบบเทอร์โบแปรผันใหม่ (VN Turbo) ออกแบบให้มีขนาดเล็กลงแต่ประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดครีบปรับแรงดันอากาศด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เที่ยงตรงและแม่นยำสูง แรงต่อเนื่องทุกรอบความเร็ว ช่วยให้เครื่องยนต์ปลดปล่อยพลังงานออกมาได้เต็มกำลัง  , ระบบฉีดน้ำมันอัจฉริยะ พร้อมปั๊มแรงดันสูง 220 MPa ฉีดน้ำมันเป็นละอองฝอย เพื่อการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบหมดจด เพิ่มระดับความประหยัดให้มากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์เดินเงียบ ลดเสียงและการสั่นสะเทือนได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมทั้งลดมลภาวะ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ Roller Rocker Arm with Valve Lash Adjuster ออกแบบพิเศษเพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างลูกเบี้ยวและกระเดื่องวาล์วในจังหวะของการเปิด-ปิดวาล์ว พร้อมระบบปรับตั้งวาล์วอัตโนมัติเพื่อกำจัดช่องว่างของการสึกหรอที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่มีการรั่วไหลของไอน้ำมันแม้ใช้งานอย่างยาวนาน ผลลัพธ์คือเครื่องยนต์เดินเงียบ อีกทั้งยังประหยัดน้ำมัน และประหยัดค่าบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน  , ติดตั้ง EGR (Exhaust Gas Recirculation) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยระบบนำไอเสียหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดความร้อนของเครื่องยนต์ขณะทำงาน ลดมลพิษได้เต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐาน Euro 4 และมีระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Stop & Start System) เมื่อรถหยุดนิ่ง ระบบจะตัดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วขณะ และจะสตาร์ทเครื่องยนต์ขึ้นใหม่โดยอัตโนมัติเมื่อแตะคันเร่ง จึงช่วยให้ประหยัดน้ำมันและลดไอเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในระหว่างที่เครื่องยนต์หยุดการทำงานเครื่องปรับอากาศจะยังคงส่งลมเย็นอย่างต่อเนื่อง

   ระบบขับเคลื่อนของ TOYOTA FORTUNER ออกแบบใหม่ ใช้ชื่อว่า ซิกม่าโฟร์ (Ʃ4) มีเฉพาะรุ่น 2.8V ขับเคลื่อน 4 ล้อ  สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ดั่งใจ ด้วยโหมด H2, H4, L4 ผสานการทำงานร่วมกับระบบ DAC และ A-TRC ที่จะเอาชนะทุกอุปสรรคแห่งการเดินทาง โดย H2 ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ สำหรับสภาพถนนปกติ , H4 ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับสภาพถนนเปียกลื่นและลูกรัง เพื่อประสิทธิภาพการขับขี่ เกาะถนน และความปลอดภัย , L4 ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับเส้นทางวิบาก และเส้นทางที่ต้องการกำลังขับเคลื่อนสูง  นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยเสริมการขับขี่ทั้งระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC (Downhill Assist Control)  ซึ่งจะควบคุมแรงดันเบรกอัตโนมัติขณะขับลงทางชัน ช่วยควบคุมความเร็วรถให้คงที่ ป้องกันไม่ให้รถลื่นไถลลงเนินอย่างรวดเร็ว โดยผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องแตะเบรก , ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control) ระบบจะเพิ่มแรงดันเบรกไปยังล้อทั้ง 4 อัตโนมัติ ป้องกันรถไหลในจังหวะออกตัว บนทางลาดชัน เพื่อความมั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่  และระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบแอคทีฟ A-TRC (Active Traction Control) เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับได้ว่าล้อใดเริ่มสูญเสียแรงขับเคลื่อน ขณะวิ่งผ่านพื้นผิวลื่น ระบบจะลดแรงขับที่ส่งไปยังล้อนั้น เพื่อป้องกันล้อหมุนฟรี และเพิ่มแรงขับไปยังล้อที่เหลือ เพื่อเคลื่อนที่ต่อไปได้อย่างราบรื่นและง่ายดาย

   ส่วนระบบกันสะเทือนออกแบบใหม่ตามมาตรฐานของรถเอสยูวี ด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง  ด้านหลังเป็นแบบโฟร์ลิงค์คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลและการทรงตัวที่ดีเยี่ยม

   ก้าวไปอีกขั้นของระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เริ่มตั้งแต่ระบบป้องกัน  Active Safety จัดเต็มทั้ง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) ป้องกันการเกิดอาการล้อหมุนฟรี เมื่อขับอยู่บนผิวถนนที่ลื่น ซึ่งเป็นสาเหตุของการลื่นไถลทำให้รถเสียการทรงตัว , ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control)  ขณะเข้าโค้งบนถนนที่เปียกลื่น ระบบจะควบคุมกำลังเครื่องยนต์ และส่งแรงเบรกไปยังล้อแต่ละล้อแบบอัตโนมัติ เพื่อป้องกันภาวะมุดโค้ง (Understeer) หรือแหกโค้ง (Oversteer) จึงช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำและมั่นคง , ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System)  เมื่อต้องเบรกอย่างกะทันหัน ระบบจะช่วยป้องกันล้อล็อกและลื่นไถล ทำให้สามารถควบคุมรถได้ในทุกสถานการณ์คับขัน , ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution) ปลอดภัยทุกการขับขี่ โดยระบบช่วยกระจายแรงเบรกในแต่ละล้ออย่างสมดุล เพื่อป้องกันอาการท้ายสะบัดและกระจายแรงเบรกล้อซ้าย-ขวาในขณะเข้าโค้ง เพื่อการควบคุมที่ดีขึ้น  , ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist) ในสภาวะเบรกฉุกเฉิน แรงเบรกจากผู้ขับไม่เพียงพอต่อการหยุดรถ ระบบจะเพิ่มแรงเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยให้สามารถหยุดรถได้ในระยะที่ปลอดภัย  และระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC (Trailer Sway Control) เซ็นเซอร์จะปรับแรงดันเบรก และกำลังของเครื่องยนต์ให้เหมาะสม เมื่อวิ่งบนถนนขรุขระ หรือผชิญลมพัดขวางรุนแรง ช่วยรักษาเสถียรภาพป้องกันรถส่าย หรือเสียการทรงตัว

   ระบบปกป้อง Passive Safety จัดเต็มทั้ง ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 ตำแหน่งรอบคัน ปกป้องทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ลดโอกาสบาดเจ็บจากแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ , เข็มขัดนิรภัย แบบ ELR 3 จุด 7 ที่นั่ง พร้อมระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติสำหรับเบาะคู่หน้า และโครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA ช่วยดูดซับแรงกระแทก เสริมความแข็งแกร่งให้กับบริเวณห้องโดยสาร จากการชนทั้งด้านหน้าและด้านข้าง เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับและกระจายแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ   

   TOYOTA FORTUNER มีให้เลือกถึง 5 แบบ และมีสีให้เลือกทั้งสิ้น 7 สี โดยเป็นสีใหม่ด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีน้ำตาล Phantom Brown และสีน้ำเงิน Nebula Blue ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 1,199,000 บาท – 1,599,000 บาท พร้อมเป้าหมายการขายที่ 2,600 คันต่อเดือน

   นอกจากนี้ โตโยต้า ยังได้มอบประสบการณ์ให้กับลูกค้าเพื่อร่วมสัมผัสนิยามใหม่ของ TOYOTA FORTUNER โดยเริ่มตั้งแต่การจัดกิจกรรมเปิดตัวที่โชว์รูมโตโยต้า 435 แห่งทั่วประเทศ ในวันที่ 17 – 19 กรกฎาคมนี้ ซึ่งได้จัดเตรียมรถทดลองขับไว้ให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่กันอย่างทั่วถึง โดยหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะจัดกิจกรรม Road show ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าทุกภูมิภาคให้สัมผัสและทดลองขับในเดือนสิงหาคม – ตุลาคม นี้

ราคา ALL-NEW TOYOTA FORTUNER

- รุ่น 2.4G MT 2WD ราคา 1,199,000 บาท

- รุ่น 2.4V AT 2WD ราคา 1,369,000 บาท

- รุ่น 2.7V AT 2WD ราคา 1,449,000 บาท

- รุ่น 2.8V AT 2WD ราคา 1,529,000 บาท

- รุ่น 2.8V AT 4WD ราคา 1,599,000 บาท

 
 

NEW CARS THAILAND : SUBARU FORESTER เอสยูวีสายพันธุ์แรง ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้าน

Monday, 27 April 2015 15:45

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ SUBARU FORESTER 2.0i-L ราคา 1.69 ล้านบาท และ  SUBARU FORESTER 2.0XT ราคา 2.42 ล้านบาท ความสมบูรณ์แบบของรถยนต์เอสยูวีจากซูบารุ เจ้าของรางวัล SUV of The Year 2014 จาก Motortrend ที่ครบครันทั้งสมรรถนะและความสะดวกสบายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ได้อย่างลงตัวทั้งวันทำงานและวันพักผ่อน

   SUBARU FORESTER ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์บ๊อกเซอร์ 4 สูบ โดยรุ่น 2.0i-L มาพร้อมกับขุมพลังขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 150  แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 198 นิวตันเมตรที่ 4,200 รอบต่อนาที และรุ่น2.0XTมาพร้อมกับระบบ DIT (Direct Injection Turbo)  ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 240  แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรที่ 2,400 – 3,600 รอบต่อนาที  พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตร และระบบการควบคุมการขับเคลื่อน X-Mode ที่ควบคุมระบบการทำงานของรถในทุกสภาพการขับขี่

   สะดวกยิ่งขึ้นด้วยระบบ SI-Drive (Subaru Intelligent Drive) พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหนื่อกว่า อาทิ ระบบแสดงข้อมูลแบบ Hi-Grade Multi-Function Display , ระบบเครื่องเสียง ‘Harman/Kardon’ ระดับ 400 วัตต์ มาพร้อมลำโพง 8 ตัว , ระบบไฟฟ้าควบคุมการปิดเปิดประตูท้ายอัตโนมัติพร้อมระบบความจำ  , ระบบฉีดล้างไฟหน้า  พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติและระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ  , บนหลังคาติดตั้ง Sunroof  หลังคาแก้วแบบเปิดกว้างถึงเบาะตอนหลังและติดตั้งราวหลังคาบรรทุกของ , พวงมาลัยเป็นแบบ Multifunction  พร้อมปุ่มเชื่อมต่อโทรศัพท์  ปุ่ม Cruise Control และ SI-Drive , ระบบเครื่องปรับอากาศ Dual-Zone  และเบาะหลังสามารถพับได้ 60/40 2  วิธี  คือการดึงสลักที่ตัวเบาะหรือการกดปุ่ม one touch folding  ที่อยู่บริเวณพื้นที่เก็บสัมภาระ

   สัมผัสสมรรถนะของเอสยูวีคุณภาพสูง SUBARUFORESTER ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมซูบารุทั่วประเทศ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02 725 1888 หรือชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.motorimage.net

 
 

NEW CARS THAILAND : มิตซูบิชิ แอททราจ และ มิราจ รุ่นปรับปรุงใหม่ ปี2017

Thursday, 01 June 2017 14:43

 

 

 

 

 

 

   บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัวรถยนต์ใหม่ 2 รุ่น ประกอบไปด้วย ‘มิตซูบิชิแอททราจ รุ่นใหม่’ และ ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’ อัดแน่นด้วยนวัตกรรมแห่งเทคโลยีที่มากกว่าที่ผ่านมา ในราคาที่เป็นเจ้าของได้ ทั้งยังโดดเด่นในเรื่องของความปลอดภัย และประหยัดน้ำมันสูงสุด

   มร. โมะริคาซุ ชกกิ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท มิตซูบิชิ มอเตอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “เพื่อตอกย้ำความเป็นผู้นำในตลาดรถยนต์ซิตี้คาร์ของรถยนต์ มิตซูบิชิ บริษัทได้เปิดตัว ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’ และ ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’ ที่มีเสน่ห์มากกว่าที่เคย เนื่องจากรถยนต์ซิตี้คาร์ ทั้ง 2 รุ่น ผ่านการเสริมนวัตกรรมอุปกรณ์ใหม่หลายรายการ เพื่อให้ลูกค้าของเราได้สัมผัสมาตรฐานใหม่ของรถยนต์ ซิตี้คาร์”

   หนึ่งเดียวในตลาดรถยนต์ซิตี้คาร์ แฮทช์แบคที่ติดตั้ง Apple CarPlay1 มาให้เป็นอุปกรณ์มาตรฐานในรุ่น GLS-LTD ของทั้ง ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’ และ ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’ CarPlay เป็นช่องทางที่สะดวก และปลอดภัยในการใช้งาน iPhone ภายในรถยนต์ โดยที่ผู้ขับขี่สามารถโทรออกพร้อมรับสายโทรศัพท์ ส่งข้อความ และฟังเพลง ไปพร้อมกับการตั้งสมาธิไปที่การขับขี่ CarPlay ยังสามารถใช้งานผ่านหน้าจอสัมผัส และคำสั่งเสียงผ่านระบบ Siri2 ได้อีกด้วย

   ความอ่อนล้าของผู้ขับขี่จากการเดินทางไกลจะไม่ใช่ปัญหาอีกต่อไปด้วย ระบบล็อคความเร็วบนพวงมาลัย ในรุ่น GLS-LTD ของทั้ง ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’ และ ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’ ถือเป็นรถยนต์ซิตี้คาร์ ที่มาพร้อมกับนวัตกรรมเพื่อความสะดวกสบายในการขับขี่

   เพราะความปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องที่ประนีประนอมกันได้ ทั้ง ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’ และ ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’ จึงเป็นหนึ่งเดียวในรถยนต์ซิตี้คาร์ที่มาพร้อมกับอุปกรณ์ความปลอดภัยเชิงป้องกันก่อนเกิดเหตุด้วย ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (ที่ความเร็วต่ำ) โดยระบบจะทำการเตือนและช่วยชะลอความเร็ว หากพบว่ามีความเสี่ยงที่จะชนรถยนต์คันหน้า

   ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’ และ ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’ ยังมี ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็วเฉพาะด้านหน้า ซึ่งจะทำการเตือนและตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะโดยอัตโนมัติ เพื่อลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากการชน หากระบบตรวจพบวัตถุด้านหน้าในขณะที่มีการเหยียบคันเร่งผิดพลาดอย่างรุนแรง และรวดเร็ว

   สู่อีกขั้นของความมั่นใจในความปลอดภัยไปกับ เข็มขัดนิรภัยเบาะหลังแบบ ELR 3 จุด 3 ตำแหน่ง, จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX 2 ตำแหน่ง และระบบเตือนคาดเข็มขัดนิรภัยด้านคนขับ ติดตั้งเป็นอุปกรณ์มาตรฐานใน ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’ และ ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’ ทุกคัน

   ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’ และ ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’ ขับเคลื่อนด้วยขุมพลังสุดประหยัดกับ เครื่องยนต์ MIVEC 1.2 ลิตร ให้อัตราเร่งทันใจด้วยพละกำลัง 78 แรงม้า ทำงานร่วมกับเกียร์อัตโนมัติ CVT พร้อมระบบ INC (Idle Neutral Control) ที่ตัดระบบส่งกำลังไปยังเพลาขับอัตโนมัติในขณะที่รถยนต์หยุดนิ่ง และเหยียบเบรกในตำแหน่งเกียร์ ‘D’ ช่วยลดภาระการทำงานของเครื่องยนต์ และประหยัดเชื้อเพลิง นอกจากนี้ยังมีระบบ G-Sensor ที่ช่วยให้เปลี่ยนเกียร์บนทางลาดชันได้อย่างแม่นยำด้วยการผสมผสานนวัตกรรมเทคโนโลยีขั้นสูงของเครื่องยนต์ และระบบส่งกำลัง ทั้ง ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’ และ ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’ จึงตอบสนองได้ดังใจพร้อมกับมีอัตราบริโภคเชื้อเพลิงต่ำเพียง 23.3 กิโลเมตร/ลิตร3 ใน ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’ และ 23.8 กิโลเมตร/ลิตร3 ใน ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’ ซึ่งเป็นอัตราที่ดีที่สุดในรถยนต์ระดับเดียวกัน

   แตกต่างจากรถยนต์ซิตี้คาร์อื่นๆ เพราะห้องโดยสารของ ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’ และ ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’ เฉพาะรุ่น GLS-LTD นั้นสปอร์ตกว่าที่เคยด้วย เบาะหนังเดินด้ายแดง พร้อมพวงมาลัยและหัวเกียร์หุ้มหนัง ทั้งยังเชื่อมต่ออุปกรณ์ต่างๆผ่าน ช่องต่ออุปกรณ์ USB ได้ง่ายขึ้น ด้วยการย้ายตำแหน่งมาติดตั้งที่คอลโซลเกียร์แทน นอกจากนี้รถยนต์ ซิตี้คาร์ ทั้ง 2 รุ่นยังให้ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารที่มากกว่าด้วย พนักพิงศีรษะหลัง 3 ตำแหน่ง ซึ่งติดตั้งมาเป็นอุปกรณ์มาตรฐานในทุกรุ่นย่อย

   โดดเด่นกว่าใครตั้งแต่ครั้งแรกที่มองด้วย กันชนหลังและไฟท้ายแบบใหม่ สำหรับ ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’โฉบเฉี่ยวไปกับ ชุดไฟตกแต่งแบบ LED บริเวณกันชนหน้า ที่ให้ทั้งความสวยงามและความปลอดภัยใน ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’

   ขับขี่ไปอย่างมั่นใจกับการรับประกันคุณภาพรถยนต์ พร้อมฟรีค่าแรงการเช็คระยะนาน 5 ปีหรือ 100,000 กิโลเมตร แล้วแต่ระยะใดถึงก่อน4  เหนือกว่าใครด้วย ประกันภัยชั้น 1 ฟรี 3 ปี มูลค่าสูงสุด 48,669 บาท สำหรับ ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’5 และ 47,238 บาท สำหรับ ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’5 นอกจากนี้ทั้ง 2 รุ่นยังมาพร้อมกับบริการช่วยเหลือเป็นเวลานาน 3 ปี

   ก้าวไปไกลกว่ากับ ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’ และ ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’ 2 ทางเลือกที่แตกต่าง ดังรายละเอียดต่อไปนี้

‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’
- GLX เกียร์ธรรมดา   ราคา 472,000 บาท
- GLX เกียร์อัตโนมัติ CVT    ราคา 506,000 บาท
- GLS เกียร์อัตโนมัติ CVT    ราคา 561,000 บาท
- GLS LTD เกียร์อัตโนมัติ CVT   ราคา 599,000 บาท
‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’
- GLX เกียร์ธรรมดา   ราคา 457,000 บาท
- GLX เกียร์อัตโนมัติ CVT   ราคา 491,000 บาท
- GLS เกียร์อัตโนมัติ CVT    ราคา 557,000 บาท
- GLS LTD เกียร์อัตโนมัติ CVT   ราคา 596,000 บาท

   (สีขาวมุกเพิ่ม 7,000 บาททั้ง ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’ และ ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’)

   ร่วมค้นหานวัตกรรมยานยนต์ ซิตี้คาร์ได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิทั่วประเทศ และเตรียมพบกับโปรโมชั่นพิเศษสุดเฉพาะผู้ซื้อ ‘มิตซูบิชิ แอททราจ รุ่นใหม่’ และ ‘มิตซูบิชิ มิราจ รุ่นใหม่’ เท่านั้น

1 Apple CarPlay เป็นลิขสิทธิ์ของ Apple Inc. จดทะเบียนในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ, ระบบ CarPlay สามารถใช้ได้กับ สมาร์ทโฟนที่มีระบบปฎิบัติการ iOS 8 หรือสูงกว่า ข้อมูลเพิ่มเติม www.apple.com/ios/carplay/

2 Siri เป็นลิขสิทธิ์ของ Apple Inc. จดทะเบียนในประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศอื่นๆ รองรับการใช้งานสำหรับระบบ และอุปกรณ์ต่างๆ ตามที่ระบุไว้ใน http://www.apple.com/ios/siri/

3 ในรุ่น GLX CVT

4 เงื่อนไขการรับประกันเป็นไปตามบริษัทกำหนด

5 คำนวณจากเบี้ยประกันภัยของรุ่น GLS-LTD

 
 

NEW CARS THAILAND : TATA โมเดลปี 2015

Thursday, 13 August 2015 13:35

 

 

 

 

 

 

 

 

   ทาทา มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าขยายไลน์รถเพื่อการพาณิชย์เต็มรูปแบบ ในปี 2015  เปิดตัวรถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ทั้ง TATA Xenon  N-Series  ขับเคลื่อน 4 ล้อ และ TATA  Super Ace Mint พร้อมจำหน่ายเป็นครั้งแรก

   ทาทาในปีนี้พร้อมรุกตลาดด้วย TATA Xenon 150 N-Series  ที่มีให้เลือกใช้งานทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทั้งในรูปแบบของรถกระบะตอนเดียว ในรุ่น TATA Xenon Single Cab 150 NX-Pert และรถกระบะ 4 ประตู ในรุ่น TATA Xenon Double Cab 150 NX-Plore ที่ใช้เครื่องยนต์ DiCor ขนาด 2.2 ลิตร คอมมอนเรลจ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดไดเรค อินเจคชั่น ใช้ระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผัน พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 1,500-3,000 รอบ/นาที

   TATA Super Ace Mint  รถบรรทุกขนาดเล็กรุ่นใหม่ ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล DiCor รุ่นใหม่ แบบคอมมอนเรล ขนาด 1.4 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบไดเรคอินเจคชั่น พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 70 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตร ที่ 1,400-2,750 รอบ/นาที ให้ความสะดวกสบายกับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้นด้วยพวงมาลัยพาวเวอร์แร็คแอนด์พิเนี่ยน ให้ความปลอดภัยมากขึ้นจากแกนพวงมาลัยแบบยุบตัว

   สำหรับรถบรรทุกเล็กอย่าง TATA Super Ace Mint  ที่เปิดตัววางจำหน่ายในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จของ ทาทา ซูเปอร์เอซ ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นรถบรรทุกอเนกประสงค์ ที่มีความคล่องตัวสูง สามารถเข้าถึงได้ในทุกพื้นที่ ทำให้ทาทาตัดสินใจพัฒนา  TATA Super Ace Mint  ขึ้นนมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งนอกจากจะใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น รวมทั้งให้ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วยค่ามาตรฐานไอเสีย ยูโร 4

   สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ทาทาทั่วประเทศหรือเยี่ยมชมเว็บไซต์  http://www.tatamotors.co.th

 
 

More Articles...

Page 8 of 21

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )