Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS THAILAND

NEW CARS THAILAND : Suzuki Ciaz อีโคคาร์ซีดาน เน้นความหรูหราผสานความกว้างสบาย

Wednesday, 08 July 2015 13:01

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดตัว New Suzuki Ciaz ( ซูซูกิ เซียส) รถยนต์นั่งซีดานรุ่นใหม่ ภายใต้คอนเซ็ปต์ “เหนือระดับอย่างสง่างาม” อย่างเป็นทางการ  ชู 3 จุดเด่น ตั้งแต่ดีไซน์ที่มีความ หรูหราสง่างาม ภูมิฐาน  ห้องโดยสารกว้างขวางโออ่าตลอดทั้งคัน พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ถึง 565 ลิตร  และ ให้สมรรถนะการขับขี่ผสานประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันที่ดีเยี่ยม

   Suzuki Ciaz  ดีไซน์รูปลักษณ์โดยเน้นความหรูหราสง่างาม ภูมิฐาน ตามแบบฉบับซีดานหรู อีกทั้งภายในห้องโดยสารที่มีห้องโดยสารโอ่อ่ากว้างขวางสะดวกสบายกว่าซีดานในระดับเดียวกัน  มีช่องเก็บสัมภาระด้านท้ายขนาดใหญ่ที่สุดถึง 565 ลิตรเหมาะสมกับการใช้งานที่หลากหลาย พร้อมกันนี้ยังครบครันด้วยฟังก์ชั่นที่เพิ่มความสะดวกสบาย อาทิ ไฟหน้าโปรเจคเตอร์คุณภาพสูง ระบบ Keyless Entry และ Keyless Push Start  ,ปุ่มควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย  ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth สำหรับการรับและวางสายโทรศัพท์  ช่องต่อ USB และ AUX  ,ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ  ,เงียบและนุ่มนวลด้วยระบบ NVH ลดเสียงรบกวนและดูดซับแรงสั่นสะเทือน  ,ปลอดภัยด้วยถุงลมนิรภัยคู่หน้า SRS ระบบป้องกันล้อล็อก ABS พร้อม EBD ,ระบบกุญแจนิรภัย Immobilizer พร้อมกุญแจรีโมทเปิดกระโปรงท้าย ฯลฯ

   Suzuki Ciaz ให้สมรรถนะการขับเคลื่อน ด้วยเครื่องยนต์ประหยัดน้ำมันเทคโนโลยีเฉพาะของซูซูกิ K12B ขนาดความจุ 1.25 ลิตร 4 สูบ 16 วาล์ว พร้อมระบบวาว์ลแปรผันทั้งไอดีและไอเสีย (VVT)  ให้กำลังสูงสุด 91 แรงม้าที่ 6,000 รอบต่อนาที ตอบสนองทันใจปราดเปรียวคล่องตัวด้วยแรงบิด 118   นิวตัน-เมตร ที่ 4,800 รอบต่อนาที พร้อมคงสมรรถนะการประหยัดน้ำมันที่ยอดเยี่ยมทุกช่วงการทำงาน ซึ่งให้ความประหยัดน้ำมันกว่า 20 กิโลเมตรต่อลิตร

   Suzuki Ciaz มีให้เลือก 4 รุ่น ได้แก่ GLX CVT ราคา 625,000 บาท , GL CVT ราคา 559,000 บาท, GL MT ราคา 523,000 บาทและ GA MT 484,000 บาท โดยมีสีให้เลือก 5สี คือ Snow White Pearl, Star Silver Metallic, Mineral Grey Metallic, Super Black Pearl และสีใหม่ Dignity Brown Pearl Metallic

   ซูซูกิเตรียมพร้อมด้านงานขายและงานบริการเพื่อสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้าทุกท่าน โดยได้ขยายและพัฒนาเครือข่ายผู้จำหน่าย ศูนย์บริการและโชว์รูมมาตรฐานครบ 99 แห่งทั่วประเทศ  มีการจัดอบรมพนักงานขายและเจ้าหน้าที่เทคนิคอย่างเข้มข้น เพื่อการดูแลลูกค้าอย่างรวดเร็ว มีประสิทธิภาพและมีคุณภาพ  นอกจากนี้ ยังได้พัฒนาด้านอะไหล่และงานซ่อมบำรุงอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้มีอะไหล่แท้ ราคามาตรฐานตลาด ช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายของลูกค้าในการบำรุงรักษาและดูแลในระยะยาว

   ด้านการสื่อสารการตลาด ซูซูกิเตรียมเผยแพร่ภาพยนตร์โฆษณาเรื่อง “Perfect Life” โดยเลือก นาวิน ต้าร์ดร. นาวิน เยาวพลกุล มาเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อสะท้อนบุคลิกความเป็นหนุ่มสมาร์ท มากด้วยความสามารถรอบตัว มีบทบาท สถานภาพ และภาพลักษณ์ทางสังคมโดดเด่นเหนือระดับ นอกจากนี้ยังได้เตรียมจัดกิจกรรมทางการตลาดทั่วประเทศ และมีการสื่อสารผ่านสื่อออนไลน์และดิจิตอลตลอดทั้งปีเพื่อสร้างการรับรู้และตอกย้ำภาพลักษณ์เหนือระดับอย่างต่อเนื่อง

 
 

NEW CARS THAILAND : All-new Jaguar F-PACE พร้อมเปิดตัวในงานมหกรรมยานยนต์ 2016

Friday, 18 November 2016 05:13

 

 

 

 

   บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด ในเครือของอินช์เคป พีแอลซี ผู้นำในธุรกิจตัวแทนจำหน่ายยานยนต์ พรีเมียมระดับโลก เผยความพร้อมในการขยายธุรกิจของยนตรกรรมจากัวร์แลนด์โรเวอร์ในประเทศไทย หลังจากได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนจำหน่ายในประเทศไทยเมื่อเดือนกรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมา นับเป็นก้าวใหม่ครั้งสำคัญของแบรนด์ยนตรกรรมระดับไอคอนของอังกฤษในการสร้างความเติบโตในตลาดเศรษฐกิจใหม่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รวมทั้งประเทศไทย ซึ่งตลาดรถยนต์ลักชัวรี่กำลังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง พร้อมเตรียมเปิดตัวออลนิว จากัวร์ เอฟ-เพซ (F-PACE) สุดยอดรถครอสโอเวอร์สมรรถนะสูงในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33 ในเดือนธันวาคมนี้

   นายชาญชัย มหันตคุณ กรรมการผู้จัดการ บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “การแต่งตั้งอินช์เคปเป็นผู้แทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวของจากัวร์แลนด์โรเวอร์ ในประเทศไทย เป็นทั้งการขยายความร่วมมือในฐานะพันธมิตรทางธุรกิจอันยาวนานและก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้กับจากัวร์และแลนด์โรเวอร์ในตลาดที่เศรษฐกิจกำลังเติบโตในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในฐานะพันธมิตรหลักของจากัวร์และแลนด์โรเวอร์มานานถึง 47 ปี อินช์เคปจึงรู้จักคุ้นเคยกับแบรนด์ยนตรกรรมระดับไอคอนทั้งสองแบรนด์อย่างดีในทุกแง่มุม”

   ในฐานะผู้แทนจำหน่ายที่ได้รับความไว้วางใจจากจากัวร์และแลนด์โรเวอร์ อินช์เคป (ประเทศไทย) มีความมุ่งมั่นที่จะมอบประสบการณ์เป็นเลิศให้แก่ลูกค้าด้วยยนตรกรรมพรีเมี่ยมระดับหรูที่มีให้เลือกอย่างหลากหลายยิ่งขึ้น พร้อมมาตรฐานการบริการอันเหนือระดับ

   มร. โรบิน โคลแกน กรรมการผู้จัดการ จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ เอเชียแปซิฟิก เสริมว่า “ตลาดรถยนต์ลักชัวรี่ของไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้นับว่ามีความแข็งแกร่งมาก เห็นได้จากความต้องการทั้งรถยนต์ เอสยูวีและรถยนต์โดยสารที่มีระดับสูง กลุ่มผู้บริโภคที่มีกำลังซื้อสูงมีแนวโน้มการเติบโตที่สูงอย่างต่อเนื่องทั้งในปัจจุบันและอนาคต ด้วยความแข็งแกร่งและความเชี่ยวชาญของพันธมิตรที่คุ้นเคยอย่างอินช์เคป เราจึงมั่นใจอย่างยิ่งว่าผู้บริโภคในเมืองไทยจะมีโอกาสได้สัมผัสกับยานยนต์สายพันธุ์ใหม่จากจากัวร์และแลนด์โรเวอร์ได้หลากหลายยิ่งขึ้น ซึ่งทุกรุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีและนวัตกรรมระดับโลกที่ล้ำสมัยที่สุด”

   ด้วยกระแสความต้องการรถเอสยูวีที่เติบโตอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย อินช์เคป (ประเทศไทย) จึงเตรียมเผยโฉม ออลนิว จากัวร์ เอฟ-เพซ (F-PACE) เอสยูวีสมรรถนะสูง ซึ่งออกแบบและพัฒนาขึ้นเพื่อมอบความคล่องตัว การตอบสนองที่ฉับไว และความงามสง่าอันโดดเด่นตามแบบฉบับจากัวร์ พร้อมพลศาสตร์ที่เหนือระดับและประโยชน์ใช้สอยในชีวิตประจำวันที่ครบถ้วน

   ออลนิว จากัวร์ เอฟ-เพซ คือรถเอสยูวีสมรรถนะสูงที่แฝงด้วยดีเอ็นเอของรถสปอร์ตอันได้แรงบันดาลใจจากรุ่นเอฟ-ไทป์ (F-TYPE) รูปลักษณ์อันบึกบึน ด้วยเส้นสายอันชัดเจนจากจากฝากระโปรงหน้าสู่โป่งหลัง ให้มุมมองที่โดดเด่นสะกดทุกสายตา เอฟ-เพซ คือนิยามใหม่ของขุมกำลัง ความแข็งแกร่ง และรูปทรงที่บริสุทธิ์หมดจดของรุ่นเอฟ-ไทป์ ได้รับรางวัล 2016 Car of the Year จาก The Auto Express ของอังกฤษเมื่อต้นปีที่ผ่านมา และเป็นรถยนต์รุ่นที่ขายดีที่สุดของจากัวร์ในปัจจุบัน จึงมั่นใจได้ว่ารถรุ่นนี้จะประสบความสำเร็จอย่างดีเยี่ยมในประเทศไทย

   เอสยูวีสายพันธุ์ใหม่ ออลนิว จากัวร์ เอฟ-เพซ จะเริ่มจำหน่ายอย่างเป็นทางการประเทศไทยในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33 (Thailand International Motor Expo 2016) ระหว่าง 1 - 12 ธันวาคม 2559 ที่อาคาร     ชาเลนเจอร์ อิมแพ็ค เมืองทองธานี สำหรับผู้บริโภคไทยที่หลงไหลในสมรรถนะอันโดดเด่นของยนตรกรรมจากัวร์กับดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์และความคล่องตัวในการใช้งานในชีวิตประจำวัน โดยมีให้เลือก 3 รุ่น คือ F-PACE Pure, F-PACE Portfolio และ F-PACE R-Sport เครื่องยนต์ดีเซล 180PS 2.0 ลิตร เกียร์อัตโนมัติ AWD

   ออลนิว จากัวร์ เอฟ-เพซ มาพร้อมรูปลักษณ์อันแข็งแกร่งดุดันพร้อมองค์ประกอบต่าง ๆ อันเหนือระดับ เช่น   ไฟหน้า Full LED ทรงเพรียว ล้อขนาด 22 นิ้ว และโอเวอร์แฮงด้านหน้าสั้น ที่สะท้อนภาพยนตรกรรมที่สร้างสรรค์ขึ้นจากแนวคิดดีไซน์ของ C-X17  ออลนิว จากัวร์ เอฟ-เพซ คือรถยนต์ขนาด 5 ที่นั่งที่ให้ความสะดวกสบายในการโดยสารสูงสุด ภายในคือการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างวัสดุและการตกแต่งระดับพรีเมี่ยม ความพิถีพิถันในรายละเอียด และความหรูหรา เช่นเบาะหลังปรับเอนด้วยไฟฟ้า และเทคโนโลยีสุดล้ำอย่างระบบอินโฟเทนเมนต์ InControl Touch Pro และแผงคอนโซลพร้อมจอแสดงผลความละเอียดสูงขนาด 12.3 นิ้ว สำหรับรุ่นเครื่องยนต์ดีเซล 180PS ขับเคลื่อนสี่ล้อ เกียร์อัตโนมัติ มีอัตราปลดปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์เพียง 129 กรัมต่อกม.

   ปัจจุบัน อินช์เคป มีศูนย์การดำเนินงานสำหรับจากัวร์แลนด์โรเวอร์ ใน 11 ประเทศ ครอบคลุม 9 ตลาดสำคัญทั่วโลก เช่น สหราชอาณาจักร ยุโรป รัสเซีย ออสเตรเลีย จีน ฮ่องกง และไทย  บริษัท อินช์เคป (ประเทศไทย) จำกัด คือผู้แทนจำหน่ายแต่เพียงผู้เดียวของจากัวร์แลนด์โรเวอร์ในประเทศไทย ตั้งแต่ 1 กรกฎาคม 2559  โดยเป็นผู้ดำเนินการและบริหารโชว์รูมและศูนย์บริการจากัวร์ แลนด์โรเวอร์ ที่ถนนพระราม 4 ที่พร้อมให้บริการครบวงจรตั้งแต่บริการสินเชื่อรถยนต์ ประกันรถยนต์ และบริการหลังการขาย ซึ่งมีคุณภาพสอดคล้องกับมาตรฐานโลกของจากัวร์แลนด์โรเวอร์ ให้บริการแก่ลูกค้าด้วยทีมงานมืออาชีพที่ประสบการณ์ เพื่อมอบประสบการณ์ที่เป็นเลิศให้กับลูกค้าในประเทศไทย โดยลูกค้าเดิมของจากัวร์แลนโรเวอร์ในประเทศไทยยังคงได้รับบริการและการรับประกันตามเงื่อนไขเดิมไม่เปลี่ยนแปลง

   ค้นหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ www.jaguar.co.th

 
 

NEW CARS THAILAND : ฮุนไดแนะนำรถยนต์รุ่นพิเศษ “เอช-วัน ทัวริ่ง สีใหม่ Timeless Black” มอบความหรูหรา คุ้มค่ามากขึ้น จำนวนจำกัดเพียง 100 คัน

Thursday, 17 May 2018 17:19

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัดแนะนำรถยนต์รุ่นพิเศษ “เอช-วัน ทัวริ่ง สีใหม่ Timeless Blackมาพร้อมชุดแต่งที่เน้นความพรีเมียมมากยิ่งขึ้นด้วยตัวรถสีดำ Timeless Blackสีใหม่และเป็นครั้งแรกของรุ่นทัวริ่ง ให้ลุคสปอร์ต เพิ่มความดุดันมากยิ่งขึ้นด้วยล้ออัลลอยขนาด 16 นิ้ว แบบ 12 ก้าน สี ไฮเปอร์ ซิลเวอร์ ทำให้ดูโดดเด่นและสปอร์ตมากขึ้นกว่าเดิม ภายในตกแต่งด้วยเบาะหนังสีเบจ คุณภาพสูง ตัดเย็บอย่างประณีต ช่วยเพิ่มความหรูหรา มีระดับไปอีกขั้น พร้อมด้วยโลโก้โครเมี่ยม “10th ANNIVERSARY” ด้านท้ายตัวรถ เพิ่มความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ไม่เหมือนใคร

   เอช-วัน ทัวริ่ง รุ่นพิเศษใช้เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซลคอมมอนเรล ขนาด 2.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 175 แรงม้า ที่ 3,600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 441 นิวตัน-เมตร ที่ 2,000 – 2,250 รอบ/นาที  มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยม ขับขี่ได้อย่างสบาย และเร่งแซงได้อย่างมั่นใจ เพียบพร้อมด้วยระบบความปลอดภัยครบครัน รวมถึงอุปกรณ์มาตรฐานและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่และผู้โดยสารตลอดการเดินทาง  

   เอช-วัน ทั่วริ่ง รุ่นพิเศษมาพร้อมราคา 1,349,000 บาท และมีจำนวนจำกัดเพียง 100 คันเท่านั้น ลูกค้าที่สนใจ สามารถแวะชมได้ที่โชว์รูมรถยนต์ฮุนไดทั่วประเทศ  ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.hyundai.co.th-

 
 

NEW CARS THAILAND : Suzuki Ertiga GX ใหม่ MPV อเนกประสงค์ กับความปลอดภัยครบครัน

Thursday, 24 November 2016 05:19

   บริษัท ซูซูกิ มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด โดย นายวัลลภ ตรีฤกษ์งาม กรรมการบริหารด้านการขายและการตลากล่าวว่านับตั้งแต่ปี 2556 ที่ผ่านมา ซูซูกิ ได้เปิดตัว All New Suzuki Ertiga รถเอนกประสงค์ 3 แถว 7 ที่นั่ง ที่ออกแบบให้สะดวกสบายอย่างมีสไตล์ มีเอกลักษณ์ไม่ซ้ำใคร ผสานเทคโนโลยีขั้นสูงทั้งสมรรถนะการขับขี่และความปลอดภัย ซึ่งช่วงต้นปี 2559 ซูซูกิได้แนะนำ Suzuki Ertiga Minor change รุ่น Suzuki Ertiga GL และ Suzuki Ertiga Dreza เพื่อเพิ่มความสดใหม่ในตลาดรถยนต์กลุ่ม MPV มาพร้อมรูปลักษณ์หน้าตาที่หรูหรากว่าเดิม รวมถึงฟีเจอร์ที่เพิ่มขึ้นด้วย ซึ่งได้รับผลตอบรับจากลูกค้าที่สนใจเป็นอย่างดี ซึ่งนับจากยอดขายของรถรุ่น MPV ตั้งแต่ 2556-2559 (ถึงเดือนตุลาคม 2559) กว่า 54,000 คัน โดยในปีนี้ Suzuki Ertiga มีส่วนแบ่งทางการตลาดตั้งแต่มกราคม-ตุลาคม 2559 คิดเป็นเป็น 17.81%

   ทั้งนี้ เพื่อรองรับความต้องการของลูกค้าให้มากยิ่งขึ้น ซูซูกิจึงได้แนะนำเพิ่มอีกรุ่นหนึ่งคือ Suzuki Ertiga GX โดดเด่นด้วยกระจังหน้าดีไซน์ใหม่ วัสดุโครเมี่ยมตกแต่งประตูท้าย และล้ออัลลอยขนาด 15 นิ้ว ที่มาพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและระบบความปลอดภัยอย่างครบครัน ทั้งระบบ ระบบถุงลมนิรภัย SRS คู่หน้า  กุญแจนิรภัย Immobilizer ที่ป้องกันการโจรกรรมได้ดีเยี่ยม โครงสร้างตัวถัง TECT ออกแบบจากเหล็กกล้าน้ำหนักเบาแข็งแกร่งทนทาน  ระบบเบรก ABS และ EBD อีกทั้งสัญญานเตือนขณะถอยหลัง เพื่อให้ลูกค้าได้เลือกสรรเข้ากับไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ในราคาที่เหมาะสมเพียง 695,000 บาท (สีขาวเพิ่ม 5,000 บาท และราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานจากโรงงาน) “Suzuki ERTIGA  ทางที่คุณเลือก เพื่อคนที่คุณรัก” โดยพบกับ Suzuki ERTIGA GX วันนี้ที่โชว์รูมรถยนต์ Suzuki ทั้ง 102 แห่งทั่วประเทศ และในงานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33 ณ อาคาร IMPACT Challenger 1-3 เมืองทองธานี ตั้งแต่วันที่ 30 พฤศจิกายน -12 ธันวาคม 2559

 
 

NEW CARS THAILAND : The new GLC สปอร์ตเอสยูวีรุ่นล่าสุด

Tuesday, 13 October 2015 10:04

 

 

 

 

 

 

 

   เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด เผยโฉมสุดยอดยนตรกรรม The new GLC  รถยนต์สปอร์ต เอสยูวี สมรรถนะทรงพลัง ที่ผสมผสานความปราดเปรียว เข้ากับความดุดันในสไตล์ออฟโรด ที่นำเสนอใน 2 ดีไซน์ ได้แก่ The new GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD ที่มาในราคา 3,790,000 บาท และ The new GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic ในราคา 4,090,000 บาท ณ ผู้จำหน่ายเมอร์เซเดส-เบนซ์อย่างเป็นทางการเท่านั้น

   The new GLC คือยนตรกรรมที่มาพร้อมกระจังหน้าแบบสามมิติ มีสัญลักษณ์โลโก้เมอร์เซเดส-เบนซ์ขนาดใหญ่ตรงกลางบนลาย 2 แถบ เสริมไฟหน้าแบบ LED Intelligent Light System และไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED fibre-optic เพื่อการขับขี่อย่างมีประสิทธิภาพ ลายเส้นด้านข้างถูกออกแบบให้ลาดเอียงไปทางด้านท้าย เสริมโครงสร้างตัวรถให้ดูทรงพลังและสง่างามไปพร้อมกัน ด้านท้ายเพิ่มความแข็งแกร่งดุดันด้วยปลายท่อไอเสียตกแต่งด้วยสแตนเลส 2 ท่อ พร้อมด้วยยางรถยนต์แบบ Run-flat tyres แผ่นป้องกันใต้กันชนหน้า-หลัง ตกแต่งด้วยโครเมียม และไฟท้ายแบบ LED โดย The new GLC 250 d 4MATIC  OFF-ROAD จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 19 นิ้ว ในขณะที่ The new GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic จะมาพร้อมกับล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 20 นิ้ว, ชุดแต่ง AMG bodystyling (กันชนหน้า-หลัง), สัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า, ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต, บันไดข้างแบบสปอร์ต รวมถึงหลังคาแบบพาโนรามิค เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า

   สำหรับ ดีไซน์ภายใน ถูกออกแบบโดยเน้นความหรูหรา ทันสมัย แต่ขณะเดียวกันก็ยังคงกลิ่นอายของความสปอร์ตเอาไว้เช่นเดิม โดย The new GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD ถูกตกแต่งด้วยลายไม้แบบ Open-pore brown ash wood พร้อมพวงมาลัยแบบมัลติฟังก์ชัน ส่วน The new GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic ตกแต่งด้วยลายไม้แบบ Open-pore black ash wood พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชันแบบสปอร์ตท้ายตัด นอกจากนี้ ทั้ง 2 รุ่นนี้ยังประกอบไปด้วย ระบบวิทยุ-ซีดี MB Audio 20 ระบบแผนที่นำทาง Garmin® และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบ Bluetooth

   โครงสร้างตัวถัง ของ The new GLC นับเป็นนวัตกรรมของโครงสร้างน้ำหนักเบาที่ผสานด้วยการใช้วัสดุแบบอะลูมิเนียมและโลหะความทนทานสูง ทำให้น้ำหนักของตัวรถเบาลงกว่ารถยนต์รุ่น The GLK-Class ถึง 50 กิโลกรัม ช่วยลดอัตราการใช้พลังงานลงกว่าร้อยละ 19 และมีอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์น้อยลงร้อยละ 19 เช่นกัน ซึ่งรถยนต์รุ่นนี้ยังได้ผ่านมาตรฐานความสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงและปริมาณไอเสีย (Euro 6) ที่เข้มงวดอีกด้วย นอกจากนั้นมิติของตัวรถยังมีขนาดใหญ่ขึ้นมากกว่ารุ่นเดิม เริ่มจากความยาวที่ 4,656 มม. ยาวกว่ารุ่นเดิม 131 มม. ความกว้างที่ 1,890 มม. กว้างขึ้นถึง 50 มม. และฐานล้อที่ 2,873 มม. ยาวขึ้นกว่าเดิม 118 มม. พร้อมด้วยการขยายพื้นที่วางขาสำหรับผู้โดยสารด้านหลังเพิ่มขึ้นอีก 34 มม. ทำให้เนื้อที่สำหรับที่นั่งตอนหลังดูกว้างและเพิ่มความสะดวกในการเข้าหรือออก                ห้องโดยสารมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

   ห้องโดยสารภายใน มาพร้อมกับการดีไซน์พื้นที่ใช้สอยอันกว้างขวางทั้งยังประกอบด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกอันทันสมัย จึงตอบสนองทุกความต้องการได้อย่างเหนือชั้น โดยเบาะนั่งผู้โดยสารด้านหน้าของ The new GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD สามารถปรับระดับได้ด้วยระบบไฟฟ้า ส่วน The new GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic สามารถปรับระดับได้ด้วยระบบไฟฟ้าพร้อมเพิ่มระบบหน่วยความจำ โดยทั้ง 2 รุ่น ยังมาพร้อมเบาะนั่งด้านหลังที่สามารถพับได้ทั้ง 1/3: 2/3 ตามความต้องการเพื่อเพิ่มพื้นที่ในการจัดเก็บของที่เพิ่มขึ้น แผ่นปิดที่เก็บสัมภาระท้าย ระบบเปิด-ปิดฝาท้ายอัตโนมัติ แผ่นรองกันกระแทกบริเวณที่เก็บสัมภาระท้ายรถแบบ metallic เพื่อสามารถตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์การขับขี่ในทุกรูปแบบ

   ด้านเทคโนโลยี The new GLC ทั้ง 2 แบบ มาพร้อมกับระบบ Dynamic Select ที่มีโหมดการขับขี่ 5 แบบ คือ Eco ที่ช่วยปรับการขับขี่เข้าสู่ระบบประหยัดน้ำมัน, Individual ที่สามารถบันทึกรูปแบบการขับขี่ที่ผู้ขับขี่กำหนดไว้ได้, Comfort ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน, Sport และ Sport+ เน้นการเพิ่มความเร้าใจให้กับการขับขี่มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังมีระบบช่วยในการนำรถเข้าจอดอัตโนมัติพร้อม PARKTRONIC เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้ขับขี่อีกด้วย

   The new GLC ทั้ง 2 แบบ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ดีเซลแถวเรียง 4 สูบ และเกียร์อัตโนมัติ แบบ  9G-TRONIC ความจุกระบอกสูบ 2,143 ซีซี กำลังแรงม้าสูงสุดที่ 204 แรงม้า ที่ 3,800 รอบ/นาที แรงบิด 500 นิวตันเมตร ที่ความเร็วรอบ 1,600 -1,800 รอบต่อนาที  อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ที่ 7.6 วินาที ความเร็วสูงสุด 222 กม./ชม.

ราคา

  • GLC 250 d 4MATIC OFF-ROAD     3,790,000 บาท
  • GLC 250 d 4MATIC AMG Dynamic      4,090,000 บาท
 
 

NEW CARS THAILAND : HONDA Odyssey พร้อมบุกตลาดรถยนต์อเนกประสงค์พรีเมียมเมืองไทย

Sunday, 24 November 2013 16:17

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฮอนด้า สร้างปรากฏการณ์ใหม่ในตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ ด้วยการเปิดตัวโฉมใหม่ของ HONDA Odyssey มินิแวนระดับพรีเมียม ที่ทำการยกระดับคุณภาพแห่งความเป็นมินิแวนระดับพรีเมียมให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก อีกทั้งยังเหนือชั้นยิ่งขึ้นในแง่ของพื้นที่ใช้สอยและความโอ่อ่าภายในห้องโดยสาร ให้ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารทั้ง 3 แถว พร้อมประสิทธิภาพการขับขี่ที่ตอบสนองความนุ่มสบายตลอดการเดินทาง โดย Odyssey รุ่นใหม่นี้จะเปิดตัว พร้อมจำหน่ายอย่างเป็นทางการที่งานมอเตอร์ เอ็กซ์โป  ระหว่างวันที่ 29 พย.- 10 ธค.นี้

   Odyssey ใหม่ มาพร้อมกับประตูบานท้ายแบบสไลด์ และพัฒนาขึ้นบนพื้นตัวถังที่ถูกออกแบบให้มีความสูงลดลงเป็นพิเศษ ซึ่งทำให้ตัวรถมีเพดานของห้องโดยสารที่สูงขึ้น และมีพื้นห้องโดยสารที่ต่ำกว่ารถรุ่นก่อนหน้านี้ ผลที่ได้คือ ในรุ่นใหม่จะมีพื้นที่ภายในห้องโดยสารที่โอ่อ่าและกว้างขวางกว่ารุ่นเดิม แต่ยังคงมาตรฐานของคุณภาพในการขับขี่และการทรงตัวเอาไว้เหมือนเดิม ซึ่งตรงนี้ถือเป็นจุดเด่นที่ Odyssey ทุกรุ่นมี และเป็นปัจจัยที่ทำให้ตัวรถได้รับความนิยมจากลูกค้ามาโดยตลอด

   การออกแบบภายนอกที่โดดเด่นของ Odyssey ใหม่สะท้อนให้เห็นถึงความเป็นมินิแวนระดับพรีเมียม ส่วนการออกแบบภายในเป็นการสร้างสรรค์บรรยากาศภายในให้เต็มไปด้วยสัมผัสแห่งความประณีต ทันสมัย และเงียบสงบในทุกตำแหน่งที่นั่งในตัวรถ สำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2เป็นเบาะนั่งแบบแยกส่วนที่สามารถตอบสนองต่อความสะดวกสบายอย่างสูงสุด ขณะที่ประตูแบบสไลด์ที่มีขนาดกว้างขึ้น และบันไดสำหรับก้าวขึ้นลงจากตัวรถที่มีความสูงเพียง 30 เซนติเมตรช่วยเพิ่มความสะดวกในการเข้า-ออกจากห้องโดยสารได้เป็นอย่างดียิ่งไปกว่านั้น ความยืดหยุ่นในการจัดวางเบาะนั่ง และขนาดของพื้นที่บรรทุกสัมภาระซึ่งมีความกว้างขวางยังออกแบบให้ง่ายต่อการเคลื่อนย้ายสัมภาระเข้าออก ซึ่งถือเป็นความอเนกประสงค์ที่เพิ่มขึ้นและไม่เคยมีมาก่อนใน Odyssey รุ่นไหนๆ

   สำหรับโฉมใหม่ของ Odyssey มาพร้อมกับพละกำลังในการขับเคลื่อน และการออกแบบที่เน้นความประณีต โดยเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC บล็อกใหม่มาพร้อมกับ Earth Dreams Technologyเครื่องยนต์บล็อกนี้ก็ได้รับการผสมผสานให้ตอบสนองทั้งในเรื่องของอัตราเร่งที่ดีขึ้น และมีความประหยัดน้ำมันเช่นเดียวกับความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่มากขึ้น

จุดสำคัญของOdyssey ใหม่

พื้นตัวถังที่ได้รับการออกแบบให้ต่ำเป็นพิเศษเพื่อส่งมอบสมดุลในการผสมผสานระหว่างห้องโดยสารที่กว้างขวาง และสมรรถนะในการขับเคลื่อน

ใน Odyssey ใหม่ เทคโนโลยีแห่งความยอดเยี่ยมในการพัฒนาองค์รวมของตัวรถได้ถูกนำมาใช้ในส่วนประกอบหลักของการสร้างสรรค์ นอกจากการเข้ามาของประตูบานท้ายแบบสไลด์แล้ว กับการใช้พื้นตัวถังที่ออกแบบให้ต่ำลงเป็นพิเศษที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ยังช่วยเพิ่มความสูงภายในห้องโดยสารอีกด้วย โดยเพดานของห้องโดยสารจะสูงขึ้น ขณะที่พื้นห้องโดยสารจะต่ำลงกว่ารุ่นเดิม สำหรับประโยชน์ประการแรกของพื้นต้วถังรุ่นนี้คือ ห้องโดยสารจะมีความโอ่อ่าและกว้างขวางขึ้นจากรุ่นเดิม ยิ่งไปกว่านั้น จากการที่ตัวรถมีจุดศูนย์ถ่วงต่ำ และการอัพเกรดประสิทธิภาพของระบบช่วงล่าง พื้นตัวถังรุ่นนี้ยังส่งมอบสัมผัสที่เฉียบคมและมั่นใจได้ในการบังคับควบคุมรถ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นที่ทำให้ Odyssey ในแต่ละรุ่นได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องเช่นเดียวกับความนุ่มนวลและความสนุกสนานในการขับขี่

การผสมผสานระหว่างเส้นสายบนตัวถังที่ไหลรื่นและห้องโดยสารที่กว้างขวาง เป็นผลจากที่พื้นตัวถังถูกออกแบบให้ต่ำลงเป็นพิเศษ

การออกแบบภายนอกของตัวรถอ้างอิงอยู่กับคอนเซ็ปต์ที่เรียกว่า Solid Streamline  โดยงานออกแบบของ Odysseyใหม่จะอาศัยจุดเด่นของการนำพื้นตัวถังที่ออกแบบให้ต่ำลงเป็นพิเศษมาใช้ เพื่อนำเสนอถึงภาพลักษณ์แห่งสมรรถนะ และพลังในการขับเคลื่อน รวมถึงเส้นสายที่สะท้อนให้เห็นถึงการไหลรื่นซึ่งนำไปสู่การออกแบบห้องโดยสารที่มีความกว้างขวาง สำหรับแนวคิดในการออกแบบภายในห้องโดยสาร คือ Modern Suite ซึ่งสะท้อนอารมณ์เหมือนกับการนั่งอยู่ในห้องสูทของโรงแรมระดับหรู ซึ่งในห้องโดยสารของ Odyssey ใหม่จะนำเสนอความผ่อนคลายในระดับสูงสุดให้กับเบาะนั่งในทุกตำแหน่ง

ห้องโดยสารที่กว้างขวางและเพียบพร้อมด้วยความสะดวกสบายในทุกตำแหน่งที่นั่งทั้ง 3 แถว

   ด้วยความสูงของตัวรถที่น้อยกว่ามินิแวนขนาดใหญ่รุ่นอื่นๆ ที่มีอยู่ในตลาด แต่ทว่าภายในห้องโดยสารของ Odyssey ใหม่กลับไม่ได้น้อยตามไปด้วย โดยในรุ่นขับเคลื่อนล้อหน้า พื้นที่ว่างเหนือศีรษะบนเบาะนั่งแถวที่ 2 และ 3จะอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับมินิแวนขนาดใหญ่รุ่นอื่นๆ ในตลาด นอกจากนั้นภายในห้องโดยสารยังถูกขยายขนาดทั้งในแง่ของความกว้างและความยาว และยังเพียบพร้อมด้วย บรรยากาศแห่งความสะดวกสบายที่มากขึ้นแม้ว่าภายในห้องโดยสารจะอยู่ในสภาพของการบรรทุกอย่างเต็มพิกัด

สำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2 มาพร้อมกับเบาะนั่งแยกส่วนพร้อมการตกแต่งที่ให้สัมผัสแห่งความหรูหรากับผู้โดยสาร มีการปรับพนักพิงหลังของเบาะนั่งให้เอนไปทางด้านหลังเพราะตัวฐานเบาะถูกยกให้สูงขึ้น ทำให้สามารถเอนหลังได้ อย่างสบายๆ  และตัวเบาะนั่งมีขนาดใหญ่โดยออกแบบให้รวมกับพนักวางขา และเชื่อมต่อเข้ากับพนักพิงหลัง

เบาะนั่งแถวที่ 3 แบบที่นั่งยาว 3 ที่นั่ง ซึ่งผู้โดยสารแต่ละตำแหน่งสามารถเลือกปรับพนักพิงหลังได้อย่าง แยกอิสระ และนั่งอย่างสบายโดยที่ไหล่ไม่เกยกัน กล่าวโดยสรุป เบาะนั่งทั้ง 3 แถวจะช่วยให้ผู้โดยสารสามารถสัมผัสกับความโอ่อ่าและกว้างขวาง เช่นเดียวกับการได้รับความสะดวกสบาย อย่างเต็มรูปแบบ

เพื่อความสะดวกในการเข้า-ออกห้องโดยสาร พื้นบันไดห้องโดยสารถูกออกแบบให้ต่ำลง และประตูแบบสไลด์ออกทางด้านข้าง

   ถังน้ำมันถูกออกแบบให้แบนราบ รูปทรงเพรียวขึ้น สอดคล้องกับโครงสร้างเฟรมพื้นตัวถัง และระบบท่อไอเสีย ทำให้สามารถออกแบบพื้นตัวรถให้ต่ำลงเป็นพิเศษได้ตามที่ต้องการพื้นตัวถังและบันไดประตูหลังถูกออกแบบให้ต่ำ ซึ่งมีความสูงประมาณ 30เซนติเมตร จะช่วยทำให้สะดวกในการเข้าและออกจากห้องโดยสารของ Odyssey ใหม่ สำหรับพื้นตัวถังด้านหลังถูกออกแบบให้แบนเรียบ มีพื้นที่วางเท้าเพิ่มขึ้น และให้ความสะดวกสบายสำหรับเบาะนั่งแถวที่ 2

เครื่องยนต์ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ พร้อมกับเกียร์ CVT ส่งมอบความเร้าใจในด้านอัตราเร่ง และประหยัดน้ำมันเหนือคู่แข่งในระดับเดียวกัน

   เครื่องยนต์เทคโนโลยี Earth Dreamsใน Odyssey ใหม่ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานของเทคโนโลยีที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมซึ่งอัพเกรดจากเครื่องยนต์ในไลน์อัพที่มีอยู่ คือ 2.4 ลิตร DOHC i-VTEC ขณะที่เกียร์ CVT ได้รับการพัฒนาขึ้นมาใหม่ และยังมีการติดตั้งเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้าไปเพิ่มเติมมากมายซึ่งจะช่วยเพิ่มระดับประสิทธิภาพของสมรรถนะ เช่นเดียวกับความโดดเด่นในด้านความประหยัดน้ำมัน

Odyssey ใช้เครื่องยนต์ 2.4 ลิตรDOHC i-VTEC ที่พัฒนาขึ้นใหม่มาพร้อมกับ Earth Dreams Technology ซึ่งเครื่องยนต์บล็อกนี้มีกำลังเพิ่มขึ้น ทั้งแรงม้า และแรงบิด ประหยัดน้ำมันขึ้นจากรุ่นก่อนหน้านี้

สำหรับเกียร์ CVT ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ทำให้ Odyssey ใหม่สามารถตอบสนองทั้งในด้านอัตราเร่ง ที่สัมผัสได้ และความประหยัดน้ำมันอันโดดเด่นโดยเกียร์ CVT มาพร้อมกับการทำงานที่มีประสิทธิภาพสูงขึ้นจากรุ่นเดิม และการมุ่งเน้นในแง่ของฟังก์ชั่นการทำงานยังช่วยให้ตัวเกียร์มีน้ำหนักที่เบาขึ้นอย่างมากต้องขอบคุณประสิทธิภาพในการด้านงานออกแบบ ซึ่งทำให้เกียร์ CVT มีส่วนช่วยให้ Odyssey ใหม่มีอัตราเร่ง และความประหยัดน้ำมันที่ดีขึ้นจากรุ่นเดิม ยิ่งไปกว่านั้น จากการออกแบบระบบเปลี่ยนเกียร์ด้วยตัวเอง หรือ G-Design Shiftที่จะทำงานร่วมกับลิ้นปีกผีเสื้อไฟฟ้า (DBW) ซึ่งเกียร์ CVT จะตอบสนองการทำงานทันทีเมื่อข้อมูลที่เกี่ยวกับการกดคันเร่งโดยผู้ขับถูกส่งเป็นข้อมูลเข้ามา และนั่นทำให้อัตราเร่งของ Odyssey มีความโดดเด่นและสัมผัสได้อย่างชัดเจน

ตอบสนองในด้านการทรงตัวและความนุ่มนวลในการขับขี่เช่นเดียวกับความสะดวกสบายที่โดดเด่น

   ระบบแชสซีส์ซึ่ง Odyssey ใหม่ถูกผสมผสานระหว่างห้องโดยสารที่กว้างขวาง และเพียบพร้อม ให้ความสบายเหมือนการขับขี่เก๋งซีดาน การออกแบบพื้นตัวถังให้ต่ำเป็นพิเศษนั้น ยังช่วยทำให้จุดศูนย์ถ่วงของตัวรถต่ำลง ขณะที่ระบบช่วงล่าง และทุกชิ้นส่วนในระบบแชสซีส์ยังช่วยเพิ่มความหนักแน่นของระบบช่วงล่างที่ผู้ขับสามารถสัมผัส การออกแบบในลักษณะนี้ทำให้การควบคุมรถมีความเฉียบคม และให้สัมผัสแห่งการควบคุมที่สั่งได้ เช่นเดียวกับคุณภาพการขับที่ทั้งนุ่มนวลและสะดวกสบาย

โครงสร้างตัวถังมีน้ำหนักเบา ผสมผสานระหว่างความแข็งแกร่ง และห้องโดยสารที่กว้างขวาง

   ระบบช่วงล่างด้านหน้าและด้านหลัง เสากลาง และพื้นที่ส่วนสำคัญของตัวถัง ได้รับการ เสริมและเพิ่มความแข็งแกร่งซึ่งช่วยยกระดับความทนทานให้กับตัวถังขณะที่มีส่วนช่วยทำให้ประตูบาน หลังสามารถสไลด์และเปิดได้กว้าง ยังช่วยทำให้โครงสร้างตัวถังมีความยืดหยุ่นและทนทานต่อการบิดตัว ซึ่งโครงสร้างตัวถังที่มีความทนทานระดับสูงเช่นนี้ทำให้ตัวรถสามารถตอบสนองในเรื่องของความมั่นคงในการควบคุม, การขับขี่ที่นุ่มนวล, ความเงียบ และสมรรถนะในด้านอื่นๆ ของตัวรถ

ขับขี่ได้สะดวกและผสมผสานกับขนาดตัวถังที่ใหญ่ได้อย่างลงตัว

   การที่เครื่องยนต์และชิ้นส่วนอื่นๆ ของตัวรถมีขนาดเล็กลงทำให้สามารถช่วยเพิ่มมุมของวงเลี้ยวได้ดีขึ้น และทำให้รัศมีวงเลี้ยวแคบลงอยู่ที่ 5.4 เมตร ยิ่งไปกว่านั้น การปรับรูปทรงของเสาหลังคา และส่วนอื่นๆ ของตัวรถ ช่วยทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นดีขึ้น เพราะเสากระจกบังลมหน้าบางลงและมองเห็นได้มากขึ้น อีกทั้งยังช่วยเพิ่มพื้นที่ของกระจกได้สูงสุด ทำให้ปลอดโปร่งและมองเห็นได้รอบด้านและทำให้ Odyssey ใหม่ขับได้อย่างง่ายและสะดวกขึ้น

ระบบช่วยการขับขี่อันล้ำยุด รวมถึงระบบกล้องส่องภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System)และระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Honda Smart Parking Assist System)

   Odyssey ใหม่มาพร้อมกับระบบที่ช่วยการขับขี่อันล้ำยุค อาทิระบบกล้องส่องภาพรอบทิศทาง (Multi-view Camera System)จะแสดงภาพจากกล้องมุมกว้างที่กระจายอยู่ตามจุดต่างๆของตัวรถผ่านทางหน้าจอของระบบนำทางในตัวรถ ซึ่งช่วยเพิ่มความสะดวกในการขับขี่เวลาเข้าถนนที่แคบการขับผ่านทางแยกที่มีข้อจำกัดในเรื่องของมุมมอง หรือการจอดในลานจอดรถหรือโรงจอดรถที่บ้านจึงช่วยเพิ่มความสะดวกในการขับและลดภาระความกังวลในระหว่างขับไปได้ ส่วนระบบช่วยจอดอัจฉริยะ (Honda Smart Parking Assist System)จะมีการวิเคราะห์อัตโนมัติโดยอาศัยภาพจากกล้องมองท้าย และคำนวนพื้นที่หรือช่องว่างในการจอดรถว่ามีเพียงพอหรือไม่เพื่อนำข้อมูลเหล่านี้มาคำนวนการปรับมุมองศาการหมุนของพวงมาลัยเพื่อช่วยเพิ่มความสะดวกในการถอยเข้าจอด

ระบบความปลอดภัยสุดล้ำสมัยที่ตรวจจับอันตรายบนท้องถนน และป้องกันการเกิดอุบัติเหตุ

   นอกจากนั้นใน Odyssey ใหม่ยังมีเทคโนโลยีความปลอดภัยอีกมากมายและครบคลุมในเกือบทุกด้านของการปกป้องเช่น ระบบเตือนมุมอับสายตา (Blind Spot Information System)ซึ่งจะใช้เรดาร์ที่กันชนท้ายในการตรวจจับทิศทางของรถยนต์ที่ขับตามมาทางด้านหลัง และตรวจสอบรถยนต์ที่อาจจะอยู่ในตำแหน่งที่เป็นมุมอับ ซึ่งผู้ขับขี่ไม่สามารถมองเห็นได้

 
 

NEW CARS THAILAND : BMW 218i Active Tourer M Sport อเนกประสงค์สไตล์สปอร์ต

Tuesday, 15 September 2015 14:26

 

 

 

 

 

 

 

   BMW 218i Active Tourer M Sport รถยนต์คอมแพ็คพรีเมียมรุ่นล่าสุด ที่ครบเครื่องด้วยความสะดวกสบาย  พร้อมให้สมรรถนะการขับขี่และรูปลักษณ์ที่สง่างามในแบบฉบับบีเอ็มดับเบิลยูยุคใหม่

   BMW 218i Active Tourer M Sport เป็นรถยนต์รุ่นที่สองในซีรี่ส์ 2 ใหม่ ต่อจากรุ่นคูเป้  ซึ่งรถรุ่นนี้ถือเป็นรถที่เปี่ยมด้วยความสปอร์ตจากทุกมุมมอง ด้วยขนาดตัวถังที่กะทัดรัด แต่กลับมีห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกกว้างขวาง โอ่อ่า จึงพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายของการขับขี่ในเมือง

   เครื่องยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบแบบ 3 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด  136 แรงม้า ทำงานประสานกับเทคโนโลยี EfficientDynamics และระบบ ConnectedDrive เพื่อการเชื่อมต่อแบบรอบด้าน สร้างประสบการณ์ การขับขี่ที่มุ่งเน้นสมรรถนะแบบสปอร์ตและความประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ

   นอกจากนี้ยังมาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษ M Sport เพิ่มอารมณ์สปอร์ตเต็มคัน ทั้งชุดแต่งแอโรไดนามิคแบบ M รอบคัน ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้วในดีไซน์ double spoke พวงมาลัยหุ้มหนังแท้แบบ M และเบาะนั่งสไตล์สปอร์ตที่หุ้มด้วยวัสดุพิเศษ ซึ่งล้วนแล้วแต่เสริมให้ BMW 2 Active Tourer ดูสวยสง่ายิ่งขึ้นบนท้องถนน

   BMW 218i Active Tourer M Sport ราคา 2,499,000 บาท สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูทั่วประเทศ

 
 

NEW CARS THAILAND : Subaru BRZ รถสปอร์ตขวัญใจสิงห์ทางเรียบ

Monday, 29 June 2015 14:51

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์    ซูบารุอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เอาใจคนรักความแรงด้วยการแนะนำ SUBARU BRZ รถยนต์สปอร์ตคูเป้ขับเคลื่อนล้อหลังขนาดกระทัดรัด ขับขี่สนุกสะใจแบบไม่ต้องง้อเทอร์โบ มั่นใจได้ในสมรรถนะเมื่อใช้ความเร็ว เพราะได้รับการออกแบบให้มีรูปโฉมในสไตล์สปอร์ตแต่แฝงไว้ด้วยความสวยงามของเส้นสายรอบตัวถังตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความเร็วและแรงอย่างนุ่มนวลในทุกการขับขี่

   การออกแบบเน้นเพิ่มสมรรถนะด้วยการลดพื้นที่ว่างใต้ตัวรถให้เหลือน้อยที่สุดทำให้สมรรถนะการเกาะถนนดีขึ้น  เครื่องยนต์เป็นแบบบ๊อกเซอร์ 4 สูบ ขนาด 2,000 ซีซี  , DOHC 16 วาวส์  กำลังสูงสุด 200  แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 205 นิวตันเมตรที่ 6,400 – 6,600 รอบต่อนาที พร้อมส่งกำลังไปยังล้อหลัง เพื่อทำให้เกิดความสมดุลย์ในระหว่างการขับขี่มากยิ่งขึ้น   เพิ่มความมั่นใจด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (VSC)  และ SUBARU BRZ ได้ถูกพัฒนาอีกขั้นเพื่อประกาศความเป็นเจ้าแห่งรถยนต์ทางเรียบในรายการซุปเปอร์ จีทีอีกครั้งในชื่อ SUBARU BRZ GT300 

   SUBARU BRZ รุ่นล่าสุด มีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์ธรรมดา ราคา 2,080,000 บาท และรุ่นเกียร์อัตโนมัติ2,130,000 บาท สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมซูบารุทั่วประเทศ

ขนาดและน้ำหนัก

- ยาว / กว้าง / สูง (มม.) 4,240 / 1,775 / 1,425

- ฐานล้อ (มม.) 2,570

- ขนาดยาง 215 / 45 R17

- น้ำหนักสุทธิ (กก.) 1,256 1,278

- ระยะห่างใต้ท้องรถ (มม.) 120 130

เครื่องยนต์

- ประเภท เบนซินสูบนอน 4 สูบ 4 จังหวะ DOHC 16 วาล์ว

- ปริมาตรกระบอกสูบ (cc) 1,998

- แรงม้า (PS / rpm) 200 / 7,000

- แรงบิด (Nm / rpm) 205 / 6,400 - 6,600

- ปริมาตรถังน้ำมัน (ลิตร) 50

ตัวถังและช่วงล่าง

- ระบบส่งกำลัง เกียร์ธรรมดา 6 สปีด เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

- ระบบเบรค (หน้า / หลัง) ดิสก์เบรกพร้อมครีบระบายความร้อน

- ช่วงล่าง (หน้า / หลัง) แม็คเฟอร์สันสตรัท / ดับเบิ้ลวิชโบน

อุปกรณ์ภายนอก

- ไฟหน้า HID ปรับระดับอัตโนมัติ ระบบล้างไฟหน้า

- ไฟตัดหมอก หน้า / หลัง ท่อไอเสียแบบคู่

- กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า

ระบบความปลอดภัย

- ถุงลมนิรภัย SRS พร้อมม่านนิรภัย ระบบป้องกันการโจรกรรม Engine Immobilizer

- เบรค ABS 4-Sensor / 4-Channel ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าฝั่งคนขับ

- คานเหล็กนิรภัยบริเวณประตูข้าง ระบบควบคุมเสถียรภาพ (VSC)

- จุดยึดเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (tether anchors) LSD (Limited Slip Differential-Torsen)

ฟังก์ชั่นและสิ่งอำนวยความสะดวก

- กุญแจอัจฉริยะ พร้อมปุ่มสตาร์ท พวงมาลัยปรับระดับได้

- เครื่องเสียง Premium 1 CD พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง ระบบควบคุมความเร็ว (Cruise Control)

- เบาะหลังพับได้ มาตรวัดแบบ Digital และ Analog

- ไฟหน้า เปิด / ปิด อัตโนมัติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกการควบคุม พร้อมแผ่นกรองอากาศ

- ช่องเสียบ USB และ Auxiliary บริเวณคอนโซลกลาง เบาะ Alcantara

 
 

NEW CARS THAILAND : The new C-Class Coupé รุ่นประกอบในประเทศ พร้อมรถหรูหลากรุ่นบุกงาน motor expo 2016

Monday, 21 November 2016 10:50

 

 

 

 

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์หรู เปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดกว่า 5 รุ่น ทั้ The new C-Class Coupé  รุ่นประกอบในประเทศไทย, The new C-Class Cabriolet, The CLA-Class รุ่นปรับโฉมใหม่, The new E-Class Estate ที่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย และ Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé รวมทั้งจัดทัพนำขบวนยนตรกรรมหรูกว่า 30 คัน มาจัดแสดงภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป หรือมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 1 –12 ธันวาคม 2559 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี

   มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “จากแนวทางการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่มีความมุ่งมั่นในการนำเสนอ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้กับลูกค้า ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์ยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการ และทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ดังนั้น ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปครั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จึงมีความภาคภูมิใจนำเสนอยนตรกรรมใหม่ล่าสุดกว่า 5 รุ่น ที่สะท้อนคุณค่าของแบรนด์ ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination) และความสมบูรณ์แบบ (Perfection) ออกมาอย่างลงตัว ทั้งในกลุ่ม Compact Car, Contemporary Luxury และ Dream Car รวมถึงการจัดแสดงยนตรกรรมในกลุ่ม SUVs และรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมอีกกว่า 30 คัน เพื่อให้ลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เลือกสรรอย่างครบครันอีกด้วย”

   มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับไฮไลท์พิเศษของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปปีนี้ คือ การนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมกันถึง 5 รุ่น นำโดย  The new C-Class Coupé รุ่นประกอบในประเทศไทย, The new C-Class Cabriolet, The CLA-Class รุ่นปรับโฉมใหม่, The new E-Class Estate ที่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย และ Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé รวมถึงยนตรกรรมหรูอีกกว่า 30 คัน มาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

The new C-Class Coupé

   The new C-Class Coupé เป็นยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้เจนเนอเรชั่นล่าสุดในกลุ่ม Dream Car ที่ประกอบในประเทศไทย โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ได้รับการพัฒนาให้มี ความสปอร์ต ปราดเปรียวยิ่งขึ้นพร้อมการออกแบบและตกแต่งภายในที่ให้ความหรูหรา มีระดับ  ผสานกับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในส่วนต่างๆ เพื่อเพิ่มสมรรถนะให้ทุกการขับขี่รื่นรมย์ และ  เต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์สปอร์ตเรียกได้ว่า The new C-Class Coupé เจนเนอเรชั่นล่าสุดนี้เป็น การสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกลุ่มยนตรกรรมสปอร์ตสองประตูระดับพรีเมี่ยมอย่างแท้จริง โดยมีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน ด้วยกัน  คือ The new C 250 Coupé Sport และ The new C 250 Coupé AMG Dynamic

   สำหรับ ดีไซน์ภายนอก ของ The new C-Class Coupé โฉมใหม่นี้ ดูแข็งแกร่ง โฉบเฉี่ยว และเร้าใจมากยิ่งขึ้น สำหรับ ดีไซน์ภายใน ได้รับการตกแต่งให้ดูเรียบง่ายแต่เคร่งขรึม  แฝงด้วยความเร้าใจสไตล์สปอร์ตมากกว่าที่เคย พร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่มากมายเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดแบบอัตโนมัติ, ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ, ระบบช่วยเหลือเพื่อความปลอดภัยก่อนเกิดเหตุ และระบบไฟหน้าปรับอัตโนมัติตามสภาพถนน นอกจากนี้ The new C 250 Coupé Sport ยังมาพร้อมกับกล้องแสดงภาพขณะถอยหลัง (Reversing Camera) ในขณะที่ The new C 250 Coupé AMG Dynamic มาพร้อมกับกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (360 Degrees Camera), หลังคาแบบ  พาโนรามิคซันรูฟ, หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า และระบบเครื่องเสียง Burmester® พร้อมระบบ DSP amplifier แบบรอบทิศทาง พร้อมลำโพง 13 ตัว

   นอกจากนี้ทางบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ยังได้เปิดตัว The new Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นใหม่ในงานนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทยเพื่อเติมเต็มและตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและแรงของเครื่องยนต์สปอร์ตระดับรถแข่งฟอร์มูล่าวันโดยไม่ทิ้งดีไซน์สุดพรีเมี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ของ C-Class Coupé เครื่องยนต์ V6 ที่ใช้ในรถรุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ที่แรงที่สุดในกลุ่มรถยนต์ประเภทเดียวกันของเมอร์เซเดส-เบนซ์ อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) ใหม่ล่าสุดที่มีฟังก์ชั่น Double Declutch ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

The new C 300 Cabriolet

   The new C-Class Cabriolet เป็นรถยนต์เปิดประทุนรุ่นแรกที่ผสมผสานดีไซน์หรูหราโดดเด่นของรถยนต์ซาลูนตระกูล C-Class เข้ากับความสปอร์ตปราดเปรียวและเร้าใจของรถยนต์สไตล์ Coupé ไว้ได้อย่างลงตัว มาพร้อมกับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) และหลังคาซอฟท์ท็อปรูปแบบเดียวกับรุ่น S-Class Cabriolet ที่ได้มาตรฐานทั้งในเรื่องความทนทานและการใช้งาน โดยหลังคาสามารถกางเปิดหรือพับปิดได้ในเวลาเพียง 21 วินาที ขณะที่รถวิ่งที่ความเร็วสูงสุด 50 กม./ชม. ด้วยหลังคาที่เป็นผ้าใบนี้เองที่ทำให้ The new C 300 Cabriolet เป็นรถยนต์ที่มีน้ำหนักเบา รวมไปถึงการใช้วัสดุที่เป็นอลูมินัมอัลลอยในการประกอบทั้งสปอยเลอร์ ฝากระโปรงหน้า และฝากระโปรงหลังของตัวรถ

   ด้าน ดีไซน์ภายนอก ของ The new C 300 Cabriolet มาพร้อมกับเส้นสายลวดลายอันทรงพลัง ด้วยกระจังหน้า diamond grille สีเงินพร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมเพิ่มลุคสปอร์ตด้วยคิ้วโครเมียมที่ตกแต่งบริเวณชายกันชนด้านหน้า และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 18 นิ้ว สำหรับ ดีไซน์ภายใน บ่งบอกถึงความหรูหราในสไตล์ของรถยนต์ในตระกูล C-Class ได้เป็นอย่างดี ด้วยการเลือกใช้วัสดุชั้นดีมีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งหุ้มหนังที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับกับทุกสรีระของผู้โดยสาร พวงมาลัยสปอร์ตแบบมัลติฟังก์ชั่น (Multifunction Sports Steering Wheel) และยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ออกแบบมาจากการวิจัยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง เช่น ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST) และระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) ที่จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนเมื่อระยะห่างระหว่างรถคันข้างหน้าน้อยเกินไป และอีกมากมาย

The CLA-Class

   The CLA-Class สปอร์ตคูเป้ 4 ประตู ที่โดดเด่นด้วย ดีไซน์ภายนอก ที่ได้รับการออกแบบให้มีความผสมผสานกันระหว่างความเร้าใจแบบสปอร์ตและความปราดเปรียว โดยรุ่น CLA 200 Urban มาพร้อมกับกระจังหน้า diamond grille สีดำ พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วแบบทูโทน ส่วน CLA 250 AMG Dynamic มาพร้อมกับ  กระจังหน้า diamond grille สีเงิน พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 18 นิ้ว, ชุดแต่ง AMG bodystyling (กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้าง), ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน, สัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า (Electric panoramic sliding glass sunroof) นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมกับชุดอุปกรณ์มาตรฐาน อย่าง ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ, ไฟหน้าแบบ LED High Performance, ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED  ในกรอบไฟหน้า และไฟส่องสว่างอัตโนมัติในที่มืด

   ดีไซน์ภายใน ได้รับการออกแบบอย่างทันสมัย ด้วยดีไซน์ของความแตกต่างที่ผสานกันได้อย่าง ลงตัว โดย CLA 200 Urban ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น และ CLA 250 AMG Dynamic ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO สลับ DINAMICA microfibre สีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น, ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต รวมถึงที่วางแขนสำหรับเบาะนั่งด้านหลัง นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมกับประโยชน์การใช้สอยที่โดดเด่น อย่าง ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push start), วิทยุ-ซีดี MB Audio 20 พร้อมจอแสดงผลขนาด 8 นิ้ว, ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Bluetooth), ระบบรองรับการใช้งานระบบนำทาง (Pre-installation SD-Card Navigation), ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay™)

   สำหรับ ห้องโดยสารภายใน ของทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับเบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ โดยเบาะนั่งด้านหลังสามารถ พับได้ทั้ง 1:3 / 2:3 ตามความต้องการ, ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 2 โซน, ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 12 สี เป็นต้น

The new E-Class Estate

   The new E-Class Estate ซึ่งนับเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยภายในงานนี้ โดยยนตรกรรมรุ่นนี้นับเป็นการผสานความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความสง่างามของรถยนต์แบบซาลูน เข้ากับประสิทธิภาพของการใช้งานในชีวิตประจำวันของรถยนต์แบบ เอสเตทได้อย่างลงตัว โดย ดีไซน์ภายนอก มาพร้อมกับเส้นสายหลังคาลาดเอียงเสริมลุคที่ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยว พร้อมชุดแต่งรอบคันแบบ AMG Bodystyling ห้องโดยสารภายใน ตกแต่งด้วยเบาะหนัง Nappa พร้อมด้วยระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารด้วยเทคโนโลยี  Full LED ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 64 สี, ระบบเครื่องเสียง Burmester® ติดตั้งระบบเสียงรอบทิศทางแบบ DSP Amplifier พร้อมลำโพง 13 ตัว, กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360˚ camera และหลังคาแบบพาโนรามิคซันรูฟ นอกจากนี้รถยนต์รุ่นนี้ยังได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่บรรจุสัมภาระอันกว้างขวางที่มีความจุถึง 670-1,820 ลิตร พร้อมด้วยเบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังที่สามารถพับลงได้แบบ 40:20:40 ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณและรูปแบบสัมภาระของผู้ใช้ในแต่ละครั้ง รวมถึงรถยนต์รุ่นนี้ยังสามารถปรับพนักพิงของที่นั่งด้านหลังให้เอียงเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 10 องศา ซึ่งทำให้พื้นที่บรรจุสัมภาระเพิ่มมากขึ้นถึง 30 ลิตรอีกด้วย โดย The new E-Class Estate มาพร้อมกับอุปกรณ์ติดตั้งมาตรฐาน KEYLESS-GO Comfort package พร้อมฟังก์ชันเปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติ HANDS FREE ACCESS รวมถึงแผ่นปิดที่เก็บสัมภาระด้านท้าย แบบดึงกลับ-เลื่อนเปิดขึ้นอัตโนมัติ

Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé

   Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé รถยนต์เอสยูวีคูเป้รุ่นล่าสุดจากค่าย AMG ที่มาพร้อมกับความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว จากดีไซน์ภายนอก จากชุดตกแต่ง AMG bodystyling  (กันชนหน้า-หลัง), ล้ออัลลอย ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ลาย 5 ก้านคู่ขนาด 22 นิ้ว ซึ่งมาช่วยเสริมความดุดันให้กับรถยนต์รุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี ดีไซน์ภายใน โดดเด่นด้วยเบาะที่นั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนัง Nappa สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าที่มีการเสริมปีกเบาะด้านข้างเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มความสปอร์ตยิ่งขึ้นกว่าเดิม แผงหน้าปัดด้านหน้าประกอบด้วยหน้าปัดทรงกลมขนาดใหญ่ 2 อัน ระบบ COMAND Online ควบคุมการทำงานวิทยุ-ดีวีดี และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต พร้อม touchpad หน้าจอขนาด 8 นิ้ว ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon® Logic7® รวมถึงหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ด้านเทคโนโลยี มาพร้อมกับระบบ Dynamic Select ที่มีโหมดการขับขี่อันหลากหลาย ซึ่งทำให้ ผู้เป็นเจ้าของสามารถสัมผัสถึงการขับขี่แบบเร้าใจหรือการขับขี่แบบนุ่มสบายตลอดการเดินทางได้ในคันเดียว โดย Dynamic Select มีโหมดการขับขี่ 4 แบบ คือ Individual ที่สามารถช่วยจดจำรูปแบบการขับขี่ของผู้ขับได้, Comfort ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน, Slippery เหมาะกับการวิ่งบนถนนที่ลื่น, Sport เน้นการเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รถรุ่นนี้ยังได้ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบอากาศพร้อมระบบควบคุมระดับ ADS (Adaptive Damping System) เพื่อรองรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน

   Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC และเครื่องยนต์แบบ V6 เทอร์โบคู่ ซึ่งนับเป็นเครื่องยนต์รุ่นหนึ่งในตระกูลบลูไดเรกต์ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีจุดเด่นในเรื่องระบบแรงดันเสริมท่อสำหรับนำอากาศของชุดเทอร์โบ (boost pressure) ส่งผลให้สามารถเพิ่มแรงม้าและแรงบิดของเครื่องยนต์รุ่นนี้ได้

   ยนตรกรรมอื่นๆ ในบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เตรียมขนขบวนสุดยอดยนตรกรรมรวมทั้งสิ้นกว่า 30 คัน   ในทุกเซ็กเมนต์ และรถยนต์รุ่นยอดนิยมอื่นๆ อาทิ The CLA-Class Shooting Brake, The SLC-Class, The GLC-Class Coupé, Mercedes-Maybach, The S-Class Cabriolet, The CLS-Class, The GLS-Class, The G-Class, The SL-Class, The GLE-Class Coupé,  The GLA-Class, The new C 350 e, The GLE 500 e, The S 500 e เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขอเชิญท่านพบกับขบวนสุดยอดยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดและยนตรกรรมหลากหลายรุ่น ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปหรือมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 1 –12 ธันวาคม 2559  ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี

 
 

NEW CARS THAILAND : TOYOTA YARIS TRD Sportivo Limited Edition สีสันใหม่เร้าใจยิ่งขึ้น!

Wednesday, 16 November 2016 09:31

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้แนะนำรถยนต์โตโยต้ายาริส คอมแพคแฮทช์แบ็คยอดนิยมเข้าสู่ตลาดประเทศไทยเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมกราคมปี พ.ศ. 2549 และได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี ทั้งคุณลักษณะที่โดดเด่น สะท้อนความเป็นตัวของตัวเอง รวมถึงคุณภาพ สมรรถนะ ความประหยัดน้ำมัน ตลอดจนระบบมาตรฐานความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบ จนสามารถครองใจลูกค้าชาวไทย ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 125,000 คัน (ข้อมูลยอดขายสะสมถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2559)

    โตโยต้ามีการแนะนำรถยนต์รุ่นพิเศษ TRD Sportivo ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และ   โตโยต้ายาริส เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีรุ่นพิเศษ Yaris TRD Sportivo เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์นั่งคอมแพคแฮทช์แบ็ค ในสไตล์สปอร์ต ซึ่งที่ผ่านมา Yaris TRD Sportivo ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

   ล่าสุดโตโยต้าได้เพิ่มทางเลือกใหม่ ด้วยการเปิดตัว Yaris TRD Sportivo (Limited Edition) ที่มาพร้อมกับสีเหลืองใหม่ โดดเด่นสะดุดตา อีกหนึ่งทางเลือกพิเศษสุดให้กับลูกค้าที่ชอบความคล่องตัว ขับสนุก และประหยัดน้ำมันเหมาะสำหรับการเดินทางในเมือง ซึ่งเพิ่มความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว เต็มขั้นมากขึ้นด้วยชุดแต่ง TRD Sportivo รอบคัน และล้ออัลลอยดีไซน์เท่ขนาด 15 นิ้ว ภายในสปอร์ตเข้มใหม่สีดำสลับเหลือง และเบาะหนังดีไซน์ใหม่สีดำเดินด้ายเหลือง  พร้อมเพิ่มเติมฟังก์ชั่นการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆให้ครบครันมากยิ่งขึ้น

   ภายนอก โดดเด่นกับชุดแต่ง TRD Sportivo รอบคันกับสีเหลืองใหม่  พร้อมบรรจุอุปกรณ์ตกแต่งและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการขับขี่มากมาย  ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้ามาพร้อมไฟหน้า LED Daytime Running Lights และไฟตัดหมอกใหม่  , ติดตั้งล้ออัลลอย 15 นิ้ว ดีไซน์ใหม่  ,ติดตั้งกล้องมองหลัง สะดวกในการถอยจอดชัดเจนทุกมุมมอง ,ชุดแต่งหลังคาโฉบเฉี่ยว พร้อมสัญลักษณ์ TRD Sportivo สะท้อนภาพลักษณ์สปอร์ต และผนึกสัญลักษณ์ TRD Sportivo ดีไซน์โดดเด่น สะท้อนเอกลักษณ์ความสปอร์ตทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

   ภายในห้องโดยสารเน้นความสปอร์ตสปอร์ต พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ การตกแต่งที่น่าสนใจมีทั้งภายในสีดำสลับเหลืองสไตล์สปอร์ต ตกแต่งด้วยแผงคอนโซลลายไฮโดรกราฟฟิคสีเหลือง และแผงควบคุมวิทยุและระบบปรับอากาศเปียโนแบล็ค , หัวเกียร์หุ้มหนังตกแต่งด้วยแถบเปียโนแบล็ค  , เบาะหนังดีไซด์ใหม่สีดำเดินด้ายเหลืองเหลือง เติมเต็มอารมณ์สปอร์ต และภาคบันเทิงมาพร้อมหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เครื่องเล่น DVD/ CD/ MP3/ MP4/ WMA พร้อมช่องต่อ USB/ Micro HDMI/ SD-Card/ Bluetooth และรองรับ T-CONNECT

TOYOTA Yaris TRD Sportivo มีให้เลือก  3 สี

-สีเหลือง... Yellow ใหม่! (Limited Edition)

-สีขาว…Super White ll

-สีส้ม…Orange Metallic

ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ)     649,000 บาท

** ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

   เชิญสัมผัส Yaris TRD Sportivo (Limited Edition) สีเหลืองใหม่ ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 462 แห่งทั่วประเทศและในงาน “มหกรรมยานยนต์” ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2559 ที่ ศูนย์แสดงสินค้า และนิทรรศการนานาชาติ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 
 

More Articles...

Page 10 of 21

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )