Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS THAILAND

NEW CARS THAILAND : BMW 218i Active Tourer M Sport อเนกประสงค์สไตล์สปอร์ต

Tuesday, 15 September 2015 14:26

 

 

 

 

 

 

 

   BMW 218i Active Tourer M Sport รถยนต์คอมแพ็คพรีเมียมรุ่นล่าสุด ที่ครบเครื่องด้วยความสะดวกสบาย  พร้อมให้สมรรถนะการขับขี่และรูปลักษณ์ที่สง่างามในแบบฉบับบีเอ็มดับเบิลยูยุคใหม่

   BMW 218i Active Tourer M Sport เป็นรถยนต์รุ่นที่สองในซีรี่ส์ 2 ใหม่ ต่อจากรุ่นคูเป้  ซึ่งรถรุ่นนี้ถือเป็นรถที่เปี่ยมด้วยความสปอร์ตจากทุกมุมมอง ด้วยขนาดตัวถังที่กะทัดรัด แต่กลับมีห้องโดยสารที่ให้ความรู้สึกกว้างขวาง โอ่อ่า จึงพร้อมรับมือกับทุกความท้าทายของการขับขี่ในเมือง

   เครื่องยนต์บีเอ็มดับเบิลยู ทวินพาวเวอร์ เทอร์โบแบบ 3 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร ให้กำลังสูงสุด  136 แรงม้า ทำงานประสานกับเทคโนโลยี EfficientDynamics และระบบ ConnectedDrive เพื่อการเชื่อมต่อแบบรอบด้าน สร้างประสบการณ์ การขับขี่ที่มุ่งเน้นสมรรถนะแบบสปอร์ตและความประหยัดน้ำมันเป็นเลิศ

   นอกจากนี้ยังมาพร้อมชุดตกแต่งพิเศษ M Sport เพิ่มอารมณ์สปอร์ตเต็มคัน ทั้งชุดแต่งแอโรไดนามิคแบบ M รอบคัน ล้ออัลลอยน้ำหนักเบาขนาด 18 นิ้วในดีไซน์ double spoke พวงมาลัยหุ้มหนังแท้แบบ M และเบาะนั่งสไตล์สปอร์ตที่หุ้มด้วยวัสดุพิเศษ ซึ่งล้วนแล้วแต่เสริมให้ BMW 2 Active Tourer ดูสวยสง่ายิ่งขึ้นบนท้องถนน

   BMW 218i Active Tourer M Sport ราคา 2,499,000 บาท สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์บีเอ็มดับเบิลยูทั่วประเทศ

 
 

NEW CARS THAILAND : Subaru BRZ รถสปอร์ตขวัญใจสิงห์ทางเรียบ

Monday, 29 June 2015 14:51

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์    ซูบารุอย่างเป็นทางการในประเทศไทย เอาใจคนรักความแรงด้วยการแนะนำ SUBARU BRZ รถยนต์สปอร์ตคูเป้ขับเคลื่อนล้อหลังขนาดกระทัดรัด ขับขี่สนุกสะใจแบบไม่ต้องง้อเทอร์โบ มั่นใจได้ในสมรรถนะเมื่อใช้ความเร็ว เพราะได้รับการออกแบบให้มีรูปโฉมในสไตล์สปอร์ตแต่แฝงไว้ด้วยความสวยงามของเส้นสายรอบตัวถังตามหลักอากาศพลศาสตร์ ทำให้ผู้ขับขี่สัมผัสได้ถึงความเร็วและแรงอย่างนุ่มนวลในทุกการขับขี่

   การออกแบบเน้นเพิ่มสมรรถนะด้วยการลดพื้นที่ว่างใต้ตัวรถให้เหลือน้อยที่สุดทำให้สมรรถนะการเกาะถนนดีขึ้น  เครื่องยนต์เป็นแบบบ๊อกเซอร์ 4 สูบ ขนาด 2,000 ซีซี  , DOHC 16 วาวส์  กำลังสูงสุด 200  แรงม้า ที่ 7,000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 205 นิวตันเมตรที่ 6,400 – 6,600 รอบต่อนาที พร้อมส่งกำลังไปยังล้อหลัง เพื่อทำให้เกิดความสมดุลย์ในระหว่างการขับขี่มากยิ่งขึ้น   เพิ่มความมั่นใจด้วยระบบควบคุมเสถียรภาพการขับขี่ (VSC)  และ SUBARU BRZ ได้ถูกพัฒนาอีกขั้นเพื่อประกาศความเป็นเจ้าแห่งรถยนต์ทางเรียบในรายการซุปเปอร์ จีทีอีกครั้งในชื่อ SUBARU BRZ GT300 

   SUBARU BRZ รุ่นล่าสุด มีให้เลือกทั้งรุ่นเกียร์ธรรมดา ราคา 2,080,000 บาท และรุ่นเกียร์อัตโนมัติ2,130,000 บาท สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมซูบารุทั่วประเทศ

ขนาดและน้ำหนัก

- ยาว / กว้าง / สูง (มม.) 4,240 / 1,775 / 1,425

- ฐานล้อ (มม.) 2,570

- ขนาดยาง 215 / 45 R17

- น้ำหนักสุทธิ (กก.) 1,256 1,278

- ระยะห่างใต้ท้องรถ (มม.) 120 130

เครื่องยนต์

- ประเภท เบนซินสูบนอน 4 สูบ 4 จังหวะ DOHC 16 วาล์ว

- ปริมาตรกระบอกสูบ (cc) 1,998

- แรงม้า (PS / rpm) 200 / 7,000

- แรงบิด (Nm / rpm) 205 / 6,400 - 6,600

- ปริมาตรถังน้ำมัน (ลิตร) 50

ตัวถังและช่วงล่าง

- ระบบส่งกำลัง เกียร์ธรรมดา 6 สปีด เกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

- ระบบเบรค (หน้า / หลัง) ดิสก์เบรกพร้อมครีบระบายความร้อน

- ช่วงล่าง (หน้า / หลัง) แม็คเฟอร์สันสตรัท / ดับเบิ้ลวิชโบน

อุปกรณ์ภายนอก

- ไฟหน้า HID ปรับระดับอัตโนมัติ ระบบล้างไฟหน้า

- ไฟตัดหมอก หน้า / หลัง ท่อไอเสียแบบคู่

- กระจกมองข้างปรับไฟฟ้า

ระบบความปลอดภัย

- ถุงลมนิรภัย SRS พร้อมม่านนิรภัย ระบบป้องกันการโจรกรรม Engine Immobilizer

- เบรค ABS 4-Sensor / 4-Channel ถุงลมนิรภัยบริเวณหัวเข่าฝั่งคนขับ

- คานเหล็กนิรภัยบริเวณประตูข้าง ระบบควบคุมเสถียรภาพ (VSC)

- จุดยึดเบาะนั่งนิรภัยสำหรับเด็ก (tether anchors) LSD (Limited Slip Differential-Torsen)

ฟังก์ชั่นและสิ่งอำนวยความสะดวก

- กุญแจอัจฉริยะ พร้อมปุ่มสตาร์ท พวงมาลัยปรับระดับได้

- เครื่องเสียง Premium 1 CD พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง ระบบควบคุมความเร็ว (Cruise Control)

- เบาะหลังพับได้ มาตรวัดแบบ Digital และ Analog

- ไฟหน้า เปิด / ปิด อัตโนมัติ ระบบปรับอากาศอัตโนมัติแบบแยกการควบคุม พร้อมแผ่นกรองอากาศ

- ช่องเสียบ USB และ Auxiliary บริเวณคอนโซลกลาง เบาะ Alcantara

 
 

NEW CARS THAILAND : The new C-Class Coupé รุ่นประกอบในประเทศ พร้อมรถหรูหลากรุ่นบุกงาน motor expo 2016

Monday, 21 November 2016 10:50

 

 

 

 

   บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด สานต่อความเป็นผู้นำตลาดรถยนต์หรู เปิดตัวยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดกว่า 5 รุ่น ทั้ The new C-Class Coupé  รุ่นประกอบในประเทศไทย, The new C-Class Cabriolet, The CLA-Class รุ่นปรับโฉมใหม่, The new E-Class Estate ที่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย และ Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé รวมทั้งจัดทัพนำขบวนยนตรกรรมหรูกว่า 30 คัน มาจัดแสดงภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โป หรือมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 1 –12 ธันวาคม 2559 ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี

   มร.ไมเคิล เกรเว่ ประธานบริหาร บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า  “จากแนวทางการดำเนินงานของบริษัทฯ ที่มีความมุ่งมั่นในการนำเสนอ “สิ่งที่ดีที่สุด” ให้กับลูกค้า ทั้งในวันนี้และวันข้างหน้ามาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา เราไม่เคยหยุดนิ่งที่จะสร้างสรรค์ยนตรกรรมรุ่นใหม่ๆ ที่สามารถตอบสนองทุกความต้องการ และทุกไลฟ์สไตล์ของลูกค้า ดังนั้น ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปครั้งนี้ เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จึงมีความภาคภูมิใจนำเสนอยนตรกรรมใหม่ล่าสุดกว่า 5 รุ่น ที่สะท้อนคุณค่าของแบรนด์ ทั้งในด้านความหลงใหล (Fascination) และความสมบูรณ์แบบ (Perfection) ออกมาอย่างลงตัว ทั้งในกลุ่ม Compact Car, Contemporary Luxury และ Dream Car รวมถึงการจัดแสดงยนตรกรรมในกลุ่ม SUVs และรถยนต์รุ่นอื่นๆ ที่ได้รับความนิยมอีกกว่า 30 คัน เพื่อให้ลูกค้าเมอร์เซเดส-เบนซ์ได้เลือกสรรอย่างครบครันอีกด้วย”

   มร.ฟรังค์ ชไตน์อัคเคอร์ รองประธานบริหาร ฝ่ายขายและการตลาด บริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับไฮไลท์พิเศษของเมอร์เซเดส-เบนซ์ ภายในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปปีนี้ คือ การนำเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ล่าสุดพร้อมกันถึง 5 รุ่น นำโดย  The new C-Class Coupé รุ่นประกอบในประเทศไทย, The new C-Class Cabriolet, The CLA-Class รุ่นปรับโฉมใหม่, The new E-Class Estate ที่เปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย และ Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé รวมถึงยนตรกรรมหรูอีกกว่า 30 คัน มาจัดแสดงให้ลูกค้าได้สัมผัสกันอย่างใกล้ชิด

The new C-Class Coupé

   The new C-Class Coupé เป็นยนตรกรรมสไตล์สปอร์ตคูเป้เจนเนอเรชั่นล่าสุดในกลุ่ม Dream Car ที่ประกอบในประเทศไทย โดดเด่นด้วยรูปลักษณ์ที่ได้รับการพัฒนาให้มี ความสปอร์ต ปราดเปรียวยิ่งขึ้นพร้อมการออกแบบและตกแต่งภายในที่ให้ความหรูหรา มีระดับ  ผสานกับการใช้เทคโนโลยีขั้นสูงในส่วนต่างๆ เพื่อเพิ่มสมรรถนะให้ทุกการขับขี่รื่นรมย์ และ  เต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์สปอร์ตเรียกได้ว่า The new C-Class Coupé เจนเนอเรชั่นล่าสุดนี้เป็น การสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับกลุ่มยนตรกรรมสปอร์ตสองประตูระดับพรีเมี่ยมอย่างแท้จริง โดยมีให้เลือก 2 รุ่นด้วยกัน ด้วยกัน  คือ The new C 250 Coupé Sport และ The new C 250 Coupé AMG Dynamic

   สำหรับ ดีไซน์ภายนอก ของ The new C-Class Coupé โฉมใหม่นี้ ดูแข็งแกร่ง โฉบเฉี่ยว และเร้าใจมากยิ่งขึ้น สำหรับ ดีไซน์ภายใน ได้รับการตกแต่งให้ดูเรียบง่ายแต่เคร่งขรึม  แฝงด้วยความเร้าใจสไตล์สปอร์ตมากกว่าที่เคย พร้อมเทคโนโลยีด้านความปลอดภัยและระบบช่วยเหลือผู้ขับขี่มากมายเป็นอุปกรณ์มาตรฐาน อาทิ ระบบช่วยการนำรถเข้าจอดแบบอัตโนมัติ, ระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ, ระบบช่วยเหลือเพื่อความปลอดภัยก่อนเกิดเหตุ และระบบไฟหน้าปรับอัตโนมัติตามสภาพถนน นอกจากนี้ The new C 250 Coupé Sport ยังมาพร้อมกับกล้องแสดงภาพขณะถอยหลัง (Reversing Camera) ในขณะที่ The new C 250 Coupé AMG Dynamic มาพร้อมกับกล้องแสดงภาพรอบทิศทาง (360 Degrees Camera), หลังคาแบบ  พาโนรามิคซันรูฟ, หน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่บนกระจกบังลมหน้า และระบบเครื่องเสียง Burmester® พร้อมระบบ DSP amplifier แบบรอบทิศทาง พร้อมลำโพง 13 ตัว

   นอกจากนี้ทางบริษัท เมอร์เซเดส-เบนซ์ (ประเทศไทย) ยังได้เปิดตัว The new Mercedes-AMG C 43 4MATIC Coupé รุ่นใหม่ในงานนี้เป็นครั้งแรกในประเทศไทยเพื่อเติมเต็มและตอบสนองความต้องการของผู้ที่ชื่นชอบความเร็วและแรงของเครื่องยนต์สปอร์ตระดับรถแข่งฟอร์มูล่าวันโดยไม่ทิ้งดีไซน์สุดพรีเมี่ยมที่เป็นเอกลักษณ์ของ C-Class Coupé เครื่องยนต์ V6 ที่ใช้ในรถรุ่นนี้เรียกได้ว่าเป็นเครื่องยนต์ที่แรงที่สุดในกลุ่มรถยนต์ประเภทเดียวกันของเมอร์เซเดส-เบนซ์ อีกทั้งยังมาพร้อมกับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) ใหม่ล่าสุดที่มีฟังก์ชั่น Double Declutch ทำให้ผู้ขับขี่สามารถเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

The new C 300 Cabriolet

   The new C-Class Cabriolet เป็นรถยนต์เปิดประทุนรุ่นแรกที่ผสมผสานดีไซน์หรูหราโดดเด่นของรถยนต์ซาลูนตระกูล C-Class เข้ากับความสปอร์ตปราดเปรียวและเร้าใจของรถยนต์สไตล์ Coupé ไว้ได้อย่างลงตัว มาพร้อมกับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 9 จังหวะ (9G-TRONIC) และหลังคาซอฟท์ท็อปรูปแบบเดียวกับรุ่น S-Class Cabriolet ที่ได้มาตรฐานทั้งในเรื่องความทนทานและการใช้งาน โดยหลังคาสามารถกางเปิดหรือพับปิดได้ในเวลาเพียง 21 วินาที ขณะที่รถวิ่งที่ความเร็วสูงสุด 50 กม./ชม. ด้วยหลังคาที่เป็นผ้าใบนี้เองที่ทำให้ The new C 300 Cabriolet เป็นรถยนต์ที่มีน้ำหนักเบา รวมไปถึงการใช้วัสดุที่เป็นอลูมินัมอัลลอยในการประกอบทั้งสปอยเลอร์ ฝากระโปรงหน้า และฝากระโปรงหลังของตัวรถ

   ด้าน ดีไซน์ภายนอก ของ The new C 300 Cabriolet มาพร้อมกับเส้นสายลวดลายอันทรงพลัง ด้วยกระจังหน้า diamond grille สีเงินพร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ พร้อมเพิ่มลุคสปอร์ตด้วยคิ้วโครเมียมที่ตกแต่งบริเวณชายกันชนด้านหน้า และล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 18 นิ้ว สำหรับ ดีไซน์ภายใน บ่งบอกถึงความหรูหราในสไตล์ของรถยนต์ในตระกูล C-Class ได้เป็นอย่างดี ด้วยการเลือกใช้วัสดุชั้นดีมีคุณภาพสูง ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งหุ้มหนังที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับกับทุกสรีระของผู้โดยสาร พวงมาลัยสปอร์ตแบบมัลติฟังก์ชั่น (Multifunction Sports Steering Wheel) และยังมีระบบรักษาความปลอดภัยที่ออกแบบมาจากการวิจัยอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในชีวิตจริง เช่น ระบบช่วยเตือนอาการเหนื่อยล้าขณะขับรถ (ATTENTION ASSIST) และระบบช่วยเบรกแบบแอคทีฟ (Active Brake Assist) ที่จะทำหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนเมื่อระยะห่างระหว่างรถคันข้างหน้าน้อยเกินไป และอีกมากมาย

The CLA-Class

   The CLA-Class สปอร์ตคูเป้ 4 ประตู ที่โดดเด่นด้วย ดีไซน์ภายนอก ที่ได้รับการออกแบบให้มีความผสมผสานกันระหว่างความเร้าใจแบบสปอร์ตและความปราดเปรียว โดยรุ่น CLA 200 Urban มาพร้อมกับกระจังหน้า diamond grille สีดำ พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ และล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้วแบบทูโทน ส่วน CLA 250 AMG Dynamic มาพร้อมกับ  กระจังหน้า diamond grille สีเงิน พร้อมตราสัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์, ล้ออัลลอยดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ขนาด 18 นิ้ว, ชุดแต่ง AMG bodystyling (กันชนหน้า-หลัง และสเกิร์ตข้าง), ดิสก์เบรกหน้าแบบมีช่องระบายความร้อน, สัญลักษณ์เมอร์เซเดส-เบนซ์ บนคาลิปเปอร์เบรกหน้า และหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า (Electric panoramic sliding glass sunroof) นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมกับชุดอุปกรณ์มาตรฐาน อย่าง ปลายท่อไอเสียเสริมโครเมียม 2 ท่อ, ไฟหน้าแบบ LED High Performance, ไฟ daytime สำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED  ในกรอบไฟหน้า และไฟส่องสว่างอัตโนมัติในที่มืด

   ดีไซน์ภายใน ได้รับการออกแบบอย่างทันสมัย ด้วยดีไซน์ของความแตกต่างที่ผสานกันได้อย่าง ลงตัว โดย CLA 200 Urban ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น และ CLA 250 AMG Dynamic ตกแต่งด้วยเบาะนั่งหุ้มหนัง ARTICO สลับ DINAMICA microfibre สีดำ ตกแต่งด้วยด้ายสีแดง พร้อมพวงมาลัยมัลติฟังก์ชั่น, ชุดคันเร่งและแป้นเบรกแบบสปอร์ต รวมถึงที่วางแขนสำหรับเบาะนั่งด้านหลัง นอกจากนี้ทั้งสองรุ่นยังมาพร้อมกับประโยชน์การใช้สอยที่โดดเด่น อย่าง ปุ่มสตาร์ทเครื่องยนต์ (Push start), วิทยุ-ซีดี MB Audio 20 พร้อมจอแสดงผลขนาด 8 นิ้ว, ระบบสำหรับเชื่อมต่อโทรศัพท์เคลื่อนที่ (Bluetooth), ระบบรองรับการใช้งานระบบนำทาง (Pre-installation SD-Card Navigation), ฟังก์ชันเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือระบบปฏิบัติการ iOS (Apple CarPlay™)

   สำหรับ ห้องโดยสารภายใน ของทั้ง 2 รุ่น มาพร้อมกับเบาะนั่งสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารด้านหน้าปรับระดับด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมหน่วยบันทึกความจำ โดยเบาะนั่งด้านหลังสามารถ พับได้ทั้ง 1:3 / 2:3 ตามความต้องการ, ระบบควบคุมอุณหภูมิอัตโนมัติ THERMOTRONIC แบบ 2 โซน, ไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารแบบ 12 สี เป็นต้น

The new E-Class Estate

   The new E-Class Estate ซึ่งนับเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทยภายในงานนี้ โดยยนตรกรรมรุ่นนี้นับเป็นการผสานความสะดวกสบาย ความปลอดภัย และความสง่างามของรถยนต์แบบซาลูน เข้ากับประสิทธิภาพของการใช้งานในชีวิตประจำวันของรถยนต์แบบ เอสเตทได้อย่างลงตัว โดย ดีไซน์ภายนอก มาพร้อมกับเส้นสายหลังคาลาดเอียงเสริมลุคที่ดูสปอร์ต โฉบเฉี่ยว พร้อมชุดแต่งรอบคันแบบ AMG Bodystyling ห้องโดยสารภายใน ตกแต่งด้วยเบาะหนัง Nappa พร้อมด้วยระบบไฟเรืองแสงล้อมรอบห้องโดยสารด้วยเทคโนโลยี  Full LED ที่สามารถปรับเปลี่ยนได้ถึง 64 สี, ระบบเครื่องเสียง Burmester® ติดตั้งระบบเสียงรอบทิศทางแบบ DSP Amplifier พร้อมลำโพง 13 ตัว, กล้องแสดงภาพรอบทิศทาง 360˚ camera และหลังคาแบบพาโนรามิคซันรูฟ นอกจากนี้รถยนต์รุ่นนี้ยังได้รับการออกแบบให้มีพื้นที่บรรจุสัมภาระอันกว้างขวางที่มีความจุถึง 670-1,820 ลิตร พร้อมด้วยเบาะที่นั่งผู้โดยสารด้านหลังที่สามารถพับลงได้แบบ 40:20:40 ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดายเพื่อให้สอดคล้องกับปริมาณและรูปแบบสัมภาระของผู้ใช้ในแต่ละครั้ง รวมถึงรถยนต์รุ่นนี้ยังสามารถปรับพนักพิงของที่นั่งด้านหลังให้เอียงเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมประมาณ 10 องศา ซึ่งทำให้พื้นที่บรรจุสัมภาระเพิ่มมากขึ้นถึง 30 ลิตรอีกด้วย โดย The new E-Class Estate มาพร้อมกับอุปกรณ์ติดตั้งมาตรฐาน KEYLESS-GO Comfort package พร้อมฟังก์ชันเปิดบานประตูท้ายอัตโนมัติ HANDS FREE ACCESS รวมถึงแผ่นปิดที่เก็บสัมภาระด้านท้าย แบบดึงกลับ-เลื่อนเปิดขึ้นอัตโนมัติ

Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé

   Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé รถยนต์เอสยูวีคูเป้รุ่นล่าสุดจากค่าย AMG ที่มาพร้อมกับความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว จากดีไซน์ภายนอก จากชุดตกแต่ง AMG bodystyling  (กันชนหน้า-หลัง), ล้ออัลลอย ดีไซน์สปอร์ตจาก AMG ลาย 5 ก้านคู่ขนาด 22 นิ้ว ซึ่งมาช่วยเสริมความดุดันให้กับรถยนต์รุ่นนี้ได้เป็นอย่างดี ดีไซน์ภายใน โดดเด่นด้วยเบาะที่นั่งแบบสปอร์ตหุ้มหนัง Nappa สำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้าที่มีการเสริมปีกเบาะด้านข้างเป็นพิเศษ เพื่อเพิ่มความสปอร์ตยิ่งขึ้นกว่าเดิม แผงหน้าปัดด้านหน้าประกอบด้วยหน้าปัดทรงกลมขนาดใหญ่ 2 อัน ระบบ COMAND Online ควบคุมการทำงานวิทยุ-ดีวีดี และเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต พร้อม touchpad หน้าจอขนาด 8 นิ้ว ระบบเสียงรอบทิศทาง Harman Kardon® Logic7® รวมถึงหลังคาพาโนรามิคซันรูฟ เลื่อนเปิด-ปิดได้ด้วยระบบไฟฟ้า ด้านเทคโนโลยี มาพร้อมกับระบบ Dynamic Select ที่มีโหมดการขับขี่อันหลากหลาย ซึ่งทำให้ ผู้เป็นเจ้าของสามารถสัมผัสถึงการขับขี่แบบเร้าใจหรือการขับขี่แบบนุ่มสบายตลอดการเดินทางได้ในคันเดียว โดย Dynamic Select มีโหมดการขับขี่ 4 แบบ คือ Individual ที่สามารถช่วยจดจำรูปแบบการขับขี่ของผู้ขับได้, Comfort ที่ช่วยให้ผู้ขับขี่รู้สึกผ่อนคลาย สะดวกสบายเหมือนขับรถซาลูน, Slippery เหมาะกับการวิ่งบนถนนที่ลื่น, Sport เน้นการเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ รถรุ่นนี้ยังได้ติดตั้งระบบกันสะเทือนแบบอากาศพร้อมระบบควบคุมระดับ ADS (Adaptive Damping System) เพื่อรองรับการขับขี่ในทุกสภาพถนน

   Mercedes-AMG GLE 43 4MATIC Coupé มาพร้อมกับระบบส่งกำลังแบบ 9G-TRONIC และเครื่องยนต์แบบ V6 เทอร์โบคู่ ซึ่งนับเป็นเครื่องยนต์รุ่นหนึ่งในตระกูลบลูไดเรกต์ของ เมอร์เซเดส-เบนซ์ ที่มีจุดเด่นในเรื่องระบบแรงดันเสริมท่อสำหรับนำอากาศของชุดเทอร์โบ (boost pressure) ส่งผลให้สามารถเพิ่มแรงม้าและแรงบิดของเครื่องยนต์รุ่นนี้ได้

   ยนตรกรรมอื่นๆ ในบูธเมอร์เซเดส-เบนซ์ นอกจากนี้เมอร์เซเดส-เบนซ์ยังได้เตรียมขนขบวนสุดยอดยนตรกรรมรวมทั้งสิ้นกว่า 30 คัน   ในทุกเซ็กเมนต์ และรถยนต์รุ่นยอดนิยมอื่นๆ อาทิ The CLA-Class Shooting Brake, The SLC-Class, The GLC-Class Coupé, Mercedes-Maybach, The S-Class Cabriolet, The CLS-Class, The GLS-Class, The G-Class, The SL-Class, The GLE-Class Coupé,  The GLA-Class, The new C 350 e, The GLE 500 e, The S 500 e เมอร์เซเดส-เบนซ์ ขอเชิญท่านพบกับขบวนสุดยอดยนตรกรรมรุ่นใหม่ล่าสุดและยนตรกรรมหลากหลายรุ่น ในงานมอเตอร์เอ็กซ์โปหรือมหกรรมยานยนต์ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 1 –12 ธันวาคม 2559  ณ อิมแพค ชาเลนเจอร์ ฮอลล์ เมืองทองธานี

 
 

NEW CARS THAILAND : TOYOTA YARIS TRD Sportivo Limited Edition สีสันใหม่เร้าใจยิ่งขึ้น!

Wednesday, 16 November 2016 09:31

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด ได้แนะนำรถยนต์โตโยต้ายาริส คอมแพคแฮทช์แบ็คยอดนิยมเข้าสู่ตลาดประเทศไทยเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนมกราคมปี พ.ศ. 2549 และได้รับการยอมรับเป็นอย่างดี ทั้งคุณลักษณะที่โดดเด่น สะท้อนความเป็นตัวของตัวเอง รวมถึงคุณภาพ สมรรถนะ ความประหยัดน้ำมัน ตลอดจนระบบมาตรฐานความปลอดภัยที่สมบูรณ์แบบ จนสามารถครองใจลูกค้าชาวไทย ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 125,000 คัน (ข้อมูลยอดขายสะสมถึงเดือนตุลาคม พ.ศ. 2559)

    โตโยต้ามีการแนะนำรถยนต์รุ่นพิเศษ TRD Sportivo ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2551 และ   โตโยต้ายาริส เป็นอีกหนึ่งรุ่นที่มีรุ่นพิเศษ Yaris TRD Sportivo เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกให้กับลูกค้าที่ชื่นชอบรถยนต์นั่งคอมแพคแฮทช์แบ็ค ในสไตล์สปอร์ต ซึ่งที่ผ่านมา Yaris TRD Sportivo ได้รับการตอบรับจากลูกค้าเป็นอย่างดี

   ล่าสุดโตโยต้าได้เพิ่มทางเลือกใหม่ ด้วยการเปิดตัว Yaris TRD Sportivo (Limited Edition) ที่มาพร้อมกับสีเหลืองใหม่ โดดเด่นสะดุดตา อีกหนึ่งทางเลือกพิเศษสุดให้กับลูกค้าที่ชอบความคล่องตัว ขับสนุก และประหยัดน้ำมันเหมาะสำหรับการเดินทางในเมือง ซึ่งเพิ่มความสปอร์ตโฉบเฉี่ยว เต็มขั้นมากขึ้นด้วยชุดแต่ง TRD Sportivo รอบคัน และล้ออัลลอยดีไซน์เท่ขนาด 15 นิ้ว ภายในสปอร์ตเข้มใหม่สีดำสลับเหลือง และเบาะหนังดีไซน์ใหม่สีดำเดินด้ายเหลือง  พร้อมเพิ่มเติมฟังก์ชั่นการใช้งานของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกต่างๆให้ครบครันมากยิ่งขึ้น

   ภายนอก โดดเด่นกับชุดแต่ง TRD Sportivo รอบคันกับสีเหลืองใหม่  พร้อมบรรจุอุปกรณ์ตกแต่งและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกในการขับขี่มากมาย  ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้ามาพร้อมไฟหน้า LED Daytime Running Lights และไฟตัดหมอกใหม่  , ติดตั้งล้ออัลลอย 15 นิ้ว ดีไซน์ใหม่  ,ติดตั้งกล้องมองหลัง สะดวกในการถอยจอดชัดเจนทุกมุมมอง ,ชุดแต่งหลังคาโฉบเฉี่ยว พร้อมสัญลักษณ์ TRD Sportivo สะท้อนภาพลักษณ์สปอร์ต และผนึกสัญลักษณ์ TRD Sportivo ดีไซน์โดดเด่น สะท้อนเอกลักษณ์ความสปอร์ตทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

   ภายในห้องโดยสารเน้นความสปอร์ตสปอร์ต พร้อมตอบสนองไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ การตกแต่งที่น่าสนใจมีทั้งภายในสีดำสลับเหลืองสไตล์สปอร์ต ตกแต่งด้วยแผงคอนโซลลายไฮโดรกราฟฟิคสีเหลือง และแผงควบคุมวิทยุและระบบปรับอากาศเปียโนแบล็ค , หัวเกียร์หุ้มหนังตกแต่งด้วยแถบเปียโนแบล็ค  , เบาะหนังดีไซด์ใหม่สีดำเดินด้ายเหลืองเหลือง เติมเต็มอารมณ์สปอร์ต และภาคบันเทิงมาพร้อมหน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว เครื่องเล่น DVD/ CD/ MP3/ MP4/ WMA พร้อมช่องต่อ USB/ Micro HDMI/ SD-Card/ Bluetooth และรองรับ T-CONNECT

TOYOTA Yaris TRD Sportivo มีให้เลือก  3 สี

-สีเหลือง... Yellow ใหม่! (Limited Edition)

-สีขาว…Super White ll

-สีส้ม…Orange Metallic

ราคา (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและเครื่องปรับอากาศ)     649,000 บาท

** ราคาดังกล่าวเป็นราคารถยนต์พร้อมอุปกรณ์มาตรฐานที่ผลิตจากโรงงาน รวมราคาชุดอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

   เชิญสัมผัส Yaris TRD Sportivo (Limited Edition) สีเหลืองใหม่ ที่โชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 462 แห่งทั่วประเทศและในงาน “มหกรรมยานยนต์” ครั้งที่ 33 ระหว่างวันที่ 1-12 ธันวาคม 2559 ที่ ศูนย์แสดงสินค้า และนิทรรศการนานาชาติ อิมแพ็ค เมืองทองธานี

 
 

NEW CARS THAILAND : ออดี้ ประเทศไทย เพิ่มความคึกคักให้ตลาดรถสปอร์ต เปิดตัว Audi TTS Coupé สะกดทุกนิยามที่สุดไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์คาร์ แรง เร้าใจ

Thursday, 05 October 2017 14:39

 

 

 

 

 

 

   นายกฤษณะกร เศวตนันทน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออดี้ ประเทศไทย โดยบริษัท ไมซ์สเตอร์ เทคนิค จำกัด ผู้นำเข้าและผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ Audi อย่างเป็นทางการในประเทศไทย เปิดเผยว่าตามแผนกลยุทธ์มุ่งเสนอรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ที่มาพร้อมเทคโนโลยีล้ำสมัย และดีไซน์เหนือระดับ ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ลูกค้าแต่ละกลุ่มอย่างรวดเร็วและต่อเนื่อง ล่าสุดบริษัทได้นำเข้ารถยนต์สปอร์ตคอมแพค รุ่นล่าสุด Audi TTS Coupé ตอบสนองลูกค้าที่ต้องการเติมเต็มอารมณ์สปอร์ต และกำลังมองหารถสปอร์ตทรงพลัง สมรรถนะสูง ขับขี่สนุก เต็มไปด้วยความตื่นเต้นเร้าใจ แรง และให้มั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยสูงสุด 

   “บริษัทฯ ขอบคุณลูกค้าที่วางใจในแบรนด์ออดี้ และเลือกรถยนต์ออดี้ โดยเฉพาะรุ่น Audi TTS Coupé นั้น ได้รับการตอบรับจากลูกค้าในประเทศไทยอย่างมากมาย อย่างไรก็ตามเราพบว่ายังมีลูกค้าจำนวนไม่น้อยที่หลงใหล ชื่นชอบรถที่มีสมรรถนะสูง ขับสนุก แรง เร้าใจ หรือที่เรียกว่าไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์คาร์ บริษัทฯ จึงได้นำเข้ารุ่น Audi TTS Coupé รถสปอร์ตที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในยุโรปเข้ามาเพิ่มอีกหนึ่งรุ่น มั่นใจว่าด้วยเอกลักษณ์ที่โดดเด่นทั้งรูปลักษณ์ ดีไซน์ที่เฉียบคม เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีการขับขี่ล้ำสมัย ปลอดภัย และทรงพลังจะได้รับการตอบรับจากลูกค้าที่รอคอยรถไฮเพอร์ฟอร์แมนซ์คาร์จากแบรนด์ออดี้ และเชื่อว่าการมาของ Audi TTS Coupé จะเพิ่มดีกรีความคึกคักให้ตลาดรถสปอร์ตในประเทศไทย”

   นายกฤษณะกร กล่าวว่า Audi TTS Coupé เป็นรถสปอร์ตคอมแพค ที่ได้รับการออกแบบอย่างเยี่ยมยอดและเหนือชั้น ล้ำสมัย แต่มีความบึกบึน ตัวถังภายนอกเต็มไปด้วยมัดกล้าม แข็งแกร่ง ดุดัน ซึ่งเป็นสิ่งที่บรรดาวิศวกรผู้ออกแบบของออดี้ต้องการสื่อถึงความล้ำสมัย และความมีไดนามิกที่ดี โดยไม่หลงลืมเส้นสายหลักอันเป็นเอกลักษณ์ของต้นกำเนิด TT ตั้งแต่ปี 1998

   “ยนตรกรรม Audi รหัส TT ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษให้สามารถสร้างอารมณ์ร่วมระหว่างคนกับรถได้อย่างลงตัว โดยพลังอารมณ์จะถูกขับเคลื่อนด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และการออกแบบที่เยี่ยมยอดอันเป็นเอกลักษณ์ ซึ่งจากประวัติการออกแบบจะพบว่าจุดมุ่งหมายที่สำคัญคือการรักษาอารมณ์ที่คลาสสิกของ   เจนเนอเรชันแรกเอาไว้ให้ได้  โดยเฉพาะเส้นขอบล่างประตูที่เปล่งประกายช่วยให้รู้สึกได้ถึงพลังของรถ  ซุ้มล้อกว้าง เติมลูกเล่นด้วยรูปทรงเรขาคณิต เส้นแนวหลังคาที่ให้ความรู้สึกอิสระเป็นเส้นโค้งที่ลื่นไหลงดงาม โดยวิศวกรออดี้ยังให้ความสำคัญกับทุกรายละเอียด รวมถึงฝาเปิดถังน้ำมันรูปแบบคลาสสิก    เปิดด้วยการกด และในทางเทคโนโลยีออกแบบให้ไม่มีฝาด้านในอีกชั้น ทำให้สามารถเติมหัวจ่ายน้ำมันเข้าไปได้ทันทีเมื่อเปิดฝาด้านนอกเท่านั้น”

ทรงพลัง ขับสนุกสุดๆ

   Audi TTS Coupé นับเป็นยนตกรรมสปอร์ตทรงพลัง ที่มาพร้อมเครื่องยนต์เบนซินขนาด1,984 ซีซี     ให้กำลังสูงสุด 286 แรงม้าที่ 5,300-6,200 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 380 นิวตันเมตรที่ 1,800-5,200 รอบ/นาที อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. ในเวลา 4.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 250 กม./ชม.  

ดีไซน์สปอร์ต  

   แนวคิดโดยรวมในการออกแบบ Audi TTS Coupé เป็นการแสดงให้เห็นถึงวิวัฒนาการของเทคโนโลยีโครงสร้างใหม่ที่มีน้ำหนักเบาที่เรียกว่า Audi Space Frame (ASF) บนพื้นฐานแนวคิดแบบแยกส่วน   และใช้วัสดุที่แตกต่างกันไปตามความเหมาะสม ทั้งเหล็กร้อนขึ้นรูปอะลูมิเนียม ซึ่งทั้งหมดนี้ช่วยให้รถมีความปราดเปรียว ว่องไว ด้วยน้ำหนักเพียง 1,445 กิโลกรัมเท่านั้น ลดลงถึง 50 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนหน้านี้

   Audi TTS Coupé มีความยาวตัวถัง 4.19 เมตร ความยาวช่วงล้อ 2.5 เมตร โดดเด่นด้วยโอเวอร์แฮงก์  ที่สั้น ช่วยให้รถมีการทรงตัวที่ดี ควบคุมได้ง่าย และเพิ่มพื้นที่ในห้องโดยสารมากขึ้น การออกแบบหน้ารถคุมด้วยเส้นสายแนวนอน ช่วยให้ดูกว้าง มั่นคง แข็งแรง เสริมด้วยกระจังหน้าแบบชิ้นเดียว ไฟหน้าเพิ่มความโดดเด่นสะดุดตา ด้วยเทคโนโลยี LED สัญญาณเลี้ยวด้านท้ายแบบไดนามิก ทำงานโดยส่งสัญญาณเป็นไฟวิ่งไปยังทิศทางที่รถต้องการจะไป เป็นการเพิ่มการสื่อสารเพื่อกระตุ้นการรับรู้ของผู้ใช้รถใช้ถนนอื่นๆ ได้ดีขึ้น 

   นอกจากนี้ Audi TTS Coupé ยังมีนวัตกรรมใหม่สำหรับไฟเบรกดวงที่ 3 ที่โดดเด่นด้วยแนวเส้นไฟที่บางเฉียบวิ่งไปตามขอบของฝากระโปรงท้ายได้อย่างสวยงามลงตัว

ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ “quattro” ให้ทุกเส้นทาง เป็นเรื่องง่าย  

   Audi TTS Coupé มาพร้อมกับเทคโนโลยีระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ quattro” แบบอีเลคโทรไฮดรอลิค มัลติเพลทคลัทซ์ จะจัดการส่งกำลังจากเครื่องยนต์ไปยังล้อหน้าในการขับขี่ปกติ แต่หากอยู่ในบางสถานการณ์ที่ล้อหลังต้องการกำลัง เพื่อเพิ่มการทรงตัว หรือเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่ ระบบจะส่งกำลังไปยังล้อหลังภายในเสี้ยววินาที ในอัตราส่วนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ต่างๆ ซึ่งแตกต่างกันออกไป และหากผู้ขับขับขี่เลือกแบบสปอร์ต ระบบจะส่งกำลังไปที่ล้อหลังอย่างรวดเร็ว และทำซ้ำๆกันหลายครั้ง ช่วยให้ Audi TTS Coupé ผ่านเส้นทางโค้งได้อย่างง่ายดาย และในสถานการณ์ที่พื้นผิวค่อนข้างลื่น quattro”   จะเข้ามาควบคุมการส่งกำลังแต่ละล้อให้เหมาะสม เพื่อป้องกันไม่ให้รถลื่นไถล

   Audi TTS Coupé ยังมาพร้อม ระบบ Audi Drive Select อันชาญฉลาด ให้ผู้ขับได้เลือกใช้งานตามความเหมาะสม ทั้งสไตล์ในการขับขี่และสภาพถนน ประกอบไปด้วย comfort, auto, dynamic, efficiency  และ individual ซึ่งระบบต่างๆ เหล่านี้จะควบคุมการทำงานของช่วงล่าง เครื่องยนต์ และพวงมาลัย       ที่แตกต่างกัน ทำให้ทุกประสบการณ์ในการขับขี่มีความสนุกสนาน ส่วนระบบเกียร์ เป็นแบบดูอัล คลัทช์ ช่วยให้การเปลี่ยนเกียร์ทำได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้น ไม่มีจังหวะสะดุด โดยมีโหมด manual ให้เลือกเปลี่ยนเกียร์ได้เองจาก แพดเดิล ชิฟท์ ซึ่งติดตั้งไว้ที่ด้านหลังพวงมาลัย และในโหมด Efficiency รถจะรักษาความเร็วเมื่อผู้ขับถอนเท้าออกจากคันเร่ง

   ส่วนระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบ แมคเฟอร์สันสตรัท ผลิตจากอะลูมิเนียมช่วยให้มีน้ำหนักที่เบาลง ขณะที่ระบบพวงมาลัยออกแบบมาให้มีสัดส่วนที่แม่นยำในทุกองศาการเลี้ยว ขณะที่ช่วงล่างด้านหลังเป็นแบบ 4-ลิงค์ ช่วยให้จัดการกับแรงกระทำในทุกทิศทาง ไม่ว่าจะเป็นเป็นแนวยาวเมื่อรถเคลื่อนตัวหรือ  ชะลอตัว และแนวขวางเมื่อมีการหักเลี้ยวได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบ Audi magnetic ride ซึ่งเป็นระบบช่วยควบคุมระดับของ damping ให้เหมาะสมตามแต่ละสถานการณ์ขับขี่ และด้วยความประณีตในการออกแบบและเซ็ตอัพของโครงสร้างตัวถัง Audi TTS Coupé จึงเป็นรถที่ตอบสนองได้ดี มีการควบคุมการขับขี่ (handling) ที่แม่นยำ

   Audi TTS Coupé ได้รับการติดตั้งระบบควบคุมขับขี่ ESC ควบคุมการทำงานโดยใช้แรงเบรกจัดการกับล้อด้านที่อยู่ในด้านในของทางโค้ง เพื่อส่งกำลังไปยังล้อด้านนอกเพิ่มขึ้น ทำให้ทุกการขับขี่เต็มไปด้วยความสนุก มั่นใจ ด้านหน้าเป็นดิสค์เบรกแบบมีช่องระบายความร้อน มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 312 มม. และ 338 มม. แตกต่างกันตามขนาดเครื่องยนต์ เบรกมือไฟฟ้าใหม่จับที่ล้อหลัง มีน้ำหนักที่ลดลงจากคาลิปเปอร์เบรกที่ผลิตจากอะลูมิเนียมน้ำหนักเบา 

ห้องโดยสารหรู สปอร์ต ล้ำสมัย

   ภายในห้องโดยสารของ Audi TTS Coupé ได้รับการออกแบบให้ดูสปอร์ต และกว้างขวาง โดยยึดความสะดวกสบายคล่องตัวของผู้ขับขี่เป็นศูนย์กลาง หากมองจากด้านบน จะเห็นเส้นสายการออกแบบของแผงคอนโซลหน้าที่ให้ความรู้สึกถึงปีกเครื่องบิน ช่องอากาศเครื่องปรับอากาศทรงกลม ให้ความรู้สึกถึง เครื่องยนต์เจ็ท ระบบปรับอากาศเป็นแบบอัตโนมัติ ระบบอากาศหมุนเวียน อุปกรณ์ภายในได้รับการปรับเปลี่ยนทั้งสีและวัสดุ เพื่อขับอารมณ์สปอร์ตออกมาให้ได้มากที่สุด ขณะที่เบาะนั่งแบบสปอร์ตติดตั้งอยู่ในตำแหน่งที่ต่ำ เพิ่มความรู้สึกสปอร์ตในการควบคุมขับขี่ ลดศูนย์ถ่วงลง และตัวเบาะมีน้ำหนักลดลง        5 กิโลกรัม เมื่อเทียบกับเบาะนั่งที่ใช้ในรุ่นก่อนหน้านี้

   Audi TTS Coupé ยังได้รับการติดตั้งเบาะที่เรียกว่า S sport seats หุ้มด้วยหนัง Fine nappa leather ที่มีความละเอียดของผิวสัมผัสสูง ตัดเย็บแบบ diamond cut เป็นอุปกรณ์มาตรฐาน ภายในห้องโดยสารเต็มไปด้วยความล้ำสมัยกับอุปกรณ์ดิจิทัลต่างๆ มาพร้อมหน้าจอที่ผู้ขับเลือกปรับได้ 2 โหมด คืออินโฟเทนเมนต์ เกี่ยวกับการขับขี่ที่จะแสดงถึงความคลาสสิกว่าสามารถอยู่ร่วมกับความล้ำสมัยได้อย่างลงตัว     ผ่านรูปทรงของมาตรวัดต่างๆ ทั้งมาตรวัดความเร็ว และมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ นอกจากนี้ก็ยังใช้งานระบบนำทางผ่านหน้าจอนี้ได้เช่นกัน โดยการออกแบบทั้งหมดมีเป้าหมายเพื่อให้มีการใช้งานได้คล่องตัว

   โดยรวมแล้ว Audi TTS Coupé มีการพัฒนาจากภานนอกสู่ภายใน หมายถึงการให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่เป็นหลัก จากนั้นจึงพัฒนาส่วนต่างๆ ให้ตอบสนองได้อย่างเต็มที่ ทั้งอุปกรณ์มาตรฐานต่างๆ พวงมาลัยมัลติฟังก์ชันรูปทรงสปอร์ต ง่ายและสะดวกต่อการควบคุม การควบคุม MMI ได้รับการพัฒนาใหม่ เพิ่มความสะดวกในการใช้งาน ทั้งระบบนำทาง MMI navigation ปุ่มควบคุม MMI touch สามารถควบคุมสั่งการได้ง่าย เช่นการขยายแผนที่ หรือป้อนตัวอักษรจากปุ่มนี้ การออกแบบทั้งหมดได้แรงบันดาลใจมาจากสมาร์ทโฟน ที่ช่วยให้เข้าถึงฟังก์ชันสำคัญทั้งหมดได้ด้วยการคลิกเพียงไม่กี่ครั้ง และยังสามารถเชื่อมโยงฟังก์ชันต่างๆ ได้อย่างชาญฉลาดอีกด้วย

   สำหรับกลุ่มเป้าหมายของ Audi TTS Coupé ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ออดี้ ประเทศไทย กล่าวว่า เราได้นำเข้ามาเป็นพิเศษสำหรับคนที่ชอบรถสปอร์ต  สมรรถนะสูง เครื่องแรง เร้าใจ Audi TTS Coupé quattro (Fine nappa leather) ราคา 4,599,000  บาท นอกจากนี้แล้วทางบริษัทฯ ยังนำเสนอ Audi TTS Coupé quattro เวอร์ชันเบาะสปอร์ต หุ้มด้วยหนัง Alcantara ตัดเย็บแบบ diamond cut เพื่อปลุกเร้าอารมณ์สปอร์ต  กับหนัง Alcantara ที่นิยมใช้ในรถสปอร์ตระดับพรีเมียม

   Audi TTS Coupé quattro เบาะหนัง Alcantara มีจำนวนจำกัด และพร้อมให้คุณได้ครอบครองก่อนใครด้วยราคาพิเศษ 4,499,000 บาท  

   รถ Audi ทุกคันมาพร้อมโปรแกรม Audi Protection ที่ให้การรับประกันรถใหม่ 5 ปี หรือระยะทาง 150,000 กิโลเมตร และการให้บริการช่วยเหลือฉุกเฉิน Roadside Assistance ทั่วประเทศ 24 ชั่วโมง นาน 5 ปี ลูกค้าที่สนใจสามารถสอบถามข้อเสนอพิเศษต่างๆ หรือทดลองขับ Audi TTS Coupé ใหม่ได้ที่โชว์รูม ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ หรือติดต่อ 02 023 4888 (ฝ่ายลูกค้าสัมพันธ์)

 
 

NEW CARS THAILAND : TOYOTA HILUX REVO เจนเนอเรชั่นที่ 8 เปิดตัวครั้งแรกในโลก

Thursday, 21 May 2015 13:21

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    เปิดตัวครั้งแรกในโลกเรียบร้อยแล้วสำหรับ TOYOTA HILUX REVO เจนเนอเรชั่นที่ 8 โดยทีมผู้บริหารระดับสูงของโตโยต้าร่วมให้รายละเอียดผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างครบถ้วน เริ่มตั้งแต่ มร.เคียวอิจิ ทานาดะ เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น  กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค มาร์เก็ตติ้ง แอนด์เซลส์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เอเชีย แปซิฟิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ แมนูแฟคเจอริ่ง และกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด และ มร.ฮิโรกิ นาคาจิมะ หัวหน้าวิศวกรอาวุโส เจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท     โตโยต้า มอเตอร์ คอร์ปอเรชั่น พร้อมด้วย นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด

   อดีตที่ผ่านมาโตโยต้า เริ่มต้นสายการผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี พ.ศ.2511 โดยใช้ชื่อทางการค้าว่า “ไฮลักซ์” ประสบความสำเร็จได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงตลอดระยะเวลาเกือบ 50 ปี ต่อมาในปี พ.ศ. 2547 โตโยต้า ได้สร้างปรากฏการณ์ ให้กับตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ด้วยการแนะนำรถไฮลักซ์ เจเนอเรชั่นที่ 7 ภายใต้โครงการ “IMV: Innovative International Multi-Purpose Vehicle” ซึ่งนับเป็นครั้งแรกของโตโยต้าที่มีการย้ายฐานการผลิตรถกระบะขนาด 1 ตัน จากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย และสร้างปรากฏการณ์ใหม่ของตลาดรถกระบะขนาด 1 ตัน ได้รับการตอบรับอย่างดีจากลูกค้าทั่วโลก ด้วยคุณภาพการผลิตมาตรฐานระดับโลก ในด้านสมรรถนะการขับขี่ ความประหยัดน้ำมัน ประโยชน์ใช้สอยและคุ้มค่า สามารถครองใจลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ

   นับตั้งแต่การแนะนำรถกระบะไฮลักซ์ เจนเนอเรชั่นที่ 1 ในปี พ.ศ. 2511 รถกระบะไฮลักซ์ ได้จำหน่ายให้แก่ลูกค้ากว่า 16 ล้านคน ในกว่า 180 ประเทศทั่วโลก จนสามารถกล่าวได้ว่ารถกระบะ ไฮลักซ์ เป็นรถกระบะในดวงใจของลูกค้ามากที่สุดในโลก สำหรับรถกระบะไฮลักซ์เป็นผลิตภัณฑ์หลักของโตโยต้าที่จำหน่ายทั่วโลก ผลิตจากโรงงานโตโยต้า 6 ประเทศ โดยประเทศไทยนับเป็นศูนย์กลางการผลิตที่ใหญ่ที่สุด คิดเป็นสัดส่วนถึง 70 % ของยอดผลิตทั่วโลก

   ไฮลักซ์ เจนเนอเรชั่นที่ 8 นี้ นับเป็นความภาคภูมิใจของโตโยต้า ถือได้ว่าเป็นการปฏิวัติทุกมิติของรถกระบะอย่างแท้จริงกับการเปลี่ยนโฉมในทุกตารางนิ้วเพื่อตอบสนองทุกความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้าอย่างเหนือความคาดหมาย ภายใต้ชื่อใหม่ว่า Hilux REVO (ไฮลักซ์ รีโว่)

   ทีมวิศวกรโตโยต้าได้สร้างสรรค์ Hilux REVO ด้วยแรงบันดาลใจในการออกแบบและพัฒนา เพื่อให้ Hilux REVO เป็นรถกระบะผู้กำหนดนิยามใหม่แห่ง “ความแกร่ง” สะท้อนภาพลักษณ์ตามแนวคิด “ยุคใหม่แห่งกระบะ  ทุกตารางนิ้วต้องไฮลักซ์” ด้วยเครื่องยนต์ใหม่บนโครงสร้างแชสซีส์ใหม่กับแรงบิดที่สูงขึ้น ลดระดับเสียงรบกวนจากการทำงานของเครื่องยนต์ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพการประหยัดน้ำมันเชื้อเพลิง  ระบบเกียร์แบบ 6 สปีดใหม่ที่ช่วยปลดปล่อยศักยภาพของเครื่องยนต์ใหม่อย่างเต็มสมรรถนะ  ระบบกันสะเทือนใหม่ที่นุ่มนวลยิ่งขึ้น ถูกออกแบบเป็นพิเศษให้เหมาะกับสภาพถนนของประเทศไทยโดยเฉพาะ ให้ความนุ่มนวลในการขับขี่เฉกเช่นรถ SUV ระดับหรู   ดีไซน์ใหม่ที่แข็งแกร่งและเต็มเปี่ยมไปด้วยระบบความปลอดภัยเหนือระดับกว่ารถรุ่นเดียวกัน

  

   นายวุฒิกร สุริยะฉันทนานนท์ กล่าวว่า Hilux REVO เป็นการพลิกโฉมครั้งยิ่งใหญ่ กับรถกระบะที่ถูกพัฒนาเพื่อปฏิวัติโลกยนตรกรรม ทั้งในวันนี้และอนาคต โดยชื่อ Hilux REVO มาจากคำว่า REVOLUTION” ซึ่งมีความหมายในการพัฒนา ไฮลักซ์ ใหม่ ในทุกมิติ ทุกตารางนิ้ว ผ่านจุดขายหลักทั้ง 6 จุด จึงเป็นที่มาของการสื่อสารทางการตลาด ภายใต้แนวคิด  “ไฮลักซ์ รีโว่ ปฏิวัติทุกมิติ แห่งกระบะอนาคต” โดยใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่มุ่งเน้นให้เกิดการรับรู้แบรนด์สูงสุด ด้วยแผนการสื่อสารการตลาดที่ครอบคลุมทุกช่องทาง พร้อมการประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อต่าง ๆ รวมทั้งสื่อดิจิตอลในเว็ปไซต์ เพื่อให้ลูกค้าได้รับทราบข้อมูลอย่างเต็มรูปแบบตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

   นอกจากนี้ โตโยต้า ยังได้มอบประสบการณ์การขับขี่ที่ดีเยี่ยมให้กับลูกค้าเพื่อให้เกิดการรับรู้สูงสุด เริ่มตั้งแต่การจัดกิจกรรมเปิดตัว Hilux REVO อย่างเป็นทางการที่ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา กรุงเทพฯ พร้อมงานเปิดตัวอย่างยิ่งใหญ่ใน 4 จังหวัดทั่วทุกภูมิภาค รวมทั้งที่โชว์รูมโตโยต้า 427 แห่งทั่วประเทศ ในวันที่ 22 – 24 พฤษภาคมนี้ ซึ่งเราได้จัดเตรียมรถทดลองขับไว้ให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่กันอย่างทั่วถึง โดยหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการเราจะไปสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าทุกภูมิภาคให้สัมผัส Hilux REVO ด้วยกิจกรรมคาราวาน “Hilux REVO โชว์ถึงถิ่นทั่วประเทศยิ่งไปกว่านั้น โตโยต้าจะเปิดสนามทดลองขับ Toyota ในช่วงไตรมาส 3 ซึ่งเป็นสนามทดลองขับมาตรฐาน ซึ่งลูกค้าที่สนใจสามารถมาร่วมสัมผัสประสบการณ์ในการขับขี่เพื่อพิสูจน์สมรรถนะกับ Hilux REVO ด้วยตัวคุณเอง

   Hilux REVO มีให้เลือกถึง 3 รุ่น 33 แบบ โดยเพิ่มสายผลิตภัณฑ์ใหม่ในรุ่นมาตรฐานขับเคลื่อน 4 ล้อ เพื่อตอบสนองการใช้งานของลูกค้า ทั้งนี้ Hilux REVO รุ่นดับเบิ้ลแค็บ และรุ่นมาตรฐาน พร้อมส่งมอบตั้งแต่วันนี้ สำหรับรุ่นสมาร์ทแค็บ สามารถจับจองเป็นเจ้าของได้ตั้งแต่วันนี้ โดยเริ่มทำการส่งมอบได้ตั้งแต่กลางเดือนมิถุนายน เป็นต้นไป

ALL NEW Hilux REVO เจนเนอเรชั่นที่ 8 กับจุดเด่น 6 จุด

REVOLUTION OF STYLING ปฏิวัติดีไซน์ใหม่ เร้าใจทุกมุมมอง

   ดีไซน์ใหม่หมดให้ความหรูหราผสานความโฉบเฉี่ยวดุดันด้วยเส้นสายที่เป็นเอกลักษณ์ จุดเด่นดึงดูดสายตาเริ่มตั้งแต่กระจังหน้าและกันชนหน้าสะท้อนสไตล์ด้วยเส้นสายที่สอดประสานกับชุดไฟหน้าที่เป็นแบบโปรเจคเตอร์พร้อมระบบปรับระดับอัตโนมัติ  พร้อมไฟ LED Daytime Running Light เพิ่มความโฉบเฉี่ยว และติดตั้งไฟตัดหมอกหน้าให้ความปลอดภัยขณะขับขี่เมื่อฝนตกหนัก หรือหมอกลงจัด  ไฟท้ายมาพร้อมไฟตัดหมอก (Rear Combination Lamp with fog lamp)  ออกแบบพิเศษให้แสงสว่างเด่นชัดในระยะไกล พร้อมครีบช่วยการทรงตัว (Aero Stabilizing Fin) เพิ่มเสถียรภาพการขับขี่ให้ดียิ่งขึ้น  กระจกมองข้างโครเมียม พร้อมสัญญาณไฟเลี้ยวโดดเด่นด้วยวัสดุผิวโครเมียมขนาดใหญ่ให้มุมมองที่กว้างขึ้น เพิ่มความปลอดภัยทุกเส้นทาง ติดตั้งบันไดข้างเพิ่มความสะดวกสบายในการขึ้น-ลงรถ  เสาอากาศแบบสั้นพับเก็บได้ เพิ่มความโฉบเฉี่ยวสไตล์สปอร์ต และล้ออัลลอยรุ่นท็อบขนาด 17 นิ้ว หรูหรา ดึงดูดทุกสายตา พร้อมยางแบบ All-terrain รองรับทุกรูปแบบการขับขี่ ลุยได้ทุกสภาพถนน

REVOLUTION OF COMFORT ปฏิวัติความหรูหรา สู่ความสบายที่เหนือกว่า

   เน้นความพิถีพิถันทุกรายละเอียด ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่เพิ่มความโอ่โถงกว้างสบาย ออกแบบตามหลักสรีรศาสตร์ ตกแต่งภายในอย่างพิถีพิถัน เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ไล่ตั้งแต่พวงมาลัยปรับระดับ 4 ทิศทาง สามารถปรับระดับสูง-ต่ำ ดึงเข้า-ออก รองรับทุกสรีระของผู้ขับขี่ได้อย่างสมบูรณ์ พร้อมออกแบบพิเศษให้มีพื้นผิวสัมผัสใหญ่ขึ้น จับกระชับ มั่นคง แรงสั่นสะเทือนต่ำ ผ่อนคลายทุกการเดินทางไกล , ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) รักษาความเร็วให้คงที่ โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง ลดความเมื่อยล้าเมื่อเดินทางไกล , จอแสดงผลข้อมูลการขับขี่ MID 4.2 นิ้ว ให้ความคมชัด อ่านง่าย สวยงามด้วยระบบสีสมบูรณ์แบบ , ระบบเครื่องเสียงพร้อมเนวิเกเตอร์ แบบหน้าจอสัมผัส ขนาด 7 นิ้ว รองรับระบบนำทาง T-Connect และการเชื่อมต่อ USB / AUX / Bluetooth พร้อมลำโพง 6 ตำแหน่ง , ระบบสตาร์ทอัจฉริยะ (Push Start) สะดวกสบายด้วยระบบสตาร์ทด้วยปลายนิ้ว , ระบบ Smart Entry เพียงพกกุญแจ Smart Key ให้อยู่ในระยะทำงาน ก็สามารถล็อกและปลดล็อกประตู โดยไม่ต้องกดปุ่มรีโมท วัสดุซับเสียงคุณภาพสูง (Sound Absorption) เงียบสบายยิ่งกว่าด้วยแผ่นดูดซับเสียงขนาดใหญ่ ช่วยลดเสียงรบกวนจากภายนอก , ช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสสลับ AC 220V สามารถใช้ได้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป เพิ่มความสะดวกสบายเหนือระดับ , กล่องเก็บของพร้อมระบบรักษาความเย็น (Cool Box) ขนาดใหญ่บริเวณคอนโซลหน้า เติมเต็มทุกความสดชื่น ตลอดการเดินทาง , ช่องเก็บของภายในห้องโดยสารเก็บสัมภาระได้หลากหลาย พร้อมช่องเก็บของข้างประตูหน้า-หลัง สามารถเก็บขวดน้ำขนาด 1 ลิตรได้อย่างสบาย และติดตั้งช่องปรับอากาศสำหรับเบาะหลังเพิ่มระดับความเย็นสบายสำหรับผู้โดยสารด้านหลัง

REVOLUTION OF POWER ปฏิวัติความแรง กว่าที่เคยแรง

   พลิกโฉมยานยนต์กระบะโลกให้หลุดพ้นทุกข้อจำกัดด้วยพลังขับเคลื่อนที่แรงขึ้น แต่ประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม พร้อมฟันฝ่าทุกอุปสรรครองรับการใช้งานทุกรูปแบบได้อย่างเต็มสมรรถนะ ด้วยเครื่องยนต์ใหม่ GD Efficient Boost  เทคโนโลยีแห่งอนาคตภายใต้แนวคิด “Efficient Boost” เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ ลดการสูญเสียความร้อนและแรงเสียดทานของเครื่องยนต์ พลิกโฉมยานยนต์ระดับโลก ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลระบบคอมมอนเรล เจเนอเรชั่นล่าสุด จากโตโยต้า ทลายทุกข้อจำกัด ด้วยพลังขับเคลื่อนที่แรงขึ้นอีกขั้น ให้แรงบิดสูงสุดในรอบกว้าง (Flat Torque) ครอบคลุมทุกการใช้งานทั้งในช่วงออกตัวหรือเมื่อเร่งแซง แต่ยังประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม เครื่องยนต์ทำงานเงียบ และสั่นสะเทือนน้อยกว่าพร้อมฟันผ่าทุกอุปสรรค รองรับการใช้งานทุกรูปแบบได้อย่างเต็มสมรรถนะ

   ระบบเทอร์โบแปรผันใหม่ (VN Turbo) แรงสุดพลัง แต่ประหยัดสุดขีด เหนือชั้นด้วยระบบเทอร์โบแปรผันใหม่ ออกแบบให้มีขนาดเล็กลงแต่ประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดครีบปรับแรงดันอากาศด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เที่ยงตรงและแม่นยำสูง แรงต่อเนื่องทุกรอบความเร็ว ช่วยให้เครื่องยนต์ปลดปล่อยพลังงานออกมาได้เต็มกำลัง

   ระบบฉีดน้ำมันอัจฉริยะเทคโนโลยีล่าสุดกับระบบฉีดน้ำมันอัจฉริยะ พร้อมปั๊มแรงดันสูง 220 MPa ฉีดน้ำมันเป็นละอองฝอย เพื่อการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบหมดจดยิ่งกว่า เพิ่มระดับความประหยัดให้มากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์เดินเงียบ ลดเสียงและการสั่นสะเทือนได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมทั้งลดมลภาวะ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ Roller Rocker Arm with Valve Lash Adjuster ออกแบบพิเศษเพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างลูกเบี้ยวและกระเดื่องวาล์วในจังหวะของการเปิด-ปิดวาล์ว พร้อมระบบปรับตั้งวาล์วอัตโนมัติเพื่อกำจัดช่องว่างของการสึกหรอที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่มีการรั่วไหลของไอน้ำมันแม้ใช้งานอย่างยาวนาน ผลลัพธ์คือเครื่องยนต์เดินเงียบ อีกทั้งยังประหยัดน้ำมัน และประหยัดค่าบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน  ติดตั้งEGR (Exhaust Gas Recirculation) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยระบบนำไอเสียหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดความร้อนของเครื่องยนต์ขณะทำงาน ลดมลพิษได้เต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐาน Euro 4 และมีระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Stop & Start System) เมื่อรถหยุดนิ่ง ระบบจะตัดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วขณะ และจะสตาร์ทเครื่องยนต์ขึ้นใหม่โดยอัตโนมัติเมื่อแตะคันเร่ง จึงช่วยให้ประหยัดน้ำมันและลดไอเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในระหว่างที่เครื่องยนต์หยุดการทำงานเครื่องปรับอากาศจะยังคงส่งลมเย็นอย่างต่อเนื่อง

   เครื่องยนต์มีให้เลือกทั้งหมด 3 บล็อกหลัก  5 พิกัดความแรง เริ่มจากเครื่องยนต์เบนซินแบบ 4 สูบขนาด 2.7 ลิตร รหัส 2TR-FE กำลังสูงสุด 166 แรงม้าที่5200รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด245 นิวตัน-เมตรที่ 4000 รอบ/นาที , เครื่องยนต์ดีเซลแบบ 4 สูบขนาด 2.4 ลิตร รหัส 2GD-FTV เทอร์โบชาร์จ อินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่ 3400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1400-2800 รอบ/นาที , เครื่องยนต์ดีเซลแบบ 4 สูบขนาด 2.4 ลิตร รหัส 2GD-FTV (high) เทอร์โบชาร์จ อินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 150 แรงม้าที่3400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1600-2000 รอบ/นาที , เครื่องยนต์ดีเซลแบบ 4 สูบขนาด 2.8 ลิตร รหัส 1GD-FTV เทอร์โบชาร์จ อินเตอร์คูลเลอร์ กำลังสูงสุด 170 แรงม้า ที่ 3600 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 343 นิวตัน-เมตร ที่ 1200-3400  รอบ/นาที และเครื่องยนต์ดีเซลแบบ 4 สูบ ขนาด 2.8 ลิตร รหัส 1GD-FTV (high) เทอร์โบชาร์จ อินเตอร์คูลเลอร์ กำลัง 177 แรงม้าที่ 3400 รอบ/นาที  แรงบิดสูงสุด 420 นิวตัน-เมตร ที่ 1400-2600 รอบ/นาที

REVOLUTION OF CONTROL ปฏิวัติมิติใหม่ แห่งการควบคุม

   ระบบส่งกำลังมีให้เลือก 2 แบบ คือเกียร์ธรรมดาอัจฉริยะ iMT 6 สปีด ให้ทุกการขับขี่ง่ายดาย ราบรื่นทุกจังหวะความเร็ว และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เทคโนโลยีที่ให้แรงบิดสูงในจังหวะรอบต่ำช่วยเพิ่มสมรรถนะการขับเคลื่อนได้ราบเรียบอย่างเหนือชั้น พร้อมติดตั้งสวิตช์ปรับรูปแบบการขับขี่ (Drive Mode Switch) สามารถเลือกรูปแบบสมรรถนะการขับขี่ได้ตามต้องการ ทั้งแบบประหยัด (ECO Mode) และ แบบสมรรถนะสูง (Power Mode) ตอบสนองทุกสภาพการขับขี่  นอกจากนี้ยังมีสวิตช์ปรับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อไฟฟ้า Shift-On-The-Fly (4WD Switch) ช่วยให้ปรับระบบเข้าสู่รูปแบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ ได้อย่างสะดวกและง่ายดายขึ้น , ระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบแอคทีฟ A-TRC (Active Traction Control) พัฒนาเพื่อการขับขี่สไตล์ Off Road อย่างแท้จริง ระบบจะทำงานผสานกันระหว่างเครื่องยนต์และระบบเบรก เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับได้ว่าล้อใด เริ่มสูญเสียแรงขับเคลื่อนขณะรถวิ่งผ่านพื้นผิวลื่น ระบบ A-TRC จะลดแรงขับที่ส่งไปยังล้อนั้น เพื่อป้องกันล้อหมุนฟรี และเพิ่มแรงขับไปยังล้อที่เหลือ เพื่อให้รถสามารถเคลื่อนที่ต่อไปได้อย่างราบรื่นและง่ายดาย และระบบล็อกเฟืองท้าย (Diff Lock) ควบคุมการทำงานด้วยไฟฟ้า เทคโนโลยีสำหรับการฝ่าฟันอุปสรรค มั่นใจได้ว่ารถจะมีแรงฉุดลากที่เหมาะสม สามารถตะลุยผ่านเส้นทางวิบากได้อย่างง่ายดาย

REVOLUTION OF STABILITY ปฏิวัติความเหนือชั้น ทุกการทรงตัว

   อีกขั้นของความล้ำหน้าสู่การควบคุมที่มั่นคง มั่นใจในการขับขี่ในทุกสถานการณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ด้วยระบบช่วงล่าง DCS (Dynamic Control Suspension) ปฏิวัติใหม่กับระบบควบคุมช่วงล่างแบบพลวัต อีกขั้นของความล้ำหน้า ออกแบบใหม่ทุกชิ้น ผ่านการทดสอบอย่างทรหดในทุกสภาพถนน ผลลัพธ์คือความแกร่ง พร้อมให้การตอบสนองดีเยี่ยมทั้งการทรงตัวและความนุ่มนวล ระบบกันสะเทือนใหม่ (New Suspension System) ยังให้สมรรถนะสูงสุดเช่นเดียวกับรถ SUV ระดับหรู สู่การควบคุมเหนือชั้น พร้อมเสถียรภาพมั่นคง มั่นใจในทุกสถานการณ์ โดยแหนบถูกออกแบบให้ยาวขึ้น สามารถดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้ดียิ่งกว่า ให้ความนุ่มนวลดุจรถยนต์นั่ง และระยะห่างของแหนบซ้าย-ขวา ถูกขยายให้กว้างกว่าเดิม เพิ่มเสถียรภาพการทรงตัวทั้งแนวเส้นตรงและขณะเข้าโค้ง ทำให้รถทรงตัวนิ่งในทุกสภาวะ และโช๊คอัพถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่ขึ้นเพิ่มสมรรถนะการเกาะถนนได้อย่างยอดเยี่ยม โดยเฉพาะเมื่อต้องวิ่งบนเส้นทาง Off Road

   โครงสร้างแชสซีส์ใหม่ FIRM (Frame with Integrated Rigidity Mechanism) ออกแบบพิเศษให้แข็งแกร่ง ทนทานยิ่งขึ้น  เพิ่มสมรรถนะการทรงตัวที่มั่นคงในขณะวิ่งด้วยความเร็วสูง ลดแรงสั่นสะเทือนเพิ่มความนุ่มนวล พร้อมทั้งช่วยดูดซับแรงกระแทกจากการชน เต็มประสิทธิภาพในการควบคุมการขับขี่อย่างเหนือชั้นโดยเพิ่มความแข็งแกร่งของโครงสร้างแชสซีส์มากถึง 20% โดยการเพิ่มขนาดพื้นที่ตัดขวางของแชสซีส์ให้ใหญ่ขึ้น เพิ่มจุดเชื่อมต่อของคานเหล็กแนวขวางให้แข็งแรงกว่าเดิมช่วยให้ดูดซับแรงสั่นสะเทือนได้มากกว่า ทรงตัวแน่น รองรับน้ำหนักบรรทุกได้เต็มประสิทธิภาพ และสามารถดูดซับแรงกระแทกจากการชนได้ดีกว่าเดิมถึง 15% ช่วยปกป้องผู้โดยสารให้ปลอดภัยมากยิ่งขึ้น และมีระบบควบคุมเสถียรภาพของห้องโดยสาร (Body Control with Torque Demand) ระบบจะทำการควบคุมแรงบิด ช่วยลดการกระพือของห้องโดยสารอันเนื่องมาจากสภาพถนน ให้การขับขี่ราบเรียบ และนุ่มนวลยิ่งขึ้น (เฉพาะเครื่องยนต์ดีเซล)

REVOLUTION OF SAFETYปฏิวัติระบบความปลอดภัย มั่นใจทุกสถานการณ์

   อีกขั้นของระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เริ่มตั้งแต่ระบบป้องกัน  Active Safety จัดเต็มทั้ง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) ป้องกันการเกิดอาการล้อหมุนฟรี เมื่อขับอยู่บนผิวถนนที่ลื่น ซึ่งเป็นสาเหตุของการลื่นไถลทำให้รถเสียการทรงตัว , ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control)  ขณะเข้าโค้งบนถนนที่เปียกลื่น ระบบจะควบคุมกำลังเครื่องยนต์ และส่งแรงเบรกไปยังล้อแต่ละล้อแบบอัตโนมัติ เพื่อป้องกันภาวะมุดโค้ง (Understeer) หรือแหกโค้ง (Oversteer) จึงช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำและมั่นคง , ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System)  เมื่อต้องเบรกอย่างกะทันหัน ระบบจะช่วยป้องกันล้อล็อกและลื่นไถล ทำให้สามารถควบคุมรถได้ในทุกสถานการณ์คับขัน , ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution) ปลอดภัยทุกการขับขี่ โดยระบบช่วยกระจายแรงเบรกในแต่ละล้ออย่างสมดุล เพื่อป้องกันอาการท้ายสะบัดและกระจายแรงเบรกล้อซ้าย-ขวาในขณะเข้าโค้ง เพื่อการควบคุมที่ดีขึ้น  , ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist) ในสภาวะเบรกฉุกเฉิน แรงเบรกจากผู้ขับไม่เพียงพอต่อการหยุดรถ ระบบจะเพิ่มแรงเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยให้สามารถหยุดรถได้ในระยะที่ปลอดภัย , ระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC (Trailer Sway Control) เมื่อวิ่งบนพื้นถนนขรุขระ หรือใช้งานลากจูง และต้องเผชิญลมพัดขวางรุนแรง เซ็นเซอร์จะปรับแรงดันเบรกและกำลังของเครื่องยนต์ให้เหมาะสมช่วยรักษาเสถียรภาพ ป้องกันรถส่ายหรือเสียการทรงตัว  , ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC(Hill-start assist control)  เมื่อต้องออกตัวบนทางลื่นและลาดชันระบบจะเพิ่มแรงดันเบรกไปยังล้อทั้ง 4 อัตโนมัติ เพื่อป้องกันลื่นไถลลงเนินชันในจังหวะที่ผู้ขับขี่ถอนเท้าจากแป้นเบรกไปเหยียบคันเร่ง ช่วยให้ผู้ขับขี่ขับสามารถควบคุมรถได้อย่างมั่นคง , ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC (Downhill Assist Control)  เมื่อต้องขับเคลื่อนลงเนินชัน ระบบจะควบคุมแรงดันเบรกที่ล้ออัตโนมัติ โดยผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องแตะเบรก ช่วยให้เคลื่อนที่ลงเนินชันด้วยความเร็วสม่ำเสมอ ควบคุมได้อย่างมั่นใจ เพิ่มความปลอดภัยตลอดเส้นทาง และติดตั้งกล้องมองหลัง ระบบจะแสดงภาพบริเวณมุมมองด้านหลังของรถผ่านจอ LCD เมื่อเข้าเกียร์ถอย ช่วยให้ถอยจอดได้อย่างแม่นยำและปลอดภัยยิ่งขึ้น

   ระบบปกป้อง Passive Safety จัดเต็มทั้ง ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 ตำแหน่งรอบคัน มั่นใจอีกขั้นของการปกป้องที่เหนือชั้น ทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ลดโอกาสบาดเจ็บจากแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ  , โครงสร้างตัวถังนิรภัย  โครงสร้างห้องโดยสาร ได้รับการพัฒนาเป็นพิเศษให้แกร่งยิ่งขึ้นโดยการใช้เหล็กกล้าแรงดึงสูง (High Tensile Strength Steel) เพิ่มประสิทธิภาพการดูดซับและกระจายแรงกระแทกจากการชนได้อย่างดีเยี่ยม พร้อมปกป้องผู้โดยสารในทุกสถานการณ์

   Toyota Hilux REVO มีสีให้เลือกทั้งสิ้น 7 สี โดยเป็นสีใหม่ด้วยกัน 3 สี ได้แก่ สีน้ำเงิน Nebula Blue สีแดง Crimson Spark Red และสีขาวมุก White Pearl Crystal แบ่งเป็น 33 รุ่น ราคาเริ่มต้น 569,000-1,139,000 บาท พร้อมเป้าหมายการขายที่ 14,000 คันต่อเดือน สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์โตโยต้าทั่วประเทศ

 
 

NEW CARS THAILAND : VOLVO XC60 Dynamic Edition รูปลักษณ์ใหม่ ดีไซน์สปอร์ต

Tuesday, 06 June 2017 11:32

 

 

 

 

 

 

 

   “วอลโว่” จับรถเอสยูวีสุดหรูขายดี XC60 ขวัญใจแฟนเอสยูวีทั่วโลกมาแปลงโฉม เผยให้เห็นหน้าตาแมนๆ พร้อมความโฉบเฉี่ยวที่ดูสปอร์ตยิ่งขึ้น ให้ความแรงและเร็วคู่กับความมั่นใจในทุกการเดินทาง

   บริษัท วอลโว่ คาร์ (ประเทศไทย) จำกัด ขอแนะนำ XC60 Dynamic Edition รูปโฉมใหม่ของรถเอสยูวีสุดหรูที่มาพร้อมกับชุดแต่งที่เพิ่มสมรรถนะทั้งความแรงและความเร็ว ด้วยรูปลักษณ์อันทรงพลังสไตล์สปอร์ตยิ่งขึ้น โดยใช้โทนสีดำเข้ามาตกแต่งตัวรถทั้งภายในและภายนอก ประกอบด้วย

การตกแต่งภายนอก
- กันชนและแผงกระจังหน้าแบบใหม่
- ใต้กันชนท้ายแบบใหม่
- ท่อไอเสียรถแบบกลม
- ล้ออัลลอยแบบใหม่ - 18 นิ้ว สีดำเงา (Leda Glossy)
- สัญลักษณ์ของ “Dynamic Edition”
- มีให้เลือก 3 สี ได้แก่ ดำ (Onyx Black) ขาว (Ice White) และ เทา (Osmium Grey)
การตกแต่งภายใน
- พวงมาลัยสีดำทรงสปอร์ต
- แผงประตูสีดำ
- หนังหุ้มเบาะสีดำ
- แผงควบคุมส่วนกลางตกแต่งด้วยอลูมิเนียม

   วอลโว่ XC60 Dynamic Edition มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 1,969 ซีซี ขุมพลัง 190 แรงม้าที่ 4,250 รอบต่อนาที แรงบิด: 400 นิวตันเมตรที่ 1,750 – 2,500 รอบต่อนาที เกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 8 สปีดพร้อมเกียร์ทรอนิค (Geartronic) สมรรถนะโดยรวม คือ อัตราเร่ง 0-100 กม./ชม.ในเวลาเพียง 8.1 วินาที ความเร็วสูงสุด 210 กม./ชม. อัตราสิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงเฉลี่ยในเมืองและนอกเมือง 16.4 กม./ลิตร โดย XC60 Dynamic Edition ราคาเริ่มต้นอยู่ที่ 3,179,000 บาท พร้อมข้อเสนอพิเศษ อัตราดอกเบี้ย 0% พร้อมบริการบำรุงรักษาฟรี 5 ปี

   พบกับ “วอลโว่” ที่สุดแห่งยนตกรรมสุดหรูผสานที่สุดแห่งความปลอดภัยระดับโลกได้แล้ววันนี้ ณ โชว์รูมวอลโว่ทั่วประเทศ สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ โทรศัพท์ 02-305-4499 หรือ WWW.VOLVOCARS.COM/TH          

 
 

NEW CARS THAILAND : ฮุนได เอช-วัน รุ่นพิเศษ และ ทูซอน ใหม่ พร้อมรุกตลาดในงานมหกรรมยานยนต์ 2016

Thursday, 24 November 2016 06:28

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) เปิดตัว ฮุนได เอช-วัน อีลิทพลัส รุ่นพิเศษนี้ ได้รับการพัฒนาและ เพิ่มอุปกรณ์ด้านความบันเทิงและความปลอดภัยให้มากขึ้นนอกเหนือจากการปรับโฉม เมื่อช่วงต้นปีภายใต้ คอนเซ็บป์ Luxury MPV โดยมีการออกแบบกระจังหน้าใหม่ และได้ติดตั้ง LED Daytime Running Light เพื่อความหรูหรา และเพิ่มความปลอดภัยขณะขับขี่เวลากลางวัน ภายในได้มีการตกแต่งคอนโซลใหม่ ให้มีความทันสมัยมากยิ่งขึ้น เบาะนั่งภายในห้องโดยสารด้านหลัง ได้รับการออกแบบใหม่ เพื่อความหรูหรา และความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้นสำหรับทุกๆการเดินทาง                                           

   นอกจากนี้ ยังได้มีการเพิ่มอุปกรณ์เพื่อความสะดวกสบายในขณะขับขี่และขณะโดยสาร ได้แก่ หน้าปัดเรืองแสงใหม่ พร้อมไฟส่องสว่างสีฟ้า และหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่, ระบบควบคุมเครื่องปรับอากาศแบบอัตโนมัติ, ระบบเครื่องเสียงได้รับการติดตั้งอุปกรณ์เพื่อความบันเทิงและความปลอดภัยเพิ่มขึ้น เน้นถึงความคุ้มค่าไม่ว่าจะเป็น การติดตั้งหน้าจอสัมผัสที่คอนโซลด้านหน้า ที่สามารถใช้งานเพื่อความบันเทิงต่างๆได้เต็มรูปแบบจาก ไพโอเนียร์ กล้องมองหลังเพิ่มความสะดวกและปลอดภัยขณะถอยจอด จอบนเพดานด้านหลังสำหรับผู้โดยสารตอนหลังขนาด 10.1 นิ้ว เพื่อความบันเทิงสำหรับผู้โดยสารด้านหลังรถ พร้อมโลโก้ Elite+

   และอีกรุ่นที่เปิดตัวในงานนี้ คือ รถยนต์ฮุนได ทูซอน ใหม่ ได้รับการพัฒนาบนแพลทฟอร์มใหม่ เพิ่มมิติและเนื้อที่ภายในห้องโดยสารให้กว้างมากขึ้นส่วนรูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายใน มีเส้นสายที่ชัดเจน แต่ยังคงไว้ซึ่งความหรูหรา และความทันสมัย มีสัดส่วนและรูปร่างที่ลงตัวเหมาะสมกับการใช้งานในรูปแบบของรถยนต์เอนกประสงค์ ที่มีการใช้งานที่หลากหลาย อีกทั้งยังสามารถขับขี่และโดยสารได้อย่างสบาย สำหรับการออกแบบภายใน รถยนต์ฮุนได ทูซอน ใหม่ ได้รับการออกแบบ และเลือกสรรวัสดุภายใน ที่มีความหรูหราและคุณภาพสูง อุปกรณ์อำนวยความสะดวกเพื่อการขับขี่และการใช้งาน ติดตั้งมาเพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายรูปแบบ เช่น พวงมาลัยมัลติฟังก์ชัน ที่มีระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ  ระบบความปลอดภัยต่างๆ ก็ได้รับการติดตั้งมาอย่างครบครันเพื่อความปลอดภัยสูงสุด   

   โดยรถที่นำมาจัดแสดงในครั้งนี้ได้รับการติดตั้งเครื่องยนต์ดีเซล 4 สูบแถวเรียง พร้อมเทอร์โบแปรผันและอินเตอร์คูลเลอร์ ขนาด 2.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 185 แรงม้า ที่ 4,000 รอบต่อนาที และแรงบิดสูงสุด 400 นิวตันเมตร ที่ 1,750 – 2,750 รอบต่อนาที เชื่อมต่อกับระบบเกียร์แบบอัตโนมัติ 6 จังหวะ พร้อม Sequential Shift Mode ที่ผู้ขับขี่ สามารถเลือกเปลี่ยนเกียร์ได้ตามต้องการ ระบบช่วงล่างด้านหน้าแบบ McPherson Strut พร้อมคอยล์สปริง ระบบช่วงล่างด้านหลังแบบ Multilink ที่ยึดเกาะในทุกสภาพถนน มอบความมั่นใจ ความนุ่มนวลในการขับขี่ในทุกรูปแบบ พร้อมกับล้ออัลลอยขนาด 18 นิ้ว และเทคโนโลยีอื่นๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายในการขับขี่ เช่น ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control), ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DBC (Downhill Brake Control), ระบบ Auto Hold ที่ช่วยหยุดรถไว้ในขณะที่จอดติดไฟแดง โดยที่ผู้ขับขี่ ไม่จำเป็นต้องเหยียบแป้นเบรกค้าง เพิ่มความสะดวกสบายและความปลอดภัยมากยิ่งขึ้น, เซ็นเซอร์กะระยะด้านหน้าและด้านหลัง ขณะถอยจอด, ระบบ Rear Cross Traffic Alert ที่ช่วยหยุดรถอัตโนมัติมั่นใจยิ่งขึ้น ด้วยระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Full-time on demand ที่สามารถควบคุมได้จากปลายนิ้ว เพียงกดปุ่มควบคุมบริเวณแผงควบคุมด้านใต้คันเกียร์ ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อก็จะทำงาน เพื่อความมั่นใจในการขับขี่บนถนนที่ต้องการการควบคุมเป็นพิเศษ

   ผู้สนใจสามารถมายลโฉมรถยนต์ไฮไลท์ของ ฮุนได ได้ในงานมหกรรมยานยนต์ 2016 อิมแพคเมืองทองธานีได้ตั้งแต่วันที่ 1-12 ธันวาคม 2559

 
 

NEW CARS THAILAND : โตโยต้าเสริมทัพ โคโรลล่า อัลติส...So Excited Ever รุ่น 1.8S ใหม่ และรุ่น 1.8V พร้อม T-Connect Telematics

Tuesday, 15 May 2018 16:50

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด แนะนำรถยนต์นั่งยอดนิยมของคนไทย โคโรลล่า อัลติส รุ่น 1.8S ใหม่ เพื่อเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสุดพิเศษสำหรับลูกค้า โดยมาพร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่   ครบครัน และฟังก์ชันการใช้งานที่หลากหลาย ตอบรับกับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ พร้อมกันนี้ยังแนะนำรุ่น 1.8V ที่มาพร้อมกับ T-Connect Telematics อีกขั้นกับเทคโนโลยีเชื่อมต่อสำหรับรถยนต์ ที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าอันหลากหลาย ตลอดจนระบบความปลอดภัยมาตรฐานที่มีในทุกรุ่น

โคโรลล่า อัลติส รุ่น 1.8S ใหม่

v    ภายนอกโฉบเฉี่ยว ล้ำสมัย

-          ชุดไฟหน้า Bi-Beam LED Projector (ปรับระดับแบบอัตโนมัติ)...ปรับระดับสูง – ต่ำ      พร้อมไฟส่องสว่างกลางวันแบบ LED Daytime Running Lights

-          กล้องบันทึกภาพหน้ารถยนต์...เก็บภาพทุกความเคลื่อนไหว ช่วยให้มั่นใจทุกครั้งในการออกเดินทาง

-          ช่วงล่างแบบสปอร์ต…สนุก เร้าใจทุกสไตล์การขับ มั่นใจได้ในทุกสภาพถนน

-          ล้ออัลลอย 17 นิ้ว...ดีไซน์หรู โฉบเฉี่ยวยามพุ่งทะยาน

-          ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 จุด...มาตรฐานความปลอดภัยที่เหนือกว่าด้วยการติดตั้งถุงลมนิรภัยระบบ SRS  7 จุด

v    ภายใน ทันสมัย ตอบสนองไลฟ์สไตล์สมบูรณ์แบบ

-          เบาะหนังสีดำ...ดุดัน หรูหรา

-        เบาะนั่งคู่หน้าแบบสปอร์ต ปรับไฟฟ้าด้านคนขับ 8 ทิศทาง พร้อมปุ่มปรับดันหลังไฟฟ้า...ให้ความรู้สึกสบาย ผ่อนคลายทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร

-          หน้าจอระบบสัมผัสใหม่ขนาด 7 นิ้ว…ครบครันความบันเทิงด้วยเครื่องเล่น DVD

-          กล้องมองหลังแสดงภาพผ่านหน้าจอ LCD เมื่อเข้าเกียร์ถอยหลัง ถอยจอดอย่างปลอดภัยและแม่นยำ

-          ระบบเชื่อมต่อ Bluetooth…เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่ และไม่พลาดทุกการสื่อสาร

-          ระบบสตาร์ทและระบบเปิดประตูอัจฉริยะ...ควบคุมการล็อก-ปลดล็อกประตู และสตาร์ทเครื่องยนต์อย่างง่ายดาย เพียงปลายนิ้วสัมผัส

-          เครื่องปรับอากาศอัตโนมัติ...เพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน

-          มาตรวัดเรืองแสง Optitron...เทคโนโลยีล้ำหน้า โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ต แสดงสถานะการทำงานของระบบต่าง ๆ อย่างเด่นชัด

โคโรลล่า อัลติส รุ่น 1.8V พร้อม T-Connect Telematics

   พิเศษสุดสำหรับรุ่น 1.8V กับเทคโนโลยีอัจฉริยะ T-Connect Telematics ระบบที่เชื่อมต่อรถและผู้ใช้รถให้เป็นหนึ่งเดียวด้วยเทคโนโลยีที่ตอบโจทย์ทุกรูปแบบการใช้ชีวิตและการเดินทาง เติมเต็มความสนุกให้ทุกการขับขี่ด้วยการเชื่อมต่อข้อมูลเข้ากับ Wi-Fi Box เพื่อผู้ขับขี่ใช้งานผ่านอุปกรณ์ Smartphone, Apple Watch และหน้าจอวิทยุ ให้สอดคล้องกับรูปแบบในการใช้ชีวิตและการเดินทางอย่างแท้จริง ทั้งนี้ T-Connect Telematics โดดเด่นด้วยความพร้อมและความชำนาญของศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า (Call Center) ตลอด 24 ชม.

เลือกเป็นเจ้าของ โคโรลล่า อัลติส ทั้ง 8 รุ่น 7 สี

-          สีขาวมุก...White Pearl Crystal*

-          สีขาว…Super White 2**

-          สีเงิน...Silver Metallic

-          สีดำ...Attitude Black Mica

-          สีเทา…Gray Metallic

-          สีน้ำตาล...Phantom Brown

-          สีแดง...Red Mica Metallic ใหม่

หมายเหตุ : สำหรับสีขาวมุก White Pearl Crystal ราคาจะเพิ่ม 10,000 บาท จากราคารถ

*สำหรับรุ่น เครื่องยนต์ 1.8 ลิตรเท่านั้น

**สำหรับรุ่น เครื่องยนต์ 1.6 ลิตรเท่านั้น

   ร่วมสัมผัสและทดลองขับ โคโรลล่า อัลติส  ที่ศูนย์ทดสอบขับรถ Toyota Driving Experience (บางนา กม.3) และโชว์รูมผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า 472 แห่งทั่วประเทศ

 
 

NEW CARS THAILAND : MITSUBISHI PAJERO SPORT รุ่น GT-Premium 4WD” ทางเลือกใหม่ในงานมอเตอร์ เอ็กซ์โป2016

Thursday, 24 November 2016 11:15

 

 

 

 

  

   ค่ายมิตซูบิชิ มอเตอร์ส เปิดตัวปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่น GT-Premium 4WD ทางเลือกใหม่สำหรับตลาดรถอเนกประสงค์ ได้รับการพัฒนาภายใต้แนวคิด “Dynamic Shield” Design Concept เอกลักษณ์เฉพาะของรถยนต์มิตซูบิชิ เพิ่มอารมณ์สปอร์ต ด้วยชุดตกแต่งใต้กันชนหน้า และสปอยเลอร์หลัง  พร้อมเพิ่มความสะดวกสบายด้วย ระบบน้ำฉีดล้างไฟหน้า และระบบล็อกความเร็วแบบแปรผันอัตโนมัติ (Adaptive Cruise Control System - ACC) ที่สามารถล็อกความเร็วได้ตั้งแต่ 40 กิโลเมตรต่อชั่วโมงขึ้นไป* โดยระบบจะทำการลดความเร็วอัตโนมัติ เมื่อรถยนต์คันหน้ามีความเร็วต่ำกว่า และยังสามารถชะลอความเร็วจนถึงรถยนต์คันหน้าหยุดนิ่ง ถือเป็นเทคโนโลยีอีกขั้นหนึ่งของปาเจโร สปอร์ต ใหม่  

นอกจากนี้ ยังโดดเด่นด้วย ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ Super Select 4WD II ที่สามารถปรับรูปแบบการขับขี่ได้อย่างหลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโหมด 4H (4WD High-Range) ซึ่งเหมาะสำหรับการขับขี่ในสภาพถนนแห้งและเปียกลื่น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการเกาะถนนและความปลอดภัยในการขับขี่ ทำงานเสมือนระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ FULL-TIME All Wheel Control เพิ่มความมั่นใจในการขับขี่ในทุกสภาพถนนด้วย Off-Road Mode และระบบล็อกเฟืองท้าย (Rear Differential Lock) ที่ช่วยให้คุณผ่านพ้นอุปสรรคในการขับขี่ได้อย่างง่ายดาย

 

   ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่น GT-Premium 4WD ยังคงเน้นความสะดวกสบายที่มาพร้อมความปลอดภัย ด้วยกล้องมองภาพรอบคันพร้อมเส้นแสดงทิศทางการเคลื่อนที่ของรถ สามารถปรับเปลี่ยนสีรถที่หน้าจอได้ตามต้องการ และระบบเซ็นทรัลล็อก ที่มาพร้อมปุ่มล็อก - ปลดล็อกบริเวณแผงประตูด้านคนขับ เหนือกว่าด้วยระบบเบรกมือควบคุมด้วยไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ที่ใช้งานง่ายเพียงปลายนิ้วสัมผัส ในส่วนผู้โดยสารแถวที่ 2 เพิ่มความสะดวกสบายด้วยที่พักแขนดีไซด์ใหม่ พร้อมที่วางแก้วน้ำแบบมีถาดรองกันน้ำหยด พนักพิงศีรษะและเข็มขัดนิรภัยแบบ ELR 3 จุด ในทุกตำแหน่ง   จุดยึดเบาะเด็ก ISOFIX 2 ตำแหน่ง และถุงลมนิรภัย 7 ตำแหน่ง พร้อมม่านถุงลมนิรภัยด้านข้าง สำหรับผู้โดยสารแถวที่ 3ทั้งนี้ ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่น GT-Premium 4WD ยังคงมีระบบเสริมความปลอดภัยอัจฉริยะอีกมากมาย อาทิเช่น  ระบบเตือนการชนด้านหน้าตรง พร้อมระบบช่วยชะลอความเร็ว (Forward Collision Mitigation System) ระบบตัดกำลังเครื่องยนต์ชั่วขณะ เมื่อเหยียบคันเร่งอย่างรุนแรงและรวดเร็ว (Ultrasonic Misacceleration Mitigation System) ระบบสัญญาณเตือนจุดอับสายตา (Blind Spot Warning) และสัญญาณกะระยะจอดด้านหน้า – หลัง เป็นต้น

   ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่น GT-Premium 4WD ตอกย้ำสมรรถนะที่ยอดเยี่ยม ด้วยเครื่องยนต์ 2.4 ลิตร MIVEC Clean Diesel 181 แรงม้า ที่มาพร้อมเสื้อสูบและฝาสูบ อลูมินัม อัลลอย บล็อก เกียร์อัตโนมัติอัจฉริยะ 8 สปีด Sport Mode ทำงานควบคู่กับระบบ INC (Idle Neutral Control) และ G-Sensor พร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัย (Paddle Shift)  ให้การขับขี่เป็นไปอย่างสนุกสนาน มั่นใจยิ่งขึ้นตลอดการเดินทางด้วย ระบบดิสเบรก 4 ล้อ

   ปาเจโร สปอร์ต ใหม่ รุ่น GT-Premium 4WD ราคาเคาะราคาไว้ที่ 1,529,000 บาท (สีขาวมุกราคาบวกเพิ่ม 15,000 บาท) มาพร้อม โปรโมชั่น ฟรีประกันภัยชั้นหนึ่ง “ไดมอนด์ โปรเทคชั่น” นาน 3 ปี พร้อมบริการช่วยเหลือฉุกเฉินตลอด 24 ชั่วโมง นาน 3 ปี เชิญชมและสัมผัสรถจริง ได้ที่บูธมิตซูบิชิ มอเตอร์ส ณ งานมหกรรมยานยนต์ ครั้งที่ 33 ประจำปี 2559

   สำหรับลูกค้าที่สนใจชมหรือทดลองขับรถยนต์มิตซูบิชิรุ่นต่างๆ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้จำหน่ายรถยนต์มิตซูบิชิ  ทั่วประเทศ หรือ มิตซูบิชิ คอลเซ็นเตอร์ หมายเลขโทรศัพท์  02-079-9500 หรือ 1800 900 009  (ฟรีเฉพาะโทรศัพท์พื้นฐาน และโทรศัพท์เคลื่อนที่เครือข่าย AIS เท่านั้น) ทุกวันจันทร์ - เสาร์ ระหว่างเวลา 8:30-17:00 น. , http://www.mitsubishi-motors.co.th , https://www.facebook.com/MitsubishiMotorsTH

 
 

More Articles...

Page 10 of 21

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )