Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS THAILAND

NEW CARS THAILAND : NISSAN MARCH & ALMERA เพิ่มความโดดเด่นและหรูหรา

Monday, 14 September 2015 14:00

 

 

 

 

 

 

   บริษัท นิสสัน มอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด  ได้แนะนำนิสสัน อีโคคาร์ โฉมใหม่ ทั้งนิสสัน มาร์ชและ นิสสัน อัลเมร่า  เพิ่มความ โดดเด่น โดนใจ  ด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ไดมอนด์ แอลอีดี  (Diamond LED Daytime Running Lights)  พร้อมความคุ้มค่าและทันสมัยด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน

   นิสสัน มาร์ช และ นิสสัน อัลเมร่า เป็นรถยนต์อีโคคาร์ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างสูงและครองใจลูกค้ามาอย่างต่อเนื่อง โดยในประเทศไทยตั้งแต่เปิดตัวในปี 2553 และปี 2554 ตามลำดับ มียอดจำหน่ายสะสมรวมกว่า 240,000 คัน  โดยรถยนต์นิสสัน มาร์ช  ซึ่งเป็นรถอีโคคาร์ รุ่นแรกของเมืองไทย  ยังคงครองตลาดด้วยความโดดเด่น ขับสนุก ล้ำสมัย ขณะที่นิสสัน อัลเมร่า เป็นรถยนต์อีโคคาร์ซีดาน 4 ประตู รุ่นแรกของประเทศไทยครองยอดจำหน่ายสะสมในตลาดสูงสุด  ด้วยความโดดเด่นจากห้องโดยสารที่กว้าง  ล้ำสมัย มีสมรรถนะการขับขี่ที่ดีเยี่ยมแต่ประหยัดน้ำมัน โดยทั้งสองรุ่นผลิตในประเทศไทยและส่งออกไปสู่ประเทศต่างๆ รวมทั้งประเทศญี่ปุ่น สะท้อนให้เห็นถึงความนิยมและความสำเร็จของทั้งสองรุ่นจากตลาดภายในประเทศและต่างประเทศ

   นิสสัน มาร์ชใหม่ และ นิสสัน อัลเมร่าใหม่ ได้รับการออกแบบให้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์สมัยใหม่ โดยเพิ่มความสวยหรู ด้วยไฟส่องสว่างเวลากลางวัน ไดมอนด์ แอลอีดี (Diamond LED Daytime Running Lights) ใหม่ สำหรับ  นิสสัน อัลเมร่า ยังได้เพิ่มคิ้วโครเมียมขอบประตู ทำให้มุมมองรอบคันสวยเฉียบหรู ขณะที่ภายในห้องโดยสารมีฟังก์ชั่นการใช้งานครบครัน ให้ความสะดวกสบาย ทั้งระบบควบคุมเครื่องเสียงบนพวงมาลัย พร้อม MP3 อุปกรณ์เชื่อมต่อ Aux-in/USB กุญแจ Intelligent Key ที่สามารถเปิดกระโปรงท้ายรถได้ ปุ่ม Push Start  กล้องมองหลังและเซ็นเซอร์ถอยหลัง 4 จุด พร้อมสัญญาณเตือนกะระยะ

   ด้านขุมพลังเป็นเครื่องยนต์เบนซิน 1.2 ลิตร ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ XTRONIC-CVT ให้การขับขี่ที่นุ่มนวล เต็มสมรรถนะ อัตราเร่งดี มีอัตราประหยัดน้ำมันถึง 20 กิโลเมตร/ลิตร และด้วยเทคโนโลยี นิสสัน เพียว ไดร์ฟ (PURE DRIVE) ทำให้ปล่อยมลพิษต่ำคือปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ไม่เกิน 120 กรัม/กิโลเมตร เทียบเท่าระดับมาตรฐาน EURO 4 พร้อมอุ่นใจได้เสมอ ด้วยแนวคิดยานยนต์ปกป้องชีวิต Safety Shield และระบบความปลอดภัยครบครัน อาทิ ถุงลม SRS คู่หน้าในทุกรุ่น ระบบเบรกป้องกันล้อล็อก ABS พร้อมระบบกระจายแรงเบรก EBD และระบบช่วยเบรก BA ภายใต้โครงสร้าง ZONE BODY CONCEPT ที่เน้นความแข็งแกร่งปกป้องสูงสุดเพื่อลดความเสียหายขณะเกิดอุบัติเหตุ

   นิสสัน มาร์ช และ นิสสัน อัลเมร่า โฉมใหม่ มีให้เลือกใน 3 รุ่นคือ EL, V, และ VL โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 518,500 บาท และเริ่มต้นที่ 543,000 บาท สำหรับอัลเมร่า สำหรับผู้ที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่ Nissan Call Center หมายเลข 02 401 9600 โชว์รูมนิสสัน ทั้ง 213 แห่งทั่วประเทศ หรือ ดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ www.nissan.co.th

 
 

NEW CARS THAILAND : All-New Subaru XV Crossover เจเนอเรชั่นที่ 2 พัฒนาใหม่ภายใต้ Subaru Global Platform

Tuesday, 20 June 2017 13:25

 

 

 

 

 

+

 

 

 

   มอเตอร์ อิมเมจ ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ซูบารุอย่างเป็นทางการใน 9 ประเทศทั่วเอเชีย ประกาศเปิดตัว  All-New Subaru XV Crossover อย่างเป็นทางการในไต้หวัน

   นับจากก้าวแรกของการเปิดตัว ซูบารุ เอ็กซ์วี ในปี 2555   ก็ได้ทำในวงการยานยนต์โลกได้สัมผัสถึงนิยามบทใหม่ของรถยนต์ครอสโอเวอร์คุณภาพมากสมรรถนะที่เหมาะแก่การขับขี่ในเมืองและทะยานสู่โลกกว้างได้อย่างลงตัว มาวันนี้กับ ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ที่ได้ถูกพัฒนาขึ้นอีกขั้น ในฐานะรถยนต์ซูบารุรุ่นที่ 2 ที่ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้ ‘Subaru Global Platform’ ซึ่งถือเป็นพัฒนาการเพื่อสุนทรียแห่งการขับขี่ที่ผสานความมั่นใจ ความสะดวกสบาย และสมรรถนะการควบคุมในระดับสูงสุด

   “ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ครอสโอเวอร์ (the All-New Subaru XV Crossover) ได้ฉายแววความโดดเด่นแห่งเอกลักษณ์ของรถครอสโอเวอร์อย่างลงตัว โดยผสานหลักสุนทรียศาสตร์และสมรรถนะการขับขี่ไว้เป็นหนึ่งเดียว ที่พร้อมจะนำผู้ขับขี่ให้โลดแล่นไปสัมผัสกิจกรรมต่างๆ ที่ตนเองรักและปรารถนาอย่างเต็มอิ่ม”  มร. เกลน ตัน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ตันจง อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด กล่าว “ซูบารุ ภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้นำ Subaru Global Platform มาพัฒนาเสริมสมรรถนะทั้งการออกแบบภายในและภายนอก เพื่อให้มั่นใจได้ว่า ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี จะสามารถสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้แก่ผู้ขับขี่ผ่านประสบการณ์รูปแบบใหม่ที่ไม่เป็นรองใคร”

ความโดดเด่นที่เหนือกว่าของ ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี (The All-New Subaru XV):
- ถูกพัฒนาขึ้นภายใต้ Subaru Global Platform ที่ให้ความรู้สึกนุ่มนวล เกาะถนน ให้ได้สนุกกับทุกการขับขี่
- เครื่องยนต์ระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรงแบบสูบนอน 2.0 ลิตร (2.0-litre Direct Injection Naturally Aspirated Boxer Engine)
- สมรรถนะการขับขี่ที่เหนือกว่า ด้วยระบบการขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive ) และระบบ X-MODE
- ออกแบบภายในและภายนอกในมีความเป็นรถสปอร์ตอย่างลงตัว
- รวมอุปกรณ์และระบบความปลอดภัยไว้อย่างครบครัน อาทิ High Beam Assist, Steering Responsive Headlights และ Subaru Rear View Detection

ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ถูกนำเสนอสู่ตลาดด้วยขุมพลังแรงม้าสูงสุด 156PS ที่ 6,000 rpm มีให้เลือก 2 รุ่น ประกอบด้วย
- Subaru XV 2.0i
- Subaru XV 2.0i-S
   เครื่องยนต์สูบนอนขนาด 2.0 ลิตรถูกพัฒนาขึ้นใหม่ ทำให้มีน้ำหนักเบาลงอีก 12 กิโลกรัม พร้อมระบบหัวฉีดน้ำมันเชื้อเพลิงโดยตรง เพิ่มพลังในการขับขี่ และความประหยัดน้ำมัน ตลอดจนการออกแบบเกียร์  Lineartronic ยังเบากว่ารุ่นก่อนหน้าถึง 7.8 กิโลกรัมพร้อมทั้งมีระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์อัตโนมัติ (auto-step shift control) และโหมดควบคุมความเร็วด้วยตนเอง 7 สปีด (7-speed manual mode) และซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถควบคุมรถยนต์ได้ดีมากขึ้น

   นอกจากระบบการขับเคลื่อนสี่ล้อแบบสมมาตร (Symmetrical All-Wheel Drive ) แล้ว ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ยังมาพร้อมกับระบบ X-MODE ซึ่งช่วยเพิ่มสมรรถนะในการขับขี่บนภูมิประเทศที่ท้าทายด้วยการควบคุมเครื่องยนต์, ระบบขับเคลื่อนล้อ, เบรคและหน้าที่อื่นๆ รวมถึงระบบการตั้งค่า Hill Descent Control ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยการความคุมความเร็วให้ลดต่ำลงในพื้นที่บนเนินเขาที่ลาดชัน

   ทั้งนี้ การพัฒนาภายใต้ Subaru Global Platform ยังช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้สูงขึ้นกว่า 70% เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ ซึ่งจะช่วยลดการสั่นสะเทือนและเพิ่มสมรรถนะการยึดเกาะถนน จึงมอบความรู้สึกในการขับขี่ที่เงียบและนุ่มนวล นอกจากนี้ ยังมีอัตราส่วนการเปลี่ยนเกียร์ที่ฉับไวขึ้นและจุดศูนย์ถ่วงต่ำลง ซึ่งช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

   ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี มีการออกแบบที่โดดเด่นผสานความสปอร์ต ซึ่งรวมเอาปรัชญาการออกแบบ DYNAMIC x SOLID แบบใหม่ของซูบารุ ซึ่งจะทำให้การออกแบบสุนทรียศาสตร์ของ ซูบารุ มีความสวยงามยิ่งขึ้น พร้อมกับการตกแต่งภายในและภายนอกอย่างมีสไตล์

   กระจังด้านหน้าถูกออกแบบให้โดดเด่นยิ่งขึ้นด้วยตะแกรงหกเหลี่ยม ไฟหน้ารูปตัว C ตลอดจนการออกแบบกันชนด้านหน้าและล้ออลูมิเนียมใหม่หมด ทั้งยังนำหลักอากาศพลศาสตร์ที่เหนือกว่ามาใช้ และรักษาความสูงจากพื้นดินที่ 220 มิลลิเมตรระบบเชื่อมต่อการสื่อสารภายในรถยนต์ด้วยหน้าจอสัมผัสขนาด 8.0 นิ้ว ที่ติดตั้งระบบ Apple CarPlay ช่วยให้ผู้ขับขี่สามารถเชื่อมต่อได้อย่างปลอดภัยทุกการขับขี่ การออกแบบที่กว้างขวางยิ่งขึ้น ช่วยให้การตกแต่งภายในดูสปอร์ตยิ่งกว่าอย่างกลมกลืน  นอกจากนี้ ยังได้มีการปรับปรุงฟังก์ชั่นต่างๆ อาทิ การมองเห็นในทุกมุมภายในห้องโดยสารรวมถึงด้านท้ายของตัวรถ

   ซูบารุมีความภูมิใจอย่างยิ่งด้านสมรรถนะความปลอดภัย เพราะล่าสุด ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ได้รับรางวัล Grand Prix Award จากการประเมินความปลอดภัยด้านการชนของญี่ปุ่นในโครงการประเมินรถยนต์ใหม่ (JNCAP) ด้วยคะแนนสูงสุด

   ด้านความปลอดภัยเชิงรับ (Passive Safety) ของผู้โดยสารนั้น ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ได้รับการปรับปรุงใหม่อันเป็นผลมาจาก Subaru Global Platform ด้วยความแข็งแรงตัวถังที่เพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลมาจากการใช้เหล็กที่ทนแรงดึงสูงขึ้น ทำให้สามารถดูดกลืนพลังงานจากการชนได้ถึง 40% เมื่อเทียบกับรุ่นปัจจุบัน

   ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี ได้นำเทคโนโลยี High Beam Assist  ซึ่งใช้กล้องที่ติดตั้งบริเวณกระจกมองหลังเพื่อ ตรวจจับยานพาหนะบริเวณด้านหน้าและที่กำลังเคลื่อนเข้ามาใกล้ เพื่อเป็นการปรับความสูงต่ำของไฟหน้าอัตโนมัติ และกระจกภายในรถยังมีการปรับการสะท้อนแสงโดยอัตโนมัติเพื่อลดแสงจ้า ทำให้การขับขี่ในเวลากลางคืนปลอดภัยยิ่งขึ้น

   ไฟหน้าแบบตอบสนองการปรับทิศทางสอดคล้องกับการเคลื่อนตัวของพวงมาลัยแบบอัตโนมัติ ช่วยเพิ่มทัศนวิสัยในยามค่ำคืนและเพิ่มความปลอดภัยยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังมีการติดตั้ง Subaru Rear View Detection เพื่อเพิ่มความปลอดภัยและความสะดวกสบาย โดยเซนเซอร์ที่ติดตั้งอยู่รอบๆ จะช่วยตรวจจับจุดบอดและแจ้งเตือนผู้ขับขี่เพื่อช่วยในการเปลี่ยนเลนอย่างปลอดภัย

   ข้อมูลทั้งหมดเป็นข้อมูลสำหรับรุ่นที่จัดจำหน่ายในสาธารัฐจีน (ไต้หวัน) เท่านั้น สำหรับประเทศไทย คาดว่าจะแนะนำ ดิ ออล-นิว ซูบารุ เอ็กซ์วี เข้าสู่ตลาดในเร็วๆนี้

 
 

NEW CARS THAILAND : MG 6 รูปลักษณ์ใหม่ สไตล์สปอร์ตพรีเมี่ยม

Wednesday, 16 September 2015 14:34

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท เอ็มจี เซลส์ (ประเทศไทย) จำกัด ผู้จัดจำหน่ายรถยนต์ เอ็มจี แบรนด์รถยนต์อังกฤษที่มีประวัติศาสตร์อันยาวนานกว่า 90 ปี รุกตลาดต่อเนื่องด้วย  MG 6 รุ่นใหม่ในสไตล์สปอร์ตพรีเมี่ยม  ตอกย้ำความมุ่งมั่นของเอ็มจีในการเข้ามาลงทุนในประเทศไทย

   MG6 ถือเป็นทางเลือกในกลุ่มรถยนต์คอมแพ็ค โดยมีเลือก 2 แบบคือ รุ่นฟาสต์แบ็ค และรุ่นซีดานที่มีเอกลักษณ์ที่สะท้อนความเป็นแบรนด์รถยนต์จากอังกฤษของเอ็มจีได้อย่างชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นรูปลักษณ์ที่โดดเด่น และติดตั้งอุปกรณ์ความปลอดภัยใหม่ ๆ อาทิ ระบบปรับระดับไฟหน้าสูง-ต่ำอัตโนมัติ (Auto-Leveling Headlights) ระบบแจ้งเตือนทิศทางของพวงมาลัยหลังสตาร์ทเครื่องยนต์ (Steering Wheel Reminder) ไฟส่องสว่างด้านข้างขณะเลี้ยว (Cornering Lights) ระบบทำความสะอาดไฟหน้า (Headlight Washer) และระบบควบคุมแรงบิดของล้อในขณะเข้าโค้ง (Dynamic Wheel Torque Control) ที่เพิ่มความมั่นใจยิ่งขึ้นเมื่อต้องหักหมุนพวงมาลัยเพิ่มขึ้นในขณะเข้าโค้ง

   NEW MG6 แรงเร้าใจด้วยเครื่องยนต์เทอร์โบ 16 วาล์ว 4 สูบ ขนาด 1,796 ซีซี โดยให้กำลังสูงสุดถึง 161 แรงม้า (118 กิโลวัตต์) ที่ 5,500 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 215 นิวตัน-เมตรที่ 2,000-4,500 รอบต่อนาที รองรับน้ำมันแก๊สโซฮอล์ E85 พร้อมกับเกียร์อัตโนมัติแบบ 6 สปีด DCT (Dual Clutch Transmission) ที่ปรับเปลี่ยนเกียร์ได้รวดเร็วและนุ่มนวลในทุกการขับขี่

   NEW MG6 ทั้งในรุ่นฟาสต์แบ็คและซีดาน รุ่น C, D และ X พร้อมซันรูฟ มาพร้อมราคาที่เร้าใจ เริ่มต้นตั้งแต่ 818,000 – 1,380,000 บาท พร้อมการรับประกันนาน 4 ปี หรือ 120,000 กิโลเมตร และมีบริการช่วยเหลือฉุกเฉิน 24 ชั่วโมงตลอดช่วงเวลารับประกัน

 
 

NEW CARS THAILAND : TATA Super Ace Mint ครบเครื่อง เรื่องการใช้งาน

Monday, 21 September 2015 02:55

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ทาทา มอเตอร์ส ประเทศไทย เปิดตัวTATA Super Ace Mint รถบรรทุกขนาดเล็กรุ่นใหม่ ที่ได้รับการปรับปรุงสมมรรถนะและเสริมความสะดวกสบายในการใช้งาน

    TATA Super Ace Mint ใช้เครื่องยนต์ดีเซล DiCor รุ่นใหม่ แบบคอมมอนเรล ขนาด 1.4 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบไดเรคอินเจคชั่น พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 70 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตร ที่ 1,400-2,750 รอบ/นาที และให้ความสะดวกสบายกับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้นด้วยพวงมาลัยพาวเวอร์ แร็คแอนด์พิเนี่ยน ให้ความปลอดภัยมากขึ้นจากแกนพวงมาลัยแบบยุบตัว

 

   รถบรรทุกเล็กอย่าง Super Ace Mint ที่เปิดตัววางจำหน่ายในครั้งนี้ เป็นการต่อยอด หลังจากที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างสูงสำหรับ Super Ace  เนื่องจากเป็นรถบรรทุกอเนกประสงค์ ที่มีความคล่องตัวสูง ใช้งานได้ทุกพื้น โดยไม่ติดเวลา ทำให้ ทาทา ตัดสินใจพัฒนา Super Ace Mint ขึ้นมา เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า โดยใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากขึ้น และยังเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น รวมทั้งยังให้ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วยค่ามาตรฐานไอเสีย ยูโร 4 สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ทาทาทั่วประเทศ

 
 

NEW CARS THAILAND : HYUNDAI H-1 Limited เสริมเสน่ห์ความสปอร์ตด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษ

Monday, 27 July 2015 14:32

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ฮุนได มอเตอร์ (ไทยแลนด์) จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์ฮุนไดอย่างเป็นทางการแต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย เตรียมเปิดตัวรถใหม่ The New Hyundai H-1 Limited ซึ่งเป็นรถ Sport MPV ที่มีลุคความเป็นสปอร์ต ดุดันทั้งภายในและภายนอก มาพร้อมสีพิเศษ ขาว Creamy White ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้ากลุ่มครอบครัวพรีเมี่ยมยุคใหม่ ที่ชื่นชอบความสะดวกสบาย หรูหราในแบบสปอร์ตได้อย่างลงตัว  Hyundai H-1 Limited พร้อมจะเปิดตัวให้ลูกค้าได้สัมผัสและเปิดรับจองเป็นครั้งแรกในงาน BIG Motor Sale 2015 ระหว่างวันที่ 1-9 สิงหาคม 2558 ณ อาคารแสดงสินค้าไบเทค บางนา และที่โชว์รูมรถยนต์ฮุนไดทั่วประเทศ

 

   The New Hyundai H-1 Limited เป็นรถยนต์เอนกประสงค์ขนาดใหญ่ ที่แตกไลน์มาจากรุ่น Hyundai H-1 Series โดยมีอุปกรณ์อำนวยความสะดวกพื้นฐานมาจากรุ่น H-1 Deluxe ซึ่งเป็นรถครอบครัวที่ได้รับความนิยมสูงสุด  โดย H-1 Limited โดดเด่นกว่าด้วยอุปกรณ์ตกแต่งพิเศษที่ยกระดับให้พรีเมี่ยมมากยิ่งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของกลุ่มลูกค้าที่ชื่นชอบรถ MPV แบบครอบครัว ที่เพียบพร้อมด้วยสมรรถนะและประโยชน์ใช้สอยที่คุ้มค่าคุ้มราคา ในแบบที่หรูหรา และสปอร์ตมากยิ่งขึ้น

   H-1 Limited เป็นรถ MPV ที่ได้รับการเติมเต็มให้สมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น ภายนอกมาพร้อมสีขาว Creamy White  ซึ่งเป็นสีพิเศษที่มีเฉพาะรุ่น H-1 Limited เท่านั้น สะท้อนรูปลักษณ์ที่ดูโดดเด่น หรูหรามากยิ่งขึ้น  พร้อมด้วยล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว สีพิเศษ Hyper Black ที่เพิ่มความสปอร์ต หรูหรา และดุดันกว่าเดิม  ด้านท้ายเพิ่มความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะด้วย โลโก้ตัวอักษรโครเมี่ยมใหม่ “LIMITED” บ่งบอกถึงความมีรสนิยมที่เหนือระดับอย่างแท้จริง

   ภายในมีการปรับเปลี่ยนลายไม้ใหม่ที่คอนโซลกลางเป็นสีเทาเข้ม เพิ่มความหรูหรา ล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น พร้อมด้วยเบาะหนังลายใหม่สีเทาและพรมปูพื้นที่นุ่มนวลสีเทาเข้มเต็มคัน ที่เข้ากันได้อย่างลงตัวกับคอนโซลกลาง  ดูกลมกลืน เรียบหรูแบบมีเอกลักษณ์ นอกจากนี้ยังเพิ่มความเป็นสปอร์ตด้วยพวงมาลัยหุ้มหนังพร้อมปุ่มควบคุมที่พวงมาลัย ทำให้ H-1 Limited มีความลงตัวแบบสปอร์ต เรียบหรูทั้งภายนอกและภายใน

   H-1 Limited ใช้เครื่องยนต์เดียวกันกับ Hyundai H-1 Series ด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.5 ลิตร แบบ Commonrail Direct Injection พร้อมระบบเทอร์โบแปรผัน VGT ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 175 แรงม้า และแรงบิด 441 นิวตันเมตร มั่นใจได้ในเรื่องของสมรรถนะและอัตราเร่ง ที่สามารถตอบสนองได้อย่างทันใจ คล่องตัวในทุกช่วงความเร็ว  ซึ่งการเปิดตัว H-1 Limited ในครั้งนี้ จะสามารถตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าได้หลากหลายมากยิ่งขึ้น ด้วยความโดดเด่นของตัวรถที่ลงตัวในเรื่องของสมรรถนะ รูปโฉมภายนอก และภายใน ที่ให้อารมณ์สปอร์ตและหรูหราอย่างเห็นได้ชัด

   H-1 Limited จะเปิดรับจองเป็นครั้งแรกในงาน Big Motor Sale 2015 ระหว่างวันที่ 1-9 สิงหาคม 2558 ในจำนวนจำกัดและมีเพียงสีพิเศษ ขาว Creamy White เพียงสีเดียวเท่านั้น ท่านใดสนใจสามารถเข้ามาเยี่ยมชม H-1 Limited และรถยนต์ฮุนไดรุ่นอื่นๆที่มาพร้อมข้อเสนอพิเศษได้ที่บู๊ธรถยนต์ฮุนได A20 ในงาน Big Motor Sale ณ อาคารแสดงสินค้าไบเทค บางนา ฮอลล์ 104-105 หรือที่โชว์รูมรถยนต์ฮุนไดทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคมเป็นต้นไป

 
 

NEW CARS THAILAND : MINI COOPER S ชุดแต่ง John Cooper Works Dress Up

Sunday, 19 July 2015 14:02

 

 

 

 

 

 

 

 

   มินิ ประเทศไทย เปิดตัว MINI COOPER S แฮทช์ 3 ประตู พร้อมชุดแต่ง John Cooper Works Dress up ที่มาพร้อมอุปกรณ์ตกแต่งแอโรไดนามิค ล้ออัลลอย Cup Spoke 2-tone ขนาด 18 นิ้ว และสีภายนอกพิเศษที่มีให้เลือกสองโทนสีเอ็กซ์คลูซีฟ ระหว่างชิลลิ เรด และมิดไนท์ แบล็ค ภายในมาพร้อมระบบควบคุมการเปลี่ยนเกียร์แบบสเต็ปโทรนิค สปอร์ต ตกแต่งด้วยพวงมาลัยหนัง JCW หัวเกียร์หนังครบชุดแต่งในแบบฉบับ JCW ทั้งขอบประตู แท่นเหยียบสแตนเลส สตีล และที่วางเท้า

    MINI COOPER S แฮทช์ 3 ประตู John Cooper Works Dress Up ได้รับการออกแบบเป็นพิเศษที่มาพร้อมกับชุดแต่งแอโรไดนามิค ผสมผสานระหว่างรูปลักษณ์ภายนอกอันโดดเด่น สะกดสายตา พลังแห่งการขับขี่อันเร้าใจ และสมรรถนะอันแข็งแกร่ง ตอบสนองทุกการใช้งานในชีวิตประจำวันได้เป็นอย่างดี

    MINI COOPER S แฮทช์ 3 ประตู John Cooper Works Dress Up พร้อมให้สั่งจองและสัมผัสแล้วในราคา 2,990,000 (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม)  รวมถึงโปรแกรม MINI Service Inclusive (MSI) ซึ่งเป็นโปรแกรมบำรุงรักษาสำหรับรถยนต์มินิ ครอบคลุมถึง 5 ปี หรือ 50,000 กม. เยี่ยมชมและสั่งจองได้ที่ผู้จำหน่ายมินิอย่างเป็นทางการทั่วประเทศ

 
 

NEW CARS THAILAND : VOLVO V60T5 Special Edition ขุมพลัง Drive-E Powertrain

Wednesday, 13 May 2015 15:40

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

    วอลโว่เปิดตัวรถยนต์ VOLVO V60T5 Special Edition  พร้อมเครื่องยนต์ Drive-E Powertrain ที่ให้สมรรถนะแรงเร้าใจ และ เปี่ยมด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยระดับสุดยอด สามารถตอบสนองไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่อย่างเต็มเปี่ยม โดยมีจำหน่ายในจำนวนจำกัดเพียง32 คันเท่านั้น

   VOLVO V60 T5 เป็นรถสปอร์ตแวกอนอีกหนึ่งรุ่น ที่ใช้เครื่องยนต์ใหม่ในตระกูล Drive-E Powertrain เบนซินเทอร์โบ 4 สูบ 2.0 ลิตร น้ำหนักเบาให้ความแรงเทียบเท่าเครื่องยนต์ 6 และ 8 สูบแต่ประหยัดเชื้อเพลิงมากกว่าเครื่องยนต์ขนาด 2,000 ซี.ซี. ในปัจจุบันรถรุ่นนี้มาพร้อมกับเกียร์อัตโนมัติเดินหน้า 8 สปีด พร้อม Sport Mode และ Geartronic เป็นเลิศในการขับขี่และตอบสนองทันใจในทุกช่วงความเร็วและจัดเต็มกับขุมพลัง Polestar Performance Optimization เพื่อเพิ่มสมรรถนะและความเร้าใจในการขับขี่ให้มากยิ่งขึ้น

   Volvo V60 T5 มาพร้อมเครื่องทรงพลัง Drive-E Powertrain แบบ T5 ขนาด 2.0 ลิตร 4 สูบไดเร็กอินเจ็กชั่น พร้อมเทอร์โบชาร์จ ให้พลังสูงสุด 220 แรงม้าที่ 5,500 รอบต่อนาที และทอร์ค350นิวตันเมตรในช่วง 1,500-4,000 รอบต่อนาที จึงตอบสนองได้ทันใจในทุกรอบเครื่อง  อัตราเร่ง 0-100ก.ม./ช.ม. ในเวลาเพียง 6.8 วินาที ขณะเดียวกันก็ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ต่ำเพียง 144 กรัมต่อกิโลเมตร พร้อมทั้งประหยัดน้ำมันได้อย่างน่าทึ่ง โดยสามารถวิ่งเฉลี่ยใน-นอกเมือง 16.1ก.ม./ลิตร

   VOLVO V60T5 Special Edition เปรียบได้กับรถคูเป้ในรูปลักษณ์สปอร์ตแวกอน ผสานความปราดเปรียว เข้ากับพื้นที่บรรทุกของด้านท้ายที่เพิ่มขึ้น ตอบสนองทุกมิติในชีวิตได้อย่างเต็มพิกัด ดีไซน์ภายนอก สร้างความโดดเด่นเร้าใจด้วยเส้นสายแนวขวางและไฟ Daylight running ที่มุมหน้ารถทั้งสองด้านที่ทำให้ดูเหมือนรถกดต่ำ ไฟหน้าทรงใหม่สไตล์เฉี่ยวที่สื่อถึงความมุ่งมั่น  ฝากระโปรงหน้าใหม่ กระจังหน้าที่กว้างขึ้น  เพิ่มความโฉบเฉี่ยวทรงพลัง สะกดทุกสายตา

   วอลโว่ไม่เพียงใส่ใจความปลอดภัยของผู้ขับขี่และผู้โดยสารในรถ แต่ยังรวมไปถึงผู้ที่ร่วมใช้รถใช้ถนนอีกด้วยวอลโว่ได้พัฒนาเทคโนโลยีใหม่ขึ้นมามากมาย เพื่อช่วยปกป้องคุ้มครองผู้ขับขี่และคนเดินถนนให้ปลอดภัย ด้วยการติดตั้งระบบป้องกันการชนพร้อมฟังก์ชั่นหยุดรถอัตโนมัติ ที่ให้รถไม่ชนรถ รถไม่ชนคน และรถไม่ชนจักรยาน เป็นครั้งแรกของโลกยนตรกรรม และนี่คือหนึ่งในความมุ่งมั่นที่วอลโว่ต้องการลดการบาดเจ็บและการเสียชีวิตให้เป็นศูนย์ในปี 2020

คุณลักษณ์พิเศษที่เพิ่มขึ้นในรถยนต์VOLVO V60T5  Special Edition

  • นวัตกรรมเครื่องยนต์และระบบส่งกำลัง Volvo Drive-E Powertrain
  • ชุดเพิ่มสมรรถนะ Polestar Performance Optimisation
  • ระบบแจ้งเตือนด้วยแรงสั่นที่พวงมาลัยเมื่อรถวิ่งออกนอกช่องทางดินรถ
  • หมอนหนุนหลังในเบาะคู่หน้าปรับด้วยไฟฟ้า
  • กระจกมองหลังแบบไม่มีกรอบ ตัดแสงจ้าอัตโนมัติ
  • ช่วงล่างแบบไดนามิก
  • ชุดปลายท่อคู่แบบเหลี่ยมสไตล์สปอร์ต
  • Sensus Connect ระบบสื่อสารที่สามารถสื่อสารกับรถและเชื่อมต่อกับโลกดิจิตอล พร้อมแอปพลิเคชั่นใหม่ Wikipedia, Glympse, Sticher, Here weather, Find fuel)
  • ระบบแผนที่นำทาง (Navigation)
  • สีภายนอกใหม่ 2 สี Savile Grey และ Bright Silver Metallic
  • เบาะหนังสไตล์สปอร์ตใหม่สี Beachwood Brown/Offblack
  • แผงคอนโซลกลางลาย Piano Blackพร้อม Rotary Jewelry Knobs ล้ออลูมิเนียม ขนาด 8X18” ลาย Titania

   ทั้งหมดนี้คือคุณลักษณ์อันโดดเด่นของ VOLVO V60 T5 รุ่นปี 2015 Special Edition ที่ผู้ชื่นชอบรถหรูเปี่ยมสมรรถนะและความปลอดภัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ไม่อาจมองข้าม ที่สำคัญเป็นเวอร์ชั่นพิเศษมีเพียง 32 คันเท่านั้นให้ครอบครอง สนใจสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมวอลโว่ใกล้บ้านท่าน หรือ ติดต่อวอลโว่ แคร์เซ็นเตอร์ ที่โทร.0 2305 4499

 
 

NEW CARS THAILAND : ALL-NEW TOYOTA FORTUNER เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศไทย

Thursday, 16 July 2015 13:17

 

 

 

 

 

 

 

   TOYOTA FORTUNER เจนเนอเรชั่นที่ 1 เปิดตัวสู่ตลาดเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2548 ภายใต้โครงการ “IMV: Innovative International Multi-Purpose Vehicle” สามารถสร้างปรากฏการณ์ เป็นผู้นำตลาดรถอเนกประสงค์ประเภท PPV ในประเทศไทย และในตลาดต่างประเทศ ด้วยชื่อเสียงอันเป็นที่ยอมรับ ในคุณภาพการผลิตมาตรฐานระดับโลก สมรรถนะการขับขี่ ประหยัดน้ำมัน ประโยชน์ใช้สอยและคุ้มค่า ทั้งยังมีรูปลักษณ์ที่โฉบเฉี่ยว จนสามารถครองใจลูกค้าทั้งชาวไทยและต่างประเทศได้อย่างเต็มภาคภูมิ

   TOYOTA FORTUNER เจนเนอเรชั่นที่ 1 ได้รับความนิยมในประเทศไทย ด้วยยอดจำหน่ายรวมทั้งสิ้นกว่า  220,000 คัน และยืนยันด้วยรางวัลด้านคุณภาพมากมายทั้ง รางวัล เจ.ดี.พาวเวอร์ เอเซีย แปซิฟิก (JD Power) รางวัลธุรกิจยานยนต์ยอดนิยมแห่งปี (TAQA Awards) และรางวัลรถยนต์ยอดเยี่ยมแห่งปี (Car of the year)

   และล่าสุด บริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด   ได้เปิดตัว TOYOTA FORTUNER เจนเนอเรชั่นที่ 2 โมเดลใหม่ล่าสุด ที่ได้รับการพัฒนาใหม่หมดให้เป็นยนตกรรมที่เหนือชั้นในทุกข้อจำกัดแห่งการขับขี่ ภายใต้แนวคิดยนตกรรมอเนกประสงค์ตัวจริง ด้วยรูปลักษณ์ใหม่ พร้อมความมั่นใจในทุกการขับขี่” (The True SUV with Style & Confidence) เพื่อให้ FORTUNER เป็นอีกหนึ่งในรถยนต์ผู้นิยามใหม่ของ “ความแกร่ง” ด้วยการขยายเฟรมให้ใหญ่ขึ้น และพัฒนาช่วงล่างแบบ 4 ลิงค์ เครื่องยนต์ใหม่ พร้อมเพิ่มประสิทธิภาพแห่งการขับขี่แบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ที่สามารถตอบสนองการขับขี่ในทุกสภาพถนน รวมถึงกำหนดนิยามใหม่แห่ง “ดีไซน์” ด้วยการออกแบบที่หรูหรา ล้ำสมัย ทั้งภายในและภายนอก  โดยเฉพาะ 3 เส้นสายแห่งดีไซน์ ( 3 Iconic lines) อันเป็นเอกลักษณ์แห่งความภาคภูมิของ FORTUNER ใหม่ พร้อมเพิ่มความสมบูรณ์แบบด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยใหม่มาตรฐานระดับโลก

   TOYOTA FORTUNER ดีไซน์รูปลักษณ์ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสารใหม่ พร้อมสมรรถนะการขับเคลื่อนที่ลงตัว เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับตลาดรถยนต์อเนกประสงค์ทั่วโลก ด้วยจุดเด่น 4 จุดหลัก

- NEW LEGEND OF DESIGN นิยามใหม่แห่งดีไซน์ ด้วยดีไซน์ใหม่ของรถอเนกประสงค์แห่งอนาคตกับรูปลักษณ์แห่งความแข็งแกร่ง ดุดันและทรงพลัง แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์กับเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวและพริ้วไหว ทั้งภายในและภายนอก

- NEW LEGEND OF UTILITY  นิยามใหม่แห่งการใช้ชีวิต ด้วยห้องโดยสารขนาดใหญ่ โอ่โถงกว้างสบาย เพียบพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก สู่ขีดสุดแห่งสุนทรียภาพการขับขี่สมบูรณ์แบบ

- NEW LEGEND OF PERFORMANCE นิยามใหม่แห่งสมรรถนะการขับขี่ ด้วยเครื่องยนต์ดีเซลระบบคอมมอนเรล เจเนอเรชั่นใหม่ล่าสุด (GD Efficient Boost)  เพิ่มประสิทธิภาพในการเผาไหม้ ให้แรงบิดสูงในช่วงรอบกว้าง (Flat torque) แต่ยังประหยัดน้ำมันดีเยี่ยม เครื่องยนต์ทำงานเงียบ ไอเสียต่ำเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ผสานกับระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด เพิ่มสมรรถนะการขับขี่ได้อย่างเหนือชั้น และสัมผัสใหม่กับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ “ซิกม่าโฟว์” ที่สามารถตอบสนองการขับขี่ในทุกสภาพถนน

- NEW LEGEND OF SAFETY นิยามใหม่แห่งความปลอดภัยเหนือระดับ  สร้างความอุ่นใจในการขับขี่ เพียบพร้อมไปด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก ทั้งแบบปกป้อง และแบบป้องกัน

 

   TOYOTA FORTUNER  ได้รับการดีไซน์รูปลักษณ์ใหม่หมด ให้ความหรูหรา  แข็งแกร่ง ดุดันและทรงพลัง แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์กับเส้นสายที่โฉบเฉี่ยวและพริ้วไหว  มุมมองด้านหน้าโดดเด่นด้วยชุดไฟหน้า LED โปรเจคเตอร์ แบบ Bi-Beam รูปทรงเรียวคมควบคุมการเปิดปิดอัตโนมัติ ดีไซน์รับกับกระจังหน้าและกันชนหน้าอย่างลงตัว พร้อมติดตั้งไฟตัดหมอก หน้าและหลัง เติมเต็มทัศนวิสัยที่ชัดเจนให้ทุกการขับขี่ปลอดภัยอย่างแท้จริง  ด้านข้างตัวถังเด่นที่ความโค้งมนตัดกับเส้นสายที่คมชัด เสริมด้วยกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว และระบบ Welcome Light   เหนือขึ้นไปบนหลังคา มาพร้อมราวหลังคาดีไซน์สปอร์ต และเสารับสัญญาณวิทยุดีไซน์ล้ำแบบ Shark Fin สะท้อนรสนิยมหรู  ปลายสุดของหลังคาเพิ่มความสปอร์ตด้วยสปอยเลอร์หลัง พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED   ส่วนด้านท้ายรถเด่นสุดต้องยกให้กับไฟท้าย  LED ทรงเฉียบ แบบ Light Guiding ให้ไฟประกายแสงเด่นชัด มองเห็นจากระยะไกลช่วยเสริมความปลอดภัยไปอีกขั้น  และกันชนท้ายดีไซน์สปอร์ตเพิ่มความลงตัวให้ด้านท้ายโดดเด่นในทุกมุมมอง

 

   ภายในห้องโดยสารดีไซน์ใหม่หมด ผสานความสปอร์ต หรูหรา และความอเนกประสงค์ด้วยพื้นที่ใช้ส้อยที่กว้างขวาง โอ่โถง  เพียบพร้อมอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ไม่ว่าจะเป็น มาตรวัดเรืองแสงดีไซน์ล้ำแบบ Optitron ดีไซน์ช่องมาตรวัด ที่เชื่อมต่อเป็นหนึ่งเดียว เพื่อการใช้งานที่สะดวกสบายมากยิ่งขึ้น   ,ติดตั้งจอแสดงข้อมูลการขับขี่ MID (Multi-Information Display) หน้าจอสีแบบ TFT คมชัดทุกรายละเอียด ที่สามารถปรับตั้งค่าการทำงานของระบบต่างๆ พร้อมแสดงข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการขับขี่ตลอดการเดินทาง เช่น ข้อมูลการขับขี่ ,ข้อมูลระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ ,ข้อมูลการขับขี่แบบ ECO ,ข้อมูลระบบนำทาง,ข้อมูลการเล่นเพลง ฯลฯ , ระบบนำทาง (Navigator) พร้อมเครื่องเล่น DVD หน้าจอแบบสัมผัสขนาด 7 นิ้ว รองรับ T-Connect และการเชื่อมต่อ Bluetooth วางแผนการเดินทางอย่างแม่นยำ พร้อมสัมผัสความบันเทิงที่ครบครัน และเชื่อมต่อโทรศัพท์เข้ากับระบบ Hands-free ในรถ , ช่องเสียบอุปกรณ์ USB, iPOD และ AUX เชื่อมต่อความบันเทิงได้อย่างหลากหลาย ตอบรับทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างใจ  , ระบบปรับอากาศแบบอัตโนมัติ เพื่อรักษาอุณหภูมิในห้องโดยสารให้เย็นสบายอย่างเหมาะสม , บริเวณช่องเก็บของคอนโซลกลางมาพร้อมช่องต่ออุปกรณ์ไฟฟ้ากระแสไฟฟ้า DC 12 โวลต์ และกระแสไฟฟ้า AC 220 โวลต์  , ติดตั้งกล้องมองหลังแสดงภาพบริเวณมุมมองด้านท้ายของรถ ช่วยให้ทุกจังหวะการถอยจอดมั่นใจเพิ่มขึ้น , ระบบ Push Start สตาร์ทเครื่องยนต์ได้อย่างง่ายดายเพียงปลายนิ้วสัมผัส  และกุญแจเป็นแบบ Smart Key ดีไซน์ใหม่ พร้อมระบบ Immobilizer ตรวจสอบรหัสของกุญแจของเครื่องยนต์ ป้องกันการสตาร์ท ในกรณีรหัสไม่ตรงกัน ช่วยให้ปลอดภัยมั่นใจเต็มที่

   ส่วนอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสำหรับผู้ขับโดยเฉพาะ    จัดเต็มทั้งแต่พวงมาลัยหุ้มหนังดีไซน์สปอร์ตพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง  จอแสดงข้อมูลการขับขี่  และ Paddle Shift ควบคุมการเปลี่ยนเกียร์ที่พวงมาลัยช่วยเพิ่มความเร้าใจในการขับขี่ , ระบบควบคุมความเร็วอัตโนมัติ (Cruise Control) รักษาระดับความเร็วรถให้คงที่ โดยไม่ต้องเหยียบคันเร่ง , ชุดเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด พร้อม Sequential Shift ดีไซน์สปอร์ต ให้ความแม่นยำในทุกจังหวะเข้าเกียร์  และเบาะนั่งคนขับปรับไฟฟ้า 8 ทิศทาง ให้สัมผัสล้ำที่สบาย มั่นใจในทุกการขับขี่

   ความอเนกประสงค์ของ TOYOTA FORTUNER  สามารถตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ได้อย่างลงตัว ด้วยการดีไซน์อุปกรณ์ต่างๆที่ช่วยเสริมความสะดวกสบายในการใช้งาน  ไม่ว่าจะเป็นการดีไซน์เบาะนั่งที่พับและปรับเปลี่ยนได้อย่างอิสระตามรูปแบบการใช้งาน  ทั้งแบบ L-SPACE ปรับพับได้หลากหลาย รองรับการใช้งานได้ทุกรูปแบบ , แบบ TUMBLE & SPACE-UP ปรับพับเบาะเพื่ออรรถประโยชน์ในการใช้สอยสูงสุด พร้อมรองรับของที่มีขนาดที่หลากหลาย , แบบ REAR SPACE ปรับพับเบาะแถว 3 เพื่อตอบสนองความสะดวกสบายทั้งผู้โดยสาร และการบรรทุกของได้อย่างลงตัว     ระบบเปิด-ปิดประตูทั้ง 5 บาน ให้ความสะดวกทุกการใช้งาน สั่งงานง่ายผ่านรีโมท  สวิตช์ภายในรถบริเวณที่นั่งคนขับ และบริเวณประตูท้าย สามารถ เปิด-ปิด ด้วยระบบไฟฟ้า พร้อมระบบป้องกันการหนีบ (Power Back Door with Jam Protection)

    สมรรถนะการขับเคลื่อนตอบสนองการขับขี่ได้อย่างลงตัว ทั้งความแรงและประหยัด ด้วย  เครื่องยนต์ใหม่ GD Efficient Boost    ขีดสุดพลังแรงไร้ขีดจำกัด   ภายใต้แนวคิด “Efficient Boost” ลดการสูญเสียความร้อน และแรงเสียดทานของเครื่องยนต์ ให้แรงบิดสูงสุดในรอบกว้าง Flat Torque พร้อมประหยัดเป็นเยี่ยมในทุกการเดินทาง เหนือชั้นกว่าด้วยการทำงานของเครื่องยนต์ที่เงียบ และสั่นสะเทือนน้อยกว่า ตอบรับทุกการขับขี่ในทุกรูปแบบ โดยเครื่องยนต์มีให้เลือกถึง 3 พิกัดความแรง

- เครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 130 กิโลวัตต์ (177 แรงม้า) ที่ 3,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 450 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600 - 2,400 รอบ/นาที ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

- เครื่องยนต์ดีเซล 2.4 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 110 กิโลวัตต์ (150 แรงม้า) ที่ 3,400 รอบ/นาที  แรงบิดสูงสุด 400 นิวตัน-เมตร ที่ 1,600-2,000 รอบ/นาที ระบบเกียร์มีให้เลือกทั้งเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด และ เกียร์ธรรมดา 6 สปีด

- เครื่องยนต์เบนซิน 2.7 ลิตร Dual VVT-I ให้กำลังสูงสุด 122 กิโลวัตต์ (166 แรงม้า) ที่ 5,200 รอบ/นาที  แรงบิดสูงสุด 245 นิวตัน-เมตร ที่ 4,000 รอบ/นาที ระบบเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด

   เครื่องยนต์ใหม่ GD Efficient Boost  ยังรวมความโดดเด่นด้านเทคโนโลยีความแรงสุดล้ำ  ทั้งระบบเทอร์โบแปรผันใหม่ (VN Turbo) ออกแบบให้มีขนาดเล็กลงแต่ประสิทธิภาพมากขึ้น พร้อมระบบควบคุมการเปิด-ปิดครีบปรับแรงดันอากาศด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า เที่ยงตรงและแม่นยำสูง แรงต่อเนื่องทุกรอบความเร็ว ช่วยให้เครื่องยนต์ปลดปล่อยพลังงานออกมาได้เต็มกำลัง  , ระบบฉีดน้ำมันอัจฉริยะ พร้อมปั๊มแรงดันสูง 220 MPa ฉีดน้ำมันเป็นละอองฝอย เพื่อการเผาไหม้ที่สมบูรณ์แบบหมดจด เพิ่มระดับความประหยัดให้มากยิ่งขึ้น เครื่องยนต์เดินเงียบ ลดเสียงและการสั่นสะเทือนได้อย่างยอดเยี่ยม พร้อมทั้งลดมลภาวะ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม และ Roller Rocker Arm with Valve Lash Adjuster ออกแบบพิเศษเพื่อลดแรงเสียดทานระหว่างลูกเบี้ยวและกระเดื่องวาล์วในจังหวะของการเปิด-ปิดวาล์ว พร้อมระบบปรับตั้งวาล์วอัตโนมัติเพื่อกำจัดช่องว่างของการสึกหรอที่เกิดขึ้น ทำให้ไม่มีการรั่วไหลของไอน้ำมันแม้ใช้งานอย่างยาวนาน ผลลัพธ์คือเครื่องยนต์เดินเงียบ อีกทั้งยังประหยัดน้ำมัน และประหยัดค่าบำรุงรักษาตลอดอายุการใช้งาน  , ติดตั้ง EGR (Exhaust Gas Recirculation) เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมด้วยระบบนำไอเสียหมุนเวียนกลับมาใช้ใหม่ ช่วยลดความร้อนของเครื่องยนต์ขณะทำงาน ลดมลพิษได้เต็มประสิทธิภาพตามมาตรฐาน Euro 4 และมีระบบตัดการทำงานของเครื่องยนต์อัตโนมัติ (Stop & Start System) เมื่อรถหยุดนิ่ง ระบบจะตัดการทำงานของเครื่องยนต์ชั่วขณะ และจะสตาร์ทเครื่องยนต์ขึ้นใหม่โดยอัตโนมัติเมื่อแตะคันเร่ง จึงช่วยให้ประหยัดน้ำมันและลดไอเสียได้อย่างมีประสิทธิภาพ และในระหว่างที่เครื่องยนต์หยุดการทำงานเครื่องปรับอากาศจะยังคงส่งลมเย็นอย่างต่อเนื่อง

   ระบบขับเคลื่อนของ TOYOTA FORTUNER ออกแบบใหม่ ใช้ชื่อว่า ซิกม่าโฟร์ (Ʃ4) มีเฉพาะรุ่น 2.8V ขับเคลื่อน 4 ล้อ  สามารถเลือกโหมดการขับขี่ได้ดั่งใจ ด้วยโหมด H2, H4, L4 ผสานการทำงานร่วมกับระบบ DAC และ A-TRC ที่จะเอาชนะทุกอุปสรรคแห่งการเดินทาง โดย H2 ระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ สำหรับสภาพถนนปกติ , H4 ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับสภาพถนนเปียกลื่นและลูกรัง เพื่อประสิทธิภาพการขับขี่ เกาะถนน และความปลอดภัย , L4 ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ สำหรับเส้นทางวิบาก และเส้นทางที่ต้องการกำลังขับเคลื่อนสูง  นอกจากนี้ยังมีระบบช่วยเสริมการขับขี่ทั้งระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางลาดชัน DAC (Downhill Assist Control)  ซึ่งจะควบคุมแรงดันเบรกอัตโนมัติขณะขับลงทางชัน ช่วยควบคุมความเร็วรถให้คงที่ ป้องกันไม่ให้รถลื่นไถลลงเนินอย่างรวดเร็ว โดยผู้ขับขี่ไม่จำเป็นต้องแตะเบรก , ระบบช่วยออกตัวบนทางลาดชัน HAC (Hill-start Assist Control) ระบบจะเพิ่มแรงดันเบรกไปยังล้อทั้ง 4 อัตโนมัติ ป้องกันรถไหลในจังหวะออกตัว บนทางลาดชัน เพื่อความมั่นใจในทุกสถานการณ์การขับขี่  และระบบป้องกันล้อหมุนฟรีแบบแอคทีฟ A-TRC (Active Traction Control) เมื่อเซ็นเซอร์ตรวจจับได้ว่าล้อใดเริ่มสูญเสียแรงขับเคลื่อน ขณะวิ่งผ่านพื้นผิวลื่น ระบบจะลดแรงขับที่ส่งไปยังล้อนั้น เพื่อป้องกันล้อหมุนฟรี และเพิ่มแรงขับไปยังล้อที่เหลือ เพื่อเคลื่อนที่ต่อไปได้อย่างราบรื่นและง่ายดาย

   ส่วนระบบกันสะเทือนออกแบบใหม่ตามมาตรฐานของรถเอสยูวี ด้านหน้าเป็นแบบอิสระปีกนกคู่ พร้อมคอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง  ด้านหลังเป็นแบบโฟร์ลิงค์คอยล์สปริง และเหล็กกันโคลง เพื่อการขับขี่ที่นุ่มนวลและการทรงตัวที่ดีเยี่ยม

   ก้าวไปอีกขั้นของระบบความปลอดภัยมาตรฐานระดับโลก ที่เพียบพร้อมด้วยเทคโนโลยีขั้นสูง เริ่มตั้งแต่ระบบป้องกัน  Active Safety จัดเต็มทั้ง ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี (Traction Control) ป้องกันการเกิดอาการล้อหมุนฟรี เมื่อขับอยู่บนผิวถนนที่ลื่น ซึ่งเป็นสาเหตุของการลื่นไถลทำให้รถเสียการทรงตัว , ระบบควบคุมการทรงตัว VSC (Vehicle Stability Control)  ขณะเข้าโค้งบนถนนที่เปียกลื่น ระบบจะควบคุมกำลังเครื่องยนต์ และส่งแรงเบรกไปยังล้อแต่ละล้อแบบอัตโนมัติ เพื่อป้องกันภาวะมุดโค้ง (Understeer) หรือแหกโค้ง (Oversteer) จึงช่วยให้เข้าโค้งได้อย่างแม่นยำและมั่นคง , ระบบป้องกันล้อล็อก ABS (Anti-lock Braking System)  เมื่อต้องเบรกอย่างกะทันหัน ระบบจะช่วยป้องกันล้อล็อกและลื่นไถล ทำให้สามารถควบคุมรถได้ในทุกสถานการณ์คับขัน , ระบบกระจายแรงเบรก EBD (Electronic Brake-force Distribution) ปลอดภัยทุกการขับขี่ โดยระบบช่วยกระจายแรงเบรกในแต่ละล้ออย่างสมดุล เพื่อป้องกันอาการท้ายสะบัดและกระจายแรงเบรกล้อซ้าย-ขวาในขณะเข้าโค้ง เพื่อการควบคุมที่ดีขึ้น  , ระบบเสริมแรงเบรก BA (Brake Assist) ในสภาวะเบรกฉุกเฉิน แรงเบรกจากผู้ขับไม่เพียงพอต่อการหยุดรถ ระบบจะเพิ่มแรงเบรกโดยอัตโนมัติเพื่อช่วยให้สามารถหยุดรถได้ในระยะที่ปลอดภัย  และระบบควบคุมการส่ายของส่วนพ่วงท้าย TSC (Trailer Sway Control) เซ็นเซอร์จะปรับแรงดันเบรก และกำลังของเครื่องยนต์ให้เหมาะสม เมื่อวิ่งบนถนนขรุขระ หรือผชิญลมพัดขวางรุนแรง ช่วยรักษาเสถียรภาพป้องกันรถส่าย หรือเสียการทรงตัว

   ระบบปกป้อง Passive Safety จัดเต็มทั้ง ถุงลมเสริมความปลอดภัย 7 ตำแหน่งรอบคัน ปกป้องทั้งผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ลดโอกาสบาดเจ็บจากแรงกระแทกเมื่อเกิดอุบัติเหตุได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ , เข็มขัดนิรภัย แบบ ELR 3 จุด 7 ที่นั่ง พร้อมระบบดึงกลับและผ่อนแรงอัตโนมัติสำหรับเบาะคู่หน้า และโครงสร้างตัวถังนิรภัย GOA ช่วยดูดซับแรงกระแทก เสริมความแข็งแกร่งให้กับบริเวณห้องโดยสาร จากการชนทั้งด้านหน้าและด้านข้าง เพิ่มประสิทธิภาพในการดูดซับและกระจายแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารได้อย่างมีประสิทธิภาพ   

   TOYOTA FORTUNER มีให้เลือกถึง 5 แบบ และมีสีให้เลือกทั้งสิ้น 7 สี โดยเป็นสีใหม่ด้วยกัน 2 สี ได้แก่ สีน้ำตาล Phantom Brown และสีน้ำเงิน Nebula Blue ด้วยราคาเริ่มต้นเพียง 1,199,000 บาท – 1,599,000 บาท พร้อมเป้าหมายการขายที่ 2,600 คันต่อเดือน

   นอกจากนี้ โตโยต้า ยังได้มอบประสบการณ์ให้กับลูกค้าเพื่อร่วมสัมผัสนิยามใหม่ของ TOYOTA FORTUNER โดยเริ่มตั้งแต่การจัดกิจกรรมเปิดตัวที่โชว์รูมโตโยต้า 435 แห่งทั่วประเทศ ในวันที่ 17 – 19 กรกฎาคมนี้ ซึ่งได้จัดเตรียมรถทดลองขับไว้ให้ลูกค้าทุกท่านได้สัมผัสประสบการณ์ขับขี่กันอย่างทั่วถึง โดยหลังจากการเปิดตัวอย่างเป็นทางการจะจัดกิจกรรม Road show ที่ห้างสรรพสินค้าชั้นนำ เพื่อสร้างความใกล้ชิดกับลูกค้าทุกภูมิภาคให้สัมผัสและทดลองขับในเดือนสิงหาคม – ตุลาคม นี้

ราคา ALL-NEW TOYOTA FORTUNER

- รุ่น 2.4G MT 2WD ราคา 1,199,000 บาท

- รุ่น 2.4V AT 2WD ราคา 1,369,000 บาท

- รุ่น 2.7V AT 2WD ราคา 1,449,000 บาท

- รุ่น 2.8V AT 2WD ราคา 1,529,000 บาท

- รุ่น 2.8V AT 4WD ราคา 1,599,000 บาท

 
 

NEW CARS THAILAND : SUBARU FORESTER เอสยูวีสายพันธุ์แรง ราคาเริ่มต้น 1.69 ล้าน

Monday, 27 April 2015 15:45

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บริษัท ทีซี ซูบารุ (ประเทศไทย) จำกัด แนะนำ SUBARU FORESTER 2.0i-L ราคา 1.69 ล้านบาท และ  SUBARU FORESTER 2.0XT ราคา 2.42 ล้านบาท ความสมบูรณ์แบบของรถยนต์เอสยูวีจากซูบารุ เจ้าของรางวัล SUV of The Year 2014 จาก Motortrend ที่ครบครันทั้งสมรรถนะและความสะดวกสบายตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ ได้อย่างลงตัวทั้งวันทำงานและวันพักผ่อน

   SUBARU FORESTER ทั้ง 2 รุ่นมาพร้อมกับเทคโนโลยีอันเป็นเอกลักษณ์ของเครื่องยนต์บ๊อกเซอร์ 4 สูบ โดยรุ่น 2.0i-L มาพร้อมกับขุมพลังขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 150  แรงม้าที่ 6,200 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 198 นิวตันเมตรที่ 4,200 รอบต่อนาที และรุ่น2.0XTมาพร้อมกับระบบ DIT (Direct Injection Turbo)  ขนาด 2.0 ลิตร กำลังสูงสุด 240  แรงม้าที่ 5,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 350 นิวตันเมตรที่ 2,400 – 3,600 รอบต่อนาที  พร้อมระบบขับเคลื่อน 4 ล้อแบบสมมาตร และระบบการควบคุมการขับเคลื่อน X-Mode ที่ควบคุมระบบการทำงานของรถในทุกสภาพการขับขี่

   สะดวกยิ่งขึ้นด้วยระบบ SI-Drive (Subaru Intelligent Drive) พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกที่เหนื่อกว่า อาทิ ระบบแสดงข้อมูลแบบ Hi-Grade Multi-Function Display , ระบบเครื่องเสียง ‘Harman/Kardon’ ระดับ 400 วัตต์ มาพร้อมลำโพง 8 ตัว , ระบบไฟฟ้าควบคุมการปิดเปิดประตูท้ายอัตโนมัติพร้อมระบบความจำ  , ระบบฉีดล้างไฟหน้า  พร้อมระบบเปิด-ปิดไฟอัตโนมัติและระบบปัดน้ำฝนอัตโนมัติ  , บนหลังคาติดตั้ง Sunroof  หลังคาแก้วแบบเปิดกว้างถึงเบาะตอนหลังและติดตั้งราวหลังคาบรรทุกของ , พวงมาลัยเป็นแบบ Multifunction  พร้อมปุ่มเชื่อมต่อโทรศัพท์  ปุ่ม Cruise Control และ SI-Drive , ระบบเครื่องปรับอากาศ Dual-Zone  และเบาะหลังสามารถพับได้ 60/40 2  วิธี  คือการดึงสลักที่ตัวเบาะหรือการกดปุ่ม one touch folding  ที่อยู่บริเวณพื้นที่เก็บสัมภาระ

   สัมผัสสมรรถนะของเอสยูวีคุณภาพสูง SUBARUFORESTER ได้แล้ววันนี้ที่โชว์รูมซูบารุทั่วประเทศ สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ 02 725 1888 หรือชมข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ http://www.motorimage.net

 
 

NEW CARS THAILAND : TATA โมเดลปี 2015

Thursday, 13 August 2015 13:35

 

 

 

 

 

 

 

 

   ทาทา มอเตอร์ส ประเทศไทย เดินหน้าขยายไลน์รถเพื่อการพาณิชย์เต็มรูปแบบ ในปี 2015  เปิดตัวรถอเนกประสงค์รุ่นใหม่ทั้ง TATA Xenon  N-Series  ขับเคลื่อน 4 ล้อ และ TATA  Super Ace Mint พร้อมจำหน่ายเป็นครั้งแรก

   ทาทาในปีนี้พร้อมรุกตลาดด้วย TATA Xenon 150 N-Series  ที่มีให้เลือกใช้งานทั้งระบบขับเคลื่อน 2 ล้อ และระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ทั้งในรูปแบบของรถกระบะตอนเดียว ในรุ่น TATA Xenon Single Cab 150 NX-Pert และรถกระบะ 4 ประตู ในรุ่น TATA Xenon Double Cab 150 NX-Plore ที่ใช้เครื่องยนต์ DiCor ขนาด 2.2 ลิตร คอมมอนเรลจ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบหัวฉีดไดเรค อินเจคชั่น ใช้ระบบอัดอากาศเทอร์โบแปรผัน พร้อมอินเตอร์คูลเลอร์ให้กำลังสูงสุด 150 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 320 นิวตันเมตร ที่ 1,500-3,000 รอบ/นาที

   TATA Super Ace Mint  รถบรรทุกขนาดเล็กรุ่นใหม่ ที่ใช้เครื่องยนต์ดีเซล DiCor รุ่นใหม่ แบบคอมมอนเรล ขนาด 1.4 ลิตร จ่ายเชื้อเพลิงด้วยระบบไดเรคอินเจคชั่น พร้อมระบบอัดอากาศเทอร์โบ อินเตอร์คูลเลอร์ ให้กำลังสูงสุด 70 แรงม้า ที่ 4,000 รอบ/นาที พร้อมแรงบิดสูงสุด 140 นิวตันเมตร ที่ 1,400-2,750 รอบ/นาที ให้ความสะดวกสบายกับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้นด้วยพวงมาลัยพาวเวอร์แร็คแอนด์พิเนี่ยน ให้ความปลอดภัยมากขึ้นจากแกนพวงมาลัยแบบยุบตัว

   สำหรับรถบรรทุกเล็กอย่าง TATA Super Ace Mint  ที่เปิดตัววางจำหน่ายในครั้งนี้ ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จของ ทาทา ซูเปอร์เอซ ที่ได้รับความนิยมจากลูกค้าเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นรถบรรทุกอเนกประสงค์ ที่มีความคล่องตัวสูง สามารถเข้าถึงได้ในทุกพื้นที่ ทำให้ทาทาตัดสินใจพัฒนา  TATA Super Ace Mint  ขึ้นนมาเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ซึ่งนอกจากจะใช้เครื่องยนต์รุ่นใหม่ที่ให้ความประหยัดเชื้อเพลิงมากยิ่งขึ้นแล้ว ยังเพิ่มอุปกรณ์อำนวยความสะดวกสบายให้กับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้น รวมทั้งให้ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วยค่ามาตรฐานไอเสีย ยูโร 4

   สนใจสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ผู้แทนจำหน่ายรถยนต์ทาทาทั่วประเทศหรือเยี่ยมชมเว็บไซต์  http://www.tatamotors.co.th

 
 

More Articles...

Page 10 of 23

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )