Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS INTER : Porsche Panamera 4 E-Hybrid และ 911 GT3 Cup เปิดตัวครั้งแรกที่ปารีส

 

 

 

   Oliver Blume ประธานกรรมการบริหารของปอร์เช่ มีความภาคภูมิใจอย่างยิ่งในโอกาสสำคัญของการเปิดตัว Panamera 4 E-hybrid รุ่นใหม่ล่าสุดที่งานมหกรรมยานยนต์ “Mondial de l’Automobile” ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ปอร์เช่ พานาเมร่า รุ่นเครื่องยนต์ไฮบริด ได้รับการออกแบบพัฒนาขึ้นเพื่อให้เป็นยนตกรรมสปอร์ตซาลูนสมรรถนะสูง พร้อมด้วยความสะดวกสบายที่เหนือระดับ สำหรับอีกหนึ่งรุ่นที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลกในงานเดียวกันนี้ คือ ทายาทผู้สืบทอดสายเลือดรถสนามพันธุ์แท้ ปอร์เช่ 911 GT3 Cup เจเนอเรชั่นล่าสุดของรถแข่งที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก รถยนต์รุ่นใหม่ทั้ง 2 คัน คือตัวแทนของยอดยนตกรรมเปี่ยมสมรรถนะจากปอร์เช่ พร้อมบุคลิกเฉพาะตัวที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์อย่างชัดเจน รถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 Cup ให้พละกำลังสูงสุดถึง 485 แรงม้า (357 กิโลวัตต์) จากเครื่องยนต์ 6 สูบนอนขนาดความจุ 4.0 ลิตร ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นใหม่ ติดตั้งระบบจ่ายเชื้อเพลิงตรงเข้าห้องเผาไหม้ หรือ direct petrol injection สำหรับปอร์เช่ Panamera 4 E-hybrid ผสานการทำงานระหว่างเครื่องยนต์เบนซิน V6 bi-turbo ขนาดความจุ 2.9 ลิตร ร่วมกับระบบขับเคลื่อนด้วยมอเตอร์ไฟฟ้า ให้พละกำลังสูงสุดถึง 462 แรงม้า (340 กิโลวัตต์)

   “ปอร์เช่ พานาเมร่า ใหม่ คือ ตัวแทนของวิวัฒนาการแห่งงานดีไซน์และเทคโนโลยีล้ำยุค ด้วยความเป็นยนตกรรมซาลูนสุดหรู ถึงกระนั้นรถคันนี้กลับสามารถสะท้อนเอกลักษณ์อันโดดเด่นของรถสปอร์ต 911 รวมถึงถ่ายทอดสมรรถนะ การขับขี่อันสุดยอดเยี่ยมเฉกเช่นเดียวกับรถซุปเปอร์สปอร์ต 918 Spyder และ รถแข่ง 919 Hybrid ได้อย่างไม่ขาดตกบกพร่อง สิ่งต่างๆ เหล่านี้ คือ เครื่องยืนยันถึงความเป็นปอร์เช่สายพันธุ์แท้

   Panamera 4 E-Hybrid ก้าวล้ำไปอีกขั้น จากขีดความสามารถในการเดินทางด้วยพลังงานไฟฟ้าเพียงอย่างเดียวเป็นระยะทางถึง 50 กิโลเมตร ผลลัพธ์จากการพัฒนาเซลล์แบตเตอรี่แบบ lithium-ion จนกระทั่งได้มาซึ่งความจุพลังงานไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น ปอร์เช่ Panamera 4 E-Hybrid สามารถเดินทางโดยการใช้พลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนเป็นระยะทางประมาณ 50 กิโลเมตร ตามมาตรฐานการทดสอบของ New European Driving Cycle (NEDC) นับเป็นการปรับปรุงที่ดีขึ้นเป็นอย่างมากเมื่อเปรียบเทียบกับรถรุ่นที่ผ่านมา ยิ่งไปกว่านั้นยังให้อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงที่ประหยัด อย่างน่าอัศจรรย์ในระดับ 40 กิโลเมตรต่อลิตร หรือ 2.5 ลิตรต่อ 100 กิโลเมตร อัตราการใช้พลังงานไฟฟ้าที่ 15.9 กิโลวัตต์ชั่วโมงต่อ 100 กิโลเมตร ตามมาตรฐานการทดสอบรถยนต์ plug-in hybrid ของ NEDC เช่นเดียวกัน พร้อมค่าการปล่อยไอเสีย CO2 emissions เพียง 56 กรัม ต่อกิโลเมตรเท่านั้น และเพื่อเป็นการตอกย้ำให้เป็นที่ประจักษ์ถึงสมรรถนะการขับขี่ของPanamera 4 E-Hybrid ในฐานะของรถสปอร์ตซาลูนหรูสายพันธุ์แท้ ปอร์เช่จึงได้ติดตั้งระบบขับเคลื่อน 4 ล้อที่สามารถรองรับความเร็วสูงสุดได้ถึง 278 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และถ่ายทอดแรงบิดมหาศาลกว่า 700 นิวตันเมตร จากเครื่องยนต์ลงสู่พื้นถนนเพื่อสร้างอัตราเร่งอันรวดเร็วรุนแรงได้อย่างสมบูรณ์แบบ รถสปอร์ตเครื่องยนต์ hybrid 4 ประตูคันนี้สามารถทะยานออกตัวจากจุดหยุดนิ่งไปยังความเร็ว 100 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้ภายในระยะเวลาเพียง 4.6 วินาทีเท่านั้น

   Panamera 4 E-Hybrid ใหม่ ยังได้ติดตั้งระบบขับเคลื่อนไฮบริดที่มีความก้าวหน้ายิ่งกว่ารถยนต์อื่นๆในระดับเดียวกัน – ด้วยหลักการทำงานที่มีพื้นฐานเดียวกับรถซุปเปอร์สปอร์ต 918 Spyder พละกำลังกว่า 100 กิโลวัตต์ (136 แรงม้า) พร้อมแรงบิดถึง 400 นิวตันเมตร จากชุดมอเตอร์ไฟฟ้าประสิทธิภาพสูงในพานาเมร่า จะแสดงศักยภาพในทันทีที่เท้าของผู้ขับขี่สัมผัสคันเร่ง นั่นหมายความว่ามอเตอร์ไฟฟ้าจะทำหน้าที่เสริมพละกำลังอย่างทันทีทันใดอยู่ตลอดเวลา และด้วยการประสานการทำงานกับเครื่องยนต์เบนซิน V6 bi-turbo ขนาดความจุ 2.9 ลิตร รุ่นใหม่ ที่ให้พละกำลังถึง 330 แรงม้า (243 กิโลวัตต์) แรงบิด 450 นิวตันเมตร ย่อมไม่ใช่เรื่องยากในการสร้างความประทับใจให้เกิดขึ้นจากข้อได้เปรียบของการทำงานร่วมกันระหว่างมอเตอร์ไฟฟ้าและระบบอัดอากาศเทอร์โบชาร์จเจอร์

ปอร์เช่ 911 GT3 Cup รถแข่งที่มียอดจำหน่ายสูงที่สุดในโลก
   รถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 Cup ใหม่ ก่อกำเนิดขึ้นจากการทุ่มเทพัฒนาโดยแผนก Porsche motorsport มุ่งเน้นให้เป็นรถแข่ง GT ที่พร้อมสำหรับการเข้าร่วมประลองความเร็วบนสนามแข่งขันทั่วทุกมุมโลก ด้วยน้ำหนักตัวรถรวมเพียง 1200 กิโลกรัม ติดตั้งขุมพลังเครื่องยนต์ 6 สูบนอนขนาดความจุ 4.0 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุดถึง 485 แรงม้า (357 กิโลวัตต์) เสริมด้วยระบบแปรผันการทำงานของเพลาลูกเบี้ยวทั้งฝั่งไอดีและฝั่งไอเสีย หรือ variable inlet and outlet camshaft control ปรับปรุงหลักอากาศพลศาสตร์ทั้งด้านหน้าและด้านหลังของรถ เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการถ่ายทอดแรงขับเคลื่อนได้อย่างเต็มเม็ดเต็มหน่วยมากขึ้น ส่งผลให้ทำเวลาในสนามได้รวดเร็วยิ่งกว่าเดิม

   รถแข่งปอร์เช่ 911 GT3 Cup จำนวน 3,031 คัน ได้รับการผลิตขึ้นในหลากหลายรุ่นตัวถัง นับตั้งแต่รุ่น 996, 997 และ 991 โดยเริ่มจากปี 1998 เป็นต้นมา จึงไม่น่าแปลกใจที่รถแข่งสมรรถนะสูงจากสตุ๊ทการ์ทคันนี้จะได้รับความไว้วางใจและนิยมนำไปลงแข่งในสนามความเร็วทั่วโลก จนกระทั่งกลายเป็นรถแข่ง GT ที่มียอดจำหน่ายสูงสุด
 

 

  

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )