Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS INTER

NEW CARS INTER : BMW M4 COUPE คอนเซ็ปท์ตัวแรง 450 แรงม้า

Friday, 16 August 2013 17:02

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ค่ายบีเอ็มดับเบิลยู อวดโฉมรถสปอร์ตคูเป้  BMW M4 COUPE คันต้นแบบ ก่อนออกจะพัฒนาสู่สายการผลิตในอนาคตอันใกล้

   BMW M4 COUPE คันต้นแบบ ได้รับการพัฒนาภายใต้พื้นฐานเดียวกับ BMW ซีรี่ย์ 4 COUPE ที่จะทำตลาดแทนที่ซีรี่ย์ 3 COUPE โมเดลปัจจุบัน  แต่จะเพิ่มความพิเศษตามแนวทางการออกแบบสไตล์ M ที่แฟนBMWคุ้นเคยกันดี

   รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยความหรูหราและดุดันโดยเฉพาะการดีไซน์ชุดกันชนหน้าและกันชนหลังที่เฉียบคมรับกับเส้นสายตัวรถ บริเวณซุ้มล้อหน้ามีช่องระบายความร้อนตามสไตล์M พร้อมสวมใส่ล้ออัลลอยลาย 5 ก้าน สีทูโทน ขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้ว  และด้านท้ายขาดไม่ได้กับชุดท่อไอเสีย 2 คู่แต่งด้วยลายเคฟล่าแท้ๆ เพิ่มความดุดันมากยิ่งขึ้น

             สำหรับสมรรถนะความแรงยังไม่ได้รับการยืนยันที่ชัดเจน    แต่สื่อต่างประเทศ คาดหมายว่า BMW M4 COUPE จะใช้เครื่องยนต์บล็อกแรง แบบ  6 สูบแถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดถึง 450 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดประมาณ 550 นิวตัน-เมตร รีดเค้นอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม ภายในเวลาเพียง 4.2 วินาที

           การพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ค่ายบีเอ็มดับเบิลยูคาดหวังว่าจะสามารถสะท้อนปรัชญาการออกแบบของ BMW M ที่ต้องการผลิตรถแรงสไตล์รถแข่งที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

(ที่มาworldcarfans)

 
 

NEW CARS INTER : PORSCHE Boxster & 911 Carrera Black Edition

Tuesday, 02 June 2015 13:44

 

 

 

 

 

 

 

 

   ปอร์เช่ส่งรุ่นพิเศษของ 911 Carrera และ Boxster ออกมาให้ยลโฉมแล้ว คือ Black Edition ซึ่งเป็นปอร์เช่ที่ผสมผสานภายนอกและภายในด้วยสีดำไว้อย่างลงตัว โดยเน้นให้เห็นรูปลักษณ์ที่เหนือกาลเวลา คลาสสิค หรูหรา ตามแบบฉบับรถสปอร์ตได้เป็นอย่างดี

   911 Carrera และ Boxster รุ่นพิเศษจะถูกผลิตจำนวนจำกัด พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นมาตรฐานใหม่ในการขับขี่อย่างครบครัน อาทิเช่น ระบบ Porsche Communication Management (PCM) ที่มาพร้อมกับระบบค้นหาเส้นทาง ระบบตัดแสงสะท้อนกระจกมองหลังอัตโนมัติ (automatically dimming rear-view mirrors) ระบบ Cruise control และพวงมาลัยสปอร์ต Sport Design steering wheel เป็นต้น

   911 Carrera Black Edition รุ่นธรรมดาจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 3.4 ลิตรเครื่องยนต์ Flat Engine ที่มีสมรรถนะสูงสามารถผลิตพละกำลังเครื่องยนต์สูงสุดได้ถึง 350 แรงม้า (257 กิโลวัตต์) โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นคูเป้และรุ่นเปิดประทุนอย่างคาบริโอเลต ทุกรุ่นมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ล้อขนาด 20 นิ้วลาย 911 Turbo Wheels และไฟหน้าแบบ LED ที่มาพร้อมกับระบบไฟ Porsche Dynamic Light System Plus (PDLS+) เป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์มาตรฐานที่ได้รับการติดตั้งเพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับรถรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน ภายในสีดำเข้มทำให้รถมีเสน่ห์น่าค้นหามากยิ่งขึ้น  ภายในรถได้รับการติดตั้งเครื่องเสียงแบบ Bose Surround Sound System ให้ความสุนทรีย์ในยามขับขี่อย่างลงตัวด้วยคุณภาพของเสียงที่ยอดเยี่ยม และ 911 รุ่นพิเศษนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้นด้วยระบบโทรศัพท์ Telephone Module และระบบช่วยจอด Park Assist ทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่มาพร้อมกับกล้องมองหลังอีกด้วย

   ส่วน Boxster Black Edition ด้วยความที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เครื่องยนต์แบบวางกลางขนาด 2.7 ลิตร Flat engine มาพร้อมกับพละกำลังเครื่องยนต์สูงสุดที่ 265 แรงม้า (195 กิโลวัตต์) แนวคิดสีดำได้ถูกนำไปใช้กับหลังคาผ้าใบและบาร์ป้องกัน (Rollover protection bar) ด้วยเช่นกัน ระบบ Wind deflector จะช่วยกันลมขณะเปิดประทุนได้เป็นอย่างดี ล้อขนาด 20 นิ้วลาย Carrera Classic มาพร้อมกับระบบไฟหน้าไบซีนอลและระบบไฟ Porsche Dynamic Light System (PDLS) เพิ่มความโดดเด่นให้กับรถ ไม่เพียงเท่านี้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบายเพิ่มเติมจากระบบปรับอุณหภูมิแยกแบบ two-zone air conditioning หรือเบาะนั่งแบบให้ความร้อนได้ ระบบเสียงในรุ่น Boxster Black Edition จะมาพร้อมกับเสียงแบบ Sound Package Plus คุณภาพสูง

   แบล็ค อิดิชั่น (Black Edition) ทั้ง 5 รุ่นจะเริ่มเปิดรับจองตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2015 เป็นต้นไป

 
 

NEW CARS INTER : ลัมโบร์กีนี เผยโฉม ASTERION LPI 910-4 เทคโนโลยี Plug-in hybrid

Thursday, 28 May 2015 15:21

 

 

 

 

 

 

 

   ออโตโมบิลี แลมโบร์กีนีร่วมงานประกวดรถคลาสสิค คอนคัวร์ส เดลเลแกนซ์ (Concours d’Elegance) เป็นครั้งแรก โดยงานอันทรงเกียรตินี้ได้รับการจัดขึ้นเป็นเวลาสองวัน ในวันที่ 23 พฤษภาคม 2558 ณ โรงแรมวิลลาเดสเท (Villa d’Este) และในวันทื 24 พฤษภาคม ณ โรงแรมวิลลาเออร์บา (Villa Erba) เมืองเซอโนบบิโอ ประเทศอิตาลี

   ออโตโมบิลี ลัมโบร์กีนี ส่งลัมโบร์กีนี  ASTERION LPI 910-4 เข้าร่วม หลังจากได้เปิดตัวเป็นครั้งแรกในงานปารีส ออโต้ ซาลอน (Paris Auto Salon) เมื่อปี 2557 ที่ผ่านมา เพื่อแสดงให้เห็นถึงเทคโนโลยี Plug-in hybrid (PHEV) ของลัมโบร์กีนี และชิงรางวัลการออกแบบยอดเยี่ยม (Design Award) สำหรับรถต้นแบบ  รางวัลนี้ถูกตั้งขึ้นในปี 2545 ที่งานคอนคัวร์ส เดลเลแกนซ์  โรงแรมวิลลาเดสเท เพื่อให้รางวัลแก่รถยนต์ที่มีอดีตงดงามควบคู่กับนวัตกรรมแห่งอนาคต โดยมีฟิลิปโป เปอรินี หัวหน้าของเซ็นโทร สไตล์ ลัมโบร์กีนี (Centro Stile Lamborghini) ผู้ออกแบบแอสเทอเรียน พร้อมทีมออกแบบ เข้าร่วมงานระดับสากลในครั้งนี้

   ASTERION LPI 910-4 เป็นรถที่นำเสนอโซลูชั่นการลดอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ ผ่านนวัตกรรมทางเทคโนโลยี ระบบพลังงานไฮบริดสมรรถนะสูงประกอบด้วย เครื่องยนต์ วี10 ขนาด 5.2 ลิตร ผสานกำลังกับมอเตอร์ไฟฟ้ามากถึง 3 ตัว ซึ่งเมื่อทำงานร่วมกันทั้งหมดแล้ว จะให้กำลังรวมกันมากถึง 669 กิโลวัตต์ (910 แรงม้า) โดยทำความเร็วจาก 0 -100 กม./ชม. ภายใน 3 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 320 กม./ชม.

   ASTERION LPI 910-4 ยังให้ความรู้สึกการขับขี่ที่เป็นเอกลักษณ์พร้อมพละกำลังเหนือชั้น เอื้อให้การขับขี่ราบลื่นและตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพ ไม่เพียงปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ที่ต่ำอย่างเหลือเชื่อ เพียงแค่ 98 ก./ กม. แต่ยังมาพร้อมกับมอเตอร์ไฟฟ้าที่สามารถทำระยะทางสูงสุด 50 กิโลเมตร

 
 

NEW CARS INTER : CHEVROLET CORVETTE Z06 C7.R พัฒนาจากสนามแข่งสู่ถนนจริง

Wednesday, 06 May 2015 11:16

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   CHEVROLET CORVETTE รุ่น Z06 C7.R โมเดลปี 2016 ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะระดับรถแข่งเพื่อเป็นเกียรติแก่คอร์เวทท์ เรซซิ่ง C7.R เตรียมออก จำหน่ายในอเมริกาเหนือด้วยตัวถังสีเหลืองและดำเอกลักษณ์ของคอร์เวทท์ เรซซิ่ง พร้อมตกแต่งภายนอกและภายในเต็มพิกัด

   CORVETTE  C7.R ถูกผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น และยังมีรุ่นพิเศษ Z07 Performance ที่มาพร้อมเบรกคาร์บอนเซรามิก และหมายเลขตัวถังแบบพิเศษสำหรับรถรุ่นนี้เท่านั้น โดยเตรียมออกจำหน่ายในช่วงปลายปีนี้

   ชุดแต่ง Z07 Performance ประกอบด้วยเบรกคาร์บอนเซรามิกของเบรมโบที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกและยกระดับสมรรถนะการควบคุมการขับขี่ นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนที่ช่วยเพิ่มความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ทั้งด้านหน้าและหลังที่ปรับระดับได้เพื่อเพิ่มแรงกดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมด้วยยางมิชลิน ไพล็อต ซูเปอร์สปอร์ต คัพ 2 ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน

   เมื่อผนวกกับเครื่องยนต์ LT4 พละกำลัง 650 แรงม้า แรงกดตามหลักอากาศพลศาสตร์ ที่ยอดเยี่ยมและเทคโนโลยีเสริมสมรรถนะอย่างระบบควบคุม (Magnetic Ride Control) ระบบจัดการเสถียรภาพ (PerformanceTractionManagement) และเฟืองท้ายอิเลคทรอนิคส์ ทำให้คอร์เวทท์ Z06 C7.R Edition นำเสนอศักยภาพที่ทัดเทียมกับซูเปอร์คาร์ชั้นนำระดับโลกและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบรถรุ่นพิเศษที่จะกลายเป็นที่ต้องการของนักสะสมรถในทันที

สำหรับคุณสมบัติอันโดดเด่นของคอร์เวทท์รุ่น Z06 C7.R ปี 2016 มีดังนี้

  • นำเสนอรุ่น 3LZ ทั้งโฉมคูเป้และเปิดประทุน
  • ตัวถังมี 2 สี คือ สีเหลืองซึ่งเป็นสีใหม่สำหรับรุ่นปี 2016 และสีดำ
  • ชุดแต่งลายกราฟฟิกรุ่น C7.R
  • ชุดแต่ง Z07 Performance พร้อมเบรกคาร์บอนเซรามิกของเบรมโบและยางมิชลิน พีเอส คัพ 2
  • คาลิปเปอร์เบรกสีเหลือง
  • ล้อสีดำพร้อมเส้นสายสีเหลืองและโลโก้คอร์เวทท์ เรซซิ่ง ที่กลางดุมล้อ
  • แพ็คเกจชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่
  • ฝากระโปรงหน้าตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์เพิ่มความโดดเด่นให้สวยสะดุดตา
  • ครีบด้านข้างและช่องดักอากาศตกแต่งด้วยสีเทาเมทัลลิค
  • ห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีดำ Jet Black พร้อมวัสดุไมโครไฟเบอร์หนังกลับบนแผงควบคุม
    และแผงประตู
  • เบาะที่นั่งแบบสปอร์ต พวงมาลัย และหัวเกียร์ตกแต่งด้วยไมโครไฟเบอร์หนังกลับ
  • ตัดเย็บด้วยด้ายสีเหลืองดึงดูดสายตาภายในห้องโดยสาร
  • ห้องโดยสารถูกตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์พื้นผิวมันเงา
  • เติมเต็มด้วยบันไดข้างแบบคอร์เวทท์ เรซซิ่ง
  • ประทับตรา C7.R Edition ในห้องโดยสารพร้อมหมายเลขตัวถังแสดงลำดับการผลิตโดยเริ่มจากหมายเลข 700001
  • พร้อมผ้าคลุมรถลายกราฟฟิก C7.R
 
 

NEW CARS INTER : PORSCHE Boxster Spyder เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน New York International Auto Show 2015

Monday, 20 April 2015 13:09

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ปอร์เช่เปิดตัว Boxster Spyder อย่างเป็นทางการเพื่อเฉลิมฉลองการเริ่มต้นของรถเปิดประทุนในปี 2015 ณ มหกรรมยานยนต์ New York International Auto Show โดยรถเปิดประทุน 2 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดคันนี้ยังคงเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครไว้ได้อย่างโดดเด่น เช่นการใช้หลังคาผ้าใบที่เปิดปิดด้วยมือ และมีเพียงระบบเกียร์ธรรมดาเท่านั้นที่สามารถติดตั้งกับรถคันนี้ได้

   ด้วยการที่เป็นโร้ดสเตอร์ อย่างแท้จริงทำให้ Boxster Spyder ส่งผ่านประสบการณ์การขับขี่แบบรถสปอร์ตพร้อมด้วยสมรรถนะและประสิทธิภาพของรถที่ทันสมัยให้ผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มที่ ด้วยระบบช่วงล่างแบบสปอร์ตมีความแข็งแกร่งสูงและสามารถลดระดับความสูงได้ถึง 20 มิลลิเมตร ระบบเบรกนำมาจากรุ่น 911 Carrera ที่ให้ความแม่นยำต่อการตอบสนองมากขึ้น เครื่องยนต์ขนาด 3.8 ลิตร 6 สูบ มาพร้อมกับพละกำลังสูงสุดที่ 375 แรงม้า (276 กิโลวัตต์) ซึ่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับประสบการณ์ความเป็นรถสปอร์อย่างแท้จริง รวมถึงความคล่องตัวในการขับขี่ของ Boxster ที่มีน้ำหนักเบาแต่ให้ประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม โดยอัตราเร่งของ Boxster Spyder จาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 290 กิโลเมตร/ชั่วโมง และอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงตามวงจรการขับขี่แบบ NEDC ต่ำเพียง 9.9 ลิตร/100 กิโลเมตร (10.10 กิโลเมตร/ลิตร) เท่านั้น

   การออกแบบที่โดดเด่นของ Boxster Spyder ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานของรถสปอร์ตและรถแข่งจากปอร์เช่เช่นรุ่น 718 Spyder ในช่วงทศวรรษ 1960 โดยนำรูปแบบมาใช้ในการสรรสร้างชิ้นส่วนฝากระโปรงทางด้านหลัง และพนักพิงศรีษะแบบ 2 ชิ้น ส่วนการทำงานของหลังคาสามารถเปิดปิดบางส่วนด้วยมือ การใช้ชิ้นส่วนด้านบนที่มีน้ำหนักเบาทำให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเป็นการระลึกถึงโร้ดสเตอร์ ในวันวานอีกด้วย แน่นอนการออกแบบครีบตัวรถที่ยาวถึงด้านหลังได้กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Boxter Spyder ไปแล้ว ส่วนทางด้านหน้าและด้านหลังรถได้นำการออกแบบของ Cayman GT4 มาเสริมความโดดเด่นให้มากขึ้น

   ภายในห้องโดยสารของ Boxster Spyder สามารถสัมผัสถึงความสุนทรีย์ในการขับขี่ซึ่งมากกว่ารุ่น Boxster อื่นๆ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะนั่งอยู่บนเบาะ Bucket seats ที่มีน้ำหนักเบาและมาพร้อมกับเบาะหนุนด้านข้างขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น ในขณะที่พวงมาลัยโฉมใหม่ด้วยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 360 มิลลิเมตร ช่วยให้โร้ดสเตอร์ เครื่องยนต์วางกลางคันนี้สามารถขับขี่ได้แม่นยำและมั่นคงมากยิ่งขึ้น

 
 

NEW CARS INTER : CHEVROLET SPARK พร้อมบุกตลาดทั่วโลก

Friday, 10 April 2015 15:23

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลตเปิดตัวรถยนต์เชฟโรเลต สปาร์ค เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่ให้ทั้งความหรูหราและ ล้ำสมัยในงานโซลมอเตอร์โชว์ 2015  ตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ในฐานะรถยนต์ขนาดกะทัดรัดที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

   เชฟโรเลต สปาร์ค ใหม่ มาพร้อมกับรูปลักษณ์สะดุดตา พร้อมระบบความปลอดภัย และการเชื่อมต่อที่ครบครัน โดยสปาร์คใหม่จะทำตลาดทั่วโลกในกว่า 40 ประเทศ

   รถยนต์เชฟโรเลตสปาร์คใหม่ สวยงามสะกดใจกว่าเดิม ด้วยฐานล้อที่กว้างขึ้น และลดความสูงลง 40 มม. เพื่อเพิ่มความโฉบเฉี่ยวในการขับขี่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ แต่ยังคงมีห้องโดยสารที่กว้างขวางเช่นเดิม

   สำหรับโครงสร้างรถเชฟโรเลตสปาร์คใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแกร่งทนทาน เพื่อให้   ผู้ขับขี่ได้สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น ด้วยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรงทำให้ทีมวิศวกรได้ปรับแต่งให้ขับสนุกและควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ ผู้ขับขี่จึงสัมผัสได้ถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถและควบคุมการขับขี่ได้ดั่งใจ ทั้งยังเงียบและนุ่มนวลในทุกการขับขี่

   ด้วยปรัชญาการออกแบบที่มีสไตล์ สะท้อนดีไซน์แนวร่วมสมัยแบบเชฟโรเลตได้อย่างลงตัว สปาร์ค รุ่นใหม่นี้ จึงดูหรูหรา ทันสมัย สะกดทุกสายตา   ความสูงหลังคาที่ลดลงฉีกแนวการออกแบบรถเล็กให้ดูสมส่วน มีการปรับโครงสร้างโดยขยับตำแหน่งล้อทั้งสี่ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม จึงทำให้สปาร์คใหม่ดูมั่นคงให้ความรู้สึกมั่นใจในการขับขี่

   กระจังหน้าใหม่แบบดูอัลพอร์ทซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเชฟโรเลต พร้อมไฟหน้าลากเฉียงไปจนถึงแก้มด้านซ้ายและขวา ส่วนไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์ที่มีทั้งความสวยงามและประณีต พร้อมไฟเดย์ไทม์แบบแอลอีดีทำให้สปาร์คคันนี้ดูล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น

   ส่วนด้านการออกแบบภายใน ยังคงมีพื้นที่ในห้องโดยสารที่กว้างขวาง แม้ว่าความสูงของตัวรถจะลดลง โดยทีมออกแบบของเชฟโรเลตได้ปรับขนาดของเบาะนั่งให้เข้ากับความสูงหลังคา พร้อมปรับตำแหน่งเบาะเพื่อเอาใจผู้ขับขี่มากขึ้นอีกด้วย   สำหรับวัสดุภายในได้ถูกพัฒนาและปรับปรุง ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยการเลือกใช้วัสดุผ้าอย่างดีและเบาะนั่งขึ้นรูปด้วยโฟมที่เน้นนั่งสบาย ยืดอายุการใช้งานและทันสมัยในขณะเดียวกัน

   แผงแดชบอร์ดดีไซน์ใหม่หมดล้ำสมัยด้วยหน้าจอแอลซีดี ที่มาพร้อมแผงควบคุมกลางซึ่งสามารถเชื่อมต่อระบบอินโฟเทนเมนท์และระบบปรับอากาศได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนแผงหน้าปัดยังคงตกแต่งด้วยสีสันที่เข้ากับตัวรถเช่นเคย ทั้งยังมาพร้อมกับช่องแอร์ดีไซน์ใหม่ทรงสี่เหลี่ยมคางหมู นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีมายลิงค์ ระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นล่าสุด ที่ควบคุมด้วยหน้าจอทัชสกรีนและไอคอนในสไตล์ของสมาร์ทโฟน โดยรองรับคำสั่งจากปลายนิ้วทั้งการลากและซูม คล้ายกับบนจอสมาร์ทโฟนนั่นเอง

   เชฟโรเลต สปาร์ค ใช้เครื่องยนต์อีโคเทค 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร ที่มาพร้อมกับชุดเกียร์ธรรมดาแบบซีเทค เจนเนอเรชั่นใหม่ พร้อมกันนี้ยังอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบป้องกันการเปลี่ยนเลนแบบไม่ตั้งใจ และระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางในจุดบอด

   เครื่องยนต์อีโคเทคใหม่นี้ มาพร้อมกับบล็อคและหัวกระบอกสูบแบบอลูมินัม ซึ่งช่วยลดน้ำหนัก เพื่อเพิ่มสมรรถนะและประหยัดน้ำมัน โดยหัวกระบอกสูบกับท่อไอดีได้รับการออกแบบมาเป็นชิ้นเดียวกัน ทำให้มีน้ำหนักเบา เพิ่มความประหยัดน้ำมัน อีกทั้งยังช่วยสร้างสมดุลน้ำหนักให้กับตัวรถได้เป็นอย่างดี จึงตอบสนองต่อการควบคุมตัวรถได้ดียิ่งขึ้น

   ในตลาดเกาหลี เชฟโรเลตสปาร์ครุ่นใหม่จะมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร พร้อมเกียร์ซีเทค แบบธรรมดารุ่นใหม่ และเทคโนโลยีปิดเปิดเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อวิ่งในเมืองเพื่อประหยัดน้ำมันยิ่งกว่าเดิม

   เชฟโรเลตสปาร์ครุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนามาจากรถยนต์เชฟโรเลตรุ่นปัจจุบัน ที่มีออพชั่นด้านความปลอดภัยมาให้อย่างครบครันเมื่อเทียบกับรถยนต์เซกเม้นท์เดียวกัน ด้วยการเพิ่มอุปกรณ์และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ต่อยอดจากความสำเร็จของรุ่นก่อนหน้าที่ได้รับรางวัลความปลอดภัยสูงสุด จากสถาบันการรับประกันความปลอดภัยบนทางหลวง ประเทศสหรัฐอเมริกา

   สำหรับรถยนต์เชฟโรเลตสปาร์ครุ่นใหม่ล่าสุดนี้ จะผลิตที่ศุนย์การผลิตรถยนต์ชางวอน ในประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นศูนย์การผลิตรถยนต์ที่ได้มาตรฐานระดับโลกของจีเอ็ม และถือเป็นผู้นำในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในภาคการผลิตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา มีรถยนต์เชฟโรเลต สปาร์ค จำหน่ายออกไปทั่วโลกแล้วกว่า 1 ล้านคัน

 
 

NEW CARS INTER : Cayman GT4 ยกระดับความแรง

Thursday, 19 February 2015 10:37

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   Cayman GT4 สมาชิกใหม่ของครอบครัวปอร์เช่ GT เผยโฉมแล้ว ถือเป็นครั้งแรกที่ปอร์เช่ได้แนะนำรถสปอร์ต GT ในรุ่น Cayman โดยได้รับส่วนประกอบต่างๆ มาจากรุ่น911 GT3 ซึ่ง Cayman GT4 สามารถทำเวลารอบสนามแข่ง Nurburgring ฝั่ง North Loop ได้อย่างเหนือชั้น นั่นคือ 7 นาที 40 วินาทีเท่านั้น ส่งผลให้ Cayman GT4 กลายมาเป็นรถรุ่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในกลุ่มตลาดเดียวกัน

   เครื่องยนต์ ตัวถัง เบรก และการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เน้นในเรื่องของการขับขี่เพื่อความคล่องตัวมากที่สุด และยังคงสมรรถนะที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ เหมาะกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ตามแบบฉบับของรถสปอร์ตปอร์เช่ 2 ประตู เครื่องยนต์มีขนาด 3.8 ลิตร 6 สูบ พละกำลังแรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 385 แรงม้า ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่นำมาจากรุ่น 911 Carrera S ระบบส่งกำลังมาในรูปแบบระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชั่วโมง อยู่ที่ 4.4 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำแค่เพียง 10.3 ลิตร/100 กิโลเมตร (9.70 กิโลเมตร/ลิตร) ตัวถังสามารถลดระดับให้ต่ำลงได้อีก 30 มิลลิเมตร ส่วนระบบเบรกนำมาจากรุ่น 911 GT3

   สำหรับ ภายนอกของ Cayman GT4 จะมีความแตกต่างกับรุ่นคูเป้เครื่องยนต์วางกลางรุ่นอื่นอย่างชัดเจน ชิ้นส่วนต่างๆ ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อความสมดุลตามหลักอากาศพลศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น ช่องดักอากาศทางด้านหน้า และปีกด้านหลังที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นชิ้นส่วนที่อยู่ในแพ็คเกจ aerodynamic package และได้รับการออกแบบมาเป็นระบบเพื่อเพิ่มแรงกดให้กับรถมากขึ้น Cayman GT4 ยังสามารถติดตั้งชิ้นส่วนอื่นๆ ตามต้องการเพื่อการใช้งานแบบสปอร์ตได้ ระบบเบรกเซรามิก PCCB สามารถเลือกติดตั้งเป็นอุปกรณ์เสริมได้ อีกทั้งยังมีเบาะแบบคาร์บอนไฟเบอร์ carbon fibre reinforced plastic (CFRP) รวมถึงแพ็คเกจ Sport Chrono ที่มาพร้อมกับ Track Precision app และแพ็คเกจ Club Sport ที่สามารถเลือกติดตั้งได้เช่นกัน

   ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อผู้ขับขี่และผู้โดยสารโดยเฉพาะ และพร้อมจะทำให้พวกเขาได้รับความสุนทรีย์ในการขับขี่อย่างเต็มที่ เมื่อพวกเขาได้นั่งที่เบาะ ซึ่งจะสัมผัสได้ถึงความเป็นสปอร์ตทันทีผ่านหนังแท้และหนัง Alcantara ที่ได้รับการผสมผสานไว้ได้อย่างลงตัว
   เทคนิค หลากหลายด้านของรถสปอร์ต GT คันใหม่นี้ได้รับมาจาก 911 GT3 ซึ่งเป็นรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางและเป็นตัวแทนที่ดีเยี่ยมของการขับขี่ ที่คล่องตัว อีกทั้งยังเป็นสร้างสรรรค์ตามแบบฉบับของรถรุ่นต่างๆ อย่าง 904 GTS , 911 GT1 , Carrera GT และ 918 Spyder

   รถสปอร์ต GT จากปอร์เช่คันนี้คือการเชื่อมต่อระหว่างความน่าหลงใหลและเสน่ห์ระหว่างการ ใช้งานจริงทั้งในชีวิตประจำวันและในสนามแข่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นหลักสำคัญของความเป็นรถสปอร์ตของแบรนด์นั่นคือ Intelligent Performance


   Cayman GT4 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งานมหกรรมยานยนต์ Geneva International Motor Show ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

 
 

NEW CARS INTER : CHEVROLET BOLT รถพลังงานไฟฟ้าพร้อมสู่สายการผลิต

Wednesday, 18 February 2015 13:41

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลตประกาศยืนยันแผนการผลิตรถพลังงานไฟฟ้าเจนเนอเรชั่นใหม่บนพื้นฐานของรถต้นแบบ Bolt EV โดยจะมีการผลิตที่ศูนย์การผลิตโอเรียน(Orion Assembly)ของเจนเนอรัล มอเตอร์สใกล้เมืองดีทรอยท์

   โบลต์ อีวีจะมาพร้อมเทคโนโลยีแบตเตอรี่ชั้นนำในอุตสาหกรรมยานยนต์แบบเดียวกับที่ใช้ในเชฟโรเลต โวลต์และสปาร์ก อีวี โดยโบลต์ได้รับการพัฒนาให้เป็นรถพลังงานไฟฟ้าขับเคลื่อนระยะไกลรองรับการใช้งานทั้งใน50รัฐของสหรัฐอเมริกา สามารถขับเคลื่อนได้ระยะทางกว่า 200ไมล์ (ประมาณ321กม.) จากการคาดคะเนของจีเอ็ม โดยมีราคาจำหน่ายอยู่ที่ประมาณ 30,000เหรียญสหรัฐฯ

   รถต้นแบบที่มีสไตล์อันล้ำหน้ารุ่นนี้ยังมาพร้อมโหมดการขับขี่ที่ผู้ขับสามารถเลือกได้ตามต้องการ อาทิการเดินทางในชีวิตประจำวัน และโบลต์ยังถูกออกแบบมาเพื่อรองรับการชาร์จไฟกระแสสลับแบบเร่งด่วน ส่วนกำหนดการผลิตและรายละเอียดเพิ่มเติมจะได้รับการเปิดเผยอีกครั้ง

   สำหรับศูนย์การผลิตโอเรียนตั้งอยู่ห่างจากเมืองดีทรอยท์ไปทางเหนือประมาณ30 ไมล์ (48 กม.) ใช้พลังงานจากแก๊สจากโรงฝังกลบสองแห่งซึ่งช่วยลดการปล่อยคาร์บอนไดออกไซด์ลงได้มากกว่า 6,300 ตันต่อปี พร้อมกับมีแผงโซลาร์เซลส์พลังงานแสงอาทิตย์ 350 กิโลวัตต์ซึ่งสร้างพลังงานเทียบเท่ากับการใช้ในบ้านเรือน165 หลังและเพียงพอสำหรับการส่งพลังงานกลับเพื่อใช้ในบ้านเรือนประมาณ 45 หลัง

   ศูนย์การผลิตโอเรียนจึงถือเป็นศูนย์การผลิตแห่งแรกของจีเอ็มทีได้รับมาตรฐานองค์กรพลเมืองสะอาด (Clean Corporate Citizen) จากรัฐมิชิแกน ขณะที่ศูนย์พอนทิแอคก็ได้รับมาตรฐานเอเนอร์จี้ สตาร์ชาลเลนจ์สำหรับภาคอุตสาหกรรม (ENERGY STAR® Challenge for Industry) จากหน่วยงานพิทักษ์สิ่งแวดล้อมของสหรัฐอเมริกาถึงสามครั้ง

 
 

NEW CARS INTER : CHEVROLET VOLT รถพลังงานไฟฟ้าเจนเนอเรชั่นใหม่

Tuesday, 13 January 2015 14:52

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลตเปิดตัวโวลต์ รุ่นปี 2016 รถพลังงานไฟฟ้าเจนเนอเรชั่นใหม่ เพิ่มระยะทางขับเคลื่อนที่ไกลกว่า โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตและปราดเปรียวยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 81 กม. ให้ความประหยัดและอัตราเร่งที่เหนือชั้นกว่าเดิม ปรากฏโฉมครั้งแรกที่งานนอร์ธ อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้โชว์ 2015 ในเมืองดีทรอยท์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา

   ระบบขับเคลื่อนอันทรงประสิทธิภาพของโวลต์รุ่นใหม่นี้ทำให้สามารถขับขี่ได้ในระยะทางที่ไกลกว่า 643 กม. จากการประเมินของเจนเนอรัล มอเตอร์ส และด้วยการชาร์จไฟตามปกติ ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้ไกลกว่า 1,609 กม. โดยเฉลี่ยระหว่างการเติมเชื้อเพลิงเต็มถัง

   เชฟโรเลต โวลต์ ไม่เพียงอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและระยะทางขับเคลื่อนที่ดียิ่งขึ้นเท่านั้นแต่ยังมาพร้อมกับการออกแบบอันโดดเด่นและสัดส่วนที่มีความแข็งแรง รวมถึงประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์อย่างการเปิดปิดกระจังหน้า นอกจากนี้การตกแต่งภายในห้องโดยสารรูปแบบใหม่ยังสามารถรองรับได้ถึงห้าที่นั่งและมีการปรับปรุงให้ใช้งานได้ดีมากยิ่งขึ้นทุกส่วนประกอบ ตั้งแต่การชาร์จแบตเตอรี่ การตรวจสอบสถานะการชาร์จไฟไปจนถึงแผงควบคุมสั่งงานต่างๆ ได้รับการออกแบบเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

   การตกแต่งด้วยสีสันแบบใหม่สร้างบรรยากาศที่ดึงดูดสายตา โดดเด่นด้วยแสงไฟสีฟ้าภายในห้องโดยสาร โวลต์รุ่นใหม่ยังคงใช้หน้าจอดิจิตอลสีจำนวนสองตัวโดยแบ่งเป็นหน้าจอขนาด 8 นิ้ว สำหรับแสดงผลข้อมูลการขับขี่ และหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว ติดตั้งอยู่กลางคอนโซลสำหรับการควบคุมระบบเชฟโรเลต มายลิงค์

   ระบบขับเคลื่อนของโวลต์เป็นเทคโนโลยีโวลเทค (Voltec) พลังไฟฟ้าขยายระยะทางขับเคลื่อน (EREV) เจนเนอเรชั่นที่สอง ได้รับการพัฒนาทางวิศวกรรมเพื่อเพิ่มระยะทางขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าที่มีการประหยัดมากยิ่งขึ้น และมีอัตราเร่งที่เหนือชั้นกว่าเดิม โดยเชฟโรเลตได้มีการพัฒนาโวลต์รุ่นใหม่นี้บนพื้นฐานของพฤติกรรมการขับขี่ของเจ้าของรถโวลต์รุ่นแรก

   ระบบโวลเทคประกอบด้วยแบตเตอรี่ ชุดขับเคลื่อน เครื่องยนต์ขยายระยะทางขับเคลื่อนและระบบไฟฟ้าอิเลคทรอนิคส์ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ชั้นนำของจีเอ็มได้รับการปรับระบบวิศวกรรมโดยโวลต์ รุ่นปี 2016 จะใช้แบตเตอรี่ 18.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดดเด่นด้วยเซลเคมีรูปแบบใหม่ที่พัฒนาร่วมกับแอลจี เคม (LG Chem) ถึงแม้ความจุของระบบนี้จะเพิ่มขึ้นแต่จำนวนเซลส์กลับลดลงจาก 288 เหลือ 192 เซลส์ เนืองจากการปรับปรุงเคมีใหม่ เซลส์แบตเตอรี่ได้ถูกติดตั้งในตำแหน่งที่ต่ำกว่าเดิมเพื่อลดศูนย์ถ่วงตัวรถและช่วยลดน้ำหนักชุดแบตเตอรี่ให้เบาลงถึง 9.8 กก.

   ขณะเดียวกันชุดขับเคลื่อนซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์สองตัวของโวลต์รุ่นใหม่ก็ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพและสมรรถนะให้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน โดยมีเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนที่ลดลง ชุดขับเคลื่อนนี้ทำงานด้วยการประหยัดที่มากขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์ และมีน้ำหนักลดลงถึง 45 กก. เมื่อเทียบกับระบบในปัจจุบัน

   มอเตอร์ทั้งสองตัวทำงานพร้อมกันทั้งในโหมดขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าและโหมดขยายระยะทางขับเคลื่อน การใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสองตัวช่วยให้อัตราเร่งด้วยพลังไฟฟ้าดีขึ้น 19 เปอร์เซ็นต์ การเร่งจาก 0 – 48 กม./ชม. สามารถทำได้ภายใน 2.6 วินาที และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 8.4 วินาที ซึ่งเร็วขึ้นกว่าเดิม 7 เปอร์เซ็นต์

   ด้วยการพัฒนาจากประสบการณ์ใช้งานจริง เชฟโรเลตได้สร้างสรรค์ระบบชาร์จไฟที่ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยระบบชาร์จไฟดังกล่าวจะเอื้อให้เจ้าของรถสามารถปรับตั้งระดับการชาร์จไฟ 120 โวลต์ล่วงหน้าได้ (8 แอมป์ หรือ 12 แอมป์) ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จไฟทันที การกำหนดเวลาชาร์จไฟในแต่ละวันของสัปดาห์หรือการกำหนดเวลาชาร์จไฟ และอัตราไฟฟ้าสำหรับการชาร์จไฟเฉพาะช่วงเวลาที่ค่าไฟถูกกว่า การกำหนดดังกล่าวทำได้โดยการปรับตั้งเพียงครั้งเดียวและโวลต์จะทำงานตามการปรับตั้งเมื่อตัวรถเดินทางกลับถึงบ้าน

   ส่วนประกอบสำคัญของโวลต์ยังคงอยู่ที่เครื่องยนต์ขยายระยะทางขับเคลื่อน โดยโวลต์ รุ่นปี 2016 มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร ที่มีความประหยัดสูง ให้กำลัง 101 แรงม้า ใช้ระบบหัวฉีดตรงไดเรคอินเจคชั่น อัตราส่วนกำลังอัด 12.5:1 ระบบหล่อเย็นหมุนเวียนไอเสีย ตัวปรับแคมที่กว้าง และปั๊มน้ำมันแปรผันความจุ เพื่อให้มีสมรรถนะและความประหยัดสูงสุด เครื่องยนต์รุ่นดังกล่าว
ยังมีการใช้เสื้อสูบอลูมิเนียมน้ำหนักเบา

   ระบบความปลอดภัยของโวลต์ประกอบด้วยกล้องมองหลัง ถุงลมนิรภัย 10 ลูก รวมถึงถุงลมนิรภัยป้องกันเข่าของผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า ระบบแจ้งเตือนการออกจากช่องจราจร ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตาพร้อมแจ้งเตือนการเปลี่ยนช่องจราจร ระบบแจ้งเตือนรถทางแยกด้านหลัง ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้าพร้อมตัวกำหนดระยะทาง ระบบเบรกอัตโนมัติ และระบบช่วยจอดอันล้ำสมัย พร้อมระบบช่วยจอดด้านหน้าและหลัง (ระบบช่วยจอดเทียบในที่แคบกึ่งอัตโนมัติ)

   เทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงรุกและโครงสร้างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้เป็นการพัฒนาต่อยอดจากโวลต์ที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดซึ่งรวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยรถใหม่ระดับ 5 ดาวจากหน่วยงานความปลอดภัยบนถนนหลวงของสหรัฐฯ

   สำหรับแผนการทำตลาด เชฟโรเลต โวลต์ จะออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการในอเมริกาเหนือในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2558

 
 

NEW CARS INTER : Ford Mustang ใหม่หมดในสไตล์ดุดันแบบดั่งเดิม !!

Sunday, 13 July 2014 16:04

 

 

 

 

 

 

   ค่ายฟอร์ด มอเตอร์ เผยโฉม Ford Mustang โมเดลใหม่ล่าสุด ทั้งตัวถังคูเป้และรุ่นเปิดประทุน ซึ่งได้รับการออกแบบและพัฒนาใหม่หมด  แต่ก็ยังคงเอกลักษณ์ความดุดันในสไตล์ดั่งเดิมของ Ford Mustang ไว้อย่างเหนียวแน่น

   การออกแบบภายนอกมาในสไตล์ล้ำสมัยมากขึ้น พร้อมความดุดันแบบดั่งเดิมด้วยด้วยกระจังหน้าขนาดใหญ่โชว์สัญลักษณ์ม้าป่าอันทรงพลัง  สอดรับกับชุดไฟหน้าทรงเรียวยาวพร้อมตกแต่งไฟเดย์ไลท์เป็นเส้น3แถวสร้างความโดดเด่น  ด้านท้ายมาในสไตล์รถสปอร์ตท้ายสั้นแต่งด้วยสีดำดูดิบๆและแต่งไฟท้ายสุดเด่นแบ่งเป็น 3 แถบแนวตั้งที่แปลกตาไม่เหมือนใคร

   ภายในห้องโดยสารออกแบบหรูหรา เรียบง่ายตามแบบฉบับรถอเมริกัน ที่เน้นการใช้งานง่ายพร้อมติดตั้งเทคโนโลยีอำนวยความสะดวกใหม่ๆของฟอร์ด อาทิ ,Ford SYNC  , MyFord Touch และTrack app ที่ให้ข้อมูลการขับขี่แบบเดียวรถแข่ง

   สมรรถนะการขับเคลื่อนในรุ่นโปรดักซ์ชั่นคาร์ จะมีเครื่องยนต์ให้เลือกถึง 3 รุ่น เริ่มจากเครื่องยนต์  วี 6 ขนาด 3.7 ลิตร ให้กำลัง 300 แรงม้า ตามมาด้วยเครื่องยนต์ Ecoboost แบบ 4 สูบขนาด 2.3 ลิตร 305 แรงม้า  และปิดท้ายด้วยเครื่องยนต์บล็อคแรงสุดแบบ  วี 8 ขนาด 5.0 ลิตร  420 แรงม้า ระบบส่งกำลังมีให้เลือกใช้ทั้งชุดเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ ส่วนการทำตลาดฟอร์ดจะเริ่มส่งมอบ Ford Mustang ล็อตแรกให้ลูกค้าได้ในช่วงปลายปีนี้ 

                                            (ภาพ worldcarfans)
 

 
 

Page 2 of 6

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )