Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS INTER

NEW CARS INTER : Cayman GT4 ยกระดับความแรง

Thursday, 19 February 2015 10:37

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   Cayman GT4 สมาชิกใหม่ของครอบครัวปอร์เช่ GT เผยโฉมแล้ว ถือเป็นครั้งแรกที่ปอร์เช่ได้แนะนำรถสปอร์ต GT ในรุ่น Cayman โดยได้รับส่วนประกอบต่างๆ มาจากรุ่น911 GT3 ซึ่ง Cayman GT4 สามารถทำเวลารอบสนามแข่ง Nurburgring ฝั่ง North Loop ได้อย่างเหนือชั้น นั่นคือ 7 นาที 40 วินาทีเท่านั้น ส่งผลให้ Cayman GT4 กลายมาเป็นรถรุ่นที่ยอดเยี่ยมที่สุดในกลุ่มตลาดเดียวกัน

   เครื่องยนต์ ตัวถัง เบรก และการออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ เน้นในเรื่องของการขับขี่เพื่อความคล่องตัวมากที่สุด และยังคงสมรรถนะที่เปี่ยมไปด้วยคุณภาพ เหมาะกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน ตามแบบฉบับของรถสปอร์ตปอร์เช่ 2 ประตู เครื่องยนต์มีขนาด 3.8 ลิตร 6 สูบ พละกำลังแรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 385 แรงม้า ซึ่งเป็นเครื่องยนต์ที่นำมาจากรุ่น 911 Carrera S ระบบส่งกำลังมาในรูปแบบระบบเกียร์ธรรมดา 6 สปีด อัตราเร่ง 0-100 กม./ชั่วโมง อยู่ที่ 4.4 วินาที ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 295 กิโลเมตร/ชั่วโมง ส่วนอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงต่ำแค่เพียง 10.3 ลิตร/100 กิโลเมตร (9.70 กิโลเมตร/ลิตร) ตัวถังสามารถลดระดับให้ต่ำลงได้อีก 30 มิลลิเมตร ส่วนระบบเบรกนำมาจากรุ่น 911 GT3

   สำหรับ ภายนอกของ Cayman GT4 จะมีความแตกต่างกับรุ่นคูเป้เครื่องยนต์วางกลางรุ่นอื่นอย่างชัดเจน ชิ้นส่วนต่างๆ ได้รับการออกแบบใหม่เพื่อความสมดุลตามหลักอากาศพลศาสตร์ไม่ว่าจะเป็น ช่องดักอากาศทางด้านหน้า และปีกด้านหลังที่มีขนาดใหญ่ ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นชิ้นส่วนที่อยู่ในแพ็คเกจ aerodynamic package และได้รับการออกแบบมาเป็นระบบเพื่อเพิ่มแรงกดให้กับรถมากขึ้น Cayman GT4 ยังสามารถติดตั้งชิ้นส่วนอื่นๆ ตามต้องการเพื่อการใช้งานแบบสปอร์ตได้ ระบบเบรกเซรามิก PCCB สามารถเลือกติดตั้งเป็นอุปกรณ์เสริมได้ อีกทั้งยังมีเบาะแบบคาร์บอนไฟเบอร์ carbon fibre reinforced plastic (CFRP) รวมถึงแพ็คเกจ Sport Chrono ที่มาพร้อมกับ Track Precision app และแพ็คเกจ Club Sport ที่สามารถเลือกติดตั้งได้เช่นกัน

   ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษเพื่อผู้ขับขี่และผู้โดยสารโดยเฉพาะ และพร้อมจะทำให้พวกเขาได้รับความสุนทรีย์ในการขับขี่อย่างเต็มที่ เมื่อพวกเขาได้นั่งที่เบาะ ซึ่งจะสัมผัสได้ถึงความเป็นสปอร์ตทันทีผ่านหนังแท้และหนัง Alcantara ที่ได้รับการผสมผสานไว้ได้อย่างลงตัว
   เทคนิค หลากหลายด้านของรถสปอร์ต GT คันใหม่นี้ได้รับมาจาก 911 GT3 ซึ่งเป็นรถสปอร์ตเครื่องยนต์วางกลางและเป็นตัวแทนที่ดีเยี่ยมของการขับขี่ ที่คล่องตัว อีกทั้งยังเป็นสร้างสรรรค์ตามแบบฉบับของรถรุ่นต่างๆ อย่าง 904 GTS , 911 GT1 , Carrera GT และ 918 Spyder

   รถสปอร์ต GT จากปอร์เช่คันนี้คือการเชื่อมต่อระหว่างความน่าหลงใหลและเสน่ห์ระหว่างการ ใช้งานจริงทั้งในชีวิตประจำวันและในสนามแข่ง ซึ่งล้วนแล้วแต่เป็นหลักสำคัญของความเป็นรถสปอร์ตของแบรนด์นั่นคือ Intelligent Performance


   Cayman GT4 จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งานมหกรรมยานยนต์ Geneva International Motor Show ในเดือนมีนาคมที่จะถึงนี้

 
 

NEW CARS INTER : CHEVROLET VOLT รถพลังงานไฟฟ้าเจนเนอเรชั่นใหม่

Tuesday, 13 January 2015 14:52

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลตเปิดตัวโวลต์ รุ่นปี 2016 รถพลังงานไฟฟ้าเจนเนอเรชั่นใหม่ เพิ่มระยะทางขับเคลื่อนที่ไกลกว่า โดดเด่นด้วยดีไซน์สปอร์ตและปราดเปรียวยิ่งขึ้น ขับเคลื่อนด้วยพลังงานไฟฟ้าได้ไกลถึง 81 กม. ให้ความประหยัดและอัตราเร่งที่เหนือชั้นกว่าเดิม ปรากฏโฉมครั้งแรกที่งานนอร์ธ อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้โชว์ 2015 ในเมืองดีทรอยท์ รัฐมิชิแกน สหรัฐอเมริกา

   ระบบขับเคลื่อนอันทรงประสิทธิภาพของโวลต์รุ่นใหม่นี้ทำให้สามารถขับขี่ได้ในระยะทางที่ไกลกว่า 643 กม. จากการประเมินของเจนเนอรัล มอเตอร์ส และด้วยการชาร์จไฟตามปกติ ผู้ขับขี่สามารถเดินทางได้ไกลกว่า 1,609 กม. โดยเฉลี่ยระหว่างการเติมเชื้อเพลิงเต็มถัง

   เชฟโรเลต โวลต์ ไม่เพียงอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีและระยะทางขับเคลื่อนที่ดียิ่งขึ้นเท่านั้นแต่ยังมาพร้อมกับการออกแบบอันโดดเด่นและสัดส่วนที่มีความแข็งแรง รวมถึงประสิทธิภาพตามหลักอากาศพลศาสตร์อย่างการเปิดปิดกระจังหน้า นอกจากนี้การตกแต่งภายในห้องโดยสารรูปแบบใหม่ยังสามารถรองรับได้ถึงห้าที่นั่งและมีการปรับปรุงให้ใช้งานได้ดีมากยิ่งขึ้นทุกส่วนประกอบ ตั้งแต่การชาร์จแบตเตอรี่ การตรวจสอบสถานะการชาร์จไฟไปจนถึงแผงควบคุมสั่งงานต่างๆ ได้รับการออกแบบเพื่อความสะดวกสบายในการใช้งานมากยิ่งขึ้น

   การตกแต่งด้วยสีสันแบบใหม่สร้างบรรยากาศที่ดึงดูดสายตา โดดเด่นด้วยแสงไฟสีฟ้าภายในห้องโดยสาร โวลต์รุ่นใหม่ยังคงใช้หน้าจอดิจิตอลสีจำนวนสองตัวโดยแบ่งเป็นหน้าจอขนาด 8 นิ้ว สำหรับแสดงผลข้อมูลการขับขี่ และหน้าจอทัชสกรีนขนาด 8 นิ้ว ติดตั้งอยู่กลางคอนโซลสำหรับการควบคุมระบบเชฟโรเลต มายลิงค์

   ระบบขับเคลื่อนของโวลต์เป็นเทคโนโลยีโวลเทค (Voltec) พลังไฟฟ้าขยายระยะทางขับเคลื่อน (EREV) เจนเนอเรชั่นที่สอง ได้รับการพัฒนาทางวิศวกรรมเพื่อเพิ่มระยะทางขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าที่มีการประหยัดมากยิ่งขึ้น และมีอัตราเร่งที่เหนือชั้นกว่าเดิม โดยเชฟโรเลตได้มีการพัฒนาโวลต์รุ่นใหม่นี้บนพื้นฐานของพฤติกรรมการขับขี่ของเจ้าของรถโวลต์รุ่นแรก

   ระบบโวลเทคประกอบด้วยแบตเตอรี่ ชุดขับเคลื่อน เครื่องยนต์ขยายระยะทางขับเคลื่อนและระบบไฟฟ้าอิเลคทรอนิคส์ เทคโนโลยีแบตเตอรี่ชั้นนำของจีเอ็มได้รับการปรับระบบวิศวกรรมโดยโวลต์ รุ่นปี 2016 จะใช้แบตเตอรี่ 18.4 กิโลวัตต์ชั่วโมง โดดเด่นด้วยเซลเคมีรูปแบบใหม่ที่พัฒนาร่วมกับแอลจี เคม (LG Chem) ถึงแม้ความจุของระบบนี้จะเพิ่มขึ้นแต่จำนวนเซลส์กลับลดลงจาก 288 เหลือ 192 เซลส์ เนืองจากการปรับปรุงเคมีใหม่ เซลส์แบตเตอรี่ได้ถูกติดตั้งในตำแหน่งที่ต่ำกว่าเดิมเพื่อลดศูนย์ถ่วงตัวรถและช่วยลดน้ำหนักชุดแบตเตอรี่ให้เบาลงถึง 9.8 กก.

   ขณะเดียวกันชุดขับเคลื่อนซึ่งประกอบด้วยมอเตอร์สองตัวของโวลต์รุ่นใหม่ก็ได้รับการปรับปรุงประสิทธิภาพและสมรรถนะให้ดียิ่งขึ้นเช่นกัน โดยมีเสียงรบกวนและแรงสั่นสะเทือนที่ลดลง ชุดขับเคลื่อนนี้ทำงานด้วยการประหยัดที่มากขึ้น 12 เปอร์เซ็นต์ และมีน้ำหนักลดลงถึง 45 กก. เมื่อเทียบกับระบบในปัจจุบัน

   มอเตอร์ทั้งสองตัวทำงานพร้อมกันทั้งในโหมดขับขี่ด้วยพลังไฟฟ้าและโหมดขยายระยะทางขับเคลื่อน การใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้าทั้งสองตัวช่วยให้อัตราเร่งด้วยพลังไฟฟ้าดีขึ้น 19 เปอร์เซ็นต์ การเร่งจาก 0 – 48 กม./ชม. สามารถทำได้ภายใน 2.6 วินาที และอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม. อยู่ที่ 8.4 วินาที ซึ่งเร็วขึ้นกว่าเดิม 7 เปอร์เซ็นต์

   ด้วยการพัฒนาจากประสบการณ์ใช้งานจริง เชฟโรเลตได้สร้างสรรค์ระบบชาร์จไฟที่ลูกค้าสามารถใช้งานได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยระบบชาร์จไฟดังกล่าวจะเอื้อให้เจ้าของรถสามารถปรับตั้งระดับการชาร์จไฟ 120 โวลต์ล่วงหน้าได้ (8 แอมป์ หรือ 12 แอมป์) ไม่ว่าจะเป็นการชาร์จไฟทันที การกำหนดเวลาชาร์จไฟในแต่ละวันของสัปดาห์หรือการกำหนดเวลาชาร์จไฟ และอัตราไฟฟ้าสำหรับการชาร์จไฟเฉพาะช่วงเวลาที่ค่าไฟถูกกว่า การกำหนดดังกล่าวทำได้โดยการปรับตั้งเพียงครั้งเดียวและโวลต์จะทำงานตามการปรับตั้งเมื่อตัวรถเดินทางกลับถึงบ้าน

   ส่วนประกอบสำคัญของโวลต์ยังคงอยู่ที่เครื่องยนต์ขยายระยะทางขับเคลื่อน โดยโวลต์ รุ่นปี 2016 มาพร้อมเครื่องยนต์ 4 สูบ ความจุ 1.5 ลิตร ที่มีความประหยัดสูง ให้กำลัง 101 แรงม้า ใช้ระบบหัวฉีดตรงไดเรคอินเจคชั่น อัตราส่วนกำลังอัด 12.5:1 ระบบหล่อเย็นหมุนเวียนไอเสีย ตัวปรับแคมที่กว้าง และปั๊มน้ำมันแปรผันความจุ เพื่อให้มีสมรรถนะและความประหยัดสูงสุด เครื่องยนต์รุ่นดังกล่าว
ยังมีการใช้เสื้อสูบอลูมิเนียมน้ำหนักเบา

   ระบบความปลอดภัยของโวลต์ประกอบด้วยกล้องมองหลัง ถุงลมนิรภัย 10 ลูก รวมถึงถุงลมนิรภัยป้องกันเข่าของผู้ขับขี่และผู้โดยสารตอนหน้า ระบบแจ้งเตือนการออกจากช่องจราจร ระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตาพร้อมแจ้งเตือนการเปลี่ยนช่องจราจร ระบบแจ้งเตือนรถทางแยกด้านหลัง ระบบแจ้งเตือนการชนด้านหน้าพร้อมตัวกำหนดระยะทาง ระบบเบรกอัตโนมัติ และระบบช่วยจอดอันล้ำสมัย พร้อมระบบช่วยจอดด้านหน้าและหลัง (ระบบช่วยจอดเทียบในที่แคบกึ่งอัตโนมัติ)

   เทคโนโลยีความปลอดภัยเชิงรุกและโครงสร้างที่ได้รับการปรับปรุงใหม่นี้เป็นการพัฒนาต่อยอดจากโวลต์ที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยสูงสุดซึ่งรวมถึงมาตรฐานความปลอดภัยรถใหม่ระดับ 5 ดาวจากหน่วยงานความปลอดภัยบนถนนหลวงของสหรัฐฯ

   สำหรับแผนการทำตลาด เชฟโรเลต โวลต์ จะออกจำหน่ายอย่างเป็นทางการในอเมริกาเหนือในช่วงครึ่งหลังของปี พ.ศ. 2558

 
 

NEW CARS INTER : Bentley Grand Convertible ที่สุดของความหรูหราในสไตล์เปิดประทุน

Wednesday, 07 January 2015 11:36

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ความเป็นที่สุดของนวัตกรรมยานยนต์สุดหรูจากประเทศอังกฤษได้ถูกถ่ายทอดผ่าน Bentley Grand Convertible รถยนต์เปิดประทุนที่น่าค้นหามากที่สุดจากเบนท์ลี่ย์ ความเป็นเอกลักษณ์ถูกสะท้อนออกมาให้เห็นผ่านรูปลักษณ์ และแฟชั่นต่างๆ ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยงานฝีมือชั้นเยี่ยมและให้ความใส่ใจต่อวัสดุต่างๆ ในทุก รายละเอียดเพื่อเพิ่มความหรูหราเหนือระดับ พร้อมด้วยประสิทธิภาพที่ทรงพละกำลัง

   การออกแบบภายนอกเน้นสีตัวรถที่โดดเด่นคือสีพิเศษ Sequin Blue  รวมถึงโครงกระจกหน้าและฝากระโปรงแบบเหล็ก “liquid metal” สีเงิน ล้อได้รับการออกแบบให้ตัดกับสีน้ำเงินฟ้าของตัวรถอีกด้วย ซึ่งล้อที่โดดเด่นยังสะท้อนให้เห็นถึงพละกำลังเครื่องยนต์และแรงบิดมหาศาลที่อยู่ภายใต้ฝากระโปรงเครื่องยนต์ แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 537 แรงม้า 530PS / 395 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 1,100       นิวตันเมตร ได้มาจากเครื่องยนต์เบนท์ลี่ย์ขนาด 6.0 ลิตร Twin turbo V8 ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้อยู่ในรุ่น Mulsanne รถยนต์ Flagship จากเบนท์ลี่ย์นั่นเอง

   ภายในห้องโดยสารของ Bentley Grand Convertible เต็มไปด้วยงานหัตถกรรมหรืองานฝีมือหรูหรามีระดับ หนังแท้และมีให้เลือกถึง 14 สีพร้อมลายเบาะแบบ diamond quilting โดยได้รับการปรับแต่งรูปทรงให้เหมาะสมและให้ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารทั้ง 4 คนในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี สีฟ้าสว่างถูกนำมาใช้เป็นขอบตกแต่งเพื่อแสดงให้เห็นถึงทักษะความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือจากเบนท์ลี่ย์ พร้อมด้วยรอยเย็บตะเข็บสี Sequin Blue ที่เย็บด้วยมืออีกด้วย

   Tonneau คือตัวอย่างของงานหัตถกรรมจากช่างฝีมือของเบนท์ลี่ย์ เนื้อไม้ชั้นดีผืนใหญ่ที่นำมาใช้ตกแต่งให้เข้ากับ book-matched, mirror-finished และ dark-stained Burr Walnut ลายต่างๆ ได้รับออกแบบโดยใช้ช่างเฟอร์นิเจอร์ที่มีชื่อเสียงของโลกทำการออกแบบผสมผสานเพื่อความหรูหราและให้เข้ากับกรอบเหล็กได้อย่างลงตัวที่สุดอีกด้วย

   หลังจากจัดการแสดงโชว์ที่มหกรรมยานยนต์ Los Angeles Auto Show 2014 Grand Convertible จะย้ายไปโชว์ที่ Miami สำหรับงาน Art Basel  ซึ่งเป็นงานแสดงศิลปะแบบทันสมัยและร่วมสมัยระดับโลกที่มีชื่อเสียงต่อไป

 
 

NEW CARS INTER : BENTLEY FLYING SPUR V8 ซีดานสุดหรู สมรรถนะร้อนแรง!

Tuesday, 14 October 2014 09:48

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เบนท์ลี่ย์ เปิดตัว Flying Spur V8 รถซีดานสุดหรูอย่างเป็นทางการสู่สาธารณชนในงาน Moscow International Automobile Salon (MIAS)

   Flying Spur V8 ใหม่ล่าสุดมีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับ   รุ่น W12 ไม่ว่าจะเป็นการผสานความโฉบเฉี่ยว ความคล่องตัว ความหรูหรา และงานฝีมือ เข้าไว้กับเทคโนโลยีที่ ล้ำสมัยได้อย่างลงตัว และถือเป็นการเพิ่มจำนวนลูกค้ารายใหม่ๆ ของเบนท์ลีย์  อีกทั้ง ยังมั่นใจว่ารถรุ่นนี้จะทำให้ผู้ที่ได้สัมผัสเข้าถึงความหรูหราผสานกับประสิทธิภาพที่เหนือชั้นได้อย่างลงตัว

   Flying Spur V8 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร Twin-turbo V8 สร้างพละกำลังมากถึง 507 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 660 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร / ชั่วโมง ในระยะเวลาเพียง 5.2 วินาทีและความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 295 กิโลเมตร / ชั่วโมง หากเติมน้ำมันเต็มถังจะสามารถวิ่งได้ไกลถึง 800 กิโลเมตรเลยทีเดียว

   Flying Spur V8 ถูกจัดแสดงในงาน MIAS พร้อมกับ Continental GT V8 S รถยนต์ที่มีความคล่องตัวสูงจากเบนท์ลี่ย์ และรุ่น Flagship อย่าง Mulsanne ซึ่งเป็นตัวแทนของการผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพและงานฝีมือที่หรูหราได้อย่างลงตัวจากเบนท์ลี่ย์

 
 

NEW CARS INTER : LAMBORGHINI HURACAN LP 620-2 super trofeo

Tuesday, 16 September 2014 18:10

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ออโตโมบิลี แลมโบร์กีนี ภูมิใจเสนอแลมโบร์กีนี ฮูราแคน แอลพี 620-2 ซูเปอร์ โทรฟีโอสุดยอดซูเปอร์คาร์ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นอย่างเหนือชั้นโดยแผนกมอเตอร์สปอร์ตของแลมโบร์กีนีเพื่อการประกาศความยิ่งใหญ่ในสนามแข่งระดับสูง โดยเปิดตัวไปอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ในงาน Monterey Car Week รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งแลมโบร์กีนี ฮูราแคน ซูเปอร์ โทรฟีโอ จะปรากฏตัวให้ผู้ชมทั่วโลกได้ยลโฉมอย่างเต็มตาในการแข่งขันรายการ 2015 Lamborghini Blancpain Super Trofeoทั้งสามซีรี่ส์ ซึ่งจะจัดขึ้นในยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ

   แลมโบร์กีนี ฮูราแคน แอลพี 620-2 ซูเปอร์ โทรฟีโอ ถูกออกแบบภายใต้แนวคิดของรถแข่งที่สมบูรณ์แบบ ฟังก์ชั่นการทำงานทั้งหมดคิดค้นมาเพื่อเสริมสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูงสุดโดยยังคงมาตรฐานความปลอดภัยของการขับขี่ในสนามแข่งไว้อย่างรัดกุมที่สุด

   โครงรถช่วงล่างติดตั้งโรลเคจน้ำหนักเบาเพียง 43 กิโลกรัมซึ่งคลุมไปจนถึงส่วนเพลาหลัง โดยสามารถรับแรงบิดได้มากกว่าเดิม 45% เมื่อเปรียบเทียบกับยานยนต์รุ่นก่อน โดยตัวเฟรมเป็นวัสดุไฮบริดผสมคาร์บอนอะลูมิเนียมซึ่งถูกออกแบบเพื่อรองรับพื้นที่สำหรับวางหม้อน้ำรุ่นใหม่ในส่วนหน้ารถและพื้นที่ติดตั้งกระปุกเกียร์สเปครถแข่งขันในส่วนท้ายให้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ยานยนต์มีรูปทรงถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังมีน้ำหนักรถเปล่าเพียง 1,270 กิโลกรัมและมีการกระจายน้ำหนักหน้า:หลังที่ 42/58%

   สำหรับโครงรถด้านนอกใช้วัสดุผสมและถูกออกแบบให้สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ โดยเป็นผลงานการออกแบบร่วมกับ ดัลลาร่า เอนจิเนียริ่ง (Dallara Engineering) ซึ่งก่อตั้งโดย จาน เปาโล ดัลลาร่า ซึ่งทำให้การประกอบ ฮูราแคน ซูเปอร์ โทรฟีโอ เสร็จสมบูรณ์ได้อย่างเร็วขึ้น และการออกแบบหม้อน้ำมันใหม่ที่ทำให้สมรรถนะการขับขี่สูงกว่ารุ่น แลมโบร์กีนีกัลญาร์โด้ อีกด้วย

   แลมโบร์กีนี ฮูราแคน ซูเปอร์ โทรฟีโอ ใช้นวัตกรรมเครื่องยนต์หัวฉีดไดเร็คอินเจ็คชั่นV10 เช่นเดียวกับรุ่นฮูราแคน แอลพี 610-4ซึ่งจัดสรรพลังงานโดยอุปกรณ์หน่วยควบคุมของ Motec ซึ่งให้กำลังสูงสุดถึง 620 แรงม้า และมีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ 2.05 กิโลกรัม/แรงม้า

   หนึ่งในระบบการขับขี่ที่สำคัญของรุ่น แลมโบร์กีนี บลองแปง ซูเปอร์ โทรฟีโอ คือทางเลือกระบบการขับเคลื่อนล้อหลังซึ่งถูกนำมาใช้ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรุ่น GT Class แล้ว ทำให้นักขับรถยนต์รุ่น ซูเปอร์ โทรฟีโอ สามารถสัมผัสได้ถึงระบบการทรงตัวชั้นเยี่ยมที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการขับขี่ในสนามแข่งได้อย่างเป็นยอด

   อีกหนึ่งนวัตตกรรมใหม่ของ แลมโบร์กีนี ฮูราแคน ซูเปอร์ โทรฟีโอ คือระบบสนับสนุนเครื่องยนต์รูปแบบใหม่ ที่ใช้คลัตช์แบบสามจานและระบบเกียร์แบบ XTrac Sequential Gearbox ซึ่งออกแบบมาสำหรับรถรุ่นนี้เพื่อใช้ร่วมกับหัวฉีดระบบไฟฟ้าซึ่งออกแบบโดยแผนกรถแข่งของ แม็กเนติ มาเรลลี (Magneti Marelli Motorsport Division)

   ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ แลมโบร์กีนี ฮูราแคน ซูเปอร์ โทรฟีโอ ยังถือเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดครั้งสำคัญ ด้วยการใช้สายเคเบิ้ลและข้อต่อน้ำหนักเบารุ่นใหม่เพื่อให้เหมาะสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ อุปกรณ์หน่วยควบคุมเป็นรุ่น MOTEC M182 ที่สามารถควบคุมข้อมูล การเปลี่ยนเกียร์ และการแสดงผลบนจอแบบ TFT ซึ่งติดตั้งไว้ที่แผงหน้าปัดรถ พร้อมฟังก์ชั่นการทำงานพิเศษอย่างระบบควบคุมล้อหมุนฟรีและระบบเบรกกันล้อล็อก (ABS) ของ Bosch Motorsport ซึ่งสามารถตั้งค่าให้เหมาะสมกับการขับขี่ในทุกสภาพถนนและสภาพภูมิอากาศได้ถึง 12 รูปแบบอย่างง่ายดายจากปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย โดยพวงมาลัยยังถูกออกแบบให้เอื้อต่อการขับขี่ในสนามแข่งโดยเฉพาะ โดยเป็นผลงานการออกแบบร่วมกับ โอเอ็มพี (OMP)สำหรับไฟหน้าและไฟท้ายยังคงเป็นแบบแอลอีดี (LED) เช่นเดียวกับรุ่นฮูราแคน แอลพี 610-4

   การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ถูกพัฒนาอย่างเหนือขั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในเรื่องแรงต้าน เพิ่มแรงฉุดและแรงกดสูงสุดในทุกสภาวะการขับขี่ รวมไปถึงการติดตั้งอุปกรณ์ปีกท้ายที่สามารถปรับได้ถึง 10 รูปแบบ อุปกรณ์ดิฟฟิวเซอร์ทั้งหน้าและหลัง และช่องลมเข้าด้านหน้าที่ปรับระดับได้ ยังช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับตัวรถได้มากยิ่งขึ้น

   แลมโบร์กีนี ฮูราแคน ซูเปอร์ โทรฟีโอใช้ยางรุ่นพิเศษของพิเรลลี (Pirelli) ซึ่งเกิดจากการเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ตั้งแต่ในขั้นตอนการร่างแบบรถไปจนถึงการทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์บนสนาม เพื่อการออกแบบยางที่เหมาะสมกับการขับขี่ที่เหนือชั้นในแบบฉบับของแลมโบร์กีนี โดยเฉพาะต้องให้สอดคล้องกับการขับขี่ด้วยระบบสองล้อทำให้ต้องใช้ยางขนาดใหม่ คือ ยางหน้าขนาด 305/660-18และยางหลังขนาด 315/680-18

   นอกจากนี้ ช่วงล่างยังติดตั้งเหล็กกันโคลงแบบปรับได้และดัมเปอร์แบบปรับได้สองทิศทางของโอห์ลินส์ (Ohlins) ส่วนระบบเลี้ยวแบบไฮดรอลิคซึ่งใช้ปั๊มระบบไฟฟ้ายังช่วยให้นักขับสามารถหักเลี้ยวได้อย่างเฉียบคม

   การตกแต่งภายในแบบสไตล์ตระกูลรถแข่งใช้หนังอัลแคนทาร่า (Alcantaraâ) สี Nero Ade ในการบุห้องโดยสารตลอดคัน ทั้งบริเวณหน้าปัด ช่องกลาง ตลอดจนอุปกรณ์ภายในทั้งหมดอย่างพวงมาลัยแผงกระปุกเกียร์ และเบาะนั่งที่ออกแบบมาตามหลักสรีรศาสตร์อย่างประณีต

   ในเดือนที่ผ่านมา ยานยนต์แลมโบร์กีนีรุ่นใหม่นี้ได้อวดโฉมและโชว์สมรรถนะในการทดสอบเพื่อการพัฒนาบนสนามแข่งเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งการทดสอบอยู่ภายใต้การควบคุมของหัวหน้าการทดสอบสมรรถนะ จิออร์จิโอ ซานนา และ เจ้าหน้าที่การทดสอบสมรรถนะสองคนของ ออโตโมบิลี แลมโบร์กีนี  ได้แก่ ฟาบิโอ บาบินี และ เอเดรียน ซอกก์ ร่วมด้วยนักขับจาก Young Driver Program ซึ่งมาทำการทดสอบและร่วมแสดงความคิดเห็นในงานครั้งนี้

 
 

NEW CARS INTER : JAGUAR F-TYPE CONCEPT พัฒนาเพื่อการแข่งขัน ตูร์ เดอ ฟรองซ์ 2014

Thursday, 28 August 2014 12:20

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   จากัวร์ แบรนด์ยนตกรรมระดับโลก ร่วมเป็นผู้สนับสนุนด้านนวัตกรรมในการแข่งขันจักรยานทางไกลแห่งฝรั่งเศส “ตูร์ เดอ ฟรองซ์ 2014” โดยหน่วยปฏิบัติการพิเศษจากัวร์แลนด์โรเวอร์ได้สร้างสรรค์ JAGUAR  F-TYPE  CONCEPT    ยานยนต์สมรรถนะสูงรุ่นพิเศษเพื่อใช้ในการขนย้ายรถจักรยานของผู้เข้าแข่งขัน “ทีมสกาย (Team Sky)” ในการแข่งขันช่วงที่ 20 จากเมืองแบร์แชร์รัค (Bergerac) ไปยังเมืองเปรีเกอ (Périgueux)  ซึ่งเป็นช่วงสุดท้ายในวันที่ 27 กรกฎาคม ที่ผ่านมา

   การสร้างสรรค์ JAGUAR  F-TYPE  CONCEPT    ของหน่วยปฏิบัติการพิเศษจากัวร์แลนด์โรเวอร์ ถือเป็นการต่อยอดความสำเร็จจากรถยนต์รุ่น F-TYPE  R COUPE สุดยอดนวัตกรรมยานยนต์แห่งความเร็วและสมรรถนะที่สมบูรณ์แบบที่สุดจากจากัวร์ ซึ่งเปิดตัวไปแล้วทั่วโลกเมื่อต้นปีที่ผ่านมา โดยคอนเซ็ปต์คาร์รุ่นนี้ใช้เครื่องยนต์ V8 ระบบซูเปอร์ชาร์จ 5.0 ลิตร ที่ให้กำลังสูงสุดถึง 550 แรงม้าที่แรงบิด 680 นิวตันเมตร ซึ่งเป็นรุ่นเครื่องยนต์ที่มีจำหน่ายในประเทศไทยด้วย

   JAGUAR  F-TYPE  CONCEPT    ครั้งนี้ถูกออกแบบให้มีฟังก์ชั่นพิเศษเพื่อการขนย้ายที่มั่นคงสำหรับจักรยาน ปินาเรลโล โบลิด ทีที จำนวนสองคัน การตกแต่งทั้งภายนอกและภายในถูกออกแบบให้สอดคล้องกับเครื่องแบบของทีมสกาย ตลอดจนการออกแบบระบบไฟฟ้าของห้องเก็บสัมภาระด้านหลังเป็นแบบแยกส่วน สำหรับการจ่ายพลังงานให้แก่ระบบวิทยุสื่อสาร เครื่องขยายเสียง ไมโครโฟน แตรสัญญาณ และโทรทัศน์ เพื่อรองรับการสื่อสารของนักปั่นและผู้อำนวยการฝ่ายกีฬาของทีมสกาย   

   แม้จะเป็นยานยนต์เพื่อตอบสนองความต้องการเฉพาะและไม่มีวางจำหน่ายทั่วไป หาก  JAGUAR  F-TYPE  CONCEPT    ได้แสดงให้เห็นถึงขีดความสามารถขั้นสูงของหน่วยปฏิบัติการพิเศษจากัวร์แลนด์โรเวอร์ ในการผลิตยานยนต์ที่ครอบคลุมความต้องการของลูกค้าได้ทุกรูปแบบ โดยยานยนต์จากัวทุกรุ่นสามารถดัดแปลงได้หลากหลายทั้งในด้านดีไซน์รูปลักษณ์ภายนอกและเครื่องยนต์ ตลอดจนรายละเอียดทั้งเรื่องสี รูปแบบล้อ การตกแต่งภายใน ออพชั่นเสริม และอุปกรณ์ประดับยนต์

   จากัวร์ แลนด์โรเวอร์ ทุ่มเทเพื่อการขยายธุรกิจและฐานลูกค้าระดับสูงในเมืองไทยมาอย่างยาวนาน ด้วยการจัดกิจกรรมการตลาดและมอบข้อเสนอระดับเอ็กซคลูซีฟเพื่อมอบความพึงพอใจสูงสุดแก่ลูกค้า นอกจากนี้บริษัทยังได้ลงทุนทางด้านการขาย เครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับบริการหลังการขายเพื่อมอบบริการชั้นเยี่ยมที่สมบูรณ์แบบแก่ลูกค้า

 
 

NEW CARS INTER : HYUNDAI AVANTE (ELANTRA) ปรับโฉมพร้อมขุมพลังดีเซล

Sunday, 18 August 2013 17:48

 

 

 

 

 

 

 

 

    ฮุนได มอเตอร์ เกาหลีใต้ เปิดตัวรถซีดาน HYUNDAI AVANTE หรือ ELANTRA ที่จำหน่ายในเมืองไทย ภายใต้โฉมใหม่แบบไมเนอร์เชนจ์อย่างเป็นทางการ พร้อมเพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยขุมพลังดีเซลที่ให้ความประหยัดระดับสุดยอด

   ภายนอกได้รับการดีไซน์ใหม่หลายจุด รูปลักษณ์โดดเด่นเน้นความเป็นซีดานมากยิ่งขึ้น ไล่ตั้งแต่กันชนหน้าปรับดีไซน์ใหม่พร้อมขยายให้กว้างขึ้น 5 มม. และกันชนหลังขยายให้กว้างขึ้น 15 มม.ทำให้ตัวรถโดยรวมดูใหญ่ขึ้น  ขณะที่ชุดไฟหน้ามีการปรับเปลี่ยนแบบยกชุดเป็นแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟเดย์ไลท์ LED ตามสมัยนิยม ชุดไฟท้ายก็ดีไซน์ใหม่ให้ล้ำมากขึ้น  และขาดไม่ได้กับล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว ลวดลายดุดันมากขึ้น  ส่วนภายในห้องโดยสารเน้นเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการเพิ่มช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังและมาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ระบบช่วยจอด Smart Parking Assist System (SPAS)

   สำหรับสมรรถนะความแรงนอกจากเครื่องยนต์เบนซินบล็อคเดิมยังเพิ่มทางเลือกด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 126 แรงม้า พร้อมแรงบิด 279 นิวตัน-เมตร มีให้เลือกใช้ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ  ซึ่งเครื่องยนต์บล็อกนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ความประหยัด จากอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ประมาณ 16 – 18.5  กิโลเมตร /ลิตร

 
 

NEW CARS INTER : BMW M4 COUPE คอนเซ็ปท์ตัวแรง 450 แรงม้า

Friday, 16 August 2013 17:02

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ค่ายบีเอ็มดับเบิลยู อวดโฉมรถสปอร์ตคูเป้  BMW M4 COUPE คันต้นแบบ ก่อนออกจะพัฒนาสู่สายการผลิตในอนาคตอันใกล้

   BMW M4 COUPE คันต้นแบบ ได้รับการพัฒนาภายใต้พื้นฐานเดียวกับ BMW ซีรี่ย์ 4 COUPE ที่จะทำตลาดแทนที่ซีรี่ย์ 3 COUPE โมเดลปัจจุบัน  แต่จะเพิ่มความพิเศษตามแนวทางการออกแบบสไตล์ M ที่แฟนBMWคุ้นเคยกันดี

   รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยความหรูหราและดุดันโดยเฉพาะการดีไซน์ชุดกันชนหน้าและกันชนหลังที่เฉียบคมรับกับเส้นสายตัวรถ บริเวณซุ้มล้อหน้ามีช่องระบายความร้อนตามสไตล์M พร้อมสวมใส่ล้ออัลลอยลาย 5 ก้าน สีทูโทน ขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้ว  และด้านท้ายขาดไม่ได้กับชุดท่อไอเสีย 2 คู่แต่งด้วยลายเคฟล่าแท้ๆ เพิ่มความดุดันมากยิ่งขึ้น

             สำหรับสมรรถนะความแรงยังไม่ได้รับการยืนยันที่ชัดเจน    แต่สื่อต่างประเทศ คาดหมายว่า BMW M4 COUPE จะใช้เครื่องยนต์บล็อกแรง แบบ  6 สูบแถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดถึง 450 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดประมาณ 550 นิวตัน-เมตร รีดเค้นอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม ภายในเวลาเพียง 4.2 วินาที

           การพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ค่ายบีเอ็มดับเบิลยูคาดหวังว่าจะสามารถสะท้อนปรัชญาการออกแบบของ BMW M ที่ต้องการผลิตรถแรงสไตล์รถแข่งที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

(ที่มาworldcarfans)

 
 

NEW CARS INTER : DATSUN GO รีเทิร์นทำตลาดต้นปีหน้า

Saturday, 20 July 2013 17:14

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ค่ายนิสสัน เตรียมแผนปลุกชีพแบรนด์เก่าแก่อย่าง DATSUN กลับคืนสู่อุตสาหกรรมยานยนต์อย่างจริงจังอีกครั้ง โดยโปรเจ็คท์แรก ประเดิมด้วยการเปิดตัว DATSUN GO รถยนต์ซับคอมแพ็กต์ คลาสเดียวกับอีโคคาร์ที่จำหน่ายในเมืองไทย โดยชื่อรุ่น GO ประยุกต์มาจาก DATSUN DAT-GO ที่ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 1914

   DATSUN GO ได้รับการพัฒนาบนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกับ NISSAN MARCH ตัวถังเป็นแบบแฮทช์แบ็ค5 ประตู รูปลักษณ์ภายนอกมีสไตล์ใกล้เคียงกับ  MARCH แต่หน้าตาจะเปลี่ยนไปดูมีเหลี่ยมคมมากขึ้น ส่วนภายในห้องโดยสารก็มีดีไซน์คล้ายกับ MARCH แต่จุดแตกต่างที่ชัดเจนอยู่ที่การวางตำแหน่งเบรกมือและชุดเกียร์ถูกย้ายไปติดตั้งอยู่บนแผงแดชบอร์ดเพื่อเพิ่มพื้นที่ระหว่างเบาะคู่หน้าให้กว้างขวางในสไตล์เดียวกับรถอเนกประสงค์ นอกจากนี้เครื่องยนต์ก็ยังเป็นบล็อกเดียวกับ MARCH ขนาด 1.2 ลิตร แต่จะเน้นทำตลาดด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปี

   DATSUN GO จะเริ่มบุกเบิกตลาดครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย ในสไตล์รถราคาประหยัด ที่ง่ายต่อการเป็นเจ้าของ เหมือนกับอีโคคาร์ที่จำหน่ายในเมืองไทยแต่จะด้อยกว่าในแง่ของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความหรูหราเพื่อลดต้นทุน

 
 

NEW CARS INTER : PORSCHE Boxster & 911 Carrera Black Edition

Tuesday, 02 June 2015 13:44

 

 

 

 

 

 

 

 

   ปอร์เช่ส่งรุ่นพิเศษของ 911 Carrera และ Boxster ออกมาให้ยลโฉมแล้ว คือ Black Edition ซึ่งเป็นปอร์เช่ที่ผสมผสานภายนอกและภายในด้วยสีดำไว้อย่างลงตัว โดยเน้นให้เห็นรูปลักษณ์ที่เหนือกาลเวลา คลาสสิค หรูหรา ตามแบบฉบับรถสปอร์ตได้เป็นอย่างดี

   911 Carrera และ Boxster รุ่นพิเศษจะถูกผลิตจำนวนจำกัด พร้อมการติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่เป็นมาตรฐานใหม่ในการขับขี่อย่างครบครัน อาทิเช่น ระบบ Porsche Communication Management (PCM) ที่มาพร้อมกับระบบค้นหาเส้นทาง ระบบตัดแสงสะท้อนกระจกมองหลังอัตโนมัติ (automatically dimming rear-view mirrors) ระบบ Cruise control และพวงมาลัยสปอร์ต Sport Design steering wheel เป็นต้น

   911 Carrera Black Edition รุ่นธรรมดาจะมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 3.4 ลิตรเครื่องยนต์ Flat Engine ที่มีสมรรถนะสูงสามารถผลิตพละกำลังเครื่องยนต์สูงสุดได้ถึง 350 แรงม้า (257 กิโลวัตต์) โดยมีให้เลือกทั้งรุ่นคูเป้และรุ่นเปิดประทุนอย่างคาบริโอเลต ทุกรุ่นมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ ล้อขนาด 20 นิ้วลาย 911 Turbo Wheels และไฟหน้าแบบ LED ที่มาพร้อมกับระบบไฟ Porsche Dynamic Light System Plus (PDLS+) เป็นส่วนหนึ่งของอุปกรณ์มาตรฐานที่ได้รับการติดตั้งเพื่อเพิ่มความโดดเด่นให้กับรถรุ่นนี้ด้วยเช่นกัน ภายในสีดำเข้มทำให้รถมีเสน่ห์น่าค้นหามากยิ่งขึ้น  ภายในรถได้รับการติดตั้งเครื่องเสียงแบบ Bose Surround Sound System ให้ความสุนทรีย์ในยามขับขี่อย่างลงตัวด้วยคุณภาพของเสียงที่ยอดเยี่ยม และ 911 รุ่นพิเศษนี้ยังเพิ่มความสะดวกสบายสำหรับผู้ขับขี่มากยิ่งขึ้นด้วยระบบโทรศัพท์ Telephone Module และระบบช่วยจอด Park Assist ทั้งด้านหน้าและด้านหลังที่มาพร้อมกับกล้องมองหลังอีกด้วย

   ส่วน Boxster Black Edition ด้วยความที่มีเสน่ห์ไม่แพ้กัน เครื่องยนต์แบบวางกลางขนาด 2.7 ลิตร Flat engine มาพร้อมกับพละกำลังเครื่องยนต์สูงสุดที่ 265 แรงม้า (195 กิโลวัตต์) แนวคิดสีดำได้ถูกนำไปใช้กับหลังคาผ้าใบและบาร์ป้องกัน (Rollover protection bar) ด้วยเช่นกัน ระบบ Wind deflector จะช่วยกันลมขณะเปิดประทุนได้เป็นอย่างดี ล้อขนาด 20 นิ้วลาย Carrera Classic มาพร้อมกับระบบไฟหน้าไบซีนอลและระบบไฟ Porsche Dynamic Light System (PDLS) เพิ่มความโดดเด่นให้กับรถ ไม่เพียงเท่านี้ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับความสะดวกสบายเพิ่มเติมจากระบบปรับอุณหภูมิแยกแบบ two-zone air conditioning หรือเบาะนั่งแบบให้ความร้อนได้ ระบบเสียงในรุ่น Boxster Black Edition จะมาพร้อมกับเสียงแบบ Sound Package Plus คุณภาพสูง

   แบล็ค อิดิชั่น (Black Edition) ทั้ง 5 รุ่นจะเริ่มเปิดรับจองตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2015 เป็นต้นไป

 
 

Page 2 of 6

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )