Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS INTER

NEW CARS INTER : CHEVROLET CORVETTE Z06 C7.R พัฒนาจากสนามแข่งสู่ถนนจริง

Wednesday, 06 May 2015 11:16

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   CHEVROLET CORVETTE รุ่น Z06 C7.R โมเดลปี 2016 ได้รับการพัฒนาให้มีสมรรถนะระดับรถแข่งเพื่อเป็นเกียรติแก่คอร์เวทท์ เรซซิ่ง C7.R เตรียมออก จำหน่ายในอเมริกาเหนือด้วยตัวถังสีเหลืองและดำเอกลักษณ์ของคอร์เวทท์ เรซซิ่ง พร้อมตกแต่งภายนอกและภายในเต็มพิกัด

   CORVETTE  C7.R ถูกผลิตจำนวนจำกัดเพียง 500 คันเท่านั้น และยังมีรุ่นพิเศษ Z07 Performance ที่มาพร้อมเบรกคาร์บอนเซรามิก และหมายเลขตัวถังแบบพิเศษสำหรับรถรุ่นนี้เท่านั้น โดยเตรียมออกจำหน่ายในช่วงปลายปีนี้

   ชุดแต่ง Z07 Performance ประกอบด้วยเบรกคาร์บอนเซรามิกของเบรมโบที่จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการเบรกและยกระดับสมรรถนะการควบคุมการขับขี่ นอกจากนี้ยังมีชิ้นส่วนที่ช่วยเพิ่มความลู่ลมตามหลักอากาศพลศาสตร์ทั้งด้านหน้าและหลังที่ปรับระดับได้เพื่อเพิ่มแรงกดให้มีประสิทธิภาพสูงสุด พร้อมด้วยยางมิชลิน ไพล็อต ซูเปอร์สปอร์ต คัพ 2 ช่วยเพิ่มการยึดเกาะถนน

   เมื่อผนวกกับเครื่องยนต์ LT4 พละกำลัง 650 แรงม้า แรงกดตามหลักอากาศพลศาสตร์ ที่ยอดเยี่ยมและเทคโนโลยีเสริมสมรรถนะอย่างระบบควบคุม (Magnetic Ride Control) ระบบจัดการเสถียรภาพ (PerformanceTractionManagement) และเฟืองท้ายอิเลคทรอนิคส์ ทำให้คอร์เวทท์ Z06 C7.R Edition นำเสนอศักยภาพที่ทัดเทียมกับซูเปอร์คาร์ชั้นนำระดับโลกและมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวในแบบรถรุ่นพิเศษที่จะกลายเป็นที่ต้องการของนักสะสมรถในทันที

สำหรับคุณสมบัติอันโดดเด่นของคอร์เวทท์รุ่น Z06 C7.R ปี 2016 มีดังนี้

  • นำเสนอรุ่น 3LZ ทั้งโฉมคูเป้และเปิดประทุน
  • ตัวถังมี 2 สี คือ สีเหลืองซึ่งเป็นสีใหม่สำหรับรุ่นปี 2016 และสีดำ
  • ชุดแต่งลายกราฟฟิกรุ่น C7.R
  • ชุดแต่ง Z07 Performance พร้อมเบรกคาร์บอนเซรามิกของเบรมโบและยางมิชลิน พีเอส คัพ 2
  • คาลิปเปอร์เบรกสีเหลือง
  • ล้อสีดำพร้อมเส้นสายสีเหลืองและโลโก้คอร์เวทท์ เรซซิ่ง ที่กลางดุมล้อ
  • แพ็คเกจชิ้นส่วนคาร์บอนไฟเบอร์เพิ่มเสถียรภาพในการขับขี่
  • ฝากระโปรงหน้าตกแต่งด้วยคาร์บอนไฟเบอร์เพิ่มความโดดเด่นให้สวยสะดุดตา
  • ครีบด้านข้างและช่องดักอากาศตกแต่งด้วยสีเทาเมทัลลิค
  • ห้องโดยสารตกแต่งด้วยสีดำ Jet Black พร้อมวัสดุไมโครไฟเบอร์หนังกลับบนแผงควบคุม
    และแผงประตู
  • เบาะที่นั่งแบบสปอร์ต พวงมาลัย และหัวเกียร์ตกแต่งด้วยไมโครไฟเบอร์หนังกลับ
  • ตัดเย็บด้วยด้ายสีเหลืองดึงดูดสายตาภายในห้องโดยสาร
  • ห้องโดยสารถูกตกแต่งด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์พื้นผิวมันเงา
  • เติมเต็มด้วยบันไดข้างแบบคอร์เวทท์ เรซซิ่ง
  • ประทับตรา C7.R Edition ในห้องโดยสารพร้อมหมายเลขตัวถังแสดงลำดับการผลิตโดยเริ่มจากหมายเลข 700001
  • พร้อมผ้าคลุมรถลายกราฟฟิก C7.R
 
 

NEW CARS INTER : Bentley Grand Convertible ที่สุดของความหรูหราในสไตล์เปิดประทุน

Wednesday, 07 January 2015 11:36

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ความเป็นที่สุดของนวัตกรรมยานยนต์สุดหรูจากประเทศอังกฤษได้ถูกถ่ายทอดผ่าน Bentley Grand Convertible รถยนต์เปิดประทุนที่น่าค้นหามากที่สุดจากเบนท์ลี่ย์ ความเป็นเอกลักษณ์ถูกสะท้อนออกมาให้เห็นผ่านรูปลักษณ์ และแฟชั่นต่างๆ ที่รังสรรค์ขึ้นด้วยงานฝีมือชั้นเยี่ยมและให้ความใส่ใจต่อวัสดุต่างๆ ในทุก รายละเอียดเพื่อเพิ่มความหรูหราเหนือระดับ พร้อมด้วยประสิทธิภาพที่ทรงพละกำลัง

   การออกแบบภายนอกเน้นสีตัวรถที่โดดเด่นคือสีพิเศษ Sequin Blue  รวมถึงโครงกระจกหน้าและฝากระโปรงแบบเหล็ก “liquid metal” สีเงิน ล้อได้รับการออกแบบให้ตัดกับสีน้ำเงินฟ้าของตัวรถอีกด้วย ซึ่งล้อที่โดดเด่นยังสะท้อนให้เห็นถึงพละกำลังเครื่องยนต์และแรงบิดมหาศาลที่อยู่ภายใต้ฝากระโปรงเครื่องยนต์ แรงม้าสูงสุดอยู่ที่ 537 แรงม้า 530PS / 395 กิโลวัตต์ และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 1,100       นิวตันเมตร ได้มาจากเครื่องยนต์เบนท์ลี่ย์ขนาด 6.0 ลิตร Twin turbo V8 ซึ่งเป็นเครื่องที่ใช้อยู่ในรุ่น Mulsanne รถยนต์ Flagship จากเบนท์ลี่ย์นั่นเอง

   ภายในห้องโดยสารของ Bentley Grand Convertible เต็มไปด้วยงานหัตถกรรมหรืองานฝีมือหรูหรามีระดับ หนังแท้และมีให้เลือกถึง 14 สีพร้อมลายเบาะแบบ diamond quilting โดยได้รับการปรับแต่งรูปทรงให้เหมาะสมและให้ความสะดวกสบายแก่ผู้โดยสารทั้ง 4 คนในห้องโดยสารได้เป็นอย่างดี สีฟ้าสว่างถูกนำมาใช้เป็นขอบตกแต่งเพื่อแสดงให้เห็นถึงทักษะความเชี่ยวชาญของช่างฝีมือจากเบนท์ลี่ย์ พร้อมด้วยรอยเย็บตะเข็บสี Sequin Blue ที่เย็บด้วยมืออีกด้วย

   Tonneau คือตัวอย่างของงานหัตถกรรมจากช่างฝีมือของเบนท์ลี่ย์ เนื้อไม้ชั้นดีผืนใหญ่ที่นำมาใช้ตกแต่งให้เข้ากับ book-matched, mirror-finished และ dark-stained Burr Walnut ลายต่างๆ ได้รับออกแบบโดยใช้ช่างเฟอร์นิเจอร์ที่มีชื่อเสียงของโลกทำการออกแบบผสมผสานเพื่อความหรูหราและให้เข้ากับกรอบเหล็กได้อย่างลงตัวที่สุดอีกด้วย

   หลังจากจัดการแสดงโชว์ที่มหกรรมยานยนต์ Los Angeles Auto Show 2014 Grand Convertible จะย้ายไปโชว์ที่ Miami สำหรับงาน Art Basel  ซึ่งเป็นงานแสดงศิลปะแบบทันสมัยและร่วมสมัยระดับโลกที่มีชื่อเสียงต่อไป

 
 

NEW CARS INTER : BENTLEY FLYING SPUR V8 ซีดานสุดหรู สมรรถนะร้อนแรง!

Tuesday, 14 October 2014 09:48

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เบนท์ลี่ย์ เปิดตัว Flying Spur V8 รถซีดานสุดหรูอย่างเป็นทางการสู่สาธารณชนในงาน Moscow International Automobile Salon (MIAS)

   Flying Spur V8 ใหม่ล่าสุดมีรูปลักษณ์ภายนอกคล้ายกับ   รุ่น W12 ไม่ว่าจะเป็นการผสานความโฉบเฉี่ยว ความคล่องตัว ความหรูหรา และงานฝีมือ เข้าไว้กับเทคโนโลยีที่ ล้ำสมัยได้อย่างลงตัว และถือเป็นการเพิ่มจำนวนลูกค้ารายใหม่ๆ ของเบนท์ลีย์  อีกทั้ง ยังมั่นใจว่ารถรุ่นนี้จะทำให้ผู้ที่ได้สัมผัสเข้าถึงความหรูหราผสานกับประสิทธิภาพที่เหนือชั้นได้อย่างลงตัว

   Flying Spur V8 มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 4.0 ลิตร Twin-turbo V8 สร้างพละกำลังมากถึง 507 แรงม้า และแรงบิดสูงสุดอยู่ที่ 660 นิวตันเมตร อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร / ชั่วโมง ในระยะเวลาเพียง 5.2 วินาทีและความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 295 กิโลเมตร / ชั่วโมง หากเติมน้ำมันเต็มถังจะสามารถวิ่งได้ไกลถึง 800 กิโลเมตรเลยทีเดียว

   Flying Spur V8 ถูกจัดแสดงในงาน MIAS พร้อมกับ Continental GT V8 S รถยนต์ที่มีความคล่องตัวสูงจากเบนท์ลี่ย์ และรุ่น Flagship อย่าง Mulsanne ซึ่งเป็นตัวแทนของการผสมผสานระหว่างประสิทธิภาพและงานฝีมือที่หรูหราได้อย่างลงตัวจากเบนท์ลี่ย์

 
 

NEW CARS INTER : HYUNDAI AVANTE (ELANTRA) ปรับโฉมพร้อมขุมพลังดีเซล

Sunday, 18 August 2013 17:48

 

 

 

 

 

 

 

 

    ฮุนได มอเตอร์ เกาหลีใต้ เปิดตัวรถซีดาน HYUNDAI AVANTE หรือ ELANTRA ที่จำหน่ายในเมืองไทย ภายใต้โฉมใหม่แบบไมเนอร์เชนจ์อย่างเป็นทางการ พร้อมเพิ่มทางเลือกใหม่ด้วยขุมพลังดีเซลที่ให้ความประหยัดระดับสุดยอด

   ภายนอกได้รับการดีไซน์ใหม่หลายจุด รูปลักษณ์โดดเด่นเน้นความเป็นซีดานมากยิ่งขึ้น ไล่ตั้งแต่กันชนหน้าปรับดีไซน์ใหม่พร้อมขยายให้กว้างขึ้น 5 มม. และกันชนหลังขยายให้กว้างขึ้น 15 มม.ทำให้ตัวรถโดยรวมดูใหญ่ขึ้น  ขณะที่ชุดไฟหน้ามีการปรับเปลี่ยนแบบยกชุดเป็นแบบโปรเจคเตอร์ พร้อมไฟเดย์ไลท์ LED ตามสมัยนิยม ชุดไฟท้ายก็ดีไซน์ใหม่ให้ล้ำมากขึ้น  และขาดไม่ได้กับล้ออัลลอยลายใหม่ขนาด 17 นิ้ว ลวดลายดุดันมากขึ้น  ส่วนภายในห้องโดยสารเน้นเพิ่มความสะดวกสบายด้วยการเพิ่มช่องแอร์สำหรับผู้โดยสารตอนหลังและมาพร้อมฟังก์ชั่นใหม่ระบบช่วยจอด Smart Parking Assist System (SPAS)

   สำหรับสมรรถนะความแรงนอกจากเครื่องยนต์เบนซินบล็อคเดิมยังเพิ่มทางเลือกด้วยเครื่องยนต์ดีเซลขนาด 1.6 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 126 แรงม้า พร้อมแรงบิด 279 นิวตัน-เมตร มีให้เลือกใช้ทั้งเกียร์ธรรมดาและเกียร์อัตโนมัติ  ซึ่งเครื่องยนต์บล็อกนี้มีจุดเด่นอยู่ที่ความประหยัด จากอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิง ประมาณ 16 – 18.5  กิโลเมตร /ลิตร

 
 

NEW CARS INTER : PORSCHE 911 Targa 4 GTS รูปลักษณ์โฉบเฉี่ยวและทรงพลังมากขึ้น

Monday, 19 January 2015 14:13

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ค่ายปอร์เช่ เปิดตัว 911 Targa 4 GTS สู่สายตาสาธารณะชนอย่างเป็นทางการที่งานมหกรรมยานยนต์  North American In-ternational Auto Show 2015

   เพื่อเป็นการเฉลิมฉลองการครบรอบ 50 ปีให้กับ 911 Targa ปอร์เช่จึงได้นำเสนอเรื่องราวของ GTS ที่ทรงพลังและคล่องตัวสูงออกมาให้ยลโฉมกัน  ด้วยแนวคิด Targa ของ  911 Targa 4 GTS จะทำให้รถสามารถมอบความสุนทรีย์ในการขับขี่ และมีความปลอดภัยสูงจากระบบการขับเคลื่อน 4 ล้อ และบาร์ป้องกัน Rollover protection bar รวมถึงการขับขี่แบบเปิดประทุนที่ จะทำการพับเก็บโดยอัตโนมัติ และพละกำลังเครื่องยนต์สูงสุดถึง 430 แรงม้า (316 กิโลวัตต์) อีกทั้งยังติดตั้งแพ็คเกจ Sport Chrono, ตัวถัง PASM, ล้อขนาด 20 นิ้วและ ท่อไอเสียสปอร์ตมาเป็นระบบมาตรฐานให้กับรถด้วยเช่นกัน


   นอกเหนือจากการเสริมจุดเด่นของรถเพิ่มเติมแล้ว อัตราส่วนของน้ำหนักต่อขุมพละกำลังเครื่องยนต์ ที่มีพละกำลังเครื่องยนต์สูงสุดที่ 430 แรงม้า ได้รับการพัฒนาขึ้นด้วยเช่นกันจาก 3.9 กิโลกรัมเหลือเพียง 3.6 กิโลกรัมต่อแรงม้าหากเทียบกับรุ่น S แรงบิดสูงสุดอยู่เกิน 300 กิโลเมตร/ชั่วโมง หากติดตั้งระบบเกียร์อัตโนมัติ PDK มาด้วย อัตราเร่งจาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ในระยะเวลาเพียงแค่ 4.3 วินาทีเท่านั้น แม้เครื่องยนต์จะสามารถผลิตพละกำลังเครื่องยนต์ได้เพิ่มขึ้น 30 แรงม้า (22 กิโลวัตต์) แต่อัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงกลับต่ำเพียงแค่ 9.2-10.0 ลิตร/100 กิโลเมตร (10 กิโลเมตร/ลิตร) เท่านั้นขึ้นอยู่กับชนิดของระบบส่งกำลังด้วยเช่นกัน

   ความเป็น Targa รุ่นใหม่ล่าสุดสามารถสังเกตได้ทันทีสำหรับรุ่น GTS เพราะมาพร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ หากเทียบกับรุ่น 911 ขับเคลื่อนล้อหลังรุ่นอื่นๆ ด้านหลังรถขยายใหญ่เพิ่มขึ้น 22 มิลลิเมตร และยางหลังกว้างกว่าถึง 10 มิลลิเมตร ด้านหน้าโดดเด่นด้วยชุดแต่งแบบสปอร์ตมาพร้อมกับ Auxiliary middle radiator และไฟหน้าไบซีนอลแบบ Smoked bi-xenon headlights มาพร้อมกับระบบ Porsche Dynamic Light System (PDLS)


 

   หากมองจากด้านข้างจะพบกับความโดดเด่นของ GTS ด้วยล้อขนาด 20 นิ้วลาย 911 Turbo S แบบ Silky Gloss Black เคลือบเงาสีดำมาพร้อมกับ Central Locks ที่โดดเด่น กระจกมองข้างแบบสปอร์ต และประดับโลโก้ “GTS” อยู่ด้านบนประตูด้วยเช่นกัน ส่วนโลโก้ “Targa” บน Rollover protection bar สีเงินได้รับการพ่นเคลือบเงาสีดำ และสีดำได้ถูกนำมาใช้ในการเน้นความดุดันทางด้านหลังเพิ่มเติม ทั้งแผ่นของช่องดักอากาศ โลโก้รุ่น และปลายท่อไอเสียของรถ

   สายพันธุ์ GTS ได้รับการขยายความเพิ่มเติมไว้ภายในห้องโดยสารของ 911 Targa 4 GTS แผงตรงกลางจะพบกับนาฬิกาจับเวลาของแพ็คเกจ Sport Chrono เบาะด้านหน้าออกมาในรูปแบบเบาะสปอร์ต Sport Plus Seats ปรับเปลี่ยนได้ 4 ทิศทาง พร้อมด้วยโลโก้ GTS สีดำบนที่พักศรีษะ เบาะลักษณะนี้จะช่วยทำให้สะดวกสบายและกระชับตัวมากยิ่งขึ้นเมื่อต้องเดินทาง ในระยะไกลสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร วัสดุภายในห้องโดยสารส่วนมากเป็นหนัง Alcantara สีดำ

   Targa เป็นสมาชิกของ 911 นับตั้งแต่ปี 1965 และยอดขาย 1 ใน 8 คันของตระกูล 911 นั่นคือ Targa ส่วนแบ่งตลาดรุ่นล่าสุดของ 911 สุดคลาสสิคที่มาพร้อมกับ Rollover protection bar คือ 13% ซึ่งจะเติบโตยิ่งขึ้นไปอีก และด้วยการขยายรุ่นโดยเพิ่ม 911 Targa 4 GTS เข้าไปจึงทำให้ปอร์เช่เต็มไปด้วยความทันสมัยสุดคลาสสิค โดยการเพิ่มรุ่นและแพ็คเกจรวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ที่ติดตั้งมาเป็นมาตรฐานให้กับรถได้ทรงประสิทธิภาพสูงสุด

 
 

NEW CARS INTER : CHEVROLET SPARK พร้อมบุกตลาดทั่วโลก

Friday, 10 April 2015 15:23

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลตเปิดตัวรถยนต์เชฟโรเลต สปาร์ค เจนเนอเรชั่นใหม่ ที่ให้ทั้งความหรูหราและ ล้ำสมัยในงานโซลมอเตอร์โชว์ 2015  ตอกย้ำความสำเร็จของแบรนด์ในฐานะรถยนต์ขนาดกะทัดรัดที่ได้รับความนิยมทั่วโลก

   เชฟโรเลต สปาร์ค ใหม่ มาพร้อมกับรูปลักษณ์สะดุดตา พร้อมระบบความปลอดภัย และการเชื่อมต่อที่ครบครัน โดยสปาร์คใหม่จะทำตลาดทั่วโลกในกว่า 40 ประเทศ

   รถยนต์เชฟโรเลตสปาร์คใหม่ สวยงามสะกดใจกว่าเดิม ด้วยฐานล้อที่กว้างขึ้น และลดความสูงลง 40 มม. เพื่อเพิ่มความโฉบเฉี่ยวในการขับขี่ตามหลักอากาศพลศาสตร์ แต่ยังคงมีห้องโดยสารที่กว้างขวางเช่นเดิม

   สำหรับโครงสร้างรถเชฟโรเลตสปาร์คใหม่ ได้รับการออกแบบให้มีความแข็งแกร่งทนทาน เพื่อให้   ผู้ขับขี่ได้สัมผัสประสบการณ์ที่เหนือชั้นยิ่งขึ้น ด้วยโครงสร้างตัวถังที่แข็งแรงทำให้ทีมวิศวกรได้ปรับแต่งให้ขับสนุกและควบคุมรถได้อย่างแม่นยำ ผู้ขับขี่จึงสัมผัสได้ถึงสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถและควบคุมการขับขี่ได้ดั่งใจ ทั้งยังเงียบและนุ่มนวลในทุกการขับขี่

   ด้วยปรัชญาการออกแบบที่มีสไตล์ สะท้อนดีไซน์แนวร่วมสมัยแบบเชฟโรเลตได้อย่างลงตัว สปาร์ค รุ่นใหม่นี้ จึงดูหรูหรา ทันสมัย สะกดทุกสายตา   ความสูงหลังคาที่ลดลงฉีกแนวการออกแบบรถเล็กให้ดูสมส่วน มีการปรับโครงสร้างโดยขยับตำแหน่งล้อทั้งสี่ให้อยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสม จึงทำให้สปาร์คใหม่ดูมั่นคงให้ความรู้สึกมั่นใจในการขับขี่

   กระจังหน้าใหม่แบบดูอัลพอร์ทซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเชฟโรเลต พร้อมไฟหน้าลากเฉียงไปจนถึงแก้มด้านซ้ายและขวา ส่วนไฟหน้าเป็นแบบโปรเจคเตอร์ที่มีทั้งความสวยงามและประณีต พร้อมไฟเดย์ไทม์แบบแอลอีดีทำให้สปาร์คคันนี้ดูล้ำสมัยมากยิ่งขึ้น

   ส่วนด้านการออกแบบภายใน ยังคงมีพื้นที่ในห้องโดยสารที่กว้างขวาง แม้ว่าความสูงของตัวรถจะลดลง โดยทีมออกแบบของเชฟโรเลตได้ปรับขนาดของเบาะนั่งให้เข้ากับความสูงหลังคา พร้อมปรับตำแหน่งเบาะเพื่อเอาใจผู้ขับขี่มากขึ้นอีกด้วย   สำหรับวัสดุภายในได้ถูกพัฒนาและปรับปรุง ใส่ใจในทุกรายละเอียดด้วยการเลือกใช้วัสดุผ้าอย่างดีและเบาะนั่งขึ้นรูปด้วยโฟมที่เน้นนั่งสบาย ยืดอายุการใช้งานและทันสมัยในขณะเดียวกัน

   แผงแดชบอร์ดดีไซน์ใหม่หมดล้ำสมัยด้วยหน้าจอแอลซีดี ที่มาพร้อมแผงควบคุมกลางซึ่งสามารถเชื่อมต่อระบบอินโฟเทนเมนท์และระบบปรับอากาศได้อย่างสะดวกสบาย ส่วนแผงหน้าปัดยังคงตกแต่งด้วยสีสันที่เข้ากับตัวรถเช่นเคย ทั้งยังมาพร้อมกับช่องแอร์ดีไซน์ใหม่ทรงสี่เหลี่ยมคางหมู นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับเทคโนโลยีมายลิงค์ ระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นล่าสุด ที่ควบคุมด้วยหน้าจอทัชสกรีนและไอคอนในสไตล์ของสมาร์ทโฟน โดยรองรับคำสั่งจากปลายนิ้วทั้งการลากและซูม คล้ายกับบนจอสมาร์ทโฟนนั่นเอง

   เชฟโรเลต สปาร์ค ใช้เครื่องยนต์อีโคเทค 3 สูบ ขนาด 1.0 ลิตร ที่มาพร้อมกับชุดเกียร์ธรรมดาแบบซีเทค เจนเนอเรชั่นใหม่ พร้อมกันนี้ยังอัดแน่นด้วยระบบความปลอดภัยระดับพรีเมียม ไม่ว่าจะเป็นระบบเตือนการชนด้านหน้า ระบบป้องกันการเปลี่ยนเลนแบบไม่ตั้งใจ และระบบตรวจจับสิ่งกีดขวางในจุดบอด

   เครื่องยนต์อีโคเทคใหม่นี้ มาพร้อมกับบล็อคและหัวกระบอกสูบแบบอลูมินัม ซึ่งช่วยลดน้ำหนัก เพื่อเพิ่มสมรรถนะและประหยัดน้ำมัน โดยหัวกระบอกสูบกับท่อไอดีได้รับการออกแบบมาเป็นชิ้นเดียวกัน ทำให้มีน้ำหนักเบา เพิ่มความประหยัดน้ำมัน อีกทั้งยังช่วยสร้างสมดุลน้ำหนักให้กับตัวรถได้เป็นอย่างดี จึงตอบสนองต่อการควบคุมตัวรถได้ดียิ่งขึ้น

   ในตลาดเกาหลี เชฟโรเลตสปาร์ครุ่นใหม่จะมาพร้อมเครื่องยนต์ขนาด 1.0 ลิตร พร้อมเกียร์ซีเทค แบบธรรมดารุ่นใหม่ และเทคโนโลยีปิดเปิดเครื่องยนต์อัตโนมัติเมื่อวิ่งในเมืองเพื่อประหยัดน้ำมันยิ่งกว่าเดิม

   เชฟโรเลตสปาร์ครุ่นใหม่นี้ได้รับการพัฒนามาจากรถยนต์เชฟโรเลตรุ่นปัจจุบัน ที่มีออพชั่นด้านความปลอดภัยมาให้อย่างครบครันเมื่อเทียบกับรถยนต์เซกเม้นท์เดียวกัน ด้วยการเพิ่มอุปกรณ์และเทคโนโลยีด้านความปลอดภัย ต่อยอดจากความสำเร็จของรุ่นก่อนหน้าที่ได้รับรางวัลความปลอดภัยสูงสุด จากสถาบันการรับประกันความปลอดภัยบนทางหลวง ประเทศสหรัฐอเมริกา

   สำหรับรถยนต์เชฟโรเลตสปาร์ครุ่นใหม่ล่าสุดนี้ จะผลิตที่ศุนย์การผลิตรถยนต์ชางวอน ในประเทศเกาหลี ซึ่งเป็นศูนย์การผลิตรถยนต์ที่ได้มาตรฐานระดับโลกของจีเอ็ม และถือเป็นผู้นำในการใช้พลังงานแสงอาทิตย์ในภาคการผลิตอย่างยั่งยืน ทั้งนี้นับตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา มีรถยนต์เชฟโรเลต สปาร์ค จำหน่ายออกไปทั่วโลกแล้วกว่า 1 ล้านคัน

 
 

NEW CARS INTER : Land Rover Discovery ปรับโฉมพร้อมปรับปรุงขุมพลัง

Wednesday, 18 September 2013 16:26

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     ค่ายแลนด์โรเวอร์ เผยโฉม Land Rover Discovery รุ่นไมเนอร์เชนจ์ เป็นครั้งแรกที่งานแฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยรถหรูสไตล์ออฟโรดรุ่นนี้มีการปรับรูปโฉมรอบคันเล็กน้อย พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้ประหยัด และรักษ์โลกมากขึ้น

     รูปลักษณ์ภายนอกมีการปรับเล็กน้อยบริเวณแผงกันชนหน้า  และกระจังหน้า พร้อมชุดไฟหน้าที่ถูกแต่งเติมด้วยไฟเดย์ไลท์ LED  รวมถึงการเปลี่ยนโลโก้ Land Rover บนฝากระโปรงเป็นตัวอักษร Discoveryขนาดใหญ่  ส่วนล้ออัลลอยก็ถูกปรับดีไซน์ใหม่ เน้นความเรียบหรูมากกว่าความดุดันแบบตัวลุย

    สมรรถนะการขับเคลื่อนยังคงเน้นทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ดีเซลบล็อกเดิมรหัส SDV6 ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 256 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 600 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที    อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียลดลงจาก 230 เหลือ 213 กรัม/กม. และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 12.4 กม./ลิตร ซึ่งดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย  ส่วนการส่งกำลังจะใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพัฒนาโดย ZF  โชว์สมรรถนะการขับเคลื่อน 0-100 กม./ชม.ภายในเวลา  8.8 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 180 กม./ชม.

 
 

NEW CARS INTER : DATSUN GO รีเทิร์นทำตลาดต้นปีหน้า

Saturday, 20 July 2013 17:14

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ค่ายนิสสัน เตรียมแผนปลุกชีพแบรนด์เก่าแก่อย่าง DATSUN กลับคืนสู่อุตสาหกรรมยานยนต์อย่างจริงจังอีกครั้ง โดยโปรเจ็คท์แรก ประเดิมด้วยการเปิดตัว DATSUN GO รถยนต์ซับคอมแพ็กต์ คลาสเดียวกับอีโคคาร์ที่จำหน่ายในเมืองไทย โดยชื่อรุ่น GO ประยุกต์มาจาก DATSUN DAT-GO ที่ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 1914

   DATSUN GO ได้รับการพัฒนาบนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกับ NISSAN MARCH ตัวถังเป็นแบบแฮทช์แบ็ค5 ประตู รูปลักษณ์ภายนอกมีสไตล์ใกล้เคียงกับ  MARCH แต่หน้าตาจะเปลี่ยนไปดูมีเหลี่ยมคมมากขึ้น ส่วนภายในห้องโดยสารก็มีดีไซน์คล้ายกับ MARCH แต่จุดแตกต่างที่ชัดเจนอยู่ที่การวางตำแหน่งเบรกมือและชุดเกียร์ถูกย้ายไปติดตั้งอยู่บนแผงแดชบอร์ดเพื่อเพิ่มพื้นที่ระหว่างเบาะคู่หน้าให้กว้างขวางในสไตล์เดียวกับรถอเนกประสงค์ นอกจากนี้เครื่องยนต์ก็ยังเป็นบล็อกเดียวกับ MARCH ขนาด 1.2 ลิตร แต่จะเน้นทำตลาดด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปี

   DATSUN GO จะเริ่มบุกเบิกตลาดครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย ในสไตล์รถราคาประหยัด ที่ง่ายต่อการเป็นเจ้าของ เหมือนกับอีโคคาร์ที่จำหน่ายในเมืองไทยแต่จะด้อยกว่าในแง่ของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความหรูหราเพื่อลดต้นทุน

 
 

NEW CARS INTER : HONDA ACCORD Plug-in Hybrid รุกตลาดพรีเมียมด้วยความประหยัดน้ำมันในระดับสูงสุด

Sunday, 08 December 2013 14:51

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัว ฮอนด้า    แอคคอร์ด รุ่น Plug-in แบบไฮบริดที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของรุ่นไฮบริดซึ่งสามารถเสียบปลั๊กชาร์จกระแสไฟฟ้าผ่านทางปลั๊กตามบ้านได้ โดยในรุ่นนี้จะมีความประหยัดน้ำมันอยู่ในระดับ 70.4 กิโลเมตร/ลิตร  ซึ่งในรุ่น Plug-in Hybrid สามารถขับด้วยโหมดไฟฟ้า หรือ EV Mode ในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ด้วย โดยการทำตลาดในช่วงแรกจะเป็นรูปแบบของการเช่าใช้ เน้นลูกค้าที่เป็นองค์กร และหน่วยงานราชการ

   เพื่อเป็นการยกระดับสมรรถนะของ Sport Hybrid i-MMDและมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีการผลิต ทั้งแรงม้าและแรงบิดสูง แอคคอร์ด Plug-in Hybridจึงมาพร้อมกับความโดดเด่นของระบบไฮบริดที่สามารถเสียบปลั๊กชาร์จกระแสไฟฟ้าได้ พร้อมกับแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion ที่มีความจุสูง และเมื่อมีการชาร์จไฟจนเต็ม ตัวรถจะสามารถ ขับเคลื่อนในรูปแบบรถไฟฟ้าของ EV Mode ได้ถึง 37.6 กิโลเมตร

   ทำให้ผู้ขับขี่สามารถขับในรูปแบบรถไฟฟ้าได้ตามความต้องการและสอดคล้องกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน นอกเหนือจากระยะทางในการขับด้วยโหมด EV แล้ว แอคคอร์ด Plug-in Hybridยังให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ในระดับที่ใกล้เคียงกับแอคคอร์ด ไฮบริด และมีความประหยัดน้ำมันที่โดดเด่นอย่างมาก ด้วยตัวเลข 70.4 กิโลเมตร/ลิตร

 
 

NEW CARS INTER : HONDA VEZEL ซับคอมแพคท์เอสยูวีรุ่นล่าสุด

Friday, 24 January 2014 10:42

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   HONDA VEZEL  นับเป็นรถยนต์รุ่นที่ 2 ภายใต้แผน โกลบอล คอมแพค ซีรี่ส์ ของฮอนด้าที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก  โดยรถยนต์รุ่นนี้มีพื้นฐานมาจาก รถยนต์ URBAN SUV CONCEPT ที่เปิดตัวในงาน  นอร์ธ อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้ โชว์ 2013  ซึ่งฮอนด้าประกาศเปิดตัวรถยนต์รุ่นนี้อย่างเป็นทางการที่งานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2013ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

   HONDA VEZEL  ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานเดียวกับ HONDA FIT หรือ JAZZ โดยตัวรถออกแบบโฉบเฉี่ยว ดูปราดเปรียวตลอดคัน พร้อมออกแบบหลังคาลาดเทตามสไตล์คูเป้ พร้อมซ่อนมือเปิดประตูหลังไว้ที่เสา ซี-พิลลาร์  เพื่อความาสวยงามแบบรถ 2 ประตู ส่วนการออกแบบภายในเน้นความกว้างขวาง สะดวกสบายตามแบบฉบับรถอเนกประสงค์ของฮอนด้า   พร้อมจัดเรียงพื้นที่ภายในรถแบบใหม่ซึ่งทำให้มีพื้นที่บรรทุกของมากขึ้นใกล้เคียงกับรถมินิแวน


   สำหรับเครื่องยนต์ของ HONDA VEZEL  ที่เปิดตัวในญี่ปุ่นจะมีให้เลือก 2 แบบ เริ่มจาก ขนาด 1,500 ซีซี i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 132 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 155 นิวตันเมตร  ส่งกำลังผ่านเกียร์ CVT ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงประมาณ 20 กม./ลิตร  และเครื่องยนต์รุ่นไฮบริด ขนาด 1,500 ซีซี i-VTEC  ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า พร้อมทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 30 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ DCT 7 สปีดรุ่นใหม่ ซึ่งรุ่นไฮบริดโชว์อัตราสิ้นเปลืองระดับสุดยอดประมาณ  27 กม./ลิตร

   นอกจากนี้ HONDA VEZEL  ยังมาพร้อมระบบอื่น ๆ ที่น่าสน อาทิเช่น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ REAL TIME  AWD ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ระบบความปลอดภัยใหม่ ACE (Advanced Compatibility Engineering) ซึ่งช่วยลดแรงปะทะของการชนได้ดียิ่งขึ้น และระบบเบรคอัตโนมัติสำหรับขับขี่ในเมือง ช่วยเสริมความปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้น

   HONDA VEZEL  ประเดิมตลาดญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกเรียบร้อยแล้วด้วยยอดขายที่สวยหรู  และต่อจากนี้ไปรถยนต์รุ่นนี้ก็พร้อมออกลุยตลาดโลก รวมถึงเมืองไทยตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นไป

 
 

More Articles...

Page 3 of 6

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )