Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

NEW CARS INTER

NEW CARS INTER : CHEVROLET CORVETTE Z06 CONVERTIBLEซูเปอร์คาร์เปิดประทุนระดับมาสเตอร์พีซ

Wednesday, 23 April 2014 13:10

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลตเผยโฉม CORVETTE Z06 CONVERTIBLE รุ่นปี 2015 หนึ่งในซูเปอร์คาร์เปิดประทุน ที่มีศักยภาพเหนือชั้นในตลาดเวลานี้ มาพร้อมขุมพลังวี 8 สูบ ขนาด 6.2 ลิตร  625 แรงม้า พร้อมแรงบิด 860 นิวตันเมตร ซึ่งถือเป็นรถเปิดประทุนทีทรงพลังที่สุดเท่าที่เชฟโรเลตเคยผลิตมา

   CHEVROLET CORVETTE Z06 CONVERTIBLE นับเป็นซูเปอร์คาร์ระดับโลกในทุกด้าน” มร. มาร์ก รอยส์ รองประธานกรรมการ ฝ่ายพัฒนาผลิตภัณฑ์โกลเบิลของจีเอ็ม กล่าวว่า “มีรถเปิดประทุนไม่กี่คันในโลกที่มาพร้อมพลังมากกว่า 600 แรงม้า และแรงบิด 600 ฟุตปอนด์ นอกจากนี้มีรถเพียงไม่กี่คันที่สามารถเทียบชั้นกับ CORVETTE Z06 CONVERTIBLE ทั้งในด้านเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย การออกแบบตามหลักแอโรไดนามิค และประสบการณ์การขับขี่ที่เร้าใจ”

   CHEVROLET CORVETTE Z06 CONVERTIBLE รุ่นปี 2015 นับเป็นซูเปอร์คาร์รหัส Z06 คอนเวอร์ทิเบิลรุ่นแรกนับตั้งแต่ ปี 1963 เป็นต้นมา ซึ่งในปีนั้นมีการนำเสนอแพ็คเกจ Z06 สำหรับการแข่งขันเอ็นดูรานซ์ เรซซิ่ง (endurance racing) โดย CORVETTE ที่มาพร้อมแพ็คเกจ Z06 มียอดจำหน่าย 199 คัน หนึ่งในนั้น  คือรุ่นเปิดประทุน

   มร. แทดจ์ เจ็คเตอร์ หัวหน้าทีมวิศวกรผู้พัฒนา CORVETTE กล่าวว่า ความก้าวหน้าของเทคโนโลยีล่าสุด             ช่วยให้สามารถผลิต Z06 คอนเวอร์ทิเบิล รุ่นใหม่ที่ล้ำสมัยได้ โดยก่อนหน้านี้ไม่มีความเป็นไปได้ที่จะผลิตโครงสร้างรถเปิดประทุนน้ำหนักเบาที่จะแข็งแรงเพียงพอต่อการรองรับการเบรก การเข้าโค้ง ซึ่งเทคโนโลยีส่วนใหญ่ยังไม่มีความพร้อมในห้าปีที่แล้ว

   โครงสร้างอลูมิเนียมที่มีความแข็งแกร่งมากขึ้น 20 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับ CORVETTE Z06 คูเป้ รุ่นที่แล้ว ขณะเดียวกันน้ำหนักตัวถังของ Z06 คอนเวอร์ทิเบิล ยังเกือบเท่ากับรุ่น Z06 คูเป้ ซูเปอร์คาร์ทั้งสองโมเดลยังใช้รูปแบบการตกแต่งแชสซีส์ที่เหมือนกัน มีพละกำลังเท่ากัน ใช้เทคโนโลยีการขับขี่และอุปกรณ์ต่างๆ แบบเดียวกัน พร้อมกับมีแพ็คเกจ Z07 ยกระดับสมรรถนะเหมือนกันอีกด้วย โดยเพิ่มระบบเบรกคาร์บอนเซรามิกของเบรมโบ ยางมิชลิน ไพล็อต สปอร์ต คัพ และชิ้นส่วนหน้า-หลังที่ปรับได้ เพื่อเพิ่มความลู่ลมตามหลักแอโรไดนามิค

   หนึ่งในความโดดเด่นที่สุดของ CORVETTE Z06 CONVERTIBLE คือ สมรรถนะอันยืดหยุ่นเพื่อรองรับทุกการใช้งาน ซึ่งมีรถเพียงไม่กี่คันในตลาดเวลานี้ที่ผสมผสานสมรรถนะถึงขีดสุดในระดับซูเปอร์คาร์ ความยืดหยุ่นในการขับขี่ในชีวิตประจำวันและการเดินทางระยะไกล รวมถึงประสบการณ์การขับแบบเปิดหลังคารับลมได้กว้าง 360 องศา ที่มีเฉพาะในรถเปิดประทุนขนานแท้เท่านั้น

 
 

NEW CARS INTER : PORSCHE Boxster Spyder เปิดตัวอย่างเป็นทางการที่งาน New York International Auto Show 2015

Monday, 20 April 2015 13:09

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ปอร์เช่เปิดตัว Boxster Spyder อย่างเป็นทางการเพื่อเฉลิมฉลองการเริ่มต้นของรถเปิดประทุนในปี 2015 ณ มหกรรมยานยนต์ New York International Auto Show โดยรถเปิดประทุน 2 ที่นั่งรุ่นใหม่ล่าสุดคันนี้ยังคงเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใครไว้ได้อย่างโดดเด่น เช่นการใช้หลังคาผ้าใบที่เปิดปิดด้วยมือ และมีเพียงระบบเกียร์ธรรมดาเท่านั้นที่สามารถติดตั้งกับรถคันนี้ได้

   ด้วยการที่เป็นโร้ดสเตอร์ อย่างแท้จริงทำให้ Boxster Spyder ส่งผ่านประสบการณ์การขับขี่แบบรถสปอร์ตพร้อมด้วยสมรรถนะและประสิทธิภาพของรถที่ทันสมัยให้ผู้ขับขี่ได้อย่างเต็มที่ ด้วยระบบช่วงล่างแบบสปอร์ตมีความแข็งแกร่งสูงและสามารถลดระดับความสูงได้ถึง 20 มิลลิเมตร ระบบเบรกนำมาจากรุ่น 911 Carrera ที่ให้ความแม่นยำต่อการตอบสนองมากขึ้น เครื่องยนต์ขนาด 3.8 ลิตร 6 สูบ มาพร้อมกับพละกำลังสูงสุดที่ 375 แรงม้า (276 กิโลวัตต์) ซึ่งผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะได้รับประสบการณ์ความเป็นรถสปอร์อย่างแท้จริง รวมถึงความคล่องตัวในการขับขี่ของ Boxster ที่มีน้ำหนักเบาแต่ให้ประสิทธิภาพได้อย่างยอดเยี่ยม โดยอัตราเร่งของ Boxster Spyder จาก 0-100 กิโลเมตร/ชั่วโมง ทำได้ในเวลาเพียง 4.5 วินาทีเท่านั้น ความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 290 กิโลเมตร/ชั่วโมง และอัตราการบริโภคน้ำมันเชื้อเพลิงตามวงจรการขับขี่แบบ NEDC ต่ำเพียง 9.9 ลิตร/100 กิโลเมตร (10.10 กิโลเมตร/ลิตร) เท่านั้น

   การออกแบบที่โดดเด่นของ Boxster Spyder ได้รับแรงบันดาลใจมาจากตำนานของรถสปอร์ตและรถแข่งจากปอร์เช่เช่นรุ่น 718 Spyder ในช่วงทศวรรษ 1960 โดยนำรูปแบบมาใช้ในการสรรสร้างชิ้นส่วนฝากระโปรงทางด้านหลัง และพนักพิงศรีษะแบบ 2 ชิ้น ส่วนการทำงานของหลังคาสามารถเปิดปิดบางส่วนด้วยมือ การใช้ชิ้นส่วนด้านบนที่มีน้ำหนักเบาทำให้เหมาะสมกับการใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน อีกทั้งยังเป็นการระลึกถึงโร้ดสเตอร์ ในวันวานอีกด้วย แน่นอนการออกแบบครีบตัวรถที่ยาวถึงด้านหลังได้กลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะของ Boxter Spyder ไปแล้ว ส่วนทางด้านหน้าและด้านหลังรถได้นำการออกแบบของ Cayman GT4 มาเสริมความโดดเด่นให้มากขึ้น

   ภายในห้องโดยสารของ Boxster Spyder สามารถสัมผัสถึงความสุนทรีย์ในการขับขี่ซึ่งมากกว่ารุ่น Boxster อื่นๆ ผู้ขับขี่และผู้โดยสารจะนั่งอยู่บนเบาะ Bucket seats ที่มีน้ำหนักเบาและมาพร้อมกับเบาะหนุนด้านข้างขนาดใหญ่ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายมากขึ้น ในขณะที่พวงมาลัยโฉมใหม่ด้วยขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 360 มิลลิเมตร ช่วยให้โร้ดสเตอร์ เครื่องยนต์วางกลางคันนี้สามารถขับขี่ได้แม่นยำและมั่นคงมากยิ่งขึ้น

 
 

NEW CARS INTER : LAMBORGHINI HURACAN LP 620-2 super trofeo

Tuesday, 16 September 2014 18:10

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ออโตโมบิลี แลมโบร์กีนี ภูมิใจเสนอแลมโบร์กีนี ฮูราแคน แอลพี 620-2 ซูเปอร์ โทรฟีโอสุดยอดซูเปอร์คาร์ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นอย่างเหนือชั้นโดยแผนกมอเตอร์สปอร์ตของแลมโบร์กีนีเพื่อการประกาศความยิ่งใหญ่ในสนามแข่งระดับสูง โดยเปิดตัวไปอย่างเป็นทางการเมื่อไม่นานมานี้ในงาน Monterey Car Week รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา ซึ่งแลมโบร์กีนี ฮูราแคน ซูเปอร์ โทรฟีโอ จะปรากฏตัวให้ผู้ชมทั่วโลกได้ยลโฉมอย่างเต็มตาในการแข่งขันรายการ 2015 Lamborghini Blancpain Super Trofeoทั้งสามซีรี่ส์ ซึ่งจะจัดขึ้นในยุโรป เอเชีย และอเมริกาเหนือ

   แลมโบร์กีนี ฮูราแคน แอลพี 620-2 ซูเปอร์ โทรฟีโอ ถูกออกแบบภายใต้แนวคิดของรถแข่งที่สมบูรณ์แบบ ฟังก์ชั่นการทำงานทั้งหมดคิดค้นมาเพื่อเสริมสมรรถนะการขับขี่ขั้นสูงสุดโดยยังคงมาตรฐานความปลอดภัยของการขับขี่ในสนามแข่งไว้อย่างรัดกุมที่สุด

   โครงรถช่วงล่างติดตั้งโรลเคจน้ำหนักเบาเพียง 43 กิโลกรัมซึ่งคลุมไปจนถึงส่วนเพลาหลัง โดยสามารถรับแรงบิดได้มากกว่าเดิม 45% เมื่อเปรียบเทียบกับยานยนต์รุ่นก่อน โดยตัวเฟรมเป็นวัสดุไฮบริดผสมคาร์บอนอะลูมิเนียมซึ่งถูกออกแบบเพื่อรองรับพื้นที่สำหรับวางหม้อน้ำรุ่นใหม่ในส่วนหน้ารถและพื้นที่ติดตั้งกระปุกเกียร์สเปครถแข่งขันในส่วนท้ายให้มีความลงตัวมากยิ่งขึ้น ซึ่งทำให้ยานยนต์มีรูปทรงถูกต้องตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) อย่างดีเยี่ยม อีกทั้งยังมีน้ำหนักรถเปล่าเพียง 1,270 กิโลกรัมและมีการกระจายน้ำหนักหน้า:หลังที่ 42/58%

   สำหรับโครงรถด้านนอกใช้วัสดุผสมและถูกออกแบบให้สอดคล้องกับหลักอากาศพลศาสตร์ โดยเป็นผลงานการออกแบบร่วมกับ ดัลลาร่า เอนจิเนียริ่ง (Dallara Engineering) ซึ่งก่อตั้งโดย จาน เปาโล ดัลลาร่า ซึ่งทำให้การประกอบ ฮูราแคน ซูเปอร์ โทรฟีโอ เสร็จสมบูรณ์ได้อย่างเร็วขึ้น และการออกแบบหม้อน้ำมันใหม่ที่ทำให้สมรรถนะการขับขี่สูงกว่ารุ่น แลมโบร์กีนีกัลญาร์โด้ อีกด้วย

   แลมโบร์กีนี ฮูราแคน ซูเปอร์ โทรฟีโอ ใช้นวัตกรรมเครื่องยนต์หัวฉีดไดเร็คอินเจ็คชั่นV10 เช่นเดียวกับรุ่นฮูราแคน แอลพี 610-4ซึ่งจัดสรรพลังงานโดยอุปกรณ์หน่วยควบคุมของ Motec ซึ่งให้กำลังสูงสุดถึง 620 แรงม้า และมีอัตราส่วนแรงม้าต่อน้ำหนักที่ 2.05 กิโลกรัม/แรงม้า

   หนึ่งในระบบการขับขี่ที่สำคัญของรุ่น แลมโบร์กีนี บลองแปง ซูเปอร์ โทรฟีโอ คือทางเลือกระบบการขับเคลื่อนล้อหลังซึ่งถูกนำมาใช้ในการแข่งขันรถยนต์ทางเรียบรุ่น GT Class แล้ว ทำให้นักขับรถยนต์รุ่น ซูเปอร์ โทรฟีโอ สามารถสัมผัสได้ถึงระบบการทรงตัวชั้นเยี่ยมที่ช่วยเสริมประสิทธิภาพการขับขี่ในสนามแข่งได้อย่างเป็นยอด

   อีกหนึ่งนวัตตกรรมใหม่ของ แลมโบร์กีนี ฮูราแคน ซูเปอร์ โทรฟีโอ คือระบบสนับสนุนเครื่องยนต์รูปแบบใหม่ ที่ใช้คลัตช์แบบสามจานและระบบเกียร์แบบ XTrac Sequential Gearbox ซึ่งออกแบบมาสำหรับรถรุ่นนี้เพื่อใช้ร่วมกับหัวฉีดระบบไฟฟ้าซึ่งออกแบบโดยแผนกรถแข่งของ แม็กเนติ มาเรลลี (Magneti Marelli Motorsport Division)

   ระบบอิเล็กทรอนิกส์ของ แลมโบร์กีนี ฮูราแคน ซูเปอร์ โทรฟีโอ ยังถือเป็นการพัฒนาแบบก้าวกระโดดครั้งสำคัญ ด้วยการใช้สายเคเบิ้ลและข้อต่อน้ำหนักเบารุ่นใหม่เพื่อให้เหมาะสำหรับการแข่งขันโดยเฉพาะ อุปกรณ์หน่วยควบคุมเป็นรุ่น MOTEC M182 ที่สามารถควบคุมข้อมูล การเปลี่ยนเกียร์ และการแสดงผลบนจอแบบ TFT ซึ่งติดตั้งไว้ที่แผงหน้าปัดรถ พร้อมฟังก์ชั่นการทำงานพิเศษอย่างระบบควบคุมล้อหมุนฟรีและระบบเบรกกันล้อล็อก (ABS) ของ Bosch Motorsport ซึ่งสามารถตั้งค่าให้เหมาะสมกับการขับขี่ในทุกสภาพถนนและสภาพภูมิอากาศได้ถึง 12 รูปแบบอย่างง่ายดายจากปุ่มควบคุมบนพวงมาลัย โดยพวงมาลัยยังถูกออกแบบให้เอื้อต่อการขับขี่ในสนามแข่งโดยเฉพาะ โดยเป็นผลงานการออกแบบร่วมกับ โอเอ็มพี (OMP)สำหรับไฟหน้าและไฟท้ายยังคงเป็นแบบแอลอีดี (LED) เช่นเดียวกับรุ่นฮูราแคน แอลพี 610-4

   การออกแบบตามหลักอากาศพลศาสตร์ (Aerodynamics) ถูกพัฒนาอย่างเหนือขั้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทั้งในเรื่องแรงต้าน เพิ่มแรงฉุดและแรงกดสูงสุดในทุกสภาวะการขับขี่ รวมไปถึงการติดตั้งอุปกรณ์ปีกท้ายที่สามารถปรับได้ถึง 10 รูปแบบ อุปกรณ์ดิฟฟิวเซอร์ทั้งหน้าและหลัง และช่องลมเข้าด้านหน้าที่ปรับระดับได้ ยังช่วยเพิ่มความสมดุลให้กับตัวรถได้มากยิ่งขึ้น

   แลมโบร์กีนี ฮูราแคน ซูเปอร์ โทรฟีโอใช้ยางรุ่นพิเศษของพิเรลลี (Pirelli) ซึ่งเกิดจากการเก็บข้อมูลอย่างละเอียด ตั้งแต่ในขั้นตอนการร่างแบบรถไปจนถึงการทดสอบสมรรถนะเครื่องยนต์บนสนาม เพื่อการออกแบบยางที่เหมาะสมกับการขับขี่ที่เหนือชั้นในแบบฉบับของแลมโบร์กีนี โดยเฉพาะต้องให้สอดคล้องกับการขับขี่ด้วยระบบสองล้อทำให้ต้องใช้ยางขนาดใหม่ คือ ยางหน้าขนาด 305/660-18และยางหลังขนาด 315/680-18

   นอกจากนี้ ช่วงล่างยังติดตั้งเหล็กกันโคลงแบบปรับได้และดัมเปอร์แบบปรับได้สองทิศทางของโอห์ลินส์ (Ohlins) ส่วนระบบเลี้ยวแบบไฮดรอลิคซึ่งใช้ปั๊มระบบไฟฟ้ายังช่วยให้นักขับสามารถหักเลี้ยวได้อย่างเฉียบคม

   การตกแต่งภายในแบบสไตล์ตระกูลรถแข่งใช้หนังอัลแคนทาร่า (Alcantaraâ) สี Nero Ade ในการบุห้องโดยสารตลอดคัน ทั้งบริเวณหน้าปัด ช่องกลาง ตลอดจนอุปกรณ์ภายในทั้งหมดอย่างพวงมาลัยแผงกระปุกเกียร์ และเบาะนั่งที่ออกแบบมาตามหลักสรีรศาสตร์อย่างประณีต

   ในเดือนที่ผ่านมา ยานยนต์แลมโบร์กีนีรุ่นใหม่นี้ได้อวดโฉมและโชว์สมรรถนะในการทดสอบเพื่อการพัฒนาบนสนามแข่งเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งการทดสอบอยู่ภายใต้การควบคุมของหัวหน้าการทดสอบสมรรถนะ จิออร์จิโอ ซานนา และ เจ้าหน้าที่การทดสอบสมรรถนะสองคนของ ออโตโมบิลี แลมโบร์กีนี  ได้แก่ ฟาบิโอ บาบินี และ เอเดรียน ซอกก์ ร่วมด้วยนักขับจาก Young Driver Program ซึ่งมาทำการทดสอบและร่วมแสดงความคิดเห็นในงานครั้งนี้

 
 

NEW CARS INTER : CHEVROLET CORVETTE Z06 รุ่นปี 2015

Monday, 20 January 2014 16:56

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   เชฟโรเลต  เปิดตัว CHEVROLET CORVETTE Z06 รุ่นใหม่ เป็นครั้งแรกในงาน นอร์ธ อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้โชว์ หรือดีทรอยท์  ออโต้โชว์ 2014

   CORVETTE Z06 เป็นซูเปอร์คาร์รุ่นใหม่ล่าสุดของเชฟโรเลต ที่เปิดตัวในงานอย่างยิ่งใหญ่ เน้นย้ำความแข็งแกร่งของเชฟโรเลต ในโลกแห่งซูเปอร์คาร์สมรรถนะสูง  โดยCORVETTE Z06 รุ่นปี 2015 ได้รับการยกย่องว่าเป็น CORVETTE ที่มีศักยภาพการขับขี่ในสนามแข่งสูงสุด  มาพร้อมกับเครื่องยนต์ซูเปอร์ชาร์จ ระบบเกียร์อัตโนมัติและแผงหลังคาถอดออกได้ (ด้วยการใช้โครงสร้างอลูมิเนียมที่มีความเหนียวแน่นมากยิ่งขึ้น) ซูเปอร์คาร์รุ่นนี้ได้รับการพัฒนาพร้อมกับรถแข่ง CORVETTE C7.R ขับเคลื่อนด้วยขุมพลัง 6.2 ลิตร ให้พละกำลังสูงสุดราว 625 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 861 นิวตันเมตร

   เครื่องยนต์บล็อกนี้เป็นเครื่องยนต์พ่วงซูเปอร์ชาร์จบล็อกแรกในโลกที่ติดตั้งเทคโนโลยีหยุดการทำงานของลูกสูบ ช่วยลดอัตราบริโภคน้ำมันขณะขับขี่ด้วยรอบเครื่องยนต์ต่ำ  เวลาขับทางไกลบนถนนหลวง CORVETTE Z06 ยังมาพร้อมระบบเลือกโหมดการขับขี่ (Driver Mode Selector) เหมือนกับในสติงเรย์ และมีระบบที่ช่วยเหลือผู้ขับขี่ อย่างระบบควบคุมขณะออกตัว (Launch Control) ระบบควบคุมเสถียรภาพ (Active Handling – StabiliTrak Electronic Stability Control) ระบบป้องกันการลื่นไถล (Traction Control) ระบบการจัดการสมรรถนะ (Performance Traction Management) และเฟืองท้ายลิมิเต็ดสลิปอิเลกทรอนิก (Electronic Limited Slip Differential)

   นอกจากรถที่นำมาจัดแสดงแล้ว เชฟโรเลต ยังสามารถกวาดรางวัลรถยนต์และรถกระบะยอดเยี่ยมแห่งอเมริกาเหนือมาครองได้ โดยซิลเวอราโด และคอร์เวทท์ สติงเรย์ได้รับการลงคะแนนให้คว้ารางวัลดังกล่าวเมื่อวันจันทร์ที่ 13 มกราคมที่ผ่านมาซึ่งเป็นวันเปิดงานดีทรอยท์ ออโต้โชว์วันแรก

 
 

NEW CARS INTER : BMW M4 COUPE คอนเซ็ปท์ตัวแรง 450 แรงม้า

Friday, 16 August 2013 17:02

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ค่ายบีเอ็มดับเบิลยู อวดโฉมรถสปอร์ตคูเป้  BMW M4 COUPE คันต้นแบบ ก่อนออกจะพัฒนาสู่สายการผลิตในอนาคตอันใกล้

   BMW M4 COUPE คันต้นแบบ ได้รับการพัฒนาภายใต้พื้นฐานเดียวกับ BMW ซีรี่ย์ 4 COUPE ที่จะทำตลาดแทนที่ซีรี่ย์ 3 COUPE โมเดลปัจจุบัน  แต่จะเพิ่มความพิเศษตามแนวทางการออกแบบสไตล์ M ที่แฟนBMWคุ้นเคยกันดี

   รูปลักษณ์ภายนอกโดดเด่นด้วยความหรูหราและดุดันโดยเฉพาะการดีไซน์ชุดกันชนหน้าและกันชนหลังที่เฉียบคมรับกับเส้นสายตัวรถ บริเวณซุ้มล้อหน้ามีช่องระบายความร้อนตามสไตล์M พร้อมสวมใส่ล้ออัลลอยลาย 5 ก้าน สีทูโทน ขนาดใหญ่ถึง 20 นิ้ว  และด้านท้ายขาดไม่ได้กับชุดท่อไอเสีย 2 คู่แต่งด้วยลายเคฟล่าแท้ๆ เพิ่มความดุดันมากยิ่งขึ้น

             สำหรับสมรรถนะความแรงยังไม่ได้รับการยืนยันที่ชัดเจน    แต่สื่อต่างประเทศ คาดหมายว่า BMW M4 COUPE จะใช้เครื่องยนต์บล็อกแรง แบบ  6 สูบแถวเรียง ความจุ 3.0 ลิตร ทวินเทอร์โบ ให้กำลังสูงสุดถึง 450 แรงม้า พร้อมแรงบิดสูงสุดประมาณ 550 นิวตัน-เมตร รีดเค้นอัตราเร่ง 0-100 กม./ชม ภายในเวลาเพียง 4.2 วินาที

           การพัฒนารถยนต์รุ่นนี้ค่ายบีเอ็มดับเบิลยูคาดหวังว่าจะสามารถสะท้อนปรัชญาการออกแบบของ BMW M ที่ต้องการผลิตรถแรงสไตล์รถแข่งที่สามารถใช้งานได้จริงในชีวิตประจำวัน

(ที่มาworldcarfans)

 
 

NEW CARS INTER : BMW X5 M50d เอสยูวีตัวแรง!

Thursday, 17 October 2013 13:48

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   บีเอ็มดับเบิลยู เปิดตัวรถ BMW X5 M50d สำหรับตลาดยุโรป ซึ่งเป็นรุ่นพิเศษภายใต้รหัส M ที่ได้รับการตกแต่งสไตล์สปอร์ตเอสยูวีเต็มคัน พร้อมบรรจุขุมพลังดีเซลที่ให้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมันระดับสุดยอด

   BMW X5 M50d มาพร้อมรูปลักษณ์ภายนอกที่โดดเด่นทั้งชุดไฟหน้าทรงใหม่ รับกับกระจังหน้าแบบไตรคู่ขนาดใหญ่ พร้อมติดตั้งล้ออัลลอย M ขนาด 20 นิ้ว  และที่ขาดไม่ได้คือชุดแอร์โร่พาร์ทสไตล์ M ที่ช่วยเพิ่มความเข้มดุดันรอบคัน  นอกจากนี้ยังตกแต่งภายในด้วยของแต่ง M ที่เห็นเด่นชัดก็คือพวงมาลัยแบบ 3 ก้าน ทรงสปอร์ตผนึกโลโก้M ช่วยสร้างอารมณ์ในการขับขี่ได้ดีทีเดียว

    BMW X5 M50d โชว์ความร้อนแรงด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ ขนาด 3,000 ซีซี พ่วงเทอร์โบชาร์จ 3 ลูก ซึ่งถือเป็นเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบที่แรงที่สุดในโลกขณะนี้ โดยให้กำลังสูงสุด 376 แรงม้าที่ 4,000-4,400 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 740 นิวตัน-เมตรที่ 2,000-3,000 รอบ/นาที  ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีด พร้อมกับระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ xDrive  อัตราเร่งจาก 0-100 กม./ชม. จัดอยู่ในคลาสรถสปอร์ตแท้ๆทำได้ภายในเวลาเพียง 5.3 วินาที และที่สำคัญยังมีอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 17.8 กม./ลิตร เรียกว่าสุดยอดทั้งความแรง และความประหยัดขนานแท้!!!

(ที่มาworldcarfans)

 
 

NEW CARS INTER : Land Rover Discovery ปรับโฉมพร้อมปรับปรุงขุมพลัง

Wednesday, 18 September 2013 16:26

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

     ค่ายแลนด์โรเวอร์ เผยโฉม Land Rover Discovery รุ่นไมเนอร์เชนจ์ เป็นครั้งแรกที่งานแฟรงก์เฟิร์ต มอเตอร์โชว์ ช่วงต้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา โดยรถหรูสไตล์ออฟโรดรุ่นนี้มีการปรับรูปโฉมรอบคันเล็กน้อย พร้อมปรับปรุงประสิทธิภาพของเครื่องยนต์ให้ประหยัด และรักษ์โลกมากขึ้น

     รูปลักษณ์ภายนอกมีการปรับเล็กน้อยบริเวณแผงกันชนหน้า  และกระจังหน้า พร้อมชุดไฟหน้าที่ถูกแต่งเติมด้วยไฟเดย์ไลท์ LED  รวมถึงการเปลี่ยนโลโก้ Land Rover บนฝากระโปรงเป็นตัวอักษร Discoveryขนาดใหญ่  ส่วนล้ออัลลอยก็ถูกปรับดีไซน์ใหม่ เน้นความเรียบหรูมากกว่าความดุดันแบบตัวลุย

    สมรรถนะการขับเคลื่อนยังคงเน้นทำตลาดด้วยเครื่องยนต์ดีเซลบล็อกเดิมรหัส SDV6 ขนาด 3.0 ลิตร ให้กำลังสูงสุด 256 แรงม้าที่ 4,000 รอบ/นาที แรงบิด 600 นิวตันเมตรที่ 2,000 รอบ/นาที    อัตราการคายคาร์บอนไดออกไซด์ในไอเสียลดลงจาก 230 เหลือ 213 กรัม/กม. และอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงอยู่ที่ 12.4 กม./ลิตร ซึ่งดีขึ้นกว่ารุ่นเดิมเล็กน้อย  ส่วนการส่งกำลังจะใช้ระบบเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพัฒนาโดย ZF  โชว์สมรรถนะการขับเคลื่อน 0-100 กม./ชม.ภายในเวลา  8.8 วินาที และความเร็วสูงสุดอยู่ที่ 180 กม./ชม.

 
 

NEW CARS INTER : DATSUN GO รีเทิร์นทำตลาดต้นปีหน้า

Saturday, 20 July 2013 17:14

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ค่ายนิสสัน เตรียมแผนปลุกชีพแบรนด์เก่าแก่อย่าง DATSUN กลับคืนสู่อุตสาหกรรมยานยนต์อย่างจริงจังอีกครั้ง โดยโปรเจ็คท์แรก ประเดิมด้วยการเปิดตัว DATSUN GO รถยนต์ซับคอมแพ็กต์ คลาสเดียวกับอีโคคาร์ที่จำหน่ายในเมืองไทย โดยชื่อรุ่น GO ประยุกต์มาจาก DATSUN DAT-GO ที่ออกจำหน่ายครั้งแรกในปี 1914

   DATSUN GO ได้รับการพัฒนาบนโครงสร้างพื้นฐานเดียวกับ NISSAN MARCH ตัวถังเป็นแบบแฮทช์แบ็ค5 ประตู รูปลักษณ์ภายนอกมีสไตล์ใกล้เคียงกับ  MARCH แต่หน้าตาจะเปลี่ยนไปดูมีเหลี่ยมคมมากขึ้น ส่วนภายในห้องโดยสารก็มีดีไซน์คล้ายกับ MARCH แต่จุดแตกต่างที่ชัดเจนอยู่ที่การวางตำแหน่งเบรกมือและชุดเกียร์ถูกย้ายไปติดตั้งอยู่บนแผงแดชบอร์ดเพื่อเพิ่มพื้นที่ระหว่างเบาะคู่หน้าให้กว้างขวางในสไตล์เดียวกับรถอเนกประสงค์ นอกจากนี้เครื่องยนต์ก็ยังเป็นบล็อกเดียวกับ MARCH ขนาด 1.2 ลิตร แต่จะเน้นทำตลาดด้วยระบบเกียร์ธรรมดา 5 สปี

   DATSUN GO จะเริ่มบุกเบิกตลาดครั้งแรกที่ประเทศอินเดีย ในสไตล์รถราคาประหยัด ที่ง่ายต่อการเป็นเจ้าของ เหมือนกับอีโคคาร์ที่จำหน่ายในเมืองไทยแต่จะด้อยกว่าในแง่ของอุปกรณ์อำนวยความสะดวกและความหรูหราเพื่อลดต้นทุน

 
 

NEW CARS INTER : HONDA ACCORD Plug-in Hybrid รุกตลาดพรีเมียมด้วยความประหยัดน้ำมันในระดับสูงสุด

Sunday, 08 December 2013 14:51

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ฮอนด้า มอเตอร์ ประเทศญี่ปุ่น เปิดตัว ฮอนด้า    แอคคอร์ด รุ่น Plug-in แบบไฮบริดที่พัฒนาอยู่บนพื้นฐานของรุ่นไฮบริดซึ่งสามารถเสียบปลั๊กชาร์จกระแสไฟฟ้าผ่านทางปลั๊กตามบ้านได้ โดยในรุ่นนี้จะมีความประหยัดน้ำมันอยู่ในระดับ 70.4 กิโลเมตร/ลิตร  ซึ่งในรุ่น Plug-in Hybrid สามารถขับด้วยโหมดไฟฟ้า หรือ EV Mode ในการใช้งานในชีวิตประจำวันได้ด้วย โดยการทำตลาดในช่วงแรกจะเป็นรูปแบบของการเช่าใช้ เน้นลูกค้าที่เป็นองค์กร และหน่วยงานราชการ

   เพื่อเป็นการยกระดับสมรรถนะของ Sport Hybrid i-MMDและมอเตอร์ไฟฟ้าที่มีการผลิต ทั้งแรงม้าและแรงบิดสูง แอคคอร์ด Plug-in Hybridจึงมาพร้อมกับความโดดเด่นของระบบไฮบริดที่สามารถเสียบปลั๊กชาร์จกระแสไฟฟ้าได้ พร้อมกับแบตเตอรี่แบบ Lithium-ion ที่มีความจุสูง และเมื่อมีการชาร์จไฟจนเต็ม ตัวรถจะสามารถ ขับเคลื่อนในรูปแบบรถไฟฟ้าของ EV Mode ได้ถึง 37.6 กิโลเมตร

   ทำให้ผู้ขับขี่สามารถขับในรูปแบบรถไฟฟ้าได้ตามความต้องการและสอดคล้องกับการใช้งานในชีวิตประจำวัน นอกเหนือจากระยะทางในการขับด้วยโหมด EV แล้ว แอคคอร์ด Plug-in Hybridยังให้ประสิทธิภาพในการขับขี่ในระดับที่ใกล้เคียงกับแอคคอร์ด ไฮบริด และมีความประหยัดน้ำมันที่โดดเด่นอย่างมาก ด้วยตัวเลข 70.4 กิโลเมตร/ลิตร

 
 

NEW CARS INTER : HONDA VEZEL ซับคอมแพคท์เอสยูวีรุ่นล่าสุด

Friday, 24 January 2014 10:42

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   HONDA VEZEL  นับเป็นรถยนต์รุ่นที่ 2 ภายใต้แผน โกลบอล คอมแพค ซีรี่ส์ ของฮอนด้าที่เปิดตัวเป็นครั้งแรกของโลก  โดยรถยนต์รุ่นนี้มีพื้นฐานมาจาก รถยนต์ URBAN SUV CONCEPT ที่เปิดตัวในงาน  นอร์ธ อเมริกัน อินเตอร์เนชั่นแนล ออโต้ โชว์ 2013  ซึ่งฮอนด้าประกาศเปิดตัวรถยนต์รุ่นนี้อย่างเป็นทางการที่งานโตเกียว มอเตอร์โชว์ 2013ในเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

   HONDA VEZEL  ได้รับการพัฒนาบนพื้นฐานเดียวกับ HONDA FIT หรือ JAZZ โดยตัวรถออกแบบโฉบเฉี่ยว ดูปราดเปรียวตลอดคัน พร้อมออกแบบหลังคาลาดเทตามสไตล์คูเป้ พร้อมซ่อนมือเปิดประตูหลังไว้ที่เสา ซี-พิลลาร์  เพื่อความาสวยงามแบบรถ 2 ประตู ส่วนการออกแบบภายในเน้นความกว้างขวาง สะดวกสบายตามแบบฉบับรถอเนกประสงค์ของฮอนด้า   พร้อมจัดเรียงพื้นที่ภายในรถแบบใหม่ซึ่งทำให้มีพื้นที่บรรทุกของมากขึ้นใกล้เคียงกับรถมินิแวน


   สำหรับเครื่องยนต์ของ HONDA VEZEL  ที่เปิดตัวในญี่ปุ่นจะมีให้เลือก 2 แบบ เริ่มจาก ขนาด 1,500 ซีซี i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 132 แรงม้า แรงบิดสูงสุด 155 นิวตันเมตร  ส่งกำลังผ่านเกียร์ CVT ให้อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงประมาณ 20 กม./ลิตร  และเครื่องยนต์รุ่นไฮบริด ขนาด 1,500 ซีซี i-VTEC  ให้กำลังสูงสุด 120 แรงม้า พร้อมทำงานร่วมกับมอเตอร์ไฟฟ้าให้กำลัง 30 แรงม้า ส่งกำลังผ่านเกียร์ DCT 7 สปีดรุ่นใหม่ ซึ่งรุ่นไฮบริดโชว์อัตราสิ้นเปลืองระดับสุดยอดประมาณ  27 กม./ลิตร

   นอกจากนี้ HONDA VEZEL  ยังมาพร้อมระบบอื่น ๆ ที่น่าสน อาทิเช่น ระบบขับเคลื่อน 4 ล้อ แบบ REAL TIME  AWD ที่ควบคุมด้วยระบบไฟฟ้า ระบบความปลอดภัยใหม่ ACE (Advanced Compatibility Engineering) ซึ่งช่วยลดแรงปะทะของการชนได้ดียิ่งขึ้น และระบบเบรคอัตโนมัติสำหรับขับขี่ในเมือง ช่วยเสริมความปลอดภัยได้ดียิ่งขึ้น

   HONDA VEZEL  ประเดิมตลาดญี่ปุ่นเป็นประเทศแรกเรียบร้อยแล้วด้วยยอดขายที่สวยหรู  และต่อจากนี้ไปรถยนต์รุ่นนี้ก็พร้อมออกลุยตลาดโลก รวมถึงเมืองไทยตั้งแต่ปี 2014 เป็นต้นไป

 
 

More Articles...

Page 3 of 6

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )