Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

TEST DRIVE : Chevrolet Trailblazer ยกระดับรูปลักษณ์และสมรรถนะ!

   Chevrolet Trailblazer  รุ่นปรับโฉมใหม่ล่าสุด มาพร้อมการออกแบบในสไตล์อเมริกันยุคใหม่ ด้วยรูปลักษณ์ที่ออกแบบใหม่ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสาร ผสานความหรูหราและบึกบึนได้อย่างลงตัว รวมไปถึงสมรรถนะการขับเคลื่อนที่ปรับเปลี่ยนใหม่มาใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็กลง เพื่อตอบสนองการใช้งานได้ครอบคลุมมากขึ้นทั้งเรื่องความแรงและประหยัดน้ำมันไปพร้อมๆกัน

   รูปโฉมภายนอกเน้นออกแบบใบหน้าใหม่ทั้งหมดไม่ว่าจะเป็น ชุดไฟหน้า กระจังหน้า กันชนหน้า และ ฝากระโปรงหน้าใหม่  ส่วนตัวถังโดยรวมยังคงความแข็งแกร่ง บึกบึน จากขนาดตัวถังที่ใหญ่โตเช่นเดียวกับรุ่นเดิม  ส่วนจุดอื่นๆที่เห็นความสดใหม่ได้ชัดเจนก็คือล้ออัลลอยใหม่และชุดไฟท้ายที่ล้ำสมัยมากขึ้น

   ภายในห้องโดยสารเน้นความสะดวกสบาย กว้างขวาง หรูหราประณีตมากขึ้น   แผงแดชบอร์ดและคอนโซลด้านหน้าได้รับการปรับดีไซน์ใหม่หมดทั้งชุด โดยรวมจึงมีความสวยงามน่าใช้ยิ่งขึ้น วัสดุที่ใช้มีผิวสัมผัสนุ่มนวลขึ้น คอนโซลกลางได้รับการออกแบบใหม่ พร้อมกับหน้าจอทัชสกรีนสีขนาด 8 นิ้ว แสดงผลระบบอินโฟเทนเมนท์รุ่นล่าสุด ผู้โดยสารที่นั่งแถวที่สองและแถวที่สามจะมีทัศนวิสัยที่กว้างไกลรอบด้านด้วยเบาะที่นั่งที่จัดวางแบบโรงภาพยนตร์ (theatre-style) สะดวกสบายด้วยช่องปรับอากาศที่มีการควบคุมความแรงของลมแบบแยกส่วนซึ่งรวมถึงช่องปรับอากาศของผู้โดยสารเบาะแถวที่สาม และเบาะทั้งสามแถวยังสามารถพับให้แบนราบเพื่อขยายพื้นที่ให้มีความกว้างขวางมากขึ้นสำหรับการบรรทุกสัมภาระได้อีกด้วย นอกจากนี้ยังรองรับการเชื่อมต่อแอปเปิล คาร์เพลย์ ทำให้สามารถแสดงผลหน้าจอสมาร์ทโฟนขึ้นบนหน้าจอทัชสกรีนของตัวรถได้ พร้อมฟังก์ชั่นสิริ อายส์ฟรี และซอฟต์แวร์สั่งงานด้วยเสียง ทำให้ผู้ขับขี่สามารถสั่งงานด้วยเสียงโดยไม่ต้องละมือจากพวงมาลัย

   การทดลองขับครั้งนี้เราเน้นเดินทางทั้งนอกและในเมือง เพื่อทดลองสมรรถนะแบบใช้งานจริงในชีวิตประจำวัน สัมผัสแรกกับการขับขี่แบบปกติในเมืองใช้ความเร็วต่ำ  ด้วยช่วงล่างด้านหลังแบบมัลติลิงก์ พร้อมคอยล์สปริงและช็อกอัพแก๊สไดเกรสซีฟที่ปรับเซ็ทใหม่ สามารถยกระดับการขับขี่และการควบคุมได้ดีขึ้น อาการแข็งกระด้างแบบรถปิคอัพเหมือนกับรุ่นเดิมลดลงไปมาก เรียกว่าได้อารมณ์การขับขี่แบบรถเอสยูวีมากยิ่งขึ้น  ช่วยให้เทรลเบลเซอร์ รุ่นล่าสุด ขับขี่สบายและมีเสถียรภาพยิ่งขึ้น รวมไปถึงระบบดิสก์เบรกสี่ล้อก็ทำงานได้ดีให้น้ำหนักเหมาะสมในการหยุดหรือชะลอรถในทุกช่วงความเร็ว 

   กำลังขับเคลื่อนของ Chevrolet Trailblazer  รุ่นล่าสุดนี้ มีปรับปรุงเปลี่ยนแปลงใหม่ บอกลาเครื่อง 2.8 ลิตร มาใช้เครื่องยนต์ดูราแม็กซ์แบบ 4 สูบ ดีเซลเทอร์โบ ขนาด 2.5 ลิตร ที่ถูกปรับปรุงเพื่อสมรรถนะดีขึ้นและลดมลพิษไอเสีย ด้วยการใช้ระบบเทอร์โบแปรผันหรือ VGT (Variable Geometry Turbocharger) ให้กำลังกำลังสูงสุด 180 แรงม้า ที่ 3,600 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 440 นิวตันเมตร ที่รอบต่ำเพียง 2,000 รอบต่อนาที ผ่านมาตรฐานไอเสียยูโร 4  ส่งกำลังผ่านเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีด สมรรถนะการขับขี่บนทางหลวงจัดว่าดีขึ้น เครื่องยนต์นิ่ง เดินเงียบราบเรียบ ทั้งช่วงออกตัวและเร่งแซง มีกำลังรองรับการใช้งานอย่างเหลือเฟือไม่จำเป็นต้องเค้นกำลังในรอบสูงๆ  การใช้งานทั่วๆไปในเมืองมีทั้งช่วงรถติดสลับหยุดนิ่งอัตราสิ้นเปลืองจึงมีความประหยัดมากขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นเดิม  ค่าเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 12-13 กม./ลิตร ส่วนช่วงเดินทางไกลความเร็วคงที่ 100-120 กม./ชม.อัตราสิ้นเปลืองทะลุ14-16 กม./ลิตร สบายๆ  และเมื่อขับด้วยความเร็ว ทั้งทางตรงและในทางโค้ง ชุดขับเคลื่อนทั้งเกียร์ ช่วงล่าง และเบรก ทำงานสอดประสานกันได้ดี ควบคุมรถได้มั่นใจมากขึ้นเรียกว่าให้ความรู้สึกดีกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน ซึ่งหัวใจสำคัญของเครื่องยนต์รุ่นนี้ก็คือการควบคุมโดยกล่องควบคุมเครื่องยนต์ (ECU) ที่พัฒนาโดยจีเอ็ม เพื่อเสริมสร้างบุคลิกการขับขี่ให้กับรถรุ่นนี้โดยเฉพาะ โดยมีฟังก์ชั่นควบคุมที่เป็นสิทธิบัตรของจีเอ็มมากกว่า 150 ฟังก์ชั่น ซึ่งช่วยประสานการทำงานระหว่างซอฟต์แวร์และฮาร์ดแวร์ให้มีประสิทธิภาพสูงสุด ติดตั้งวัสดุดูดซับเสียงรบกวนบริเวณหัวฉีด เพื่อให้ทำงานเงียบขึ้น  พร้อมยางรองตัวถังและยางรองแท่นเครื่องยนต์แบบใหม่ ซึ่งช่วยลดแรงสั่นสะเทือนของเครื่องยนต์ ทำให้มีระดับเสียงและแรงสั่นสะเทือนภายในห้องโดยสารลดลง

   ตลอดการทดสอบ เรายังได้รับรู้ถึงสมรรถนะการควบคุมรถที่ดีขึ้นและสะดวกสบายกว่าเดิมด้วยระบบพวงมาลัยไฟฟ้า (EPS) ที่ช่วยลดน้ำหนักพวงมาลัยสำหรับการขับขี่ในเมืองและขณะจอดรถ อีกทั้งยังช่วยให้ประหยัดน้ำมันได้มากขึ้น ระบบบังคับเลี้ยวจะเพิ่มน้ำหนักอย่างเหมาะสมเมื่อขับขี่ด้วยความเร็วสูงขึ้น  พร้อมกันนี้ยังติดตั้งระบบความปลอดภัยใหม่ๆ เต็มเพียบอย่างระบบแจ้งเตือนมุมอับสายตา และระบบแจ้งเตือนการจราจรและสิ่งกีดขวางด้านหลัง และยังมีระบบความปลอดภัยทั้งแบบแอคทีฟและแพสซีฟทั้งระบบป้องกันล้อหมุนฟรีทั้งขณะออกตัวและในโค้ง Traction Control System (TCS) ระบบรองรับการเบรกกะทันหัน Panic Brake Assist (PBA) ระบบกระจายแรงเบรก Electronic Brake Force Distribution (EBD) ระบบควบคุมเสถียรภาพการทรงตัว Electronic Stability Control (ESC) ระบบควบคุมความเร็วขณะลงทางชัน Hill Descent Control (HDC) ระบบป้องกันการไหลของรถเมื่อขึ้นทางชัน Hill Start Assist (HSA) ระบบรักษาเสถียรภาพขณะลากจูง (Trailer Sway Control) ระบบป้องกันการพลิกคว่ำ (Anti-Rolling Protection) พร้อมกับถุงลมนิรภัยคู่หน้าสำหรับผู้ขับขี่และผู้โดยสาร ตลอดจนถุงลมนิรภัยป้องกันหัวเข่าสำหรับผู้ขับขี่

   เทคโนโลยีใหม่ๆที่ติดตั้งเป็นครั้งแรก ก็มีทั้ง ระบบแจ้งเตือนเมื่อออกจากช่องจราจร (Lane Departure Warning) ระบบเตือนการชนด้านหน้า (Forward Collision Alert) ระบบช่วยเหลือการจอดด้านหน้าและหลัง (Front and Rear Parking Assist) ระบบแจ้งเตือนให้คาดเข็มขัดนิรภัย สำหรับผู้โดยสารแถวสอง (Second Row Seat Belt Reminder) และระบบตรวจสอบแรงดันลมยาง  (Tire Pressure Monitoring System) นอกจากนี้ ยังมีเซ็นเซอร์ตรวจจับปริมาณน้ำฝน ไฟหน้าเปิด/ปิดอัตโนมัติ กระจกหน้าต่างคู่หน้าเลื่อนลงเล็กน้อยเพื่อช่วยในการปิดประตูให้ง่ายยิ่งขึ้น และ Chevrolet Trailblazer  รุ่นใหม่ยังเป็นรถเอสยูวีรุ่นแรกในตลาดที่มีฟังก์ชั่นรีโมทสตาร์ท มีประโยชน์ในสภาพอากาศร้อนอบอ้าวอย่างเมืองไทย เราสามารถสตาร์ทเครื่องยนต์จากภายนอกรถได้จากกุญแจ เพื่อการปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารก่อนขึ้นรถ

   สรุปโดยรวมๆต้องบอกว่าเป็นเอสยูวีใหม่ที่ดูดีน่าสนใจกว่ารุ่นเดิมมาก ทั้งรูปลักษณ์หล่อเข้มพร้อมลุยสไตล์อเมริกันยุดใหม่ ระบบขับเคลื่อนทั้งเครื่องยนต์และเกียร์อัตโนมัติ 6 สปีดทำงานอย่างมีประสิทธิภาพดีกว่ารุ่นเดิมอย่างชัดเจน และที่สำคัญราคาค่าตัวจัดว่าน่าสนใจมีความคุ้มค่าค่อนข้างสูง โดยมีให้เลือก 3 รุ่น เริ่มด้วย 4X2 AT LT ราคา 1,244,000 บาท, รุ่น 4X2 AT LTZ 1,379,000 บาท และท๊อปสุด 4X4 AT LTZ ราคา 1,479,000 บาท

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )