Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

TEST DRIVE : HONDA CIVIC HATCHBACK 1.5 TURBO มีดีที่ดีไซน์ มีสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว!

   ฮอนด้า ซีวิค ถือเป็นยนตรกรรมเลื่องชื่อระดับโลกมาอย่างยาวนาน และเป็นรุ่นที่มียอดขายสะสมสูงสุดของฮอนด้า ซึ่งปัจจุบัน ฮอนด้า ซีวิค มีให้เลือกทั้งตัวถังแบบ ซีดาน คูเป้ และแฮทช์แบ็ก กระจายออกวางจำหน่ายมากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก   และฮอนด้า ซีวิค รุ่นปัจจุบันได้เดินทางไกลมาถึงเจเนอเรชั่นที่ 10 ซึ่งเปิดตัวสู่ตลาดรถยนต์เมืองไทยในปีที่แล้วด้วยรุ่นตัวถังซีดานเช่นเดิม  และล่าสุดในปีนี้ถือเป็นการเปิดมิติใหม่ของฮอนด้า ซีวิค เพราะฮอนด้าตัดสินใจเพิ่มทางเลือกใหม่ให้กับลูกค้า ด้วยการเปิดตัว  ฮอนด้า ซีวิค รุ่นแฮทช์แบ็ก 5 ประตู ซึ่งเป็นตัวถังรูปแบบใหม่ที่ทำตลาดในประเทศไทยเป็นครั้งแรก

   ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ได้รับการพัฒนาโดยมีโครงสร้างพื้นฐาน และเครื่องยนต์เดียวกันกับฮอนด้า ซีวิค รุ่นซีดาน เจเนอเรชั่นที่ 10  ซึ่งการออกแบบโดยรวมสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าคนรุ่นใหม่ ที่ชอบรถยนต์ที่มีความสปอร์ตพรีเมียม ภายใต้ดีไซน์การออกแบบสปอร์ตโฉบเฉี่ยว พร้อมสมรรถนะการขับขี่ที่สนุกเร้าใจจากขุมพลัง 1.5 ลิตร VTEC TURBO ให้ทั้งความแรงและประหยัดน้ำมัน พร้อมเทคโนโลยีเพื่อความสะดวกสบาย และมาตรฐานความปลอดภัยล้ำสมัย

   ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก พัฒนาภายใต้แนวคิดการออกแบบ ‘The Civic-Creating a way of Life’ เพื่อสร้างสรรค์ให้ ซีวิค เป็นยนตรกรรมที่ส่งเสริมวิถีการใช้ชีวิตที่เต็มเปี่ยม โดยมีพื้นฐานการพัฒนาประกอบด้วยหลัก 3 ประการ คือ 1. ความโดดเด่นของดีไซน์ทั้งภายนอกและภายใน รวมทั้งเทคโนโลยี และสมรรถนะการขับขี่ มาพร้อมรูปลักษณ์ปราดเปรียว ผสมผสานกับการนำเอาเทคโนโลยีที่ติดตั้งอยู่ในรถยนต์ระดับสูงกว่า รวมทั้งการออกแบบภายในห้องโดยสารที่ล้ำสมัย พร้อมเทคโนโลยีที่ช่วยอำนวยความสะดวก และการเลือกใช้วัสดุในการตกแต่งที่มีคุณภาพ นอกจากนี้ ในตำแหน่งของผู้ขับขี่ยังมาพร้อมกับพื้นที่ด้านหน้าที่ให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นที่ชัดเจนอีกด้วย 2. จิตวิญญาณที่เปี่ยมด้วยพลังแห่งการขับเคลื่อน  ผ่านเงื่อนไขการทดสอบภายใต้สภาพแวดล้อมและการใช้งานจริงจึงให้สมรรถนะการขับขี่ที่ทรงพลัง  ทั้งในเรื่องของการทรงตัว ความมั่นใจพร้อมตำแหน่งที่นั่งคนขับที่ต่ำ ให้อารมณ์การขับขี่ในสไตล์สปอร์ต รวมถึงการใช้เทคโนโลยีเทอร์โบในเครื่องยนต์เบนซินที่มอบสมรรถนะการขับขี่ที่ดีทั้งยังเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  3. สุนทรียภาพทุกการเดินทางด้วยเทคโนโลยีทันสมัย เพื่อความสะดวกและความปลอดภัย  เน้นติดตั้งอุปกรณ์ล้ำสมัย ทั้งมาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบ TFT  ระบบเบรกมือไฟฟ้า (EPB) ระบบช่วยควบคุมการทรงตัวขณะเข้าโค้ง (VSA)  ระบบป้องกันล้อล็อก (ABS)  และระบบช่วยออกตัวขณะอยู่บนทางลาดชัน (HSA) ฯลฯ

 

                                                      *รูปด้านบนเปรียบเทียบความแตกต่าง ทั้งด้านหน้าและท้ายกับรุ่นซีดานRS

   จุดสนใจตั้งแต่แรกเห็นต้องยกให้กับรูปลักษณ์ภายนอกที่โฉบเฉี่ยวมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว ตามแบบฉบับรถแฮทช์แบ็ก 5ประตูสไตล์สปอร์ต ด้วยเส้นสายด้านข้างตัวรถที่เฉียบคม พร้อมความสปอร์ตและดุดันยิ่งขึ้นด้วยกันชนหน้า-หลังดีไซน์รังผึ้งขนาดใหญ่ต่างจากรุ่นซีดานอย่างชัดเจน   ชุดไฟหน้าออกแบบรับกับกระหน้าสีดำเข้มอย่างลงตัวพร้อมติดตั้งไฟส่องสว่างสำหรับการขับขี่ในเวลากลางวันแบบ LED และด้านท้ายดูสั้นกว่ารุ่นซีดาน ซึ่งโดดเด่นที่ประตูบานที่5 ดีไซน์ลาดเทรับกับตัวถังส่วนกลาง พร้อมไฟท้ายรูปทรงตัว C แบบ LED ตกแต่งใหม่ต่างจากรุ่นซีดาน ให้ความสวยลงตัวรับกับรูปลักษณ์ด้านท้ายสไตล์แฮทช์แบ็ก 5 ประตู

   ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก ใช้ตัวถังส่วนหน้า และมีระยะฐานล้อเดียวกันกับ ซีวิค ซีดานรุ่นปัจจุบัน แต่ระยะตัวถังตั้งแต่เสากลาง หรือ B-Pillar ไปจนถึงด้านท้ายของตัวรถได้รับการออกแบบใหม่ โดยแนวเส้นหลังคาด้านท้ายจะมีความสูงมากกว่ารุ่นซีดาน เพื่อเพิ่มพื้นที่บรรทุกสัมภาระด้านท้ายให้กว้างขวางขึ้น ในขณะที่ระยะโอเวอร์แฮงค์ด้านท้ายของตัวรถสั้นลงเพื่อให้อารมณ์ความสปอร์ตสไตล์ยุโรป และโครงสร้างตัวถังของ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก มีลักษณะที่ยาวและกว้างขึ้น รวมถึงระยะฐานล้อที่เพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ฝากระโปรงหน้ายังถูกปรับให้ลดต่ำลง และการออกแบบให้เสากระจกบังลมหน้า หรือ A-Pillar บางขึ้น ช่วยลดปัญหาการบดบังทัศนวิสัยบริเวณด้านหน้า และยังช่วยให้มุมมองบนเส้นทางด้านหน้ากว้างขึ้น ทำให้ผู้ขับขี่รู้สึกปลอดโปร่งโล่งสบายยิ่งขึ้น

   ภายในห้องโดยสารของ ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก  ออกแบบโดยให้ความสำคัญกับผู้ขับขี่และผู้โดยสารเป็นหลัก มีการพัฒนาให้ระยะฐานล้อเพิ่มขึ้นและตัวถังที่กว้างขึ้นเพื่อความกว้างขวางสะดวกสบายสูงสุด  แผงหน้าปัดมาพร้อมมาตรวัด ประกอบด้วยมาตรวัดอุณหภูมิเครื่องยนต์ มาตรวัดระดับเชื้อเพลิง และมาตรวัดรอบเครื่องยนต์ขนาดใหญ่ ที่มีมาตรวัดความเร็วแสดงผลเป็นตัวเลขดิจิตอล ส่วนแผงหน้าปัดด้านบนออกแบบให้เป็นชิ้นเดียวกันแผงคอนโซลกลางได้รับการออกแบบเสมือนศูนย์กลางการควบคุมโดยด้านบนแยกออกเป็น 2 ชั้น เพื่ออำนวยความสะดวกในการเชื่อมต่อสมาร์ทโฟนเข้ากับช่องเชื่อมต่อได้อย่างเป็นระเบียบ

   ห้องโดยสารของฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก  ยังคงความทันสมัยและสะดวกสบาย พร้อมด้วยพื้นที่บรรจุสัมภาระด้านท้าย 414 ลิตร โดยพนักพิงของเบาะหลังสามารถปรับพับแยกได้แบบ 60:40 ซึ่งหากปรับเบาะนั่งแถวสองในราบลงจะเพิ่มความจุได้มากขึ้น ทั้งยังติดตั้งม่านปิดสัมภาระที่สามารถเลือกปิดบังตาได้ทั้งซ้ายและขวา เพื่อป้องกันการเห็นสัมภาระด้านท้าย นอกจากนี้ ยังติดตั้งอุปกรณ์ครบครัน อาทิ ระบบเครื่องเสียงหน้าจอสัมผัสขนาด 7 นิ้ว แบบ Advanced Touch ควบคุมฟังก์ชั่นความบันเทิง พร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย (Bluetooth) และช่องเชื่อมต่อ USB ที่รองรับการเชื่อมต่อ Apple CarPlay มาตรวัดพร้อมหน้าจอแสดงข้อมูลการขับขี่แบบดิจิตอล ซึ่งสามารถแสดงผลฟังก์ชั่นการใช้งานที่หลากหลาย และระบบสตาร์ทเครื่องยนต์ พร้อมเครื่องปรับอากาศด้วยกุญแจรีโมท (Engine Remote Start) ที่สามารถสั่งการได้จากระยะไกล เพื่อช่วยอุ่นเครื่อง พร้อมปรับอุณหภูมิภายในห้องโดยสารให้เย็นสบายล่วงหน้าก่อนออกเดินทาง มั่นใจด้วยเทคโนโลยีความปลอดภัย อาทิ กล้องส่องภาพด้านหลังปรับมุมมอง 3 ระดับ ระบบเบรกมือไฟฟ้า (Electric Parking Brake) ระบบ  Auto Brake Hold สัญญาณไฟฉุกเฉินอัตโนมัติขณะเบรกกะทันหัน (ESS) และระบบล็อกรถอัตโนมัติเมื่อกุญแจรีโมทอยู่ห่างจากตัวรถ (Walk Away Auto Lock) ฯลฯ

   การขับเคลื่อนเร้าใจด้วยขุมพลังเครื่องยนต์เบนซินขนาด 1.5 ลิตร DOHC VTEC TURBO ให้กำลังสูงสุด 173 แรงม้า ที่ 5,500 รอบ/นาที แรงบิดสูงสุด 220 นิวตัน-เมตร ที่ 1,700 - 5,500  รอบ/นาทีส่งกำลังอย่างฉับไวและต่อเนื่องด้วยระบบเกียร์อัตโนมัติ CVT ใหม่ ซึ่งชุดขับเคลื่อนทั้งหมดได้รับการพัฒนาภายใต้เทคโนโลยีเอิร์ธดรีม สมรรถนะการขับเคลื่อนในเรื่องความแรงต้องบอกกว่าให้อารมณ์เช่นเดียวกับรุ่นซีดานที่ใช้เครื่องยนต์ 1.5 เทอร์โบ บล็อคเดียวกัน โดยมีทั้งลูกหนักลูกเบา คือถ้าจะเอาแรงแบบดึงกระชากก็มีให้เห็นตั้งแต่จังหวะออกตัว(อัตราเร่ง0-100กม./ชม.อยู่ทีประมาณ 9 วินาที) รวมไปถึงการเร่งแซงที่ทันใจในช่วงความเร็วสูงก็วางใจได้   แต่ถ้าเป็นลูกเบาขับแบบเรื่อยๆใช้งานทั่วๆไป ความนุ่มนวลราบเรียบของเครื่องยนต์ก็ทำให้รู้สึกผ่อนคลาย ขับสบายควบคุมง่าย เราลองขับใช้งานในเมืองที่ความเร็วประมาณ 80-100 กม./ชม รอบเครื่องยนต์ค่อนข้างต่ำอยู่ที่ประมาณ 1,300-1,700 รอบ/นาที ตัวเลขความประหยัดหลังจากลองหลายๆครั้งหลายๆสภาพเส้นทาง ค่าเฉลี่ยที่แสดงบนแผงหน้าปัดใกล้เคียงกันอยู่ที่ประมาณ18-19 กม./ลิตร (ขับแบบใช้คันเร่งเนียนๆเรื่อยๆตามจังหวะความเร็วงดกดคันเร่งคิกดาวน์หนักเกินความจำเป็น)

   ส่วนการควบคุมรถทั้งทางตรงและการขับเข้าโค้ง รู้สึกได้ชัดเจนกับระบบพวงมาลัยที่เซ็ทน้ำหนักอย่างเหมาะสมพร้อมให้ความแม่นยำในการบังคับเลี้ยวสูง  สามารถควบคุมรถได้อย่างคล่องตัวทั้งช่วงความเร็วต่ำและแม้แต่ตอนขับใช้ความเร็วสูงก็ยังให้ความมั่นใจ รวมไปถึงความหนึบของช่วงล่างจะให้อารมณ์แบบหนักแน่นแต่ไม่กระด้าง มีความรู้สึกว่าขับสนุกมั่นใจกว่ารุ่นซีดานนิดหน่อย เรียกว่างานนี้ฮอนด้าปรับเซ็ตช่วงล่างมาดีเหมาะสมกับรถแฮทช์แบ็ก  5 ประตู สไตล์สปอร์ตได้อย่างลงตัว

   การทำตลาด ฮอนด้า ซีวิค แฮทช์แบ็ก มีให้เลือกเพียงรุ่นเดียว เคาะราคา 1,169,000 บาท มีให้เลือกทั้งหมด 5 สี ได้แก่ สีใหม่ คือ สีดำมิดไนท์เบอร์กันดี (มุก)  , สีขาวออร์คิด (มุก) สีดำคริสตัล (มุก) สีเทาโมเดิร์นสตีล (เมทัลลิก) และ สีเงินลูนาร์ (เมทัลลิก) สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่โชว์รูมฮอนด้าทั่วประเทศ

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )