Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

TEST DRIVE : TOYOTA YARIS ปรับใหญ่ จัดเต็มทั้งรูปโฉมและสมรรถนะการขับขี่

   บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด เริ่มต้นบุกเบิกตลาด โตโยต้า ยาริส คอมแพคแฮทช์แบ็คเป็นครั้งแรกในเดือนมกราคมปี พ.. 2549 ได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ต่อมาในเดือนตุลาคมปี  2556 โตโยต้าได้เปิดตัวยาริส เครื่องยนต์ขนาด 1.2 ลิตรเพื่อตอบสนองความนิยมรถเครื่องยนต์ขนาดเล็กในประเทศไทย ด้วยคุณลักษณะที่โดดเด่น ทั้งรูปลักษณ์และสมรรถนะทำให้สามารถครองใจลูกค้าชาวไทย ด้วยยอดขายสะสมมากกว่า 150,000 คัน

   ล่าสุดในช่วงปลายปี 2560 ได้ทำการกระตุ้นตลาดอีกละลอกด้วยการเปิดตัว ยาริส แฮทช์แบ็ก รุ่นปรับปรุงโฉมใหม่นี้ มาพร้อมรูปลักษณ์ใหม่ทั้งภายนอกและภายในห้องโดยสารที่แตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างชัดเจน  ภายนอกให้มุมมองโฉบเฉี่ยวตลอดคัน รายละเอียดการดีไซน์แต่ละจุดแทบจะแตกต่างจากรุ่นเดิมตลอดคัน ด้านหน้าถอดแบบมาจาก ยาริส เอทีฟโฉม 4 ประตู  เน้นความสปอร์ตด้วยไฟหน้าโปรเจคเตอร์พร้อมไฟ LED Light Guiding ไฟส่องสว่างเวลากลางวัน Daytime Running Ligแบบ LED และไฟตัดหมอกหน้า ด้านข้างตัวถังเส้นสายใกล้เคียงรุ่นเดิม อุปกรณ์เด่นๆมีทั้งกระจกมองข้างพร้อมไฟเลี้ยว มือจับประตูโครเมียมพร้อมระบบเปิดประตูอัจฉริยะ Smart Entry เหนือหลังคาดีไซน์เสาอากาศตามยุคสมัยแบบครีบฉลามเฉพาะรุ่น G ที่ทดลองขับ และติดตั้งล้ออัลลอยดีไซน์ใหม่ขนาด 15 นิ้ว ส่วนด้านท้ายรถโดดเด่นที่ไฟท้ายดีไซน์รูปทรงใหม่เป็นแบบ LED Light Guiding พร้อมไฟเบรกดวงที่ 3 แบบ LED

   ภายในห้องโดยสารดีไซน์ล้ำสมัย ปรับเปลี่ยนแฝงแดชบอร์ดและชุดอุปกรณ์ควบคุมเกือบใหม่หมด เน้นความกว้างขวางสะดวกสบาย พร้อมพื้นที่เก็บสัมภาระและอุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน อีกทั้งยังโดดเด่นด้วยความเงียบเมื่อขับขี่ด้วยการเพิ่มวัสดุซับเสียงรบกวนรอบคัน  อุปกรณ์อำนวยความสะดวกที่น่าสนใจ มีทั้งพวงมาลัยดีไซน์ใหม่หุ้มหนังพร้อมสวิตช์ควบคุมเครื่องเสียง   มาตรวัดเรืองแสงแบบ Optitron พร้อมจอแสดงข้อมูลการขับขี่อัจฉริยะMID , เครื่องเล่นวิทยุ CD/ MP3/ WMA พร้อมช่องต่อ USB/ AUX และระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์แบบไร้สาย Bluetooth ,  ระบบปรับอากาศอัตโนมัติ พร้อมจอ LCD  , ระบบสตาร์ทเครื่องยนต์อัจฉริยะ (Push Start) และระบบเปิดประตูอัจฉริยะ Smart Entry ควบคุมการล็อกปลดล็อกประตูเพียงปลายนิ้วสัมผัส

   สมรรถนะการขับเคลื่อนให้ความแรงและประหยัดตามสไตล์รถยนต์อีโคคาร์ ด้วยเครื่องยนต์เบนซิน รหัส 3NR-FE แบบ 4 สูบ ขนาด 1.2 ลิตร DOHC 16 วาล์ว ระบบแปรผันวาล์ว Dual VVT-i ให้กำลังสูงสุด 86 แรงม้า ที่ 6,000 รอบ แรงบิดสูงสุด 108 นิวตันเมตร ที่ 4,000 รอบ รองรับเชื้อเพลิง E20 ส่งกำลังผ่านระบบเกียร์อัตโนมัติ Super CVT-i แบบเดิมแต่ปรับปรุงการทำงานของ ECU ที่ควบคุมเครื่องยนต์กับระบบเกียร์ CVT ให้สั่งงานได้ประสิทธิภาพมากขึ้น  และเครื่องยนต์ยังมีการปรับปรุงให้สามารถลดภาระของเครื่องยนต์ด้วยการตัดการทำงานของคอมเพรสเซอร์แอร์ประมาณ 5 วินาที ขณะที่เหยียบคันเร่งทันทีทันใด เพื่อให้เครื่องยนต์ส่งกำลังไปยังล้อได้อย่างเต็มที่

   การทดลองขับ โตโยต้า ยาริส รุ่นปรับโฉมใหม่ครั้งแรกในเมืองไทย บริษัท โตโยต้า มอเตอร์ เชิญสื่อมวลชนร่วมทดลองขับภายใต้เส้นทางกรุงเทพฯ-กาญจนบุรี รวมระยะทางไป-กลับ ประมาณ 400 กิโลเมตร สัมผัสแรกเมื่อเข้าสู่ห้องโดยสารแทบจะไม่หลงเหลือดีไซน์ของรุ่นเดิมก่อนปรับโฉมเพราะทุกสิ่งถูกปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งแผงแดชบอร์ด คอนโซนกลาง และแผงหน้าปัด รวมไปถึงพวงมาลัยทรงใหม่สามารถปรับสูงต่ำได้ เมื่อปรับร่วมกับเบาะนั่งที่หุ้มผ้าลายใหม่ก็ถือว่าปรับตำแหน่งท่านั่งได้ถนัดดีทั้งระยะแขนในการบังคับหักเลี้ยวและระยะปลอดภัยในเหยียบเบรคได้อย่างถนัดเท้า แต่ขอตินิดเดียวตรงไม่มีแป้นพักเท้าซ้ายเมื่อขับขี่ทางไกลอาจเมื่อยล้าหรือขับเร็วๆในโค้งจะไม่มีจุดล็อคตำแหน่งขาด้านซ้ายกับคอนโซนกลางที่ต้องยันหรือเบียดกัน

   สมรรถนะโดยรวมการขับขี่เดินทางไกล หรือใช้งานในเมือง โดดเด่นที่การควบคุมได้อย่างคล่องตัวในทุกจังหวะความเร็ว อัตราเร่งช่วงออกตัวอยู่ในระดับปานกลาง ความเร็วมาแบบเรื่อยๆถ้ากดคันเร่งอย่างเหมาะสมกับรอบเครื่องยนต์ แต่ถ้ากดแบบจัดหนักรอบจะตะวัดขึ้นสูงเกินจำเป็นจนไม่สมดุลย์กับความเร็วของรถ ตรงนี้เป็นเหตุให้สิ้นเปลืองน้ำมันเชื้อเพลิงโดยใช่เหตุ เพราะถนนทั่วๆไปในเมืองไทยแค่ใช้คันเร่งพอดีๆในการออกตัวหรือเร่งแซงช่วงความเร็วต่ำก็ถือว่ากำลังของเครื่องยนต์บล็อคนี้เพียงพอต่อการใช้งาน ส่วนช่วงความเร็วลอยตัวความเร็วประมาณ 100 - 140 ก../.. อยู่ในระดับที่ขับสนุกเร่งได้ทันใจเพราะความเร็วปลายไม่ห่างจากเครื่องยนต์ 1.5 ลิตรมากนัก มีความแรงรองรับได้ถึง 170-180 ก../.. ในด้านความประหยัดก็ยังคงความดีงามตามมาตรฐานรถอีโคคาร์ โดยอัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลิงในรูปแบบของการขับขี่ใช้งานจริงความเร็วเดินทางประมาณ 100 – 120 กม./ชม. ค่าเฉลี่ยที่แสดงบนแผงหน้าปัดอยู่ที่ประมาณ  16-18 กม./ลิตร และถ้าใช้ความเร็วคงที่ประมาณ 80-90 กม./ชม.ความประหยัดจะทะลุเกิน 20 กม./ลิตร ไปได้สบายๆ

   นอกจากนี้ยังให้การควบคุมรถที่ดีขึ้นเมื่อเทียบกับรุ่นเดิมทั้งน้ำหนักและการบังคับเลี้ยวที่แม่นยำของพวงมาลัยแบบเพาเวอร์ไฟฟ้า EPS (Electric Power Steering ) การเบรกปรับจูนมาอย่างลงตัว ทั้งน้ำหนักแป้นเบรกที่สามารถตอบสนองได้ตามแรงกดที่นุ่มเท้าและสามารถหยุดได้ตามสั่งโดยมีระยะเบรคที่เหมาะสมกับความเร็วรถ ส่วนการขับขี่ในเส้นทางคดโค้งบนเขาระหว่างเส้นทางจากกาญจนบุรีมุ่งหน้าที่พักแถวเขื่อนศรีนครินทร์ ค่อนข้างประทับใจกับสมรรถนะของช่วงล่าง ที่ปรับเซ็ทใหม่เน้นนุ่มหนึบแน่น มีความแข็งกว่า ยาริส เอทีฟ พอสมควร การโยนตัวในโค้งจึงเกิดขึ้นน้อยสามารถขับผ่านโค้งต่างๆได้อย่างมั่นใจ   โดยช่วงล่างด้านหน้ามีการปรับค่าแรงดูดซับแรงที่แกนโช๊คอัพใหม่ ส่วนในด้านหลังมีการปรับค่าแรงดูดซับแรงที่แกนโช๊คอัพและค่า K ของสปริงหลังใหม่พร้อมปรับค่าฟิตติ้งของจุดยึดระหว่างชุดแพหลังกับตัวถังใหม่ ผลที่ได้คือความนิ่งและมั่นคงของช่วงล่างที่มีมากกว่ายาริสรุ่นเดิม

ราคาจำหน่ายล่าสุด โตโยต้า ยาริส รุ่นปรับโฉมใหม่

  -  รุ่น G เกียร์อัตโนมัติ  ราคา    619,000 บาท

  -  รุ่น E เกียร์อัตโนมัติ   ราคา    569,000 บาท

  -  รุ่น J เกียร์อัตโนมัติ   ราคา    539,000 บาท

  -  รุ่น J ECO เกียร์อัตโนมัติ    ราคา    489,000 บาท

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )