Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

TEST DRIVE : Nissan ซิลฟี่ ซีดานพันธุ์แท้!

  ค่ายนิสสัน ยุคปัจจุบัน ถือว่าขยับตัวได้เร็วในการเปิดตัวรถยนต์รุ่นใหม่ๆ ก่อนหน้านี้ก็ทำการเปิดตัว นิสสัน มาร์ช อีโคคาร์คันแรกของเมืองไทย และตามด้วยอีโคคาร์ 4 ประตู คันใหญ่ที่ยากจะมีใครตามความคิดทัน มาถึงวันนี้ก็มีรถรุ่นใหม่อย่างนิสสัน ซิลฟี เปิดตัวมาปลุกกระแสตลาดรถซีดานให้ตื่นตัวอีกครั้ง โดยนิสสัน ซิลฟี รุ่นนี้ถูกวางตำแหน่งให้เป็นตัวแทนของนิสสัน ทีด้า ซีดาน ที่ไม่ประสบความสำเร็จเท่าที่ควร

   นิสสัน ซิลฟี รุ่นนี้เปิดตัวครั้งแรกที่ประเทศจีน เมืองไทยเป็นประเทศที่ 2 ที่ให้การต้อนรับรถรุ่นนี้ ซึ่งจะมีขายใน 120 ประเทศทั่วโลกโดยทางนิสสันได้ตั้งเป้าหมายเอาไว้ถึง 550,000 คัน ภายในปี 2557 ซึ่งเมืองไทยจะเป็นฐานการผลิตที่สำคัญของรถยนต์รุ่นนี้ แนวทางการออกแบบของ นิสสัน ซิลฟี จะไม่เน้นความสปอร์ตเหมือนกับคู่แข่งหลายๆรุ่น แต่จะชูจุดเด่นเรื่องความหรูหรา ขับสบายในสไตล์ซีดานขนานแท้เช่นเดียวกับรุ่นพี่อย่างนิสสัน เทียน่า ซึ่งขนาดฐานล้อ ซิลฟี จะน้อยกว่าเทียน่าไม่มากนัก ทำให้ได้พื้นที่ห้องโดยสารเหนือกว่ารถระดับเดียวกัน เพียงแต่การบีบเสาหลังคาเข้าหากันทำให้รูสึกว่าแคบกว่าเทียน่าพอสมควร การออกแบบหลังคาเข้าหากัน พร้อมเส้นสายที่คมชัดของด้านข้าง ทำให้ซิลฟี เป็นรถที่ลู่ลมมาก มีค่าสัมประสิทธิ์แรงเสียดทานต่ำ เพียง 0-29 ซึ่งหาได้ยากในรถยนต์นั่งระดับนี้ และตัวถังยังถูกออกแบบให้มีขนาดใหญ่กว่ารถยนต์ระดับเดียวกัน ตัวถังก็ดูสมส่วนกับการเป็นรถซีดานแท้ๆ
   ในด้านการดีไซน์ก็พอมีความโฉบเฉี่ยวให้เห็นอยู่บ้าง โดยเฉพาะชุดโคมไฟหน้ารูปทรงเรียวคมเป็นแบบมัลติรีเฟล็กเตอร์ พร้อมตกแต่งไฟหรี่เป็นหลอดแอลอีดี ติดตั้งอยู่ด้านล่างของโคมไฟ และชุดไฟท้ายดีไซน์รูปทรงเป็นไปในทิศทางเดียวกับไฟหน้าทำให้ตัวรถมีความลง ตัวมากขึ้น ส่วนไฟเบรกดวงที่สามและไฟเลี้ยวบริเวณกระจกมองข้าง รวมถึงไฟอ่านแผนที่ก็ใช้หลอดแอลอีดีด้วยเช่นกัน ถือเป็นการเพิ่มความหรูหราได้เป็นอย่างดี
   เป็นปกติของรถรุ่นใหม่ๆ ที่ไม่ต้องไขกุญแจกันแล้วสำหรับการสตาร์ทรถแล้ว แค่เก็บกุญแจไว้กับตัว ก็สามารถเปิดประตูเข้าสู่ห้องโดยสารพร้อมกดปุ่มสตาร์ทได้เลย เป็นการลดขั้นตอนที่ต้องสูญเสียไปในช่วงหยิบกุญแจ เพื่อเพิ่มเวลาที่มีค่าของคนยุคใหม่ ในรุ่นที่ได้ขับจะเป็นตัว 1.8 V บรรจุออฟชั่นมาเต็มเพียบทั้งเรื่องความหรูหรา และสะดวกสบาย ไม่ว่าจะเป็นเบาะนั่งหนังแท้มีขนาดใหญ่รองรับสรีระได้ดีไม่รัดลำตัวเหมือน พวกรถสไตล์สปอร์ต วัสดุที่ใช้ในการทำแผงคอนโซลถูกคัดสรรมาได้เนี๊ยบมาก ให้ความหรูแถมด้วยสัมผัสที่นุ่มกว่ารถทั่วๆไปที่ใช้พลาสติกฉีดขึ้นรูปเพียง อย่างเดียว นอกจากจะได้ความรู้สึกดีๆ แล้ว ความนุ่มของแผงคอนโซลจะซับแรงกระแทกได้ดีขึ้น และเพื่อเสริมความหรูหราตรงแผงคอนโซลจะเสริมทั้งลายไม้ อลูมิเนียม และกรอบพลาสติกสี อลูมิเนียม การจัดวางตำแหน่งของอุปกรณ์ต่างๆ ก็เหมือนรถทั่วๆไป แต่จะมีการออกแบบให้มีส่วนเว้า ส่วนโค้ง ของแผงคอนโซลเพิ่มเข้ามา
   จากฐานล้อที่ยาว ทำให้ห้องโดยสารมีความกว้างมากกว่ารถทั่วๆไป ช่วงว่างของเบาะหน้าและเบาะหลังจึงมีพื้นที่วางขากว้าง สามารถนั่งวางขาในท่านั่งสบายๆ แม้ว่าจะปรับเบาะหน้าเลื่อนมาทางด้านหลังสุดแล้วก็ตาม เบาะหลังสามารถเปิดเป็นช่องทะลุไปยังห้องเก็บของด้านหลังที่มีความจุถึง 510 ลิตรได้ เพื่อความสะดวกในการใช้งานเป็นพื้นที่เก็บสัมภาระที่มีขนาดใหญ่สุดเมื่อ เทียบกับรถขนาดเดียวกัน
   การทดสอบครั้งนี้เราเน้นการขับขี่ในเมืองและชานเมืองเป็นหลัก แต่ก็สามารถสัมผัสกับรถรุ่นนี้ได้ดีพอสมควรทั้งเรื่องสมรรถนะความแรงและ อัตราสิ้นเปลืองเชื้อเพลง เครื่องยนต์ 1.8 ลิตร ที่มีกำลังสูงสุด 131 แรงม้าที่ 6000 รอบต่อนาที แรงบิดสูงสุด 174 นิวตัน-เมตร ที่ 6,000 รอบต่อนาที ในช่วงถนนโล่งๆเมื่องวิ่งออกนอกเมือง สามารถคุมความเร็วในการเดินทางได้ง่ายคันเร่งมีน้ำหนักเบา ลงน้ำหนักเท้าไม่มากตัวรถก็พร้อมพุ่งทะยานไปข้างหน้าได้ทันที และเมื่อยกคันเร่งตัวรถยังลื่นไหลไปได้เร็วกว่ารถรุ่นอื่นๆ ตรงนี้คงเพราะตัวถังที่มีความลู่ลมสูงและเกียร์แบบซีวีทีที่ตัดต่อกำลังค่อน ข้างราบเรียบว่าเกียร์อัตโนมัติทั่วๆไป
   เพื่อให้เป็นรถที่มีกำลังดีขึ้น นิสสันออกแบบเครื่องยนต์ให้มีช่วงชักยาว รองรับตัวถังรถขนาดใหญ่ พร้อมระบบส่งกำลังเป็นเกียร์อัตโนมัติ ซีวีที ใช้สายพานเหล็กเป็นตัวส่งกำลัง อัตราเร่งของซิลฟี ดีกว่าถ้าเปรียบเทียบกับเทียน่า ช่วงออกตัวทำได้เร็ว การเร่งแซงดีขึ้น แต่ไม่ดีเท่าออโตเฟือง สิ่งที่ชดเชยก็คือ ความราบเรียบในการเปลี่ยนเกียร์ และรอบเครื่องยนต์ที่ต่ำ จังหวะในการควบคุมความเร็วช่วง 100 กม./ชม. หากเท้ายังนิ่งๆ รอบเครื่องยนต์จะอยู่ที่ 2000 รอบ / นาที พอยกเท้าขึ้นมาแล้วกดคันเร่งเบาๆ รอบเครื่องยนต์จะตกเหลือ 1,600 รอบต่อนาที หากควบคุมรอบเครื่องยนต์ให้ได้ประมาณนี้ อัตราบริโภคน้ำมันในการเดินทางก็จะทำได้มากถึง 17 กม./ลิตร เลยทีเดียว ส่วนการขับขี่ในเมืองก็จะลดระดับความประหยัดลงมาพอสมควรโดยตัวเลขที่เราทำ ได้จะอยู่ที่ประมาณ 13 กม./ลิตร ซึ่งว่าสอบผ่านไม่แพ้คู่แข่งที่อยู่ในคลาสใกล้เคียงกัน!

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )