Blue Grey Red

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ Autoplacemagazine.com แหล่งรวมข้อมูล ข่าวสาร ยานยนต์ ครบวงจร

.

TECHNIC ROOM : น้ำมันเครื่องต้องเลือกให้ดี เพราะประกันไม่คุ้มครอง

 

 

 

 

 

 

 

 

 

   ไม่ว่าจะรถเก่ารถใหม่เราก็ต้องเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเป็นประจำตามรอบที่รถระบุมา ซึ่งบางทีเราก็ลืมบ้าง ขี้เกียจไปบ้าง หรือบางทีก็ไม่อยากไปเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเพราะว่าประกันรถยนต์ไม่คุ้มครองส่วนนี้ แล้วเราก็ต้องควักเงินไปจ่ายเอง แต่ถ้าไม่เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง เครื่องยนต์เราก็จะเสีย แล้วเราก็ต้องรับผิดชอบความเสียหายเอง คราวนี้ต้องจ่ายทั้งค่าน้ำมันเครื่องและค่าซ่อมรถเลยครับ

น้ำมันเครื่องใช้ทำอะไร

   น้ำมันเครื่องมีไว้เพื่อหล่อลื่นชิ้นส่วนที่เคลื่อนที่เพื่อลดการสึกหรอ โดยจะเคลือบชิ้นส่วนต่างๆ เป็นฟิลม์บางๆ เพื่อลดความฝืด ระบายความร้อนจากเครื่องยนต์ ป้องกันความดันในกระบอกสูบไม่ให้รั่วไหลระหว่างแหวนลูกกับผนังกระบอกสูบ และทำความสะอาดชิ้นส่วนของเครื่องยนต์

   นั่นหมายความว่าถ้าเราเลือกน้ำมันเครื่องที่ไม่ได้คุณภาพ เครื่องยนต์และชิ้นส่วนภายในต่างๆ ของรถยนต์เราจะมีปัญหา และที่สำคัญคือประกันไม่คุ้มครองครับ! เพราะฉะนั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าจะเลือกซื้อน้ำมันเครื่องที่ดีต้องทำยังไงบ้าง

ทำไมประกันรถยนต์ไม่คุ้มครองน้ำมันเครื่องรถยนต์?

   เพราะประกันรถยนต์จะคุ้มครองแค่อุบัติเหตุครับ ไม่ได้คุ้มครองการเสื่อมสภาพของอะไหล่รถยนต์ ดังนั้นการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ประกันภัยรถยนต์จึงไม่เกี่ยวเพราะถือว่าเป็นการเสื่อมสภาพจากการใช้งานของคุณเอง

วิธีเลือกน้ำมันเครื่อง

เลือกเกรดน้ำมันเครื่องตามประเภทรถยนต์

     - เครื่องยนต์เบนซิน เกรดน้ำมันเครื่องจะใช้ตัวอักษร S ตามหลัง API และจะนำหน้าเกรดของน้ำมันเครื่องนั้นๆ ซึ่งจะเรียงลำดับจากเกรดที่ต่ำสุด-เกรดที่สูงสุด โดยกำหนดจาก A-N เช่นน้ำมันเครื่องตัวนี้ระบุเกรด L ตัวอักษรข้างกระป๋องก็จะระบุว่า API SL เป็นต้น

     - เครื่องยนต์ดีเซล เกรดน้ำมันเครื่องจะใช้ตัวอักษร C ตามหลัง API และจะนำหน้าเกรดของน้ำมันเครื่องนั้นๆ ซึ่งจะเรียงลำดับจากเกรดที่ต่ำสุด-เกรดที่สูงสุด จาก A-N เช่นเดียวกัน

* น้ำมันเครื่องบางชนิดที่ระบุไว้เป็น API Cx-x / Sx หรือ API Sx / Cx-x จะเป็นน้ำมันเครื่องที่สามารถใช้ร่วมกันทั้งเครื่องยนต์เบนซินและเครื่องยนต์ดีเซล เพียงแต่จะมีประสิทธิภาพในการใช้งานที่เหมาะสมแตกต่างกัน โดยจะระบุความสำคัญที่หน้าสุดของคำว่า API เสมอ ดังนี้

  • API SL/CI-6 แปลว่าน้ำมันเครื่องนี้ใช้ได้ดีสำหรับเครื่องยนต์เบนซิน มากกว่า เครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ
  • API CI-6/SL แปลว่าน้ำมันเครื่องนี้ใช้ได้ดีสำหรับเครื่องยนต์ดีเซล 6 สูบ มากกว่า เครื่องยนต์เบนซิน

เลือกชนิดน้ำมันเครื่อง

  • น้ำมันเครื่องชนิดธรรมดา (Synthetic) จะมีระยะเวลาการใช้งานประมาณ 4000 กิโลเมตร
  • น้ำมันเครื่องชนิดกึ่งสังเคราะห์ (Semi Synthetic) จะมีระยะการใช้งานประมาณ 6000 กิโลเมตร
  • น้ำมันเครื่องสังเคราะห์ 100%(Fully Synthetic) จะมีระยะการใช้งานประมาณ 10000 กิโลเมตร

เลือกความหนืดตามอายุรถและการใช้งาน

- รถใหม่-ใช้งานปกติ: สำหรับการใช้งานปกติ สภาวะอากาศปกติ และเครื่องยนต์ใหม่ แต่ก็ต้องเลือกความหนืดที่เหมาะสมไม่ให้ต่ำเกินไป เพราะทำให้น้ำมันไม่เกาะเป็นฟิล์ม และส่งผลต่อการสึกหรอของเครื่องยนต์

- รถเก่า-ใช้งานหนัก: สำหรับรถยนต์ที่ใช้งานอย่างหนัก, สภาวะอากาศร้อนมาก, เครื่องยนต์เก่าที่ก่อให้เกิดการกินน้ำมันเครื่อง ซึ่งระดับนี้ควรจะมีค่าความหนืดสูงถึงระดับ 50 จึงจะเหมาะสม

   ถ้ายังไม่เข้าใจสามารถอ่านเพิ่มได้ในคู่มือการใช้รถของรถแต่ละคัน แต่ที่สำคัญที่สุดเลยคือควรจะซื้อน้ำมันเครื่องของแท้และใหม่เท่านั้น หากซื้อน้ำมันเครื่องปลอมหรือน้ำมันเครื่องเก่าที่หมดอายุ ก็จะส่งผลเสียต่อเครื่องยนต์ได้อย่างมากทีเดียว แล้วประกันรถยนต์ก็ไม่คุ้มครองนะครับ เพราะว่าไม่ใช้การเสียหายจากอุบัติเหตุครับ

ข้อมูลจาก

ประกันรถยนต์ออนไลน์ที่รวดเร็ว เรียบง่าย และจริงใจกับคุณ

รับจัดกิจกรรมการตลาด - ส่งเสริมการขาย จัดแรลลี่, ท่องเที่ยว, คาราวาน ฯลฯ โดยทีมงาน( มืออาชีพ )